ตอนที่ 14 : บทที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    21 มี.ค. 62



บทที่ 14


"เปิ่นหวางจะพยายาม.....ลงมือสังหารนางให้ได้"      ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ภายในใจขององค์ชายสามนั้นแทบที่จะแหลกสหลาย คนไม่มีรักย่อมพูดออกมาได้โดยง่ายดายว่าการสังหารคนที่ตนรักนั้นเป็นเพียงแค่การตายชั่วคราว แต่สำหรับองค์ชายสามนั้นกลับยิ่งคิดไม่ตกหากว่ามอบยาพิษให้นางกินแล้วนางไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยล่ะจะทำเช่นไร

"องค์ชายสาม!!! นี่พระองค์เป็นอะไรไปหรือ??"

"เจียเอ่อร์เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน??"   

"เหอะๆกระหม่อมกับไจ้ฟ้านเดินตามพระองค์มาตั้งแต่หอเทพพยากรณ์แล้วแต่พระองค์กลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยแบบนี้ข้าว่ามันไม่ธรรมดาแล้วล่ะ..เจ้าว่ามั้ยไจ้ฟ่าน??"

"ก็จริงอย่างที่เจ้าว่านะเจียเอ่อร์....พระองค์เป็นอะไรไปพะยะค่ะองค์ชายสาม??"    ปกติไม่ว่าเมื่อไหร่องค์ชายสามก็มักจะมีสัมผัสที่ไวกว่าคนปกติทั่วไปหลายสิบเท่าแต่นี่มันแปลกจริงๆ

"ไปคุยกันที่ตำหนักของเปิ่นหวางเถอะ"   องค์ชายสามว่าพรางตวัดสายตาไปมองนางกำนัลที่ค่อยรับใช้องค์หญิงจากเผ่าชานซีที่ยืนแอบมองอยู่ ไจ้ฟ่านกับเจียเอ่อร์หันมองไปตามทิศทางที่องค์ชายสามจ้องมองอยู่

"ในวังเนี่ยเต็มไปด้วยสตรีที่มีพิษจริงๆ เฮ้อ!!! ข้าชักเริ่มที่จะเข้าใจโหย่วเจียนซะแล้วสิว่าทำไมมันถึงไม่อยากให้น้องหญิงแต่งเข้าวังต้วนอี้"

"ภายนอกวังข้าว่ามันก็วุ่นวายมากพออยู่แล้วนะ แต่กลับเทียบไม่ได้กับในวังหลวงแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย"

"หึหึ!!! ทีนี้พวกเจ้าเข้าใจเปิ่นหวางแล้วหรือไม่??"   ทั้งสองพยักหน้าขึ้นลงน้อยๆอย่างเข้าอกเข้าใจก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินตามหลังองค์ชายสามเข้าไปภายในเขตตำหนักของพระองค์


พรึ่บ!!!!   เพร้ง!!!!!


"เปิ่นกงเกลียดแกนังกันต์นี่!!!!!"     องค์หญิงโม่เซียนกรีดร้อง อาละวาดขว้างปาข้าวของเครื่องใช้เพื่อระบายอารมณ์2-3อาทิตย์ที่ผ่านมานี้นางต้องไปนั่งรอองค์ชายสามเก้ออยู่ที่ศาลาริมสระบัวอยู่เป็นวันๆ  นอกจากองค์ชายสามจะไม่ยอมออกมาพบนางแค่นั้นยังไม่พอเพราะพระองค์ยังไม่ยอมแม้แต่จะลงนามในสัญญาหมั้นหมาย โม่เซียนแค้นใจจนน้ำตาไหลออกมา ถึงแม้ว่าจะได้อยู่ตำหนักใกล้ๆกันแต่มันก็ยังเหมือนอยู่ไกลกันอยู่ดี   เพราะวันๆองค์ชายสามเอาแต่หลบหน้านางและหมกตัวอยู่แต่ในห้องทรงอักษรพระองค์แสดงออกมาอย่างชัดแจนว่าพระองค์รังเกียจนาง!!!! ทั้งๆที่นางเองก็เป็นถึงองค์หญิงแห่งชานซีแท้ๆแต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับอีแค่ลูกเสนาบดี!!!

