คีตาในเรือนจันทร์ (BL) (วาย) (yaoi)

ตอนที่ 2 : ขายของเก่า (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,158 ครั้ง
    5 ก.ย. 62



เพลงบทที่2 ขายของเก่า

 

"พวกเจ้าไม่รู้อันใด สิ่งนี้แหละจึงจะเรียกว่า พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" ข้าตอบพลางอมยิ้มด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขจนเด็กรับใช้ทั้งสองต่างพากันส่งสีหน้างงงวยมาให้

เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งคู่แล้วข้าก็ได้แต่นึกหัวเราะขันจากนั้นจึงจัดการสั่งให้เด็กทั้งสองช่วยกันคัดเลือกข้าวของเครื่องใช้ที่มีสภาพสมบูรณ์ออกมา บางส่วนที่พอใช้ได้ข้าก็นำมาประดับห้องหับต่างๆ ในเรือนเยว่ชิง ส่วนที่ดูมีราคาข้าก็แยกเอาไว้ พอคัดแยกข้าวของเสร็จห้องครัวจึงค่อยมีสภาพกลายเป็นห้องครัวขึ้นมาบ้าง

"ในที่สุด! เราก็มีห้องครัวเป็นของตนเองแล้ว!" จื่อลู่ร้องตะโกนอย่างดีใจที่สามารถรื้อของออกไปจนเห็นสภาพดั้งเดิมของห้องครัวจนได้ [u1] แม้ว่าห้องครัวที่เรือนแห่งนี้จะมิได้ใหญ่โตกว้างขวาง ทว่าก็มีเตาหินหนึ่งเตา และเครื่องครัวเล็กน้อย

"ถึงเราจะมีห้องครัว แต่ก็ยังไม่มีวัตถุดิบนะขอรับ” จิ้นอิ๋งพึมพำเบาๆ แต่ใช่ว่าข้ามิได้คิดถึงปัญหาข้อนี้เลย ความจริงแล้วข้ายังมีสมบัติติดตัวอีกเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะให้จื่อลู่นำไปแลกเป็นเงินได้ แต่ขุมทรัพย์อยู่ตรงหน้า จะให้เอาของของข้าออกไปขายเพื่อสิ่งใดกัน

"ก็ของเหลือทิ้งพวกนี้แหละ ที่จะกลายเป็นเงินให้เรานำไปจับจ่ายใช้สอยซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหาร" ข้าบอกแก่พวกเขาพลางลงมือเลือกของชิ้นเล็กๆ ที่ดูน่าจะทำเงินได้ส่งไปให้จื่อลู่ สิ่งที่หยิบขึ้นมาเป็นแจกันลายครามเก่าๆ ใบหนึ่ง ขนาดประมาณหนึ่งฉื่อ[1]

"แต่สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สินของหวางเย่ ถ้ามีคนจับได้..." จิ้นอิ๋งกล่าวอย่างกังวลใจเนื่องจากเขาเป็นคนเก่าคนแก่ที่อาศัยอยู่ในตำหนักแห่งนี้ตั้งแต่แรก ไม่เหมือนกับข้าและจื่อลู่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาทีหลังดังนั้นสำนึกในส่วนนี้ของข้าจึงเจือจางยิ่ง ผิดถูกคือสิ่งใด? ข้ารู้เพียงแต่ว่าการที่ท้องหิวและไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องนั้นน่ากลัวกว่ากันมากนัก

"ถึงอย่างไรข้าวของพวกนี้ก็ถูกทิ้งขว้างมานานมากแล้ว ข้าคิดว่าคงจะมิมีผู้ใดจดจำได้หรือสนใจจะนำมันกลับไปใช้อีก" ข้าพยายามโน้มน้าวให้จิ้นอิ๋งสบายใจ

