ตอนที่ 34 : บทที่ 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    27 เม.ย. 62





บทที่ 33




"พระองค์แน่ใจนะพะยะค่ะว่าจะเข้าไปที่นี่จริงๆ"      โหย่วเจียนถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ

"แน่ใจสิ....ก็เจียเอ่อร์มันบอกว่าที่นี่มีสิ่งที่เปิ่นหวางต้องการอยู่นี่หน่า"      องค์ชายสามตอบคำถามกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ใจจริงพระองค์ก็ไม่อยากที่จะเหยียบย่างเข้ามาให้สถานที่เช่นนี้สักเท่าไหร่   พี่ขอโทษนะหนี่เอ๋อร์แต่พี่มีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้แต่เจ้าจงมั่นใจได้เลยว่าพี่จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องกายของพี่นอกจากเจ้าพี่สัญญา

"ที่หอนางโลมเนี่ยนะพระองค์แน่ใจหรือพะยะค่ะ"     โหย่วเจียนถามย้ำ

"แน่ใจสิ....ดูเหมือนว่าเจียเอ่อร์ก็น่าจะอยู่ที่นี่แหละ พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ"     องค์ชายสามหันไปบอกองครักษ์ทั้งสองคนของพระองค์

"แต่....กระหม่อมไม่ค่อยที่จะชอบสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่...กระหม่อมขอรออยู่ด้านนอกได้หรือไม่พะยะค่ะ"     ไจ้ฟ่านเอ่ยถามแกมขอร้ององค์ชายสามเบาๆ

"ไม่ได้!!!! / ไม่ได้!!!!!"      ทั้งคู่โพล่งออกมาพร้อมๆกัน เรื่องอะไรที่พวกเค้าจะยอมปล่อยให้ไจ้ฟ่านเอาตัวรอดเพียงลำพังกันไม่ทราบ 

"ก็อย่างที่ได้ยิน.....เจ้าเองก็ต้องเข้าไปด้วยเช่นกัน"    องค์ชายสามตอบเสียงเรียบ

"ยินดีต้อนรับเจ้าคะนายท่านทั้งสาม"      แม่เล้าวัยดึกแต่งหน้าหนาเตอะเดินออกมาต้อนรับเหล่าคุณชายทั้งสามที่นางเล็งเห็นแล้วว่าน่าจะเป็นผู้ที่มั่งมีเงินทอง

"เปิ่งหวางมีนัดกับคุณชายหวังเอาไว้ที่นี่....เจ้าช่วยนำทางเปิ่นหวางไปได้หรือไม่??"      องค์ชายสามเอ่ยบอกกับหญิงร่างท้วมคนนั้นเสียงเรียบ นี่ขนาดข้างนอกมีงานเทศการที่คึกคักขนาดนั้นแท้ๆแต่ทำไมหอนางโลมแห่งนี้ถึงยังได้มีผู้คนเข้าออกแน่นหนาขนาดนี้กันนะ

"ถึงแล้วเจ้าคะ"       หญิงร่างท้วมคนนั้นบอก ก่อนที่จะเดินแยกตัวออกไป

"เจียเอ่อร์ดูท่าเจ้าจะสำราญกับงานที่เปิ่นหวางให้เจ้ามาจัดการเหลือเกินนะ"    องค์ชายสามว่าจ้องมองเจียเอ่อร์ที่กำลังนั่งร่ำสุราเคล้านารีอยู่

"องค์ชายสามพระองค์มาแล้วหรือ?? เชิญนั่งๆเอาล่ะสาวๆพวกเจ้าออกไปก่อนเถอะนะไว้วันหลังข้าจะเรียกหาใหม่"    สิ้นเสียงของเจียเอ่อร์บรรดาสาวงามที่นั่งล้อมหน้าล้อมหลังเค้าอยู่ก็ลุกเดินออกไปอย่างว่าง่าย

"เจ้าได้เรื่องอันจากพวกนางมาบ้าง??"     องค์ชายสามว่าพรางนั่งลงฝั่งตรงข้ามของเจียเอ่อร์

"พวกนางบอกว่าการมาขององค์ชายจากหนานเยว่ครั้งนี้ไม่น่าจะมีเจตนาอันใดที่เป็นภัยต่อแคว้นต้วนอี้ของเราเท่าไหร่นัก แต่เห็นพวกนางบอกว่าพักนี้มีพวกขุนนางนอกรีตจากหนานเยว่กำลังคิดการใหญ่"      เจียเอ่อร์ว่าพรางยกจอกสุราขึ้นมาดื่ม

"พวกมันกำลังคิดจะทำอันใดเช่นนั้นหรือ??"     ไจ้ฟ่านเป็นผู้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

