คีตาในเรือนจันทร์ (BL) (วาย) (yaoi)

ตอนที่ 1 : เพลงบทที่1 ความจำเสื่อม (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,909 ครั้ง
    15 ก.ย. 62


 



เพลงบทที่1 ความจำเสื่อม

 

ข้าตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งพร้อมกับความทรงจำที่สูญสิ้น ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากข้างกาย ยามที่ข้าค่อยๆลืมตามองจึงเห็นภาพเด็กน้อยสองคนกำลังร่ำไห้จะเป็นจะตายอยู่ด้านข้างเตียงนอนพลันให้สงสัยเป็นที่ยิ่งว่าเหตุใดจึงมานั่งร้องสะอึกสะอื้นอยู่ตรงนี้ อันตัวข้าก็ยังอยู่ดีมิได้ตายกลายเป็นผีเสียหน่อย หลังจากสนทนาพาทีจึงได้ความว่าเด็กน้อยสองคนนี้คนหนึ่งมีนามว่าจื่อลู่[1] และอีกคนมีนามว่าจิ้นอิ๋ง[2] ทั้งสองนั้นเป็นเด็กรับใช้ที่คอยติดตามปรนนิบัติรับใช้ข้าตั้งแต่ข้าเข้ามาอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้

เด็กทั้งสองคนนี้น่าจะอายุไม่เกินสิบห้าขวบปี ทว่าจื่อลู่แลดูจะเฉลียวฉลาดแคล่วคล่องแตกต่างจากจิ้นอิ๋งที่ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่กระนั้นในด้านงานรับใช้กลับประณีตบรรจงกว่าจื่อลู่นัก แต่ถึงจะเป็นอย่างไรข้าก็ค่อนข้างชื่นชอบเด็กสองคนนี้ เนื่องจากจื่อลู่จะคอยพูดคุยช่วยให้ข้าคลายเหงา ส่วนจิ้นอิ๋งก็จะคอยปรนนิบัติพัดวีข้าอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ส่วนที่จะพร่องไปหน่อยนั้นเห็นจะเป็นความเป็นอยู่ของเรือนเยว่ชิงแห่งนี้ต่างหาก

เรือนเยว่ชิงนี้นั้นมีความหมายอันแสนไพเราะว่าเรือนเดือนดารา จื่อลู่บอกว่านามของเรือนนี้หวางเย่[3]ตั้งให้คล้องจองกับนามผู่เยว่ของข้า ที่มีอักษรตัวหนึ่งในชื่อข้าแปลว่าดวงจันทร์ แต่ความจริงแล้วชื่อของข้านั้นแปลว่าท่วงทำนองแห่งจันทราต่างหาก ทว่าช่างมันเถิด แค่เรือนนี้ได้ตั้งชื่อตามนามของข้าก็นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากมายแล้ว เนื่องจากข้ามิใช่คนโปรดของหวางเย่แต่อย่างใด ข้า 'ผู่เยว่' ผู้นี้ เป็นเพียงนายบำเรอชั้นสูงที่มีไว้อุ่นเตียงหวางเย่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง

จื่อลู่เล่าให้ข้าฟังว่ามีขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งไปไถ่ตัวข้ามาจากหอโคมเขียวชั้นสูงจากนั้นจึงนำข้ามามอบเป็นของกำนัลให้แก่หวางเย่เมื่อไม่กี่วันก่อนซึ่งหวางเย่ก็รับข้ามาโดยไม่ปริปากปฏิเสธอันใด จากนั้นก็ส่งข้าให้มาอาศัยอยู่ ณ เรือนเยว่ชิงที่เป็นเรือนแยกหลังเล็กท้ายตำหนักแห่งนี้โดยมิได้ใส่ใจความเป็นอยู่เลยแม้แต่น้อย แถมยังมิเคยสนใจจะแวะมาหาข้าที่เรือนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้าทำได้เพียงคาดเดาว่าคงเป็นเพราะหวางเย่มิได้เป็นผู้นิยมในบุรุษกระมัง

