Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 3 : Love Rose:Chapter TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 พ.ย. 62

▪อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่-กูซูหลาน▪

ยามซวี(19:00-20:59 น.)

  หลังจากมีปากเสียงกับคุณชายรองไป เว่ยอู๋เซี่ยนก็ถูกเวินฉิงและเวินหนิงพาเข้ามาภายในผาเมฆา เพื่อพักผ่อน แต่ก็มิวายหาทางช่วยเหลือสองพี่น้องสกุลเจียง


  "ข้าตัดสินใจแล้วอาหนิง ข้าจะออกไปหาแม่นางเจียงกับคุณชายเจียงเพื่อช่วยเหลือพวกเขาทั้งสอง"เว่ยอู๋เซี่ยนลุกขึ้นจากตั่งอย่างรวดเร็วจนเวินหนิงสะดุ้งเฮือก

  

  "แต่ว่าพี่อิงขอรับ ถ้าออกไปแล้วท่านจะพาคุณชายและแม่นางเจียงเข้ามาได้อย่างไร ท่านก็รู้ที่ทางเข้าผาเมฆาลงอาคมไว้หากไร้เทียมเชิญก็เข้ามิได้"เวินหนิงเอ่ยบอกพลางนั่งคิดหาทางช่วยเหลือ เว่ยอู๋เซี่ยนมีสีหน้ากังวลใจชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า....


  "ถ้าเช่นนั้นก็ทำลายมันเสียก็สิ้นเรื่อง อาหนิงเจ้ารอที่นี่ข้าไปล่ะ"


  "เดี๋ยวสิขอรับ!พี่อิง!พี่อิง!"เวินหนิงพยายามร้องเรียกรั้งศิษย์พี่ตนไว้แต่มิทันเสียแล้ว เว่ยอู๋เซี่ยนนั้นฝีเท้าเร็วเกินไป จึงใช้เวลาเพียงเซี้ยววิเพื่อไปทางเข้าผาเมฆา


  "ข้าจะฟ้องท่านพี่ฉิง พรุ่งนี้พี่อิงอาจจะต้องไปนอนเล่นที่ล่วนจั้งกั่ง เฮ้ออ~คงได้แค่คิดกระมัง"

.

.

.

.

.

▪ทางเข้าผาเมฆา▪

พึ่บ!พึ่บ!พึ่บ!

  เสียงชายผ้าขยับเคลื่อนดังขึ้นเป็นช่วงๆ ตามจังหวะการกระโดดไปตามกิ่งไม้ของเว่ยอู๋เซี่ยน ชายผ้าขาวพลิวไหลยามกระทบลมส่งเสียงพึบพับออกมาให้ได้ยินเพียงบางช่วง


  "เงียบ...เงียบเกินไปแล้ว"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยเปรย หน้าทางเข้าผาเมฆานั้นไร้แววผู้คน แม้แต่ผู้เฝ้าประตูยังมิมีทั้งที่สกุลหลานนั้นเคร่งครัดยิ่ง คอยให้คนเฝ้าทางเข้าไว้ตลอดเวลา แล้วใยไม่มีคน


  "ผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าทางเข้าออกนี่ก็ช่างเลิ่นเล่อเสียจริง หากคุณชายรองหลานคนนั้นรู้เข้า เจ้าคงโชคร้ายเหลือทนจริงๆเจ้าคนเฝ้าทางเข้าออกเอ๋ย"ศิษย์เอกสกุลเวินเอ่ยขึ้นมิวายพาดพิงถึงใครอีกคนที่เคร่งกฎบ้านสกุลหลานเสียเหลือเกิน แล้งน้ำใจเสียจริง


  "หืม!?"ระหว่างสอดสายตามองหาคนเฝ้าทางเข้าออกผาเมฆาอยู่บนต้นไม้สูง พลันสายตาของเว่ยอู๋เซี่ยนกลับชำเลืองเห็นรอยสีดำที่พื้นที่ใกล้ๆทางเข้าเสียก่อน


  "รอยไหม้หรือ...แปลกนัก"


