ฝันรักเทพบุตร

ตอนที่ 17 : กลัว?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 59





          “โอววแพทตี้ ฉันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ฉันมีธุระด่วนล่ะ”

“ธุระด่วน?

“ช่าย มันเป็นธุระสำคัญที่ฉันออกมาก็เพื่อจะมาบอกเธอเรื่องนี้น่ะล่ะ อ้อ ฉันคงต้องรีบไป เพราะมันใกล้เวลานัดแล้วเสียใจด้วยนะที่วันนี้ไม่ได้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยไม่ได้เสียใจจริงๆเชียว” โจซี่หมุนตัวเข้าไปหยิบกระเป๋าในบ้านแล้วกลับออกมาอย่างรวดเร็ว “ฉันไปก่อนนะจ้ะ”

เอาแล้วไง เพื่อนรักหักเหลี่ยมเปิดทางเพื่อให้จอมโจรหนุ่มเข้าบ้านโดยไม่ถามความเห็นเธอสักคำ มิสเตอร์ดีฉีกยิ้มกว้างขึ้นด้วยความยินดีที่ดูเหมือนเพื่อนของลูกจ้างสาวคงจะรู้ทันว่าเขาคิดอะไรอยู่ ทั้งคู่ยืนมองส่งโจซี่ด้วยความรู้สึกต่างกันออกไป พิมลนี่สิลำบากใจสุดเพราะนอกจากจะโมโหที่เพื่อนหักดิบใส่ ไหนจะต้องมานั่งวิตกว่าจะวางตัวแบบไหนเมื่อต้องอยู่กันตามลำพัง

“เอ่อ อยากจะเชิญผมเข้าไปนั่งในบ้านบ้างหรือยัง”

ประตูบ้านจึงถูกเปิดออกกว้างเพื่อรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ก่อนจะเดินผ่านประตูเข้าไปชายหนุ่มยังอุตสาห์หยุดเพื่อถอดแว่นตาออกแล้วหันมาพูดกับเธอพร้อมทำสายตากรุ้มกริ่ม

“ผมหวังว่าวันนี้จะเป็นวันพักผ่อนที่ดีที่สุดในรอบสามปีของผมนะแพทตี้”

ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ยิ่งรู้สึกเหมือนตนกำลังเชิญหมาป่าตัวโตเข้าบ้านเสียด้วย ชายหนุ่มยังยืนรอรับคำขานรับจากเจ้าบ้านคนสวย จนเธอต้องยิ้มแห้งๆพร้อมขานรับออกไปอย่างแกนๆ

 “ค่ะ ค่า เชิญค่ะมิสเตอร์ดี”

 

เอาเถอะน่านานทีปีหนบ้านหลังน้อยออกจะเก่าหลังนี้จะได้มีโอกาสต้อนรับผู้ชายตัวโตๆมาเดินอยู่ในบ้านสักที พิมลเดินวนโต๊ะทำครัวชงกาแฟแล้วตามสูตรที่จดจำจนขึ้นใจแต่ไม่กล้ายกออกไป ใจมันยังเต้นระรัวนึกถึง รางวัลที่เขามอบให้เมื่อคืนก่อน เขายังคงนั่งอยู่ในท่าไขว่ห้างสบายดูไม่ทุกข์ร้อนทั้งที่มานั่งบ้านคนอื่น เจ้าของบ้านสิแค่แอบมองออกไปเห็นก็แทบจะละลายอยู่แล้ว

“เอาเถอะน่า ยังไงเขาก็เป็นเจ้านายเรานะ เขาอาจจะแค่มาเที่ยวบ้านเยี่ยมดูความเป็นอยู่เหมือนครูมาเยี่ยมบ้านนักเรียนไง”

พูดให้กำลังใจตัวเองก่อนจะยกแก้วกาแฟออกไป แต่พอเดินไปจนจะผ่านประตูห้องครัวดันต้องชะงักเพราะแขกบ้านกลับมายืนอยู่หน้าประตู

“โอ๊ะ! ทำไมมายืนตรงนี้ละคะ”

“ผมได้กลิ่นกาแฟ”

“ของคุณค่ะ ฉันกำลังจะยกไปให้”

“มันร้อนมากไหม”

“โอ๊ะ คือมันอาจจะไม่ร้อนมากน่ะค่ะ ดะ เดี๋ยวฉันไปชงให้ใหม่ไหมคะ”

“ก็ดีนะ ผมรู้สึกอยากดื่มอะไรร้อนๆอยู่เหมือนกัน รู้สึกตาพร่าคงเพราะนั่งจอคอมมานานเกินไป”

“เพิ่งออกมาจากห้องทำงานหรือคะ”

“ไม่เชิง เมื่อคืนผมยังไม่ได้นอนมากกว่า มีงานรอสะสางอยู่เลยไม่ได้ไปดูคุณที่งานเสียด้วยซ้ำไปน่าเสียดายจริงๆ”

พอได้ยินว่าเขายังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในงาน มือไม้ของพิมลมันดันชาเหมือนเลือดไม่วิ่ง รสจูบพาฝันของชายคนนั้น ดไวท์ คีท มันยังติดอยู่บนริมฝีปาก

แก้มมันร้อนผ่าวขึ้นมาเอาดื้อๆ มิสเตอร์ดีโน้มหน้าลงมาดูใกล้ๆในขณะที่เธอยังเบลอทำให้ตกใจพลางถาม

“เป็นอะไรหรือเปล่าแพทตี้?