"องค์หญิงเพค่ะ!!! หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะเจ้าคะ"

"แล้วอย่างไร!!! เปิ่นกงเป็นถึงองค์หญิงมาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาขอเจริญสมพนธไมตรีระหว่างแคว้นด้วยการอภิเษกแท้ๆแต่ดูสิ!!!! องค์ชายสามทำราวกับว่าเปิ่นกงเป็นขอทาน!!!"

"องค์หญิงทรงพระทัยเย็นก่อนเถอะเพค่ะ!!! อย่างไรเสียวันพรุ่งนางก็ต้องมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงอยู่แล้วนิเพค่ะ...หม่อมฉันคิดว่าสู้เรามาสร้างรอยร้าวให้องค์ชายสามกับนางผิดใจกันไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ??"

"มันก็ถูกของเจ้า....อย่างไรเสียนางก็มิได้อยู่ข้างกายองค์ชายสามตลอดเวลา เช่นนี้แล้วมีหรือที่นางจะไม่รู้สึกแคลงใจเมื่อข้างตำหนักขององค์ชายสามยังมีตำหนักของเปิ่นกงอยู่ใกล้ๆเช่นนี้อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ใช่หรือไม่....หึหึ!!!"   



     ช่วงนี้ที่เรือนไม้หอมของหรงจ่ายช่างดูเงียบเหงายิ่งนักเมื่อสหายคนสนิดอย่างกันต์นี่หรือแม้แต่เจ้าคนน่าลำคาญหวังเจียเอ่อร์เองก็ไม่คิดที่จะพากันโพล่หน้ามาให้นางเห็นเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งคู่ต่างพากันหายเงียบไปเฉยๆ นางเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่นักว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งคู่บ้าง เจ้าคนน่าลำคาญหวังเจียเอ่อร์นี่นางเองก็ไม่ค่อยจะห่วงสักเท่าไหร่เพราะนางรู้ว่าแม้อีกฝ่ายจะชอบทำตัวเป็นคุณชายเจ้าสำราญเกินไปบ้างแต่อีกฝ่ายก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีปราณระดับสูงถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้ใดเคยได้เห็นวิธีการสู้ของเจ้าคนน่าลำคาญหวังเจียเอ่อร์นี่เลยก็เถอะ แต่นางก็มั่นใจว่าพลังปราณที่นางสัมผัสได้จากตัวของเจ้านั่นมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ  แต่คนที่นางเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ก็คงจะเป็นสหายคนสนิดของนางที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นบ้างหากนางรู้ว่าการที่องค์หญิงจากชานซีมาแล้วจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางก็คงจะแอบลอบสังหารองค์หญิงคนนั้นทิ้งไประหว่างทางซะก็ดี!!!

"หรงจ่าย!!! หรงจ่ายเจ้าอยู่หรือไม่??"

"ข้าอยู่นี่หนี่เอ๋อร์!!!! เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง??"    นางถามด้วยความเป็นห่วงสหาย

"ข้าไม่เป็นไร....หรงจ่ายจะเป็นไรหรือไม่หากข้าอยากจะชวนเจ้าเข้าวังไปเป็นเพื่อนข้าหน่อย"      เค้าว่าพรางเดินตรงเข้าไปกุมมือของนางเอาไว้

"เจ้าจะเข้าไปทำอันใดในวังหลวงหรือหนี่เอ๋อร์??"

"เจ้ารู้เรื่องที่องค์หญิงจากชานซีมาที่ฉางอานของเราหรือไม่??"    หรงจ่ายพยักหน้าขึ้นลงช้าๆแน่นอนอยู่แล้วว่านางต้องรู้เพราะว่าไม่เรื่องใดที่นางอยากรู้แล้วจะรู้ไม่ได้

"องค์หญิงนางส่งเทียบเชิญมาให้ข้าไปเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนางที่วังหลวง"

"หึ!!!! นังองค์หญิงน่ารังเกียจ!!! นี่มันคงคิดจะทำให้เจ้าอับอายหรือไม่มันก็คงอยากจะทำให้เจ้ารู้ว่ามันอยู่เหนือกว่าเจ้าด้วยการส่งเทียบเชิญมาเช่นนี้!!! ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องส่งมาเลยด้วยซ้ำ เพราะถึงอย่างไรสกุลหลี่ก็คือขุนนางใหญ่แห่งวังหลวงแล้วเช่นนี้ทำไมเจ้าจะไปเข้าร่วมงานไม่ได้หากเจ้าอยากจะเข้า!!! อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นถึงบุตรีคนโตย่อมมีสิทธิ์ไปเข้าร่วมงานพร้อมบิดาของเจ้าอยู่แล้วแท้ๆ.....แต่ที่นังองค์หญิงนั่นมันจงใจส่งเทียบเชิญมาให้เจ้าเช่นนี้แสดงว่ามันต้องการประกาศให้เจ้ารู้ว่ามันมีอำนาจและยิ่งใหญ่เหนือเจ้า"    หรงจ่ายรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นักเมื่อนางได้รู้ว่าเทียบเชิญที่สหายคนสนิดของนางได้รับนั้นมันมาจากองค์หญิงหน้าไม่อายจากชานซี

