Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 8 : Love Rose:Chapter SEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    18 พ.ย. 62

  "เหล็กทมิฬ...นี่มัน... หมายความว่าอย่างไรกัน"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าว มือเรียวหยิบเหล็กทมิฬที่มีลักษณะเป็นวงกลมข้างๆร่างไร้ชีวิตของเวินรั่หานขึ้นมาดู หากนี่เป็นเหล็กทมิฬจริงทำไมพวกนั้นไปนำไปด้วย

  "นี่มันหมายความว่าอย่างไร ที่นี่มีเหล็กทมิฬอีกชิ้นหรือขอรับพี่อิง"เวินหนิงเอ่ยถาม เว่ยอู๋เซี่ยนไม่ตอบแต่ไล้มือไปตามรอยของเหล็กทมิฬจนหยุดชะงักเมื่อถึงจุดๆหนึ่งขอกเหล็กทมิฬในมือตน

  "ไม่... ไม่ใช่..."เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว หลานวั่งจีจึงเอ่ยถามขึ้นว่า... "อะไรหรือเว่ยอิง" เว่ยอู๋เซี่ยนเงยหน้าขึ้นจากสิ่งของในมือ สบกับใบหน้าคมของคุณชายรองสกุลหลานแล้วกล่าวอธิบาย "นี่ไม่ใช่เหล็กทมิฬ... เป็นเพียงหินที่ถูกแกะสลักให้เหมือนกับเหล็กทมิฬเท่านั้น เพราะหากมันเป็นของจริงมีหรือผู้เป็นหัวหน้าของชายชุดดำพวกนั้นจะไปนำกลับไปด้วย"

  "ฉลาดยิ่งคุณชายเว่ย แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่านี่มิใช่เหล็กทมิฬ"หลานซีเฉินเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจว่าเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นทราบจริงๆ มิได้เดาสุ่ม

  "คนสกุลเว่ยมีสัมผัสที่แม่นยำกับแรงอาฆาตเข้าใกล้เพียงนิดก็รู้สึกได้ แต่เหล็กทมิฬชิ้นนี้ไร้ซึ่งพลังของมันและแรงอาฆาต จึงไม่มีทางเป็นของจริง อีกทั้งหากเป็นคนธรรมดาแตะต้องก็คงรู้สึกได้เช่นกันว่านี่เป็นเพียงหินสลักทั่วไป"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าว คิ้วเรียวขมวดแน่นลองคิดไต่ตรองว่าทำไมเวินรั่วหานจึงทำเช่นนี้

  "อาอิง... หากเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าท่านลุงเคยเห็นมันมาก่อนมิใช่หรือ หากมิเคยเห็นจะให้คนสลักถูกได้อย่างไร"เวินฉิงเอ่ยขึ้นเมื่อลองสังเกตหินสลักในมือเว่ยอู๋เซี่ยน แม้นไม่เคยเห็นนางยังคิดว่าของในมือศิษย์น้องตนนั้นคือเหล็กทมิฬ ลายสลักนั้นเก็บรายละเอียดได้ดีนักราวกับว่ามันหาได้ถูกแกะไม่ เพียงแค่มีรูปลักษณ์เช่นนี้อยู่แล้วช่างน่าสนใจนัก

  "ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า... มีเหล็กทมิฬอยู่ที่ฉีซานจริงงั้นหรือ แล้วอยู่ที่ใดกัน"เว่ยอู๋เซี่ยนคิดหนัก ก่อนจะแลเห็นหลานวั่งจีหยิบถุงกักวิญญาณที่ใช้เก็บเหล็กทมิฬจากถ้ำสระเหมันต์ออกมา ถุงกักวิญญาณสั่นไหวเล็กๆเป็นคำตอบว่าเหล็กทมิฬอยู่ที่ฉีซานหนึ่งชิ้นแน่นอน

  "เรื่องเหล็กทมิฬเกรงว่าคงต้องเก็บไว้ก่อน เราคงต้องเก็บกวาดปู๋เย่เทียนกันเสียหน่อย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเสียขนาดนี้เกรงว่าคงจะไม่สามารถพักได้"เวินฉิงกล่าวซึ่งคนอื่นๆก็เห็นด้วยเช่นกัน หากจะให้พักก็เกรงว่าคงจะไม่มีใครได้พักเพราะกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วจนน่าอาเจียน