ตัวจื่อลู่นั้นเป็นเด็กรับใช้ที่ติดตามข้ามาจากหอเฟิงชุนโหลว[4] ส่วนตัวข้านั้นถึงแม้จะมีหน้าตาที่งดงามราวสวรรค์สร้าง แต่เดิมทีอยู่หอโคมเขียวก็เป็นเพียงนักพิณที่ขายศิลปะไม่ขายร่างกาย ทว่าปณิธานมีหรือจะสู้อำนาจเงิน เพียงแค่ท่านแม่หรือแม่เล้าเจ้าของหอเฟิงชุนโหลวเห็นก้อนตำลึงทองมากองอยู่ตรงหน้า นางก็ยินดีขายข้าให้แก่ขุนนางเฒ่าผู้นั้นทันทีด้วยราคาที่สูงลิบจนแทบจะสร้างหอเฟิงชุนโหลวขึ้นมาใหม่ได้อีกแห่ง คราแรกข้านั้นทั้งแตกตื่นทั้งตกใจที่ถูกขุนนางเฒ่าหื่นกามซื้อตัวมา ขุนนางผู้นั้นทั้งแก่ชราและลามก มีภรรยาน้อยอีกทั้งนางบำเรอมากมาย แต่ข้าก็ไม่เคยได้ยินว่าเขาจะมีรสนิยมชมชอบในตัวบุรุษแต่อย่างใด ยิ่งพอข้าถูกส่งตัวมาเป็นของกำนัลแด่หวางเย่แล้ว เด็กรับใช้ทั้งสองต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวว่าชีวิตข้าเปรียบเสมือนดั่งตกนรกแล้วได้ขึ้นสวรรค์ นายบำเรอที่ทุกผู้ต่างก็มองว่าเป็นของเล่นชั้นต่ำเช่นข้ากลับจับพลัดจับพลูได้เข้ามารับใช้หวางเย่อยู่ในตำหนักของชินหวาง[5]เสียได้

ตอนที่ข้าย้ายเข้ามาอยู่ ณ เรือนเยว่ชิงแห่งนี้ หวางเย่ก็ได้ส่งจิ้นอิ๋งมาทำหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้ข้าอีกคน ทำให้ข้ามีเด็กรับใช้ข้างกายถึงสองคน ซึ่งสำหรับนายบำเรอลูกสวาท[6]ที่มีหน้าที่อุ่นเตียงอันแสนต้อยต่ำเช่นข้าแล้วก็นับว่ามากจนเกินพอดีด้วยซ้ำ นี่ถือได้ว่าเป็นความกรุณาอันล้นเหลือของหวางเย่แล้ว แต่ทว่ามันก็ทำให้ข้าต้องพบกับคราวเคราะห์ เนื่องจากในตำหนักแห่งนี้ นอกจากหวางเฟย[7]ที่มีอำนาจสูงสุดแล้วยังมีเช่อเฟย[8]อีกถึงสามนาง สื่อเฉี้ย[9]อีกสองนางไหนจะสาวใช้อุ่นเตียงอีกหนึ่งนาง

สำหรับหวางเฟยผู้สูงศักดิ์แล้วอันตัวข้าผู้ต่ำศักดิ์นั้นจะนับเป็นกระไรได้ ทว่าสำหรับผู้อื่นแล้วตัวข้าย่อมนับเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสาวใช้อุ่นเตียงที่มีพื้นเพมาจากหอนางโลมเช่นเดียวกันกับตัวข้า นางตั้งแง่กับข้าตั้งแต่วันแรกที่ข้าเข้ามายังเรือนเยว่ชิงแห่งนี้ สื่อเฉี้ยสองนางมาหาข้าพร้อมกับสาวใช้อุ่นเตียงนางนั้น พวกนางร่วมมือกันรังแกข้าด้วยการรื้อค้นทรัพย์สินส่วนตัวของข้าเพื่อสำรวจว่าข้านั้นมีสิ่งของติดตัวมามากน้อยขนาดไหน โชคดีที่ข้ามีสมบัติติดตัวมาไม่มาก ที่มีก็มูลค่ามิได้มากมายอันใดนัก เพราะถึงแม้ข้าจะทำงานอยู่ในหอโคมเขียวแต่ก็ขายฝีมือมิได้ขายร่างกายดังนั้นทรัพย์สินเงินทองจึงมีไม่มาก พวกนางจึงทำได้อย่างมากก็เพียงแค่ทำลายข้าวของ ฉีกกระชากสร้อยคอตุ้มหูมุกที่ข้าได้รับมาจากขุนนางเฒ่าจนขาดกระจายไม่มีชิ้นดี แต่ข้าก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอันใดมากมายเนื่องจากตัวข้าก็มิใช่อิสสตรีที่จะมานั่งประโคมตกแต่งร่างกายให้งดงามเพื่อให้ผู้อื่นมอง

