Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 19 : Love Rose:Chapter SEVENTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 ม.ค. 63

 •หลันหลินจิน-บันไดจินหลินไถ•

  "ตระกูลจินกำลังถูกเพ่งเล็ง ท่านรู้ใช่หรือไม่ท่านพี่หลานฮวั่น"จินกวงเหยาเอ่ยถามกับท่านประมุขตระกูลหลาน หลังเกินเรื่องมากมายนั้นจินกวงเหยาก็ถูกพากลับมายังตระกูลจิน และเป็นไปใช้นามจินกวงเหยา ตามนามเดิมก่อนจะถูกขับไล่


  ในยามนี้ตระกูลจินแก่งหลันหลินกำลังของเพ่งเล็งจากตระกูลรอบข้าง เพราะจินเฟิ่งฉีนั้นนับเป็นคนตระกูลจินที่มักใหญ่ใฝ่สูง จนทำให้ตระกูลเซียนน้อยใหญ่ลงความเห็นว่าตระกูลจินนั้นเปรียบดั่งจิ้งจอก ไว้ใจมิได้


  "ข้ารู้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะคิดเช่นนั้นเสียปะไร เจ้าเองก็รู้มิใช่หรืออาเหยา ตระกูลเจียงและตระกูลหลานไว้ใจเจ้า"หลานซีเฉินกล่าวบอกด้วยรอยยิ้มเล็กๆ หากจะกล่าวว่าไว้ใจตระกูลจินก็คงกล่าวได้มิเต็มปากนัก เพราะแท้จริงนั้นตนและคนตระกูลเจียงทั้งหลายนั้นไว้ใจเพียงจินกวงเหยาเท่านั้น หาได้ไว้ใจใครอื่นไม่


  "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยท่านพี่ อาเหยาทราบดีว่าท่านมิได้ไว้ใจตระกูลจินดั่งที่ปากพูด เช่นเดียวกับตระกูลเจียง"


  "ก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะข้าเองก็ค่อนข้างหวั่นระแวงตระกูลจินแห่งหลันหลินไม่น้อยนัก เพียงแต่ข้าไว้ใจเจ้า"ผู้ที่กล่าวตอบนั้นหาใช่หลานซีเฉินไม่ แต่เป็นเนี่ยหมิงเจี๋ยที่กล่าวตอบ


  "ขออภัยหากข้าทำการเสียมารยาท ข้าเพียงผ่านมา"ประมุขเนี่ยกล่าวก่อนจะโค้งตัวลงขออภัยเล็กน้อย


  "ศิษย์พี่ซีเฉิน ท่านพี่กวงเหยา"เนี่ยหวายซังที่เดินตามมาทีหลังโค้งตัวคำนับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวธุระที่ตนมาหลันหลินให้แก่ประมุขหลานและเหลียนฟางจุนได้รับทราบ


  "ข้าได้รับคำเตือนจากพี่ซูเหมยมาก่อนเกิดเรื่อง ท่านพี่ซูเหมยเคยบอกข้าไว้ว่า จินเฟิ่งฉีจะทำการทำลายอวิ๋นเซินฯ หวายซังจึงได้มากล่าวเตือนศิษย์พี่ซีเฉินได้ล่วงหน้า"


  "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะแจ้งแก่ศิษย์กูซูเอง แล้วแม่นางเยว่ได้บอกอะไรอีกหรือไม่หวายซัง"หลานซีเฉินกล่าวต่อเมื่อแลเห็นใบหน้าเรียวของเนี่ยหวายซังปรากฎความกังวลให้เห็นอยู่รำไร


  "ไม่เลย และในยามนี้จ้านังไม่เห็นแม้นเงาของท่านพี่ หลังจากวันนั้นข้าก็ไม่ได้เจอพี่ซูเหมยอีกเลยขอรับ"เนี่ยหวายซังกล่าวตอบเสียงกังวล หลังจากที่เยว่ซูเหมยกล่าวเตือนเรื่องเว่ยอู๋เซี่ยนครานั้น นางก็หายไปเลย ไม่เห็นแม้นปลายเส้นผมจนหวายซังนึกกังวล เกรงว่านางคงถูกจินเฟิ่งฉีพาตัวไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นคงไม่ดีต่อนางเป็นแน่


