ตอนที่ 38 : บทที่ 37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    10 พ.ค. 62




บทที่ 37





"ทำไมกันล่ะ....ผ้าห่อศพผืนนี้เหมาะกับคุณหนูน้อยจริงๆนะ....กลิ่นวิญญาณที่เต็มไปด้วยคาวเลือดเช่นนี้ยายเชื่อว่าไม่นานเจ้าจะต้องได้ใช่มันเป็นแน่รับไว้ซะสิ หึหึ!!!"


"เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรนังเฒ่า!!!!"        เจินหรงตะหวาดถามออกไปเสียงเขียว ก่อนที่จะพยายามเดินเข้าไปหายายเฒ่าคนนั้นแต่ติดตรงมือน้อยๆของสหายรักที่เกาะกุมชายผ้าของนางเอาไว้แน่นจึงไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิ้วเรียวสวยของเจินหรงขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย นี่มันหมายความว่าเช่นไรกันแน่ที่ว่ากลิ่นวิญญาณสหายรักตัวน้อยของนางเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด


"ยามใดเมื่อคืนจันทร์ดับมาเยือนสองมือน้อยๆคู่นี้จักถูกแต่งเติมด้วยสีแดงสดและกลิ่นไอแห่งความตาย.....ใบหน้าหวานจักแปดเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ"    ยายเฒ่าคนนั้นเอ่ยพรางจ้องหน้าของแบมแบมไปด้วย ใบหน้าหวานฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนางพยายามที่จะอ่านความคิดของยายเฒ่าตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะแบมแบมจะพยายามค้นหาความจริงมากเท่าไหร่กลับพบเจอแต่ความว่างเปล่าไม่มีแม้แต่จิตมุ่งร้าย


"ท่านยายเจ้าคะ....ที่ท่านยายพูดหมายถึงสิ่งใดกันเจ้าคะ??"      ในที่สุดแบมแบมก็ตัดสินใจพูดออกไปเมื่อไม่สามารถค้นหาคำตอบใดๆได้จากสายของยายเฒ่าตรงหน้า แต่อยู่ๆยายเฒ่าคนนั้นก็แย้มยิ้มออกมา นิ้วมือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาทาบริมฝีปากตนเองเอาไว้ก่อนจะเอ่ยว่า...


"จุ๊ๆ....นี่คือความลับสวรรค์ยายมิอาจเปิดเผยไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว เอาล่ะหากคุณหนูน้อยไม่ต้องการผ้าห่อศพผืนนี้ของยายเช่นนั้นยายก็คงต้องขอตัวก่อน"       ยายเฒ่าคนนั้นว่าพรางเดินแยกตัวออกไปยังซอยๆหนึ่งซึ่งที่นั่นก็เป็นที่ตั้งของวัดร้าง เมื่อเห็นดังนั้นแบมแบมจึงรีบจูงมือของเจินหรงให้วิ่งตามยายเฒ่าคนนั้นไป


"ท่านยายเดียว!!! อ๊ะ!!! นางหายไปแล้วเจินหรง!!!!"      แบมแบมโพล่งออกมาด้วยความตกใจ


"นังเฒ่านั้นหายไปแล้ว....จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร??"       เจินหรงเองก็แทบที่จะไม่เชื่อสายตาตัวเองด้วยเช่นกัน ในเมื่อซอยนี้ไม่ได้มีทางแยกหรือบ้านเรือนของผู้ใดอยู่เลยแม้แต่หลังเดียวแล้วเช่นนี้ ยายเฒ่าคนนั้นจะหายไปไหนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้กันเล่า


"ข้าว่าเราออกไปจากที่นี่กันเถอะนะเจินหรง"      แบมแบมเอ่ยออกไปโดยที่ไม่คิดจะฟังคนข้างหลังที่เอ่ยค้านเลยแม้แต่น้อย ก็ใครมันจะไปอยากอยู่ในสถานที่แบบนี้นานๆกันล่ะยิ่งวัดร้างแห่งนี้ยิ่งขึ้นชื่อเรื่องผีดุอยู่ด้วยแล้ว แบมแบมคนนี้ก็จะไม่ทน!!!


"เจ้าเดินให้มันไวกว่านี้ได้หรือไม่เจินหรงขะ...ข้ากลัวผี!!!!"       เจินหรงอดที่จะนึกขบขันในท่าทีลุกลี้ลุกลนของคนที่กำลังลากแขนนางอยู่ไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่กลัวปีศาจหรือแม้แต่เทพเจ้าแต่นี่มันอะไรกัน....


