คีตาในเรือนจันทร์ (BL) (วาย) (yaoi)

ตอนที่ 17 : ตอนพิเศษ คืนเฝ้าปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,181 ครั้ง
    5 ก.ย. 62




ตอนพิเศษ คืนเฝ้าปี

และแล้วก็ถึงวันสิ้นปี ปกติข้าชอบที่จะใช้เวลาข้ามปีไปเงียบๆกับหมู่คนที่ข้ารัก แต่ทว่าปีนี้หวางเย่มีคำสั่งให้อนุภรรยาทุกผู้ไปรวมตัวกันเพื่อร่วมรับประทานอาหารและเฝ้าคืนข้ามปีไปพร้อมๆกัน

วันสิ้นปีสำหรับข้านั้นก็เป็นเพียงแค่วันหนึ่งวันที่สุดแสนจะธรรมดายิ่ง ข้าชอบที่จะปฏิบัติตัวเช่นเคยทำกิจวัตรประจำวันดังเช่นที่แล้วๆมา ทว่าจิ้นอิ๋งกลับหาได้ยินยอมไม่ เขาจับข้าไปอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณจนตัวข้านั้นแดงเถือกคล้ายกุ้งต้ม ทีแรกจิ้นอิ๋งต้องการผสมน้ำหอมกลิ่นหอมฉุนลงในน้ำร้อนที่ข้าจะลงไปแช่ แต่ข้าส่ายหน้าปฏิเสธไปเพราะไม่ชอบกลิ่นที่น่าเวียนหัวเหล่านั้น จิ้นอิ๋งกลับดื้อแพ่งเนื่องจากกลัวว่าข้าจะน้อยหน้าอนุภรรยาคนอื่นๆ ข้าจึงต้องขอให้เขาเอาผลส้มมาลอยในน้ำร้อนแทน

จิ้นอิ๋งยอมตกลงนำผลส้มสามลูกมาลอยน้ำร้อนให้ข้า กลิ่นส้มหอมอ่อนๆ อมเปรี้ยวนิดๆดูสดชื่นยิ่งนัก จนตัวข้าถึงกับเผลอสูดดมไปหลายครา หลังจากอาบน้ำเสร็จจิ้นอิ๋งก็พาข้าไปแต่งตัว จื่อลู่เตรียมชุดใหม่ไว้รอท่า มันเป็นอาภรณ์สีแสงจันทร์ลายดอกมู่หลัน(ดอกมณฑา) ที่พอสวมใส่แล้วขับผิวขาวๆของข้ายิ่งนัก เดิมทีข้าก็เป็นผู้ที่มีผิวขาวซีดอยู่แล้ว ยิ่งสวมอาภรณ์ชุดนี้ผิวของข้าคล้ายกับจะโปร่งแสงไปเลยทีเดียว 

จิ้นอิ๋งจับข้านั่งลงตรงหน้าคันฉ่อง เขาหยิบหวีไม้ขึ้นมาสางผมดำขลับของข้าจากนั้นก็รวบผมครึ่งหัวแล้วทำมวยเพื่อปักปิ่น จิ้นอิ๋งเลือกหยิบเชือกสีเดียวกับชุดขึ้นมาผูกผมของข้าก่อนที่จะเลือกหยิบปิ่นหยกมันแพะ*(หยกอ่อนสีขาวเหมือนไขมันแพะหายากและมีราคาแพง) ที่ถูกแกะสลักเป็นลายเมฆมงคลสองอันมาปักตรึงมวยผมของข้า เมื่อทำผมเสร็จสิ้นเด็กรับใช้ทั้งสองต่างก็ถอยไปเพื่อพินิจพิจารณาข้าให้เต็มสองตา

"คุณชายวันนี้ท่านช่างงามสง่ายิ่งนัก" จิ้นอิ๋งกล่าวชมข้าด้วยใบหน้าปลาบปลื้มที่ตนสามารถแปลงโฉมคนธรรมดาๆติดดินเช่นข้าจนกลายเป็นคุณชายรูปงามได้

"อืม...แต่ข้าคิดว่างามสง่าเกินไปไม่เป็นผลดีนัก" จื่อลู่พึมพำ ข้ารีบพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย ข้ามิได้ต้องการงามเพื่อไปแข่งกับใครที่ไหนเลยแม้แต่น้อย

"ข้านึกออกแล้ว!" จื่อลู่ร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจยิ่ง เขาหายไปพักหนึ่งจากนั้นก็นำพู่กันและชาดทาปากเข้ามา ข้าใจหายมองดูจื่อลู่ด้วยความหวาดหวั่น ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่นำชาดมาทาปากข้า

"ห้ามนำชาดมาทาปากข้าเป็นอันขาด" ข้ารีบเอ่ยปากห้ามเมื่อเห็นจื่อลู่เดินถือพู่กันแต้มชาดเข้ามาใกล้ ข้ามิใช่สตรีเสียหน่อยจึงจะจับข้ามาแต่งหน้าทาปากเช่นนางเหล่านั้น

"ไม่ต้องห่วงขอรับ ไม่ทาปากแน่นอน" จื่อลู่ตกปากรับคำเสียเป็นดิบดี แต่เขาก็ยังคงไม่ลดพู่กันลงแม้แต่น้อย แถมยังจิ้มพู่กันลงมาตรงหน้าข้าอีกด้วย ข้ารีบหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ รับรู้ได้ถึงสัมผัสของพู่กันตรงหน้าผากสองสามที

"เสร็จแล้วขอรับ" จื่อลู่ถอยห่างออกไปพิจารณาข้าอีกครั้ง ข้ารีบลืมตาขึ้นมามองสิ่งที่จื่อลู่กระทำกับตนเองแล้วต้องกระพริบตาปริบๆด้วยนึกว่าตนเองตาฝาดไป ในคันฉ่องนั้นกลับปรากฎภาพชายงามล่มแผ่นดิน รอยแต้มชาดรูปกลีบดอกไม้ตรงกลางหน้าผากกลับขับให้ใบหน้าที่เคยใช้เพียงคำว่างดงามกลายเป็นงามล้ำงามเลิศ ถึงจะดูไม่คล้ายอิสตรีแต่ทว่างดงามกว่า คนดั่งปิศาจจิ้งจอกที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนผู้คนให้หลงใหล

"คุณชาย...ท่านงดงามยิ่ง..." จิ้นอิ๋งพึมพำคล้ายตกอยู่ในภวังค์ เขาเหม่อมองใบหน้าข้าด้วยความหลงใหล 