  "เช่นนั้นหรือ ให้พี่ช่วยตามหาหรือไม่เล่า แม่นางซูเหมยมีพระคุณต่อพี่มากมายนัก หากนางเป็นอะไรไปข้าคงเสียใจไม่น้อย"จินกวงเหยากล่าวถามเสียงเครียด เหตุเพราะตนเคยถูกเยว่ซูเหมยช่วยไว้ในยามตกอับจนได้เข้าไปอยู่ในตระกูลเนี่ย บุญคุณครานั้นเป็นสิ่งที่ทำให้จินกวงเหยาทราบซึ้งไม่น้อย


  "ข้าเกรงว่าพี่ซูเหมยจะถูกจินเฟิ่งฉีพาตัวไปน่ะสิขอรับ"เนี่ยหวายซังกล่าวตอบ นัยต์ตางามสั่นไหว เป็นห่วงท่านเทพธิดาพยากรณ์นัก ปานฉะนี้จะเป็นเช่นไรบ้างยังมิรู้


  "จินเฟิ่งฉีจะพาตัวซูเหมยไปทำไมหรือหวายซัง"ประมุขเนี่ยเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง มิใช่ว่าจินเฟิ่งฉีกับเยว่ซูเหมยมิรู้จักกันหรอกหรือ ใยต้องพานางไป หากพาไปเพื่อให้นางทำนายดวงชะตาก็คงมิใช่กระมัง


  "ก็ท่านพี่ซูเหมยน่ะ... เป็นคนรักของจินเฟิ่งฉีน่ะสิ"เนี่ยหวายซังกล่าวเสียงแข็ง นึกปวดใจทุกครายามนึกถึงพี่สาวต่างสายเลือดในยามที่นางถูกจินเฟิ่งฉีล่วงเกิน เพียงแค่คิดก็อยากจะร่ำไห้ แล้วเยว่ซูเหมยเล่าจะโศกเศร้าเพียงใด


  "เจ้าว่าอย่างไรนะหวายซัง มิใช่ว่าคนรักของเฟิ่งฉีคือหลินลู่เซียนหรอกหรือ แล้วใยเจ้าบอกว่าคนรักของเฟิ่งฉีเป็นแม่นางเยว่เล่า"จินกวงเหยากล่าวอย่างฉงน ตระกูลจินแห่งหลันหลินทุกคนนั้นรู้ดีว่าหลินลู่เซียนผู้นี้คือคนรักของจินเฟิ่งฉี ด้วยเพราะเฟิ่งฉีนั้นชอบพานางมาเยี่ยมเยียนจินกวงซ่านอยู่เสมอทุกวี่วัน แล้วคนรักของเฟิ่งฉีจะกลายเป็นท่านเซียนพยากรณ์เยว่ซูเหมยได้อย่างไร


  "ถูกแล้วหลินลู่เซียน คือนามที่จินเฟิ่งฉีตั้งขึ้นให้พี่ซูเหมย หรือก็คือหลินลู่เซียนผู้นั้นก็คือพี่สาวข้าเยว่ซูเหมยอย่างไรเล่า"



...



