คีตาในเรือนจันทร์ (BL) (วาย) (yaoi)

ตอนที่ 30 : ผู้ใดกลายเป็นเตาพกกันแน่?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,049 ครั้ง
    5 ก.ย. 62





"หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว ผู่เอ๋อร์ว่าไม่จริงรึ?" 

มารดามันสิ! เจ้าคิดจะหลอกกินเต้าหู้เหล่าจือต่างหากเล่า อย่าคิดว่าเหล่าจือจะโง่มิรู้สิ่งใดนะ! แต่ทว่าในอ้อมแขนของคนก็อบอุ่นจริงอย่างที่ว่ามา อืม....อุ่นร้อนยิ่งกว่าเตาพกกรือกระถางถ่านที่วางอยู่ตรงมุมกระโจมเสียอีก เอาเถิด...ข้าจะเห็นแก่ความเป็นสามีภรรยายอมให้หวางเย่นอนกอดสักคืนสองคืนก็ได้ 

พอคิดได้ดังนั้นข้าก็เอาศีรษะซุกไซร้แผงอกกว้าง บดเบียดร่างกายของตนเข้าหาไออุ่นร้อนผ่าวนั่น อา...ช่างอุ่นสบายดีเหลือเกิน ข้านอนแนบหูฟังเสียงหัวใจของหวางเย่ที่เต้นอย่างสม่ำเสมอดังมาจากทรวงอกคล้ายบทเพลงขับกล่อมให้ข้าเคลิบเคลิ้มและเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

พอผ่านค่ำคืนแรกแล้วในค่ำคืนถัดมาเรื่องราวมันจึงง่ายดายยิ่งกว่าเดิมนัก หวางเย่กระทำตนเยี่ยงโจรปล้นสวาทแอบลอบเข้ามากก แค่ก...กอดข้านอนทุกคืน ทีแรกข้าคิดว่าเห็นแก่ความเป็นสามีภรรยาจะยินยอมให้คนมานอนกอดข้าได้แค่คืนสองคืน แต่ทว่าพอค่ำคืนใดที่หวางเย่มีภารกิจจนถึงดึกดื่นข้ากลับรู้สึกเหน็บหนาวจนนอนไม่หลับ ต้องถ่างตารอจนกระทั่งได้สัมผัสกับอ้อมอกอุ่นได้ยินเสียงหัวใจคนเต้นดังที่ข้างหูจึงจะนอนหลับได้อย่างสบายอกสบายใจ ดังนั้นช่วงหลังๆยามคนกระทำตนเยี่ยงโจรราคะลอบมุดเข้ามาในผ้าห่มของข้าในยามกลางคืน ข้าจึงทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ยินยอมให้หวางเย่กอดข้าเข้านอนแต่โดยดี นี่ข้ามิได้โหยหาอ้อมกอดของสามีหรอกนะ ข้าเพียงแค่ชื่นชอบที่จะมีเตาพกส่วนตัวขนาดใหญ่มานอนกอดทุกค่ำคืนก็เท่านั้นเอง

ขบวนเดินทางของเราที่เดินทางมาอย่างเร่งร้อนเพื่อรีบไปบรรเทาทุกข์พวกผู้ประสบภัย ถือคติค่ำไหนนอนนั่น การกินอยู่มิได้สะดวกสบายอันใด หากวันใดพอมีที่พักอาศัยให้ค้างอ้างแรมได้ข้าก็จะได้นอนในห้องนอนอันอบอุ่นสุขสบายมีน้ำให้อาบ ทว่าถ้าหากวันใดมิมีที่พักหวางเย่ก็จะให้บ่าวไพร่กางกระโจมเพื่อใช้พักผ่อนอนหลับในยามค่ำคืนแทน แต่ไม่ว่าจะได้พักในห้องอันอบอุ่นหรือกระโจมที่หนาวเหน็บ คนก็ยังคงกระทำตนดุจเดิมด้วยการลักลอบมานอนกับข้าทุกค่ำคืน แถมพักหลังๆมานี่เวลาหวางเย่กลับออกไปในช่วงเช้าคนก็ไม่ระมัดระวังตนเองอีกต่อไป มิว่าจะมีผู้ใดมาพบเห็นว่าหวางเย่ลักลอบมาหลับนอนกับผู้ติดตามเช่นข้าทุกคืนจนแอบไปซุบซิบนินทากันให้ทั่ว คนก็ยังกระทำตนตามเดิมไม่สนใจ ช่างหน้าด้านหน้าทนนักจนข้ามิรู้ว่าจะด่าว่าอันใดดีแล้ว