พรึ่บ!ตุบ


  "เจ้ามาทำอะไรแถวนี้ศิษย์สกุลเวิน"เสียงเรียบนิ่งของผู้มาใหม่เอ่ยถาม คุณชายรองมองชายในชุดสีดำขลิบแดงด้วยความคาดคั้น หลังจากกระโดดลงจากกระบี่งามเพราะเห็นเด็กซนกำลังยืนอยู่ที่หน้าทางเข้าผาเมฆา


  "ข้า...คือว่าข้า..."เว่ยอู๋เซี่ยนหลีกเลี่ยงมิยอมสบตา พลางคิดหาหนทางแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอดจากคุณชายรองผู้นี้


  "เวลาเช่นนี้ศิษย์นอกสำนักเช่นเจ้าควรอยู่ที่เรือนรับรองมิใช่หรือ"หลานวั่งจี หรือ หลานจ้าน เอ่ยถามต่อไปอีกจนตนยังนึกแปลกใจ หลานวั่งจีเคยพูดกับใครเกินห้าคำหรือไม่เล่า นอกจากประมุขหลานกลับหลานฉีเหรินแล้วคงไม่มีกระมัง


พึ่บๆ พึ่บๆ


  "เสียงอะไรน่ะ!"เว่ยอู๋เซี่ยนเบนความสนใจจากคำถามของคุณชายรองหันไปมองรอบๆทิศทางที่ตนยืนอยู่ เสียงความเคลื่อนไหวเมื่อครู่คล้ายกับว่ามีใครหรือสิ่งใดกำลังวิ่งอยู่


  "..."หลานวั่งจีกระชับกระบี่ในมือแน่น เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งใดก็ตามที่หมายโจมตีตน


ตุบ


  เสียงของหล่นดังขึ้นผะแผ่ว เง่ยอู๋เซี่ยนตั้งท่าเตรียมชักกระบี่พร้อมต่อสู้หากจำเป็น ขายาวก้าวเดินตรงไปยังพุ่มไม้ใกล้อันเป็นต้นกำเนิดของเสียงของหล่นเมื่อครู่ มือเรียวแวกทางออกเพื่อมองสิ่งที่อยู่หลังพุ่มไม้ จนพบกับ...


  "ศิษย์สกุลหลาน? คนที่เฝ้าทางเข้าผาเมฆาเมื่อตอนที่ข้ามามิใช่หรือ แล้วใย..."ร่างแน่นิ่งของศิษย์สกุลหลานที่ทำหน้าที่คุมกันทางเข้าสู้ผาเมฆานอนนิ่งอยู่หลังพุ่มไม้ ใบหน้ามีรอยดำคล้ายรอยไหม้ ต้นคอมีรอยเส้นเลือดสีดำสนิท ดูประหลาดเหลือ


  "..."หลานวั่งจีเดินเข้าไปใกล้ๆร่างศิษย์สกุลหลาน ตรวจจับชีพจร และเสียงลมหายใจ จนทราบว่าชายคนนี้สิ้นใจแล้ว


  "ตายแล้ว"


  "แน่ใจหรือคุณชายรองหลาน ท่านดูสิหากเป็นคนตายผิวกายจะเย็นเหยียบดูซีดเซียวไร้เลือดฝาน แต่ศิษย์สกุลหลานผู้นี้ตัวอุ่นดั่งเช่นพวกเราหาได้ซีดเซียวไม่ เลือดในกายก็ไหลเวียนตามเดิม"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าวหลังเดินเข้ามาตรวจเช็คอาการของชายผู้นี้ ช่างเป็นการตายที่น่าแปลกยิ่ง


  "หมายความว่าอย่างไร"หลานวั่งจีถาม หากเป็นดั่งที่เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าวมาคนผู้นี้คงเปรียบเหมือนคนที่เหมือนจะตายแล้วแต่ก็มิใช่ราวกับถูกบังคับให้อยู่ต่อ


  "ข้ายังบอกอะไรมากมิได้เพราะยังไม่แน่ใจนัก คงต้องพาร่างของเขาไปให้ท่านอาจารย์กับประมุขหลานตรวจดูอะ---"


ฟิ้ว!ฉึก!