"ไม่ต้องแต่งหน้าทาปาก แค่เพียงแต้มชาดเท่านี้ คุณชายก็งดงามเหนือผู้ใดแล้ว..." จื่อลู่เอ่ยออกมาด้วยความภาคภูมิใจ จิ้นอิ๋งก็พยักหน้าหงึกหงักคล้ายเห็นด้วย ทว่าข้ามิได้อยากงามเพื่อไปแข่งกับใครเขานี่นา ข้าได้แต่ร้องประท้วงในใจพลางคร่ำครวญน้ำตาตกใน 

"ลบออกไม่ได้หรือ..." ข้าพยายามเจรจาต่อรองเพื่อเอาสีชาดบัดซบที่เปลี่ยนข้าจากสง่างามจนกลายเป็นงดงามออกในทันใด

"ไม่ได้!" เด็กรับใช้ทั้งสองต่างพากันเอ่ยผสานเป็นเสียงเดียวกัน ตะคอกค้านเสียงเข้มช่างใจร้ายยิ่งนัก ข้าจึงไม่กล้าหือกล้าอืออีกต่อไป

"ก็ได้..." ข้าตอบเสียงอ่อย จากนั้นก็นั่งมองเงาของคนงามในคันฉ่องแล้วได้แต่ถอดทอนหายใจ โชคดียิ่งนักที่ข้าเป็นบุรุษจึงไม่ต้องตกแต่งประดับประดาร่างกายตนเองให้มากมาย จิ้นอิ๋งนำพู่ห้อยหยกมาประดับห้อยที่ข้างเอวข้า ส่วนจื่อลู่ก็หยิบกล่องเครื่องประดับออกมาให้ข้าเลือก ในกล่องมิมีสิ่งมีค่าอันใดมากมายนัก ข้าจึงสะบัดมือให้จื่อลู่นำกล่องเครื่องประดับกลับไป 

"ข้ามีเพียงกำไลหยกวงนี้วงเดียวก็เพียงพอแล้ว" ข้าบอกแก่จื่อลู่พลางลูบคลำกำไลหยกสีเลือดบนข้อมือของตนด้วยความรักและหวงแหนพร้อมทั้งอบอุ่นในหัวใจ

พอยามซวี*(19:00-20:59)จิ้นอิ๋งก็ยกสำรับเย็นมาให้ข้าทานร้องท้องก่อนที่จะไปรอพบหวางเย่ที่เรือนหลัก ข้าจึงเรียกเด็กๆทั้งสองให้มานั่งทานอาหารด้วยกันเช่นเคย ทั้งคู่อิดออดเล็กน้อย แต่ข้าก็ยืนยันที่จะนั่งทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อส่งท้ายปีเก่า พวกเรารับประทานอาหารมื้อส่งท้ายปีกันในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ข้ารู้สึกเต็มตื้นความปีติยินดีล้นอยู่ในอกที่ได้ทานอาหารพร้อมกับผู้ที่ข้ารักเหมือนดั่งเป็นครอบครัว สำหรับตัวข้านั้นได้ถือว่าเด็กทั้งสองนับเป็นญาติสนิทของข้าแล้ว

พอรับประทานอาหารเสร็จข้ากับจิ้นอิ๋งก็เตรียมตัวไปรอรับหวางเย่ คนเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าที่วังหลวงกับหวางเฟยและจะกลับมาถึงตำหนักในยามไฮ่*(21:00-22:59) ก่อนออกจากเรือนเยว่ชิงข้าอุ้มเสี่ยวไป๋ขึ้นมาจุมพิตสองสามครั้งก่อนจะส่งให้จื่อลู่และฝากฝังให้เขาดูแลมันแทนข้าอย่าปล่อยให้มันเที่ยวออกไปเพ่นพ่านอาจจะเป็นอันตรายได้

เมื่อข้าไปถึงเรือนหลัก เช่อเฟยทั้งสาม สื่อเฉี้ยทั้งสอง และสาวใช้อุ่นเตียงอีกนางก็มารอหวางเย่กันพร้อมหน้าแล้ว ข้าได้ยินเสียงพึมพำเรียกข้าว่าปีศาจจิ้งจอก แต่ข้าไม่แน่ใจว่าต้นเสียงมาจากที่ใด

"กว่าจะเสด็จมาได้ นึกว่าต้องให้คนไปอัญเชิญมาเสียแล้ว!" อวิ๋นซีกระแนะกระแหนข้าทันทีที่เห็นหน้า

"ผู่เยว่คารวะเจี่ยเจีย*(พี่สาว)ทั้งหลาย" ข้ารีบค้อมกายคุกเข่าลงคารวะพลางเรียกพวกนางว่าเจี่ยเจียเพื่อแสดงความเคารพ ข้าถูกรับเข้าตำหนักมาเป็นคนสุดท้าย อีกทั้งยังมีฐานันดรต่ำสุด กระทั่งอวิ๋นซีที่เป็นอนุภรรยาบ่าวเช่นกันก็ยังมีฐานะสูงกว่าข้าที่อดีตเคยเป็นแค่นายโลม ถึงแม้นางจะเคยเป็นคณิกาเหมือนข้าก็ตามแต่นางก็ยังคงเป็นอิสตรีจึงได้รับการยอมรับมากกว่าบุรุษเช่นข้า อีกทั้งหวางเย่ก็ได้รับนางมาเป็นอนุภรรยาบ่าวก่อนข้านางจึงมีศักดิ์ฐานะที่สูงกว่าข้า

ข้าคุกเข่าอยู่นานสองนานจนเจ็บเข่าแต่ก็ไม่เห็นว่าเช่อเฟยจะอนุญาตให้ข้าลุกขึ้นเสียทีจนข้าต้องแอบลอบมองด้วยความสงสัย เห็นหวังลี่ฉุนมองดูข้าด้วยแววตาคมกริบราวกับจะทิ่มแทงข้าให้ตาย จนข้าต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาเสียชุ่มหลัง

"น้องผู่เยว่เชิญลุกขึ้นเถิด" หลังจากจิบชาไปจนหมดถ้วยหวังเช่อเฟยก็ยังนั่งนิ่งทำทีเป็นไม่สนใจข้า ทว่าผู้ที่เอ่ยปากอนุญาตให้ข้าลุกขึ้นนั้นกลับเป็นหยางซือซือ เช่อเฟยอีกผู้หนึ่ง ถึงคนจะมียศเป็นเช่อเฟยเช่นกัน แต่ทว่านางมีศักดิ์เป็นถึงมารดาของหนานอันจวิ้นจุน หยวนซือซิง ธิดาเพียงพระองค์เดียวของอี้ชินหวาง จึงทำให้นางเหนือกวาเช่อเฟยผู้อื่นขั้นนึง โชคดีที่หยางเช่อเฟยยังมีมโนธรรมไม่กลั่นแกล้งให้ข้านั่งคุกเข่าเป็นชั่วยามแบบที่ข้าเคยได้ยินว่าพวกนางสนมในวังหลังโดนรังแกกันเช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้หวังเช่อเฟยอารมณ์ไม่ดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"ผู้เยว่ขอบคุณหยางเช่อเฟยที่อนุญาต"