พอข้าทนอับอายไม่ไหวต้องเอ่ยปากทัดทานคนในเข้าวันหนึ่งว่าหวางเย่มิควรมาอยู่ในห้องของผู้ติดตามทั้งค่ำคืน คนกลับยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วบอกกับข้าว่าสามีมานอนห้องอนุภรรยามีอันใดไม่ดี? มารดามันสิ! แล้วเจ้าจะบอกกับชาวบ้านเขาไปทั่วว่าข้าเป็นเพียงผู้ติดตามไปเพื่อสิ่งใด? ยามนี้มีผู้ใดในขบวนเดินทางไม่รู้บ้างว่าคุณชายผู่ผู้ติดตามที่หวางเย่อุปโลกน์ขึ้นมานั้นเป็นอนุภรรยาบ่าวที่คนให้ติดตามมาเพื่อรับใช้เรื่องบนเตียง แค่กๆ...ถึงแม้ความจริงแล้วข้าจะเป็นเพียงบ่าวอุ่นเตียงของใครบางคนก็ตามทีเถอะ

จากเดิมทีที่ข้ากระหยิ่มยิ้มย่องว่าได้หวางเย่มาเป็นเตาพกส่วนตัวขนาดใหญ่เอาไว้นอนกอดยามค่ำคืนเพื่อมอบความอบอุ่น กลับกลายเป็นว่าข้าต่างหากเล่าที่เป็นเตาพกขนาดใหญ่ไว้ให้สามีกอดทุกเช้าค่ำ นี่ข้าพลาดหลงกลติดกับคนเจ้าเล่ห์เข้าแล้วสินะ ทุกวันนี้ข้าแทบจะไม่มีหน้าไปพบปะผู้คนแล้ว จะกระไรเสียอีกเล่านอกจากข้าจะอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี หากขุดรูแล้วเอาหน้าไปซุกซ่อนได้ข้าคงกระทำไปนานแล้ว

ณ เพลานี้ในขบวนเดินทางต่างก็ลือกันไปทั่วอย่างลับๆว่าข้านั้นเป็นอนุภรรยาบ่าวของหวางเย่ที่ยอมปวารณาตนมาเป็นผู้ติดตามของคนแทน เพื่อที่จะคอยดูแลปรนนิบัติรับใช้สามีตามหน้าที่ของศรีภรรยาที่ดี ไม่รู้ว่าคนไปพูดกันเช่นไรแต่ข้ากลับกลายเป็นภรรยาบ่าวผู้ยอมอุทิศตนเดินทางไกลนับพันนับหมื่นลี้สู้อุตส่าห์ลำบากเคียงข้างสามีไปปฏิบัติภารกิจ ผู้คนยกยอข้าเสียเลิศเลอจนข้าแทบจะกลายเป็นเทพเซียน ไม่ว่าข้าจะขยับกายทำสิ่งใดล้วนถูกทุกผู้จับตามองจนข้านั้นแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องเลียนแบบทักษะหน้าหนาของหวางเย่ ทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้แล้วทำตัวตามปกติไป ผู้ใดอยากจะมองก็ให้มองไป เมื่อไม่สนใจสายตาของผู้คนแล้วใจของข้าจึงสงบลงได้

เดินทางกันมาเรื่อยๆแบบมิรู้วันรู้คืนในที่สุดก็ล่วงเข้าสู่เขตแดนมณฑลหูเป่ย มีผู้ว่าราชการมณฑลหู่เป่ยตั้งขบวนออกมารอรับพวกเราอยู่ที่หน้าประตูเมือง หวางเย่ลงจากรถม้าไปพบปะพูดคุยเล็กน้อยตามพิธีการก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถม้าเพื่อให้ขบวนเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง แน่นอนละว่าด้วยตำแหน่งผู้แทนพระองค์ของหวางเย่แล้ว บวกกับคนมีศักดิ์เป็นถึงชินหวางซึ่งเป็นพระอนุชาแท้ๆร่วมพระมารดาของหวงตี้ ย่อมถูกเชิญไปพักที่จวนของผู้ว่าราชการมณฑลหูเป่ยให้สมฐานันดร