"ใช่ๆ ความจริงพวกเขาต้องขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำที่ช่วยกำจัดขยะเหลือใช้เหล่านี้ให้" จื่อลู่กล่าวอย่างไม่เกรงกลัว ถึงแม้ข้าจะความจำเสื่อม แต่หลังจากที่คลุกคลีกับพวกเขามาช่วงเวลาหนึ่งก็พอจะรู้นิสัยของเจ้าเด็กคนนี้ขึ้นมาบ้าง เขาเป็นคนห่ามๆ กล้าได้กล้าเสียแต่ก็จงรักภักดียิ่ง

"แต่จื่อลู่จะขนของเหล่านี้ออกไปจากตำหนักได้อย่างไรเล่า ในเมื่อประตูใหญ่มีเวรยามแน่นหนา หากผู้อื่นรู้ท่านจะเดือดร้อนเอาได้" จิ้นอิ๋งนั้นเป็นเด็กขี้กลัวส่งผลให้เขาเป็นคนรอบคอบและระมัดระวังยิ่ง แต่ก็ถือว่าเป็นนิสัยที่ไม่แย่อันใด อย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนคอยปรามข้ากับจื่อลู่ในยามที่จะออกนอกลู่นอกทางจนเกินพอดี

"ไม่ต้องห่วง ข้าเพิ่งสำรวจเจอทางลับที่จะออกไปยังภายนอกตำหนักได้โดยจักมิมีผู้ใดพบเห็น ประเดี๋ยวบ่าวจะนำของชิ้นนี้ออกไปขายให้ท่านเอง" จื่อลู่ช่างเป็นเด็กที่คล่องแคล่วนัก พอกล่าวจบเขาก็คว้าแจกันมาห่อไว้ในห่อผ้าจากนั้นก็วิ่งลับตาไปอย่างรวดเร็ว ข้าได้แต่ตะโกนบอกให้เขาระมัดระวังตัวด้วยโดยไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินมันหรือไม่

พวกข้านั่งๆ นอนๆ รอจื่อลู่อยู่ในเรือนเยว่ชิงด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ จนกระทั่งทนไม่ไหว ข้าจึงคว้าผ้าขี้ริ้วเดินไปปัดกวาดเช็ดถูห้องครัวฆ่าเวลาแก้เครียด จิ้นอิ๋งพยายามห้ามมิให้ข้าลงมาทำงานบ่าวไพร่เช่นนี้ แต่ข้ามิยินยอม ความจริงแล้วข้าเองก็มิใช่คุณชายสูศักดิ์มาจากไหน เป็นแค่นักพิณตกอับที่ต้องมาทำงานขายเสียงเพลงแลกเงินอยู่ในหอโคมเขียวจนถูกแม่เล้าหลอกนำไปขายให้ตาเฒ่าขุนนางจอมหื่นนั่นในที่สุด

เมื่อจิ้นอิ๋งเห็นว่าไม่สามารถห้ามได้จึงรีบเข้ามาช่วยข้าทำความสะอาดห้องครัวอย่างรวดเร็ว ในครัวที่มิได้ใช้งานอันใดมาเป็นเวลานานนั้นมีทั้งฝุ่นแลหยากไย่เต็มไปหมด เราสองคนช่วยกันทำความสะอาดจนครัวสะอาดเอี่ยมอ่อง เมื่อผ่านไปสักสองชั่วยามจึงได้ยินเสียงจื่อลู่กลับมา

"บ่าวกลับมาแล้ววววว..." จื่อลู่ตะโกนนำมาก่อนตัว พร้อมกับวิ่งเข้ามาหาพวกข้าที่นั่งพักอยู่ในครัวอย่างร่าเริง โชคดีที่เรือนเยว่ชิงนั้นอยู่ห่างไกลจากเรือนหลังอื่นๆ มากพอดู อีกทั้งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของตำหนักจึงมิค่อยมีผู้ใดผ่านเข้ามามิเช่นนั้นความลับเหล่านี้คงจะมีผู้อื่นล่วงรู้ไปนานแล้ว

"เป็นอย่างไรบ้าง? เหตุใดจึงไปนานนัก?" ข้าถามจื่อลู่ เห็นเขาขนซื้อของมามากมายมีทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู ผัก น้ำมัน รวมถึงเกลือปรุงรส