•อวิ๋นผิง•

  "ว่าอย่างไรเหมยเอ๋อร์ เว่ยอู๋เซี่ยน... ความหวังของเจ้าถูกข้าโยนลงล่วนจั้งกังไปแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง"จินเฟิ่งฉีกล่าวถาม หญิงสาวใบหน้างามล่มเมืองจ้องมองมายังเฟิ่งฉีราวกับแค้นเคือง ข้อมือจาวนวลถูกล่ามด้วยโซ่ ข้อเท้าเองก็ถูกตรึงไว้กับเสาต้นใหญ่


  "ความหวังของข้าไม่เคยหมดสิ้น ข้าเคยเตือนท่านแล้วใช่ไหมเฟิ่งฉี แม้นท่านจะต้องการทำลายเว่ยอู๋เซี่ยนเพียงใด สุดท้ายมันก็จะสูญเปล่า ผู้เดียวที่จะกำหนดชะตาของเขาได้มีเพียงบุรุษสกุลหลานผู้นั้นเพียงผู้เดียว!"เยว่ซูเหมยร้องบอก นางเคยกล่าวเตือนชายผู้นร้ต่างๆนานาแต่เขามิเคยฟัง ไม่เคยใยดี ยิ่งกล่าวเตือนยิ่งราวกับสุ่มไฟลงไปในอ่างน้ำมัน


  "เหมยเอ๋อร์หนอ เหมยเอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าความต้องการของข้านั้นสูงนัก หากข้าต้องการก็ต้องได้มา อำนาจ เงินทอง ชื่อเสียงหรือเกียรติยศหากข้าต้องการ ไม่ว่าต้องทำเช่นไร ข้าก็จะทำ...

  เจ้าเองก็เป็นสิ่งที่ข้าปราถนา เห็นรึไม่ว่าแม้กระทั่งตัวเจ้า หัวใจของเจ้า จ้าก็สามารถนำมาครอบครองได้ และเมื่อใดที่ข้าต้องการทำลายเจ้า ข้าก็สามารถบดขยี้มันได้ทุกเมื่อ"


  "หยุดพูดเสียที ยิ่งท่านกล่าวเช่นนี้ ข้ายิ่งเกลียดชังร่างกายนี้ไปทุกวัน อยากตายจากท่านไปทุกเวลา หากข้าทำได้คงชิงฆ่าตัวตายตั้งแต่วันนั้นแล้วเฟิ่งฉี!"นางตะวาดลั่นในตอนท้ายประโยค นัยต์ตางามเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากสั่นระริก ก่อนหยาดน้ำสีใสจะไหลลงอาบแก้มเนียน


  "อย่าได้มาตะวาดใส่ข้า! หรือเจ้าอยากรำลึกความหลังเล่าเหมยเอ๋อร์ ข้าจะทวนความทรงจำให้เอง ว่าบุรุษที่เจ้าเกลียดชังนักหนาผู้นี้นี่แหละที่เป็นสามีเจ้า!!!"จินเฟิ่งฉีกล่าวก่อนจะพุ่งเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้น ก่อนซูเหมยจะเริ่มสะอื้นไห้ละอาย ขอร้องอ้อนวอนต่อบุรุษที่ตนแสนจะเกลียดชัง


  "ฮึก หยุดนะ! อย่าทำให้ข้าขยะแขยงตัวเองไปมากกว่านี้เลย ฮึก อย่าทำเช่นนี้หากเจ้าไม่เคยรักข้า!!!"เยว่ซูเหมยร้องบอก นึกเกลียดชังตนเองนักที่เผลอใจไปรักคนที่แสนน่ารังเกียจเช่นเฟิ่งฉี แต่แล้วอย่างไรในเมื่อนางก็ไม่ต่างจากเครื่องมือระบายความใคร่ของเขา รักไปก็เพียงเท่านั้น เพราะชายคนนี้... ไม่แม้จะชายตาแลความรักที่นางมีให้ สาเหตุคงไม่ใข่เพราะเหตุใด คงเป็นเหตุการณ์ที่ผิดพลาดในอดีตเมื่อ 8 ปีก่อนนู้นกระมัง



...



