ตอนที่ 29 : บทที่ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    13 เม.ย. 62




บทที่ 29






"ฮ่าฮ่าฮ่า...โหย่วเจียนนี่เจ้าอายุเท่าไหร่กันแล้ว ถึงได้เอาแต่นอนหนุนตักหนี่เอ๋อร์อยู่เช่นนี้"    ท่านพ่อที่เดินเข้ามาพร้อมกับพวกท่านแม่ถึงกับหัวเราะเสียงดังลั่น เมื่อเข้ามาพบกับภาพของท่านรองแม่ทัพผู้น่าเกรงขามกำลังนอนหนุนตักน้องสาวอยู่เช่นนี้

"โหย่วเจียนเจ้าควรจะเลิกนอนหนุนตักของน้องหญิงเจ้าได้แล้วนะ...เจ้าเองก็ถึงวัยออกเรือนแล้วแท้ๆหาใช่เด็กๆเช่นแต่ก่อนไม่"    ท่านแม่เข้ามาดึงแขนของพี่ใหญ่ให้ลุกขึ้นมานั่งแต่ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่จะไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย

"ไม่เอาหรอก...ท่านแม่วันนี้ข้าจะนอนห้องน้องหญิง"   พี่ใหญ่ว่าพรางกอดเอวของเค้าเอาไว้แน่น

"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า...น้องหญิงของเจ้านางเองก็เลยวัยปักปิ่นมาแล้ว นางไม่ใช่น้องน้อยของเจ้าอีกแล้วนะโหย่วเจียน..เจ้าลืมแล้วหรือ"     ท่านแม่รองเองก็ช่วยท่านแม่พูดห้ามอีกแรง

"ไม่เอาด้วยหรอกท่านแม่รอง ข้าไม่ไว้ใจหากว่าข้ากลับไปแล้ววันพรุ่งข้าตื่นขึ้นมาพบว่านี่เป็นเพียงแค่ฟันไปล่ะ....ข้าไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น"    โหย่วเจียนเอ่ยก่อนที่จะดึงมือของเค้าเอามากอดไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเกิดปล่อยมือแล้วแบมแบมจะหายไปยังไงยังงั้น

"พี่ใหญ่....น้องไม่หายไปไหนหรอกพี่ใหญ่เชื่อน้องนะเจ้าคะ...กลับเรือนไปนอนพักผ่อนก่อนเถอะนะเจ้าคะ"    โหย่วเจียนทำท่าจะไม่เชื่อแต่สุดท้ายก็ยอมให้พวกบ่าวชายช่วยกันประครองกลับเรือนของตนไป ก่อนจะตามด้วยพวกท่านพ่อ ท่านแม่เองก็เดินกลับเรือนของตนเองไปด้วยเช่นกัน

"เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่หนี่เอ๋อร์"   เมื่อเห็นว่าทุกคนกลับออกไปกันจนหมดแล้วเจินหรงนางจึงเอ่ยถามขึ้น

"อืม..อาบเลยก็ดีเหมือนกันตั้งแต่กลับมาข้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย เหนี่ยวตัวจะแย่..พวกเจ้าออกไปเตรียมน้ำมาให้ข้าอาบได้แล้วป่ะ"   เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจินหรงและบ่าวอีกสองสามคนก็ต่างแยกย้ายกันออกไปทำตามหน้าที่ของตน 

      ครึ่งชั่วยามต่อมากันต์นี่ก็อาบน้ำชำระร่างกายจนเสร็จ เจินหรงค่อยๆแปรงผมเงางามให้กับร่างบางอย่างถนุถนอม นางทอดสายตามองแบมแบมที่นั่งอยู่ตรงหน้าผ่านกระจกก็ปรากฏว่า...คนตรงหน้าได้นั่งหลับตานิ่งไปแล้ว


"หนี่เอ๋อร์~เจ้าตื่นก่อนเถอะนะ"    เมื่อแปรงผมเสร็จเจินหรงนางจึงพยายามเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากเท่าไหร่นัก


"ข้าไม่ได้หลับหรอกเจินหรง พอดีข้าแค่กำลังฝึกสมาธิรวบรวมพลังปราณอยู่น่ะ"   แบมแบมตอบออกไปทั้งๆที่ตากำลังหลับอยู่


