[Fic Got7] ห้วงรักองค์หญิงต้องสาป MarkBam

ตอนที่ 7 : เรื่องเล่าสามหญิงงามแห่งหุบเขาบรรเลงพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

บทที่ 7
เรื่องเล่าสามหญิงงามแห่งหุบเขาพิษ


8 ปีต่อมา

         ว่ากันว่าหุบเขาตงเทียนในยามค่ำคืนนั่นมักจะมีผู้คนเคยได้ยินเสียงพินและเสียงขลุ่ยบรรเลง อยู่ในห้วงทำนองที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดระทมทุกข์ของผู้ที่กำลังบรรเลงมันอยู่

         บ่อยครั้งที่มักจะมีบรรดาชายหนุ่มหญิงสาวผู้ถูกพิษรักกัดกินจิตใจจนไม่อาจที่จะสามารถยัดยืนต่อไปได้อีกครั้ง จนต้องพากันมาฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำและผูกคอไปแล้วหลายต่อหลายศพ บ้างก็ว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกอยากตายนั่นหาใช่เสียงบรรเลงพินไม่

       เพราะเสียงบรรเลงพิษนั่นมันช่างอ่อนโยนราวกับว่าต้องการจะปลอบประโลมจิตใจของผู้ฟังให้คลายความเศร้าหมอง ผิดกับเสียงเป่าขับขานของขลุ่ยไม้ไผ่ ที่ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกทุกข์ใจราวกับว่าผู้บรรเลงนั้นต้องการตอกย้ำความเจ็บปวดภายในจิตของผู้ฟังให้ต้องทุกข์ทรมานอยู่กับความเจ็บปวดซ้ำๆ 


ยิ่งฟังยิ่งหดหู่จนหาความสุขจากเสียงเพลงเหล่านี้มิได้


        ยิ่งเสียงเพลงที่บรรเลงอยู่นั้นเศร้ามากเท่าไหร่ นานวันเข้าบรรยากาศภายในหุบเขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพิษหนาแน่นยิ่งขึ้นเท่านั้น จากที่เคยเป็นเพียงหุบเขาที่เย็นเยียบแต่บัดนี้ทั้งกลิ่นอายของพิษและความตายต่างลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณหุบเขา ไม่ว่าผู้ใดที่คิดจะบุกลุกเข้าไปในเขตแดนใจกลางหุบ ต่างก็มิเคยได้กลับออกมาเลยแม้แต่เพียงผู้เดียว

        บ้างก็เล่าว่าองค์หญิงทั้งสามผู้ที่เคยถูกเนรเทศให้มาอยู่ยังหุบเขาตงเทียนแห่งนี้ ตั้งแต่สมัยเมื่อแปดปีก่อนเป็นผู้ลงมือสังหารชาวบ้านทิ้งเพื่อเป็นการระบายโทษะของตน  บ้างก็ว่าเป็นเพราะมนต์ดำที่ผู้ไม่หวังดีทำใส่องค์หญิงทั้งสามกำลังตามเล่นงานและคร่าชีวิตเหล่าผู้คนที่คิดจะเข้าใกล้องค์หญิงทั้งสามให้ตกตายลงไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างหาที่เปรียบมิได้

        แต่จนถึงทุกวันนี้นอกจากเรื่องเล่าแล้วก็ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นโฉมหน้าขององค์หญิงทั้งสามพระองค์มาก่อนจะมีก็เพียงเรื่องเล่าจากคนเก่าคนแก่ที่มีโอกาศได้เห็นโฉมหน้าเมื่อวัยเยาว์ของทั้งสามพระองค์ และได้กล่าวเอาไว้ว่าองค์หญิงทั้งสามงดงามจนแม้แต่มวนดอกไม้ที่อวดโฉมงดงามยังต้องเหี่ยวเฉาเมื่ออยู่ต่อหน้าของทั้งสามพระองค์ในวัยเยาว์ จนชาวบ้านต่างพากันขนานให้องค์หญิงทั้งสามและหุบเขาแห่งนี้ขึ้นมาเสียใหม่ว่า.......


สามหญิงงามแห่งหุบเขาบรรเลงพิษ


        แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่านอกจากองค์หญิงและเหล่าผู้ติดตามของพระองค์แล้วนั้น ก็ยังคงมีบุรุษรูปงามอยู่อีกหนึ่งคนที่สามารถเข้าออกหุบเข้าตงเทียนแห่งนี้ได้โดยที่ไม่แม้แต่จะเคยต้องพิษเลยสักครา....

