ฝันรักเทพบุตร

ตอนที่ 6 : หวิว 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ก.ค. 58

                                            






 เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานพิมลเคาะก่อนเข้าไปตามมารยาท

“กาแฟมาแล้วค่ะ”

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานแล้ว คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คส่วนตัวถูกเปิดหน้าจอขึ้นพร้อมกับแว่นตาราคาแพงที่เขาหยิบมาสวมตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ

 ว้าวพอเขาสวมแว่นแล้วทำไมหล่อเนี๊ยบขนาดนี้!

“วางไว้ตรงนั้น แล้วไปทำงานต่อซะ” ชายหนุ่มเว้นช่วง เหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะบนโต๊ะทำงานของตน “เหลือเวลาทำงานอีกสี่ชั่วโมง”

“ค่ะๆ ทราบแล้วค่ะ”

พิมลคล้ายถูกเร่งเร้า เพราะนั่นหมายถึงเวลาการพิสูจน์การทำงานของวันนี้กำลังจะหมดลง เธอรีบมองหาว่าควรทำส่วนไหนของห้องให้เสร็จก่อนจึงเลือกดูดฝุ่นบนพรม

“เครื่องดูดฝุ่นสำหรับคุณคิดว่ามันอาจจะหนักเกินไป เปลี่ยนเป็นงานอื่นดีกว่าไหม”

“คะ?

“หมายถึงทำงานที่มันออกแรงน้อย แต่ได้ประโยชน์แบบครอบคลุมไง”

“ยังไงคะ” คนฟังยังไม่เข้าใจ

ชายหนุ่มคิดว่าคำพูดของตนมันคงจะเข้าใจยากเกินไปสำหรับคนไม่คิดมาก หรือไม่ลึกพอ เลยเติมให้มันชัดขึ้น

“มาเช็ดโต๊ะตรงนี้ เผื่อคุณจะเข้าใจมากขึ้น”

โต๊ะทำงานชายหนุ่มบอกเองว่ามันยังไม่เปื้อนมากแล้วทำไมต้องนึกครึ้มอยากให้ไปเช็ดตอนนี้ด้วย พิมลครุ่นคิดแต่ไม่กล้าถามกลับเดินไปยังโต๊ะทำงานแล้วมองหาจุดที่ยังไม่สะอาด

เจ้านายหนุ่มนั่งพิงพนักแววตาเริ่มเปลี่ยนไปจากที่เคยนิ่งเรียบเริ่มเห็นแววกรุ้มกริ่ม

“ตรงไหนคะที่มันยังไม่สะอาดอีก”

“ตรงนั้นไง ด้านหลังจอคอมพิวเตอร์ของผม มองดูสิ”

“ไหนคะ ไหน ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นคราบตรงไหนเลยค่ะมิสเตอร์ดี”

“มองดูดีๆสิพิมล ลองก้มให้ต่ำกว่านี้อีกนิดแล้วจะเห็นว่าคราบมันเป็นวงกว้างเชียวล่ะ”

ก้มๆเงยๆทั้งหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ล้นหลามเพราะการตัดเย็บชุดที่แนบเนื้อแนบส่วนเสียจนโชว์ชัด ไหนจะยังกระโปรงสั้นที่เข้ารูปรัดบั้นท้ายจนเห็นเป็นรูป ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเอนไปด้านหลังมองดูสิ่งสวยงามอย่างสบายใจโดยที่เด็กน้อยไร้เดียงสายังไม่มีทีท่าว่าจะจับได้ไล่ทัน เมื่อพิมลหันมาอย่างกะทันหันชายหนุ่มจึงต้องรีบสำรวมสายตาให้เหมือนเดิม

“ไหนกันค่ะมิสเตอร์ดี ฉันยังไม่เห็นเลยค่ะ คุณตาลายหรือเปล่า”

“โอ๊ะ นั่นสินะ” เขาทำท่าถอดแว่นออกแล้วเพ่งมอง “ท่าทางจะเป็นเพราะแว่นนี่แน่ ดูสิ มันมัว เช็ดให้ที”

“ค่ะๆ”

เธอรับมันมาจากมือเขาอย่างนุ่มนวล เหลียวซ้ายเหลียวขวาหาผ้าที่จะใช้เช็ดมันเพราะที่ตัวไม่มีผ้าสะอาดสักผืน

“ผ้าของมันอยู่ในลิ้นชักล่างสุดของโต๊ะตัวนี้ ก้มลงแล้วเปิดมันออกมาสิ”

พิมลทำตามอย่างว่าง่าย โดยไม่ทันระวังว่าความสั้นของชุดกระโปรงที่สวมมันยาวแค่สองฝ่ามือ เมื่อก้มมันจึงไม่แปลกที่โคนต้นขาขาวเนียนจะค่อยๆเผยตัวออกช้าๆ ทว่าโชคยังช่วยที่เธอเป็นคนตัวเตี้ยเมื่อก้มไม่มากก็สามารถหยิบเอาของในลิ้นชักออกมาได้แล้ว ตั้งใจเช็ดจนสะอาดค่อยส่งคืนให้เจ้าของ

“เรียบร้อยแล้วค่ะ นี่ค่ะแว่นของคุณ”

“ขอบใจนะ เอ่อเธอสูงเท่าไรพิมล”

167 ค่ะ”

“อืมม” ลากเสียงยาวในลำคอ

“เอ่อ ฉันเตี้ยเกินไปสำหรับมาตรฐานความสูงของพนักงานที่นี่หรือคะ?