จิ้นอิ๋งค่อยๆประคองข้าลุกขึ้นยืนอย่างแช่มช้า ถึงข้าจะคุกเข่าไปเพียงแค่สองเค่อแต่ก็ทำเอาแข้งขาสั่นพั่บๆเพราะเป็นเหน็บชาไปเสียแล้ว

"น้องผู่เยว่ช่างอ่อนแอบอบบางกว่าอิสตรีเสียอีกนะ" หรูฟางเซียน เช่อเฟยอีกนางกล่าวประชดประชันขึ้นเมื่อเห็นท่าทางน่ารังแกของข้า

"ผู่เยว่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ขอเจี่ยเจียได้โปรดอภัย" ข้ารีบขอโทษขอโพยในทันทีด้วยเกรงว่าคนจะนำมาใช้เป็นประเด็นหาเรื่องแขวะข้าได้อีก

"น่าสงสารนัก ถ้าเช่นนั้นข้าว่าเจ้าก็ควรรีบนั่งลงเสียจะดีกว่า" ปากบอกสงสาร แต่สีหน้าและแววตาของหรูเช่อเฟยนั้นกลับตรงกันข้าม คนมีสีหน้าเย้ยหยันและจ้องจะจับผิด 

"ผู่เยว่ขอบคุณหรูเช่อเฟยสำหรับความกรุณา..." ข้ากวาดตามองไปรอบห้องเห็นเก้าอี้ตรงกลางห้องคู่หนึ่งถูกเว้นว่างเอาไว้ นั่นคงเป็นที่นั่งสำหรับหวางเย่และหวางเฟยแล้ว มองดูฝั่งซ้ายและขวาล้วนเป็นเช่อเฟยและสื่อเฉี้ย ที่อยู่ด้านขวาของเก้าอี้ประธานก็คือหยางซือซือ คนดูสุภาพเรียบร้อย แต่ทว่ากลับมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งรองจากหวางเฟย ที่นั่งฝั่งตรงข้ามของหยางเช่อเฟยย่อมเป็นหวังลี่ฉุน ถึงแม้นางจะแต่งเข้ามาเป็นพระชายารองก่อนหยางซือซือแต่ทว่าก็ไร้บุตรธิดาให้พึ่งพิง คนจึงเป็นรองหยางซือซืออยู่อีกขั้น ที่นั่งถัดจากหยางซือซือก็คือหรูฟางเซียนที่เป็นเช่อเฟยเช่นเดียวกัน

ความจริงในหมู่เช่อเฟยทั้งสามนั้น หวังลี่ฉุนที่มีบิดาเป็นผู้ช่วยเสนาบดีกรมขุนนางขั้นสามนั้นถือว่ามีความสำคัญสูงสุด แต่ทว่านางกลับเป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยาจึงไม่สามารถเผยอไปเป็นภรรยาเอกได้ ต้องปล่อยให้จ้าวฮุ่ยเจินผู้มาทีหลัง แต่มีศักดิ์ฐานะเป็นถึงธิดาคนโตในภรรยาเอกของเสนาบดีกรมพระคลัง ขุนนางขั้นสอง แย่งชิงตำแหน่งภรรยาเอกไปอยางน่าแค้นเคือง แค่บิดาของหวังลี่ฉุนมีตำแหน่งต่ำกว่าบิดาของจ้าวฮุ่ยเจินอยู่หนึ่งขั้น หรือว่าจะเป็นเพราะคนเป็นบุตรีของอนุภรรยากัน? อย่างไรก็ตามหวังลี่ฉุนก็เป็นได้แค่เพียงเช่อเฟย ก่อนหน้าที่หยางซือซือจะตั้งครรภ์ นางคงยังพอจะเชิดหน้าชูคอได้บ้าง แต่ทว่าหลังจากที่หยางซือซือตั้งครรภ์แล้วลำดับความสำคัญของนางก็ถูกลดขั้นลงทันที กลายเป็นนางอยู่ในตำแหน่งเดียวกับหรูฟางเซียน เช่อเฟยผู้เป็นบุตรีในอนุภรรยาของขุนนางขั้นห้าแห่งกระทรวงธรรมการ

ยังดีที่หวังลี่ฉุนมีตำแหน่งสูงกว่าสื่อเฉี้ยและอนุภรรยาบ่าวอยู่บ้าง แต่สำหรับจางซูหนี่ว์ผู้ที่นั่งอยู่ด้านข้างของหวังลี่ฉุนนั้นนางเป็นบุตรีของนายอำเภอเล็กๆขั้นเจ็ดซึ่งไม่นับว่ามีความสำคัญอันใด แต่กลับกลายเป็นผู้ที่น่าจับตามองที่สุด เนื่องจากจางซูหนี่ว์ผู้นี้เป็นผู้ที่คอยปรนนิบัติแลสอนงานในยามค่ำคืนแรกให้แก่หวางเย่นั่นเอง แม้แต่ตัวหวางเย่เองยังเกรงใจนางถึงสองส่วน ดังนั้นหวังลี่ฉุนเองจึงต้องเกรงใจจางซูหนี่ว์สักสี่ส่วน

ผู้ที่นั่งถัดจากหรูเช่อเฟยนั้นเป็นสื่อเฉี้ยฮวาจื่อเว่ย บิดาของนางเป็นเพียงคหบดีผู้มีอันจะกินแต่ก็มิใช่ขุนนางผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ไม่ ส่วนตรงข้ามฮวาจือเว่ยนั้นย่อมเป็นอนุภรรยาบ่าวอวิ๋นซีแน่แล้ว อวิ๋นซีผู้นี้เดิมทีเป็นนางคณิกาชั้นสูงที่ถูกฝึกฝนทั้งศาสตร์และศิลป์มาอย่างช่ำชอง สมัยที่นางยังเป็นกู่เหนียง*(นางสาว) อยู่นั้นนับว่าเป็นคณิกาชื่อดังผู้มีบุรุษอยากเสนอราคาประมูลยามค่ำคืนแรกกับนางสูงเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเลยทีเดียว

ข้ามองประเมิณดูระหว่างนั่งที่ด้านข้างของอวิ๋นซีกับด้านข้างของฮวาจื่อเวยนั้น ข้าย่อมต้องเลือกนั่งด้านข้างของฮวาจื่อเวยแน่นอนอยู่แล้ว ใครใช้ให้อวิ๋นซีเคยทำร้ายข้าจนความจำเสื่อมกันเล่า? ข้าก้าวเดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านข้างของฮวาจื่อเวยทันที ส่วนจิ้นอิ๋งก็มายืนคอยรับใช้ที่ด้านหลังของข้าราวกับเงาตามกาย ข้านั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน ด้วยในที่นี้นั้นฐานะของข้านับว่าด้อยที่สุดแล้ว

"นี่ก็ใกล้ยามไฮ่เข้าไปทุกที ข้าคิดว่าหวางเย่น่าจะออกจากงานเลี้ยงและใกล้จะเดินทางกลับมาถึงตำหนักแล้ว น้องผู่เยว่จิบชาต้าหงเผา*(1) ร้อนๆรอสักครู่เถิด" หยางซือซือทำตัวราวกับเป็นประธานในที่แห่งนี้ คนพยักหน้าให้กับสาวใช้ข้างกายตน สาวใช้นางนั้นก็เดินไปรินชาแล้วถือถ้วยมาส่งให้ข้า ซึ่งข้าก็รับมันมาถือเอาไว้ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ

"รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?" หวังซือซือถามไถ่ข้าเพื่อฟังคำวิจารณ์ ข้ายกชาขึ้นจิบอีกอึกหนึ่งก่อนจะอ้าปากตอบ

"เรียนหยางเช่อเฟย ชานี่สมกับเป็นต้าหงเผารสดียิ่ง..." ข้ายังพูดไม่ทันจบกลับมีมือจากด้านข้างยื่นมาคว้าข้อมือข้าแล้วกระชากอย่างรุนแรงจนถ้วยชาในมือข้าตกแตกดังเพล้ง

"นี่มัน....กำไลหยกเลือดนก!" 

เพียงเท่านี้ในห้องก็เงียบกริบ ทุกคนต่างก็จ้องมองข้าเป็นสายตาเดียว บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงโดยพลัน ข้าสะดุ้งรีบกระชากข้อมือกลับมาเอามือกุมกำไลไว้คล้ายต้องการซุกซ่อนมันให้พ้นจากสายตาของคนทั้งหลาย แต่ทว่าหรูฟางเซียนและอวิ๋นซีกลับปราดเข้ามาถึงตัวข้าแล้ว

"เป็นไปไม่ได้...เหตุใดมันจึงไปอยู่ที่เจ้า!" หรูฟางเซียนกระชากแขนข้าขึ้นมาเพ่งมองกำไลเลือดวายุภักษ์* (Phoenix blood jade) บนข้อมือข้า ข้ารีบบิดข้อมือหวังสลัดนางให้หลุดแต่ทว่าฮวาจื่อเวยและอวิ๋นซีกลับช่วยกันจับตัวข้าเอาไว้แน่น จิ้นอิ๋งวิ่งเข้ามาทำท่าจะช่วยข้า แต่ข้ารีบส่ายหน้าแล้วตะโกนให้เขาถอยกลับไป จิ้นอิ๋งนั้นเป็นชาย ผู้ใดจะรู้หากเขาไปแตะต้องโดนตัวพวกนางแล้วหวางเย่จะสั่งลงโทษเขาหรือไม่ จิ้นอิ๋งจึงได้แต่พะวักพะวงไม่รู้จะทำอย่างไรดี 

ข้ามองไปรอบๆห้องหวังขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าเช่อเฟยทั้งสองต่างนั่งสงบนิ่งจิบชาคล้ายเรื่องราวตรงหน้าเป็นเพียงภาพลวงตา สื่อเฉี้ยอีกนางก็ก้มหน้าหรุบตามองพื้นมิกล้าสบตาข้า ข้าขมวดคิ้วหัวเราะเยาะตนเอง ผู่เยว่...เจ้าเป็นตัวอันใดกันจึงคิดฝันจะให้ผู้อื่นยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ก็แค่นายโลมที่มิมีความสำคัญอันใดผู้หนึ่ง สุดท้าย...คงได้แต่ช่วยเหลือตนเองแล้ว 

เมื่อตัดสินใจได้ ข้าจึงขัดขืนดิ้นรนเต็มที่ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นบุรุษมีหรือที่จะสู้แรงพวกนางไม่ได้ ข้าสลัดมือจนหลุดแล้วพยายามจะวิ่งออกไปด้านนอกแต่ทว่ากลับมีเสียงตวาดสั่งบ่าวไพร่ในเรือนให้จับตัวข้าเอาไว้ บ่าวชายสองสามคนพากันกรูเข้ามารุมล้อมข้าไว้จากนั้นก็ลากข้ากลับมานั่งคุกเข่าด้านหน้าของพวกอนุภรรยาทั้งหลาย คราวนี้จิ้นอิ๋งไม่ยอมอยู่เฉยอีกต่อไปแล้ว เขาวิ่งเข้ามาหมายจะช่วยข้า แต่ตัวเท่าลูกหมาเช่นนั้นใยจะไปสู้กับบ่าวไพร่รูปร่างกำยำตัวเท่ายักษ์ปักหลั่นพวกนี้ได้ เขาจึงถูกบ่าวคนหนึ่งจับกดลงกับพื้นอย่างง่ายดายยิ่ง

"ถอดกำไลวงนั้นส่งมาให้ข้า" หรูฟางเซียนออกคำสั่งเสียงดัง

"ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคนของหวางเย่ ผู้ใดกล้าแตะต้องข้าก็เข้ามา!" ข้าตะโกนตอบโต้อย่างสุนัขจนตรอกเลือดเข้าตาแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากกำไลวงนี้ไปจากตนโดยเด็ดขาด 

'เพียะ!' 