"บ่าวนำแจกันใบนั้นไปขายที่โรงรับจำนำได้เงินมาตั้งสิบตำลึงแน่ะขอรับ จากนั้นก็ไปขนซื้อเครื่องปรุงกับวัตถุดิบกลับมาจึงเสียเวลาไปมากพอควร"

"อา...ไม่น่าเชื่อ ของชิ้นนึงในตำหนักแห่งนี้ยังสามารถเลี้ยงพวกเราสามคนอย่างสบายๆ ไปได้นานหลายเดือนทีเดียว" ข้าคาดเดาไม่ผิดเลย ขยะพวกนี้คือขุมทรัพย์ล้ำค่าที่จะทำเงินให้กับพวกเราไม่มากก็น้อย แต่ข้าจะชะล่าใจมิได้

"ข้าคิดว่าพวกเราควรจะปลูกพืชผักกินเอง ดีกว่าออกไปหาซื้อบ่อยๆ" อย่างน้อยถ้าช่วงไหนจื่อลู่แอบออกไปข้างนอกตำหนักไม่ได้เราก็จะยังมีผักกินปะทังชีวิต

"จริงด้วยขอรับ" จิ้นอิ๋งพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพลางเริ่มลงมือปรุงอหาร

"พรุ่งนี้ เจ้าต้องซื้อพวกเมล็ดผักและผลไม้กลับมาด้วย..." ข้าสั่งของกับจื่อลู่รายการยาวเป็นหางว่าว

"ประเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจักไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง" จิ้นอิ๋งรีบบอกจื่อลู่เมื่อเห็นว่าสิ่งของที่ข้าต้องการนั้นมีจำนวนมากเกินกว่าที่คนคนนึงงจะแบกไหว

"ก็ดี ถ้าพวกเจ้าไปกันสองคนจะได้ขนของกลับมาได้มากขึ้น" ความจริงข้าอยากเลี้ยงแม่ไก่เพื่อเก็บไข่กินด้วย ถ้าสั่งให้พวกเขาหิ้วแม่ไก่มาคนละตัวจะยากเกินไปไหมนะ?

อาหารเย็นวันนั้นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต อย่างน้อยก็อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าจำได้ ความจริงข้าอาจจะเคยได้ทานอะไรที่มีรสชาติดีกว่านี้มาก่อนก็เป็นได้ แต่ข้าก็จำไม่ได้แล้วนี่นา เพราะฉะนั้นข้าจึงถือว่ามื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยที่สุด และข้ามีความสุขที่สุดในชีวิตตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาโดยปราศจากความทรงจำ อาหารมื้อนี้ประกอบด้วยผัดผักง่ายๆ เนื้อหมูทอด และแกงจืดเต้าหู้ แต่ข้าก็ชอบมันมาก อย่างน้อยการที่เราทุกคนได้ทานอาหารพร้อมหน้า ได้กินอิ่มนอนหลับก็ถือว่ามีความสุขมากแล้ว ข้าไม่หวังสิ่งใดดีไปกว่านี้จริงๆ

 

วันรุ่งขึ้น ข้าเข้าไปในห้องหนังสือ เขียนรายการที่ข้าจะฝากเด็กทั้งสองคนไปซื้อ มีทั้งเมล็ดพืชผักผลไม้ ข้าวสารอาหารแห้ง นอกจากนี้ข้ายังสั่งแม่ไก่เป็นๆ อีกสองตัว เด็กทั้งสองคนจะหอบหิ้วกันมาไหวหรือไม่นะ ช่างมันเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะกำชับให้เด็กทั้งสองคนหอบหิ้วมาเท่าที่จะทำได้ อันใดไม่ไหวก็ค่อยกลับไปขนมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ก่อนออกจากบ้านข้าส่งโคมไฟประดับให้จื่อลู่ ส่วนจิ้นอิ๋งข้าให้เขาอุ้มตะเกียงแปดเหลี่ยมที่มีผู้อื่นนำมาทิ้งไว้ในห้องครัวเพื่อให้ทั้งสองคนนำไปจำนำเพิ่มเติม