"หนี่เอ๋อร์เจ้าจะกลัวไปไย?? ขนาดข้าที่เป็นปีศาจเจ้ายังมิกลัว....แล้วนี่เจ้ากลับกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นเช่นนั้นหรือเด็กน้อย??"     ได้ผล....เพราะทันทีที่เจ้นหรงพูดจบแบมแบมนางก็หยุดยืนอยู่กับที่ทันทีก่อนจะหันมาบอกกับเจินหรงน่าตายว่า


"ก็ปีศาจเช่นพวกเจ้ามีตัวตนจริงข้าสามารถจับต้องได้!!! ส่วนพวกภูติผีไม่มีตัวตนและข้าไม่สามารถจับต้องพวกมันได้!!! เช่นนั้นข้าก็เลยกลัว....พวกมันชั่วร้ายและข้าก็ไม่อาจจะทำอะไรพวกมันได้เลยแม้แต่น้อย"      แบมแบมเอ่ยไปตามความจริงเพราะตั้งแต่เล็กจนโตเค้าก็มักจะหวาดกลัวต่อสิ่งที่มองไม่เห็นเสมอ เพราะเค้าเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่พรากทุกคนในครอบครัวเค้าไปในคืนนั้นมันจะต้องไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาๆเป็นแน่ 


          เพราะในคืนนั้นก่อนที่ครอบครัวเค้าจะประสบอุบัติเหตุแบมแบมมองเห็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งร่างกายของนางชุ้มโชกไปด้วยเลือด ดวงตาของนางจ้องมองทุกคนในครอบครัวของเค้าราวกับโกรธแค้น ริมฝีปากของนางเหยียดยิ้มกว้างยามจ้องมองมาที่เค้า และหลังจากนั้นไม่นานวิญญาณของหญิงสาวคนนั้นก็ได้พรากเอาทุกๆอย่างไปจากเค้า


"เจ้าเคยเจอกับวิญญาณที่ชั่วร้ายมาก่อนเช่นนั้นหรือ??"      เจินหรงถามด้วยความเป็นห่วง แต่แบมแบมกลับไม่ตอบนางทำเพียงแค่ส่งยิ้มน้อยๆกลับมาให้ ก่อนที่ร่างระหงจะก้าวเท้าขึ้นไปบนรถม้าของจวน


        คนบังคับม้าใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถพาคุณหนูรองของสกุลหลี่กลับมาถึงจวนได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ร่างบางเดินตามบ่าวรับใช้ที่ฟู่จู่ส่งให้ออกมารอรับนางเมื่อกลับมาถึงจวน


"หนี่เอ๋อร์คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"      ร่างระหงย่อกายลงคารวะผู้เป็นพ่ออย่างนอบน้อม ฟู่จู่แย้มยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกโล่งใจเมื่อเห็นว่าบุตรีคนรองกลับมาถึงจวนอย่างปลอดภัย เท่านี้ฮูหยินและอนุคนโปรดของเค้าจะได้หายโกรธเคืองเสียที


"ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกลูกรัก....เป็นเช่นไรบ้างงานเทศกาลสนุกหรือไม่??"     มือหนาลูบหัวบุตรีคนรองด้วยความรักและเอ็นดู


"สนุกมากเลยเจ้าคะท่านพ่อ!!! หนี่เอ๋อร์ชอบงานเทศกาลที่สุดเลยเจ้าคะ"       แบมแบมเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ และหลังจากนั้นริมฝีน้อยๆก็เจื้อยแจ้ว เล่าความสนุกสนานของงานเทศกาลที่นางได้ไปพบมาให้ผู้เป็นพ่อได้ฟังแทบทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่นางแอบเข้าไปเที่ยวเล่นในหอนางโลมและออกไปล่องเรือในบึงมายากับองค์ชายสามเท่านั้นที่นางไม่ได้บอก


"ฮ่าฮ่าฮ่า!!!! ขนาดนั้นเชียวหรือลูกรักเอาเถอะๆ..วันนี้เจ้าเที่ยวเล่นซะขนาดนั้นพ่อว่าเจ้าควรกลับเรือนไปอาบน้ำแล้วก็นอนพักผ่อนได้แล้วนะ"         ฟู่จู่เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเป็นสุขเมื่อเห็นว่าบุตรีคนรองผู้เป็นที่รักยิ่งมีความสุขกับการเที่ยวเล่นในงานเทศกาลครั้งนี้