"คงไม่ใช่คิดเรื่องอันใดตื้นๆด้วยการลอบสังหารองค์ชายผู้นั่นแล้วโยนความผิดให้แคว้นต้วนอี้ของเราเป็นผู้รับผิดหรอกนะ??"     โหย่วเจียนพูดออกไปตามที่รางสังหรณ์ของเค้าบอก

"เจ้านี่ช่างสมกับเป็นรองแม่ทัพคนสนิดขององค์ชายสามเสียเหลือเกิน....เดาเหตุการณ์ได้แม่นยำราวกับตาเห็น"       เจียเอ่อร์พูดยิ้มๆก่อนจะเล่าต่อว่า....

"พวกนางโลมที่มาขายข่าวให้กับข้าพวกนางบอกว่าพวกมันตั้งใจที่จะลงมือลอบสังหารกันไม่ก่อนงานเลี้ยงก็หลังงานเลี้ยงต้อนรับที่ท่านลุงฟู่จู่เป็นผู้รับผิดชอบนี่แหละ"     เมื่อองค์ชายสามได้ฟังก็มีสีหน้าเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หากว่าคนพวกนั้นคิดที่จะลงมือในงานเลี้ยงต้อนรับจริงผลกระทบที่ท่านว่าที่พ่อตาของพระองค์จะได้รับมันคงมีมากไม่ใช่น้อย และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงหนี่เอ๋อร์ก็คงจะต้องทุกข์ใจไม่ใช่น้อย

"เปิ่นหวางจะยอมให้พวกมันลงมือไม่ได้เด็ดขาด...มิเช่นนั้นแล้วหนี่เอ๋อร์ของเปิ่นหวางก็คงจะเจ็บปวดเสียใจมิใช่น้อย"     

"เช่นนั้นพระองค์มีแผนรับมือหรือยังพะยะค่ะ...."      ไจ้ฟ่านเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนเอาแต่นิ่งเงียบ

"แผนน่ะมีแต่เอาไว้เปิ่นหวางค่อยนัดหารืออีกทีพร้อมท่านเสนาบดีกรมพิธีการกับท่านเสนาบกรมดียุทธการอีกทีก็แล้วกันส่วนวันนี้พวกเจ้าก็ดื่มกินกันให้เต็มที่ก็แล้วกันเดี๋ยวเปิ่นหวางเลี้ยงเอง"     องค์ชายสามว่าพรางตะโกนเรียกเสี่ยวเอ้อที่ยืนรออยู่แถวนั้นให้เข้ามารับรายการอาหารจากนั้นทั้งหมดก็เริ่มลงมือดื่มกินพร้อมกับฟังเสียงนางโลมบรรเลงพิณไปพลางๆอย่างสบายอารมณ์


          และที่ด้านหน้าของหอนางโลมแห่งเดียวกันแบมแบมก็ได้มายืนนิ่งทำหน้าตาเหลอหลาแบบเดียวกันกับเจินหรงที่ตอนนี้เองก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน

"นี่หรอสถานที่พิเศษๆที่เจ้าว่าน่ะหรงจ่าย?? ถ้าเป็นเช่นนั้นหนี่เอ๋อร์กลับ!!!"     เจินหรงว่าพรางเตรียมที่จะฉุดข้อมือของร่างบางออกจากสถานที่อโคจรเช่นนี้เพียงแต่ว่า.....

"ไม่เป็นไรหรอกหน่าเจินหรง....เพราะข้าเองก็อยากที่จะลองเข้าไปเที่ยวในที่แบบนี้ดูสักครั้งเหมือนกัน...พวกเราเข้าไปกันเถอะ"     เพียงแค่แบมแบมก้าวเท้าเข้าไปก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่หอมตลบอบอวลไปทั่ว ภายในมีหญิงสาวจำนวนมากนั่งกระจายกันอยู่ตามโต๊ะต่างๆภายในหอพลางคลอเคลียกับเหล่าชายที่มีตั้งแต่หนุ่มไปยันแก่หนังเหี่ยว 
         หญิงสาวเหล่านั้นแต่ละคนแต่งองค์ทรงเครื่องงดงามราวกับเทพธิดา ทันทีที่หรงจ่ายก้าวเข้ามาในนี้ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาต้อนรับขับสู้ เรียกได้ว่านางแทบจะต้อนหรงจ่ายขึ้นไปบนห้องด้านบนเลยก็ว่าได้นี่ถ้าไม่ติดว่าเค้ากับเจินหรงยังยืนอยู่ตรงนี้