เด็กทั้งสองหายไปสองชั่วยามเหมือนเดิม จากนั้นก็กลับมาพร้อมกับข้าวของเต็มสองมือ ส่วนข้าก็ใช้เวลาว่างทำเล้าไก่ไว้ในสวนด้านหลังเรือนเยว่ชิงในสถานที่ที่ดูน่าจะลับตาคนพอสมควร แต่พอจิ้นอิ๋งมาเห็นเล้าไก่ของข้าเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก ส่วนจื่อลู่นั้นทำตาโตอ้าปากค้าง

"คุณชาย...เล้าไก่นี่มัน...." จื่อลู่พึมพำ

"มีอันใดแปลกหรือ?" กระไร? เล้าไก่ของข้ามันไม่ดีที่ตรงไหน?

"เอ่อ...ซี่เล้าไก่นั้นถ้าข้ามองไม่ผิด มันคือ..." จิ้นอิ๋งเหงื่อตก พยายามเพ่งมองสิ่งที่ข้านำมาใช้ทำเป็นเล้าไก่

"ถูกแล้ว มันคือขาเก้าอี้" ข้านำขาโต๊ะขาเก้าอี้ที่แตกหักกับพวกตู้ที่ไม่ใช้แล้วมาล้อมเป็นเล้าไก่ ช่วยไม่ได้ก็ข้าไม่มีวัสดุนี่

"พรุ่งนี้เราคงต้องเข้าเมืองไปซื้อสุ่มไก่" จื่อลู่พึมพำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"งั้นอย่าลืมซื้อข้าวเปลือกเอาไว้เลี้ยงไก่ด้วย" ข้ารีบสั่งของให้พวกเขาไปซื้อเพิ่ม ส่วนเด็กทั้งสองคนก็ได้แต่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่อย่างนั้น

 

วันถัดมาเด็กทั้งสองก็ไปซื้อสุ่มไก่มาให้ ข้าจึงสั่งให้พวกเขาขนแม่ไก่มาเพิ่มอีกตัว ทีนี้พวกเราก็จะมีไข่ไก่กินคนละฟองทุกวันแล้ว ข้าดีใจยิ่งนัก ระหว่างที่รอพวกเขาเข้าไปซื้อของ ข้าก็ลงมือไถพรวนดินเพื่อปลูกพืชผักสวนครัว ต้องรีบปลูกเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะกว่าจะเก็บเกี่ยวทานได้คงอีกนาน อีกทั้งเข้าใกล้หน้าหนาวแล้ว ข้าจึงคิดว่าจะปลูกผักให้มากหน่อยเผื่อหมักดองผักพวกนี้เอาไว้ทานยามยาก จักต้องรีบกักตุนเสบียงเอาไว้เผื่อยามขัดสน

พอเด็กทั้งสองกลับมาก็บ่นข้าสารพัดเรื่องที่ข้าลดตัวลงมาทำงานหนักอย่างเช่นการปลูกผักปลูกหญ้า ข้าจึงบอกพวกเขาไปว่าข้าว่างงานยิ่ง ถ้าไม่หาอะไรทำคงบ้าตายไปเสียก่อน พวกเขาจึงบอกให้ข้าเล่นพิณอยูในเรือนเพื่อซ้อมมือไปเรื่อยๆ เผื่อความทรงจำจะกลับคืนมา ซึ่งข้าก็ได้แต่ทำตามที่พวกเขาแนะนำ คราแรกข้านึกว่าข้าที่ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้นแล้วจะมิสามารถดีดพิณได้อีก แต่ทว่าข้ากลับคาดเดาผิดไป ดูท่าทักษะการดีดพิณของข้านี้คงจะคล้ายคลึงกับสัญชาตญาณติดตัวเหมือนเช่นภาษาพูด ภาษาเขียน ที่ข้าไม่ต้องนึกอันใดก็สามารถพูดจา ขีดเขียนหนังสือได้เองโดยไม่ต้องมานึกทบทวนอีกต่อให้ข้าจะจดจำไม่ได้ก็ตามที ครั้งนี้ข้าก็สามารถดีดพิณได้จากสัญชาตญาณล้วนๆ ตอนแรกที่เด็กทั้งสองบอกให้ข้าฝึกดีดพิณนั้น ข้าสองจิตสองใจเกรงว่าเสียงเพลงจะดังออกไปนอกเรือนจนทำให้อวิ๋นซีตามมาราวีข้าอีก แต่คราวนี้คงเป็นเพราะข้าถูกหวางเฟยสั่งกักบริเวณแบบไม่มีกำหนด นางคงสมใจแล้วจึงมิได้มารบกวนข้าอีกแต่อย่างใด