เจ้าบ้านปิดเรือนแห่งหนึ่งให้หวางเย่ได้พักผ่อนแยกกับผู้อื่นอย่างสมเกียรติ เรือนแห่งนี้ไม่ใหญ่โตแต่ทว่าตั้งอยู่กลางน้ำ มีสะพานหินให้ใช้เดินข้ามฝากได้ ยามนี้ล่วงเข้าสู่เหมันตฤดูแล้ว ทิวทัศน์รอบด้านจึงล้อมรอบด้วยหิมะสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ มีดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งอยู่ท่ามกลางสีขาวพิสุทธิ์ดูช่างงดงามเหนือคำบรรยายราวกับที่แห่งนี้คือแดนเซียน ข้าเดินตามหวางเย่พลางมองไปรอบกายอย่างเจริญหูเจริญตา เนื่องจากข้ามิค่อยได้ออกจากเรือนเยว่ชิงจึงมิเคยเห็นภาพบรรยากาศที่สวยงามเช่นนี้ ส่วนเรื่องราวที่ว่าก่อนข้าความจำเสื่อมจะเคยเดินทางไปพบเห็นสิ่งสวยงามเฉกนี้รึไม่นั้นก็ยังคงเป็นปริศนา ดังนั้นเราอย่าไปพูดถึงมันเลยจะดีกว่า

บ่าวไพร่ยกหีบข้าวของเข้ามาในเรือนอย่างขยันขันแข็ง ลู่กงกงก็ไปจัดการดูแลจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้นให้เป็นที่เป็นทาง ส่วนจิ้นอิ๋งก็รินชาใส่ถ้วยนำมาให้ข้าและหวางเย่จิบระหว่างรอ เมื่อลู่กงกงจัดระเบียบข้าวของเครื่องใช้จนเสร็จเขาก็เข้ามาพาข้าและหวางเย่เดินสำรวจห้องหับต่างๆรอบตัวเรือน

ห้องนอนของหวางเย่นั้นเป็นห้องนอนใหญ่ที่อยู่บนชั้นสอง ตัวห้องกว้างขวางกินพื้นที่ทั้งชั้น ด้านหนึ่งมีระเบียงกว้างสามารถเดินออกไปชมทัศนียภาพงดงามสุดลูกหูลูกตา ข้าวของเครื่องใช้ภายในล้วนเป็นของชั้นเลิศที่คัดสรรมาอย่างดี บนพื้นปูลาดด้วยพรมขนสัตว์สีขาวบริสุทธิ์น่านั่งเล่น ส่วนบนเตียงก็มีม่านมุ้งปกคลุมดูวิจิตรตระการตายิ่งนัก ตามมุมห้องต่างวางด้วยกระถางถ่านลวดลายอ่อนช้อยเพื่อมอบความอบอุ่น ดังนั้นบรรยากาศในห้องนี้จึงดูอุ่นสบายน่าพักผ่อนยิ่งนัก

ในเมื่อห้องของหวางเย่กินพื้นที่ชั้นสองทั้งชั้น ดังนั้นข้าจึงผละออกมาเพื่อเดินลงไปสำรวจชั้นล่างหมายจะเข้าห้องของตนหวังเพียงไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้สบายตัวเสียที แต่ทว่าเดินหาเท่าไหร่ก็หาห้องของตนเองไม่พบ ในที่สุดข้าจึงต้องอ้าปากบอกลู่กงกงด้วยความเกรงใจอย่างสุดซึ้ง

"ลู่กงกง ไม่ทราบว่าห้องพักของข้าอยู่ที่ใดงั้นหรือ?" ลู่กงกงเพียงยิ้มแย้มตอบรับ จากนั้นก็เดินนำข้าไปยังชั้นสอง หรือว่าชั้นสองจะมีห้องเล็กๆแยกให้ผู้ติดตามซึ่งไม่มีความสำคัญอันใดเช่นข้ากันนะ ถึงอย่างไรข้าก็มิใช่คนเรื่องมากอันใด ห้องจะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนก็เพียงพอแล้ว

ข้ากวาดตามองไปทั่วทั้งชั้นก็เห็นเพียงห้องกว้างขวางของหวางเย่ แล้วห้องของข้าเล่า?

"หวางเย่มีรับสั่งให้คุณชายผู่อาศัยอยู่ในห้องนี้เพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้หวางเย่อย่างใกล้ชิดขอรับ"

(ต่อ)

ว่ากระไรนะ? มีผู้ใดบ้างที่ให้ผู้ติดตามพักอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันกับเจ้านายได้? นี่มันจะไม่น่าสงสัยเกินไปหน่อยรึ?