      "เจ้ามาอีกแล้วรึโหย่วเจียน? ข้าล่ะเบื่อหน้าเจ้าเสียจริง"       เป็นกันหนี่ว์ที่เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าโหย่วเจียนบุตรชายคนเล็กของรองแม่ทัพหยางเฉินได้ใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินเข้ามายังเขตเก๋งบัวที่พวกนางทั้งสามคนนั่งอยู่

      "เหอะ! หากข้าไม่มาก็กลัวว่าพวกเจ้าจักเหงามิมีผู้มาเล่นด้วยน่ะสิ...ข้าก็เลยจักต้องมาบ่อยๆ"       โหย่วเจียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเฉยเมย พรางทิ้งกายลงนั่งยกน้ำชาที่เจินหรงเป็นผู้รินให้ขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย

      "เบาๆหน่อยก็ได้ประเดี๋ยวก็สำลักน้ำชาตายกันพอดี"      เจินหรงเอ่ยเย้า เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรีบกระดกชาเข้าไปอีกเป็นแก้วที่สองเข้าไปแล้ว

       "ก็ใครใช้ให้พวกเจ้าปลดปล่อยกลิ่นไอพิษสังหารได้รุนแรงมากขึ้นมาเช่นนี้เล่า! ไม่แน่ว่าสักวันข้าอาจจักต้องตายเพราะพิษนั่นก็เป็นได้"        หากข้าไม่เหนื่อยหอบน่ะสิแปลก ก็รู้ดีอยู่หรอกว่าพวกนางทั้งสามมีพิษอยู่ในกายและต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการดูกลืนพิษเพื่อเพิ่มพลังปราณให้กับตนเอง

       นี่ถ้าข้ามิได้ดื่มโอสถต้านพิษที่หนี่ว์เอ๋อร์มอบให้ก่อนมา มิแน่ว่าป่านนี้ข้าก็คงจักตายเป็นผีเฝ้าตีนเขากับพวกโจรป่าไปแล้วก็เป็นได้ สมแล้วที่พวกท่านพ่อให้สมญานามกับพวกนางว่า  มวนบุปผาล้อมพิษ

     "ข้าก็เห็นเจ้าบ่นเช่นนี้มาตั้งแต่แปดขวบปีแล้วมั้ยล่ะ...บ่นตั้งแต่เด็กยันโตแต่เจ้าก็ไม่เลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกข้าเสียทีนี่สิแปลกคนเสียจริง"         กันหนี่ว์เอ่ยพรางนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อแปดปีก่อน...

       ยามนั้นหลังจากที่ทั้งสามไหว้พระเสร็จก็ได้มีเด็กผู้ชายต้วอ้วนจ้ำม้ำคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาทั้งสามก่อนที่จักเอ่ยถามในสิ่งที่ทำให้คนโดยรอบถึงกับนิ่งอึ้งด้วยความตกใจไปตามๆกัน

       "องค์หญิง! ข้าได้ยินเหล่าขันทีนางกำนัลพูดกันว่าพวกท่านเป็นปีศาจจริงหรือไม่!"

       ยอมรับได้เลยว่าครั้งแรกที่ได้ยินคำถามแบบนั้นทั้งสามคนโกรธเป็นอย่างมากจริงๆ แต่ก็อย่างว่าแหละตอนนั้นโหย่วเจียนก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นต่างจากพวกเค้าที่ใส้ในเป็นเด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว ทั้งสามจึงสามารถที่จะหักห้ามอารมณ์โกรธที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในใจได้ทัน...