พวกเรากินอยู่กันเช่นนี้เป็นเวลาหลายเดือนโดยอาศัยปลูกพืชผักทานเอง ได้กินไข่วันละฟอง ส่วนข้าวปลาอาหารนอกเหนือจากนี้ก็พึ่งพาเด็กๆ ให้ไปซื้อหามาจากในเมือง ความเป็นอยู่ในเรือนเยว่ชิงนั้นค่อนข้างสะดวกสบายพอสมควรจนกระทั่งเงินของพวกเราใกล้หมดลงอีกครั้ง และครานี้ข้าก็ไม่รู้ว่าจะขนสิ่งใดให้จื่อลู่ออกไปขายดีเนื่องจากมีแต่ของชิ้นใหญ่ๆ อาทิเช่นพวกโต๊ะ ตู้ ฉากกั้น ซึ่งหากขนออกไปแล้วจะดูมีพิรุธเป็นอย่างมาก อีกทั้งมันดูหรูหรามีมูลค่ามากเกินกว่าจะเป็นสิ่งของในจวนของบุคคลธรรมดา ข้าจึงตัดสินใจจะออกจากตำหนักเพื่อไปเพื่อดูลาดเลาว่าควรจะทำมาค้าขายสิ่งใดดี เผื่อข้าจะได้ใช้เวลาว่างทำแล้วฝากจื่อลู่ไปขายหารายได้พิเศษ

ครั้งนี้ข้าออกไปกับจื่อลู่เพียงสองคนโดยทิ้งให้จิ้นอิ๋งอยู่เฝ้าเรือนเยว่ชิงเพียงคนดียว ทีแรกจื่อลู่อิดออดเล็กน้อย ส่วนจิ้นอิ๋งเองก็ไม่เห็นด้วยกับแผนการของข้า แต่ทว่าข้าไม่ยินยอมและยืนยันว่าจะต้องได้ไปสำรวจในตัวเมืองด้วยตนเองให้จงได้ จื่อลู่จึงยินยอมแบบไม่เต็มใจนัก ส่วนจิ้นอิ๋งก็มีสีหน้าดำทะมึนพร้อมกับกำชับจื่อลู่ให้ดูแลข้าอย่างดีราวกับมารดาเป็นห่วงบุตรน้อยก็ไม่ปาน หลังจากที่ข้าฟังคำสั่งเสียพร่ำบ่นอย่างยาวนานจึงได้ฤกษ์ออกเดินทางเสียที

