Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 14 : Love Rose:Chapter TWLEVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ธ.ค. 62

▪ชิงเหอเนี่ย-ห้องโถงกลาง▪

ยามซื่อ (09:00-10:59)

  ห้องโถงกลางของผู้นำสกุลเนี่ยแห่งชิงนั้นในยามนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด คิดไล่หาวิธีต่างๆเพื่อหาผู้ที่จะขึ้นรับตำแหน่งเซียนตูต่อจากเวินรั่วหานซึ่งสิ้นชีพไปในเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูล


  "เรื่องนี้นั้นอยู่เหนือการควบคุมเกินไป เพราะเรานั้นยังคงไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนสังหารเซียนตู"ประมุขตระกูลโอหยางกล่าวบอก ตามวิถีเดิมผู้ที่จะได้ขึ้นเป็นเซียนตูนั้นคือผู้ที่ถูกรับเลือก หรือผู้เป็นทายาท แต่ในบางกรณีคนที่จะขึ้นเป็นเซียนตูอาจเป็นผู้สังหารเซียนตูคนก่อนเพื่อรับตำแหน่งแทน


  "จะให้คุณชายเวินเฉาขึ้นแทนก็กะไรอยู่ คุณชายเวินเฉายังเยาว์นักจะให้ขึ้นรับตำแหน่งเซียนตูเลยเกรงว่าคงไม่เหมาะสม"จินกวงซ่าน หรือ ประมุขตระกูลจินคนปัจจุบันกล่าวขึ้นด้วยเหตุผล แม้ตนนั้นจะแอบดีใจไม่น้อยนึกคาดหวังให้ตนได้รับตำแหน่งเซียนตู


  "ประมุขเนี่ยท่านคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราปล่อยไว้นานมิได้ หากตำแหน่งเซียนตูยังว่างอยู่เช่นนี้"ประมุขหลาน หลานซีเฉินเอ่ยถามท่านชื่อเฟิงจุนประมุขสกุลเนี่ยอย่างขิความเห็น ในยามนี้ตระกูลเซียนเหลือเพียงสี่ตระกูลใหญ่เท่านั้น เพราะสกุลเวินที่เป็นดั่งดวงอาทิตย์อยู่จุดสูงสุดนั้นถูกลบล้างไปแม้นจะเหลือทายาทไว้ก็ตาม


  "เป็นดั่งท่านว่าประมุขหลาน หากตำแหน่งเซียนตูยังคงว่างเกรงว่าคงไม่ดีต่อเหล่าผู้ฝึกเซียนตระกูลน้อยใหญ่เป็นแน่"เนี่ยหมิงเจี๋ยกล่าวตอบเสียงเครียด หากว่าสกุลเว่ยยังอยู่เกรงว่าคงเป็นคนสกุลเว่ยขึ้นรับตำแหน่งแทนเป็นแน่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาสกุลเว่ยก็เหมือนดั่งพี่น้องท้องเดียวกันกับสกุลเวินอยู่แล้ว หน่ำซ้ำยังมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าตระกูลใดเลย แต่เดี๋ยว... สกุลเว่ยหรือ


  "แล้วนี่คุณชายเว่ยไม่มาด้วยหรอกหรือ ข้าได้ข่าวว่าคุณชายเว่ยเป็นพี่น้องร่วมสาบานของแม่นางเวินฉิงและคุณชายเวินหนิงมิใช่หรือ"ประมุขเนี่ยหันไปถามเวินฉิงที่นั่งข้างๆเวินเฉาและเวินจูหลิวทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังเหลือคนสกุลเว่ยคนสุดท้ายอยู่


  "ขออภัยที่ข้าต้องตอบว่าน้องอิงและน้องหนิงไม่สามารถมาร่วมงานประชุมได้เพราะติดภารกิจที่ฉีซานเวิน คงมาไม่ทัน"เวินฉิงโค้งหัวลงขออภัยเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นตามเดิม