"เช่นนั้นลูกกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะท่านพ่อ"


"อืม....เจ้าไปเถอะอีกเดี๋ยวพ่อเองก็จะกลับเข้าไปหาท่านแม่ของเจ้าแล้วเช่นกัน"     เมื่อได้ยินเช่นนั้นแบมแบมจึงย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการลา ก่อนที่ร่างบางจะเดินกลับออกไปยังเรือนของตน


"คุณหนู!!!!! กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ??"      ทันทีที่พวกนางเดินมาถึงซู่เม่ยก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับแทบจะในทันที หากเป็นเมื่อก่อนแบมแบมก็คงจะดีใจมากแน่ๆที่เห็นหญิงรับใช้คนสนิดที่นางรักเหมือนคนในครอบครัวออกมารอรับเช่นนี้ แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ว่าแบมแบมจะลงโทษซู่เม่ยด้วยการทำให้นางกลายเป็นร่างบูชายัญของเค้าแล้วก็ตาม แต่ถึงยังไงความรู้สึกเกลียดชังที่โดนหักหลังก็ยังคงไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย


"ถ้าข้ายังไม่กลับมาแล้วเจ้าจะเห็นข้าเช่นหรือ?? เอาล่ะๆเจ้ารีบไปเตรียมน้ำอุ่นๆมาให้ข้าอาบได้แล้วไป....ข้าเหนียวตัวจะแย่"       แบมแบมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่ร่างระหงจะเดินเข้าไปภายในห้อง โดยที่ไม่คิดจะเหลี่ยวหลังกลับมามองซู่เม่ยเลยแม้แต่น้อย แต่แบมแบมก็สามารถรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่นางแสดงออกมาได้อย่างชัดแจน


"หึ!!! ดูท่านางจะไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นักนะที่เจ้าให้ความสนใจข้ามากกว่านางน่ะ"       เจินหรงพูดด้วยใบยิ้มแย้มและดูเหมือนว่านางจะพอใจที่แบมแบมทำตัวเย็นชาเช่นนี้ใส่ซู่เม่ย


"แล้วเจ้าพอใจที่ข้าเป็นเช่นนี้มั้ยเล่าเจินหรง??"       แบมแบมแสร้งถามออกไปทั้งๆที่เค้าก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเจินหรงนางพอใจในการกระทำของเค้ามากแค่ไหน


"เจ้าก็น่าจะรู้นะว่าข้าพอใจมากแค่ไหน.....ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากจะลงมือฆ่านังคนทรยศนั้นซะจริงๆเซียว...ยามเห็นหน้านางมันช่างขวางหูขวางตาข้ายิ่งนัก"       เจินหรงที่เดิมทีเกลียดชังมนุษย์อยู่แล้วพูดขึ้นด้วยความคับแค้นใจ


"เอาไว้เมื่อไหร่ที่มันหมดประโยชน์กับข้าแล้ว....ข้าจะยกมันให้เจ้าจัดการได้ตามใจชอบ เจ้าว่าดีหรือไม่??"       เจินหรงไม่ตอบแต่รอยยิ้มที่นางแสดงออกมานั้นบ่งบอกได้ว่านางพอใจเป็นที่สุด เมื่อเห็นดังนั้นแบมแบมจึงยิ้มออกมาบ้างเช่นกัน



                   หลายเดือนต่อมาขบวนเสด็จขององค์ชายสิบสามแห่งแคว้นหนานเยว่ก็เสด็จมาถึงแคว้นต้วนอี้อย่างปลอดภัยเงาหัวและตัวยังอยู่ครบ ด้วยเพราะว่าได้รับการอารักขาจากโหย่วเจียนและไจ้ฟ่านพร้อมทั้งกองกำลังพยัคฆ์เมฆาที่ได้รับคำสั่งโดยตรงมาจากองค์ชายสามว่า ให้ทำการอารักขาขบวนเสด็จในครั้งนี้อย่างแน่นหนาที่สุดแต่มีข้อแม้ว่า...ทุกอย่างต้องเป็นความลับ


"ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเพื่อสังหารองค์ชายสิบสามเพียงคนเดียวองค์รัชทายาทของหนานเยว่ถึงกับส่งมือสังหารที่เหี้ยมโหดมามากถึงเพียงนี้"       โหย่วเจียนสถบออกมาด้วยความไม่พอใจ อารมณ์ของเค้าจะไม่ขุ่นมัวมากขนาดนี้เลยหากว่าองค์ชายสิบที่ถูกจ้องฆ่านั้นไม่ได้เป็นเพียงเด็กน้อยวัยไม่ถึงเจ็ดหนาวเสียด้วยซ้ำ