     และผลของคำถามไม่คิดของโหยเจียนก็ส่งผลให้ขันทีและนางกำนัลปากมากทั้งสี่คนถูกกันหนี่ว์สั่งโบยและไล่ออกไปในทันที ส่วนโหยวเจียนเองก็เกือบจักต้องโดนรองแม่ทัพหยางลงหวายด้วยเช่นกันหากไม่ติดว่าองค์หญิงทั้งสามขอร้องเอาไว้เสียก่อน และด้วยเหตุการณ์นั่นโหยวเจียนจึงมักจะแอบมาเล่นกับองค์หญิงทั้งสามอยู่บ่อยๆจนทั้งสี่กลายเป็นสหายกัน

      เรียกได้ว่าทุกครั้งที่รองแม่ทัพหยางจักต้องนำเสบียงขึ้นมาส่งให้เหล่าองค์หญิงที่ใจกลางหุบเขาทีไรเป็นต้องมีบุตรชายตัวป้อมอย่างโหย่วเจียนติดตามมาด้วยเสียทุกครั้งไป   และไม่ว่าผู้เป็นพ่ออย่างรองแม่ทัพหยางพยายามจะสั่งห้ามมากเท่าไหร่ก็ไม่เคยที่จะขัดขวางความพยายามที่แสนดื้อดึงของโหย่วเจียนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

       นานวันเข้าโหย่วเจียนน้อยผู้จ้ำม้ำก็ได้กลายร่างเป็นเด็กหนุ่มรูปงามที่มีความสามารถด้านการฝึกยุทธที่ก้าวหน้ายิ่งกว่าเด็กหนุ่มในรุ่นเดียวกันเสียอีก เพราะฉะนั้นช่วงสองสามปีหลังมานี้โหย่วเจียนจึงเริ่มเป็นผู้นำเสบียงขึ้นมาส่งให้องค์หญิงทั้งสามพระองค์แทนรองแม่ทัพหยางผู้เป็นพ่อ

      และหุบเขาแห่งนี้ก็มีเพียงโหย่วเจียนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาติให้ผ่านเข้าออกได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องได้กินโอสถต้านพิษที่กันหนี่ว์ทำเอาไว้ให้เดือนละครั้งมิเช่นนั้นโหย่วเจียนก็จักไม่สามารถต้านทานกินอายของพิษที่นับวันก็ยิ่งรุ่นแรงขึ้นของหุบเขาตงเทียนแห่งนี้ได้

     "มันช่วยไม่ได้นี่หน่า! ก็ข้าดันหลวมตัวไปคบดอกไม้พิษอย่างพวกเจ้าเป็นสหายไปแล้วนี่...หากจะให้หันหลังกลับตอนนี้ก็คงจักมิทันเสียแล้ว"

     "เช่นนั้นเจ้าก็จงเลิกบ่นซะเถอะ! แล้วไหนล่ะเหล้าชั้นดีที่เจ้าโม้เอาไว้ในจดหมายน่ะ"        หรงจ่ายที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามถึงเหล้าชั้นดีที่สหายต่างไวได้โม้เอาไว้ว่าอร่อยหนักอร่อยหนา นี่แค่คิดก็เปี้ยวปากแล้ว

       "ปึก!"        เมื่อได้ยินเช่นนั้นโหย่วเจียนจึงได้ล้วงมือเข้าไปหยิบเอาไหเหล้าที่เจ้าตัวโปรดปรานมันหนักหนาออกมาจากถุงวิญญาณที่จุของได้ไม่อั้นตามแต่ระดับขั้นพลังปราณของผู้ใช้

      "ข้าภูมิใจนำเสนอเหล้าไหโปรดของข้าแก่เจ้าเป็นอย่างมากเลยแหละสหายเอ๋ย....นี่มันคือเหล้าชั้นเริดที่สุดในเมืองตงไห่แห่งนี้เลยนะข้ารับประกัน! นั่นก็เพราะว่าทางโรงเตี๊ยมมีกำหนดขายแค่สองร้อยไหต่อวันเท่านั้น...."        ทั้งสามจ้องมองเหล้าไหดังกล่าวด้วยใบหน้างุนงง ก็จะไม่ให้งงได้อย่างไรกันล่ะก็เหล้าที่โหย่วเจียนหอบมาให้ถึงที่นี่มันก็คือ.........