  ยามอุ้ย(13:00-14:59)คนจากสำนักเซียนต่างๆทราบเรื่องจึงส่งคนมาช่วยเก็บกวาดรวมถึงแสดงความเสียใจกับการสูญเสียของคนสกุลเวินทั้งสามรวมถึงเว่ยอู๋เซี่ยนด้วย สกุลเจียงนำโดยเจียงหวั่นอิ๋นและเจียงเยียนหลีที่แสดงออกว่าเสียใจอย่างยิ่ง เชิญชวนให้เวินฉิงพาน้องๆของตนไปพักที่อวิ๋นเมิ่งอันเป็นที่ตั้งสกุลเจียง
  เวินฉิงนั้นเกรงใจนางยิ่งนักแต่แม่นางเจียงหาได้สนใจไม่เอ่ยเชิญชวนนางซ้ำยังมีเจียงหวั่นอิ๋นเอ่ยชวนด้วยอีกคน เวินฉิงจึงกล่าวตกลงไปในที่สุด

  "ขอบคุณแม่นางเจียงมากที่ดีกับข้าและน้องๆมากปานนี้ เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จข้ากับน้องๆจะตามไป"เวินฉิงเอ่ยกล่าวกับนาง เจียงเยียนหลีพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า...

  "ไม่เป็นไร ข้ากับอาเฉิงจะช่วยเองเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเราจึงจะออกเดินทางพร้อมพวกเจ้ากลับไปยังอวิ๋นเมิ่ง"เจียงเยียนหลีกุมมือเวินฉิงไว้หลวมๆเป็นเชิงว่านางจะไปยอมไปไหนก่อนจะช่วยจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

  "แต่ว่า..."ในขณะที่เวินฉิงกำลังจะเอ่ยขัดนั้นเอง เจียงเฉิงก็เดินเข้ามากล่าวเสริมพี่สาวตน

  "อย่าได้เกรงใจแม่นางเวิน ข้ากับท่านพี่ยินดีช่วย"เจียงเฉิงบอกก่อนจะยกยิ้มให้นางเล็กน้อย เวินฉิงจึงพยักหน้าเข้าใจในทันทีรู้สึกขวยเขินเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายน้อยสกุลเจียง

'หวังว่าใจของข้าจะยังคงเป็นของข้าอยู่เช่นเดิม'


...


▪เนินผาล่วนจั้งกั่ง▪
  เสียงขลุ่ยแฝงความโศกเศร้าอาลัยดังล่องลอยไปตามลมเอื่อย ร่างสูงโปร่งของเว่ยอู๋เซี่ยนในชุดสีดำทับแดงยืนสง่าอยู่ตรงหน้าผาล่วนจั้งกั่งก้าวไปข้างหน้าเพียงสองก้าวก็ร่วงหล่นลงไปได้ไม่ยากเย็นนัก

  เสียงก้าวเดินแผ่วเบาของใครอีกคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของเว่ยอู๋เซี่ยน เขาลดมือลงขนานนาบลำตัวเพรียว หันมาสบมองกับคนข้างหลังพบว่าเป็นคนจากสกุลเนี่ยท่านหนึ่งที่มีท่าทางตกใจนักที่เว่ยอู๋เซี่ยนหันมามองตน

  "คุณชายเนี่ยท่านนี้ มีอะไรหรือใยจึงมาที่หน้าผาล่วนจั้งกั่งนี้"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยถาม

  "ขออภัยข้าได้ยินเสียงขลุ่ยจึงเดินตามเสียงมาจนถึงหน้าผานี้ ข้าเมิ่งเหยา"เมิ่งเหยาโค้งตัวลงคำนับช้าๆก่อนเงยหน้าขึ้นมา เว่ยอู๋เซี่ยนจึงแนะนำตัวกลับไป "ข้าเว่ยอู๋เซี่ยน"

  "คุณชายท่านไม่ใช่คนสกุลเนี่ยหรอกหรือ"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยถามเมื่อชื่อแซ่ของชายคนนี้หาใช่เนี่ยเหมือนดั่งอาภรณ์ที่เขาสวมใส่

