ฝันรักเทพบุตร

ตอนที่ 13 : นางซิน2 ( อดีต )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ส.ค. 58

             



สิบห้าปีก่อน บ้านเด็กกำพร้าซินแคร์

                                                     

“เร็วเข้าสิ แพทตี้ถ้าขืนช้าจะไม่ทันเอานะ”

กลอเรียวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจูงมือพิมลเพื่อนสนิทวัยไล่กันด้วยความตื่นเต้น

“นี่จะดึงฉันไปไหนน่ะกลอเรีย กำลังอ่านหนังสือค้างอยู่เลย”

“จะมามัวอ่านไม่ได้แล้วนะ”

“ทำไมกัน?

“เพราะพวกเขามากันแล้วน่ะสิ”

 แม้จะยังคิดตามเพื่อนไม่ทันแต่พิมลจำต้องวางหนังสือลงบนโต๊ะ ในห้องนอนซึ่งมีเพียงเตียงสองชั้นซึ่งถูกวางติดกันสองหลัง ในหนึ่งห้องจะต้องนอนรวมกันทั้งหมดสี่คนซึ่งจะมีเฉพาะเด็กผู้หญิงเท่านั้น โต๊ะอ่านหนังสือตัวเดียวในห้องนี้ส่วนมากจะมีพิมลเป็นคนใช้ เพราะรูมเมทส่วนใหญ่จะชอบนอนหรือออกไปนอกห้องมากกว่า

“โธ่ ช้าหน่อยสิกลอเรีย จะรีบทำไมนักนะ”

“โธ่ ช้าอย่างเธอเดี๋ยวก็อดหรอก รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร”

“ใครๆก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสน่ะสิ”

“ก็ใช่ แล้วทำไมถึงไม่รู้ว่าเพราะอะไรเราต้องรีบ โอ๊ะ โอฉันนี่บ้าจริงเลย  ของขวัญๆ วันนี้พวกเราจะได้รับของขวัญนี่นา!

พิมลเลยหุบปากตั้งใจวิ่งเร็วขึ้น เพราะพอตั้งสติได้จึงรู้ดีว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่ต้องทำ สงครามในบ้านหลังนี้ พิมลกับกลอเรียออกมาทันพอดีที่รถบริจาคของจากผู้คนทั่วเมืองกำลังเข้ามาจอดอยู่ยังหน้าบ้าน ถุงสีดำขนาดใหญ่ประมาณผู้ชายสูงเกือบสองเมตรถูกพนักงานของบ้านนำออกมาจากรถแล้ววางลงบนพื้นสีขาวสะอาดตา ผลจากหิมะที่ตกหนักมาตลอดคืนพื้นที่โดยรอบไร้หลังคาจึงกลายเป็นของขวัญจากพระเจ้า สีขาวราวพรมเนื้อนุ่มหนากำลังรองรับเจ้าถุงใหญ่ที่มีค่าที่สุดในสายตาของเด็กๆนับร้อยชีวิต

“เอาล่ะๆ เข้าแถวแล้วเดินไปที่โรงอาหารอย่างเป็นระเบียบ”

เสียงของผู้ดูแลหญิงสูงวัยรูปร่างอ้วนกลมตะเบ็งบอกแก่เด็กในการดูแล สวนกับเสียงกรีดร้องดีใจของเหล่าเด็กๆ

“เร็วเข้าแพทตี้ มาเร็ว”

“อืม”

พิมลกำลังจะไปถึงยังหัวแถว แต่กลุ่มของเด็กที่อายุไล่กันกับตนประมานสามคนวิ่งเข้ามาแทรกและยืนต่อแถวกั้นกลางระหว่างเธอกับกลอเรียไว้

“เบเลนีถอยไปนะฉันมาก่อน” พิมลร้องบอก

เบเลนีเด็กหญิงผมยาวเหมือนตุ๊กตา ผมของเธอมีสีดำจัดเหมือนนัยน์ตาและสีผิว กลุ่มเด็กที่มาขวางท่าหัวเราะชอบใจ ส่วนเบเลนีซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มยืนเท้าสะเอวแล้วหันมาพูด

“เธอปักป้ายไว้เหรอว่าที่ตรงนี้เป็นของเธอแพทตี้ ฉันไม่เห็นสักนิดว่ามันจะมีป้ายปักบอกไว้”

“แต่แพทตี้มาก่อนนะ” กลอเรียร้องบอก

“แล้วมันจำเป็นเหรอที่ฉันจะมายืนไม่ได้”

“รักษาระเบียบสิ ใครมาก่อนก็ได้ก่อน เธอกับพวกมาทีหลังก็มาต่อหลังฉันสิ” พิมลยังไม่ยอม