"ข้าเองก็ไม่คิดคาดคิดมาก่อนเช่นกันว่าองค์รัชทายาทคนนั้นจะโหดเหี้ยมกับพี่น้องร่วมบิดาได้มากถึงเพียงนี้ ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นเด็กแต่กลับเลือกลงมืออย่างโหดเหี้ยม"        ไจ้ฟ่านกล่าวก่อนที่จะยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเพื่อดับอารมณ์ที่ขุ่นมัวไม่แพ้กันกับโหย่วเจียน


"แล้วพวกขุนนางเฒ่าที่คอยซี้เป้าให้พวกมือสังหารเล่าจักทำเช่นใดกับพวกมันดี??"    โหย่วเจียนเอ่ยถามพรางมองหน้าทุกๆคนอย่างต้องการคำตอบ


"เรื่องนี้พวกเราก็คงจะทำได้มากสุดก็เพียงแค่คอยจับตามองดูพวกมันอยู่ห่างๆก็เท่านั้น...หากว่าทางเราทำอันใดที่มันเกินกว่าการอารักขาไป....เปิ่นหวางกลัวว่า ผลกระทบที่จะตามมาในภายหลังมันจะมีมากเกินกว่าที่เราจะรับไหว"      องค์ชายสามพูดไปตามที่พระองค์คิดเพราะสิ่งสุดท้ายที่พระองค์หวังจะให้มันเกิดขึ้นนั่นก็คือ...การทำศึกระหว่างสองแคว้นที่มีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งพอๆกัน และผลที่ตามมามันจะทำให้มีแต่การสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะเหตุนี้พระองค์จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะลงมือกับเหล่าขุนนางเฒ่าที่เป็นสุนักรับใช้ขององค์รัชทายาทหนานเยว่


"แล้วถ้าเกิดว่าพวกมันอยากจะลงมือสังหารองค์ชายสิบสามในเขตพระราชวังรับรองล่ะพะยะค่ะ"       เจียเอ่อร์ที่นั่งฟังเงียบๆอยู่นานก็เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง


"นั่นน่ะสิพะยะค่ะ...กระหม่อมเองก็คิดเช่นเดี๋ยวกันกับเจียเอ่อร์....ยิ่งพระราชวังรับรองด้วยแล้วกระหม่อมกลัวว่าพวกมันจะชิงลงมือกันตอนนั้นน่ะสิพะยะค่ะ"     และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่องค์ชายสามก็ยังคิดไม่ตกด้วยเช่นกัน......


"เปิ่นหวางว่าพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ...เพราะวันพรุ่งพิธีต้อนรับการมาเยือนขององค์ชายสิบสามก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วด้วย ไว้เสร็จสิ้นพิธีต้อนรับแล้วค่อยมาหาทางออกของเรื่องนี้ด้วยกันอีกทีก็แล้วกันนะ พวกเจ้ามีเรื่องอันใดจะทำก็ไปเถอะ...เปิ่นหวางต้องการความสงบ"



                   


มาแล้วนะค่ะทุกคน!!!!

พอดีว่าช่วงนี้ญาติไรท์มาเยี่ยม...ไรท์ก็เลยไม่ค่อยว่างสักเท่าไหร่

แต่พอว่างทีก็โครตจะม่วงเลยอ่ะสุดท้ายก็หลับเมือดไปซะทุกที

แต่จนแล้วจนรอดวันนี้ไรท์ก็สามารถแต่งตอนนี้เสร็จจนได้

ยังไงก็อย่าลืมช่วยกันเม้นให้ไรท์ด้วยนะคะทุกคน  บ๊ายบี~



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

434 ความคิดเห็น

  1. #361 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 04:27
    อะไรจะเกิดขึ้น อยากรู้แล้ว รอต่อนะคะ
    #361
    0
  2. #356 Khunmoo (@Khunmoo) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:36
    หนี่เออร์หน้ากลัวง้ะ
    #356
    0
  3. #355 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:57

    สนุกมากไรท์รีบๆ มาต่อเถอะครับ!!
    #355
    0
  4. #354 polijyuonhjf (@polijyuonhjf) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:09

    อยากรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนี่เอ๋อ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ#รอ#ไรท์สู้ๆ
    #354
    0
  5. #353 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 15:35
    มาต่ออีกน้าาาากำลัวเข้มข้นเรย
    #353
    0