  "อ่า... เป็นเช่นนั้นหรือ แล้วหากว่าข้าอยากให้คุณชายเว่ยขึ้นเป็นเซียนตูทุกท่านว่าอย่างไร"สิ้นเสียงของประมุขเนี่ยรอบข้างก็พลันเกิดเสียงพูดคุยขึ้นอย่างท่วมท้นกล่าวไปต่างๆนานาถึงความเหมาะสมและไม่เหมาะสม


  "ประมุขเนี่ยข้าเห็นควรว่าคุณชายเว่ยไม่เหมาะสม เพราะเขานั้นใจร้อน ซ้ำยังอวดดีทำตัวเหนือกฎและเกณฑ์ มิควรให้เป็นเซียนตู"ประมุขจินกล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้นจะเจ็บแค้นใจที่เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเว่ยอู๋เซี่ยนถูกเสนอขึ้นเป็นเซียนตู หน่ำซ้ำคนเสนอยังเป็นถึงประมุขเนี่ย ใยไม่เลือกตนทั้งที่ตนนั้นเหมาะสมกว่าเป็นไหนๆ


  "เป็นเช่นนั้นจริง แต่ข้าเห็นว่าเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นมีฝีไม้ลายมือดีไม่น้อย ทั้งยังหลักแหลมเฉียบขาด รู้ผิดรู้ถูก แค่นั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือประมุขจิน"เจียงเฉิงพูดขึ้นบ้าง ตนนั้นเห็นด้วยไม่น้อยกับการตั้งเว่ยอู๋เซี่ยนเป็นเซียนตู เพราะฝีไม้ลายมือของเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นไม่เป็นสองรองผู้ใด ความคิดอ่านเฉียบคาดยากจะคาดเดา ฉลาดหลักแหลมจนน่าหวั่นใจ หากเว่ยอู๋เซี่ยนลดความใจร้อนลงคงยากหาใครเทียบ


  "แต่ข้าว่าไม่เหมาะสมหากเว่ยอู๋เซี่ยนยังคงกระทำการตามใจตนอยู่เช่นนี้ จะต่างอะไรกับการไม่มีเซียนตู"ประมุขเหยากล่าวเสริมให้ประมุขจิน แต่หาได้อยากส่งเสริมให้ประจินขึ้นเป็นเซียนตูไม่ เพราะความจริงก็คือตนนั้นจะส่งเสริมให้ชื่อเฟิงจุนขึ้นรับตำแหน่งต่างหากเล่า


ปัง!


  เสียงประตูโถงถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของเว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจี เวินฉิงรีบลุกขึ้นไปรับตัวเจ้าเด็กแก้มกลมที่ยืนเกาะขาเว่ยอู๋เซี่ยนมาอุ้มไว้ก่อนจะพาไปนั่งที่เดิมที่ตนเคยนั่ง เวินเฉาเห็นเจ้าหนูน้อยก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะช่วยกันดูแลเจ้าหนูน้อย สองเซียนที่กลับมาจากการตามหาเหล็กทมิฬเดินตรงเข้ามาภายในห้องโถงด้วยท่าทางน่าหวั่นเกรง แม้จะเป็นเพียงนักฝึกเซียนก็ตาม เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของชื่อเฟิงจุนทั้งสองก็โค้งตัวลงคำนับก่อนจะเงยหน้าขึ้นตามเดิม เว่ยอู๋เซี่ยนยกยิ้มอ่อนก่อนเอ่ยออกไปว่า...


  "ขออภัยที่ข้าและหลานจ้านมาช้า พอดีติดภารกิจสำคัญ ส่วนเรื่องเซียนตูนั้นตามที่ท่านประมุขจินและประมุขเหยากล่าว ตัวข้านั้นยังคงเด็กนักจะให้ขึ้นเป็นเซียนตูเลยก็เกรงว่าคงไม่เหมาะ"เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าว ประมุขเนี่ยขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อย เจ้าตัวจึงกล่าวต่อไปว่า "หากข้าจะให้ท่านรับตำแหน่งเซียนตูไปจะได้หรือไม่ชื่อเฟิงจุน หากเป็นท่านคงเหมาะสมยิ่ง"


