ตอนที่ 13 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    19 มี.ค. 62



บทที่ 13


"คุณหนูเจ้าคะนายท่านเรียกให้คุณหนูไปพบที่เรือนใหญ่เจ้าคะ"

นี่ก็ผ่านพิธีปักปิ่นของเค้ามาได้สองเดือนกว่าแล้วเวลาของเค้าวันๆก็หมดไปกับการท่องตำราปรุงยาและตำราการหลอมโอสถ ส่วนเรื่องของเค้ากับองค์ชายสามก็เป็นไปได้ด้วยดีแต่เดือนหลังๆมานี้องค์ชายสามออกมาหาเค้าน้อยลงจนในที่สุดก็กลายเป็นพระองค์ไม่มาพบเค้าอีกเลย   เค้าเคยลองถามพี่ใหญ่ดูก็ได้คำตอบว่าท่านทูตจากเผ่าชานซีได้นำองค์หญิงพระองค์เล็กของเผ่ามาส่งเพื่อที่จะให้อภิเษกสมรสกับองค์ชายในราชวงค์ต้วนอี้พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง......

แต่เหล่าขุนนางเฒ่ากลับเห็นดีเห็นงามที่จะให้องค์หญิงน้อยของเผ่าชานซีอภิเษกกับองค์ชายสามต้วนอี้เอินทั้งๆที่ขุนนางเฒ่าเหล่านั้นต่างก็รู้ดีว่าองค์ชายสามนั่นมีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับบุตรีคนโตของเสนาบดีฟู่จูแต่ขุนนางเฒ่าพวกนั่นกลับทำเป็นไม่สนใจในเรื่องนี้

"ท่านพ่อเรียกลูกหรือเจ้าคะ??"

"อืม.....เจ้านั่งลงก่อนสิลูกหญิง"     ท่านพ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าลำบากใจ

"ท่านพ่อมีอันใดจะพูดกับลูกหรือเจ้าคะ?? แล้วใยน้องๆคนอื่นๆถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะเจ้าคะ"   ก็นี่มันไม่น่าแปลกหรือไงกันล่ะทั้งๆที่ปกติน้องๆคนอื่นๆต่างก็ไม่ค่อยจะมานั่งร่วมกันอยู่ที่เรือนใหญ่แบบนี้นอกจากจะมีเรื่องใหญ่จริงๆ

"น้องก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าคะพี่รอง"    หลี่ หลิงเหมย หรือน้องสามตอบด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยตามแบบฉบับของนาง

"ก็จะเรื่องอะไรอีกล่ะเจ้าคะพี่รองหากไม่ใช่เรื่องของท่านกับองค์ชายสาม"

"เรื่องข้ากับองค์ชายสามงั้นหรือ??"

"ก็ใช่น่ะสิเจ้าค่ะ!!! ปิ่นก็ได้รับมาแล้วไหนจะช่วงก่อนที่องค์ชายสามทรงเสด็จมาที่จวนอยู่บ่อยๆแล้วตอนนี้เป็นอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ...น้องได้ยินพวกชาวบ้านเค้าพูดคุยกันจนหนาหูว่าองค์ชายสามจะทรงอภิเษกสมรสกับองค์หญิงพระองค์เล็กของเผ่าชานซี!!! นี่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะเจ้าคะ...ยังมีที่น่าอับอายยิ่งกว่านั้นอีกนะเจ้าคะ เพราะชาวบ้านพวกนั่นต่างก็พากันสงสารพี่รองกันทั้งนั้นยังไม่ทันได้แต่งก็ต้องหลุดจากตำแหน่งว่าที่พระชายากลายไปเป็นว่าที่พระสนมแทนไหนจะข่าวลือที่ว่าพี่รองตกเป็นขององค์ชายสามไปแล้วเช่นนี้พี่รองจะให้น้องกับท่านพ่อเอาหน้าไปไว้ที่ใดกันเจ้าคะ"


"ก็เอาไว้บนคอของเจ้านั่นแหละน้องสี่!!! ใครจะว่าเช่นไรข้าหาได้สนใจไม่!!"


