Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 4 : Love Rose:Chapter THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    3 พ.ย. 62

▪กูซูหลาน-ยามซื่อ▪
(09:00-10:59)

  "กฎบ้านสกุลหลานมีอยู่สามพันข้อ ข้อที่หนึ่ง..."เสียงอาวุโสสกลุหลาน หลานฉีเหรินเอ่ยบอกกฎบ้านสกุลหลาน ตั้งแต่ข้อที่หนึ่งช่างเหมือนกับเพลงกล่อมเสียเหลือเกิน ยิ่งฟังยิ่งง่วงนอน

  'เฮ้ออ~กฎเยอะแยะจะตาย ยิ่งฟังก็ยิ่งง่วง ไม่รู้ว่าคุณชายรองหลานทนฟังไปได้อย่างไร น่าเบื่อยิ่งนัก'เว่ยอู๋เซี่ยนคิดในใจอย่างเบื่อหน่าย เมื่อหันไปเห็นหลานวั่งจีนั่งตั้งใจฟังกฎบ้านสกุลตนที่แสนจะน่าเบื่อ

  "เว่ยอู๋เซี่ยน"หลานฉีเหรินเอ่ยเรียกศิษย์นอกสำนักที่แสนจะไม่ให้ความสนใจกับสิ่งที่ตนพูดไป เว่ยอู๋เซี่ยนถอนหายใจชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองอาจารย์หลานฉีเหรินด้วยสายตาซุกซน

  "ขอรับ ท่านอาจารย์"เอ่ยตอบรับคำเรียกด้วยน้ำเสียงยียวน จนหลานฉีเหรินนึกโมโหเล็กน้อย

  "ภูติผี วิญญาณ ปีศาจ มาร แตกต่างกันอย่างไร เจ้าลองอธิบายมา"หลานฉีเหรินเอ่ยคำถาม เว่ยอู๋เซี่ยนยกยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานดูมั่นใจในคำตอบของตน หลานฉีเหรินจึงเอ่ยถามต่อไปอีกว่า...

  "มีเพรชฆาตคนหนึ่ง ฆ่าคนมามากมายก่อนตายสังหารคนไปมากกว่าร้อย แรงอาฆาตตามหลอกหลอน หากจะช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณต้องทำอย่างไร"สิ้นคำถาม เว่ยอู๋เซี่ยนก็นิ่งเงียบไป จนหลานฉีเหรินและคนอื่นๆคิดว่าเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นไม่สามารถตอบได้

  "ตอบไม่ได้หรือ"หลานฉีเหรินเอ่ยถาม

  "หือ!?เปล่าขอรับ ข้าแค่กำลังคิดถึงทางเลือกที่สี่นอกจากสามทางเลือกที่ว่า ปลดปล่อยดวงวิญญาณ สะกดดวงวิญญาณและทำลายดวงวิญญาณน่ะขอรับ
ข้าคิดว่าดวงวิญญาณนั้นเป็นพลังงาน แรงอาฆาตเองก็เป็นพลังงานใยเราไม่นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ล่ะขอระ----"

ฟิ้ว!ตุบ!

  "โอ๊ย!"ชายสกุลเนี่ยผู้หนึ่งร้องขึ้นเมื่อตำราในมือของหลานฉีเหรินถูกขว้างออกไปทางเว่ยอู๋เซี่ยน แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่ไวกว่าคนทั่วไปทำให้เจ้าตัวหลบได้ ตำราเล่มหนาจึงกระแทกเข้ากับหน้าชายสกุลเนี่ยที่อยู่ด้านหลัง

  "นี่เจ้าบังอาจนัก!!!แก่นแท้ของการปราบปีศาจคือการปลดปล่อยดวงวิญญาณ แต่เจ้าคิดใช้แรงอาฆาตงั้นหรือ ฝืนกฎธรรมชาติไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!!!"หลานฉีเหรินตวาดลั่นหลังได้รับคำตอบอันไร้คุณธรรมของเว่ยอู๋เซี่ยน