วันถัดมาหวางเย่ก็ให้ลู่กงกงนำพิณมามอบให้แก่ข้า ซึ่งข้าก็มิแน่ใจว่าเป็นเพราะหวางเย่ทราบเรื่องที่ข้าโดนรังแกจึงต้องการประทานสิ่งของบางอย่างเพื่อเป็นการชดเชยหรือไม่ ทว่านั่นกลับคล้ายการสุมไฟโทสะให้แก่อวิ๋นซีสาวใช้อุ่นเตียงนางนั้น อวิ๋นซีเป็นนางโลมชั้นสูงหน้าตาสะสวยที่หวางเย่ได้รับมาเป็นของกำนัลจากขุนนางสักคนเช่นเดียวกันกับตัวข้า แต่ดูเหมือนว่าหวางเย่จะมิค่อยชื่นชอบนางสักเท่าไร เพราะจิ้นอิ๋งเล่าให้ข้าฟังว่าหวางเย่แวะไปหานางเพียงครั้งเดียวหลังจากนั้นก็มิเคยไปหานางอีกเลย การที่หวางเย่ประทานสิ่งของให้แก่ข้าในครานี้จึงได้เพิ่มความอิจฉาริษยาในใจของอวิ๋นซีให้พุ่งทะยานจนสูงเสียดฟ้า พอถึงเวลาที่ข้านำพิณออกไปดีดเล่นยังศาลาริมสระบัวนางจึงรี่เข้ามาหาเรื่องในทันที

อวิ๋นซีหาว่าข้านำพิณมาดีดที่ศาลาริมสระบัวเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหวางเย่ ซึ่งข้าสาบานได้เลยว่าตนเองมิได้คิดไปไกลถึงขั้นนั้น ด้วยของขวัญชิ้นนี้ที่ข้าได้รับมานั้นเป็นพิณชั้นดีซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ข้าจึงยินดีมากที่ได้จับพิณสูงค่าซึ่งคิดว่าชาตินี้คงมิอาจมีปัญญาซื้อหามาได้ สุดท้ายจึงให้เด็กๆ ยกพิณมาดีดในบริเวณที่มีทัศนียภาพอันงดงามเพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการบรรเลงเพลงพิณแต่ทว่าความคิดอันตื้นเขินของข้ากลับกลายเป็นจุดที่ทำให้ผู้อื่นมาระรานหาเรื่องเอาได้ อวิ๋นซีพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วดูคล้ายมีจุดประสงค์ร้ายต่อพิณของข้าทำให้ข้าต้องรีบถลันเข้าไปปกป้องมันเอาไว้จนกลายเป็นตัวข้าเสียเองที่โชคร้ายโดนผลักล้มลงและศีรษะก็ดันไปโขกกับเสาข้างศาลาส่งผลให้หมดสติไป พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งความจำของข้าก็สูญสิ้นไปหมดเสียแล้ว เหลือเพียงภาพสีขาวจางๆ ในหัว ยิ่งพยายามนึกคิดเท่าใดยิ่งเหมือนหมอกลงจัดจนกลายเป็นสีขาวหนาทึบ อีกทั้งปวดศีรษะเป็นอย่างยิ่ง ข้าจึงเลิกคิดพยายามที่จะนึกสิ่งใดให้ออกอีกต่อไป