"เจ้าต้องการให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนหรือไม่??"   เจินหรงเอ่ยถาม


"ไม่เป็นไร เจ้าไปนอนเถอะห้องตรงนั้นยังว่างอยู่ เมื่อก่อนมันเคยเป็นของแม่นมข้าน่ะ...แต่พอท่านเสียไปก็ไม่มีใครไปอยู่อีกเลยเจ้าคงไม่กลัวพวกภูติผีหรอกใช่มั้ยเจินหรง"    แบแบมเอ่ยแซวคนตรงหน้าด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง เพราะที่ผ่านมาพวกบ่าวมักจะขอนอนอยู่แถวๆข้างเตียงของเค้าแทนที่จะไปนอนในห้องส่วนตัวเก่าที่แม่นมของเค้าอยู่


"ข้าเป็นปีศาจนะ...เจ้าคิดว่าแค่ภูติผีธรรมดาๆจะทำอะไรข้าได้หรือไงกัน?? เจ้าเองก็รีบพักผ่อนเถอะนะนี่มันก็ดึกมากแล้ว"    เจินหรงกล่าวเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกไปยังห้องนอนเล็กที่อยู่อีกมุนหนึ่งของห้อง



พลึ่บ!!!



แบมแบมสลัดมือเพียงครั้งเดียวโคมไฟภายในห้องก็ถูกดับลงจนมืดสนิด แบมแบมค่อยๆหลับตาลงช้าๆเพื่อรวบรวมสมาธิอีกครั้ง ก่อนที่เค้าจะเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทั้งตัวเค้าและก็กันต์นี่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การที่เค้าอยู่ในที่แจ้งโดยที่มีศัตรูอยู่ในที่ลับเช่นนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆที่จะหาว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื่องหลังเรื่องราวทั้งหมด

     แต่ตอนนี้คนที่เค้าคิดว่าน่าสงสัยที่สุดกลับกลายเป็นคนที่เค้าไว้วางใจมากที่สุด จริงๆแล้วแบมแบมก็ไม่อยากจะคิดเลยด้วยซ้ำว่าคนๆนั้นจะเป็นซู่เม่ย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับชี้ชัดว่าคนที่ลงมือวางยาพิษเค้าในวันนั้นอาจจะเป็นซู่เม่ย 

         นางเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างกายของเค้า และคนที่สามารถจะนำยาพิษลงไปใส่ในอาหารหรือน้ำชาเช่นนี้ได้ก็อาจจะมีเพียงแค่นางเท่านั้น แล้วถ้าเป็นนางจริงๆเค้าควรจะทำเช่นไรดี...


"หากว่าเจ้าคือคนที่ลงมือกับข้าจริงๆก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเจ้าเลยนะซู่เม่ย"   แบมแบมว่าพรางกลืนกินร่างกายให้ไปในความมืดและจุดมุ่งหมายที่เค้าต้องการจะไปนั่นก็คือ....


"ข้าจะทำเช่นไรดี....คุณหนูนางยังไม่ตาย!!! ไหนพวกท่านบอกว่าพิษนี้ผู้ที่โดนไม่อาจจะฟื้นคืนมาได้อีกไงเล่า...แล้วไยคุณหนูนางถึงยังกลับมาได้อีก?? แล้วเช่นนี้นางจะไม่สงสัยข้าหรอกหรือ"    แบมแบมกวาดสายตามองไปรอบๆห้องก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่ในเขตของเรือนเค้า แต่กลับเป็นเขตเรือนเล็กๆของนังสองแม่ลูกนั่น เจ้าหักหลังข้าจริงๆสินะซู่เม่ย...