ข้านึกสงสัยมานานแล้วว่าจื่อลู่ลอบหนีออกจากตำหนักของชินหวางที่ควรจะมีการดูแลรักษาอย่างแน่นหนาไปได้อย่างไร แต่ข้าดูถูกเขาเกินไป เพราะเขาพบช่องสุนัขลอดที่กำแพงด้านหลังเรือนเยว่ชิงของข้า จะอธิบายให้ชัดเจนก็คือ เรือนเยว่ชิงของข้านั้นตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ลึกที่สุดของตำหนักชินหวาง แม้ข้าจะไม่แน่ใจว่าอาณาเขตของสถานที่แห่งนี้มีความกว้างใหญ่เพียงใดแต่ตรงส่วนที่ข้าอาศัยอยู่นั้นไม่ค่อยมีผู้ใดผ่านมา บริเวณด้านหลังของเรือนเยว่ชิงก็เป็นป่ารกทึบซึ่งมีต้นไม้สูงใหญ่มากมายทำให้มิมีผู้ใดกล้ารุกล้ำเข้าไปด้านในป่าเนื่องจากกลัวหลงทาง ข้าเดินตามจื่อลู่ไป เห็นเขาใช้เชือกเส้นยาวๆพันตามต้นไม้เพื่อบอกทาง เชือกนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นเช่นข้าหรือจิ้นอิ๋งเดินแยกออกไปจนหลงทาง เมื่อเดินตามเส้นเชือกไปสักพักก็จะพบกับกำแพงตำหนักที่ดูสูงตระหง่าน อย่าคิดว่ากำแพงจะมีรอยแตกแยกอะไรพวกนั้น เพราะกำแพงของตำหนักแห่งนี้ดูมั่งคงแข็งแรงดี จื่อลู่พาข้าเดินเลี่ยงมายังร่องน้ำที่เดิมคงจะเป็นคูน้ำเลียบกำแพง แต่บัดนี้มันแห้งขอดไปหมดแล้ว เขากระโดดลงไปในคูนั้นพร้อมกับยื่นมือออกมารอรับข้า ข้าจึงส่งมือไปวางบนมือเขาก่อนที่จะกระโดดตามลงไปในคูน้ำ คูน้ำแห่งนี้ไม่ใหญ่มากนัก ทว่ากลับมีช่วงหนึ่งลอดผ่านกำแพงตำหนักออกไปด้านนอกซึ่งข้าคิดว่าน่าจะเป็นร่องระบายน้ำ และจื่อลู่ก็พาข้าลอดผ่านกำแพงออกมาจากร่องระบายน้ำนี้นั่นเอง

พวกเราโผล่ออกมาตรงป่าด้านหลังตำหนักของหวางเย่ ข้าจึงค่อยคลายสงสัยเสียทีว่าเหตุใดพวกเด็กๆ จึงหนีออกจากตำหนักได้ง่ายดายนัก ก็เพราะด้านหลังตำหนักส่วนนี้ติดกับป่ารกชัฏจนมิมีผู้ใดเหลียวแลน่ะสิ พวกทหารยามคงคิดว่าไม่น่าจะมีผู้ใดกล้าใช้เส้นทางนี้ในการมายังตำหนักของหวางเย่ จึงมีการจัดวางเวรยามแต่เฉพาะรอบนอกที่มักจะมีผู้คนสัญจรผ่านเท่านั้น นี่นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายของพวกข้า โชคดีก็คือเราสามารถลอบออกจากจวนได้ตามใจชอบ แต่โชคร้ายกลับแฝงมาในความโชคดี นั่นก็เพราะเราต้องเดินเท้าลัดเลาะผ่านป่าผืนนี้ไปเป็นระยะทางพอสมควรกว่าจะเข้าเมืองได้ ข้าจะไม่นึกสงสัยอีกแล้วว่าเหตุใดเด็กๆพวกนี้จึงหายไปทีตั้งสองสามชั่วยาม เพราะเท่าที่ข้าคะเน แค่เดินผ่านป่านี้ไปกลับก็น่าจะเสียเวลาไปหนึ่งชั่วยามเป็นอย่างน้อย และอีกเรื่องที่ข้าติดใจสงสัยอย่างมากในยามนี้ก็คือ จื่อลู่หาทางออกจากป่าผืนนี้เจอได้อย่างไร?

"คุณชายมองหน้าบ่าวด้วยเหตุใด?" จื่อลู่ถามเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าข้าจ้องหน้าตนไม่วางตา

"ข้าสงสัย...." ข้าเว้นระยะนิดหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "ว่าเจ้าหาทางออกจากป่านี้ได้อย่างไรกัน?"