สิ้นเสียงข้าประกาศกร้าว อวิ๋นซีก็พุ่งเข้ามาตบข้าจนหน้าหัน ข้าที่มิทันได้ตั้งตัวจึงเซล้มลงไปกองกับพื้น อวิ๋นซีฉวยโอกาสที่ข้ายังไม่ทันได้ลุกขึ้นเข้ามาดึงข้อมือของข้าขึ้น จากนั้นฮวาจื่อเวยก็เข้ามาถอดกำไลหยกสีเลือดนั้นออกจากข้อมือข้างซ้ายของข้า ข้าทั้งตกใจและเสียใจยิ่งนักที่ของรักของหวงโดนยื้อแย่งไปเช่นนี้จะพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นหมายไปแย่งชิงกำไลกลับคืน แต่ทว่าบ่าวไพร่ชายกลับเข้ามากดข้าลงกับพื้น ส่วนฮวาจื่อเวยก็นำกำไลของข้าไปยื่นให้หรูฟางเซียนด้วยสีหน้าประจบประแจง

"เอากำไลของข้าคืนมานะ!" ข้าตะโกนก้องด้วยความร้อนใจ

"บังอาจ! คิดว่าเจ้าเป็นผู้ใดกันจึงกล้าต่อปากต่อคำกับข้าผู้เป็นเช่อเฟยเช่นนี้" หรูฟางเซียนตวาดข้ากลับ "อีกอย่างเจ้าไม่ควรมีของสิ่งนี้เอาไว้ในครอบครอง ไปลักขโมยมาจากหวางเย่ใช่หรือไม่?"

"ข้าไม่ได้ขโมยมา หวางเย่มอบมันให้ข้าด้วยตนเอง"

"เจ้าโกหก! ของสิ่งนี้มีค่าควรเมือง หยกก้อนนี้เป็นของกำนัลจากแดนไกลที่หวงตี้สั่งให้ช่างหลวงนำไปแกะเป็นกำไลและแหวนหยกเลือดวายุภักษ์คู่กันเพื่อประทานให้แก่หวางเย่โดยเฉพาะ ตัวแหวนหวางเย่ได้สวมใส่ติดกายเอาไว้ตลอดเวลาทุกผู้ในตำหนักแห่งนี้ย่อมทราบดี ดังนั้นกำไลหยกเลือดวายุภักษ์วงนี้ย่อมไม่เหมาะกับคนอย่างเจ้า!" 

"มันเป็นของข้า! ส่งคืนมานะ!"

"ดูสิว่าข้าสวมใส่ได้งดงามขนาดนี้...ของสิ่งนี้ควรเป็นของข้ามากกว่า" หรูฟางเซียนสวมใส่กำไลหยกเลือดลงบนข้อมือของตนเอง สีแดงดุจดั่งโลหิตช่างตัดกับผิวสีขาวละเอียดของนางนัก ข้ายอมรับว่านางสวมใส่มันได้งดงามยิ่ง แต่ทว่าของสิ่งนี้นับเป็นของแทนใจ ข้ามีความทรงจำกับมันมากมายย่อมมิสามารถยกให้ผู้อื่นได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น

"ถึงอย่างไรมันไม่ใช่ของเจ้า หวางเย่สวมใส่กำไลวงนี้ให้กับข้าด้วยมือของหวางเย่เอง!" หรูฟางเซียนถลันจะเข้ามาเงื้อมือเพื่อจะตบตีข้าด้วยมือขวาที่สวมใส่กำไลเลือดวายุภักษ์ สีแดงเจิดจ้าวูบเข้ามาในครรลองสายตาก่อนที่จะมีมือแกร่งข้างหนึ่งเข้ามาจับกุมข้อมือนั้นไว้

"หยุด! พวกเจ้าเอะอะโวยวายอันใดกัน!" 

"หวางเย่!!!" หรูฟางเซียนร้องอุทานออกมาด้วยความหวาดหวั่น ทุกผู้ในห้องต่างคุกเข่าลงคารวะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นด้วยเกรงในโทสะของคนแล้ว หวางเย่ปรายตามองมาทางข้าที่ผมเผ้าหลุดลุ่ยถูกบ่าวไพร่กดให้นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ข้าเสหลบตาวูบด้วยอับอายในสภาพอันน่าทุเรศของตนเอง ขอบตาร้อนผะผ่าวรื้นแดงหยาดน้ำตาจวนเจียนจะหยาดหยดแต่ทว่าข้าพยายามอดกลั้นฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงไปไม่ให้หวางเย่สมเพชตนเองไปมากกว่านี้

"ยังไม่รีบปล่อยตัวคนอีกรึ?" หวางเย่ตวาด บ่าวไพร่ที่จับตัวข้ากับจิ้นอิ๋งเอาไว้ต่างพากันปล่อยมือโดยพลัน จากนั้นก็ลนลานลงไปหมอบกราบกรานลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวตัวสั่นเทา ทว่าเพลิงโทสะของคนนั้นลุกโหมเกินจะดับแล้วเมื่อเห็นสภาพเสื้อผ้าหน้าผมของข้า 

"นำตัวบ่าวไพร่ที่คิดบังอาจแตะต้องคนของข้าพวกนี้ไปโบยคนละยี่สิบไม้!" หลังจากจัดการกับบ่าวไพร่เรียบร้อยแล้วหวางเย่จึงกระชากข้อมือของหรูเฟิงเซียนที่ตนกำเอาไว้ขึ้นมามองจ้อง

"กำไลวงนี้ข้ามอบให้ผู่เยว่ด้วยมือของตนเอง แล้วมันมาอยู่กับเจ้าได้อย่างไรกัน?" คนกำข้อมือของหรูฟางเซียนเอาไว้พลางถามเสียงเนิบนาบแต่ทว่าสายตาดุดันเคียดขึ้งจนคนฟังหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ

"ทูลหวางเย่...ผู่เยว่มอบกำไลวงนี้ให้กับนู๋*(บ่าวผู้ต่ำต้อย)" หรูฟางเซียนเอ่ยแก้ตัวเหงื่อแตกซิก

"หืม...? จริงหรือ?" หวางเย่หันมามองข้า แต่ทว่าข้ากลับยิ่งก้มหน้างุดจนคางแทบชิดอก หวางเย่สลัดมือของหรูเช่อเฟยทิ้งแล้วเดินเข้ามาเชยคางข้าขึ้น ข้าเผลอเหลือบตาขึ้นมองคนนัยน์ตาสบประสาน สายตาของข้าสั่นไหวน้ำตาคลอคลองที่หน่วยตา หวางเย่ใช้หัวแม่มือลูบไล้แก้มฝั่งที่โดนตบจนหน้าบวมแดงร้อนผ่าวรล้ายต้องการปลอบประโลมให้หายเจ็บปวด

"เป็นฝีมือผู้ใด?!" หวางเย่ตวัดสายตามองกราดไปจนทั่วหาตัวผู้กระทำผิด สายตาของทุกผู้ต่างจับจ้องไปที่สาวใช้อุ่นเตียงเป็นสายตาเดียวคล้ายกับจะฟ้องคนว่าผู้ใดเป็นผู้ลงมือ อวิ๋นซีตัวสั่นระริกพยายามหมอบคุดคู้หากมุดแทรกกายลงไปในผืนแผ่นดินได้นางคงกระทำไปนานแล้ว