       "เหล้าดอกท้อ! จากโรงเตี๊ยมต้ารี่ฮวา ( ดอกรักเร่หรือรักแรก ) เลยนะเนี่ย! พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องลำบากมากเท่าไหร่กว่าจักได้เหล้าไหนี้มาเนี่ย....ข้าต้องตบตีกับเหล่าบรรดาฮูหยินจากจวนผู้ดีและเหล่าชาวยุทธอยู่เกือบตั้งครึ่งวันกว่าจักได้เหล้าไหนี้มาน่ะ"            

      ถึงไม่ต้องให้โหย่วเจียนมาบอกพวกนางก็ย่อมต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าเหล้าดอกท้อนั้นขายดิบขายดีมากแค่ไหน นั่นก็เพราะว่าพวกนางทั้งสามคนคือเจ้าของโรงเตี๊ยมต้ารี่ฮวา ( ดอกรักแรก ) ที่แท้จริง   แรกเริ่มพวกนางก็คิดที่จะออกหน้ากับโรงเตี๊ยมนี้อย่างจริงจังแต่ติดตรงที่ว่าพวกนางนั่นยังคงเป็นองค์หญิงอยู่จึงไม่สามารถที่จะออกหน้าทำการค้าใดๆได้เพราะนี่มันคือกฏของเหล่าเชื้อพระวงค์ 

      ยิ่งโรงเตี๊ยมแห่งนี้หาใช่เพียงแค่โรงเตี๊ยมธรรมดาไม่! เพราะมันถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนนั่นก็คือ ส่วนแรกถูกจัดไว้เป็นเพียงแค่โรงเตี๊ยมและร้านอาหารที่เหมาะสำหรับแขกและนักสัญจรทั่วๆไปซึ่งร้านส่วนนี้อยู่ในความดูแลของเจินหรงและกันหนี่ว์ ส่วนที่สองถูกเปิดเป็นหอนางโลมและนายโลมที่ขายศิลปะและการร่ายรำแต่มิขายร่างกายซึ่งร้านในส่วนนี้อยู่ในการควบคุมความดูแลของหรงจ่าย 

       และส่วนสุดท้ายนั่นถือว่าเป็นความลับสูงสุดยอดของทางโรงเตี๊ยมต้ารี่ฮวาแห่งนี้นั่นก็คือ หอเหม่ยฮวาสีแดง ( ดอกเหมย ) ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในตลาดมืด นั่นก็ว่าที่แห่งนี้มีไว้สำหรับจำหน่ายยาพิษและยาแก้พิษต่างๆที่หาจากที่ใดไม่ได้อีกและที่นี่จักเปิดจำหน่ายเพียงเดือนละครั้งเท่านั้นซึ่งหอเหม่ยฮวาสีแดงแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกันหนี่ว์

      "เหล้าดอกท้อเนี่ยนะคือเหล้าชั้นดีที่เจ้าพูดถึง"        หรงจ่ายเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มขบขัน

     "ก็ใช่น่ะสิ! ข้าล่ะไม่อยากจะคุยคราแรกที่ข้าได้ลิ้มลองมันบอกได้คำเดียวเลยว่ารสชาติของมันทั้งหวานทั้งหอมกลิ่นดอกท้ออบอวนไปทั่วทั้งปากเพียงจอกเดียวก็ทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มลองติดใจมิรู้ลืม แถมพอหลังจากดื่มเหล้าดอกท้อเข้าไปแล้วเช้าต่อมาร่างกายก็จะรู้สึกดีหายจากการปวดเมื่อยราวกับว่าผู้ดื่มมันได้ร่างกายใหม่อย่างไรอย่างนั้น! สำหรับข้าแล้วเหล้าดอกท้อนี่แหละคือรสชาดแห่งเหล้าสวรรค์โดยแท้จริง"    โหย่วเจียนยังคงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเลื้อนลอยราวกับถูกมนต์สะกดจากเหล้าดอกท้อก็มิปาน

     "อืม~ขอบใจเจ้ามากที่เอ่ยชมเหล้าดอกท้อของข้า"        กันหนี่ว์เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกยินดีที่โหย่วเจียนสามารถบรรยายสรรพคุณของเหล้าดอกท้อที่นางหมักได้อย่างถูกต้องไร้ที่ติ

     "เจ้าหมายความว่าเช่นไรหรือหนี่ว์เอ๋อร์"

     "ก็เหล้าดอกท้อที่เจ้าเอ่ยถึงน่ะเป็นหนี่ว์เอ๋อร์ที่เป็นผู้คิดค้นและหมักมันขึ้นมาเพื่อข้า"        หรงจ่ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกยินดี เพราะการที่กันหนี่ว์คิดค้นเหล้าสูตรนี้ขึ้นมานั่นก็เพราะว่าเป็นห่วงสภาพร่างกายของนางที่กลายเป็นปีศาจสุราไปแล้วตั้งวัยเพียงสิบสามขวบปีเพียงเท่านั้น

     "คิดค้นมันเพื่อเจ้าเช่นนั้นหรือ?"

