คีตาในเรือนจันทร์ (BL) (วาย) (yaoi)

ตอนที่ 31 : สรงน้ำยลคนงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 971 ครั้ง
    5 ก.ย. 62


(พยายามหารูปถังอาบน้ำมาให้ดู)




"เปิ่นหวางเหนียวตัวเหลือเกินแล้ว ลู่หานให้คนไปยกถังน้ำเข้ามา ส่วนผู่เอ๋อร์เจ้าจงมาคอยปรนนิบัติเปิ่นหวางในยามอาบน้ำเถิด"

กระไร? นี่ไม่คิดจะให้ข้าได้หายใจหายคอกันเลยใช่รึไม่? เหตุใดคนจึงจู่โจมจิตใจข้าครั้งแล้วครั้งเล่าจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นแล้ว

ไวกว่าความคิด ลู่กงกงช่างทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งนัก เพียงพริบตาเดียวกลางห้องก็มีถังไม้ซึ่งมีน้ำอุ่นบรรจุอยู่เกือบเต็มวางอยู่ จากนั้นทุกคนรวมถึงลู่กงกงก็พากันกรูออกจากห้องไป ทิ้งข้าเอาไว้กับหวางเย่เพียงสองต่อสอง ใจข้าเต้นตึกตักมิกล้าเหลียวไปมองคนด้านหลัง

"มัวยืนรีรออันใดอยู่เล่า รีบมาช่วยเปิ่นหวางถอดชุดเร็วเข้า" น้ำเสียงคนสั่งอย่างเข้มงวดจนข้าต้องรีบหันหลังกลับไป หวางเย่ยืนกางแขนรออยู่แล้ว ข้าจึงค่อยๆลากขาเดินเข้าไปถอดเสื้อคลุมชั้นนอกของหวางเย่ออก จากนั้นก็แก้มัดเชือกผูกเอวออกอย่างเชื่องช้า พอแก้ผ้าที่มัดพันอยู่รอบเอวคนออกจนหมดจึงค่อยถอดเสื้อตัวนอกออกจนเหลือเพียงแต่เสื้อนวมตัวในสีขาว ข้ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก มือของข้าสั่นสะท้านขณะยื่นออกไปปลดเสื้อตัวในสีขาวออกจากลาดไหล่กว้าง เผยให้เห็นหน้าอกแกร่งจนข้าต้องรีบหรุบสายตาลงต่ำ พลันเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องของคนเป็นลูกๆน่าสัมผัสนัก ไม่น่าเชื่อว่าหวางเย่ผู้ที่ข้าคิดเสมอว่าเป็นโจรราคะเสเพลจะซ่อนรูปเช่นนี้ คนมีรูปร่างเร้าใจแบบนี้นี่เองเหล่าภรรยาจึงต่างหลงใหลได้ปลื้มกันจนโงหัวไม่ขึ้น

ข้าค่อยๆเอื้อมมือไปยังขอบกางเกงชั้นในตัวสุดท้ายพลางกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก เสียงในหัวกำลังเถียงกันให้วุ่นวาย ถอดดี ไม่ถอดดี ถอด...ไม่ถอด... ระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้นปลายนิ้วก็คว้าหมับเข้าที่ขอบกางเกงของหวางเย่เสียแล้ว ปลายนิ้วสั่นระริกเสียจนรู้สึกได้

"หึๆ..." เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มดังออกมาจากริมฝีปากของคนตรงหน้า กระไรผู้อื่นตื่นเต้นขวยเขินจนหน้าแดง หัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก คนกลับมีหน้ามาขำ ข้าชักมือกลับแล้วหันหลังในทันใด จะแก้ผ้าผ่อน หรือจะอาบน้ำทั้งกางเกงแบบนั้นก็เชิญเลย!