“วะ ว้าย!?

เพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์คิดถึงรสจูบของเจ้าชายปริศนา พอถูกใบหน้าของเจ้านายหนุ่มโน้มเข้ามาใกล้จนแทบชิดหญิงสาวจึงเกิดตกใจจนมือไม้อ่อน แก้วกาแฟในมือเลยหกกระฉอกไปเลอะเสื้อเชิ้ตชายหนุ่ม

“อะ อุ๊บส์ ว้าวเลอะเลย”

“ว้ายๆ ตายแล้วเปื้อนหมดเลย คือขอโทษนะคะฉันไม่ได้ตั้งใจ ถอดมันออกมาเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะซักให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ”

“จะดีหรือ?

ถามแบบนั้นก็จริงแต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นมันกลับแฝงรอยยิ้มเอาไว้ ชายหนุ่มหยิบแก้วกาแฟจากมือหญิงสาวไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ตัว ก่อนกลับมายืนใช้หัวไหล่ซ้ายอิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้ม

“แต่คุณต้องเป็นคนถอดเสื้อตัวนี้ออกไปเองนะ”

พิมลหน้ายิ่งแดงจัด รู้ทันทีว่าเจ้านายหนุ่มอยากแกล้งตน

“ทำไมไม่ถอดเองล่ะคะ”

“คุณเป็นคนทำมันหกใส่เสื้อผม เพราะฉะนั้นต้องรับผิดชอบ เสื้อตัวนี้ตัวโปรดของผมเสียด้วยนะ ถ้าไม่รีบถอดออกไปซักล่ะก็ ผมคงต้องหักเอาค่าจ้างเพื่อมาใช้ซื้อเสื้อตัวใหม่แทน”

เสื้อเชิ้ตของเขาคงไม่ต้องบอกว่ามันแพงหูฉีกขนาดไหน ไม่รีบถอดออกมาซักดีไม่ดีเงินค่าจ้างตลอดการทดลองงานเป็นอันต้องชวดแน่ พิมลเม้มริมฝีปากแน่นทั้งแก้มทั้งหูแดงจัดเมื่อยกมือขึ้นค่อยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด เธอระวังปลายนิ้วเหลือเกิน ระวังไม่ให้ไปสัมผัสถูกแผงอกกว้างบึกบึน

แค่เปิดเปลือยสาบเสื้อออกดวงตากลมโตต้องสั่นสะท้าน เพราะแผงอกล่ำกว้างมันช่างดูสมชาย เลื่อนปลดเม็ดกระดุมต่ำลงมาเรื่อยยิ่งรู้ว่าเสน่ห์ของผู้ชายตรงหน้าดึงดูดให้เธอแทบจะเคลิ้มไปกับสรีระสุดเพอร์เฟค ไรอกบางไม่ดกหนาจนเกินไปคลุมแผงอกเล็กน้อย ภายในบ้านหลังนี้คงร้อนไปสำหรับเขาจึงเห็นมีเหงื่อซึมผุดขึ้นมาตามร่องกล้ามเนื้อแน่น

 ไรขนอกยาวลากลงมาเรื่อยจนกระทั่งถึงแอ่งสะดือ หญิงสาวลอบเม้มริมฝีปากรู้สึกเหมือนในลำคอร้อนผ่าวเหมือนกำลังเดินอยู่กลางทะเลทราย แต่แล้วมือทั้งสองกลับสะดุ้งเมื่อถูกมือหนาใหญ่รวบจับไว้ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้หน้าของเธอมากขึ้นจนปลายจมูกแทบชิดกับหน้าผากโหนกสวย พิมลเผลอสบสายตากับดวงตาคู่นั้นซึ่งดึงดูดไว้ไม่ให้ละสายตาไปไหนได้

“นิ้วของคุณเรียวสวยมาก คราวที่แล้วผมนวดให้คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีค่ะ” ก้มหน้าไม่กล้าสบตา

“ดีในความรู้สึกหรือดีที่อื่น ผมอยากได้ยินอะไรที่มันชัดเจนกว่านี้”

“คะ คือมันดีค่ะ ฉันรู้สึกสบายตัว” พิมลหน้าร้อนผ่าววูบวาบ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “อยากให้ฉันพูดชัดขนาดไหนคะ”

เสียงทุ้มต่ำกระซิบลงมายังแก้มใส กระไออุ่นจากกายชายหนุ่มพ่นแผ่วเบาผ่านโพรงจมูกและริมฝีปาก

“อยากรู้สึกดีแบบนั้นอีกไหม ผมทำให้คุณรู้สึกดีได้มากกว่านั้นอีกคนดี”

หญิงสาวเขินสะท้านยิ่งมือของตนถูกนำไปวางทาบบนผิวเนื้ออกกว้างถึงกับสะดุ้ง

“กลัว?

38 ความคิดเห็น