"เจ้ากับข้าเรามักจะมีความคิดเห็นที่คล้ายกันเช่นนี้เสมอเลยนะหรงจ่าย.....แล้วเช่นนี้เจ้ายินดีจะเข้าวังไปในถานะผู้ติดตามของข้าหรือไม่??"

"ย่อมได้!!!! ข้าจะไปกับเจ้า"

"ดียิ่งเท่านี้ผู้ติดตามของข้าก็พร้อมแล้ววันพรุ่งข้าฝากเจ้าด้วยนะหรงจ่าย"    หากเค้ารู้ว่าการเข้าวังไปครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของเค้าต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บางทีเค้าอาจจะไม่คิดที่จะเหยียบย่างเข้าไปในวังหลวงแห่งนี้เลยก็ได้


    ในที่สุดวันแห่งการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงองค์ชายสามพร้อมกับองครักษ์ผู้ติดตามทั้งสามที่ประกอบไปด้วย หลี่โหย่วเจียน หลินไจ้ฟ่าน หวังเจียเอ่อร์ ทั้งสี่พากันก้าวเดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงจากชานซีถึงแม้ว่าทั้งหมดจะไม่อยากเข้าร่วมเลยก็ตามแต่เมื่อนี่คือราชโองการจากฮ่องเต้พวกเค้าก็ไม่อาจขัด............เกือบสองอาทิตย์แล้วที่ข้าไม่ได้พบหน้าหนี่เอ๋อร์เลยไม่รู้ว่านางจะสุขสบายดีหรือไม่  ในใจขององค์ชายสามนึกถึงแต่ดวงหน้าหวานของกันต์นี่ พวกขององค์ชายสามใช้เส้นทางลัดไม่ได้เข้าไปทางด้านหน้าของท้องพระโรงโดยตรง แต่อาศัยเดินตัดผ่านอุทยานเล็กๆแห่งนี้ซึ่งเร็วกว่า.........เพียงแค่ลัดขึ้นไปทางด้านระเบียงที่เชื่อมต่อสถานที่จัดเลี้ยงพวกเค้าก็สามารถเดินทะลุเข้าร่วมงานได้เลยแต่ระหว่างที่พวกขององค์ชายกำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งดังขึ้น

"หรงจ่ายเจ้าช่วยข้าปักปิ่นตรงนี้ให้ใหม่หน่อยสิ....ข้ารู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกมาเลยอ่ะ"

"ได้เจ้าคะคุณหนูของหรงจ่าย~เดี๋ยวหรงจ่ายจะปักปิ่นให้คุณหนูใหม่นะเจ้าคะ"

"งือ~เจ้าอย่าล้อข้าสิ"    เสียงหวานที่คุ้นเคยดังอยู่ใกล้ๆ พวกขององค์ชายสามหยุดเดินเหลียวมองหาที่มาของเสียง ไม่ไกลนั้นพวกเค้าเห็นหรงจ่ายกำลังเสียบปิ่นปักผมของกันต์นี่ให้เข้าที่อยู่ ความรู้สึกคิดถึงแล่นวูบเข้ามาภายในหัวใจ องค์ชายสามเดินตรงเข้าไปคว้าร่างบอบบางเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างไม่สนสายตาใคร

"หนี่เอ๋อร์~พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน"    พลันคิ้วเรียวเข้มก็กระตุกเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อสังเกตเห็นร่างบางที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีขาว ถึงแม้ว่ามันจะส่งให้หนี่เอ๋อร์ของเค้าดูบริสุทธิ์สดใสหากทว่ามันกลับดูไม่เข้าคู่กับอาภรณ์สีดำสนิดที่เค้าสวมใส่อยู่เลยแม้แต่น้อย

"หนี่เอ๋อร์ใยเจ้าถึงใส่ชุดสีนี้?? ไหนโหย่วเจียนบอกพี่ว่าเจ้าจะใส่สีดำอย่างไรเล่า??"

