ฝันรักเทพบุตร

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.ค. 58


                                                                      บทนำ        


แวนคูเวอร์ แคนาดา

 

ฤดูร้อน 07:11 AM 

มันเป็นเช้าอีกวันอันแสนสดใสของสาวโสด

ใช่แล้วสำหรับสาวโสด ตัวคนเดียว ไร้คู่ นิยามคำว่าไร้คู่คงเข้าใจตรงกันใช่ไหมว่า อยู่ตามลำพัง สันโดษ เงียบเชียบบ้างเป็นบางเวลา แต่นี่มันกลับวุ่นวายจนมือเป็นระวิงแต่เช้า

“หม่ำๆๆ จาหม่ำๆ มัม มัม จาหม่ำ”

“จ้าๆๆๆ หม่ำนะจ้ะ เดี๋ยวนี้เลยจ้ะคนดีรอแป๊ปนะ ได้เดี๋ยวนี้เลยแล้วจ้า”

น่าแปลกนะสาวโสดกลับต้องวุ่นวายกับการตื่นเช้ามาเพื่อเตรียมอาหารให้เด็กเล็ก คุณว่าไหม?

ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะชีวิตในวัยยี่สิบสามปีของแพทตี้ หรือพิมล แด๊ดเทอร์ มันเริ่มจะปั่นป่วนตั้งแต่กลางฤดูร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นมานี่เอง ในแวนคูเวอร์ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกจัดอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดในโลก มันคงไม่สิวิลัยในความคิดของเจ้าหล่อน เพราะอะไรน่ะหรือ?

แพทตี้หันกลับไปมองยังเด็กหญิงตัวน้อยตัวอ้วนขาวอายุเพียงแค่สองขวบห้าเดือน ผิวขาวอมชมพูหน้าตาจิ้มลิ้มซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็กเบ้หน้าเตรียมร้องด้วยความหิว   

“โธ่ ให้ตายซี่ อย่าทำหน้าแบบนั้นนะขอร้องล่ะ ฉันกำลังรอให้หม้อซุปมันร้อนอยู่ใจเย็นหน่อยนะจ้ะแม่หนูลิลลี่”

ไม่ทันแล้วแค่พูดคล้ายบ่น เด็กน้อยแผดเสียงจ้าด้วยความหิว เล่นเอาอดีตสาวร้านบูติคหรูคนเก่งต้องรีบจัดการคนซุปในหม้อ ให้เสร็จโดยไวเป่าให้อุ่นพอดี แล้วรีบนำมาป้อน

“หม่ำๆ อ้ามม หม่ำจ้า”

เพียงแค่เป่าให้หายร้อนแล้วค่อยบรรจงป้อน จากเสียงร้องแสบแก้วหูก็กลายเป็นรอยยิ้มไร้เดียงสาน่ารักน่าฟัดที่สุดในสามโลก พิมล นั่งถอนใจปลงชีวิตไปพลางป้อนไปพลาง หลงมองรอยยิ้มไร้เดียงสาด้วยความรัก

“หม่ำเยอะๆนะแม่หนูมะเขือเทศน้อย จะได้โตไวๆ โตขึ้นจะได้จะได้ไปตามหาแม่ของหนูไง”

เธอเว้นช่วงแล้วหันออกไปมองนอกหน้าต่างบานกว้างที่เปิดทิ้งไว้ ผ้าม่านหอบตัวพลิ้วเข้ามาพร้อมสายลมและกลิ่นไอของต้นฤดูฝน คิดย้อนไปถึงกลางซัมเมอร์ที่ผ่านพ้นมา ชีวิตของวัยสาวโสดเปลี่ยนไปเพราะการปรากฏตัวของเพื่อนรักในวัยเด็ก กลอเลีย

เธอและกลอเลียเป็นเด็กที่เติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหญิง ทั้งสองรักใคร่สนิทสนมกันมากทั้งยังช่วยเหลือกันมาตลอด จนกระทั่งเมื่อเติบใหญ่และแยกย้ายจากกันไปเพื่อมีชีวิตของตัวเอง ทั้งสองห่างหายกันไปนานถึงหกปีจนกระทั่งวันหนึ่งในวันที่อากาศร้อนจัด

กลอเลียนำเด็กหญิงมาเยี่ยมเธอตามที่เคยได้สัญญากันไว้เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนรักพบกันย่อมรู้สึกดีใจ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นอาทิตย์ก่อนที่สุดท้ายเช้าวันหนึ่งพิมลตื่นมาพบกับเตียงที่ว่างเปล่า มีเพียงเด็กหญิงนอนหลับอยู่บนเตียงและจดหมายฉบับหนึ่ง

 

 

ถึง เพื่อนรัก

ฉันมีความในใจมากมายไม่สามารถเล่าให้เธอได้รับรู้ มันคือความทุกข์ที่ไม่สามารถบอกเล่าให้เข้าใจได้ในเวลาวันสองวัน แต่โปรดเชื่อฉัน ลิลลี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ฝากแกด้วยสักวันฉันจะกลับมา

                                                                                                                           กลอเลีย

 

สักวันแล้วมันจะนานขนาดไหน?