"ข้าคิดว่ามันมิค่อยจะงามกระมัง?" ข้ารีบเอ่ยปากทักท้วงออกไป

"ไม่งามตรงที่ใด ในเมื่อเจ้าเป็นภรรยาของเปิ่นหวาง การที่เปิ่นหวางให้เจ้ามาอยู่ด้วยกันเพื่อปรนนิบัติรับใช้จึงจะเป็นเรื่องที่ถูกที่ควรแล้ว" หวางเย่ที่นั่งจิบชาอยู่ในห้องขมวดคิ้วนิ่วหน้ากล่าวเมื่อได้ยินคำทัดทานของข้า คนแทนตนว่าเปิ่นหวางเช่นนี้เห็นทีจะเริ่มมีโทสะแล้ว ถึงแม้ข้าจะความจำเสื่อมแต่ก็มิได้โง่งม ยังพอรู้จักหลบหลีกภัยที่กำลังจะมาถึงตัวจึงรีบโอนอ่อนผ่อนตามในทันที

"นู๋เพียงกลัวว่าคนจะครหา...หวางเย่จะเสื่อมเกียรติเอาได้" ข้ารีบหาข้ออ้างพร้อมกับเดินเข้าไปรินชาจากป้านชาลงในถ้วยที่ชาพร่องไป

"เรื่องนั้น...ผู่เอ๋อร์มิต้องเป็นห่วง คิดว่าจะมีผู้ใดหาญกล้ามาวิจารณ์เปิ่นหวางด้วยหรือ?" แหม...คนช่างกล้ากล่าววาจานัก แน่นอนล่ะว่าย่อมมิมีผู้ใดกล้าวิพากษ์วิจารณ์หวางเย่ซึ่งๆหน้า แต่หากซุบซิบนินทาเบื้องหลังเล่า?

"เอาเถอะๆ เลิกบ่นข้าในใจเสียที" หวางเย่บีบจมูกข้าอย่างหมั่นเขี้ยว ข้าเลิกคิ้วคลำจมูกป้อยๆ คนรู้ได้อย่างไรกันว่าข้านินทาตนเองอยู่ในใจ

"หึๆ เจ้าแสดงสีหน้าออกมาหมดสิ้นเช่นนี้จะมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเจ้าคิดอันใดอยู่" หวางเย่ตอบประหนึ่งว่าคนมานั่งอยู่ตรงกลางใจข้าอย่างไรอย่างนั้น 

"ลู่หาน ให้คนยกสำรับเย็นเข้ามาได้แล้ว" หวางเย่หันไปสั่งลู่กงกง เพียงไม่นานก็มีบ่าวยกสำรับเย็นเข้ามาวางบนโต๊ะ อาหารหน้าตาหรูหรามากมายหลายสิบชนิดจนข้าต้องขมวดคิ้วด้วยความกังวลว่าหวางเย่กับข้าจะทานอาหารเหล่านี้ได้หมดรึไม่ หวางเย่มองกับข้าวละลานตาบนโต๊ะจากนั้นก็มองใบหน้าข้าแล้วยิ้มขำอย่างอารมณ์ดี

"ลู่หาน ประเดี๋ยวไปบอกท่านผู้ว่าโหลวว่าเปิ่นหวางขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีและการต้อนรับขับสู้ที่ดียิ่ง เปิ่นหวางเกรงใจนัก เปิ่นหวางนำพ่อครัวส่วนตัวมาด้วยจึงขอรบกวนเพียงแบ่งพื้นที่ใช้สอยในโรงครัวเท่านั้นก็พอ ต่อไปมิต้องให้คนครัวทำอาหารส่งมาอีกเพราะภรรยาของเปิ่นหวางช่างเลือกทานนัก" ข้าหันขวับไปมองค้อนคนประหลับประเหลือก ผู้ใดเลือกทานอาการกัน ผู้อื่นเพียงไม่อยากให้กินทิ้งกินขว้างต่างหากเล่า พวกเจ้ามิเคยอดอยากจึงไม่รู้หรอกว่าอาหารเหล่านี้สามารถใช้เลี้ยงคนยากจนให้กินอิ่มได้กี่มื้อ

"หึๆ ในหัวน้อยของเจ้านี้คิดสิ่งใดให้มากมายกัน" หวางเย่ใช้ข้อนิ้วเคาะศีรษะข้าเบาๆด้วยความเอ็นดู ข้าเห็นคนท่าทางสำเริงสำราญใจไม่น้อยจึงรีบฉวยโอกาสนี้กล่าวความในใจออกไป