ทว่าหวางเย่กลับคว้าข้อมือของข้าเอาไว้แล้วกระชากเข้าไปหา ข้าที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ลอยหวือเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้าง

"จะไปไหน?" คนถามน้ำเสียงเคร่งขรึม ทำเอาข้าที่เพิ่งจะรวบรวมความกล้าผยองขึ้นมาได้บ้างตัวหดเหลือสองชุ่น

"นู๋...จะออกไปรอด้านนอก เชิญหวางเย่อาบน้ำตามสบาย" ถังไม้สำหรับอาบน้ำถึงแม้จะใบไม่เล็กมาก ทว่าก็มิได้กว้างขวางเพียงพอที่จะให้บุรุษสองคนเข้าไปนั่งอยู่ภายในได้อย่างสะดวกสบาย ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ร่างกายใหญ่โตอันใดมากมาย แต่ก็มิอยากลงไปนั่งเบียดร่วมกับคนตัวโตๆกันสองคนหรอกนะ

"ผู้ใดอนุญาต? เจ้าต้องมาถูตัวให้เปิ่นหวาง" นะ...นะ...นะ...นี่... ข้าไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาพูดดี เจ้าเป็นง่อยมาเกิดเรอะ?! จึงถูตัวเองมิเป็น? แต่ข้าก็ทำได้เพียงถลกชายแขนเสื้อขึ้นเพื่อเตรียมจับเด็ก แค่กๆ...หวางเย่อาบน้ำ

โชคยังดีที่คนยังพอมียางที่หน้าบ้าง หวางเย่ก้าวขาลงถังน้ำไปทั้งๆที่ยังสวมกางเกงชั้นในอยู่ ข้าจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมมาถูหลังคน ไอน้ำร้อนผะผ่าวกระทบกับอากาศเย็นก่อตัวเป็นม่านหมอกควันทำให้ข้ามองไม่เห็นร่างกายกำยำหนั่นแน่นตรงหน้าชัดนัก ข้าเอาผ้าชุบน้ำในอ่างแล้วเช็ดตัวขัดถูกหลังคนตรงหน้าแรงๆ หมายจะขัดผิวหนาๆของคนให้บางขึ้น ขัดๆ ถูๆ จิ้มๆ นี่แน่ะๆ ใช้งานข้าดีนัก ข้าจะถูให้หลังถลอกเลย ยิ่งถูยิ่งมันมือยิ่งทุ่มเทแรงกายลงไปเต็มที่ มิได้สนใจเลยว่าผิวของหวางเย่จะเป็นเช่นไร

"ผู่เอ๋อร์...เจ้าจะช่วยเบามือได้รึไม่ ตัวข้าจะถลอกปอกเปิกไปหมดแล้ว รึเจ้าคิดจะประทุษร้ายผิวกายอันบอบบางของข้ากัน" ประทุษร้าย? ผิวอันบอบบาง...ถุย! คนหนังหนายิ่งกว่าเปลือกไม้ โดยเฉพาะผิวหน้าที่หนาเสียจนแทบไม่รู้สึกรู้สาอันใด ยังกล้ามาบอกว่าตนเองมีผิวอันบอบบาง ข้าอยากจะหัวร่อให้ฟันหักนัก!

"ผู่เยว่ขออภัย นู๋กลัวร่างกายของหวางเย่จะมิสะอาด" ข้ารีบเปลี่ยนไปขัดถูที่แขนของหวางเย่แทน จับไปตรงที่ใดก็พบมัดกล้ามตรงนั้น ช่างเป็นร่างกายที่น่าลุ่มหลงกระไรเยี่ยงนี้ ข้าละสุดแสนจะอิจฉา อันตัวข้าก็ใฝ่ฝันที่จะมีร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเช่นนี้บ้าง แต่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอบอบบางแบบนี้มันก็คงจะเป็นได้แค่เพียงความฝัน

"เอาละๆ ด้านหลังของข้าคงสะอาดพอแล้วกระมัง เจ้าขยับมาถูตัวด้านหน้าของข้าบ้าง..."

