ตอนที่ 37 : บทที่ 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    7 พ.ค. 62




บทที่ 36





"เจ้าแน่ใจหรือว่าจะมิให้พี่ไปส่งเจ้าถึงที่จวนน่ะ??"     องค์ชายสามถามด้วยความสงสัย

"มิต้องหรอกเพคะพี่อี้....น้องได้บอกให้เจินหรงนางมารอรับน้องที่นี่แล้วเพคะ"     แบมแบมว่าพรางชายตาไปที่ข้างๆต้นหลิว ก็พบกับเจินหรงยืนรออยู่ที่นั้นจริง เพียงแต่ว่านางกลับไม่ได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ควรจะเป็น

"คุณหนูเจ้าคะ....เจินหรงมารับกลับจวนแล้วนะเจ้าคะ"   เดินออกมาพร้อมๆกับท่านพี่ไจ้ฟ่าน....ทำไมกันนะ...ทำไมทั้งคู่ถึงได้มาอยู่ด้วยกันล่ะ??

"แล้วพี่ใหญ่ของข้าล่ะเจินหรง??"     

"คุณชายใหญ่มีเรื่องด่วนจะต้องรีบไปจัดการน่ะเจ้าคะ"      ถึงว่าล่ะ...ทั้งๆที่ปกติพี่ใหญ่จะต้องมาด้วยแล้วแท้ๆ

"เป็นเช่นนี้นี่เอง....พี่อี้เจ้าคะน้องต้องกลับแล้วนะเพคะ"       ใบหน้าหวานหันกลับมาบอกกับชายผู้มากยศที่ยืนอยู่ข้างๆ

"แต่พี่อยากอยู่กับเจ้าให้นานกว่านี้อีกหน่อย...แต่พี่เองก็เข้าใจดีว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง....เช่นนั้นเอาไว้เสร็จสิ้นพิธีต้อนรับองค์ชายจากหนานเยว่เสียก่อนแล้วพี่จะส่งเทียบพิธีการต่างๆสำหรับพิธีอภิเษกของเรามาให้ เจ้าว่าดีหรือไม่??"

"อะ....อภิเษกเช่นนั้นหรือเพคะ....พี่อี้จะทรงอภิเษกกับน้องจริงๆเช่นนั้นหรือเพคะ"     แบมแบมเอ่ยถามออกไปด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด

"สีหน้าเช่นนี้เจ้ากำลังเสียใจหรือดีใจกันแน่?? ช่วยไขข้อข้องใจให้พี่ได้หรือไม่หนี่เอ๋อร์"    ใบหน้าของนางตอนนี้ กำลังทำให้ข้ากลัว...ข้ากลัวเหลือเกินว่านางจะไม่ได้ต้องการเป็นของข้าอย่างเช่นที่ข้าต้องการ

"ย่อมได้เพคะ....ที่น้องทำหน้าเช่นนั้น น้องหาได้เสียใจไม่กลับกันน้องออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่จะได้เป็นชายาของพระองค์....เพียงแต่น้องแค่ตกใจไม่นึกว่าจะได้อภิเษกกับพี่อี้เร็วเช่นนี้ ทั้งๆที่อายุของน้องเองก็เพิ่งจะผ่านพ้นวัยปักปิ่นมาแท้ๆ"      แบมแบมพูดออกไปตามที่คิดแต่ดูเหมือนว่าเค้าจะลืมอะไรไปบางอย่างนั่นก็คือ...ในยุคสมัยนี้หญิงสาวที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับนางต่างก็ถูกตกแต่งเข้าจวนขุนนางไปนักต่อนักแล้ว

"เจ้าอย่าห่วงไปเลยหนี่เอ๋อร์...พี่เพียงแค่ไม่ต้องการให้เจ้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะพี่ไปมากกว่านี้แล้ว เพราะเจ้าคือคนที่พี่รักสิ่งใดที่จะให้ชื่อเสียงของเจ้าต้องมัวหมองพี่เองก็ไม่อยากจะทำเพียงแต่ว่า........"        องค์ชายสามหยุดพูดไปเพียงแค่นั้น จนทำให้แบมแบมอดที่จะสงสัยไม่ได้

"แต่ว่าอันใดหรือเพคะพี่อี้??"      