แน่นอนละว่าพอข้าฟื้นขึ้นมาโดยปราศจากความทรงจำย่อมต้องทำให้เด็กรับใช้ทั้งสองตกอกตกใจเป็นอย่างมาก จิ้นอิ๋งถึงกับร้องห่มร้องไห้ด้วยเวทนาสงสารข้าที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักชินหวางไม่กี่วันก็ต้องมาประสบอุบัติเหตุจนต้องมีสภาพที่น่าอเนจอนาถเยี่ยงนี้ ส่วนจื่อลู่ก็คับแค้นใจจนพาลแล่นไปหาเรื่องอวิ๋นซีเพื่อแก้แค้นแทนข้า ทว่าการไปหาเรื่องอวิ๋นซีในครั้งนี้นัยว่าน่าจะเป็นหลุมพรางที่ทางอวิ๋นซีได้ขุดดักเอาไว้ เพราะเพียงจื่อลู่ไปพบอวิ๋นซีได้ไม่นาน หวางเฟยก็บังเอิญมาเจอจื่อลู่ที่กำลังพูดจาหาเรื่องอวิ๋นซีเข้า นางจึงสั่งลงโทษข้าที่ปล่อยให้เด็กรับใช้ของตนมาเกะกะระรานชาวบ้านด้วยการกักบริเวณข้าแบบไม่มีกำหนดและตัดเบี้ยหวัดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้จื่อลู่รู้สึกผิดต่อข้ายิ่งนัก เขากลับมาหาข้าด้วยน้ำตานองหน้า ปากคอสั่นสะท้านโขกศีรษะขอโทษข้าครั้งแล้วครั้งเล่าที่ตนเป็นเหตุให้ข้าต้องมาพบกับชะตากรรมอันอับโชคเลวร้ายยิ่งขึ้น

ข้าสั่งห้ามจื่อลู่ไม่ให้โขกศีรษะอีกต่อไป เนื่องจากข้าไม่ได้นึกโกรธหรือคับแค้นใจอันใด และสั่งกำชับมิให้เด็กรับใช้ทั้งสองออกไปหาเรื่องผู้ใดที่นอกเรือนอันอาจเป็นเหตุให้ผู้อื่นฉกฉวยใช้เป็นโอกาสมาหาเรื่องหาราวกลั่นแกล้งข้าได้อีก จิ้นอิ๋งรับคำอย่างว่าง่าย แต่จื่อลู่กระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยจนข้าต้องขึงตาใส่ เขาจึงยินยอมพยักหน้าตกปากรับคำทำตามที่ข้าสั่งแต่โดยดี

ชีวิตในเรือนเยว่ชิงหลังจากนั้นถึงแม้จะค่อนข้างลำบาก แต่ข้าก็สบายใจยิ่ง เนื่องจากไม่ต้องออกไปพบปะกับเหล่าอนุ ชายา นางอุ่นเตียงเหล่านั้นให้ปวดเศียรเวียนเกล้า แค่ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเรียบๆ ง่ายๆ เพียงแค่นี้ข้าก็สุขใจยิ่งแล้ว ถึงแม้ตัวข้าจะจดจำอะไรมิได้ แต่ก็มีจื่อลู่คอยช่วยเล่าเรื่องในอดีตที่ผ่านมา และมีจิ้นอิ๋งคอยเล่าเรื่องความเป็นไปในตำหนัก เท่านี้ก็ทำให้ข้าไม่หูหนวกตาบอดขาดแคลนข่าวสารเสียทีเดียว พวกข้าอยู่กันฉันนายบ่าวอย่างสงบสุขมาได้สักระยะหนึ่ง แต่ทว่าความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน หลังจากนั้นหนึ่งเดือนเงินก้นถุงของข้าก็หมดลง

เดิมทีข้าวปลาอาหารที่ถูกส่งมายังเรือนเยว่ชิงนั้นก็ไม่ได้มากมายอันใด ยิ่งพอข้าโดนลงโทษกักบริเวณ สำรับที่ส่งมาก็ยิ่งน้อยลงจนน่าใจหาย แถมยังเย็นชืดไม่มีรสชาติเลยแม้แต่น้อย อันตัวข้าเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย สงสารก็แต่เจ้าพวกเด็กๆ รับใช้ทั้งสองที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับข้า ข้าทั้งสงสารทั้งเห็นใจโดยเฉพาะจิ้นอิ๋งที่เดิมทีเป็นคนของตำหนักแห่งนี้ แต่ดันโชคร้ายโดนส่งตัวให้มาคอยปรนนิบัติรับใช้ข้า มีนายดีเป็นศรีแก่ตน มีนายจนต้องทนกัดก้อนเกลือกิน จิ้นอิ๋งเป็นเพียงแค่บ่าว จะเลือกนายก็มิได้ ถ้าไม่ยอมมารับใช้ข้าก็จะกลายเป็นการขัดคำสั่งของเบื้องบน แต่ถึงแม้ข้าจะทำให้เขาต้องมาลำบาก จิ้นอิ๋งก็มิเคยคิดจะปริปากบ่นหรือแสดงท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ข้าจึงยิ่งซาบซึ้งใจในความจงรักภักดีของเขาเป็นเท่าทวีคูณ