     "ใช่! เหล้าดอกท้อนี้มันเกิดขึ้นมาเพื่อข้าโดยเฉพราะ ฮ่าฮ่า"        โหย่วเจียนหันหน้าไปมองกันหนี่ว์ผู้เป็นเจ้าของสูตรที่กำลังนั่งอ่านตำราเกี่ยวกับยาพิษอยู่ด้วยใบหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน

     "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมา...งั้นก็แสดงว่าโรงเตี๊ยมต้ารี่ฮวาก็เป็นของพวกเจ้าน่ะสิ!"        ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าองค์หญิงทั้งสามคนนี้จักเป็นผู้ที่มีความคิดผิดแปลกไปจากสตรีในห้องหอได้มากมายถึงเพียงนี้ ไหนจะเรื่องการฝึกยุทธฝึกปราณแล้วนี่ยังคิดจะมาทำการค้า ไม่ใช่สิ! พวกนางทำการค้าไปแล้วต่างหาก

      "ใช่! ทั้งโรงเตี๊ยมแล้วก็หอนางโลมที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆของเมืองนี้ก็ล้วนเป็นของพวกข้าทั้งสิ้น"       

      "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเหล้าดอกท้อที่ข้าชื่นชอบดันเป็นเหล้าที่สหายของข้าเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น....ดีเลยเช่นนั้นพวกเราก็มาดื่มให้กับความสำเร็จของพวกเจ้ากันเถอะสหาย"       โหย่วเจียนว่าพรางรินเหล้าใส่จอกแทนน้ำชา ให้กับทั้งสาม

      "แค่จอกเดียวเท่านั้นนะเพราะข้าสองคนยังมีงานต้องทำอีกเยอะ"      เป็นจินยองเป็นผู้เอ่ยบอกกับปีศาจสุราทั้งสองตนที่ว่างเว้นจากการฝึกยุทธก็เป็นต้องมานั่งดื่มกันโต้รุ่ง ไม่เหมือนพวกนางทั้งสองคนที่ต้องคอยปรุงยาหลอมโอสถและปรับปรุงสูตรอาหารจากยุคของพวกนางให้เข้ากับยุคสมัยนี้อยู่มิเคยได้ว่างเว้น

      "เช่นนั้นพวกข้าต้องขอตัวก่อน...เจ้าเองก็อย่าดื่มเยอะเกินไปล่ะหรงจ่ายไม่เช่นนั้นวันพรุ่งเจ้าจักลุกไปตรวจตราโรงเตี๊ยมกับพวกข้าไม่ไหว"        กล่าวจบเจินหรงก็เดินจูงมือกันหนี่ว์ออกไปยังเรือนปรุงโอสถของพวกนาง โดยทิ้งให้หรงจ่ายและโหย่วเจียนนั่งดื่มด้วยกันตามลำพังจนล่วงเลยมาจนดึกดื่นทั้งจึงแยกย้ายกันกลับที่พักของตนเองไป.......


            

               เช้าต่อมา

  


          ในห้องปรุงโอสถกันหนี่ว์กำลังวุ่นอยู่กับการหลอมโอสถพิษชุดสุดท้ายอยู่ โดยมีเจินหรงเป็นผู้หยิบจับสมุนไพรเซียนและสัตว์พิษกว่าสิบชนิดส่งให้อยู่ไม่ขาด  เนื่องด้วยเจินหรงนางไม่ถนัดเรื่องการหลอมโอสถสักเท่าไหร่ นางจึงต้องกลายเป็นลูกมือของกันหนี่ว์ไปโดยปริยาย

 

        “วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเถิด...ปะเดี๋ยวไปถึงโรงเตี๊ยมช้าผู้คนจักเยอะ”     กันหนี่ว์เอ่ยออกมาเมื่อหลอมโอสถรอบสุดท้ายสำเร็จ

 

       “อืม...ข้าก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าว่าเพียงแต่ว่าหรงจ่ายยังมิตื่นนี่สิพวกเราจักทำเช่นไรกันดีเล่า?”     ก็บอกไปแล้วแท้ๆว่าห้ามดื่มเยอะแต่กลับไม่เคยฟัง! เห็นทีวันนี้คงต้องไปกันเองเสียแล้ว