(ต่อ)

เพ้ย! ด้านหน้าถูเองได้ก็ถูเองซี่ นี่เจ้าเป็นราชนิกุลผู้สูงศักดิ์มาจากที่ใดไยจึงง่อยเปลี้ยเสียขาได้ขนาดนี้ อ้อ! ข้าลืมไป หวางเย่ก็เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งนี่ มิน่า...ปกติคงมีบ่าวไพร่คอยปรนนิบัติรับใช้ให้ทุกอย่าง คนจึงมิเคยทำสิ่งใดเองจนต้องคอยให้ผู้อื่นมากระทำให้เยี่ยงนี้ เห็นแก่ความสงสารและเกรงว่าหวางเย่จะต้องมาทำงานหนักเกินกว่าการจับตะกีบคีบข้าว ข้าจะช่วยเขาขัดถูร่างกายอีกสักหน่อยก็ได้

ข้าเดินอ้อมถังน้ำไปด้านหน้า มันแย่ตรงที่บัดนี้น้ำในถังคลายความอุ่นร้อนลงไปเยอะ ทำให้ไอหมอกม่านน้ำจางลงจนเห็นกายแกร่งของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจนจนข้าถึงกับอุธัจขัดเขิน ถึงแม้ข้าจะเคยเป็นนายบำเรอมาก่อนแต่ก็มิได้คุ้นชินกับเรือนร่างของบุรุษแต่อย่างใด จากที่จื่อลู่เคยบอกกล่าวมานั้นข้ายังมิได้ผ่านค่ำคืนแรกเนื่องจากเดิมทีข้าเป็นเพียงนักพิณที่ขายฝีมือมิขายเรือนร่าง ต่อมาภายหลังกลับโดนแม่เล้าหลอกขายให้แก่ขุนนางเฒ่า ซึ่งผู้เฒ่าก็นำข้ามามอบให้หวางเย่อีกต่อหนึ่ง ข้าจึงรอดตัวมาได้จนบัดนี้

ผิวของหวางเย่มิได้ขาวผ่องนวลเนียนเฉกเช่นผิวกายของข้า แต่ก็มิได้ดำคล้ำจนเกินไปเพราะแสงแดด คนดูหยาบกร้านไปบ้างแต่ก็สมชายชาติอาชาไนยยิ่งนัก ข้าลงมือขัดถูหน้าอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สายตามิกล้าเหลือบขึ้นสูงหรือแลลงต่ำไปกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรข้าก็รู้สึกได้ถึงสายตาคนที่จ้องมองมายังตัวข้าจนใบหน้าข้าร้อนวูบวาบไปหมดแล้ว อยากจะตะโกนถามใจแทบขาดว่ามองสิ่งใด มิเคยเห็นผู้อื่นหน้าตาดีเช่นข้าหรอกหรือ แต่ทว่าก็มิกล้าอ้าปากออกไป ข้าได้แต่เพียงขบฟันกับริมฝีปากแล้วก้มหน้าก้มตาขัดถูร่างกายตรงหน้าพร้อมกับหลบสายตากรุ้มกริ่มนั่นไปพลางๆ

เนิ่นนานจนจวนเจียนแทบขาดใจ ใบหน้าข้าแทบไหม้ด้วยความร้อน หวางเย่ก็บอกให้ข้าหยุดมือ คนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหยาดน้ำไหลรินหยาดหยดผ่านหน้าอกแกร่งไปยังหน้าท้องเพรียวสอบที่มีกล้ามเนื้อเป็นลูกๆ แล้วไหลลงสู่เบื้องล่าง ถึงแม้หวางเย่จะสวมใส่กางเกงชั้นในแต่ทว่าความเปียกชื้นกลับทำให้อาภรณ์แนบไปกับผิวหนังและกล้ามเนื้อบนร่างกายคน ข้าลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ดุนดันเนื้อผ้าด้วยขนาดอันไม่ธรรมดา คนมีอารมณ์แล้ว? ข้ารีบหันหลังหนีทันที มิกล้าสบตาหวางเย่เพราะเกรงว่าคนจะอับอาย ข้าไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้หวางเย่คึกคักสักเท่าใดนัก ทว่าในใจกลับร่ำร้องเตือนให้รีบหลีกลี้หนีไปให้ไกลจากคนโดยด่วนหากมิอยากโดนผู้คนจับกิน

"หวางเย่...ผู่เยว่จะไปเรียกลู่กงกงให้มาจัดเตรียมอาภรณ์ให้ท่าน โปรดรอสักครู่" ข้ารีบกางผ้าซับตัวผืนใหญ่ขึ้นคลุมร่างกายคนแล้วเผ่นแน่บออกนอกห้องทันทีโดยไม่รอให้หวางเย่อนุญาต คนดูเหมือนต้องการจะกล่างบางสิ่งแต่ข้าก็มิได้รั้งอยู่อีกต่อไป 