"เรียนหวางเย่ นู๋เพียงแต่สงสารคนยากคนจนที่ไม่มีอันจะกิน พวกชาวบ้านชาวนาทำการเกษตรปลูกพืชผัก ปลูกข้าวอย่างยากลำบาก สิ่งที่พวกเรากินทิ้งขว้างไม่เห็นคุณค่าอาจจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ได้มากมาย นู๋...หากผู้คนมิต้องอดมื้อกินมื้อแล้วไซร้จะมีผู้ใดที่อยากจะมาขายร่างกายบ้าง..." ข้าพูดแล้วก็สะเทือนใจจนนัยน์ตาคลอคลองไปด้วยน้ำตา ถึงแม้ข้าจะความจำเสื่อมแต่ข้าก็มิได้ลืมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนไปแม้แต่น้อย หากมิลำบากขัดสนถึงเพียงนั้นผู้ใดจักอยากขายร่างกายไปทำงานเป็นนักพิณให้แก่หอเฟิงชุนโหลว มิวายเคราะห์ซ้ำกรรมซัดคนที่ไร้ที่พึ่งพิงเช่นข้ายังโดนแม่เล้าหลอกขายให้แก่ขุนนางเฒ่าอีก โชคยังดีที่ได้มาอยู่ในตำหนักหวาง ถึงแม้ข้าจะโดนพิษจากไหน้ำส้มที่ซัดซาด แต่ก็ยังดีกว่าต้องอดมื้อกินมื้อขายร่างกายเป็นนายบำเรออยู่ข้างนอก โดยมิรู้ชะตากรรมว่าจะไปตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือคนโฉดชั่วผู้ใดอีก

"ผู่เอ๋อร์...เจ้าอย่าร้องไห้" หวางเย่ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาที่หยาดหยดลงสู่แก้มใสนวลเนียน "ตอนนี้เจ้าได้มาอยู่กับข้าแล้ว เปิ่นหวางขอสัญญาว่าจักมิมีผู้ใดมารังแกเจ้าได้อีก" คนให้คำมั่นทำเอาข้าเผลอซาบซึ้งไปชั่ววูบหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนที่จะคิดขึ้นมาได้ว่าเจ้าจงไปจัดการอนุภรรยาทั้งหลายที่พยายามกลั่นแกล้งรังแกข้าก่อนเถอะ ยามนี้คนที่จะสามารถรังแกข้าได้ล้วนมีเพียงนางเหล่านี้เพียงเท่านั้น

"ถ้าเจ้ายังไม่สบายใจตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปข้าจะให้คนไปต้มโจ๊กเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ยากไร้ในยามเช้าดีหรือไม่?" หวางเย่ช่างเข้าอกเข้าใจจิตใจของภรรยาจริงแท้

"ดีเหลือเกิน ผู่เยว่ขออาสาไปช่วยผู้อื่นแจกจ่ายโจ๊กได้หรือไม่?" ข้าช้อนตามองออดอ้อนออเซาะ ถึงแม้โจ๊กที่จะแจกจ่ายนั้นมาจากเม็ดเงินของหวางเย่แต่อย่างน้อยตัวข้าก็ขอลงมือลงแรงทำสิ่งใดเพื่อผู้อื่นบ้าง

"ตามใจเจ้าเถอะ แต่อีกสามวันหลังจากนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับพวกเรา เจ้าก็ระวังสุขภาพด้วย อย่าให้โดนลมเย็นในตอนเช้าจนเจ็บไข้ได้ป่วยไปเล่า" คนพูดจบก็หยิบตะเกียบลงมือคีบกับข้าวขึ้นมาทาน 

"ขอรับ ผู่เยว่จักระวังตัว" ข้าจึงยกตะเกียบคีบกับข้าวไปวางไว้ในจานของหวางเย่เพื่อเอาอกเอาใจคน แล้วตอบรับคำอย่างง่ายดาย จากนั้นพวกเราก็รับประทานสำรับเย็นกันไปเงียบๆจนเสร็จสิ้น

"เปิ่นหวางเหนียวตัวเหลือเกินแล้ว ลู่หานให้คนไปยกถังน้ำเข้ามา ส่วนผู่เอ๋อร์เจ้าจงมาคอยปรนนิบัติเปิ่นหวางในยามอาบน้ำเถิด"






-------------


Talk (9/2/17)