  "โว้ว~ใครหนอใครขว้างเข็มพิษมาเช่นนี้อันตรายยิ่ง"เว่ยอู๋เซี่ยนกระโดดหลบเข็มพิษที่ถูกใครสักคนขว้างมาได้อย่างรวดเร็ว ปากเอ่ยบอกว่าอันตรายแต่ใบหน้ายังรื่นเริงเสียจนน่าฟันทิ้งเสียเหลือเกิน


  "..."หลานวั่งจีมิรอช้ารีบสั่งการกระบี่ตนให้พุ่งเข้าไปยังทิศทางที่เข็มถูกขว้างมา แต่กลับว่างเปล่าไร้ร่องรอยของผู้ที่ขว้างเข็ม


  "ตามไม่ทันหรอกหรือ น่าเสียดายยิ่งแต่คงต้องปล่อยไป เอาล่ะหากไม่เป็นการรบกวนคุณชายรองหลาน ช่วยข้าพยุงชายคนนี้ไปหาประมุขหลานทีได้หรือไม่"


  "ข้าไม่แตะต้องตัวผู้อื่น"กล่าวจบคุณชายรองผู้นิ่งขรึมก็เดินจากไป เหลือเพียงเว่ยอู๋เซี่ยนที่กำลังนิ่งค้างอยู่กับที่ก่อนจะร้องตะโกนด้วยความหัวเสีย


  "ไอ้เจ้าคุณชายบ้านี่!!!"


  "อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ห้ามส่งเสียงดัง"แว่วเสียงคุณชายรองสกุลหลานพูดขึ้น ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนโมโหยิ่งกว่าเดิม ช่างน่าฆ่าทิ้งนักเจ้าคุณชายรองผู้นี้นี่


  "งั้นเจ้าก็มาช่วยข้าสิ!!!"


...


▪ผาเมฆา-กูซูหลาน▪

  "อืม ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก ชายผู้นี้ตายแล้วแน่นอนแต่ทว่า...ภาพลักษณ์ภายนอกกลับเหมือนคนทั่วไปแปลกยิ่ง"หลานซีเฉินกล่าวหลังสำรวจร่างกายของศิษย์สกุลหลานผู้ที่เรียกได้ว่าจะตายก็ไม่จะเป็นก็ไม่


  "มิใช่...ชายคนนี้นั้นยังไม่ตายเพียงแค่ถูกทำให้เหมือนตาย ราวกับว่าสติและดวงวิญญาณถูกกระชากออกไป อืมมม~ไม่รู้สิข้าอธิบายไม่ถูก"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยพลางทำท่าครุ่นคิด เดินสำรวจดูร่างของศิษย์ผู้โชคร้ายอีกครั้งพยายามหาคำมาอธิบายสิ่งที่ชายคนนี้ถูกทำให้เป็น


  "หุ่นเชิด?"หลานฉีเหรินเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วแต่ก็ไม่อาจพ้นหูของคนทั้งสามที่อยู่ภายในห้องด้วยได้


  "อ่า...ประมาณนั้น เขาถูกทำให้เป็นหุ่นเชิด"เว่ยอู๋เซี่ยนว่า


  "อ่า...ข้าเข้าใจแล้ว เขาถูกฆ่าและทำให้เป็นหุ่นเชิดสินะ แต่ข้ามีสิ่งที่สงสัยอยู่นั่นคือรอยเส้นเลือดตรงงคอและรอยแตกไหม้บนผิวหน้าของเขา"หลานซีเฉินเอ่ยถามถึงอีกเรื่องที่น่าสงสัย


  "รอยแตกไหม้วั่งจีคิดว่าคงเป็นฝีมือคนฆ่าขอรับ บางที่อาจใช้วิชาที่เกี่ยวกับไฟเพื่อสังหารขอรับ"หลานวั่งจีเอ่ยบอกไปตามที่ตนคิด รอยไหม้และแตกร้าวบนหน้าของศิษย์สกุลนั้นมองอย่างไรก็เป็นรอยไฟไหม้ไม่ผิดเป็นแน่แท้