"ลู่กงกง หวางเย่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจักขอตัวไปอาบน้ำบ้าง รบกวนท่านช่วยจัดเตรียมอาภรณ์ให้หวางเย่ผลัดเปลี่ยนด้วย หวางเย่รอท่านอยู่ด้านใน ข้าต้องขอตัวก่อน" ข้าสั่งงานลู่กงกงรีบเผ่นแผล็วลงไปด้านล่างทันที ข้าวิ่งออกไปนอกตัวเรือนฝ่าลมหนาวเพื่อทำจิตใจให้สงบ

วิ่งไปได้สักระยะจนมาถึงสะพานหิน สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านผิวหน้าช่วยดับความร้อนรุ่มในใจได้ชะงัดนัก ยามนี้ข้าเริ่มมีสติขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว มองไปเบื้องหน้าเห็นเพียงท้องฟ้ามืดครึ้มและหิมะที่โปรยปราย 

"คุณชายผู่ หิมะตกแล้ว ขอเชิญกลับตัวเรือนเถิดขอรับ มิฉะนั้นจะไม่สบายเอาได้" เสียงเตือนจากเบื้องหลังทำให้ข้าตกอกตกใจหันหลังขวับ เนื่องด้วยตอนที่วิ่งออกมาจากตัวเรือนไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีผู้ใดตามมาบ้าง 

จิ้นอิ๋งมีสีหน้ากังวลยืนกางร่มป้องกันมิให้หิมะร่วงหล่นลงบนศีรษะข้าอยู่ด้านหลัง ส่วนองครักษ์หยางที่ตักเตือนข้าเมื่อครู่ก็ยืนกางร่มอยู่มิไกล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสองคนต่างทำความรู้จักสนิทสนมกันไม่น้อย เนื่องด้วยคนหนึ่งต้องคอยติดตามรับใช้ข้าอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกผู้ก็ต้องคอยตามอารักษ์ขาข้าดั่งเงาตามกาย จึงต่างทำความรู้จักคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็วยามทำงานทำการอันใดล้วนประสานงานกันได้อย่างมิมีขาดตกบกพร่อง ดูตัวอย่างในยามนี้ได้เป็นอย่างดี

"เมื่อครู่รู้สึกร้อนอบอ้าว ยามนี้หัวเย็นขึ้นเยอะ เรากลับเข้าข้างในกันเถอะ" ข้ากล่าวพร้อมกับหันหลังเตรียมเดินกลับตัวเรือน จิ้นอิ๋งส่งร่มให้องครักษ์หยางถือก่อนจะรีบสะบัดเสื้อคลุมพาดลงบนไหล่ของข้า จากนั้นก็ยัดเตาพกขนาดถนัดมือให้ข้าถือไว้ พอเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็รับร่มมาจากองครักษ์หยางแล้วเดินตามข้ากลับเข้าสู่ตัวเรือน

ข้าให้จิ้นอิ๋งจัดเตรียมน้ำให้ข้าอาบที่ห้องอาบน้ำด้านล่าง ผู้ใดจะกล้าขึ้นไปอาบน้ำบนห้องของหวางเย่เล่า ไม่รวมถึงสายตาของคนที่ตามจ้องมองดูข้าจนแทบไม่คลาดนั่นอีก หลังจากผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วข้าก็กลับขึ้นไปบนห้องของหวางเย่อีกครั้ง ถึงอย่างไรคนก็สั่งให้ข้าพักที่นี่ร่วมกัน ถึงแม้จะประดักประเดิดไปบ้าง แต่ทว่าข้ากลับค่อยๆคุ้นชินที่จะนอนหลับไปในอ้อมกอดของหวางเย่เสียแล้ว ในเมื่อมีเตาพกส่วนตัวมาให้ใช้ถึงที่แล้วหากไม่ใช้ก็คงจะเสียดายแย่ 

หวางเย่เอนกายนอนรอบนฟูกหนานุ่ม นัยน์ตาคนส่งแสงวูบวาบในยามที่เห็นข้าปรากฎกาย เขาตบมือลงบนฟูกข้างกายเบาๆคล้ายต้องการบอกให้ข้าเข้าไปนอนยังด้านใน ข้าจึงถอดรองเท้าออกแล้วคุกเข่าลงบนเตียงแล้วคลานไปยังฝั่งนั้น 

"เมื่อกี้..." เจ้าจะปล่อยเหล่าจือไปสักครั้งไม่ได้เลยเชียวรึ?!