  "ไหนๆเราก็ต้องปลดปล่อยดวงวิญญาณอยู่แล้วใช้ประโยชน์จากพวกเขาหน่อยจะเป็นไรไป"เว่ยอู๋เซี่ยนยังคงไม่ละความพยายามโน้มน้าวใจหลานฉีเหรินให้คล้อยตามตน ตำราอีกเล่มบนโต๊ะของหลานฉีเหรินถูกคว้าขึ้นมาขว้างไปทางเว่ยอู๋เซี่ยนอีกครั้ง แต่เจ้าตัวก็หลบได้ดังเดิม ชายสกุลเนี่ยเห็นท่าไม่ดีจึงรีบรุดตัวลงนั่งเพื่อหลบตำรา

  "วิญญาณก็คือพลังงาน แรงอาฆาตก็เหมือนกันทำไมจะใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้เล่า!"ชายแซ่เว่ยยังคงยืนยันในคำพูดตนอย่างหนักแน่น จนหลานฉีเหรินนึกโมโหนัก

  "งั้นข้าขอถามเจ้า หากกระตุ้นแรงอาฆาตขึ้นมาแล้วเจ้าจะควบคุมมันอย่างไร จะสั่งให้มันไม่ทำร้ายหรือเข่นฆ่าผู้อื่นอย่างไร!!"

  "หึ แน่นอนว่าต้องมีวิธีอยู่แล้วมิใช่หรือเพียงแค่ยังมิมีใครคิดได้เพียงเท่านั้น"สายตาของเว่ยอู๋เซี่ยนพราวระยับระคนสนใจ

  "แน่ล่ะหากมีผู้ใดคิดออก เหล่าเซียนทั้งหลายคงไม่ปล่อยไปแน่ เจ้าออกไปซะ!!!"หลานฉีเหรินประกาศกร้าว เว่ยอู๋เซี่ยนยกยิ้ม ก่อนจะประสานมือคำนับ

"งั้นข้าขอตัว"ว่าจบคนแซ่เว่ยก็วิ่งออกไปท่ามกลางสายตาอันว่างเปล่าของสองพี่น้องสกุลเวินและเจียง รวมถึงศิษย์คนอื่นๆอีก

  'เว่ยอู๋เซี่ยน!!!คอยดูเถอะฝึกวันนี้เสร็จเมื่อไหร่ ข้าจะจับเจ้าโยนลงล่วนจั้งกั่งจริงๆด้วยเจ้าอิงอิงตัวแสบ!!!'เวินฉิงนึกในใจอย่างคับแค้น มาถึงกูซูได้ไม่ทันไรก็ก่อเรื่องเสียแล้วเจ้าศิษย์น้องตัวดีคนนี้

  "เว่ยอู๋เซี่ยนจากนี้ไป เจ้าต้องนั่งคัดตำราเป็นเวลาหนึ่งเดือน!!!"หลานฉีเหรินเอ่ยไล่หลังด้วยความโมโหเกินทนทาน


  ...


▪สกุลหลาน-หอตำรา▪
  "อะไรกันเนี่ย ข้าแค่ออกความเห็นเองท่านอาเจ้าก็ไล่ข้าออกมาเสียแล้ว แถมยังให้ข้ามานั่งคัดตำรากับเจ้าตั้งหนึ่งเดือน เฮ้ออ~"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว ใบหน้าเรียวยู่ลงด้วยความไม่พอใจ หลังออกจากเรือนกล้วยไม้ได้ไม่นาน เจียงเฉิงก็ไปตามตัวเขามาที่หอตำรา บอกว่าหลานฉีเหรินสั่งลงโทษให้คัดตำราอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนโดยมีหลานวั่งจีนั่งเฝ้า

  "..."

  "นี่เจ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือคุณชายรองหลาน"

  "น่าเบื่อ..."