"ฮ่าๆๆๆ บ่าวนึกว่าท่านจะไม่ถามเสียอีก... ท่านคงลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าที่บ่าวจะมารับใช้ท่าน ท่านซื้อตัวบ่าวมาจากบิดาที่เป็นพรานป่า เขาติดการพนันงอมแงมจนสิ้นเนื้อประดาตัวจึงนำบ่าวไปขายหอโคมเขียวเพื่อขัดดอก แต่ท่านกลับมาพบเห็นเข้าก่อนจึงช่วยเจียดเงินทั้งหมดที่ท่านมีเพื่อซื้อข้าไปเป็นเด็กรับใช้ประจำกาย ตอนนั้นข้าทั้งซาบซึ้งทั้งตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีผู้ใดก็ไม่รู้ ญาติก็ไม่ใช่ รู้จักรึก็เปล่า แต่กลับยอมยื่นมือมาช่วยเหลือเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า บ่าวจึงไม่ต้องไปขายตัวเป็นนายโลมให้บุรุษอื่นย่ำยี หลุดพ้นจากการถูกดูหมิ่นเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ตั้งแต่นั้นบ่าวจึงปวารณาตัวเองว่าจะติดตามรับใช้เพื่อทดแทนบุญคุณของท่านจนชั่วชีวิต"            ข้าตาโตกับคำอธิบายของจื่อลู่ ไม่น่าเชื่อว่าอดีตของข้ากับเขาจะมีความเป็นมาเช่นนี้ ความจริงตัวข้าก่อนความจำเสื่อมนั้นนับเป็นคนดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

"เนื่องจากบิดาของบ่าวเป็นพรานป่า ทำให้บ่าวเคยตามเขาออกไปหาของป่าอยู่บ่อยครั้ง บ่าวจึงพอจะคุ้นเคยกับป่าอยู่บ้าง ดังนั้นการหาทางออกจากป่านี้จึงไม่ยากเย็นจนเกินไปนัก"

ข้าพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่น่าเชื่อว่าตนจะไปเก็บพรานป่าตัวน้อยมาได้ นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ถือว่าการพบกันครั้งนั้นกลับกลายเป็นโชคลาภอันประเสริฐอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

พอเดินถึงตัวเมืองจื่อลู่ก็ให้ข้าสวมหมวกที่มีผ้าคลุมหน้าเพื่อปิดบังหน้าตา เขาบอกว่าหน้าตาของข้าโดดเด่นเกินไปจนอาจเป็นอันตรายได้ ที่ว่าอันตรายนั้นก็คือเขากลัวว่าจะมีคนจดจำข้าได้ เพราะตัวข้าในอดีตก็จัดได้ว่าเป็นนายคณิกาที่มีชื่อเสียงเช่นกัน หลังจากที่สวมหมวกเพื่อปิดบังใบหน้าเสร็จสิ้นข้าก็เอาเครื่องประดับก้นถุงชิ้นสุดท้ายชิ้นที่โดนอวิ๋นซีทำลายจนพังยับเยินนั่นแหละมุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำ ถึงแม้มันจะแตกหักเสียหาย แต่ตัวมุกและเพชรพลอยก็ยังมีสภาพดีอยู่ พอแกะออกมาก็ขายได้หลายเงินทีเดียว เมื่อได้เงินเล็กน้อยมาก้อนหนึ่ง ข้าก็เดินเที่ยวไปรอบๆ เมืองอย่างตื่นตาตื่นใจ แวะตลาดร้านค้าดูของไปเรื่อยแต่ก็มิกล้าซื้อสิ่งใดเนื่องจากข้าต้องเก็บเงินไว้สำรองใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น จนข้าบังเอิญไปเห็นประกาศแผ่นหนึ่งเข้า

 

'ต้องการนักดนตรีเพื่อไปเล่นดนตรีในบ่อนพนันชั้นสูง'

 



[1] 1ฉื่อ เท่ากับ 10ชุ่น หรือประมาณ1ศอก


-------------------------

FootNote
*หนึ่งชั่วยาม = ประมาณ2ชม.