"เมื่อครู่ผู่เยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายคล้ายจะหายใจไม่ออก จึงต้องรีบออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ด้านนอกขอรับ" ข้าตอบไปตามความจริง หากเมื่อครู่ข้ายังอยู่คอยปรนนิบัติหวางเย่เปลี่ยนอาภรณ์ต่อไป มีหวังข้าได้เลือดกำเดาออกจนหมดตัวเป็นแน่แท้

"งั้นรึ แล้วหายดีหรือยัง? จะให้ตามหมอมาดูอาการรึไม่?" คนถามไถ่ข้าอย่างเป็นห่วงหรือแสร้งเป็นห่วงข้าก็ไม่ค่อยจะแน่ใจทัก เพราะดูท่าทางหวางเย่แล้วมันคล้ายกับจะหยอกเอินข้าเสียมากกว่า

"ผู่เยว่ได้สูดอากาศเย็นๆเข้าไป ทำให้ในหัวโล่งขึ้นจึงไม่เป็นอันใดแล้วขอรับ" แน่นอนล่ะว่าอากาศเย็นๆนี่ช่วยดับความรุ่มร้อนได้ดีจริงแท้

"เช่นนั้น...หากพรุ่งนี้เจ้าอยากอาสาไปช่วยแจกจ่ายโจ๊กให้แก่พวกชาวบ้านแล้วละก็ คืนนี้ก็รีบเข้านอนเถิด" หวางเย่กล่าวพร้อมกับดับโคมไฟข้างหัวเตียง 

"ขอรับ" ข้าตอบรับพร้อมกับล้มตัวลงนอน จากนั้นก็พยามยามจัดท่าทางของตนเองสักพักให้เข้าที่เข้าทาง หวางเย่ก็ตะแคงมาคว้าข้าเข้าไปกอดแนบแน่น ข้าพลิกกายหันไปซบหน้าอกคนแต่โดยดีด้วยความเคยชิน นอนแนบกายกับเตาพกอุ่นร้อนพลางฟังเสียงหัวใจเต้นอยู่ชั่วครู่จึงผลอยหลับไปอย่างรวดเร็ว





-------------

Talk (11/2/17)

ขอบคุณสำหรับกำลังใจล้นหลาม
ไรท์ไม่ได้ต่อว่าคนที่ทักมาเรื่องคำสรรพนามว่า คน นะคะอย่าเข้าใจผิดกัน
อันนั้นอธิบายไปแล้ว เข้าใจกันแล้ว
เคลียร์ๆเนอะ ^^

ที่เวิ่นเว้อกะช่วงทอล์คที่แล้วเพราะบังเอิญอ่านไปเจอเม้นของคนๆนึง
แล้วรู้สึกว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ
ก็เลยแอบนอย555

ไรท์ว่าข้อมูลต่างๆ ฟุตโน้ตที่ให้ไปก็เยอะพอสมควร
น่าจะครอบคลุมเนื้อหาเกือบทั้งหมด
ด้วยความที่บางทีอธิบายแล้วอธิบายอีกก็ยังมีคนมาถามเรื่องเดิมๆ
ไรท์เลยบอกว่าให้ลองไปเช็คข้อมูลก่อนมาถามบ้าง 
(ไรท์ไม่ได้ประชดนะ ก่อนจะเขียนนิยายเรายังต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเลย คุณรู้ได้ไงว่านิยายที่คุณอ่านข้อมูลถูกต้องรึไม่ ดังนั้นถ้าสงสัย อยากรู้ ก็ต้องศึกษาค้นคว้า ทำการบ้านมาก่อน ที่เราจะมาถกกัน ว่าใครถูกใครผิด จริงไหม?)