 

        “เช่นนั้นพวกเราก็ลงเขาไปกันเองเถิด”

 

       “ดียิ่ง! ไปกันเถอะก่อนที่แม่นมของข้ากับแม่นมของเจ้าจักนำองครักษ์ให้มาติดตามลงไปด้วยอีกเช่นคราก่อนคิดแล้วก็ยังขนลุกไม่หาย...ข้ายิ่งไม่ชอบกลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองอยู่ด้วย”     หากมีองครักษ์ติดตามไปคนสองคนก็ยังพอว่า แต่นี่อะไรกันองค์หญิงแค่สามคนแต่ต้องใช้องครักษ์ติดตามไปตั้งห้าหกคนเช่นนี้มันไม่เด่นเกินไปหน่อยหรอ

 

         “นั่นสินะ...งั้นเรารีบไปกันเถิด”     เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองจึงรีบเก็บโอสถแต่ละชนิดที่จำเป็นต้องใช้ใส่ลงไปในถุงวิญญาณของพวกนางทันที

 

        “องค์หญิงจะทรงเสด็จไปที่ใดกันหรือเพคะ”       พูดถึงผี ผีก็มา พูดถึงแม่นม แม่นมก็โผล่ เห็นทีวันนี้คงจะลงจากเขาไปแบบสงบๆไม่ได้เสียแล้ว.....

 

          “แม่นม! ท่านก็รู้ว่าทุกๆสิ้นเดือนเปิ่นกงจักต้องเสด็จไปที่ใด...”

 

          “เช่นนั้น......”

 

        “เปิ่นกงไม่เอาองครักษ์ไปด้วยเด็ดขาด!    กันหนี่ว์เอ่ยพร้อมกับกอดอกหันหลังให้ทันทีด้วยความเอาแต่ใจ

 

        “มิได้เพคะองค์หญิง! หม่อมฉันหรือจะกล้าปล่อยให้พวกพระองค์ลงจากเขาไปเพียงลำพังเช่นนี้ อย่างน้อยๆก็ต้องมีองครักษ์ตามไปด้วยสักสามสี่คนก็ยังดีนะเพคะองค์หญิง”        แม่นมลู่เมื่อเห็นว่าองค์หญิงน้อยของนางเริ่มที่จักเอาแต่ใจมากขึ้นกว่าทุกครั้ง

 

       “ไม่เอา! หากแม่นมต้องการให้เปิ่นกงนำเอาองครักษ์ได้จริงเช่นนั้นแค่สองคนเท่านั้น! ห้ามต่อรอง! หากมิได้เปิ่นกงก็จักไม่ยอมนำองครักษ์ไปด้วยเด็ดขาด!     ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร! น้องแบมเมียพี่มาร์คซะอย่างอยากได้อะไรก็ต้องได้!

 

     “สองคนก็สองคนเพคะองค์หญิง...ก็ยังดีกว่ามิยอมพาองครักษ์ติดตามไป”     แม่นมลู่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่จักให้นางกำนัลไปตามองครักษ์ที่กำลังฝึกฝนกันอยู่ที่ลานฝึกยุทธ

 

      “ถวายพระพรองค์หญิงเก้า,องค์หญิงสิบเอ็ดขอพระองค์ทรงพระเจริญพะยะค่ะ”      องครักษ์ทั้งสองเมื่อมาถึงจึงก้มลงถวายพระพรองค์หญิงทั้งสองพระองค์

 

      “เจ้ามีชื่อแช่ว่าอันใดกันรึ?”      เจินหรงเอ่ยถาม

 

      “กระหม่อมมีนามว่าหลี่ห้าวพะยะค่ะ”      OMG! องครักษ์คนนี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาทำไมข้าถึงเพิ่งเคยเห็นหน้า...รูปร่างสูงสมส่วนใบหน้าเนียนสวยขาวใสยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก แหม~  เห็นแบบนี้แล้วค่อยน่าพาไปไหนมาไหนด้วยหน่อย

 

      “กระหม่อมมีนามว่าหลี่หวงพะยะค่ะ”       องครักษ์คนนี้ก็หน้าตาดีไม่แพ้คนแรกเลยวุ้ย! อยากรู้จริงๆว่าสกุลหลี่เนี่ยเขาใช้อะไรลี้ยงดูลูกหลานกันนะทำไมถึงได้เลี้ยงออกมารูปงามถึงเพียงนี้ แต่ถึงยังไงก็หล่อน้อยกว่าพี่มาร์คของเขาอยู่ดีนั้นแหละ

 

      “อืม~เปิ่นกงเข้าใจแล้วหลี่ห้าวหลี่หวงงั้นสินะเช่นนั้นก็ไปกันเถิด!     