  "ทุกท่านว่าหรือไม่"กล่าวจบก็หันกลับมาขอความคิดเห็นจากเหล่าคนจากตระกูลเซียนต่างๆที่มาร่วมประชุม แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าขัดรวมถึงประมุขจินด้วย เพราะหากประมุขจินเอ่ยคัดค้านอย่างไรก็ไม่ชนะหน่ำซ้ำยังอาจถูกเพ่งเล็งก็เป็นได้


  "หากทุกท่านว่าเช่นนั้นข้ายินดีขึ้นรับตำแหน่งเซียนตู แต่ว่า..."ทุกคนหันเหความสนใจมาทางประมุขเนี่ยทันทีเมื่อประมุขเนี่ยกล่าวขึ้นมา


  "แต่ว่า... เมื่อใดที่คุณชายเว่ยพร้อมสำหรับตำแหน่งนี้ข้าจะลงจากตำแหน่งและส่งคืนให้เจ้าของที่แท้จริง"

.

.

.

.

.

.

.

  หลังจบการประชุมรับตำแหน่ง เว่ยอู๋เซี่ยน หลานวั่งจีและคนสกุลเวินทั้งสี่(รวมอาเยวี่ยน)ก็เดินออกมาทันที เวินฉิงมีท่าทางเหมือนมองหาใครสักคนอยู่ตลอดเวลา เมื่อออกมาจึงรีบเอ่ยปากถามถึงคนอีกคน


  "น้องอิง อาหนิงล่ะ"เวินฉิงถามศิษย์น้องเว่ยของตนด้วยความสงสัยและวิตก เว่ยอู๋เซี่ยนชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินทันที ก่อนจะหันกลับมามองเวินฉิงด้วยสายตาสั่นเครือนึกอยากจะร่ำไห้ออกมาแต่ก็เกรงว่าอาเยวี่ยนน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขนตนจะตื่นจึงทำได้เพียงกลั้นน้ำตา


  "พี่ฉิง... คือว่า... มีคนบุกเข้ามาแล้วจับตัวอาหนิงไป ข้า... ข้าขอโทษที่ช่วยน้องไม่ได้"เว่ยอู๋เซี่ยนก้มหน้าลงต่ำ รู้สึกผิดนักที่ช่วยไม่ได้แม้กระทั่งน้องชายร่วมสาบานของตน เวินฉิงนิ่งเงียบไปราวกับถูกสาป นัยต์ตาสั่นไหวรุนแรงก่อนหยาดน้ำตาจะไหลร่วงลงโดยไร้เสียงสะอื้นหรือร่ำไห้ เวินเฉากุมมือศิษย์พี่คนโตไว้เป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนเอ่ยปลอบขึ้นมาว่า... "พี่เวินฉิงท่านอย่าร้องไห้เลย พี่เว่ยพยายามแล้ว หากเราคิดในทางที่ดีบางที่พี่หนิงอาจจะหนีได้ทันก็เป็นได้นะขอรับ"


  "พี่ฉิง... อิงขอโทษจริงๆ"สุดท้ายเว่ยอูเซี่ยนก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ น้ำสีใสไหลอาบลงบนแก้มขาวเนียน ร่างกายสั่นเทิ่มด้วยความเสียใจ แรงสั่นทำให้ร่างน้อยๆในอ้อมแขนบางของเว่ยอูเซี่ยนลืมตาตื่น เจ้าหนูอาเยวี่ยนกระพริบตาถี่ๆเพื่อคลายความเหนื่อยล้าที่เปลือกตา ทว่าหยดน้ำใสๆที่หยดลงบนหน้าตนกลับทำให้ต้องเงยขึ้นมอง ตากลมโตแลเห็นแม่บุญธรรมร้องไห้อย่างไร้เสียง มือเล็กป้อมยกขึ้นแตะลงบนแก้มเนียนของผู้เป็นแม่

เว่ยอู๋เซี่ยนสะดุ้งเล็กน้อย พลางเหลือบสายตาลงมองร่างเล็กๆในอ้อมแขนด้วยสายตาตกใจเล็กน้อย เวินเยวี่ยนมองใบหน้ากลัดกลุ้มของท่านแม่ตนด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถาม "ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่ร้องไห้ทำไมหรือ"