  "เจ้าไม่มีคำอื่นให้พูดแล้วรึไงกันคุณชายรอง"เว่ยอู๋เซี่ยนหรี่ตามองคุณชายรองหลานที่ตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจบรรจงคัดตำราเสียเหลือเกิน

  "..."และหลานวั่งจีก็ไม่มีท่าทีว่าจะเอ่ยปากพูดกับเว่ยอู๋เซี่ยนเลยแม้แต่น้อยยังคงจดจ่อ อยู่กับการคัดบรรจงตำราดั่งเดิม

  "คุณชายรอง"

  "พี่รองหลาน"

  "หลานวั่งจี"

  "วั่งจี"

  "พี่วั่งจี"

  "หลานจ้าน"

กึก

  มือหนาที่บรรจงคัดตำราชะงักหยุดทันที ก่อนที่หลานวั่งจีจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่อาจหาญเรียกขานนามรองที่ซึ่งมีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่เรียกได้ ดวงตาเรียวคมมองสบกับใบหน้าคมสวยของเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยความไม่พอใจ

  "อ่า...อย่ามองข้าแบบนั้นสิ ก็ข้าเรียกวั่งจีแล้วเจ้าไม่หันนี่ ถ้าไม่พอใจเจ้าจะเรียกข้าว่าเว่ยอิงด้วยก็ได้นะ"กล่าวจบก็ส่งยิ้มฟันกระต่ายให้อีกคนด้วยความสดใสดั่งปกติที่ชอบยิ้มให้คนอื่นๆ

  "นั่งดีๆ"หลานวั่งจีแสร้งทำเป็นไม่สนใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอกให้อีกคนนั่งลงดีๆ


...


  วันเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจวนจะครบหนึ่งเดือนแล้วที่เว่ยอู๋เซี่ยนต้องไปคัดตำราในหอตำราทุกๆวัน ส่วนความสนิทสนมของดขาและหลานวั่งจีก็พัฒนาขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็สนิทในระดับหนึ่ง

  "หลานจ้าน!พรุ่งนี้ข้าก็ไม่ต้องมาคัดตำราแล้วนะ ดีใจกับข้าหน่อยสิ"เว่ยอู๋เซี่ยนร้องบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง หลานวั่งจีเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยก่อนจะก้มลงเขียนตำราดั่งเดิม

  "เจ้าช่วยรับนี่ไว้หน่อยได้หรือไม่ ข้าตั้งใจทำให้เจ้าเลยนะ"กล่าวจบมือเรียวก็ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับหลานวั่งจี มันคือภาพเหมือนของหลานวั่งจีที่กำลังคัดตำราอยู่นั่นเอง และดูเหมือนจะพึ่งวาดเสร็จเสียด้วย

  "..."คนรับนั้นหาได้ตอบอะไรไม่ผู้ให้อย่างเว่ยอู๋เซี่ยนจึงวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะเขียนของหลานวั่งจีก่อนจะเดินออกไป น่าเสียดายหากเว่ยอู๋เซี่ยนหันกลับมามองสักเล็กน้อยคงจักเห็นว่าภาพวาดของตนถูกใครบางคนหยิบขึ้นไปดูเป็นที่เรียบร้อยแถมยังดูพอใจมากอีกด้วย

  "หึ..."


...


▪กูซู-ภูเขาด้านหลังผาเมฆา▪
  "ฮ้า~บรรยากาศที่นี่ดีจริง เหมาะแก่การพักผ่อนเสียจริงๆ เสียดายที่ต้องทำภารกิจช่างเถอะค่อยมาอีกทีก็แล้วกัน เวินหนิงเจ้าเห็นอะไรแปลกๆบ้างหรือไม่"เว่ยอู๋เซี่ยนร้องถามหลังจาก แยกจากหอตำราเขาก็ไปหาเวินหนิงที่ห้อง ก่อนตกลงกันว่าจะมาสำรวจภูเขาด้านหลังตามภารกิจที่ได้รับมา ซึ่งมันเป็นภารกิจที่จะส่งผลต่อการแก้แค้นของเว่ยอู๋เซี่ยนมากทีเดียว