ก่อนที่ข้าจะถูกส่งตัวเข้ามาในตำหนักชินหวางแห่งนี้ ขุนนางเฒ่าได้ให้เงินก้นถุงแก่ข้ามาเล็กน้อย[u1] เพื่อไม่ให้เกิดคำครหาได้ว่าเขาส่งข้าเข้ามาแต่ตัวโดยปราศจากทรัพย์สมบัติติดกาย ข้าจึงนำเงินก้นถุงนี่มาใช้เป็นค่ากินค่าอยู่ของพวกเราสามคน เงินทองยามถูกใช้ย่อมมีวันหมดไป อีกทั้งเบี้ยเลี้ยงก็โดนตัด แต่เรื่องปากท้องของบ่าวไพร่นั้นสำคัญยิ่งเพราะข้าตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าจะไม่ให้เด็กสองคนนี้ต้องมาอดอยากปากแห้งไปกับข้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วข้าก็ต้องหาหนทางให้พวกเราทั้งสามใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้จงได้

ข้านั่งคิดนอนคิดมาหลายคืน ในที่สุดก็ค้นพบหนทางแก้ปัญหา ในเมื่อสำรับที่ถูกส่งมามันไม่พอยาไส้จนข้าต้องเจียดเงินให้จื่อลู่ไปซื้ออาหารมาเพิ่มอยู่เสมอๆ ไฉนข้าไมปรุงอาหารทานเองไปเลยเล่า จะทำมากมายเท่าใดก็ได้ ให้กินอิ่มจนพุงกางเลยยิ่งดี พอคิดได้ดังนั้นแล้วข้าก็รีบเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับจื่อลู่และจิ้นอิ๋งในทันที

"ทำอาหารทานเองนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ที่ยากนั้นคือเราไม่มีห้องครัว" จื่อลู่บอกกับข้าเมื่อได้ยินว่าข้าบอกว่าพวกเราจะทำอาหารทานกันเอง

"ถ้าพูดถึงห้องครัวละก็ ความจริงในเรือนนี้ก็มีห้องครัวอยู่นะขอรับ" จิ้นอิ๋งบอกกล่าว

"กระไรนะ! เหตุใดข้าถึงมิเคยเห็นมันมาก่อนเล่า?" จื่อลู่ตาโต ด้วยอุปนิสัยซุกซนช่างสอดรู้สอดเห็นของเขาย่อมต้องทำการสำรวจเรือนนี้เสร็จเรียบร้อยไปตั้งแต่ตอนที่มาอาศัยอยู่ในช่วงแรกๆแล้ว

"เจ้าคงจะไม่ทันสังเกตเห็นหรอก มันคือห้องเก็บของอย่างไรเล่า" จิ้นอิ๋งอยู่ที่จวนแห่งนี้มานานจึงรู้ดีว่าเรือนแห่งนี้มีห้องครัวอยู่ เนื่องจากเรือนนี้เป็นเรือนที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของตำหนักหวาง เจ้านายที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้วจึงสร้างห้องครัวเพื่อสะดวกต่อการหุงหาอาหารทำให้ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาอาหารจากห้องครัวของเรือนใหญ่ ทว่าภายหลังเรือนนี้ได้รกร้างว่างเปล่ามาเป็นเวลานาน ผู้คนจึงขนนำสิ่งของต่างๆ อาทิเช่นเครื่องเรือนที่เหลือใช้ ซึ่งบ้างก็แตกหักเสียหายมาทิ้งจนมันกลายเป็นห้องเก็บของไปในที่สุด

"งั้นพวกเราไปสำรวจห้องเก็บของ เอ้ย! ห้องครัวกันเถอะ!" ผู่เยว่ตาพราวระยับด้วยความดีใจรีบชักชวนเด็กรับใช้ทั้งสองไปยังห้องครัวในทันที

สภาพห้องเก็บของ เอ้ย! ห้องครัวนั้นอนาถยิ่ง ไม่มีที่ใดที่จะรกรุงรังไปกว่าสถานที่แห่งนี้อีกแล้ว ด้านในนั้นมีข้าวของมากมายวางกองพะเนินเทินทึกจนแทบจะล้นออกมานอกห้อง