พิมลเลิกถอนใจหันมาป้อนซุปแม่หนูตากลมบ๊องแบ๊วปานไข่ด้วยความเอ็นดูต่อ ยอมรับว่าช่วงแรกๆมันเป็นเรื่องยากาที่ต้องปรับตัว เป็นพี่เลี้ยงหรือแม่จำเป็นแบบกะทันหันมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่ามันทำให้เธอมีความสุขมากกว่าที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว พิมลดีใจอย่างน้อยเธอก็มีเพื่อน ลิลลี่เป็นเด็กเล็กเมื่อไม่หิวจะไม่อ้อนและอารมณ์ดีอย่างกับลูกกระต่ายตัวขาวนุ่มที่ชวนให้หยอกเย้าทั้งวัน ใช่แล้วนอกจากจะเป็นสาวโสดที่ดันต้องมามีเด็กเล็กอยู่ในความดูแล

เฮ้อ ก็เธอเพิ่งตกงานเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง

มันบ่งบอกว่าทุกวันนี้โลกของเราอยู่ยากขึ้นทุกวัน สังคมในที่ทำงานมันไม่ซับซ้อนเจ้านายแสนใจดีอนุญาตให้นำแม่หนูน้อยไปเลี้ยงในที่ทำงานได้ แต่สุดท้ายความอิจฉาของเพื่อนร่วมงานบางคนกลับทำให้เธอต้องระเห็จออกจากงาน ใช่แล้วพิมลถูกแกล้งให้ลื่นล้มจนทำกาแฟหกใส่ลูกค้าวีไอพี ในขณะที่ต้องสะพายเป้ที่มีแม่หนูน้อยห้อยหลังติดอยู่ เพื่อนร่วมงานหวังดีประสงค์ร้ายจึงรีบโยนความผิดไปให้เด็กเล็ก เลยกลายเป็นมวยหญิงในร้านบูติคไปแล้วตามมาด้วยซองขาวจากมือผู้จัดการร้านที่เคยเอ็นดูเธอ มันน่าเจ็บใจจริงเชียว!

รอยยิ้มสดใสชวนให้นั่งเคลิ้มมองทั้งวัน แต่พิมลต้องแข็งใจสะบัดหน้าไล่ความหลงใหลออก เพื่อกลับไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมที่ใช้มาหลายปีเพื่อตามหางาน ยุคนี้มันดีอีตรงนี้ล่ะว่าไหมคะ?

จะงาน จะคน หรือแม้แต่เรื่องจิปาถะ ใครป่วย คนหาย ญาติใครตายอาจารย์กูแกรู้หมด พิมลซึ่งออกจะเป็นสาวมีหัวเรื่องโซเชียลจึงไม่รีรอที่จะใช้ประโยชน์จากมัน เพื่อหางานมาเลี้ยงปากท้องน้อยๆของเธอและหลาน งานมันมีมากก็จริงแต่ติดตรงที่จะมีที่ไหนยอมให้เอาเด็กเล็กไปดูแลด้วยได้ เธอไม่นึกไว้ใจสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน เคยเห็นตามสื่อมากมายว่าคนทุกวันนี้หัวใจไม่เหมือนมนุษย์มนาเข้าไปทุกที ความปลอดภัยของลูกบุญธรรมกลายๆจึงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

ปิ๊งป่อง!

เสียงเมโลดี้เรียกเข้าจากแอปพริเคชั่นไลน์ สื่ออีกชนิดที่ใครๆในสามโลกก็เล่นได้ถ้าคุณมีมือถือ พิมลชะโงกหน้าไปมองหน้าจอมือถือของตนแล้วคลี่ยิ้ม ก่อนยกมันขึ้นมารูดๆหน้าจอแล้วเร่งพิมพ์ตอบ

ไงโจซี่มีไรจ้ะ

คิดถึง เลยอยากคุยด้วย เป็นไงได้งานหรือยังน่ะ?’

ยังเลย นี่ก็พยายามหาอยู่ ทุกที่ที่พอจะให้เงินเดือนดีๆเหมือนที่ร้านไม่มีที่ไหนยอมให้เอาเด็กไปเลี้ยงด้วยเลย

แย่จังนะ

นั่นสิ

ถ้างั้นดีแล้ว ลองดูนี่นะ พอดีฉันไปเจอมันเพิ่งจะถูกโพสต์เมื่อวานนี้เอง

พิมลหยุดพิมพ์แป้นมือถือรอดูว่าเพื่อนจะส่งอะไรมาให้ดู ทันทีที่ทำการโหลดภาพขึ้นมาได้ มันคือเพจประกาศหางานของกลุ่มบุคคลนั่นเอง

งานดูแลบ้านเหรอ?’