"นี่พี่รองจะบอกน้องว่าไม่สนใจแม้กระทั้งชื่อเสียงสกุลหลี่ของเราอย่างนั่นหรือเจ้าคะ"


"เท่าที่ข้าจำได้ข้ามิได้พูดเช่นนั้นออกมาเลยนะน้องสี่เจ้าอย่ามาใส่ความข้า!!!"   น้องแบมฮึบเอาไว้~ยังไงวิญญาณของเราก็เป็นผู้ชายเราจะไปตบตีผู้หญิงไม่ได้ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายของเราจะเป็นหญิงก็เถอะอดทนไว้นะน้องแบม~คิดซะว่าเสียงนกเสียงกาก็แล้วกัน


"ก็พี่รองเป็นคนพูดเองนี่เจ้าคะว่าท่านไม่สนใจ"


"ก็แล้วข้าต้องสนใจด้วยหรืออย่างไรหากองค์ชายสามจะอภิเษกสมรสจริงแล้วข้าจักทำเช่นไรได้??"   ใช่....เค้าจะไปทำอะไรได้หากว่าพี่อี้หมดรักเค้าแล้วเค้าก็คงจะทำอะไรไม่ได้....


"ตะ......"


"เงียบปากของเจ้าไปซะลูกสี่!!! หากจะพูดออกมาแต่ละคำจะเต็มไปด้วยวาจาที่ทำร้ายจิตใจของพี่เจ้าเช่นนี้ก็เงียบปากไปจะดีกว่า!!!"  ท่านพ่อตะหวาดใส่นางเสียงดังลั่น


"ที่พ่อเรียกพวกเจ้าทุกคนมาวันนี้ก็เพราะพ่อมีเรื่องอยากจะปรึกษากับพวกเจ้าทุกคน"   ท่านพ่อว่าพรางหยิบเทียบเชิญสีแดงออกมาจากแขนเสื้อ


"เทียบเชิญของใครหรือเจ้าคะท่านพี่"


"ของสกุลหลี่กับของหนี่เอ๋อร์น่ะฮูหยิน"   ฟู่จูตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบกว่าทุกครั้ง


"มีของลูกด้วยหรือเจ้าคะ?? จากผู้ใดกัน??"    เค้าถามด้วยความสงสัย


"จากองค์หญิงของชานซีนางต้องการให้เจ้าไปพบนางเพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนางที่วังในวันพรุ่ง.....หากเจ้าไม่ต้องการไปก็บ....."  


"ลูกจะไปเจ้าคะท่านพ่อยังไงลูกขอเทียบเชิญที่มีชื่อลูกด้วยนะเจ้าคะ"   ท่านพ่อยื่นเทียบเชิญสีแดงที่มีชื่อของเค้าเขียนอยู่มาให้ด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู่ดีสักเท่าไหร่ เค้ากวดสายตามองไปรอบๆห้องก็พบว่าท่านแม่และท่านแม่รองก็มองมาที่เค้าด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับท่านพ่อเลยออกจะดูแย่กว่าซะด้วยซ้ำไป


"อย่ากังวลไปเลยเจ้าคะ.....สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด!!! ดีเสียอีกลูกจะได้ถามพี่อี้ไปเลยว่าเรื่องของเราจะเป็นอย่างไรต่อ......"