     ที่ผ่านมาข้าก็ดีกับเจ้ามากถึงเพียงนี้แท้ๆแต่เจ้ากลับกล้าหักหลังข้าเช่นนี้ เห็นทีว่าข้าคงจะปล่อยเจ้าไว้เฉยๆโดยที่ไม่ลงโทษเจ้าบ้างก็คงจะไม่ได้การ


"เจ้าจะมาโทษพวกข้าฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนักนะ เพราะยาพิษนั่นไม่ว่าผู้ใดโดนก็ไม่เคยมีเหลือรอดแม้แต่เพียงรายเดียวแท้ๆ แต่ทำไมนังกันต์นี่มันถึงยังไม่ตายกันหรือว่า..."   อนุหลิงเหมยนางเว้นช่วงไปก่อนจะหันมามองหน้าซู่เม่ยก่อนจะกล่าวต่อ


"เจ้าจะไม่ได้วางยาพิษมันจริงๆ"


"เหลวไหล!!!! ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะสังหารคุณหนูตามที่นายท่านรับสั่งมาเท่านั้นข้าหาได้มีความผูกพันใดๆกับนางไม่"    จิตใจของมนุษย์นั้นช่างเต็มไปด้วยเล่ห์กล ต่อหน้าก็เป็นอีกคน พอหลับหลังก็กลับกลายเป็นอีกคน ในเมื่อซู่เม่ยนางแสดงบทบาทสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ได้ถึงเพียงนี้หากเค้าผู้เป็นนายจะไม่ตบรางวัลงามๆให้กับนางก็คงจะดูไร้เมตตาจนเกินไปหน่อยสินะ  ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงรอรับรางวัลจากข้าไปได้เลยนะซู่เม่ย


"หากว่าเจ้ามิได้ผูกพันกับนังกันต์นี่จริงๆล่ะก็....จงเอายาพิษนี้ไปให้นางกินให้ได้"    พวกเจ้านี่มันช่างไม่รู้จักที่ตายเสียจริง คิดจะใช้พิษมาลอบสังหารผู้ที่ใช้พิษอย่างเค้าน่ะหรอ?? มันคงจะไม่ง่ายเช่นนั้นหรอกนะ....หากคิดว่าข้าโง่นักล่ะก็ พวกเรามาลองเล่นเกมส์กันดูสักตั้ง


"คราวนี้เป็นพิษอันใดอีกล่ะ??"    นางถามว่าคราวนี้งั้นหรอ?? แสดงว่าคราวก่อนก็เป็นฝีมือนางจริงๆสินะ 


"พิษกัดกร่อนวิญญาณ..หากว่านังกันต์นี่มันได้รับพิษนี้เข้าไป ร่างกายของมันจะเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อหายใจเข้าออก ดวงตาและหัวใจจะเจ็บปวดราวกับถูกเข็มพิษนับพันเสียบแทงจนสุดท้ายหัวใจของมันก็จะค่อยๆเต้นช้าลงและขาดใจตายไปเองในไม่ช้า ถึงแม้ว่ามันจะรู้ว่าโดนพิษแต่ก็จะไม่สามารถหายาแก้พิษมาได้ทัน...มาดูกันสิว่าคราวนี้มันจะรอดไปได้ยังไงกัน"   อนุหลิงเหมยเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


"หวังว่ายาพิษคราวนี้จะใช้ได้ผลจริงๆเสียทีข้าเองก็เหนื่อยที่จะต้องคอยเล่นบทสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของคุณหนูแล้วเหมือนกัน"    หึ...ย่อมได้ในเมื่อเจ้าเหนื่อยที่จะต้องเล่นบทสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ ข้าเองก็จะเป็นผู้ตัดขาดความสัมพันธ์นี้ให้กับเจ้าเองก็แล้วกัน


"หึ!!! ข้าก็นึกว่าเจ้าจะติดใจการเป็นสาวใช้ของนังกันต์นี่แล้วซะอีก...ไม่คิดว่าเจ้าจะเบื่อหน่ายได้เร็วเช่นนี้"   อนุหลิงเหมยกล่าว


"เจ้าคิดว่าข้าชอบนักหรืออย่างไรกัน?? ข้าที่เคยเป็นถึงมือสังหารของพรรคเงาพิษแต่กลับต้องมาคอยตามดูแลเด็กน้อยเช่นนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก"   พรรคเงาพิษงั้นหรอ?? นี่มันคือหนึ่งในสาขาย่อยของพรรคเบญจพิษนี่หน่า...แล้วทำไมคนในพรรคนี้ถึงได้คิดจะฆ่าเค้ากันล่ะ  มันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่เค้ายังไม่รู้เกี่ยวกับพรรคย่อยพวกนี้เป็นแน่ๆ