"เห็นทีข้าคงจะปล่อยปะละเลยพวกเจ้ามากเกินไป หวางเฟยก็มิได้ดูแลคนให้ดีจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ ตัดเบี้ยเลี้ยงนางครึ่งนึงและนำตัวนางไปกักบริเวณไม่มีกำหนด หากไม่มีคำสั่งห้ามออกมาให้ข้าพบเห็นเป็นอันขาด!" หวางเย่พาลโทษไปถึงหวางเฟย คนเป็นถึงชายาเอกแต่กลับไม่สามารถจัดการดูแลเรื่องราวในตำหนักให้เรียบร้อย

สิ้นคำสั่งประกาศิตจากหวางเย่ อวิ๋นซีแทบจะคุ้มคลั่ง นางคลานเข่าไปกุมข้อเท้าหวางเย่เอาไว้พลางกรีดร้องอ้อนวอนขอให้คนยกโทษให้นาง แต่ทว่าหวางเย่กลับสลัดมือของนางทิ้งแล้วเดินหนี จากนั้นก็พยักหน้าให้คนมาลากนางออกไป

"ส่วนเจ้าหรูฟางเซียนถอดกำไลออกมาคืนข้าเดี๋ยวนี้!" หรูฟางเซียนค่อยๆถอดกำไลออกมาส่งให้หวางเย่ด้วยมือที่สั่นสะท้านจนแทบจะทำกำไลตกลงพื้น

"คนเป็นถึงเช่อเฟยแต่กลับใช้อำนาจรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ข้าขอสั่งกักบริเวณเจ้าสามเดือน พร้อมทั้งตัดเบี้ยหวัดกึ่งหนึ่งแบบไม่มีกำหนด!" หรูฟางเซียนจ้องมองหวางเย่ด้วยสายตาตกตะลึง นางกล้ำกลืนรับคำพร้อมหมอบกราบขอบคุณก่อนที่จะถูกคุมตัวกลับเรือนไป

"ผู่เยว่มาหาข้า" หวางเย่สั่งให้ข้าเดินเข้าไปหา ข้าจึงเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ คนดึงมือข้าไปกุมไว้จากนั้นก็สวมกำไลหยกเลือดนกลงบนข้อมือของข้าอย่างนุ่มนวลต่อหน้าผู้คนทั้งตำหนัก

"วันนี้เจ้ากลับเรือนเยว่ชิงไปก่อนเถิด..." คนกระซิบกับข้าอย่างแผ่วเบา ข้าพยักหน้าเงียบๆ จากนั้นก็ก้าวขาออกจากเรือนหลักโดยมีจิ้นอิ๋งช่วยพยุงไปตลอดทางจนถึงเรือนเยว่ชิง

จื่อลู่เห็นสภาพของข้าแล้วก็ตกใจในทีแรก จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นโกรธแค้นแล้วจับจูงข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จิ้นอิ๋งก็รีบไปหาหยูกยามาทาแก้มให้ข้า ตัวยาเย็นๆทำสัมผัสผิวแก้มช่วยปลอบประโลมซีกหน้าที่ร้อนผ่าวให้บรรเทาความแสบร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวยาช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่มีมาจนหมดสิ้น 

นี่ก็ต้นยามจื่อเข้าไปแล้ว*(23:00-24:59)ข้าจึงไล่เด็กๆทั้งสองให้กลับไปพักผ่อนก่อน ส่วนตัวข้าก็เดินไปเกาะขอบหน้าต่างเหม่อมองจันทราที่ทอแสงลออนวลตา คืนนี้ฟ้าโปร่งท้องฟ้ากระจ่างใสเห็นดวงจันทร์ชัดเจนนัก ลมหนาวพัดหวีดหวิวมาลูบไล้แก้มช่วยคลายความร้อนผ่าวของผิวที่ถูกทำร้ายลงไปได้นิดนึง 

"มายืนตากลมเช่นนี้ประเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก" คนนำเสื้อคลุมมาห่มคลุมตัวข้าพร้อมกับสวมกอดจากทางด้านหลัง ข้าพิงร่างลงบนอกกว้างและอ้อมแขนแข่งแกร่งจนกลิ่นกายอันคุ้นเคยโอบล้อมรอบกาย เราสองคนมองชมจันทรากันเงียบๆจนกระทั่งมีเสียงพลุลูกแล้วลูกเล่าดังลั่นอยู่ด้านนอก

"สวัสดีปีใหม่" ข้ากล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบาแต่ก็รับรู้ดีว่าคนข้างหลังต้องได้ยินอย่างแน่นอน แต่ทว่าคนเงียบไม่ตอบคำ

"ข้าขอโทษ" เนิ่นนานกว่าคนจะเอ่ยปากพูดอีกครา หวางเย่กระชับอ้อมกอดแนบแน่นพลางเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ คนคงรู้สึกผิดที่เรียกข้ามารวมตัวกับเหล่าอนุภรรยาทำให้ข้าถูกไหน้ำส้ม*(2) ซัดซาดจนสะบักสะบอมไปหมด "ข้ารู้ดีว่าไม่ควรเรียกเจ้ามา แต่ข้าแค่อยากหาข้ออ้างเพื่อพบหน้า..." ข้ารู้ดี ปกติคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เช่นนี้หวางเย่ควรอยู่กับหวางเฟยที่เป็นภรรยาเอกด้วยกันแค่เพียงสองต่อสองด้วยซ้ำ 

"เพราะข้าอยากอยู่ข้ามปีใหม่ด้วยกันกับเจ้า" คนซุกใบหน้าลงกับลำคอข้าพลางสูดกลิ่นกายคล้ายต้องการออดอ้อน ข้าสัมผัสได้ถึงความหวานล้ำสายหนึ่งที่ผุดขึ้นในอกจึงหันหลังกลับไปกอดคนแนบแน่น

"ข้าก็อยากอยู่คืนเฝ้าปี*(3)ไปพร้อมๆกันกับท่านเช่นกัน" 

คนผละออกไปจ้องมองใบหน้าของข้าด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน จากนั้นก็ค่อยๆก้มลงมามอบจุมพิตนุ่มนวลลงบนริมฝีปากและแทรกลิ้นลงมาตวัดรัดรึงเรียวลิ้นของข้า จากสัมผัสเนิบนาบนุ่มนวลจึงค่อยๆระอุขึ้นด้วยรสจูบที่ร้อนแรง ข้าได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสจาบจ้วงของคนตรงหน้าและใช้เวลาในคืนข้ามปีร่วมไปกับผู้คนที่รักที่สุดแล้ว