  "ถูกแล้วข้ามิใช่คนสกุลเนี่ย เป็นเพียงผู้ถูกขับไล่ออกจากสกุลที่ถูกชื่อเฟิ่งจุนช่วยไว้เพียงเท่านั้น"เมิ่งเหยาเอ่ยตอบตามความจริงเพียงแต่มิเอ่ยถึงชื่อสกุลที่ถูกขับไล่ออกมา

  "ใยจึงถูกขับไล่ออกมาหรือคุณชาย"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยถามด้วยความฉงน

  "ข้าเป็นลูกของนางโลม จึงถูกผู้คนรังเกียจจึงโดนไล่ออกมาจากสกุล"เมิ่งเหยากล่าวแต่ก็ยังหลีกเลี่ยงที่เอ่ยถึงชื่อสกุลที่ตนเคยอยู่

  "อ่า... ข้านี่แย่จริง ขออภัยคุณชายที่ข้าเอ่ยถาม"เว่ยอู๋เซี่ยนโค้งตัวลงขออภัยที่ตนนั้นล่วงเกินความเป็นส่วนตัว เอ่ยถามอะไรแปลกๆออกไป

  "ไม่เป็นไร อย่างไรนั่นก็คือความเป็นจริง"เมิ่งเหยากล่าว ทั้งสองคุยกันไปนานพอสมควรก่อนจะแยกกันไปตามสกุล ส่วนเว่ยอู๋เซี่ยนแยกไปหาหลานวั่งจีเพื่อคุยเรื่องเหล็กทมิฬ


...


  "หลานจ้าน เหล็กทมิฬมีการเคลื่อนไหวหรือไม่"เว่ยอู๋เซี่ยเอ่ยถามทันทีเมื่อหาหลานวั่งจีเจอหลังเดินตามหาซะทั่ว

  "อืม"หลานวั่งจีตอบ

  "รู้รึไม่ว่าที่ใด"

  "ทางใต้ของฉีซาน"สิ้นคำกล่าวของคุณชายรองสกุลหลาน เว่ยอู๋เซี่ยนก็ขมวดคิ้วแน่นพยายามนึกว่าทางทิศใต้นั้นมีอะไอยู่บ้าง แต่ก็นึกไม่ออกกระทั่ง...

  "ทางใต้... หรือจะเป็นถ้ำนั้นกัน"

  "ถ้ำหรือ"

  "อืม หากข้าจำไม่ผิดซึ่งไม่มีทางผิดแน่ๆ ทางใต้นั้นมีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ท่านลุงรั่วหานเคยบอกไว้ว่าอย่าเข้าไปเป็นอันขาด"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าว ทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กันเล็กน้อยเป็นอันเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

  "ไปเถอะ"เว่ยอู๋เซี่ยนบอก ในขณะที่กำลังจะเดินออกไปนั้นเอง

  "อาอิง... คุณชายรอง... จะไปไหนกันหรือ"เวินฉิงเอ่ยกล่าวถามก่อนจะมี หลานซีเฉินและเจียงเฉิงเดินตามมา

  "พี่ฉิง.."เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่อยากให้นางเป็นห่วงแต่ก็ทำไม่ได้หากเวินฉิงรู้นางต้องเป็นห่วงเขามากแน่นอน

  "ข้าจะไปหาเหล็กทมิฬกับหลานจ้าน พี่ฉิง...ท่านพาอาหนิงกับอาเฉาไปที่อวิ๋นเมิ่งก่อนแล้วข้าจะตามไป"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าวบอกกับศิษย์พี่ตน

  "จะไปเสี่ยงอีกแล้วหรือ..."เวินฉิงถามเสียงแผ่ว

  "ข้า... ที่ข้าทำไปก็เพื่อพี่ฉิงและพวกเราทุกคนขอรับ ขอสัญญาข้าจะรักษาตัวให้ดีอย่าได้กังวลเลย"กล่าวจบเว่ยอู๋เซี่ยนก็วิ่งออกไปทันที

  "วั่งจี... ดูแลคุณชายเว่ยให้ดี เจ้าเองก็ต้องระวังเช่นกันอย่าได้ประมาท"หลานซีเฉินกล่าวเตือน

  "ขอรับท่านพี่"หลานวั่งจีหมุนตัวเดินออกไป เจียงเฉิงจึงร้องบอกตามหลังไปว่า... "ฝากเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยล่ะหลานวั่งจี" แม้นว่าหลานวั่งจีจะไปตอบกลับมาแต่เจียงเฉิงก็มั่นใจว่าหลานวั่งจีคงดูแลเว่ยอู๋เซี่ยนอย่างดีแน่นอน


...