"ก็ยามใดที่พี่ได้อยู่ใกล้ๆเจ้ากลิ่นหอมจากร่างกายเจ้าก็มักจะยั่วยวนพี่อยู่เสมอ....จนมีหลายครั้งที่พี่แทบจะทนไม่ไหว"      และสิ่งที่พระองค์พูดก็ไม่ได้มีอะไรเกินจริงไปเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกครั้งที่พระองค์ได้อยู่ใกล้ๆ ได้สัมผัส ได้จูบ ได้กอดนางร่างกายของพระองค์มันก็ยิ่งเรียกร้อง ยิ่งโหยหาสัมผัสนั้นมากขึ้นทุกที สัมผัสที่ไม่ว่าจะเติมเต็มเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอสักที

"น้องเข้าใจแล้วเพคะ....ถ้ามันเป็นเช่นนั้นน้องก็จะรอนะเพคะ"     แบมแบมพูดออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนที่นางจะแยกตัวออกไปหาเจินหรงที่ยืนรออยู่ตรงหัวสะพาน องค์ชายสามและไจ้ฟ่านยืนมองดูหญิงงามทั้งสองนางเดินจากไปจนลับสายตา โดยที่แบมแบมไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าบางสิ่งบางอย่างที่นางกำลังปกปิดอยู่นั้น ได้ถูกชายผู้มากยศคนนั้นล่วงรู้ไปจนหมดสิ้นแล้ว

"เป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ....ร่างกายของน้องหญิงมีสิ่งผิดปกติหรือไม่??"     เสียงของโหย่วเจียนดังขึ้นจากบนยอดไม้ที่เค้าแอบซ่อนตัวอยู่

"เจ้าหมายถึงสิ่งใดกันหรือโหย่วเจียน"      องค์ชายสามแสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายของหญิงผู้เป็นที่รักกำลังเอ่ยถาม

"กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ทราบดีว่ากระหม่อมกำลังถามถึงสิ่งใด"      น้ำเสียงของโหย่วเจียนดูเยือกเย็นขึ้นแต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้พระองค์นึกหวั่นใจใดๆเลยแม้แต่น้อย

"แต่เท่าที่เปิ่นหวางรู้มาก็คือ....เปิ่นหวางมียศสูงกว่าเจ้ามากนัก เช่นนั้นแล้วคำถามของเจ้าเปิ่นหวางก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตอบเจ้าว่าจริงหรือไม่??"

"จริงของพระองค์นะพะยะค่ะ.....แต่กระหม่อมมีเรื่องจะขอร้องได้หรือไม่พะยะค่ะ...."     โหย่วเจียนเอ่ย

"ว่ามาสิ....เจ้าต้องการสิ่งใด"        องค์ชายสามเอ่ยถามทั้งๆที่ภายในใจของพระองค์ต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่โหย่วเจียนกำลังจะขอร้องนั่นคือเรื่องใด

"หากว่าพระองค์ยอมรับในสิ่งที่น้องหญิงของกระเป็นในตอนนี้ไม่ได้ขอพระองค์ทรงได้โปรดปล่อยนางไปเถอะพะยะค่ะ"      โหย่วเจียนกล่าวก่อนที่จะทิ้งตัวลงคุกเข่า

"ถึงสิ่งที่น้องหญิงของกระหม่อมเป็นในตอนนี้อาจจะเป็นที่น่ารังเกียจของใครหลายๆคนแต่สำหรับกระหม่อมและทุกคนในสกุลหลี่แล้ว....หนี่เอ๋อร์นางก็ยังคงเป็นดังสมบัติล้ำค่าอยู่เสมอ....หนี่เอ๋อร์นางคือน้องหญิงที่กระหม่อมรักและห่วงใยมากที่สุดเช่นนั้นแล้วขอพระองค์ได้โปรดเห็นแก่ที่กระหม่อมที่ทำทุกอย่างเพื่อแคว้นต้วนอี้มาตลอดสักครั้ง......ได้โปรดอย่าเอาผิดนางเลยพะยะค่ะ"

"เจ้าต้องการจะพูดสิ่งใดกันแน่โหย่วเจียน??"   ถึงแม้จะรู้แต่พระองค์กลับทำเหมือนว่าไม่เข้าใจ