Talk
พระเอกจะยังไม่ออกจนกว่าจะมีชื่อ 5555
T
B
Chicken
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.158K ครั้ง

7,259 ความคิดเห็น

  1. #7259 puenyimm (@Berrymint_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 15:31
    กลายเป็นชีวิตเกษตรกรไปแน้ว555555
    #7259
    0
  2. #6923 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:31
    ขายเสาบ้านไปเลยค่ะ
    #6923
    0
  3. #6791 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 12:56
    เป็นถึงอ๋อง ปล่อยให้เมียลำบากขนาดนี้เลยรึ แย่มาก
    #6791
    0
  4. #6426 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 08:54
    น้องขายของจนหมดและพระเอกยังไม่โพล่มาเลย555
    #6426
    0
  5. #6238 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 06:46
    พระเอกรีบออกมาเร็วๆๆๆๆๆๆ
    #6238
    0
  6. #5892 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 20:08
    รอพระเอก
    #5892
    0
  7. #5869 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 18:05
    พระเอกค่าตัวแพงเสียจริง!
    #5869
    0
  8. #5825 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 10:32
    โอมายก้อดกพ
    #5825
    0
  9. #5696 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:17
    พ่อพระเอกค่าตัวแพงอีกละ 555+
    #5696
    0
  10. #5655 Ppttyc_ (@Preeyaporn123Noo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:02
    หลุดจากหอโคมเขียวมาแล้วต้องมาเจอแบบนี้อีกหรอสงสารน้อง
    #5655
    0
  11. #5641 ไอคาลิป (@african-lily) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 09:25
    ความจำเสื่อมไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมอธิบายถึงอดีตเป็นคุ้งเป็นแควเชียว
    #5641
    0
  12. #5569 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 23:19
    เจียดค่าตัวพระเอกมาซื้อข้าวให้น้องกินหน่อยก็ได้ ถถถ
    #5569
    0
  13. #5504 นันดา (@chompoo_2545) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 23:34
    พระเอกค่าตัวแพ๊งแพงงง
    #5504
    0
  14. #5431 DreamingDreamer (@dreamza559) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 03:19
    ปลูกผักเลี้ยงไก่ เล่นดนตรีหายรายได้เสริม นิยายสู้ชีวิตสุดๆ สู้ต่อไปน้าา
    #5431
    0
  15. #5318 PUBG (@PUBG) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 18:39
    นึกว่าอ่อนนิยายเอาชีวิตรอด5555

    เกมปลูกผักป่ะเนี้ย
    #5318
    0
  16. #5297 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 16:53
    ชีวิตเรียบง่ายดี ชอบ
    #5297
    0
  17. #5235 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:53
    ปลูกผักเลี้ยงไก่ประทังชีวิต
    #5235
    0
  18. #5169 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:24

    ชีวิตแล้งแค้นยิ่ง!

    #5169
    0
  19. #5121 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 08:43
    แอบไปเล่นดนตรีแน่ๆ
    #5121
    0
  20. #5070 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 20:51

    พระเอกไม่โผล่มาเลย น้องเราจะไปไม่ได้นะ

    #5070
    0
  21. #4952 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:24
    เดี๋ยวว น้องจะไปหรอออ
    #4952
    0
  22. #4817 fumio101 (@fumio101) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:17
    เหลือแค่เลี้ยงปลาแล้ววว ส่วนพระเอกค่าตัวแพงสินะคะ 55555
    #4817
    0
  23. #4769 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:22
    พระเอกฉันค่าตัวแพง
    #4769
    0
  24. #4760 luhan7_lulu (@luhan7_lulu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 03:24
    เศรษฐกิจพอเพียงมากยัยน้อง
    #4760
    0
  25. #4740 MamoTie (@Tangjaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:12
    เอ็นดูน้องเลี้ยงไก่ 55555555555555
    #4740
    0