"โธ่.....หนี่เอ๋อร์ของแม่"  ท่านแม่ว่าพรางก้มหน้าลงเอามือปิดหน้าก่อนที่เค้าจะได้ยินเสียงสะอื้นออกมาเบาๆ


"ท่านแม่เจ้าคะ....ลูกไม่เป็นอันใดจริงๆเจ้าคะเพราะหากพี่อี้เลือกที่จะอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจากชานซี ลูกก็จะไม่ขอพบเจอพี่อี้อีกและปิ่นดอกเหมยนี้ลูกก็จะส่งกลับคืนให้เจ้าของเดิมด้วยเช่นกันเจ้าคะ"    แม้ว่าเค้าจะพยายามทำใจเอาไว้อยู่แล้วแต่เมื่อนึกถึงวันที่องค์ชายสามจะอภิเษกหัวใจของเค้ามันก็ปวดร้าวเสียจนแทบทนไม่ไหว


"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านแม่รองเจ้าคะ..ยังไงวันนี้ลูกขอออกไปข้างนอกนะเจ้าคะค่ำๆลูกถึงจะกลับ"


"เจ้าไปเถอะหนี่เอ๋อร์หากมันจะทำให้เจ้าสบายใจมากยิ่งขึ้น"


"เจ้าคะท่านพ่อ....ไปกันเถอะซู่เม่ย"   เค้าว่าพรางเดินนำหน้านางออกไป เทียบในมือนี้ก็คงจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าองค์ชายสามได้เลือกแล้วและคนที่พระองค์เลือกนั่นกลับไม่ใช่เค้า


"คุณหนูจะไปที่ใดกันเจ้าคะ??"


"ข้าจะไปหาหรงจ่าย....มีนางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยข้าได้"


"แต่นางเป็นปีศาจอย่างไรเสียบ่าวก็ยังกลัวนางอยู่ดีเจ้าคะ"


"หากเจ้าไม่สดวกใจที่จะไปพบนางกับข้างั้นเจ้าก็รอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะไปพบนางตามลำพัง"



       องค์ชายสามนั่งถอนหายใจอยู่ริมระเบียงด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย  ข้าถูกเสด็จแม่บังคับให้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงจากเผ่าชานซีในวันพรุ่ง ทั้งที่ความจริงข้าไม่อยากจะเข้าร่วมสักเท่าไหร่ใครๆต่างก็รู้ว่าเหล่าขุนนางเฒ่าพวกนั้นต้องการให้ข้าไปพบกับองค์หญิงน่าไม่อายนางนั่นทั้งๆที่นางเองก็รู้ว่าข้านั่นปักใจรักแค่เพียงหนี่เอ๋อร์แต่นางก็ยังจะดึงดันที่จะเลือกอภิเษกกับข้าทั้งๆที่เสด็จพี่หมินซีพี่ชายพระองค์โตของข้าเองก็พึงใจในตัวนางอยู่ไม่น้อยแท้ๆแต่นางกลับทำเป็นไม่สนใจและเมินเฉยต่อคำปฏิเสธของข้า


"คิดถึงเหลือเกินหนี่เอ๋อร์ของพี่"


"ลูกอี้!!!! เจ้าจะเป็นเช่นนี้อีกนานเท่าไหร่กันเสด็จพ่อของเจ้าก็ไม่ได้จะห้ามหากว่าเจ้าจะแต่งบุตรีของเสนาบดีหลี่เข้ามาเป็นพระสนมเอก"


"เสด็จแม่!!!! แต่พระราชโองการของเสด็จพ่อที่ทรงมอบให้ลูกนั่นเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่านางจะได้แต่งเป็นพระชายาของลูก!!!! กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ...ลูกอยากรู้ว่าท่านพ่อยังยึดถือคำสัตย์นี้อยู่หรือไม่!!!"    องค์ชายสามว่าพรางจ้องมองไปที่องค์ราชาแห่งราชวงค์ต้วนอี้


"เจิ้นรู้ว่าเจ้าปักใจรักแค่เพียงบุตรีคนโตของเสนาบดีหลี่แต่เจ้าจะให้เจิ้นทำเช่นไร??  อีกหนึ่งก็คือความสุขชั่วชีวิตของเจ้าและอีกหนึ่งก็คือความสงบสุขของราษฎรเจ้าจะให้เจิ้นทำเช่นไรเล่าลูกอี้??"     