"พระองค์ย่อมรู้ดีว่ากระหม่อมพูดถึงสิ่งใด...การที่พระองค์พาน้องหญิงของกระหม่อมไปที่บึงมายาแห่งนั้นเพราะมีจุดประสงค์อื่นใช่หรือไม่พะยะค่ะ"     บึงมายาความหมายก็ตรงตามชื่อ....มันคือมายาที่จะปรากฏเฉพราะเมื่อได้สัมผัสกับผู้ที่มีพลังปราณขั้นสูงและผู้ที่มีพลังปราณด้านมืดยิ่งกลิ่นไอแห่งความมืดหนาแน่นมากเท่าไหร่ดอกบัวที่อยู่ในบึงก็จะยิ่งเบ่งบานมากขึ้นเท่านั้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมองค์ชายสามถึงได้เลือกที่จะพาน้องหญิงของเค้าไปที่บึงมายาแห่งนั้น


"หึ!!! ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า....ที่เปิ่นหวางพาหนี่เอ๋อร์ไปที่นั่นก็เพราะว่าเปิ่นหวางต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง"      องค์ชายสามพูดออกไปตามความจริง


"แต่เจ้าอย่าได้กังวลไปเลยโหย่วเจียน....เพราะที่เปิ่นหวางทำเช่นนั้นไปก็เพื่อที่จะได้พิสูจน์และวางแผนการรับมือปัญหาต่างๆที่จะตามมาในวันข้างหน้าก็เท่านั้น"    โหย่วเจียนมองชายผู้มากยศที่ยืนอยู่เบื่องหน้าด้วยความงุนงง


"ที่พระองค์พูดออกมาเช่นนี้แสดงว่าพระองค์......."


"ย่อมเป็นเช่นนั้น...เพราะต่อให้ทุกคนจะทอดทิ้งหรือรังเกียจในสิ่งที่นางเป็น แต่นั้นจะไม่ใช่สำหรับเปิ่นหวางแน่นอนเพราะต่อให้นางจะเป็นปีศาจหรือสิ่งใดก็ตาม......หนี่เอ๋อร์นางก็จะยังคงเป็นคนรักตัวน้อยของเปิ่นหวางเช่นนี้เสมอ"       ทุกคำพูดที่องค์ชายสามเอ่ยออกมานั่นล้วนถูกเติมเต็มไปด้วยความหนักแน่นและความรัก


"หากว่าพระองค์ยอมรับสิ่งที่น้องหญิงของกระหม่อมเป็นได้จริง แล้วไยพระองค์จะต้องพิสูจน์ด้วยล่ะพะยะค่ะ"        โหย่วเจียนยังคงไม่ไว้ใจ เพราะหากว่าองค์ชายสามยอมรับเรื่องพลังปราณธาตุมือและปราณพิษของหนี่เอ๋อร์ได้จริง แล้วมันจะไปมีเหตุผลอะไรที่พระองค์จะยังต้องการพิสูจน์


"ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้ฟังที่เปิ่นหวางพูดเลยสินะโหย่วเจียน ที่เปิ่นหวางจะต้องพิสูจน์นางก่อนนั่นก็เป็นเพราะว่า เสด็จพ่อของเปิ่นหวางต้องการที่จะให้เปิ่นหวางกลับไปรับตำแหน่งองค์ไท่เจื่ออีกครั้ง......แต่ในเมื่อเปิ่นหวางรู้ดีอยู่เต็มอกแล้วว่าคนรักของเปิ่นหวางนางได้กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว เปิ่นหวางก็จะได้หาทางปฏิเสธตำแหน่งนี้กับท่านพ่อไปเสียที เปิ่นหวางไม่ต้องการที่จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งนั่นจนทำให้หนี่เอ๋อร์ที่เป็นคนรักของเปิ่นหวางจะต้องคอยมาลำบากด้วย เพราะพวกตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ทั้งหลายที่วันๆเอาแต่นั่งประจบสอพลอเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตนหรอกนะ"       


 เพราะสำหรับองค์ชายสามแล้วไม่ว่าจะเป็น ชื่อเสียง ลาภยศ เงินทอง หรือแม้กระทั้งบรรลังก์ สิ่งเหล่านั้นกลับไม่เคยมีค่าอยู่ในสายตาของพระองค์เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือคนรักตัวน้อยของพระองค์ นางเป็นเพียงคนเดียว


"เป็นเช่นนี้เอง....แล้วพระองค์จะทรงบอกน้องหญิงหรือไม่พะยะค่ะ.."