 

       “รับด้วยเกล้าพะยะค่ะองค์หญิง!     ทั้งสองรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

      “ยามอยู่นอกหุบเขาพวกเราห้ามเรียกเปิ่นกงและเสด็จพี่เก้าว่าองค์หญิงแต่ให้เรียกว่าคุณหนูเข้าใจหรือไม่!?”     ขืนปล่อยให้เรียกองค์หญิงๆอยู่แบบนี้มีหวังชาวบ้านร้านตลาดคงได้แตกตื่นกันหมดพอดี

 

     “รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”       เฮ้อ! เอาที่พวกเจ้าสบายใจก็แล้วกัน ข้าจนปัญญาที่จะพูดกับพวกเจ้าล่ะ

 

      เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วทั้งสามจึงพากันออกเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมต้ารี่ฮวาทันที  และการเดินทางของทั้งสี่คนนั้นค่อนข้างรวดเร็วพอสมควรเพียงไม่ถึงเค่อทั้งสี่ก็ลงมาถึงยังตีนเขาตงเทียน

 

      “เดี๋ยวๆรอข้าด้วย! ไยพวกเจ้าถึงได้ใช้วิชาตัวเบาได้เก่งกาจกันเช่นนี้ห๊ะ!”       หรงจ่ายเอ่ยถามคนทั้งสี่ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ


      "พวกข้าใช้พลังปราณระดับปกติแต่ร่างกายของเจ้าต่างหากที่ทรุดโทรมจากเหล้ามากจนเกินไป พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่!?"        กันหนี่ว์หันไปถามกับองครักษ์ทั้งสองที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆราวกับไม่มีตัวตน


        "ขอรับคุณหนู"      ทั้งสองตอบออกมาพร้อมๆกัน


       "เชอะ! รู้งี้ไม่ตามลงมาซะก็ดี"       หรงจ่ายบ่นออกมาเบาๆแต่มีหรือที่คนหูดีระดับผู้ฝึกยุทธทั้งสี่จักไม่ได้ยินคำพูดนั้น


        "แล้วเจ้าจักตามพวกข้าลงมาทำไมเล่า...ไยไม่นอนพักผ่อนอยู่ที่เรือนของเจ้าไปซะหล่ะไหนๆก็ชมชอบการดื่มการนอนอยู่แล้วนี่"      เจินหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะประชดหน่อยๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หรงจ่ายเอาแต่ดื่มแล้วนอนตื่นสายจนเกือบเสียงานเช่นนี้.....


       "ข้าก็อยากจักทำเช่นนั้นอยู่หรอกหากว่าข้าไม่เป็นห่วงพวกเจ้าทั้งสองคนน่ะนะ"        ก็รู้อยู่หรอกว่าผิดที่ดื่มเพลินไปหน่อย แต่จะให้ยังไงได้กันล่ะก็เหล้าแต่ละไหที่โหย่วเจียนนำมาให้มันน่าลิ้มลองทั้งนั้นเลยนี่หน่า.....ไม่ว่าเป็นเหล้าไหไหนก็ล้วนเป็นของดีน่าอร่อยทั้งนั้นไปๆมาๆก็เลยพากันดื่มหมดไปเสียหลายไห


         "เจ้าจะห่วงพวกข้าไปทำไม!? ใครหน้าไหนมันจะมาทำอันใดพวกข้าได้"      ก็ลองมาแตะดูสิ...แล้วจะได้รู้ว่านรกมันมีจริง กันหนี่ว์ได้แต่คิดต่อในใจ


         "วันนี้ไม่มีแต่วันหน้าก็ไม่แน่! แถมพลังที่พวกเจ้ามีก็ใช่ว่าจักใช้ต่อหน้าผู้คนเยอะๆได้เสียเมื่อไหร่กันเกิดพวกเจ้าโดนลวนลามขึ้นมากลางที่คนเยอะจักทำเช่นไร....คนหนึ่งก็งามปานจะล่มบ้านล่มเมืองส่วนอีกคนก็อ่อนหวานเสียเหลือเกินแล้วแบบนี้ข้าไม่ห่วงพวกเจ้าน่ะสิแปลก!"  