“เปล่า ความสูงกำลังใช้ได้ น่ารัก เหมาะสมกำลังพอดี” สายตาเร่าร้อนมองวาดผ่านไปตรงไหนก็พาให้ร้อนรุ่มปานไฟเลีย “ขนาดก็กำลังพอดี เหมาะมือเชียว”

“เอ๋ เหมาะมือ ยังไงคะ?

“โอะ หมายความว่าผมพูดผิดน่ะ คือไม่ว่าจะเป็นสีผิว ความเนียนใส โดยเฉพาะกับผู้หญิงเอเชีย แล้วมันก็พอดีกับ เอ่อ” เว้นช่วงเสียงจะพูดต่อดูมีนัย ยังคงลากสายตาน่าสยิวนั่นผ่านไปทั่วร่าง “เหมาะสมกับชุดที่สวม และถึงแม้จะไม่สวมอะผิวสวยๆนี่ก็ยังเชิญชวนให้มองได้ไม่รู้จักเบื่อ”

พิมลหน้าแดงจัด  ชุดมันทั้งรัดทั้งสั้นออกปานนี้ ที่ว่าเหมาะสมพอดีเขาจะติว่าตนหน้าอกเล็กหรือขาใหญ่หรือเปล่านะ แถมสายตาพิฆาตกวาดมองปานจะโลมลิ้มชิมรสผิวเนื้อเธอทั้งที่ไม่ได้ใช้ลิ้น พิมลหายใจแทบไม่ทั่วท้อง แค่สายตายังทำให้ท้องน้อยเกร็งจนปั่นป่วนสมองแทบคิดอะไรไม่ออกปล่อยให้สายตาคู่นั้นดึงดูดให้เธอมองสบอย่างไม่กล้าละสายตา

“ในห้องนี้มันร้อนไปหรือเปล่า ผมคิดว่าแก้มของคุณมันแดงขึ้นนะ”

“โอ๊ะ เปล่าค่ะ เปล่า แค่รู้สึกว่าเหมือนจะไม่ค่อยสบายตัวเท่านั้นเอง”

“อึดอัดหรือ เพราะอะไร บรรยากาศในห้องหรืออย่างอื่น”

เพราะชุดนี่ไงล่ะยิ่งถ้าต้องยืนอยู่ต่อหน้าเขาแล้วด้วย รู้สึกเหมือนตัวเองถูกสายตาคู่นั้นมันรัดรึงหายใจไม่คล่อง 

เสียงมือถือส่วนตัวดังขึ้น ชายหนุ่มเลื่อนสายตาไปทางเครื่องมือสื่อสารซึ่งนอนอยู่บนโต๊ะทำงาน หน้าจอสว่างวาบและหมายเลขของต้นสาย หญิงสาวได้ยินเสียงเขาถอนใจเบาๆก่อนเขาจะหยิบบางอย่างวางแล้วเลื่อนส่งไปบนโต๊ะทำงาน

“นี่เป็นค่าจ้างของวันนี้ งานของคุณเสร็จแล้ว แพทตี้”

“เอ๋ คุณรู้ชื่อเล่นของฉันด้วยหรือคะ!?

“ในแบบฟอร์มการสมัครงานผมเห็น หรือถ้าผมจะเรียกมันคงไม่ผิดระเบียบในบ้านนี้แน่นอน เอาล่ะไปรับแม่หนูน้อยได้แล้ว”

“มันจะดีหรือคะ ฉันรู้สึกเหมือนยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยด้วยซ้ำไป”

แทบจะยกมือขึ้นทาบปากไม่ทัน เมื่อเห็นใบหน้าของเขานิ่งกว่าเมื่อครู่ เธอรีบยื่นมือไปหยิบซองสีขาวบนโต๊ะพร้อมกล่าวขอบคุณก่อนเดินออกไปจากห้องทำงาน

ประตูปิดลงอย่างเบามือ เจ้านายหนุ่มทำสีหน้าเซ็งนิดหน่อยก่อนยกแว่นขึ้นสวม กดรับสายแล้วกรอกเสียง

“ฉันรู้แล้วกำลังจะเริ่มประชุม”

แล้ววางสายเอื้อมมือไปหยิบรีโมทคอนโทรลในลิ้นชักบนสุดข้างขวามากดใส่ชั้นหนังสือฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน จอขนาดกว้างแทบจะเท่าครึ่งหนึ่งของชั้นหนังสือเลื่อนต่ำลงมาจากชั้นที่ทำเป็นฉากซ่อน หน้าจอจากที่เคยมืดมิดเริ่มมีแสงสว่างจากนั้นปรับภาพชัดให้เห็นหน้าของเหล่าบรรดาผู้มีระดับทั้งหลายนั่งเรียงรายล้อมโต๊ะประชุม งานการประชุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์จึงเริ่มขึ้นทันที

“เอาล่ะ สวัสดีผู้ถือหุ้นผู้มีเกียรติทุกท่าน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มประชุมกันเลยก็แล้วกัน”


*** ลงตอนนี้พอเป็นน้ำจิ้ม ให้รู้ว่าเฮียD แกก็หื่นเป็นนะจะบอกหั้ย 5555+


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #26 Mai010139 (@Mai010139) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 14:16
    เสียท่าหมดเลยพิมล นึกไม่ถึงว่าเฮียDจะมีเล่ห์กลเยอะ555
    #26
    0