•8 ปีก่อน•

•สวนเหมย-ชิงเหอเนี่ย•

  จินเฟิ่งฉีอายุ 20 ปีเดินทางมาชุมนุนเซียนร่วมกับจินกวงซ่านผู้เป็นบิดา แต่ด้วยความที่ไม่นิยมชมชอบในการชุมนุมที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหก หลอกลวงที่บิดาตนปั้นแต่งมาเล่าให้ประมุขท่านอื่นฟัง จึงขอแยกตัวออกมา เดินเล่นไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายก่อนเจอกับสวนเหมยที่กำลังเบ่งบานเข้า


  "ที่ชิงเหอมีสวนเหมยด้วยหรือ"จินเฟิ่งฉีกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปภายในสวน และสายตาก็แลเห็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนั่งคุยกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังอยู่ที่ศาลากลางสวนเหมย


  "พี่ซูเหมย พี่ซูเหมย"เด็กน้อยคนนั้นเอ่ยเรียกชื่อของนางด้วยรอยนิ้มหวาน ก่อนจะกล่าวถามว่า... "ทำไมพี่ซูเหมยถึงได้เป็นนักทำนายหรือขอรับ"


  "เพราะพี่อยากเป็นอย่างไรเล่า หวายซังเองเมื่อโตขึ้นเจ้าก็จะมีสิ่งที่อยากเป็นเช่นกัน"เยว่ซูเหมยในวัย 18 ปีเอ่ยตอบเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตักเสียงหวาน เนี่ยหวายซังในวัย 12 ขวบปีนั่งโยกตัวไปมาก่อนจะถามต่อไปอีก


  "แล้วถ้าหวายซังอยากนั่งวาดลายพัดอยู่ที่ชิงเหอได้หรือไม่ขอรับ"


  "ฮ่าฮ่า ได้สิ ถ้านั่นคือสิ่งที่เจ้าอยากทำ"จินเฟิ่งฉียืนฟังต่อไปอีกครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหานางแล้วเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มมุมปาก


  "เจอกันอีกแล้วหนา ท่านเซียนนักทำนาย :)"จินเฟิ่งฉีกล่าว ก่อนหน้านี้นั้นจินเฟิ่งฉีเคยเจอกับเยว่ซูเหมยมาก่อน เพราะจินกวงซ่านต้องการคำทำนายเกี่ยวกับอำนาจของตนในอนาคต ทำให้จินเฟิ่งฉีได้เจอกับนางโดยบังเอิญ


  "คุณชายจิน... หวายซังเจ้าไปหาพี่หมิงเจี๋ยก่อน เดี๋ยวพี่จะตามไป"สิ้นเสียงเนี่ยหวายซังก็พยักหน้ารับแล้วลุกขึ่นเดินออกไปอย่างว่าง่าย เยว่ซูเหมยมองชายตรงหน้าด้วยความสงสัย


  "มีธุระอันใดกับข้าหรือคุณชายจิน"นางกล่าวถามเสียงเรียบเฉย จินเฟิ่งฉีไหวไหล่ไม่ใส่ใจก่อนจะเดินตรงเข้ามาหานาง เยว่ซูเหมยถอยห่างทันที ก่อนจะมองบุรุษสกุลจินด้วยความเฉยชา


  "หึ ตอนแรกก็ไม่มีหรอก แต่พอเห็นเจ้าต่อต้านข้าเช่นนี้ก็เริ่มอยากมีแล้วสิ"


  "ท่านต้องการอะไร คำทำนายหรือ?..."


  "หากข้าบอกว่าต้องการ... ร่างกายของเจ้า จะให้ข้าได้หรือไม่เล่า หึ"จินเฟิ่งฉียกยิ้ม ยิ่งนางต่อต้านเท่าใด เขายิ่งอยากครอบครอง ยิ่งนางขัดขืน เขายิ่งสนใจ อยากได้ทั้งร่างกาย จิตใจรวมถึงหัวใจของนางด้วยเช่นกัน