-----------------
Talk (1/12/17)
เอาตอนพิเศษมาเสิร์ฟร้อนๆจ้า
เขียนทั้งวันทั้งคืนเลยนะ ไม่ได้ทำงานเลยแอบอู้ ฮือออ
นี่แต่งตอนพิเศษฉลองปีใหม่มาให้ ยาวมากๆ><
Time line ของตอนนี้จะไม่ต่อจากตอนหลัก เพราะมันเป็นตอนพิเศษดังนั้นจึงเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ 
ส่วนตอนหลักที่ค้างไว้50% ก็จะมาต่อให้จบวันหลัง อย่าลืมกลับไปอ่าน555
แต่รีดเดอร์สามารถอ่านหา hint และ clue จากตอนนี้ได้นะ
ส่วนของความหมายและฟุตโน้ตจะทำออกมาเป็น2ส่วน ที่ความหมายสั้นๆแปลได้ก็จะแปลเลย ที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก็จะลงมาเพิ่มเติมข้างล่าง
ความจริงวันขึ้นปีใหม่จีนมันคือวันตรุษจีน แต่เอามาลงให้ก่อน เพราะฉะนั้นวันตรุษจีนก็อดตอนพิเศษนะ 555

ปล. แผนผังที่นั่งและภรรยามีใครงงกันบ้างมั้ย ไรท์เขียนเองยังงงเอง555 ต้องกลับมานั่งทวนตั้งหลายรอบ ถ้าผู้ใดจะเมตตาช่วยทำผังให้จะดีมาก พอดีทำในคอมเองไม่เป็น โง่มาก><


FootNote
1)ต้าหงเผา (大红袍) เป็นชาที่มาจากเขาอู่อี๋ซาน (武夷山/บู๊อี่ซัว) มณฑลฮกเกี้ยน ต้นแม่ของชาชนิดนี้นั้นขึ้นอยู่เนินเทียนซิน (天心岩/เทียนซิมง้ำ) บนที่ราบจิ่วหลงเคอ  (九龙窠/รังเก้ามังกร) ผลผลิตจากต้นแม่ทั้งหกต้นที่อยู่บนผานั้นปีหนึ่งเก็บได้ไม่กี่ร้อยกรัม

2)吃醋  คำนี้ เป็นศัพท์แสลงแปลว่า หึงหวง
吃  chī  กิน
醋  cù  น้ำส้มสายชู
แปลตรงตัวก็คือ กินน้ำส้มสายชู
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า
**สมัยราชวงศ์ถัง กษัตริย์ถังไท่จงมีรับสั่งให้ปูนบำเหน็จแก้วแหวนเงินทองและสตรีจำนวนหนึ่งแก่แม่ทัพฝางเสวียนหลิงซึ่งยกทัพไปปราบข้าศึกได้สำเร็จ แต่ฝางเสวียนหลิงปฏิเสธที่จะรับสตรีเหล่านั้นเป็นภรรยา เพราะฮูหยินสกุลฝางห้ามไว้ ด้วยกลัวสามีจะลุ่มหลงสุราและสาวงาม กษัตริย์ถังไท่จงจึงให้ทหารเอาสุราพิษไปให้ฮูหยินของฝางเสวียนหลิงดื่มเพื่อลงโทษที่ขัดรับสั่ง เมื่อฮูหยินยกสุราพิษดื่ม ปรากฏว่า ในไหไม่ได้บรรจุสุราพิษจริงๆ แต่เป็นเพียงน้ำส้มสายชู นางจึงไม่ได้รับอันตราย
ต่อมาคนรุ่นหลังจึงเอาคำว่า 吃醋 มาใช้แสดงความหึงหวงที่คนรักมีต่อกัน

3)เฝ้าปี

**คืนส่งท้ายปีเก่า
       
       ชาวจีนมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับ “ฉูซีเยี่ย (除夕夜)” หรือ คืนส่งท้ายปีเก่าว่า ในยุคโบราณสมัยที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ มีสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายมากตัวหนึ่ง ชื่อว่า “เหนียน (年)” ทุกปีในคืนวันส่งท้ายปี จะขึ้นจากทะเลมาอาละวาดทำร้ายผู้คนและทำลายเรือกสวนไร่นา ในวันนั้นของทุกปีชาวบ้านจึงมักจะหลบกันอยู่แต่ในบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด ปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา และไม่หลับไม่นอนเพื่อเฝ้าระวัง รอจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเปิดประตูออกมา และกล่าวคำยินดีแก่เพื่อนบ้านที่โชคดีไม่ถูก “เหนียน” ทำร้าย
       
       ในคืนส่งท้ายปีของปีหนึ่ง “เหนียน” ได้เข้าไปอาละวาดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง กินชาวบ้านจนเรียบ ยกเว้นคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงาน เนื่องจากสวมชุดสีแดงจึงปลอดภัย และเด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่นประทัดอยู่กลางถนน ซึ่งเสียงดังจนทำให้ “เหนียน” ตกใจกลัวหนีไป ชาวบ้านจึงรู้จุดอ่อนของ “เหนียน”
       
       ดังนั้น เมื่อถึงคืนส่งท้ายปีเก่า ชาวบ้านจึงพากันสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง นำสิ่งของที่มีสีแดงมาประดับตกแต่งบ้านเรือน และจุดประทัด ทำให้ “เหนียน” สัตว์ประหลาดตัวร้ายไม่กล้าออกมาอาละวาดอีก ชาวบ้านจึงอยู่กันอย่างสงบสุข จากนั้นมาจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติ ในคืนส่งท้ายปีจะไม่ยอมนอนเพื่อ “เฝ้าปี” หรือเรียกในภาษาจีนว่า โส่วซุ่ย(守岁) เฝ้าดูปีเก่าล่วงไปจนวันใหม่ย่างเข้ามา
       
       ในคืน “เฝ้าปี” สมาชิกในบ้านมีกิจกรรมร่วมกันมากมาย ทั้งด้านการกินและดื่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารทั่วไป เกี๊ยว เหนียนเกา (ขนมเข่ง) เหล้า เบียร์ เมล็ดแตง ของว่าง การเล่นเกม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เล่นกันในห้องรับแขก เช่นผู้ใหญ่ก็เล่นหมากล้อม หมากฮอร์ส ไพ่กระดาษ ไพ่นกกระจอก ส่วนเด็กๆ ก็มีเกมแบบเด็กๆ เช่น ขี่ม้าไม้ไผ่ วิ่งไล่จับ ซ่อนแอบ
       