"ถึงจะเป็นมือสังหารแต่เจ้ามันก็เป็นเพียงแค่ระดับปรายแถวแต่ก็เอาเถอะ...ข้าว่าเจ้ารีบกลับไปได้ล่ะเดี๋ยวก็มีผู้สงสัยเอาหรอก"     อนุหลิงเหมยพูดตัดบท


"ตกลง..."    น้ำเสียงของซู่เม่ยนางดูไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นัก แต่สุดท้ายนางก็ยอมเดินออกไปแต่โดยดี เมื่อเห็นว่าโคมไฟภายในเรือนของอนุหลิงเม่ยดับลงไปแล้ว แบมแบมจึงรีบกลืนกายของตัวเองหายเข้าไปในความมืดก่อนที่จะไปปรากฏตัวอยู่ที่ห้องนอนของซู่เม่ย และแน่นอนว่านางเองก็ได้กลับมาถึงแล้วเช่นกัน



ฟิ้ว!!!     ปึก!!!!



"นั่นใคร!!!!"     มีดสั้นถูกปามาในทิศทางที่แบมแบมยืนอยู่ ถือว่าไม่เลวขนาดว่าภายในห้องจะมืดสนิดแต่ว่าซู่เม่ยนางกลับสัมผัสได้ถึงจิตมุ่งร้ายของเค้า มีดสั้นเล่มนั้นมันพุ่งเฉียดแขนของเค้าไปแต่ยังดีที่เค้าสามารถขยับตัวหลบมันมาได้


"นี่เจ้ากล้ามากถึงขั้นปาอาวุธลับใส่ข้าเลยเช่นนี้หรือซู่เม่ย??"    ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความตกใจและแบมแบมสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนถึงแม้ว่าโคมไฟจะไม่ได้จุดเลยแม้แต่ดวงเดียวก็ตาม


"คะ....คุณหนูเข้ามาได้อย่างไรกันเจ้าคะ"  ซู่เม่ยนางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


"ที่นี่ก็เรือนของข้าไยข้าจะเข้ามาไม่ได้...ว่าแต่เจ้าเถอะดึกดื่นเช่นนี้เจ้าไปที่ใดมากัน??"   แบมแบมจ้องมองดูการกระทำต่างๆของซู่เม่ย ที่ดูจะไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นักเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ปกติ การจะมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในความมืดเช่นนี้ได้อย่างชัดเจนไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปกติที่ไหนจะทำได้ 

       แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับเค้าที่ตอนนี้ได้กลายเป็นประมุขพรรคมารไปเรียบร้อยแล้ว การมองเห็นสิ่งต่างที่อยู่ในความมืดได้ชัดเจนเช่นนี้ก็ถือได้ว่าเป็นออฟชั่นเสริมของเค้าที่เป็นผู้ใช้ธาตุมืดเลยก็ว่าได้


"วางมันลงซะซู่เม่ยหากว่าเจ้ายังไม่อยากตาย"   แบมแบมเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่านางกำลังหยิบอาวุธลับออกมาจากใต้หมอน 


"บ่าวเพียงแค่กำลังจะไปจุดไฟเท่านั้นนะเจ้าคะคุณหนู"     หึ!!!! นี่นางคงจะคิดว่าเค้ามองไม่เห็นสินะถึงได้กล่าวคำโกหกออกมาเช่นนี้


"เจ้าคิดว่าข้าโง่มากเช่นนั้นหรือซู่เม่ย....ที่ผ่านมาข้าดูแลเจ้าไม่ดีพอหรืออย่างไรเจ้าจึงได้กล้าหักหลังข้าเช่นนี้"   แบมแบมค่อยๆก้าวเข้าไปหานางช้าๆ ใบหน้าของนางแสดงออกถึงความตกใจอย่างเห็นได้ชัด นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากันต์นี่จะรู้ตัวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้