ใช่จ้ะ เงินเดือนสูงได้ใจเชียวล่ะ ลองอ่านดูสิ

ฉันอ่านอยู่ มันมากจนนึกว่าเรื่องตลก แต่คนที่ประกาศนี่มัน

อ้อ คนที่หาแม่บ้านอยู่น่ะคือมิสเตอร์ดี ที่เขาลงเฉพาะชื่อย่อไว้คงจะเป็นพวกมีเงินที่ไม่อยากให้เป็นข่าวมากนักไงล่ะ

พิมลเบะปากนี่ละนะพวกคนรวย ทำอะไรก็ดูเหมือนจะโก้หรูดูดี แต่เธอมันเป็นพวกห่วงความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง นายจ้างเล่นมาบทแบทแมนไม่มีประวัติรายละเอียดอะไรมากมาย แบบนี้มันไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือ

รายละเอียดน้อยไป ฉันไม่ค่อยไว้ใจเลย

เอาน่า รีบติดต่อไปเถอะ รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงรีบร้อนส่งมันมาให้เธอดูนัก

ทำไมกัน?’

เพราะมิสเตอร์ดีต้องการคนไปทำงานที่มีคุณสมบัติจำเพาะน่ะสิ รู้ป่าว

จำเพาะแบบไหนกัน

บอกไปแล้วห้ามคิดมากนะ

ลีลาจริงเชียว

คือ ต้องเคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาก่อนเท่านั้นน่ะสิ

พิมลใจวูบโหวงเมื่อนึกถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตนเคยอยู่กับกลอเลียมาในวัยเยาว์ มันทั้งแออัด เด็กเกเรก็มีแถมผู้ดูแลบางครั้งก็ไม่ยุติธรรม เธอพยายามนั่งไตร่ตรองว่าเพราะอะไรนายจ้างถึงต้องการคนที่มีคุณสมบัติที่เป็นรอยด่างของสังคม ยิ่งเมืองไหนมีเด็กกำพร้ามากยิ่งบ่งบอกให้รู้ถึงสภาพสังคมที่ตกต่ำลง โชคดีที่พวกเธอออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าได้ไม่นานรัฐบาลก็ได้เงินทุนก้อนใหญ่มาดูแลปรับปรุงให้ความเป็นอยู่ของเด็กๆเหล่านั้นดีขึ้น

แต่มันจะเกี่ยวอะไรกับการว่าจ้างงานด้วยเล่า หรือเป็นพวกชอบตอกย้ำจุดด้อยของคนอื่นกันแน่นะอีตานี่!

ตกลงจะไปสมัครไหม

เสียงไลน์เด้งขึ้นมาอีกครั้งรบเร้าชวนให้พิมลไตร่ตรอง เมียงมองกลับมาทางแม่หนูลิลลี่ที่ตอนนี้เธอปล่อยให้ลงมาเดินต้วมเตี้ยมอยู่ที่พื้น ใบหน้ากลมอูมหันมามองเมื่อรู้ตัวว่ามีคนมองไปหา ก่อนจะเปล่งเสียงสดใสและใบหน้าอมยิ้มน่ารัก

“มัม มัม มามะ มัม มัม”

ทำไมถึงรู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมาแบบกะทันหันนะยัยบ๊องเอ๊ย

พิมพ์คำตอบกลับไปก่อนรูดปัดหน้าจออีกครั้งแล้ววางมือถือไว้ที่เดิม เดินเข้าไปหาแม่หนูร่างจ้ำม่ำก่อนจะก้มหน้าลงไปหอมคลอเคลียเหมือนทุกทีที่ชอบทำ พิมลถอนใจพลางรู้สึกปลงแบบติดตลกในใจ

เฮ้อ พระเจ้าเจ้าขาอีแบบนี้จะไม่ไปได้ยังไงกัน ไม่ไปก็พากันอดตายกันน่ะซี่!!


****** เอาล่ะอีหนู แม่เปิดตัวให้เท่านี้ก่อนนะคะ ช่วงเย็นจะมาอัพอีกทีจร้า จุบ จุบ*******


ปล. ถ้าอยากรู้ว่าเฮียดีแกหล่อลากไส้ เร่าร้อนปานใด อีกสองชั่วโมงเจอกันจร้า คริ คริ.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #22 Mai010139 (@Mai010139) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 13:26
    ชอบผลงานไรท์มากน่ะค่ะ เรื่องแรกที่ได้อ่านนี้เลห์ร้ายวิวาห์ร้อนเลยค่ะตอนนี้ติดมากเลยนั่งรอไรท์มาอัพตลอด 
    เห็นไรท์แต่งนิยายเรื่องอื่นอีกเลยมาลองมาอ่านดูค่ะเรื่องฝันรักเทพบุตรนี้ละค่ะ
    ขอบอกเลยน่ะค่ะอ่านแค่บทนำก็น่าติดตามแล้วค่ะ ไม่ได้แล้วล่ะค่ะไรท์ขอไปอ่านให้จบถึงที่ไรทือัพไว้ก่อนน่ะค่ะ
    #22
    0