  "อืม ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณชายรองหลาน รอยไหม้นั้นเห็นชัดเจนว่าคงเกิดจากการใช้วิชาไฟเผาไหม้ ส่วนรอยเส้นเลือดนี้ข้าเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด"


  "เกรงว่าคงต้องตรวจสอบกันต่อไป คุณชายเว่ยไปพักก่อนเถอะ พรุ่งนี้ก็เริ่มฝึกแล้วท่านคงต้องพักมากเสียหน่อย วันนี้รบกวนท่านแล้ว"หลานซีเฉินกล่าวพลางประสานมือไว้ข้างหน้าโค้งตัวลงขออภัย


  "ไม่เป็นไรขอรับท่านประมุข ข้ายินดีช่วย ตอนนี้เกรงว่าคงต้องพักผ่อนตามที่ท่านประมุขกล่าวเสียแล้ว หากมีเรื่องให้ช่วยบอกข้าได้เสมอ ผู้แซ่เว่ยขอลา"กล่าวจบก็โค้งตัวลา เว่ยอู๋เซี่ยนยกยิ้มบางให้สกุลหลานทั้งสามเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป


  "วั่งจี ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าสักเรื่อง"หลานซีเฉินหันมามองน้องชายด้วยสายตาพราวระยับ จนหลานวั่งจีนึกสงสัยว่ามีสิ่งใดทำให้ผู้พี่นั้นมีสายตาระยับปานฉะนี้


  "เรื่องอะไรหรือท่านพี่"


  "เจ้ากับคุณชายเว่ยไปทำอะไรมาหรือ ใยจึงมาด้วยกันได้"คำถามของประมุขทำให้หลานฉีเหรินถึงกับชะงัก รอฟังคำตอบจากหลานชายคนรอง หลานฉีเหรินนั้นสงสัยตั้งแต่เห็นวั่งจีเดินเข้ามาทั้งยังมีเว่ยอู๋เซี่ยนแบกร่างของใครบางคนตามมาพร้อมกับเอ่ยบ่นอุบอิบไม่ขาดปาก


  "ข้ากำลังจะไปตรวจดูหน้าผาเมฆา เลยเจอกับเขาที่กำลังจะลักล้อบออกไปข้างนอกพอดีขอรับ"หลานวั่งจีเอ่ยตอบกลับเสียงนิ่ง ในขณะที่หลานซีเฉินและหลานฉีเหรินนั้นมองมาทางตนด้วยความสงสัย


  "ลักล้อบ?"หลานฉีเหรินเอ่ยทวนคำ


  "ขอรับ ข้าคิดว่าเขาคงจะออกไปช่วยสองพี่น้องสกุลเจียงที่ทำเทียมเชิญหายขอรับ"หลานวั่งจีกล่าวอธิบายต่ออีกสั้นๆ นั่นทำให้หลานซีเฉินขมวดคิ้วสงสัย


  "หืม!?เจ้าให้คนพาแม่นางกับคุณชายเจียงเข้ามาแล้วมิใช่หรือ คุณชายเว่ยไม่รู้หรอกหรือ"ประมุขหลานเอ่ยถามต่อด้วยความสนใจ ในตอนนั้นหลังจากที่หลานวั่งจีเดินจากไปพร้อมกับเสียงร้องของเว่ยอู๋เซี่ยนนั้น ถัดไปอีกราวหนึ่งเค่อก็สั่งศิษย์สกุลหลานคนหนึ่งลงไปเชิญทั้งสองเข้ามาให้ผาเมฆา แต่ยังมิมีผู้ใดรู้


  "ไม่รู้..."


  "อ่า...เจ้านี่หนาวั่งจี หากไม่ไปเจอคุณชายเว่ยเข้าโดยบังเอิญเกรงว่าปานนี้คุณชายเว่ยคงไปไกลมากแล้ว"หลานซีเฉินกล่าวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ หากหลานวั่งจีไม่บังเอิญออกไปตรวจตราแถวทางเข้าผาเมฆาเกรงว่าเว่ยอู่เซี่ยนคงจะออกไปไกลจากกูซูมากแล้วเป็นแน่