"เอ่อ......คือ...."   กันต์นี่ตั้งตัวไม่ทันตอบแทบไม่ถูก เพราะเขินที่จู่ๆก็ถูกกอด

"น้องว่าพี่อี้คงจะถูกพี่ใหญ่หลอกเอาแล้วแหละเจ้าคะ"    องค์ชายสามฟังนิ่งในใจนึกตามคำพูดของกันต์นี่

"โหย่วเจียนนี่เจ้า!!!!"    องค์ชายสามหันไปมองหน้าโหย่วเจียนตาขวางแต่อีกฝ่ายกลับส่งรอยยิ้มที่ชวนหงุดหงิดกลับมาให้

"องครักษ์เงา!!! เปิ่นหวางจะกลับตำหนัก หาชุดสีขาวเตรียมไว้ให้เปิ่นหวางด้วย"   หัวหน้าองครักษ์เงารับคำก่อนจะรีบล่วงหน้ากลับตำหนักไปหาชุดขาวตามคำสั่ง

"ส่วนเจ้าหรงจ่าย...พาหนี่เอ๋อร์กลับเข้าไปในงานก่อนไป อย่าอยู่แถวนี่เลยแดดมันแรงเดี๋ยวหนี่เอ๋อร์ของเปิ่นหวางจะไม่สบายเอาได้........แล้วนี่ช่อดอกเหมยของพี่"   องค์ชายสามหันไปสั่งกับหรงจ่ายและส่งช่อดอกเหมยที่ไจ้ฟ่านถือเอาไว้อยู่ในกับกันต์นี่

"พี่อี้เอาช่อดอกเหมยนี้มาให้น้องทำไมเจ้าคะ??"

"เจ้าได้สังเกตหรือไม่ว่าวันนี้องค์ชายแทบทุกพระองค์จะถือดอกไม้ประจำกายเอาไว้"

"น้องเห็นเจ้าค่ะ!!! แล้วอย่างไรเจ้าคะ??"

"ก็เพราะดอกไม้พวกนี้จะเป็นตัวกำหนดน่ะสิว่าองค์ชายพระองค์ใดจะต้องอภิเษกแต่สำหรับพี่แล้วดอกเหมยนี้มันเป็นของเจ้า รักษาเอาไว้ให้ดีแล้วพี่จะเป็นของเจ้า"   องค์ชายสามทิ้งเจียเอ่อร์เอาไว้ให้อยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลกันต์นี่ ส่วนพระองค์ก็รีบกลับตำหนักไปพร้อมกับไจ้ฟ่านและโหย่วเจียนเพื่อที่จะไปเปลี่ยนชุด


"องค์ชายสามพะยะค่ะ!!! ท่านเซียนเคราขาวมาขอพบพระองค์ท่านเซียนบอกว่ามีเรื่องด่วน ตอนนี้กำลังรออยู่ที่ห้องทรงอักษรพะยะค่ะ!!!"     ไม่ทันจะกลับถึงตำหนักดี องครักษ์ก็เดินเข้ามารายงานด้วยอาการร้อนใจ องค์ชายสามพยักหน้ารับ พระองค์ตัดสินใจไปพบท่านเซียนเคราขาวก่อน แล้วค่อยกลับไปเปลี่ยนชุดทีหลัง องค์ชายสามผลักประตูห้องทรงอักษรเข้าไปก็เจอกับท่านเซียนเคราขาวที่กำลังเดินวนไปวนมา ท่าทางเหมือนกำลังคิดหนัก

"มีเรื่องด่วนอันใดรึท่านเซียนเคราขาว?? ถึงได้ออกจากหอเทพพยากรณ์มาหาเปิ่นหวางถึงห้องทรงอักษรเช่นนี้ได้??"   องค์ชายสามเอ่ยถาม ท่านเซียนเคราขาวเงยหน้าสบตาก่อนจะส่งยิ้มเยือกเย็นมาให้

"ใช่องค์ชายสาม.....เรื่องเกี่ยวกับหญิงที่ท่านรักนั่นแหละ!!!"   โหย่วเจียนมองหน้าท่านเซียนกับองค์ชายสามสลับกันไปมาด้วยความสงสัย

"ท่านกำลังจะบอกเปิ่นหวางว่าหาวิธีอื่นช่วยหนี่เอ๋อร์ได้แล้วใช่หรือไม่??"   ใบหน้าขององค์ชายสามสดใสขึ้นทันที แต่กลับเพิ่มความลำบากใจให้กับท่านเซียนเคราขาวเป็นอย่างมาก

"ไม่ใช่เรื่องนั่นหรอกเพราะเรื่องที่ข้ากำลังจะบอกกับท่านนั้นก็คือ....ท่านต้องเร่งเวลาสังหารนางให้ไว้ขึ้นกว่ากำหนดเดิมมิเช่นนั้นนางจะตาย!!!!"