"เนื่องจากหวางเย่มีคำสั่งให้พาคุณชายผู่เยว่มาพักยังเรือนแห่งนี้ ข้าวของที่เดิมทีถูกนำมาทิ้งวางสุมอยู่ด้านในเรือนจึงถูกเก็บกวาดแล้วนำมาทิ้งที่นี่แทน" จิ้นอิ๋งอธิบาย ถึงเขาจะไม่กล้าบอกให้ข้าทราบ แต่เพียงแค่มองดูก็รู้ได้ว่าเดิมทีเรือนเยว่ชิงแห่งนี้ก็คือที่เก็บขยะและข้าวของที่ไม่ได้ใช้แล้วนั่นเอง

"นี่มัน..." จิ้นอิ๋งมองหน้าข้าด้วยสีหน้าสงสารที่เขาต้องมาอาศัยในเรือนที่เคยเป็นที่ทิ้งขยะ

"ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง" ทว่าข้ากลับแย้มยิ้มยินดีจนจิ้นอิ๋งต้องประหลาดใจ

"คุณชาย...สิ่งใดที่ว่ายอดเยี่ยมกัน นี่มัน...มีแต่ข้าวของที่ใช้การไม่ได้ทั้งนั้น” จื่อลู่ส่ายหน้าด้วยความรันทด นึกสงสารนายตนที่ความจำเสื่อมจนไม่รู้ว่าโดนกลั่นแกล้งให้มาพักอาศัยอยู่ในเรือนเก็บขยะ จะดูดีหน่อยก็ตรงที่หวางเย่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็นเรือนเยว่ชิง แต่ทว่าเรือนเก็บขยะก็ยังเป็นที่เก็บขยะอยู่วันยังค่ำ

"พวกเจ้าไม่รู้อันใด สิ่งนี้แหละจึงจะเรียกว่า พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส"

 

 



[1] จื่อลู่ แปลว่า หยกสีม่วง

[2] จิ้นอิ๋ง แปลว่า พลอยแห่งความซื่อสัตย์

[3] หวางเย่ เป็นคำสำหรับเรียกองค์ชาย หรือเรียกคนในตำแหน่งอ๋อง

[4] เฟิงชุนโหลว แปลว่า หอแห่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ

[5] ชินหวาง คือ ชินอ๋องซึ่งเป็นพระอนุชาร่วมพระครรภ์โภทรเดียวกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตำแหน่งนี้หมายความว่าชินอ๋องผู้นี้เป็นโอรสของไทเฮาที่เป็นมารดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

[6] ลูกสวาท แปลว่า นายบำเรอ

[7] หวางเฟย เป็นตำแหน่งพระชายาในชินอ๋อง มีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น มีอำนาจในการดูแลและปกครองคนในบ้าน และออกคำสั่งทุกอย่าง

[8] เช่อเฟย เป็นตำแหน่งพระชายารองในชินอ๋อง มีได้ 4 คน เป็นภรรยาน้อยแต่ได้รับการยกย่องจากพระชายา หากพระชายาไม่มีโอรส โอรสที่กำเนิดจากชายารองที่เหมาะสมที่สุดจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งจากบิดา

[9] สื่อเฉี้ย คือ ภรรยาน้อยที่มีตำแหน่งต่ำกว่าเช่อเฟย แต่ยังไม่ใช่ตำแหน่งที่ต่ำที่สุด จะมีกี่คนก็ได้


--------------------------------------------

Talk (15/9/19)

ยังมีหลายคนคอยจับผิด
ว่านายเอกความจำเสื่อมแต่ทำไมบรรยายความรู้สึกออกมาได้
ก็บอกแล้วว่า นายเอกได้บ่าวสองคนคอยช่วยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง
เห้ย! นายเอกก็คนนะคะ คือ มีเลือดเนื้อ มีชีวิต มีจิตใจ
ไม่ใช่ความจำเสื่อมแล้วต้องบื้อใบ้เสียหน่อย
จำอะไรไม่ได้ แต่ความรู้สึกนึกคิดย่อมต้องมีค่ะ
ยิ่งฟังบ่าวสองคนบ่นนู่นนี่นั่นให้ฟังตามประสาขาเม้าท์
ก็ต้องมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมบ้างละ

ขนาดพวกเราตามอ่านข่าวดารายังอินกันจนพาลไปด่าดาราคนนู้นคนนี้ที่นอกใจเลยจริงไหมคะ555