มีเรื่องมาชี้แจงอีกแล้ว ชี้แจงตลอดเบื่ออ่ะ555

มีคนทักมาว่ากงกงคือขันทีต้องทำงานในวัง 
ตรงนี้ต้องท้าวความนิดนึงนะคะ
พระเอกของเราเป็นชินหวาง ก็คือ อ๋อง ที่มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของฮ่องเต้
ดังนั้นคนจึงเป็นองค์ชายผู้หนึ่ง
องค์ชายเดิมทีจะมีขันทีคนสนิทติดตามสักคนสองคนย่อมไม่แปลกนะคะ
อีกอย่าง ตำหนักหวาง ถ้าเปรียบเป็นของไทยง่ายๆ ก็คือวังเช่นกันจ้า
อย่างที่บอกว่า หวาง คือองค์ชาย บ้านของหวาง ก็คือวังเล็กๆ ที่แยกออกมา
ถึงจะไม่ใช่วังหลวงแต่ก็วังนะคะ
คาดว่าคนอ่านที่ทักมาคงจะเคยดูแต่หนังแต่ละครที่มีขันทีอยู่แต่ในวัง
แต่ถ้าเคยอ่านนิยายจีนในรั้วในวังมาบ้างจะเห็นว่าพวกองค์ชายทั้งหลายที่ต้องออกมาอยู่นอกวังหลวงก็มีขันทีคนสนิทติดตามมาทั้งนั้นแหละค่า
ยกตัวอย่าง นิยายแปลวายเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์
ที่พระเอกเอานายเอกที่เป็นขันทีคนสนิทซึ่งเลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กติดตามไปอยู่ที่ตำหนักของตัวเองด้วย พอจะนึกออกนะคะ

ปล.ก่อนจะเขียนนี่ไรท์ศึกษาข้อมูลมาหมดแล้วนะคะ ไม่เคยนั่งเทียนเขียนอะไรขึ้นมามั่วๆ เพราะฉะนั้นข้อมูลจะปึ้กมาก อะไรที่อ่านแล้วสงสัยก็พยายามไปหาข้อมูลมาก่อนนะคะ แบบไรท์ขี้เกียจมาเขียนชี้แจงบ่อยๆอ่ะ กลัวคนอื่นเขาจะรำคาญเอา




Talk (8/2/17)

ชี้แจงเรื่องสรรพนามแทนตัว

สังเกตุว่า ไรท์จะใช้ สรรพนามแทนตัว หวางเย่ หรือ คนที่เสี่ยวเยว่พูดถึงในบางครั้งว่า 'คน'

มีรี้ดบางคนติงมาว่าดูแปลกๆ
สำหรับไรท์ขอบอกว่าไม่แปลกนะคะ
ถ้าเคยอ่านนิยายจีนกำลังภายใน ของ อ.นพรัตน์ จะเห็นเลยว่า ใช้สรรพนามแทนตัวคนว่า 'มัน'
ซึ่งอ่านแรกๆไม่คุ้นกับสำนวนก็จะรู้สึกขัดๆ 
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ชักชินก็จะรู้สึกว่า เออ แปลกดี เทห์อ่ะ กำลังภายในมากๆ

ในที่นี้ที่ใช้สรรพนาม 'คน' ไม่ใช่ว่าไม่ศึกษาหรือไตร่ตรองก่อนเขียนนะคะ
เพราะตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าจะขัดไหมแปลกรึป่าว
แต่หลังจากที่ลองเขียนดูแล้วก็พบว่ามันเข้ากับธีมพีเรียดจีนมากๆ
ไปลองอ่านจีนพีเรียดของคนอื่นไรท์ก็เจอทั้งสรรพนาม 'มัน' และ สรรพนาม 'คน' ซึ่งไรท์ก็ลองอ่านทวนดูแล้วและคิดว่ามันไม่ขัดค่ะ
สังเกตช่วงก่อนหน้านี้ นิยายที่ไรท์เขียนจะคำผิดน้อยมาก มีคนทักแทบนับครั้งได้ เพราะไรท์จะอ่านทวนอีกรอบสองรอบก่อนลงค่ะ 
(ช่วงนี้งานเยอะไม่ค่อยได้ทวน คำผิดเพียบ อาย><)
ดังนั้นสำนวนที่เขียนออกมาจึงผ่านการอ่านทวนและขัดเกลาแล้วค่ะ
บางคนบอก คำซ้ำ ความหมายเดียวกัน ไม่ต้องเขียนก็ได้
ตย. เช่น คำบรรยายว่า 'อาทิเช่น' ให้เลือกคำใดคำหนึ่ง
ไรท์ขอบอกเลยนะคะ ว่าตรงนี้จงใจเขียนให้มันเป็นคำฟุ่มเฟือยค่ะ 
ใส่เพื่อให้สวยงามในเวลาอ่าน เรียกว่าพรรณนาโวหาร
ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้วิชาภาษาไทยยังมีสอนอะไรพวกนี้อยู่ไหมนะ?