"ท่านหรงจ่ายจะให้ข้าน้อยหาสาวพรหมจรรย์มาให้อีกหรือไม่เจ้าคะ"    หญิงสาวคนนั้นเอ่ยถาม

"เอ่อ.....เห็นจะไม่ล่ะ...พอดีว่าวันนี้ข้ามากับสหายน่ะ"    หรงจ่ายตอบกลับเสียงอ่อย

"แหม....เจ้าเนี่ยรสนิยมดีนะหรงจ่าย"    แบมแบมพูดพร้อมกับยิ้มแบบจริงใจสุดๆเท่าที่จะแกล้งทำได้ ก็อย่างว่าแหละกลิ่นไอวิญญาณของหญิงสาวพรหมจรรย์มันอร่อยกว่ากลิ่นไอวิญญาณของหญิงสาวที่ผ่านมือชายมาแล้วเป็นไหนๆ  หรงจ่ายได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆกลับมาให้ พร้อมกับเลี่ยงหันไปหาเสี่ยวเอ้อแล้วกล่าวว่า....

"เจ้าช่วยนำทางพวกนางไปรอข้าที่ห้องก่อนไป.....หนี่เอ๋อร์เจ้าไปรอที่นั่นก่อนนะเดี๋ยวข้าตามไป"      หรงจ่ายว่าพรางเดินแยกออกไป 

"หนี่เอ๋อร์....เจ้าเข้ามาในสถานที่เช่นนี้หากนายท่านแล้วก็ฮูหยินรู้เข้าแล้วไหนจะพี่ใหญ่ของเจ้าอีกล่ะ....ข้าล่ะกลัวว่าเจ้าจะมิได้ออกมาเที่ยวเล่นเช่นนี้อีกน่ะสิ"    เจินหรงออกไปตามที่คิด

"ไม่เป็นไรหรอกหน่า....เจ้าไม่พูดข้าไม่พูดท่านพ่อท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่ก็ไม่มีทางรู้หรอกเชื่อข้าสิ"     แต่ใครมันจะไปรู้ว่าโลกนั้นกลมแสนกลมเช่นนี้ เพราะคนที่พวกนางกำลังกล่าวถึงก็เริ่มสังเกตเห็นพวกนางแล้วเช่นกัน

"เจียเอ่อร์ ไจ้ฟ่านพวกเจ้าช่วยข้ามองหน่อยสิว่า....นั่นคือน้องหญิงของพวกเราใช่หรือไม่??"    เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งหมดจึงรีบวางจอกสุรา วางตะเกียบที่กำลังคีบอาหารอยู่ลงและจ้องมองไปยังหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามโดดเด่นทั้งสองนาง ถึงแม้ว่าพวกนางจะพรางตัวด้วยเครื่องแต่งกายธรรมดาๆแต่กลิ่นหอมของกันต์นี่ที่ปล่อยออกมานั้นไม่อาจที่จะปกปิดได้

"องค์ชายสาม...อ้าว....หายไปไหนซะแล้ว??"      เจียเอ่อร์ทำหน้าเหว๋อเมื่อหันกลับมาก็ไม่เจอองค์ชายสามเสียแล้ว

"หึหึ...สงสัยจะรีบจัด"    เจียเอ่อร์นั่งหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ ในใจนึกสงสารน้องบุญธรรมของตนเสียเหลือเกิน...อีกคนก็พี่อีกคนก็คนรักแต่สิ่งที่ชายทั้งคู่มีเหมือนๆกันนั้นก็คือ....ความขี้ห่วง ขี้หวง ที่มีให้มากจนเกินไป

"หนี่เอ๋อร์!!!! เจ้ามาทำอันใดที่นี่??"      ถึงไม่ต้องบอกไม่ต้องให้หันไปมองก็พอจะรู้ว่าใคร ก็เล่นเสียงเข้มมาแต่ไกลจนใจของเค้าชักจะเริ่มหวั่นๆ

"พะ....พี่อี้ อุ๊ย!!!! พี่ใหญ่ก็มา...งานนี้ไม่รอดแน่เลยเรา"     แบมแบมพึมพำกับตัวเองเบาๆ

"พี่ถามว่าเจ้ามาทำอันใดที่หอนางโลมแห่งนี้กันหนี่เอ๋อร์!!!!!"     ครั้งนี้เป็นโหย่วเจียนถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธ งื้อ~พี่จ๋าอย่าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับน้องจะได้มั้ย?? น้องกลัวนะเจ้าคะ....ใครก็ได้!!!!! ช่วยน้องด้วยยยยยย

"ข้าพาหนี่เอ๋อร์มาเองแหละ??"      ขอบคุณสวรรค์ที่อุตส่าห์ส่งตะขาบน้อยผู้น่ารักมาช่วยชีวิตลูกเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ช่วยอะไรสักเท่าไหร่นั่นก็เพราะว่า......