FootNote

1) จื่อลู่ แปลว่า หยกสีม่วง

2) จิ้นอิ๋ง แปลว่า พลอยแห่งคามซื่อสัตย์

3) หวางเย่ แปลว่า คำใช้เรียกองค์ชาย หรือเรียกคนในตำแหน่งอ๋อง

4) เฟิงชุนโหลว แปลว่า หอแห่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ

5) ชินหวาง ก็คือ ชินอ๋อง แบ่งออกได้เป็น 5 กรณี แต่ในเรื่องนี้คือกรณีที่ 3

          ๑. ชินอ๋อง เป็นพระโอรสของฮองเฮา ต้องเป็นฮองเฮาที่มาจากการอภิเษกสมรสเท่านั้น ถ้าเป็นฮองเฮาที่มาจากการเลื่อนยศเพราะฮองเฮาองค์ก่อนสิ้นไปถ้าโอรสไม่เหมาะสมพอก็อาจจะไม่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งชินอ๋องหรือตำแหน่งใดเลย 
          ๒. ชินอ๋องเป็นโอรสของพระภรรยาเจ้าและพระสนม ซึ่งทำผลงานจนเป็นที่พระทัยของพระราชบิดา 
          ๓. ชินอ๋องเป็นพระอนุชาร่วมพระครรภ์โภทรเดียวกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตำแหน่งนี้หมายความว่าชินอ๋องผู้นี้เป็นโอรสของไทเฮาที่เป็นมารดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน 
          ๔. ชินอ๋องเป็นพระเชษฐาหรือพระอนุชาของฮ่องเต้และมีส่วนช่วยองค์จักรพรรดิ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยในการบริหารแผ่นดิน มีส่วนในการรบ จึงได้สถาปนาให้เป็นชินอ๋อง แต่มิได้กำเนิดจาก ฮองไทเฮา ฮองเฮา แต่กำเนิดจากมารดาที่เป็นไท่เฟย หรือไท่ผินนั่นเอง 
          ๕. ชินอ๋องเป็นพระโอรสองค์โตที่กำเนิดจากพระชายาโดยสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาที่เป็นอ๋องพระมาลาเหล็ก เมื่อบิดาสิ้นพระชนม์ไปแล้วจึงจะสืบทอดตำแหน่งต่อได้ และสืบทอดต่อไปเรื่อยๆ

6) ลูกสวาท แปลว่า นายบำเรอ

7) หวางเฟย พระชายาในชินอ๋อง มีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น มีอำนาจในการดูแลและปกครองคนในบ้าน และออกคำสั่งทุกอย่าง

8) เช่อเฟย พระชายารองในชินอ๋อง มีได้4คน เป็นภรรยาน้อยแต่ได้รับการยกย่องจากพระชายา หากพระชายาไม่มีโอรส โอรสที่กำเนิดจากชายารองที่เหมาะสมที่สุดจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งจากบิดา

9) สื่อเฉี้ย ภรรยาน้อยที่มีตำแหน่งตำกว่าเช่อเฟย แต่ยังไม่ใช้ตำแหน่งที่ต่ำที่สุด จะมีกี่คนก็ได้


Talk

พลอตนิยายเรื่องนี้ขอมอบความดีความชอบให้แก่คุณพี่ท่านหนึ่งที่ไปนั่งคุยกันเมื่อวันก่อน พี่สาวบอกว่า อยากอ่านนิยายแบบนี้ๆๆๆอ่ะ ไปเขียนให้หน่อย เราก็เออ...ท่าทางน่าจะสนุกนะ เขียนโลด 555


ปล.ยังคิดชื่อพระเอกไม่ออก ใครก็ด้ายยยยยย ช่วยคิดที 

 

 

 

 

 

 

 

 

T
B
Chicken
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.909K ครั้ง

7,022 ความคิดเห็น

  1. #6922 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:22
    น่าสนุกค่ะ
    #6922
    0
  2. #6743 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 01:12
    สนุกอ่ะชอบๆๆๆๆๆ
    #6743
    0
  3. #6732 -BlackZiita- (@ZpanzKG) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 15:04
    นายเอกความจำเสื่อม แต่เป็นคนเล่าทุกอย่างเอง มันไม่น่าจะใช่นะคะ การบรรยายตรงนี้ควรเป็นมุมมองของนักเขียนมากกว่าตัวละครนะ อาจจะเปลี่ยนตรงบรรยายจากคำว่า ข้า เป็นคำว่า เขา น่าจะลื่นกว่า แล้วอีกอย่างหนึ่ง เว้นบรรทัดหน่อยก็ได้ค่ะ มันดูอึดอัดมาก