"เสด็จพี่หมินซียังไงล่ะพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ....ลูกรู้ว่าเสด็จพี่หมินซีเองพึงใจในตัวนางอยู่ไม่น้อย"     องค์ชายสามรีบเสนอความคิดเห็น


"แต่นางเลือกเจ้าแล้วนะลูกอี้"


"แต่ลูกไม่ได้เลือกนาง!!! ลูกรักหนี่เอ๋อร์ของลูกเพียงคนเดียวพ่ะย่ะค่ะ"    จิตใจของคนใช่ว่าจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆและจิตใจของข้าเองก็เช่นกัน....มันยังคงมั่นคงในรักที่มอบให้หนี่เอ๋อร์แค่เพียงผู้เดียวเช่นนี้เสมอมา


"เจิ้นรู้....เอาล่ะๆเจิ้นจะพยายามหาวิธีช่วยเจ้าอีกแรงก็แล้วกันนะ!!! แต่ตอนนี้เจ้าต้องรีบไปที่หอเทพพยากรณ์เดี๋ยวนี้ท่านเทพเซียนจะทำนายดวงชะตาของเจ้า"


"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ....แต่ลูกมีเรื่องสงสัย...เหล่าขันทีนางกำนัลก็มีมากมายถึงเพียงนี้แล้วใยเสด็จพ่อถึงต้องมาบอกกับลูกเองเช่นนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ??"   องค์ชายสามว่าพรางเหลือบสายตาไปมองเหล่าขันที นางกำนัล ที่ยืนเรียงรายกันเป็นแถว


"หากเจิ้นไม่มาเองเจิ้นจะรู้มั้ยเล่าว่าเจ้ามั่นคงในรักมากถึงเพียงนี้"


"ใจของลูกมีเพียงแค่หนี่เอ๋อร์เท่านั้นไม่ว่าผู้ใดลูกก็จะไม่ยอมให้มาพรากนางไปจากลูกเด็ดขาด!!!"     องค์ชายสามกล่าวอย่างหนักแน่นก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมเหล่าองครักษ์อีกสามคน


ไม่นานองค์ชายสามก็เดินมาจนถึงหอเทพพยากรณ์ภายในหอนี้ถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างเรียบง่ายเพราะท่านเซียนเฒ่าเคราขาวเป็นท่านเซียนประเภทที่ไม่ค่อยชอบของตกแต่งที่มันดูหรูหราจนเกินไปเพราะท่านได้ให้ความเห็นว่ามันไม่จำเป็นต่อการทำนายดวงชะตาของราชวงค์เลยแม้แต่น้อย


"ท่านมาแล้วรึองค์ชายสาม??"    ท่านเซียนถามทั้งๆที่ท่านกำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนกระดานชนวน


"ท่านเซียนเรียกเปิ่นหวางมามีเหตุอันใดกัน??"


"เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนข้าได้ตรวจดูดวงชะตาของท่านแล้ว.....ดวงชะตาราชามังกรของท่านยามนี้กำลังอยู่ในช่วงดาวพิฆาตจะนำเคราะห์ร้ายด้านการสูญเสียมาให้ท่าน ท่านกำลังจะสูญเสียหญิงที่ท่านรักมากไป...."     หัวใจขององค์ชายสามกระตุกวูบเมื่อได้ยินว่าเค้ากำลังจะสูญเสียคนที่เค้ารักไป


"มีทางแก้หรือไม่??"