พระพุทธเจ้าสอนว่าอย่าเชื่อเพราะฟังตามๆกันมา
เวลาไรท์สงสัยอะไรก็ค้นคว้าหาข้อมูลตลอด
(เป็นที่มาของคำว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด555)
เป็นการเพิ่มพูนภูมิปัญญาของตนเองด้วย
รูไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

ส่วนคนอื่นที่อ่านช่วงทอล์คแล้วคิดว่าไรท์พูดจาตรงไหนไม่โอเคไรท์ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ
นี่พยายามชี้แจงกะทอล์คให้ฟังดูกลางๆที่สุดแล้ว
พยายามคุมโทนการเขียนแล้วด้วยให้มันดูเป็นการอธิบายเชิงวิชาการมากกว่าจะมาเถียงกันเพื่อเอาชนะ

ปล. ใครที่กลัวว่าจะทิ้งเรื่องนี้ ไรท์ไม่ลอยแพแน่นอนจ้า ปลุกปั้นกันมาเกินครึ่งเรื่องแล้ว อีกนิดนึงนะ ฮึบๆ^^


Talk (10/2/17)

ไม่อยากดราม่า ไม่ได้ว่าใครนะคะ
เขียนนิยายให้คนอ่านค่ะ อ่านได้ไม่ต้องศึกษาก่อนหรอก
ตรงไหนที่ควรรู้ก็พยายามใส่ฟุตโน้ตไว้ให้แล้ว
เข้าใจว่าบางคนไม่รู้ บางคนสงสัย ก็สอบถามได้
แต่มันอยู่ที่สำนวนในการพูดคุยกันมากกว่า 
ว่าคุณถามเพื่อขอคำชี้แนะ หรือต่อว่าเพราะข้อมูลไม่ตรงกับที่ตนเองคิดเอาไว้
เอาเป็นว่าไรท์อ่านแล้วเข้าใจผิดคิดไปเองละกัน
เพราะตัวอักษรมันออกเสียงไม่ได้ คำบางคำมันจึงฟังดูส่อเสียดประชดประชันแฝงด้วยสำเนียงติติงจนไรท์ต้องเก็บมานั่งคิดว่าเราเขียนอะไรไม่ดีลงไปรึเปล่า
ถ้าไรท์เขียนไรทำให้ขุ่นข้องหมองใจก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ต่อไปจะพยายามไม่คิดมาก
ต่อไปนี้ช่วงทอล์คอาจจะน้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นนะคะ


เข้าช่วงชี้แจง

จะไม่อธิบายอะไรมากนะคะ
เอาข้อมูลดิบมาให้อ่านเองละกัน
เคลียร์เนอะ ไม่งงไม่สงสัยอะไรแล้วนะ

ในราชวงศ์ชิงเจ้านายระดับองค์ชายองค์หญิงที่แต่งงานแล้วสามารถขอขันทีไปรับใช้ได้30คน 
พระภาคิไนย และองค์หญิงที่ยังไม่แต่งงานขอขันทีไปรับใช้ได้20คน
พระนัดดา ได้ 10 คน 
ในสมัยแมนจูมีเพียงผู้สืบตระกูลของกองธงทั้ง 8 ที่ช่วยจักรพรรดิแมนจูองค์แรกได้ปกครองจีนเท่านั้นจึงตะขอขันทีไปรับใช้ได้ 20คน 
คำว่ากงกงในที่นี่คือคำที่ใช้เรียกขันทีระดับอาวุโส(ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ)

[คัดแปลย่อๆมาจาก]

Besides the eunuchs in the imperial palace, the numerous princely sons and married princesses of Manchu rulers were allowed to keep thirty eunuchs each in their private establishments. Imperial nephews and younger unmarried princes had to make do with twenty eunuchs, and grandsons with ten. Sons born to lesser concubines could employ four to six eunuch servants. During Manchu times, the only other persons allowed to employ eunuchs were all the numerous descendants of the eight Manchu banner chieftains who had originally assisted in establishing the Ching Dynasty in the 1600s: they were allowed twenty eunuchs each. All these dignitaries were not only entitled to use eunuchs, but were compelled to do so, or lose their rank for failing to keep up the dignity of their Manchu station.