"แล้วเจ้าจะให้เปิ่นหวางบอกเรื่องใดเล่า?? บอกในเรื่องที่นางไม่ต้องการที่จะให้คนรอบข้างรู้เช่นนั้นหรือ?? แล้วไยเจ้าไม่บอกนางบ้างเล่าว่าเจ้ารู้เรื่องที่นางปกปิดเอาไว้แล้วน่ะ"      โหย่วเจียนหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด แล้วจะให้บอกได้อย่างไรเล่าขืนบอกออกไปความรู้สึกบางอย่างในใจมันกำลังร้องเตือนออกมาว่า.....ห้ามบอกเรื่องนี้เป็นดีที่สุดไม่เช่นนั้นอาจจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปอย่างไม่มีวันกลับ    


"กระหม่อมเองก็บอกมิได้หรอกพะยะค่ะ"       โหย่วเจียนปฏิเสธเสียงนิ่ง


"แล้วไยเจ้าถึงไม่ยอมพูดออกไปเล่าเปิ่นหวางเองก็อยากจะรู้บ้างเช่นกัน"      องค์ชายสามแกล้งถามทั้งๆที่พระองค์ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคำตอบนั่นก็น่าจะเป็นคำตอบเดียวกันกับที่พระองค์กำลังหวาดกลัวอยู่


"นั่นก็พระว่า....กระหม่อมกลัวว่าจะต้องสูญเสียน้องหญิงที่น่ารักเช่นนี้ไปน่ะพะยะค่ะ"    ใบหน้าคมฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้โหย่วเจียนทำใจได้แล้วที่จะต้องเสียน้องหญิงผู้เป็นดังดวงใจให้กับคนรักของนางอย่างองค์ชายสาม แต่นั่นมันคนละเรื่องกันกับความลับที่นางกำลังปกปิดอยู่ในครั้งนี้


"เช่นนั้นแล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นความลับที่เจ้ากับเปิ่นหวางจะต้องปกปิดมันเอาไว้อย่าให้หนี่เอ๋อร์ได้รู้ด้วยเช่นกัน....."


"เอ่อ.....กระหม่อมเองก็จะช่วยด้วยอีกแรงนะพะยะค่ะ....ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่พระองค์กับโหย่วเจียนกำลังปกปิดอยู่นั่นคือสิ่งใดก็เถอะ"       ไจ้ฟ่านที่ยืนฟังอย่างเงียบๆอยู่นานก็พูดขึ้นมาบ้าง 


"เจ้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเช่นนั้นหรือไจ้ฟ่านข้าไม่เห็นรู้ตัวเลยนะเนี่ย"      เป็นโหย่วเจียนที่แสร้งถามออกไป


"ข้ารู้ว่าเจ้ารู้ตัวตั้งแต่แรกว่าข้าเองก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเช่นกัน....หากบอกว่าไม่รู้ตัวข้าว่าเจ้าเองก็คงไม่เหมาะกับการเป็นองครักษ์ข้างกายขององค์ชายสามแล้วล่ะมั้ง"       องค์ชายสามหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อเห็นว่าองครักษ์คนสนิดถูกคำพูดของตนย้อนกลับมาเล่นงาน


"หึ!!!! เอาล่ะๆพวกเราก็ไปกันบ้างเถอะเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วนะสำหรับเตรียมรับมือการลอบสังหารองค์ชายสิบสามแห่งแคว้นหนานเยว่"       ใบหน้าคมคายขององค์ชายสามดูจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ทั้งสามจะใช้วิชาตัวเบาเหาะหายขึ้นไปบนอากาศ



         และในระหว่างทางที่แบมแบมกับเจินหรงกำลังเดินมุ่งเพื่อที่จะกลับไปขึ้นรถม้าของจวนสกุลหลี่ที่จอดรออยู่นั้น ก็ได้มียายเฒ่าหลังค้อมน่าตาน่ากลัวคนหนึ่งเดินออกมาจากตรอกมืดๆ แล้วเข้ามาขวางทางเดินของพวกนางเอาไว้เสียก่อน แถมท่าทางของยายเฒ่าคนนั้นก็ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก 


"คุณหนูน้อย~ สนใจรับผ้าห่อศพไปใช้สักผืนมั้ยเจ้าคะ....ยายให้"     น้ำเสียงเย็นเยือกถูกส่งออกมาจากริมฝีปากแห้งผากช้าๆ นิ้วมือเหี่ยวย่นหยิบยื่นผ้าห่อศพสีขาวออกมาให้กับพวกนาง แบมแบมจับมือของเจินหรงเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว


"เจินหรงข้ากลัว....เจ้าว่านางใช่ผีหรือไม่??"       แบมแบมกระซิบถามกับเจินหรงด้วยสีหน้าหวาดๆ ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่หวาดกลัวต่อปีศาจหรืออะไรก็ตามแต่นั่นต้องไม่ใช่กับผี!!! เพราะเค้าเป็นโรคกลัวผีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วซึ่งเรื่องนี้ยองแจเพื่อนรักของเค้าที่อยู่อีกภพหนึ่งก็รู้ซึ่งดี


"ข้าเองก็ไม่แน่ใจ.....อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้"       เจินหรงจ้องมองยายเฒ่าตรงหน้าอย่างจับผิด เพราะนางไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังยืนขวางทางพวกนางอยู่ตอนนี้นั่นเป็นตัวอะไรกันแน่ยิ่งคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของเทศกาลจงหยวนเสียด้วย


"คุณหนู....จะรับมั้ยเจ้าคะ...ผิวขาวๆ ริมฝีปากสีแดงสดเช่นนี้ช่างเหมาะสมกับผ้าห่อศพผืนนี้ของยายยิ่งนัก....รับไปสิเจ้าคะยายให้เอาไปใช้ได้เลยนะเจ้าคะ"       ไม่ว่าเจินหรงจะพยายามปฏิเสธผ้าห่อศพจากยายเฒ่าคนนั้นมากเท่าไหร่ ผ้าห่อศพผืนนั้นก็ยังคงถูกยื่นใส่มือของแบมแบมอยู่ตลอดเวลาจนในที่สุดเจินหรงก็เป็นฝ่ายหมดความอดทนลงเสียเอง


"ท่านยาย....คุณหนูของข้าก็ได้บอกท่านยายไปแล้วมิใช่หรือ?? ว่าไม่ต้องการสิ่งของอัปมงคลเช่นนี้น่ะ!!! เชิญท่านยายเก็บไปเถอะเจ้าคะ"       เจินหรงเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาของนางนั่นเริ่มแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด


"ทำไมกันล่ะ....ผ้าห่อศพผืนนี้เหมาะกับคุณหนูน้อยจริงๆนะ....กลิ่นวิญญาณที่เต็มไปด้วยคาวเลือดเช่นนี้ยายเชื่อว่าไม่นานเจ้าจะต้องได้ใช่มันเป็นแน่รับไว้ซะสิ หึหึ!!!"



           


มาแล้วจร้าาาาาาาา

เฮ้อ.....ช่วงนี้เค้ารู้สึกสมองตันๆยังไงก็ไม่รู้สิ

แต่งไม่ค่อยจะออกสักเท่าไหร่....ยิ่งแต่งยิ่งตัน

เฮ้อ....เหนื่อยใจซะจริงกว่าจะแต่งออกมาได้แต่ละตอนน้ำตาแทบจะไหล

แต่ก็เอาเถอะยังไงซะตอนนี้ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดีล่ะนะ

ยังไงก็ช่วยเม้นให้ไรท์ด้วยนะคะ   บ๊ายบี^^

                                                




     







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

434 ความคิดเห็น

  1. #351 pretty-boy (@hunnyteddy) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 18:29

    อย่าให้กินมาม่าช่วงนี้เลย

    #351
    1
  2. #350 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 12:58
    สงสัยยายอยากจะตาย!!
    #350
    0
  3. #349 aeayzii (@aeayzii) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 09:04

    ชอบๆๆๆมาต่อบ่อยๆๆนะค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

    #349
    0
  4. #348 Jiberita (@Jiberita) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:33
    อ้าวยายพูดจาให้ดี เดี๋ยวโดนตบปากเลืือดกลบ
    #348
    0
  5. #347 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:56
    อีแก่นี่!!เอาผ้าไปหอศพตัวเองเหอะ
    #347
    0
  6. #346 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:55
    อีแก่นี่!!เอาผ้าไปหอศพ-เถอะ
    #346
    0
  7. #345 polijyuonhjf (@polijyuonhjf) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:13

    หือ ทำยายเเก่ถึงได้พูดแบบนี้นร้า ลุ้นๆ#รอ#ไรท์สู้ๆ
    #345
    0