"เจ้าเห็นหรือไม่ว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด?? แล้วเจ้ายังจะพาน้องหญิงของข้ามาทำบ้าอันใดที่นี่!!!!"     โหย่วเจียนตะคอกใส่เสียงดังลั่น โดยที่มีพี่อี้กับท่านพี่ไจ้ฟ่านยืนทำหน้านิ่งชนิดที่ว่าเดาอารมณ์ไม่ถูกอยู่ข้างๆ 

"ข้าก็แค่อยากให้หนี่เอ๋อร์นางได้เปิดหูเปิดตาบ้างก็เท่านั้น"     หรงจ่ายบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น

"แล้วเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้พาน้องหญิงของข้ามาในสถานที่โสมมเช่นนี้!!!...."     ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้โหย่วเจียนอารมณ์ร้อนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

"แล้วมันอย่างไรเล่า?? หนี่เอ๋อร์นางโตพอที่จะแยกแยะอะไรต่อมิอะไรออกได้ด้วยตนเองแล้วหน่า....เจ้าคิดจะขังน้องหญิงของเจ้าเอาไว้แต่ที่ในจวนไปจนนางเฒ่าตายไปเลยหรืออย่างไร?? เจ้าไม่คิดที่จะให้นางออกมาเปิดหูเปิดตาเช่นเจ้าบ้างเลยหรือโหย่วเจียน??"      โอ๊ย.....หรงจ่ายเจ้าหยุดยั่วโมโหพี่ใหญ่ของข้าเสียทีเถิดข้ายังมิอยากถูกพี่ใหญ่สั่งขังจริงๆหรอกนะ

"ไว้ข้าจะจัดการเจ้าทีหลัง....."      โหย่วเจียนพูดไปเพียงแค่นั้น ก่อนจะล่ะสายตาไปมองผู้เข้ามาร่วมวงกับพวกเราคนใหม่

"คารวะแม่นางน้อย~ ข้าน้อยมีนามว่าเหมยจิ้ง...ช่างเป็นเกียรติของข้ายิ่งที่ได้พบกับแม่นางที่มีกลิ่นกายหอมแถมยังงดงามสมคำเล่าลือจริงๆ หากแม่นางไม่รังเกียจ จะไปร่วมรับประทานอาหารและจิบสุราร่วมกันหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ??"      หญิงสาวผู้มาใหม่นางมีรูปร่างสูง ผมยาวสวยถูกมัดรวบเอาไว้แบบลวกๆแถมยังไม่ติดเครื่องประดับใดๆเลยแม้แต่ชิ้นเดียว  ผิวกายของนางมีสีขาวจัด ดวงตาเรียวคมกริบ ท่าทางทะมัดทะแมง และดูแข็งแรงเกินหน้าเกิดตาบรรดาคุณหนูทั้งหลายที่เค้าเคยพบเห็น

"อย่ามายุ่งกับน้องหญิงของข้านะเหมยจิ้ง!!! หากว่าเจ้ายังไม่อยากถูกข้าเตะ!!!"     พี่ใหญ่!!!! นี่นางเป็นผู้หญิงนะเจ้าคะ...ถึงจะดูมาดแมนไปหน่อยก็เถอะ

"พี่ใหญ่อย่าหยาบคายกับนางสิเจ้าคะ....เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นหญิง"     ปากหนอปาก....ไม่น่าพูดออกไปเลยเพราะดูจากสีหน้าของพี่อี้และพี่ใหญ่แล้ว เหมยจิ้งนางน่าจะไม่ได้เป็นหญิงธรรมดาๆเป็นแน่

"น้องหญิงเรื่องนี้เจ้าไม่ควรจะยื่นมือเข้าไปยุ่งนะ"     ไจ้ฟ่านเอ่ยปรามเสียงนิ่ง  อยากรู้เหลือเกินว่าไอ้อาการนิ่งๆของท่านพี่ไจ้ฟ่านกับใบหน้าเรียบเฉยของพี่อี้นี่มันหมายความว่าเช่นไร??