"ไม่จริงท่านโกหก!!!! มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!!!!"  องค์ชายสามตะหวาดลั่น


"พระองค์หมายถึงสิ่งใดกันพะยะค่ะ!!! เหตุใดพระองค์จึงจะสังหารน้องหญิงของกระหม่อม!!!"   โหย่วเจียนพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้มันดูฉุนเฉียวจนเกินไปเพราะเกรงเงาหัวของตัวเองจะไม่มีหากแสดงอาการฉุนเฉียวใส่ชายผู้มากอำนาจคนนี้จนเกินงาม


"เรื่องนี้มันมีเหตุผลเปิ่นหวางก็ไม่ได้อยากจะทำนักหรอกหากนั่นมันไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของหนี่เอ๋อร์"    จากนั้นองค์ชายสามจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้โหย่วเจียนฟังอย่างไม่ปิดบัง เมื่อได้ฟังสาเหตุใบหน้าของโหย่วเจียนก็แสดงความไม่พอใจแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดแจน


"หากว่าพระองค์อยู่ในช่วงดวงพิฆาตจริงแล้วใยพระองค์ถึงไม่เลิกข้องเกี่ยวกับน้องหญิงของกระหม่อมซะเท่านี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้วนิพะยะค่ะ"


"มันมิง่ายเช่นนั้นหรอกนะท่านรองแม่ทัพโหย่วเจียนเพราะกงล้อแห่งโชคชะตาของนางมันได้เริ่มหมุนไปแล้ว"     เกิดความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง


"พวกท่านจะต้องฆ่านางเท่านั้นหากว่าไม่ลงมือก่อนจะยามเว่ย (คือเวลา 13: 00-14: 59) มิเช่นนั้นนางจะตายจริงๆและชะตาของพวกท่านและนางจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"    องค์ชายสามผลุนผลันออกจากห้องทรงอักษรไป......หนี่เอ๋อร์....ข้าจะต้องไปหานาง


     

       ความรู้สึกถึงความง่วงงุนที่เริ่มครอบงำน้องแบมเอาไว้อีกแล้วพอถึงช่วงนี้ทีไรเค้าก็มักจะรู้สึกง่วงเช่นนี้เสมอถึงแม้ว่ามันจะเพิ่งยามซื่อ (คือเวลา 09:00-10:59) แม้ว่าองค์ชายสามจะบอกให้เค้ากลับเข้าไปรอในงานเลี้ยงก็เถอะ แต่ภายในงานนั้นมันน่าเบื่อหน่ายจะตายไป งานแบบนี้จะมีใครเค้าชอบนอกซะจากบรรดาขุนนางเฒ่าทั้งหลายที่รู้สึกจะชมชอบกับการร่ายรำของบรรดาหญิงงามทั้งหลาย น้องแบมนั่งมองหญิงงามเหล่านั้นร่ายรำด้วยท่วงท่าที่งดงามแต่มันกลับน่าเบื่อหน่ายสำหรับเค้ายิ่งนัก


"เจ้าง่วงแล้วรึ....กินท้อเชื่อมสักหน่อยดีหรือไม่??"


"อืม~ก็ดีนะงานวันนี้มันโครตน่าเบื่อเลยอ่ะ.."   เค้าว่าพรางว่าช่อดอกเหมยขององค์ชายสามเอาไว้ข้างๆกายก่อนที่จะหันไปหยิบท้อเชื่อมเข้าปากก่อนที่จะพุบหน้าลงบนไหร่ของหรงจ่ายที่นั่งอยู่ข้างๆ