  "...หากไม่มีอะไรแล้ว วั่งจีขอลา"ว่าจบก็โค้งตัวลาพี่ชายและอาตนก่อนจะเดินออกไปจากเรือนของประมุขหลาน


  "โถ่ๆวั่งจีน้องข้า เกรงว่าวันรุ่งคงต้องลงโทษหน่อยกระมัง ฮ่าๆ"หลานซีเฉินหัวเราะด้วยความสุนทรีย์ เมื่อคิดวางแผนลงโทษน้องชายตนเรียบร้อย


  "เฮ้ออ~เจ้านี่นะซีเฉิน อย่าแกล้งน้องเจ้าหนักมากแล้วกัน ข้าจนใจจะห้ามเจ้า"


...


▪อีกด้าน▪

แปะ แปะ แปะ

เสียงกระทบกันของฝ่ามือเรียวกับบางสิ่งดังขึ้นเป็นระยะ ใบหน้าเรียวนิ่งสงบ ริมฝีปากยกยิ้มแสยะเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำถามออกไป...


  "เป็นอย่างไรบ้าง"เสียงนุ่มละมุนเอ่ยถาม หากเป็นคนอื่นคงจะหลุ่มหลงไม่น้อย หากแต่ไม่ใช่กับชายชุดดำตรงหน้านี้


  "เรียบร้อยดี เพียงแต่มีคนเข้ามาขัดทำให้พิธีไม่สมบูรณ์"


  "หืม~ใครหนอเป็นผู้ขัดขวาง เจ้ารู้รึไม่"เสียงละมุนยังคงเอื้อนถาม เสียงของกระทบฝ่ามือยังคงดังอยู่ไม่จาง


  "หลานวั่งจีขอรับ ส่วนอีกคนนั้นข้าไม่รู้ขอรับ"ชายชุดดำเอ่ยตอบ


  "ฮ่ะๆ คุณชายรองหลานนี่เอง แสดงว่าอีกคนคงเป็นศิษย์นอกสำนักที่มาฝึกสินะ หึ เจ้าไปได้แล้ว"สิ้นเสียงอ่อนละมุนชายชุดดำคนนั้นก็หายไป ทั้งไว้เพียงเจ้าของใบหน้าเรียว


  "การมากูซูครานี้ก็ไม่แย่เสียเท่าไหร่กระมัง"

.

.

.

.

.

.

.

.

_______________________________

Talk With YICHIN

Hello!Me Come Back ดีค่ะอี้ฉินเองนะ นี่ก็ตอนที่สาม เช็ปเตอร์สองแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง เราแต่งได้แย่มากใช่มั้ย//ขำ//

วันนี้มาช้ามากเลยขอโทษน้าา~พอดีเรามัวแต่ดูซีรี่ย์เพลิน แม้หนังจะจบนานแล้วแต่เราก็ยังมูฟไปไหนไม่ได้ค่ะ ใครเป็นบ้างยกมือหน่อย เนื้อเรื่องในฟิคนี้ก็ค่อนข้างที่จะดัดแปลงเยอะมากไปหน่อย จะมีเหมือนในซีรี่ย์กับอนิเมะแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ//ยิ้มแห้ง//

ก็หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะ เราเองก็ไม่มีประสบการณ์การเขียนนิยายจีนโบราณมาก่อน อาจจะแต่งได้ไม่ดีเท่าที่ควรแต่ก็หวังให้ทุกคนสนุกกับมันนะ เจอกันตอนหน้าค่ะ//สวัสดีค่ะ//

-----------------

______________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #46 K.o.i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 15:46

    ภาพท้ายดีต่อใจเหลือเกิน

    #46
    0
  2. #7 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 16:30

    สู้ๆนะคะ​ สนุกมากคะ

    #7
    1
    • #7-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 3)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 16:32
      ขอบคุณค่ะ ดีใจที่มีคนชอบ งื้อออ~ ด้วยความที่เรายังใช้คำได้ผิดๆถูกเลยค่อนข้างจะคิดมากน่ะค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ เราจะพยายามให้มันออกมาดีที่สุดค่ะ
      #7-1
  3. #3 Sponj_Mikkee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:50

    สนุกคร้า สู้ๆ
    #3
    0