ยังไงก็ขอให้คนอ่านยอมรับสำนวนการเขียนของไรท์ด้วยนะคะ
เข้าใจว่าไม่ชิน แต่ตรงจุดนี้ ไรท์จะพยายามจะเกลาตรงที่ใช้คำแทนว่าคนซ้ำซากซึ่งบางทีอาจทำให้สับสนออกไปค่ะ 
คาดว่าที่อ่านแล้วขัดๆน่าจะเป็นตรงจุดนี้มากกว่า
เพราะบางทีรีบเขียนเลยขี้เกียจพิมพ์คำว่าหวางเย่ เลยใช้ คำว่า คน จนชิน555



T
B
Chicken
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.049K ครั้ง

7,087 ความคิดเห็น

  1. #6948 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 09:27
    ตอนนี้ไม่ลำบากแล้วนะคะ
    #6948
    0
  2. #6815 kristkatt (@kristkatt) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:41
    นี่ชอบภาษาไรท์มาก เหมือนจะเคยอ่านเรื่องนี้ไปเเล้วเเต่น่าจะนานลทมเนื้อเรื่องเลยย้อนกลับมาอ่านใหม่ก็ยังดีเหมือนเดิมค่ะ
    #6815
    0
  3. #6276 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 02:00
    ไรท์ใส่ใจมากกก รักกก
    #6276
    0
  4. #5926 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 21:32
    น้องงงง น้องหนีไม่พ้นแน่ๆ55555
    #5926
    0
  5. #5908 Meji.Mojicon (@Suki_Writer1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 20:51
    อ่านแล้วภาษาไรท์ดีมาก เพราะบางคนเราอ่านภาษาไม่สละสลววแต่อ่านได้ แต่มีไรท์หลายคน ที่เราชื่นชอบเพราะภาษาดีมาก ตอนนี้ติดตามคนนั้น ติดตามไรท์ด้วย ไรท์ใส่ใจนักอ่านมาก
    #5908
    0
  6. #5630 plumume (@Luukchup) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:36
    เราเพิ่งมาเจอเรื่องนี้ก็รู้สึกว่าไรท์ใส่ใจอธิบายมาก555ส่วนตัวไม่ขัดอะไรจ้าชินแล้ว ชอบนักเขียนแบบนี้มากค่ะใส่ใจหารายละเอียดอ่านแล้วเหมือนงานแปลจีน สำนวนภาษาโอเคเลย หวางเย่ก็ไม่ได้รุกเร็วขนาดนั้นกำลังพอดีแบบฟินเรื่อยๆ ไปเจอบางเรื่องแค่เห็นหน้าก็หลงนางเอกเหมือนโดนของ เรื่องนี้ดูมีลำดับความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆเต้าหู้ก็โดนกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ555
    #5630
    0
  7. #5506 แมวดมกาว'วว (@kookiooo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:00
    มีเมียนี่มันดีจริงๆเลยค่ะ555 เงแถมเมียยังเป็นเคะเจริญตาชาววาย
    #5506
    0
  8. #5472 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:41
    ชอบเวลาน้องคิด
    #5472
    0
  9. #5340 pinksoo16 (@pinksoo16) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 22:08
    น้องผู่อย่าลืมว่าคนที่แกล้งเจ้าเยอะสุดก็หวางเย่นี่แหละ 5555
    #5340
    0
  10. #4794 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 12:40
    อาบน้ำแล้วสบายตัวววววว
    #4794
    0
  11. #4722 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:08

    อาบน้ำ!!!! เอาแล้วน้อง 5555

    #4722
    0
  12. #4633 รญาดา (@psanda) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 14:33
    อ้างถึงพรรณนาโวหารนี่เหมือนคนเกิดยุค80เลย555
    #4633
    1
    • #4633-1 ++Milady++ (@Suiji) (จากตอนที่ 30)
      20 ตุลาคม 2561 / 18:49
      อุ้ย แก่อ่ะ
      ความจริงเปิดเผย
      555
      #4633-1
  13. #4623 ดาวประดับ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 15:47