  "นี่ท่าน! ข้ามิใช่นางบำเรอที่จะคอยระบายความใคร่ให้ท่านนะ อย่าได้มารุ่มร่ามกับข้า!"นางตะวาดลั่นด้วยความแค้นเคือง ต้องการร่างกายของนางงั้นหรือ เห็นนางเป็นเครื่องระบายความใคร่หรือไร ที่จะได้กระทำชำเราเช่นใดก็ได้


  "อย่าได้ตวาดใส่ข้า! ไม่ดีหรือซูเหมยที่เจ้าจะได้เป็นหญิงสาวผู้มีโชคได้เป็นภรรยาข้า"


  "โชคร้ายน่ะหรือข้าไม่ต้องการ หากต้องเป็นภรรยาท่าน ข้าขอยอมไร้คู่ครองเสียยังดีกว่า!!!----อื้อออ"ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดต่อ ริมฝีปากงามของเยว่ซูเหมยก็ถูกทาบทับด้วยริมฝีปากจองใครอีกคน ความรุนแรงนั่นคือสิ่งที่นางรับรู้ได้ ก่อนจะถูกจินเฟิ่งฉีพาไปยังเรือนดอกเหมยอันเป็นที่พักของนางภายในสวนนี้

เสียงฉีกกระชากอาภรณ์ตัวงามดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ แล้วกลายเป็นเสียงครวญครางที่แสนทรมาน อยากจะตายให้ได้


  เนี่ยหวายซังที่ลืมพัดดระดาษไว้ภายในศาลา เมื่อย้อนกลับมาหาก็พลันได้ยินเสียงดฝกรีดร้องร่ำไห้ของซูเหมย คุณชายเล็กตระกูลเนี่ยรีบก้าวตรงไปยังเรือนดอกเหมยทันที ก่อนจะเจอกับพี่สาวคนงามที่ถูกชายผู้หนึ่งย่ำยี และขืนใจ เด็กน้อยทรุดตัวลงหน้าประตูก่อนจะพยุงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของคนไปยังศาลากลางสวนเหมย คิดตระหนักในใจว่าจะไม่เพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้ใดได้รู้ และจะหาทางเอาคืนชายคนนั้นอย่างสาสม

และนั่นคือตราบาปชั่วกาลของนาง

เยว่ซูเหมย....

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

_________________________

Talking with me

มาอัพต่อแล้วจ้าา~ ตอนนี้จะเน้นหนักไปทางเฟิ่งฉีกับซูเหมยนะคะ ส่วนตอนหน้าก็ไปกูซูกัน ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะ ข่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาจริงๆ ยังไงก็อย่าทิ้งกันไปนะคะ

 คือบับว่า... อาจารย์เค้าติวหนักหน่วงมากอ่ะตัว ไม่มีเวลาพักเลย ตอนนอนนี่แทบจะฝันเป็นสูตร์คณิต กับอาจารย์สอนอังกฤษ จะร้องฮ้ายย~ แงงงง~ ก็จะขอบอกกะทุกๆคลไว้กงนี้เรยว่า... ถ้าเราหายไปโปรดรู้ไว้ ข้อสอบทับคอ ไปละบรั้ยย~


  ปล. พึ่งไปค้นรูปตัวเองตอนเด็กมาล่ะ เลยเอามาแบ่งปัน ไม่น่ารักหรอก แต่น่ากระทืบมากมาย

ใช่ป้ะๆ

_______________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #40 Pimchaa_nok (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 22:38

    สู้ๆไรท์????
    #40
    2
    • #40-1 Pimchaa_nok(จากตอนที่ 19)
      22 มกราคม 2563 / 22:40
      อ้าวพิมพ์อีโมของแป้นพิมพ์ไม่ได้😂
      #40-1
    • #40-2 Star_Yichin(จากตอนที่ 19)
      22 มกราคม 2563 / 22:40
      ครับผม เพื่อรี้ดเดอร์ที่รักยิ่งแล้ว เราจะสู้!!! แต่ถ้าเจอวิชาคณิตก็พร้อมลงนรกนะคะ ฮริ้ง^^
      #40-2