"สวรรค์ย่อมมิปิดทางรอดให้กับผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์....หากแต่ท่านต้องแสร้งว่าสังหารนางไม่เช่นนั้นวันหน้านางอาจจะนำภัยมาให้ท่านได้"


"เปิ่นหวางทำไม่ได้!!!! ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการแสร้งทำก็เถอะ...หากวันหน้านางจะนำภัยมาให้เปิ่นหวางจริงเช่นนั้นเปิ่นหวางก็จะยอมรับมัน"     หากต้องให้ข้าลงมือสังหารนางสู้ให้ปิดชีพตัวข้าเองมันยังจะดูง่ายดายเสียยิ่งกว่าให้ข้าไปปิดชีพนาง


"หากท่านไม่ทำเช่นนี้ดวงชะตาของนางก็มีเหตุให้นางจะต้องพรากจากท่านและสกุลหลี่ไปอยู่ดี....."   ท่านเซียนว่าพรางถอนหายใจออกมาเพราะดวงชะตาของแม่นางกันต์นี่ผู้นี้ช่างพิสดารยิ่งนัก ดวงวิญญาณของนางมีสีดำทะมึนแต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงความชั่วร้ายเลยแม้แต่น้อย


"แล้วหากว่าเปิ่นหวางทำเล่า?? นางจะไม่จากเปิ่นหวางไปใช่หรือไม่??"     หากว่าข้าลงมือสังหารนางแล้วข้าจะไม่ต้องเสียนางไปใช่หรือไม่??


"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่อาจยืนยันได้ว่านางจะไม่จากท่านไปแต่นี่เป็นทางเดียวที่อาจจะทำให้นางรอดได้  พิษพรากราตรีเมื่อนางได้รับพิษนี้ไปนางจะสิ้นลมหายใจไปหนึ่งราตรีและหนึ่งราตรีนี้นางก็จะไม่ต่างอันใดกับคนตายท่านจะต้องเก็บรักษาร่างกายของนางเอาไว้อย่างดีอย่าให้ผู้ใดมาแตะต้องนางได้...ไม่เช่นนั้นวิญญาณของนางจะหายไปตลอดกาล"    ท่านเซียนเคราขาวว่าพรางยืนโอสถพิษที่อยู่ในขวดแก้วสีสวยมาให้องค์ชายสามซึ่งพระองค์ก็รับมันมาแต่โดยดีก่อนที่องค์ชายสามจะก้าวเดินออกไปจากหอเทพพยากรณ์


"อ่อ....ท่านจะต้องลงมือก่อนยามเว่ย (คือเวลา 13: 00-14: 59) ของวันพรุ่งไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามเดิม"


"เปิ่นหวางจะพยายาม.....ลงมือสังหารนางให้ได้"







งือ~วันพรุ่งพี่อี้จะลงมือสังหารน้องแบมแล้วจริงๆหรอไรท์ทำใจไม่ได้จริงๆ!!! ยังไงไรท์ก็ฝากตอนนี้ด้วยอีกตอนนะเจ้าคะทุกคน!!!!! และก็มีน้องบางคนมาเม้นว่าทำไมหรงจ่ายต้องเป็นปีศาจตะขาบนั่นก็เพราะไรท์ชอบปีศาจตะขาบและอีกอย่างปีศาจตะขาบสวยจะตายไป....ถ้าหากเม้นเยอะไรท์ก็มีกำลังใจแต่งแล้วก็ลงให้ไว้ๆแบบนี้แหละค่ะ ยังไงตอนนี้ก็อย่าลืมเม้นให้ไรท์นะคะ(~_^)



นี่คือร่างตะขาบของหรงจ่ายนะเจ้าคะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

434 ความคิดเห็น

  1. #212 dadg7 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:55

    พี่อี้จะฆ่าน้องจริงๆหรอเจ้าค่ะ

    #212
    0
  2. #77 KallayaBuate (@KallayaBuate) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 22:30
    ยิ่งแต่งก็ยิ่งสนุกค่ะ อ่านแล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่าวกับตัวละครค่ะ สู้ๆค่ะ
    #77
    0
  3. #76 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 18:43

    พี่อี้จะไม่ฆ่าน้องจริงๆใช่มั้ยคับไรท์ ฮือๆๆ
    #76
    0
  4. #75 PGSWM2Ch (@PGSWM2Ch) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 15:32
    ไม่ฆ่าน้องได้มั้ยฮื่ออออๆๆๆพยายามทำใจ
    #75
    0