References 

http://acc6.its.brooklyn.cuny.edu/~phalsall/texts/eunuchs1.html

http://factsanddetails.com/china/cat2/4sub9/item43.html#chapter-0

T
B
Chicken
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 971 ครั้ง

7,087 ความคิดเห็น

  1. #6949 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 09:40
    แงงงงงหวางเย่น้อยคึกคัก
    #6949
    0
  2. #6277 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 02:09
    สู้ๆนะคะ คุณไรท์
    #6277
    0
  3. #6253 王亮benbz (@kongqi) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:04

    สู้ๆนะคะไรท์
    #6253
    0
  4. #6052 Jtmp14 (@Jtmp14) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:21
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ เนื้อหาเพิ่มเติมคือแน่นจริง สู้ๆค่ะ
    #6052
    0
  5. #5927 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 21:39
    อย่าแกล้งน้องงงง
    #5927
    0
  6. #5858 Fernemy (@Fujikoz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 00:27
    เราชอบสำนวนแบบนี้มากกกกกก นี่กะจะอ่านจบทีเดียว แต่มันเยอะเกินไป55555555พน.มีสอบอีก
    #5858
    0
  7. #5532 tanpitcha_1414 (@tanpitcha_1414) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:32
    ไรท์ใช้คำสวยแล้ววก็บรรยายดีมากๆๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้นะค้าบบ
    #5532
    0
  8. #5528 paidoi (@hathai09) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 08:58

    เริดมากคะข้อมูลแน่นแต่งลื่นไหลมาก ดป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ

    #5528
    0
  9. #5473 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:52
    หลงใหลรึยัง น้องไม่ปลอดภัย
    #5473
    0
  10. #5048 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 15:06
    น้องเขินนน
    #5048
    0
  11. #4795 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 12:44
    แค่กอดก็สุขใจ
    #4795
    0
  12. #4723 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:13

    ขำความปากเก่งแต่ในใจของน้อง 555555555

    #4723
    0
  13. #3960 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:44
    ยังค่ะผู่น้อยยังยอมให้กินมิได้55+
    #3960
    0
  14. #3859 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 01:42
    เขินๆๆๆๆ
    #3859
    0
  15. #3724 แกงส้ม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:54
    ละมุนเบาๆ
    #3724
    0
  16. #3286 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 10:49
    แค่นอนกอดกันก็น่ารักมากๆแล้ว
    หวางเย่ดูเป็นคนอบอุ่นไปเลย55
    #3286
    0
  17. #3173 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:38
    อ้ากกกก เขินนนนนนน ทั่นสามิขี้แกล้งงงง
    #3173
    0
  18. #3084 ลี่ฉาฮวา (@cartoon23) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:22
    ไรท์เขียนผิดนิดนึงนะคะ
    ตะเกียบ ไม่ใช่ ตะกีบ ^^
    #3084
    0
  19. #2863 fanggy.fuu (@fangfarrah) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 12:15
    โอ๋เอ๋ไรท์อย่างอแงนะโอ๋ๆ สู้ๆ
    #2863
    0
  20. #2202 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:00
    สามีผู้คอยแทะโลมภรรยาอยู่เนือง ๆ 555555 นี่ควรสงสารผู่เอ๋อร์ใช่ไหม โถถถถถถถ เขินจนตัวจะระเบิดแล้วลูกกกกกกก
    #2202
    0
  21. #2199 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:59
    ดูมีความคุ้นชินกัน5555
    #2199
    0
  22. #2093 represser (@mb17-jj) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:23
    5555 ผู่เอ๋อยังรอด แต่คนอ่านไม่อยากให้รอดเล้ย อุตส่าลุ้นนึกว่าจะโดนจับกินเสียแล้ววววว^^ รอตอนต่อไปค่า
    #2093
    0
  23. #2058 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:35
    สู้ๆนะคะ
    #2058
    0
  24. #2057 Ijunpa (@4871) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:39
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะไรท์. เราอ่านมาเยอะค่ะยิ่งเรื่องแปลน่ะ ใช่ว่า คำแทนตัวว่ามัน เลยย
    #2057
    0
  25. #2055 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:32
    ขี้แกล้งมากขึ้นทุกวันๆ นะหวางเย่ แหมมมม
    #2055
    0