"กลับไปที่ของเจ้าซะเหมยจิ้งหากว่าเจ้ายังไม่อยากถูกข้าเตะ!!"     ปากบอกจะแตะแต่มือของโหย่วเจียนกลับกระชับดาบเอาไว้แน่น

"เจ้านี่มันหยาบคายจริงๆเลยนะเจ้าหมาป่าเดียวดาย....แต่ก่อนที่เจ้าจะได้เตะข้า เจ้าอาจจะตายด้วยกระบี่เล่มนี้ก่อนเป็นแน่"      เหมยจิ้งยกกระบี่ขึ้นมาขู่ แต่ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่จะไม่สนใจมันเลยด้วยซ้ำ ไม่สิ!!! ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครกลัวนางเลยอีกต่างหาก

"ตกลงแม่นางน้อยจะให้เกียรติไปรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับข้าสักมื้อได้หรือไม่เจ้าคะ??"    เหมยจิ้งหันมาถามแบมแบมพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"หนี่เอ๋อร์นางจะไม่ไปไหนทั้งนั้น...ไปหนี่เอ๋อร์....พี่จะพาเจ้าไปส่งที่จวนเอง"    องค์ชายสามพูดขึ้นหลังจากที่ยืนเงียบฟังอยู่นาน หากถามว่าตอนนี้โกรธมั้ยพระองค์คงจะบอกได้คำเดียวเลยว่า...โกรธมากจนแทบจะฆ่าผู้ที่พาคนรักของพระองค์มาในสถานที่โสมมเช่นนี้ให้ตายเลยก็ว่าได้ แต่พระองค์ก็ต้องอดทนเอาไว้ก่อน

"แต่พี่อี้เจ้าคะ....น้องไม่อยากเสียมารยาทกับคำเชิญของนางน่ะเจ้าคะ"    แบมแบมตอบเสียงอ่อย....ความจริงจะเมินคำเชิญของเหมยจิ้งไปซะก็ได้ เพียงแต่ว่าเค้าต้องการที่จะผูกมิตรกับนางเอาไว้ก่อน เผื่อว่าวันข้างหน้าเค้าอาจจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังของนาง

"หนี่เอ๋อร์!!!!"    ทั้งสามประสานเสียงออกมาพร้อมๆกัน

"หนี่เอ๋อร์นางตกลงแล้วเจ้าก็นำทางไปที่โต๊ะของเจ้าซะสิเหมยจิ้ง"     หรงจ่ายเอ่ย เมื่อเห็นว่าพวกพี่อี้ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก แบมแบมกับเจินหรงจึงทำเพียงแค่เดินตามเหมยจิ้งและเจินหรงที่เดินนำไปที่โต๊ะของนาง

"เจินหรงเจ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่??"      แบมแบมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ

"อื้ม....ข้าเห็นสิแต่นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน??"    เจินหรงเองก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยไม่ต่างจากนางเท่าไหร่นัก

"นั่นสิข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน...ถ้าแค่เชิญมาร่วมทานอาหารไม่เห็นต้องให้ผู้หญิงมานั่งเป็นเพื่อนเต็มโต๊ะขนาดนี้เลยนี่หน่า??"



         และนี่คือเหมยจิ้ง
 

        
      

มาแล้วจร้าาาทุกคน!!!! 
ไม่อยากจะพูดเลยว่าเม้นตอนที่แล้วของไรท์น้อยสุดๆไปเลยอ่ะ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะประเด็นของวันนี้นั่นก็คือ.....
ไรท์เปิดฟิคเรื่องใหม่อีกแล้วจร้าาา
เรื่องเก่ายังไม่จบแต่เจือกอยากเปิดเรื่องใหม่555 แล้วไงใครแคร์
 ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องใหม่ให้ไรท์ด้วยนะคะ มีชื่อเรื่องว่า...จะเอาคนนี้
ยังไงก็อย่าลืมแวะไปอ่านดูนะคะส่วนตอนนี้ก็เหมือนเดิม
จงเม้น!!!!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

448 ความคิดเห็น

  1. #398 kung09052521 (@kung09052521) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 08:35
    มีคำผิดบ้างนิดหน่อย....คนสนิท.เขียนแบบนี้
    #398
    0
  2. #319 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:48

    เพิ่งรู้ว่าหรงจ่ายชอบสาวบริสุทธิ์+5555
    #319
    0
  3. #318 SWEET-LOVER (@SWEET-LOVER) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:45
    รอจร้าาา
    #318
    0
  4. #317 polijyuonhjf (@polijyuonhjf) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:41

    แสบ ซนจนเกิดเรื่องจนได้ อยากพี่ชายแบบหนี่เอ๋อบ้างจัง#รอ#ไรท์สู้ๆ
    #317
    0
  5. #316 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:08
    เหมยจิ้งคือคัยอ่าาา
    คู่พี่ใหญ่หรือป่าวอ่าาาาา
    รอๆๆๆน้าาาา
    #316
    0
  6. #315 Chutikan-palmmy (@Chutikan-palmmy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:41
    ยังคงรอคอยนะคะ
    #315
    0