        ที่หรงจ่ายนางเลือกที่จะกลายเป็นหญิงห้าวหญิงแกร่งเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะความงามของบรรดาพี่น้องของนาง ด้วยใจกลัวว่าหากเลือกที่จักเป็นหญิงงามล่มบ้านล่มเมืองเช่นกันหนี่ว์ก็กลัวว่าสักวันอาจจักถูกบุตรมากอำนาจหมายปองและมอบความรักให้เอาได้ซึ่งนางไม่ยินดี! และหากจักให้เป็นหญิงงามที่อ่อนหวานเช่นเจินหรงนางเองก็คงจักทำไม่ได้เช่นกัน ด้วยเพราะไม่ว่าจักภพชาติไหนๆนางก็ไม่เคยเป็นคนที่อ่อนหวานมาก่อนเลยสักครั้ง เพราะฉะนั้นการทำตัวอ่อนหวานแล้วรอให้บุรุษคนรักเข้ามาปกป้องจึงไม่ใช่ทางของนาง เพราะในชีวิตใหม่ของนางในภพนี้นางได้ตั้งใจเอาไว้แล้วว่านางจัก....



ไม่มอบความรักให้กับบุรุษคนใดอีกเลย!



           แต่นางก็หารู้ไม่ว่า...มิมีผู้ใดหลีกหนีพรหมลิขิตของตนเองพ้น แม้ว่านางจะสร้างกำแพงมากมายขึ้นมาขวางกั้นแต่เมื่อมันถึงเวลาต่อให้จักเป็นศัตรูที่เกลียดกันมากแค่ไหนก็ยังสามารถที่จักหวนกลับมารักกันได้ เพราะหากเมื่อด้ายแดงของทั้งคู่ได้พันผูกซึ่งกันและกันเอาไว้แล้วต่อให้พยายามหนีห่างกันไปมากเท่าไหร่....แต่สุดท้ายแล้วมันก็จักถูกดึกกลับเข้ามาหากันเช่นเดิมเมื่อเวลานั้นมาถึง เฉกเช่นพวกนางทั้งสามที่การลงเขาในครั้งนี้กำลังจักเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกนางไปตลอดกาล......


   


มาแล้วจร้าาา

มีใครรออ่านอยู่มั้ยถ้ามีก็ช่วยเม้นและก็กดหัวใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ส่วนใครที่หลงเข้ามาอ่านไรท์ก็อยากจะบอกว่า...อย่าลืมกดติดตามนิยายให้ด้วยนะคะ

ส่วนในตอนหน้าคนที่ทุกคนรอคอยก็จะมาปรากฏตัวแล้วจร้า

ยังไงก็มาลุ้นไปด้วยกันนะคะ...บ๊ายบี!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #78 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:12
    แงงง องค์หญิงตัวแสบติดเหล้า 5555555
    #78
    0
  2. #67 Njess (@Njess) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 08:04
    สนุกๆ รออยู่น่าไรท์
    #67
    0
  3. #66 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 18:18
    ลุ้นๆๆ อยากให้ได้เจอกันแล้ว ^^
    #66
    0
  4. #65 MBtong (@MBtong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 17:54
    รอนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ จุ๊บๆ5555
    #65
    0
  5. #64 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 12:54

    รอค่ะ....
    #64
    0
  6. #63 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 05:29
    จะได้เจอกันยังอ่าาาลุ้นๆๆๆ
    #63
    0
  7. #61 KGXUSOO6 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:11
    พี่มาร์คจะเจอกับน้องแบมแล้วใช่มั้ยคะไรท์😊รอนะคะมาต่อเร็วๆนะคะขอบคุณค่ะ
    #61
    0
  8. #60 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:51

    โธ...โหย่วเจียนของข้าเพื่อเหล้าแล้วยอมทำทุกอย่างเลยจริงๆ555
    #60
    0
  9. #59 995329 (@995329) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:17
    รอนะคะ
    #59
    0