  "ไม่เลยขอรับ ข้าว่าบางทีที่กูซูหลานคงมีการกางค่ายเขตอาคมไว้ทำให้ไม่มีสิ่งชั่วร้ายหรือภูติผีหลุดเข้ามาขอรับ พี่อิงจะทำเช่นไรต่อดี"เวินหนิงเอ่ยถามศิษย์พี่ตนด้วยความสุภาพ เว่ยอู๋เซี่ยนยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยบอก

  "อืม...วันนี้พอก่อนเถอะ ข้าเกรงว่าหากเราอยู่นานเกินไปจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเสียก่อน อาหนิงกลับไปหาพี่ฉิงกันเถอะ"เวินหนิงพยักหน้ารับคำกล่าวของเว่ยอู๋เซี่ยนทันที ทั้งคู่จึงแยกกันกลับไปยังเรือนรับรอง เพื่อเข้าไปคุยกับเวินฉิงเรื่องภารกิจที่เวินรั่วหานมอบให้

  'เมื่อไปถึงกูซูหลาน จงไปตรวจตราดูที่ภูเขาหลังผาเมฆา หากพบสิ่งผิดปกติเช่นแรงอาฆาตหรือพลังมารให้รีบเตือนหลานฉีเหริน เข้าใจหรือไม่อาอิง อาฉิง อาหนิง'

  "หึ หึ นึกว่าใครที่แท้ก็พวกเจ้านี่เองเว่ยอู๋เซี่ยน เวินฉงหลินคิดจะขว้างข้าหรือ ไม่มีทางเสียหรอก ฮ่าๆ"เสียงของผู้หลบซ่อนดังจขึ้นในป่าไม้ที่เงียบสงบของภูเขาหลังผาเมฆา คนผู้นั้นหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะเดินจากไป

  "แฝงตัวเข้าไปหาพวกนั้นเสีย อย่าได้พลาดไม่ว่าอย่างไร เหล็กทมิฬต้องเป็นของพวกข้า ไป!"สิ้นคำสั่งชายชุดสีดำสนิทก็โค้งคำนับรับคำสั่ง ก่อนจะแยกออกไป

  "เล่นให้เต็มที่ล่ะหมากในกระดานอันแสนสำคัญของข้า ฮ่าๆฮ่าๆ"


...


▪เรือนรับรอง▪
   "ท่านพี่ฉิง ข้ากับอาหนิงกลับมาแล้ว!!!"เว่ยอู๋เซี่ยนร้องทัก ก่อนจะโดนเวินฉิงขว้างเข็มอันเรียวแหลมมาให้เป็นการทักทาย(?)ตอบศิษย์น้อง

  "เงียบๆไม่เป็นรึไงเจ้าน่ะ!เห็นไหมว่าเรามีแขก!"เวินฉิงร้องเตือน ทำให้สองพี่น้องร่วมสาบานหันไปมองกันชั่วครู่ก่อนจะหันมาสำรวจภายในเรือนรับรอง จนพบกับสองพี่น้องแห่งท่าเรือสัตตบงกชนั่งอยู่ภายในเรือน

  "อ๋าา~ ขออภัยคุณชายเจียงและแม่นางเจียง ข้าไม่ทันสังเกต"เว่ยอู๋เซี่ยนโค้งตัวลงขออภัยด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

  "ขออภัยด้วยแม่นางเจียง คุณชายเจียงข้ากับพี่อิงรีบร้อนไปเสียหน่อย จึงไม่ทันสังเกต"เวินหนิงกล่าวพร้องกับโค้งคำนับขออภัยและทักทายสองพี่น้องแห่งท่าเรือสัตตบงกช

  "ไม่เป็นไรหรอกคุณชายเว่ย คุณชายเวิน ข้ากับอาเฉิงไม่ถือสาหาความหรอก"เจียงเยียนหลีเอ่ยยิ้มๆ นางและน้องชายเพียงแวะมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น หาได้มีเรื่องอะไรไม่