▪ทางใต้ของฉีซาน-ถ้ำถูลู่เซวียนอู่▪
  ภายในถ้ำทางใต้ของฉีซาน ร่างเล็กๆของเด็กวัยสี่ห้าขวบปีก้าวเดินด้วยท่าทางอ่อนล้า ไปตามทางภายในถ้ำ ใบหน้าเปื้อนดินโคลน เสื้อผ้าขาดวิ่นเป็นบางส่วน ขาเล็กๆนั้นมีรอยถลอกและรอยบาดเล็กน้อย

  "ทะ...ท่านยาย... ฮึก ท่านยายขอรับ ท่านน้า... อยู่ไหนหรือขอรับ"เด็กน้อยสะอื้นไห้แผ่วเบาเสียงแหบแห้งแทบจะร้องไม่ออก ความเมื่อยล้าถาถมเข้าหา ความจำก่อนจะหลงเข้ามามีเพียงว่า ท่านยายที่เลี้ยงดูตนมาตลอดนั้น พาตนไปซ่อนในโพรงไม้ใหญ่ก่อนจะวิ่งออกไปแล้วก็ไม่เคยกลับมารวมถึงคนอื่นๆ ตนจึงออกตามหาจนหลงมาอยู่ภายในถ้ำนี้

  "ท่านยาย... ฮึก ท่านยาย... เมื่อไหร่ท่านยายจะมาหาอาเยวียน"เด็กสะอื้นเบาๆ เดินไปเรื่อยๆภายในความมืดมิดของถ้ำที่ไร้แสงไฟ เหยียบย่ำกิ่งไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่า จนเกือบจะถึงท่าน้ำ ก้อนหินแปลกตาดูใหญ่นัก อยู่ในน้ำคลายกับลอยอยู่แต่กลับจมลงไปตั้งกับพื้น แปลกตานักจะว่าเหมือนเต่าก็จริงอยู่ๆแต่ดูจะใหญ่เกินไป

แกร๊ก!

  เสียงเหยียบกิ่งไม้หักออกเป็นท่อนดังขึ้นเพราะอยู่ในถ้ำทำให้เสียงดังยิ่ง เสียงไม้หักดังก้องไปทั่วถ้ำ ก้อนหินประหลาดในน้ำสั่นไหวไปมา ขยับจนเหมือนกับว่ามันเดินได้อย่างไรอย่างนั้น เด็กน้อยถอยหลังออกไปด้วยความหวาดกลัว ไม่ทันสังเกตหินที่อยู่ด้านหลังขาสะดุดล้มลงไปอย่างไม่อาจห้าม เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่ามีบางอย่างกับลังโผลออกมาจากเจ้าก้อนหินด้านหน้าตน

  "..."ฟันแหลมๆหลายซี่นั้นคงเป็นอะไรที่หน้ากลัวมากๆเมื่อรวมกับหัวที่คลายกับหัวเต่าแต่ดันมีคอที่ยาวมองๆราวกับงู ดวงตาเรียวสีทองอร่ามน่าหวาดผวา เด็กน้อยนิ่งงัน ยามที่มันเคลื่อนมาใกล้ตนทั้งที่ตัวของมันยังอยู่ในน้ำ น้ำตาไหลนองหน้า พยายามเอ่ยเรียกใครสักคนมาช่วยแต่กลับไร้ซึ่งเสียงใดหลุดรอดออกมา

  "ชะ...ช่วย... "เสียงที่ดังออกมาขาดหายไปและไม่ดังพอแทบจะไม่ได้ยินราวกับเสียงกระซิบ เด็กน้อยไม่มีแม้แรงที่จะขยับหนีหรือวิ่งออกไป และแม้นมีแรงวิ่งก็เกรงว่าขาสั้นป้อมเช่นนี้วิ่งไปก็คงหนีไม่พ้น ดวงตาสีทองอร่ามจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้านิ่ง ไม่กระทำสิ่งใดจนเด็กน้อยหลุดเสียงสะอื้นออกมาทำให้มันเริ่มตั้งท่าจะจู่โจม