"คะ....คุณหนูกล่าวมาหมายถึงสิ่งใดกัน?? ซู่เม่ยมะ...ไม่เข้าใจเลยเจ้าคะ"    นางยังคงแสร้งตีหน้านิ่งราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้ากำลังพูดอยู่


"เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า..เจ้าไม่ได้เป็นคนวางยาพิษข้าอย่างนั้นสินะ...แล้วนี่คือสิ่งใดกัน??"   แบมแบมชูยาพิษห่อเล็กๆขึ้นมาให้ซู่เม่ยดู นางพยายามเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในมือของเค้าอย่างยากลำบาก ซึ่งนั่นก็ทำให้แบมแบมรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย


"หากเจ้ารู้อยู่แล้ว..ข้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสร้งทำตัวเป็นบ่าวผู้ซื่อสัตย์ของเจ้าอีกต่อไปแล้วน่ะสิ"      สีหน้าของซู่เม่ยเปลี่ยนไปแทบจะในทันทีที่นางรู้ว่า แบมแบมรู้แล้วว่าตัวตนจริงๆของนางเป็นใคร ซู่เม่ยนางจึงรีบปล่อยอาวุธลับอีกหนึ่งอย่างที่ถือว่าเป็นไพ่ตายของนางออกมานั่นก็คือแมลงมุมพิษ ซึ่งนางต้องการให้พวกมันรุมกัดกินและแพร่พิษไปให้ทั่วร่างกายของกันต์นี่เพียงแต่ว่า....


"อึก!!!  อ๊อค!!!!"     ฉับพลันก็มีลูกไฟจิ้งจอกสองดวงถูกซัดเข้ามาภายในห้องนอนของซู่เม่ย และนั่นก็ทำให้พวกแมลงมุมพิษรีบถอยหนี


"เจ้าจะดูถูกนางเกินไปแล้วนะหนี่เอ๋อร์"    เจินหรงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ในขณะที่นางกำลังใช้หางของนางรัดคอของซู่เม่ยเอาไว้แน่น เค้ายอมรับว่าเผลอประมาณซู่เม่ยนางเกินไปจริงๆ ก็ใครจะไปคิดกันล่ะว่าซู่เม่ยนางจะมีแมลงมุมพิษพวกนี้ด้วย


"วางนางลงเถอะเจินหรง"   ในเมื่อซู่เม่ยนางคือคนของเค้าเช่นนั้นเค้าก็จะจัดการนางด้วยมือของตัวเอง หากปล่อยให้นางตายไปง่ายๆมันก็ไร้ประโยชน์น่ะสิ สู้เค้าเก็บนางเอาไว้ใกล้ๆตัวแล้วค่อยหยิบมาใช้เมื่อถึงยามจำเป็น แบบนี้มันจะไม่ดีกว่าหรือไงกัน


"เจ้าคงไม่ได้กำลังใจอ่อนให้กับมันใช่หรือไม่??"     เจินหรงเอ่ยถามเสียงเย็น


"ไม่มีทาง...แต่ที่ข้าให้เจ้าปล่อยมันนั่นก็เพราะว่า....ข้าต้องการให้นางมาเป็นภาชนะรองรับพิษของข้าน่ะสิ"    ถ้าในเมื่อปล่อยให้นางเป็นคนปกติเช่นนี้แล้วจะทำให้เค้าเสี่ยงต่อการโดนหักหลังอีกล่ะก็ เค้าจะทำให้นางกลายเป็นแค่ภาชนะเพื่อรองรับพิษและคำสั่งจากเค้าเพียงเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว และการที่นางจะกลายเป็นภาชนะของเค้าได้นั่นมันก็จำเป็นต้องใช้เลือดของเค้า....

        ซู่เม่ยนางมองเค้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง คนๆนี้คือใครกัน?? นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นในหัวของนาง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางตอนนี้ไม่ใช่คุณหนูกันต์นี่ที่นางรู้จักเลยแม้แต่น้อย หนี!!! ต้องหนีไปให้ไกลจากผู้หญิงคนนี้ไม่เช่นนั้นแล้วนางอาจจะไม่มีชีวิตรอดอีกต่อไป....