    แก้ไขด้วยนะคะ สู้ๆค่ะ
    #6732
    0
  4. #6720 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 08:29
    กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ เพราะลืมไปหมดแล้วววว ยังสนุกเหมือนเดิมเลย
    #6720
    0
  5. #6586 matus44600 (@matus44600) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 05:19
    มีความแอบอ่านยาด
    กนะคะ

    อยากให้แก้ไขเรื่องการเว้นวรรค ค่ะ
    #6586
    0
  6. #6237 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 06:33
    เข้มแข็งมากลูก!
    #6237
    0
  7. #5880 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 19:29
    นายเอกเราเข้มแข็งดี
    #5880
    0
  8. #5868 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 17:57
    ความรู้แน่นมาก หมายถึงเราอ่านแล้วได้ความรู้แน่นมากกกก555555 ผู่เยว่น่ารักน้า
    #5868
    0
  9. #5824 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 10:23
    น่าติดตามมากค่ะ
    #5824
    0
  10. #5687 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:15
    น่าติดตามค้า
    #5687
    0
  11. #5654 Ppttyc_ (@Preeyaporn123Noo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:47
    โหชีวิตน้องคือแบบ บ้าจีง
    #5654
    0
  12. #5567 Peachz. (@BowSK) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 23:06
    ภรรยาเยอะมากค่ะคุณ ส่วนใหญ่เขาให้ก็รับมา เหมือนขนมเลยจ้า
    #5567
    0
  13. #5331 ก็ว่างอ่ะ._. (@Animee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 19:49
    ความจำเสื่อมแต่จำความรู้สึกได้อีกหนา งงนิดหน่อย555
    #5331
    0
  14. #5233 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:46
    เอิ่ม รับเขามาแล้วไม่คิดจะดูดำดูดีเลยรึ
    #5233
    0
  15. #5167 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:01

    ในจวนเกิดเรื่องขนาดนี้ ท่านอ๋อง! ท่านมุดหัวอยู่ที่ใด???

    #5167
    0
  16. #5155 Hoshi_Akemi (@Vivian_N) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 20:01
    นายเอกความจำเสื่อมจริงดิ ตอนเล่าความหลังก็เหมือนจำได้นี่ ทั้งอารมณ์ ความรู้สึกนี่มาเต็ม
    #5155
    0
  17. #5120 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 08:24
    ติดตามต่า
    #5120
    0
  18. #5110 ดาวนอกโคจร (@nuchanat-som2543) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 01:37
    ภาษาดีนะ แต่การเรียบเรียงไม่ดี ตัวละครความจำเสื่อม แต่กลับเล่าอารมณ์ ความรู้สึกก่อนความจำหายไปได้เป็นอย่างดี ถ้าเขียนให้รู้จากบ่าวรับใช้ ไม่ควรใส่ความรู้สึกไปด้วย ควรเป็นแค่การเล่าธรรมดาๆ อย่าลืมนะว่าตัวละครสูญเสียความทรงจำจนหมด นึกอะไรก็นึกไม่ออก การบอกถึงความรู้สึกช่วงก่อนความจำหายมันจึงขัดกันเองในบท
    #5110
    0
  19. #5068 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 20:46

    ชีวิตน้องน่าสงสาร

    #5068
    0
  20. #5053 Sunflower.W (@renesqueenxs) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 16:59
    กลับมาอ่านอีกรอบ ด้วยความคิดถึง
    #5053
    0
  21. #4907 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:24
    สงสารน้อง
    #4907
    0
  22. #4888 หม่ามี้เลม่อน (@raindemon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:50
    เจิมมมม
    #4888
    0
  23. #4879 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:00
    กลับมาอ่านใหม่จำเนื้อเรื่องมิได้แล้วววววววววว
    #4879
    0
  24. #4823 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 10:23
    ภาษา งดงามมาก เอาใจช่วยน้อง
    #4823
    0
  25. #4768 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:08
    เอาใจช่วยลูกกกกก
    #4768
    0