    ท้ายบทเยอะนะ ทั้งที่บอกว่าขี้เกียจอธิบาย แต่ก้อเข้าใจนะ ว่าอยากให้คนอ่านเข้าใจ

    #4623
    0
  14. #4139 TheLoli (@TheLoli) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 03:57
    ทำไมเราอ่านมาแล้วไม่เคยรู้สึกขัดเลย อ่านจนชินมันเป็นอย่างนี้นี่เอง//จะมีก็แต่เนื้อเรื่องที่มันหวานขึ้นทุกที มันอิจนะ>[]<
    #4139
    0
  15. #3858 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 01:41
    หวางเย่มีแผนตลอดๆๆๆ
    #3858
    0
  16. #3810 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 15:08
    หวังว่าหวางเย่จะเข้าใจจิตใจของผู้คนที่ทุกข์ยากดังที่น้องเยว่พูดบ้าง เข้าใจว่าเชื้อพระวงศ์ย่อมใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ขอให้อย่าลืมว่า รอยยิ้มของประชาชนคือค่าตอบแทนที่แท้จริงของการบริหาบ้านเมืองมิใช่หรือ
    จะเป็นสามีภรรยาที่แท้จริงกันที่นี้ไหมนะ 
    #3810
    0
  17. #3723 แกงส้ม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:51
    อ๊ะๆๆ อาบน้ำ
    #3723
    0
  18. #3577 นิลารี (@gieang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 02:18
    พึ่งเข้ามาอ่าน อยากบอกไรท์ว่าได้ความรู้แบบปึ้กมากๆ ประดุจนิยายแปลที่เพียงแต่นำความทั้งหมดมาแปลเป็นไทย ชอบตรงเกร็ดความรู้ที่แทรกให้มากเลย. รักไรท์เน่อออ
    #3577
    0
  19. #3556 nanmalaew (@nanmalaew) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 07:58
    โอ้ยยยชอบ
    #3556
    0
  20. #3389 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 01:33
    บางทีก็ไม่ชอบพระเอกคือนางกินได้ทั้งหญิงชายแบบนี้ไม่ค่อยจะดี
    #3389
    0
  21. #3218 fairy (@game_) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 23:39
    เอาแล้ววววว
    #3218
    0
  22. #3171 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:36
    ชินกับเตาพกละสิผุ่เย่วของเรา 555
    #3171
    0
  23. #2650 evesjj (@evesjj) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 14:33
    อ่านองค์ชายอัปลักษณ์มาเหมือนกัน สนุกมาก ตอนนี้ได้เเต่ภาวนาให้อย่างน้อยเหลือ เมียเดียว เหมือนเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์ก็ยังดี
    #2650
    0
  24. วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 12:04
    เสี่ยวไป๋ผู้ถูกลืม......
    #2601
    0
  25. #2333 judymefern1995 (@judymefern1995) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:29
    สงสัยมาหลายตอนแล้วค่ะ ตั้งแต่แรกเลยที่ว่าผู่เย่วความจำเสื่อมตั้งแต่ตอนที่โดนอวิ๋นซีผลัก ดังนั้นแสดงว่าต้องเป็นเรื่องราวหลังตากที่มาอยู่ในจวนอ๋องแล้ว แล้วทำไมถึงบรรยายเหมือนกับว่านายเอกจำเรื่องราวก่อนหน้านั้นได้ ทั้งการเคยเป็นคนดีดพิณ ทั้งความรู้สึกต่างๆ ทั้งยังรู้ด้วยว่าเคยมีชีวิตความเป็นมายังไง รู้ว่าใครไปซื้อมา แล้วก็อีกหลายๆอย่าง เราก็พยายามข้ามความสงสัยไป แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ มันดูย้อนแย่งกับตอนโปรยมาแรกๆมากๆ
    #2333
    2
    • #2333-1 ++Milady++ (@Suiji) (จากตอนที่ 30)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:20
      เราว่าเราเขียนบอกแล้วนะคะ
      ว่าจื่อลู่ที่เป็นคนสนิทเล่าให้ฟัง
      จื่อลู่เนี่ยเป็นเด็กรับใช้ผู่เยว่มาตั้งแต่สมัยยังอยู่หอนายโลม
      ลองกลับไปอ่านทวนใหม่นะคะ
      #2333-1
    • #2333-2 ++Milady++ (@Suiji) (จากตอนที่ 30)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:22
      ส่วนเรื่องดีดพิณ อ่านหนังสือเขียนหนังสือได้นี่
      ถึงจะความจำเสื่อมก็ไม่ใช่ว่าจะลืมทักษะส่วนตัวนะคะ
      ไม่ใช่นิยายที่สลับร่างสลับวิญญาณพวกนั้นที่ตัวเอกเป็นอีกคนนึงถึงจะทำอะไรไม่ได้เลย จำอะไรไม่ได้เลย
      อย่างที่บอกค่ะ ผู่เยว่เป็นคนมีความสามารถ และไม่ใช่คนโง่
      ต่อให้ความจำเสื่อมก็ไม่โง่ค่ะ
      #2333-2