"นั่นคุณหนูของเจ้าเป็นอันใดไปหรือจ๊ะ....นางคงไม่ได้กำลังป่วยหรอกนะ??"    นางกำนัลคนหนึ่งขององค์หญิงโม่เซียนเอ่ยทัก  นางกับเพื่อนได้รับคำสั่งจากองค์หญิงโม่เซียนให้มาจับตาดูกันต์นี่เอาไว้ให้ดีๆ ทั้งสองทำทีเข้ามาถามอาการของกันต์นี่ด้วยความห่วงใย  แต่จุดมุ่งหมายคือช่อดอกไม้ที่วางอยู่ข้างๆกายของกันต์นี่


"เปล่าหรอกคุณหนูของข้านางแค่เบื่อน่ะก็เลยอยากพักสายตา"   หรงจ่ายตอบเสียงเรียบๆ


"ข้าว่าให้นางนอนหนุนตักเจ้าไปเลยมันจะไม่ดูสบายกว่าหรอกหรือ??"


"มันไม่เหมาะ!!! เจ้าเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วนะหรือเจ้าจะบอกข้าว่านางกำนัลจากชานซีหาได้รับการอบรมสั่งสอนไม่??"  หรงจ่ายมองนางตาขวางเพราะคิดว่าพวกนางคงอยากจะให้กันต์นี่ต้องขายหน้า แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างนั้นที่นางทำทั้งหมดมันก็เป็นเพียงแค่การดึงความสนใจของหรงจ่ายเท่านั้น ส่วนอีกคนก็คว้าเอาช่อดอกเหมยขององค์ชายสามจากนั้นจึงแอบแล้วเดินหนีไป


"หึ!!!! เช่นนั้นข้ากลับไปหาองค์หญิงของข้าก็ได้!!! เชิญเจ้าดูแลคุณหนูของเจ้าต่อไปเถอะ!!!"






     


ทำไมถึงไม่ยอมเม้นกันอีกแล้วอ่ะ!!!! เค้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าพอพวกตัวไม่เม้นแล้วเค้าไม่มีกำลังใจแต่งอ่ะ!!! เค้าขอร้อง!!!!! ช่วยกันเม้นคนละเม้นเถอะนะคนดี!!!! อย่าเอาแต่อ่านแล้วเงียบเฉยกันเช่นนี้......มิเช่นนั้นข้าอาจจะมิมีกำลังใจแต่งให้พวกเจ้าอ่านกันแล้วก็เป็นได้ ฮือๆๆ


อิมเมจน้องแบมจร้า











 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

445 ความคิดเห็น

  1. #87 nutsudaeve (@nutsudaeve) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:09
    ติดตามอยู่นะคะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ เดาเรื่องไม่ถูก
    #87
    1
  2. #86 KallayaBuate (@KallayaBuate) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:50
    อยากรู้ว่ามันจะเหนือกว่า ท่านอี้ไปได้ยังไง
    #86
    0
  3. #85 KallayaBuate (@KallayaBuate) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:48
    อยากรู้ว่ามันจะเหนือกว่า ท่านอี้ไปได้ยังไง
    #85
    0
  4. #84 จุจุ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 16:14

    สงสาร​กันต์นี่มีแต่อุปสรรค

    #84
    0
  5. #83 PGSWM2Ch (@PGSWM2Ch) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 16:14
    โง้ยยเกลียดอีองค์หญิงซานซีผช.ไม่เอายังจะหน้าด้านอยู่อีก
    #83
    0
  6. #82 Khunmoo (@Khunmoo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:38
    หงุดหงิดองค์หญิงอะ ให้พี่อี้ฆ่าทิ้งเลยได้ม้ะ

    รอน้าตัวว
    #82
    0
  7. #81 beebb_bb (@beebb_bb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:33
    รอๆๆน้าาา
    จะเกิดอะไรขึ้นอ่าาาาาา
    #81
    0
  8. #80 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 12:15

    ทำไงดีดอกไม้ถูกขโมยไปแล้วขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะนะ...~_~..ไม่งอแงนะคนดีของน้องง้อๆ
    #80
    0
  9. #79 SWEET-LOVER (@SWEET-LOVER) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 11:21
    รอจ้าาาาาาาาา ไม่ค่อยเม้นแต่กดใจให้ตลอดน้าาา
    #79
    2
    • 21 มีนาคม 2562 / 11:35
      งุ้ย~แต่เค้าอยากได้เม้นง่ะʕ•ε•ʔพวกตะเองก็รู้ว่าเค้าช๊อบชอบอ่านเม้นเป็นที่สุด...ถ้าไม่เม้นเค้าจะงอน!!! ง้อด้วย^^
      #79-1