“งั้นเธอก็ต้องขึ้นมาอยู่ตรงหน้าฉันให้ได้ซะแล้วล่ะ”

เบเลนีพยักหน้าเรียกพรรคพวกที่อยู่ในแถวให้ออกมายืนเป็นกำแพงขวางไว้ พิมลโกรธมากแต่ไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งพอจะเดินแหวกกลุ่มพวกเด็กเกเรเพื่อไปหากลอเรีย กลุ่มเด็กเหล่านั้นก็พากันเบียดบ้างผลักบ้างจนพิมลล้ม แม้พิมลจะพยายามลุกขึ้นแล้วผลักพวกนั้นบ้างแต่เพราะคนที่มีน้อยกว่าจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ มิหนำซ้ำเมื่อหันกลับไปมองยังที่เดิมในแถวกลับปรากฏว่ามีเด็กคนอื่นๆเข้ามายืนแทนที่แล้ว

“สมน้ำหน้า ยืนอยู่กับที่ดีๆก็ดีอยู่แล้ว เป็นไงล่ะอยากออกมานอกแถวเอง โน่นไปอยู่ท้ายแถวโน้นไป” เบเลนีร้องเยาะเย้ย

พิมลเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะโทษของการทะเลาะกันภายในบ้านจะทำให้ต้องอดข้าวเย็นเป็นเวลาสามวัน สำหรับเด็กๆที่นี่แล้วเรื่องอาหารถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก กลอเรียเห็นเพื่อนเหมือนจะถอดใจจึงฝากให้เด็กอีกคนเฝ้าที่ของตนไว้ ตั้งใจจะไปดึงแขนพิมลให้รีบไปอยู่ยังหัวแถวโดยไม่สนใจว่าพวกของเบเลนีจะแสดงออกว่าไม่พอใจ แต่บังเอิญว่ามีใครบางคนกางมือกั้นระหว่างเธอกับกลอเรียไว้ พิมลแหงนหน้าขึ้นมองเจ้าของมือนั้น

“คุณฟรานซิส?

เป็นชื่อของผู้ดูแลหญิงแก่คนนั้น ใบหน้าของหล่อนไม่ผิดเพี้ยนจากแม่มดในเทพนิยายมิหนำซ้ำนิเสียยังไม่ต่างกัน

“เด็กโตแล้วต้องไปต่อท้ายแถว ให้เด็กที่เล็กกว่าไปก่อน”

“แต่เบเลนีก็อายุเท่ากับหนูนะคะ ทำไมเธอถึงจะได้ไปก่อนล่ะ”

หญิงคนนั้นหันไปมองยังเบเลนีแต่กลับมองมายังพิมลแล้วตะเบ็งเสียงดังกว่าเก่า

“ฉันสั่งให้ไปต่อแถวข้างหลัง พูดไม่ได้ยินรึไง อยากอดข้าวเย็นใช่ไหม!?

กลอเรียยืนกำมือเพื่อนแน่นทำท่าไม่ยอม แต่พิมลค่อยแกะมือเพื่อนออกแล้วบอกให้กลับไปยังที่ของตัวเอง มันเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะคล้ายกับผู้ดูแลจะไม่ค่อยใส่ใจในตัวของพิมลเท่าไร มิหนำซ้ำยังดูจะเกลียดขี้หน้าพิมลเสียด้วย

“กลับไปเข้าที่เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปต่อแถวแล้ว”

“แพทตี้” เพื่อนยังไม่ยอม

“ไปเถอะ เดี๋ยวมีคนเบียดคิวเอาอีกนะ ช่างมันเถอะ เร็วซี่”

พิมลเร่งเร้าให้กลอเรียกลับไปยืนที่ของตัวเอง สุดท้ายเพื่อนจึงยอมล่าถอยไป กว่าจะเดินผ่านกลับไปยังจุดที่ต่อแถวความรู้สึกตื่นเต้นในครั้งแรกมันหายไปหมด เธอยืนอยู่คนสุดท้ายของแถวซึ่งมันห่างไกลจากจุดที่เคยอยู่มาก ได้แต่มองเด็กคนอื่นๆที่ได้รับของแจกดีๆไปก่อนหน้าที่จะถึงคิวของตน และแน่นอนเมื่อสุดท้ายแล้วคนรั้งท้ายเช่นเธอเดินเข้าไปถึงถุงใบใหญ่ มือว่างเปล่าของเจ้าหน้าที่หญิงได้บอกกับเธอชัดว่ามันไม่เหลือสิ่งใดไว้เพื่อเธอ

มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสัจธรรมของสังคมที่ต้องดิ้นรนแม้จะเป็นเพียงสังคมเล็กๆในบ้านที่ควรจะเต็มไปด้วยความรักความเมตตาก็เถอะ  ดวงตากลมโตของพิมลหรี่ลงด้วยความน้อยใจแต่จะทำอย่างไรได้ เด็กหญิงหันตัวหมุนกลับเดินจากเจ้าหน้าที่ซึ่งพวกเขากำลังเริ่มเก็บถุงว่างเปล่าพวกนั้นกลับไปที่รถ

“เมอรรีคริสต์มาส”

เสียงนั้นเรียกให้เธอหยุดก่อนจะหันกลับไปทางด้านหลังอีกครั้ง ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมหมวกแก้ปสีน้ำเงินเข้มผมของเขายาว กระทั่งผมหน้ามันอาจจะปกปิดรูปหน้าของเขาจนมองแทบไม่แน่ใจว่าหน้าตาเป็นอย่างไรแน่ รู้แค่ว่าเมื่อร่างสูงใหญ่นั่นโน้มตัวลงมาพร้อมกับยื่นส่งบางอย่างมาให้

ฮาร์โมนิก้าสีเงินวาวแต่ขนาดของมันเล็ก เขาหย่อนมันลงไปให้มือเล็กขาวรับไปถือไว้

“นี่มันคืออะไรคะ?

“ของขวัญจากซานตาครอสไงล่ะ”

พิมลจ้องมองมันไล้ปลายนิ้วเรียวยาวของตนไปตามเจ้าของขวัญชิ้นน้อยนั่นด้วยความสนใจ เธอมองไปทางเด็กคนอื่นๆพวกเขาได้เป็นเสื้อผ้าตัวสวยหรือไม่ก็ตุ๊กตาตัวใหญ่น่ากอด หันกลับไปทางผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง

“แต่หนูใช้มันไม่เป็น”

“เรียนรู้มันสิ”

“เรียนรู้มันเหรอ แต่หนูยังไมรู้ด้วยซ้ำว่ามันจะต้องทำแบบไหนถึงจะมีเสียงที่ไพเราะ หนูอาจจะเป่ามันออกมาแล้วเสียงตลกพิลึกจนเพื่อนๆล้อก็ได้”

“ไม่มั่นใจในตัวเองอาเสียเลยนะ”

พิมลทำหน้าหงอย “มันคงยากเกินไปสำหรับหนูแน่ หนูไม่เอาหรอก คุณเอาคืนไปเถอะค่ะ”

“ทำไมตัดใจง่ายจัง

 “หนูไม่อยากโดนล้อ ไม่อยากให้ใครมาว่าเพราะไม่อยากไปยืนเถียงเสียเวลากับใครอีก สู้ไม่มีเสียดีกว่า”

“เท่ากับว่าปีนี้เธอจะไม่ได้ของขวัญคริสต์มาสเลยนะ ยอมเหรอ?

 เด็กหญิงทำสีหน้าครุ่นคิดเหมือนยังลังเล มือใหญ่จึงเอื้อมไปหยิบมันกลับมาจากมือของพิมล ก่อนจะเริ่มทาบมันไว้ที่ริมฝีปากแล้วบรรเลง เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีสีเงินตัวเล็กกระจายก้องโรงอาหาร แม้เสียงของมันอาจจะไม่ดังเท่าเครื่องดนตรีตัวใหญ่ๆแต่ก็ทำให้ใครหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ เมื่อจบลงเขายื่นส่งมันกลับมาให้พิมลซึ่งเริ่มยิ้มออกรับมันมาถือไว้อีกครั้งด้วยความยินดี

“เพราะจังค่ะ ทำไมคุณเป่ามันได้เพราะขนาดนี้”

“เพราะใจไง”

“เพราะใจ?

“ใช่ แค่ไม่ยอมแพ้ แค่มีใจทุกอย่างก็เป็นไปได้”

“แค่มีใจ?




ครายอ่าา แพทตี้ ตัวแค่นี้ริมีแฟนแก่กว่าหรอ เดี๋ยวเจ๊ตีตายเลย ติดตามๆๆๆๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #33 Mai010139 (@Mai010139) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 14:56
    ตอนเด็กพิมลคงลำบากมากซิน่ะ พอโตมาเลยต้องเป็นคนเข็มแข็งไม่ให้ใครมารังแกอีก
    #33
    0
  2. #14 purelove38 (@purelove38) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 08:52
    อร๊ายยยยย ใครอ่าาาาาา เค้าคือใครรรร
    #14
    0