  "แล้วนี่มีอะไรกันหรือ ใยท่านทั้งสองมาหาเราทั้งสามถึงที่เช่นนี้"เวินฉิงเอ่ยถาม เพราะตั้งแต่สองพี่น้องสกุลเจียงมาถึงก็คุยกันเพียงเล็กน้อย ได้ยินแม่นางเยียนหลีกล่าวว่ามาเยี่มและนำของมาให้ ขอรอพบเว่ยอู๋เซี่ยนกับเวินหนิงเพียงเท่านั้น

  "ข้านำน้ำแกงรากบัวมาให้ทั้งสามท่าน หวังว่าจะถูกปาก"เจียงเยียนหลีกล่าวพร้อมกับตักน้ำแกงใส่ถ้วยให้กับศิษย์สกุลเวินทั้งสาม ร่วมถึงตักให้ตนและน้องชายด้วย

  "หอมมากเลยแม่นางเจียง ขอบคุณท่านมาก"เวินฉิงเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มให้สองพี่น้องสกุลเจียงเล็กน้อย

  "ลองชิมดูเถอะแม่นางเวิน"เจียงเฉิงบอกเสียงนุ่ม เวินฉิงพยักหน้ารับก่อนจะตักน้ำแกงขึ้นมาชิมตามคำบอกเล่าของคนสกุลเจียงผู้น้อง

  "อร่อยมาก แม่นางเจียงท่านทำได้อร่อยมาก ข้าและน้องๆขอขอบคุณยิ่ง"เวินฉิงวางถ้วยลงก่อนจะโค้งตัวลงขอบคุณเช่นเดียวกับเว่ยอู๋เซี่ยนและเวินหนิง

  "ข้าชักอยากไปอวิ๋นเมิ่งแล้วสิ บางทีอาจจะได้กินน้ำแกงอีกก็ได้ ฮ่าๆ"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

  "ไม่มีทางล่ะ น้ำแกงรากบัวนี้พี่ข้าเป็นคนคิด ไม่มีผู้ใดทำเป็นหรอกนะคุณชายเว่ย"เจียงเฉิงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงห้าวๆต่างจากเวลาพูดคุยกับคนอื่นๆ

  "หือ!?เช่นนั้นหรือ แม่นางเจียงมีฝีมือยิ่ง"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าวชม

  "ท่านพี่คราวหน้าเราไปอวิ๋นเมิ่งกันดีไหมขอรับ"เวินหนิงเอ่ยถามพี่ทั้งสองของตนด้วยสายตาพราวระยับ ราวกับเด็กๆ เวินหนิงลูบหัวน้องชายด้วยความอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยตอบ

  "นั่นสิ ไว้คราวหน้าเราไปอวิ๋นเมิ่งกันทั้ง"ศิษย์สองสกุลพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันไปเรื่อยๆจนนับเป็นพี่น้องกันไปเสียแล้ว และเมื่อพูดคุยกันจนพอใจจึงแยกกันไปพักที่เรือนรับรองที่ทางสกุลหลานจัดเตรียมไว้ให้เมื่อถึงเวลาที่สกุลหลานตั้งเอาไว้

  รอคอยให้วันใหม่ได้มาเยือน เพื่อเริ่มเรื่องราว...

___________________________

  ดีจ้า อี้ฉินกลับมาแล้ว 
ก็สำหรับตอนนี้ก็ชิลๆกันไปก่อน เดี๋ยวตอนหน้าก็เข้าสู่เรื่องราวจริงๆละ สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องคนปริศนาที่โผล่มานะคะ เราใบ้ให้ตรงนี้เลยค่ะ.....
.
.
.
.
รออ่านเอานะคะ 555+ วันนี้ลาล่ะนะ บายค่าา~

________________________
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #9 ZoSan098 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:38

    รอค่า~~
    #9
    0
  2. #8 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 19:32

    สนุกมากคะจะรอตอนต่อไปน้า...​

    #8
    0