  "เจ้าหนูระวัง!!!!"เสียงทุ้มดูร้อนรนร้องเตือน เมื่อเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นยกหัวขึ้นจะพุ่งเข้าใส่เด็กน้อย กระบี่สีฟ้าถูกสั่งให้พุ่งมาขว้างในทันใด ก่อนสองผู้มาใหม่จะวิ่งเข้ามาอุ้มเอาเจ้าเด็กน้อยนี้หนีออกมาไกลๆ

  "ฮึก... ฮือออ~"เด็กน้อยร้องไห้ทันทีเมื่อชายหนุ่มในชุดสีดำทับสีแดงวิ่งเข้ามาโอบอุ้มตนหนีจากตรงนั้น ในขณะที่ผู้มาใหม่อีกคนใช้กระบี่ต่อสู้อยู่กับสัตว์ประหลาด ความรู้สึกอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยเติมเต็มเข้าหาเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัว ร้องไห้แล้วก็กอดชายที่อุ้มตนแน่น

  ช่างน่าสงสาร แต่โชคชะตาหลังจากนี้
จะเป็นของขวัญที่ดีสำหรับเจ้าเองหนูน้อย
.

.
.
.
.
.
.
.
.
________________________
  

  จบแล้วๆ ป็นยังไงกันบางสนุกมั้ย ตอนนี้คือแบบ รู้สึกลุ้นระทึกกับฉากถ้ำถูลู่เซวียนอู่มากเลยค่ะ ฉินมีความรู้ว่าชอบฉากถ้ำถูลู่มากค่ะ ดูระทึกดีและแอบสงสาร โถ่~หนูน้อย ไม่เป็นไรนะคะรอดจากถ้ำนี้ไปโชคชะตาของหนูจะดีขึ้นเองเชื่อพี่ฉินนะคะ

ใครรู้สึกยังไงกับตอนนี้ก็ฝากคอมเม้นบอกด้วยนะว่ารู้สึกยังไงกับตอนนี้ แต่ขอความกรุณาไม่โทษฉินนะคะที่น้องไปอยู่ในถ้ำ ให้เพื่อนฉินด่าก็พอค่ะ จริงๆจะโทษฉินก็ไม่ได้นะ เนื้อเรื่องมันพาไปเอง ยังไงก็เจอกันตอนหน้าค่ะ บายยย~
 แถมรูปมาสคอตอี้ฉิน


เราวาดเองนะคะ 555+

_________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #22 EngEnglish (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 22:20

    เราอ่านรวดเดียวจนมาถึงตอนนี้เลย ขอโทษนะคะที่พึ่งเม้น
    ชอบเรื่องนี้มากๆ เลย
    ภาษาอ่านแล้วไม่ขัด เนื้อเรื่องไม่ซ้ำใคร
    ฟิคสนุกมากค่ะ ขอบคุณไรท์ที่เขียนฟิคดีๆ แบบนี้มาให้อ่าน จะรอไรท์นะคะ
    #22
    1
    • #22-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 8)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 22:33
      ไม่เป็นไรค่ะ แค่เม้นก็ดีใจแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านด้วยซ้ำ ขอบคุณนะคะที่เม้น รู้สึกอยากสู้ค่อแล้วสิ วันนี้เราจะอัพต่อให้นะคะ ตอนนี้เลย รอนะคะแค่แปปเดียว รีดเดอร์ที่รัก
      #22-1
  2. #21 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:57

    รูบสวยมากคะ สนุกมาเลย

    #21
    0
  3. #19 ZoSan098 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 23:22

    อาเหยียน~~~
    #19
    0
  4. #18 Sponj_Mikkee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 19:00

    อาเหยียนลูกรักกก
    #18
    1
    • #18-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 8)
      18 พฤศจิกายน 2562 / 19:06
      เป็นไรอ่ะคะ//แอบใสซื่อแปป
      #18-1