       กระทั่งใกล้เวลาเที่ยงคืน ผู้อาวุโสในบ้านก็จะเริ่มตั้งโต๊ะเพื่อจัดเรียงธูปเทียนไหว้บรรพบุรุษ และต้อนรับเทพแห่งโชคลาภ นอกจากนั้นก็ยังมีการจุดประทัด จุดโคมไฟ ซึ่งเมื่อใกล้เวลาเที่ยงคืนเท่าไหร่ เสียงประทัดก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น กระทั่งรุ่งอรุณแรกของปี ก็จะสวัสดีปีใหม่กัน กินเกี๊ยว เพื่อความเป็นสิริมงคล 








T
B
Chicken
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.181K ครั้ง

7,086 ความคิดเห็น

  1. #6937 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:06
    เปนเมียชินอ๋องก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะคะ เฮ้ออออ
    #6937
    0
  2. #6795 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 14:59
    ขนาดเป็นตอนพิเศษนะ เย่วของข้ายังโดนรังแก แงงงง
    #6795
    0
  3. #6441 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:12
    สงสารน้อง
    #6441
    0
  4. #6289 mini0000 (@mini0000) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 12:55
    หวานกันมากกกน่ารักๆ
    #6289
    0
  5. #6254 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:34
    เป็นฉันคงไม่ไหว ฮือออ
    #6254
    0
  6. #5928 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 21:41
    สงสารน้องเลยอ่ะ
    #5928
    0
  7. #5898 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 20:21
    ทำไมต้องทำกับน้องขนาดนี้
    #5898
    0
  8. #5707 Ppttyc_ (@Preeyaporn123Noo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 12:25
    ตบน้องเลยหรอเกินไปแล้วนะคิดว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ส่วนซือซือก็ไม่ห้ามเลยทำเป็นคนดีแต่ไม่คิดช่วย แต่ก็สมใจละหวางเย่มาช่วยน้องและอยู่กับน้องทั้งคืน แม่!!!ใจผ้ม พ่อคนอ่อนโยน
    #5707
    0
  9. #5653 Goldfxsh (@namo-m) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:43
    ถามหน่อยค่าาา อย่างตอนนี้น้องเป็นแค่อนุอะ ในอนาคตน้องมีสิทธิ์ขึ้นเป็นหวางเฟยหรือภรรยาเอกมั้ยคะ;-; น้องอยู่เหมือนคนใบ้พิการอะ ไม่มีสิทธิ์พูดไม่มีสิทธิ์กระทำสงสาร
    #5653
    0
  10. #5476 อ๋อ! เข้าใจละ (@phansaooa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:03
    คือแบบ ถ้าจะให้นายเอกอ่อนแอขนาดนี้แต่งเป็นนิยายชายหญิงไปเลยเหอะ ไม่ต้องแต่งมันหรอกนิยายวาย ถามจริงพระเอกก็เจ้าชู้คือเรื่องนี้หาความรักแบบจริงใจอย่างพระเอกนายเอกไม่ได้เลย

    เซ็งเสียเวลาอ่าน
    #5476
    4
    • #5476-3 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 17)
      16 กันยายน 2562 / 20:16
      งั้นไม่ต้องอ่านนะคะ เม้นท์ไม่มีประโยชนอะไรเลย ไรท์ก็บอกอยู่ว่าเป็นทามไลน์ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักตอนนี้ ต้องอ่านเรื่องหลักให้ถึงก่อน เรื่องนี้มีลำดับขั้นยศของหวางเฟยและอนุชัดเจนแบบจีนเลยค่ะ ไม่ใช่นิยายบางเรื่องที่อนุมั่นๆเฟียสๆเหยียบหัวหวางเฟย
      #5476-3
    • #5476-4 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 17)
      29 กันยายน 2562 / 10:33
      ไม่ต้องเม้นก็ได้ค่ะ กดออกเลย คนเขาจะอ่านมีเยอะแยะ ถ้ามาพูดให้เสียกำลังใจกัน ก็อย่าทำดีกว่าค่ะ
      #5476-4
  11. #5364 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 05:48
    น้องง ไม่อยากให้ทนเลย
    #5364
    0
  12. #5324 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 19:11
    หวานจังงงงงง
    #5324
    0
  13. #5238 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:38

    ตอนี้เหล่าเมียหวางเย่โคตรเดือดอ่ะ! แอบกลัวไหน้ำส้มของพวกนางจริงๆ

    #5238
    0
  14. วันที่ 11 กันยายน 2562 / 19:48
    โอ้โห เกินไปแล้วผู่เอ๋อร์ไม่เคยคิดร้ายใครแต่ทำไมโดนทำร้ายตลอด
    #5222
    0
  15. #5149 Facebook525480 (@Facebook525480) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 18:36

    หวางเย่ไม่เด็ดขาดเลยลงโทษน้อยไปปะ

    ทำไมรู้สึกอยากให้น้องหนีไปวะ
    #5149
    0
  16. #5087 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 22:10

    เมียพระเอกร้านทุกคนเลยเนี่ย ฮือ

    #5087
    0
  17. #4906 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:20
    อยากให้น้องออกมาจากจุดนั้นเลย หนีไปตายเอาดาบหน้าดีไหม
    #4906
    0
  18. #4899 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 04:29
    เขินอ่ะ...... หวานมากกกกกกก
    #4899
    0
  19. #4783 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:45
    เราออกมาดูแลตัวเองดีไหมลูก
    #4783
    0
  20. #4757 อ๊ากกก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 00:59

    สงสารน้องอ่ะ อ่านตอนนี้แล้วอยากอุ้มน้องหนีอ่ะ ฮือ น้องไม่ควรมาเจออะไรอย่างนี้เลย

    #4757
    0
  21. #4710 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 20:02

    น้องผู่เยว่ แงงงงง สงสาร เมียพระเอกเยอะเกิน จำยากจริงๆค่ะ แงงงง

    #4710
    0
  22. #4669 จอมโจรปริศนา (@Red_kill) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 23:02
    ลงโทษน้อยเกินนะ... คือปกป้องก็ไม่สุดอะ เห้อ....
    #4669
    0
  23. #4641 Nut .. (@supawitsombatlay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 20:09
    โบยยี่สิบไม้!!!? พี่แกไม่ใจดีไปหน่อยเหรอ! เป็นผมจะสังตัดหัว โดยเฉพาะนังตัวดีสองคนนั้น!!
    #4641
    0
  24. #4631 gimondel2004 (@gimondel2004) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:47
    หวางเย่ไม่เด็ดขาดเลย มันทำให้เราไม่อยากกลับมาอ่านตอนนี้เลยจริงๆ
    #4631
    0
  25. #4616 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:20
    เง้ออ เข้ารักกันนน
    #4616
    0