"เจินหรง...จับนางเอาไว้!!! เจ้าอยากรู้งั้นหรือว่าข้าคือใครไหนๆวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเจ้าแล้วข้าจะบอกให้ก็ได้.....ข้าคือผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างสองภพ"     ซู่เม่ยนางมีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนที่นางได้รับงานมานายท่านบอกกับนางว่ากันต์นี่เป็นเพียงแค่หญิงสาวในห้องหอธรรมดาๆเท่านั้นแท้ๆแต่นี่มันอะไรกัน?? 

      นี่มันไม่ใช่ทั้งเด็กสาวในห้องหอธรรมดาๆและที่แน่ๆ ผู้หญิงคนนี้นางอาจจะไม่ใช่แม้กระทั้ง หลี่ กันต์นี่ เลยด้วยซ้ำไป แล้วนี่นางกำลังต่อกรอยู่กับสิ่งใดกันแน่ จิตวิญญาณที่อาศัยอยู่ในร่างบุตรีสกุลหลี่ผู้นี้เป็นผู้ใดกัน??


"เจ้าจะมัวสงสัยไปไยกันซู่เม่ย...เจ้าจงจำเอาไว้ก็เพียงแค่ว่า ร่างของนางก็คือร่างของข้าพวกเราคืนคนๆเดียวกัน"    แบมแบมกล่าวออกไปเพียงแค่นั้นก่อนที่จะยืนมือออกไปทาบไว้บนหน้า ของซู่เม่ยจากนั่นจึงเริ่มทำการสูบเลือดของนางออกมา ถึงนางพยายามที่จะดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากการจับกุมของเจินหรงมากเท่าไรแต่นั่นก็ไร้ผล   และถึงแม้ว่าเค้าจะสูบเลือดของนางออกมาจนแทบจะหมดตัวก็ไม่สามารถที่จะทำให้นางตายได้นั่นก็เพราะว่า...


"รังไหมเลือดต้องสาป......."






    มาแล้วจร้า...ทุกคน!!! พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสงกรานต์แล้วนะคะ มีใครจะไปเล่นน้ำที่ไหนกันบ้างมั้ยเอ่ย?? ถ้าหากว่ามีใครไปก็ดูแลตัวเองกันให้ดีๆด้วยนะคะระวังอย่าให้เกิดอุบัติเหตุทั้งกับตัวเองและก็คนอื่นๆด้วยนะคะ ส่วนตัวของไรท์ในปีนี้นั้น...ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละกลัวดำ+555ยังไงก็ขอให้เที่ยวกันให้สนุกนะคะ

ปล. คือไรท์อยากจะบอกว่ายอดเม้นของตอนที่แล้วเป็นที่น่าพึงพอใจของไรท์เป็นอย่างมากเพราะงั้นตอนนี้ถ้าอ่านกันแล้วก็อย่าลืมช่วยกันเม้นด้วยนะคะ ห้ามลืม!!!!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

448 ความคิดเห็น

  1. #276 Moonoy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:17

    สนุกมากๆจ้า ... อ่านเพลินๆกันเลยอะไรท์

    #276
    0
  2. #275 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 15:09
    โฮ้...กล้ามาเลยนะ.....
    #275
    0
  3. #274 GoseMh (@110549jinyong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:56
    สู้ๆนะคะไรท์
    #274
    0
  4. #271 KallayaBuate (@KallayaBuate) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 18:48
    เลี้ยงไม่เชื่อง
    #271
    0
  5. #270 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 05:18
    จัดการเรยยอีคนทรยศ
    #270
    0
  6. #269 SWEET-LOVER (@SWEET-LOVER) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 23:43
    รออออออ
    #269
    0
  7. #268 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 23:02
    รอเสมอๆๆๆๆๆ
    ชอบมากกกก
    #268
    0
  8. #267 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:46

    นับวันกันต์นี่ของเค้าก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปทุกที...แต่ไม่เป็นไรยังไงก็รัก^^
    #267
    0
  9. #266 ppssbb (@ppssbb) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:44

    รอนะคะไรททททท์????????
    #266
    0
  10. #265 Jiberita (@Jiberita) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:23
    กลัวแทนซูเม่ยเลยอ่ะแต่ก็สมควร
    #265
    0