  ดวงตาใสซื่อจ้องมองผู้เป็นแม่อย่างรอคำตอบ ก่อนเว่ยอู๋เซี่ยนจะสายหน้าปฏิเสธแล้วยกยิ้มฝืนๆขึ้นให้บุตรชาย "ไม่มีอะไรหรอกอาเยวี่ยน เจ้านอนเถอะ แม่จะให้พ่อเจ้าพาไปพัก" เว่ยอู๋เซี่ยนกล่าวบอก ก่อนจะส่งตัวบุตรชายให้กับพ่อบุญธรรมของอาเยวี่ยน 


  "หลานจ้านข้าฝากด้วยนะ"


  "อืม"หลานวั่งจีขานรับในลำคอก่อนจะคว้ารับตัวบุตรชายมาอุ้มไว้แล้วพาไปยังที่พัก ที่ซึ่งประมุขเนี่ยให้คนเตรียมไว้ให้ เมื่อสองพ่อลูกนั้นเดินจากไป บรรยากาศก็กลับมาเศร้าซึมอีกครั้งนึง


  "พี่เว่ย อาเยวี่ยน... เด็กคนนั้นคือ..."เวินเฉากล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบาเป็นเชิงตั้งคำถาม


  "อืม ข้ากับคุณชายรองรับมาเป็นบุตรบุญธรรมน่ะ"


  "แสดงว่าท่านกับคุณชายรองหลาน..."เวินเฉาเบิกตากว้างเมื่อทวนคำพูดนั้นในใจเสร็จ หากรับมาเป็นบุตรบุญธรรมของทั้งสอง นั่นก็แปลว่าเว่ยอู๋เซี่ยนกับคุณชายรองนั้น... มีใจให้กัน


  "อ่า... ไม่ใช่หรอก แค่อาเยวี่ยนเป็นคนเลือกน่ะว่าอยากให้ข้ากับคุณชายรองเป็นพ่อแม่บุญธรรมให้"สิ้นคำตอบจากเว่ยอู๋เซี่ยนบรรยากาศก็ตรึงเครียดเช่นเดิม เว่ยอู๋เซี่ยนหันหน้าไปมองเวินฉิงด้วยสายตาขอโทษ เมื่อเห็นผู้เป็นศิษย์พี่ยังคงนิ่งเงียบ


  "... พี่ฉิง หากท่านจะโกรธข้าก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ข้าอยากขอโทษท่านจริงๆเรื่องอาหนิง"


  "..."เวินฉิงยังคงเงียบ นางโกรธมาก ใช่ โกรธมากจริงๆ หากแต่ไม่ได้โกรธเว่ยอู๋เซี่ยน แต่นางโกรธตัวเองที่ไม่สามารถอยู่ช่วยได้อีกทั้งยังโกรธคนที่จับเวินฉงหลินไปด้วยเช่นกัน เวินฉิงเงยหน้าขึ้นมองเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นดังขึ้นจากเว่ยอู๋เซี่ยน ไม่เพียงนางที่ตกใจเพราะเวินเฉานั้นก็ตกใจไม่แพ้กัน ส่วนเวินจูหลิวนั้นแม้จะตกใจแต่ก็ไม่แสดงอาการอะไร


  "อาอิงเจ้าร้องไห้ทำไม"เวินฉิงเอ่ยถาม


  "พี่เว่ยท่านร้องไห้ทำไม"เวินเฉาเองก็เอ่ยถามในเวลาไล่ๆกัน


  "ฮึก... ข้าเอง... ฮึก ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องร้องไห้ เพียงแต่... ฮึก ข้ารู้สึกผิดมากๆที่ทิ้งให้เวินหนิงอยู่กับอาเยวี่ยนเพียงลำพังที่เรือนเหมยกุ้ย"


  "อิงอิง... เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด พี่ไม่ได้โกรธเจ้าและไม่โทษเจ้า เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีผู้ใดทราบมาก่อน ไม่มีใครโทษเจ้า พี่ก็เช่นกัน"เวินฉิงกล่าว มือเรียวงามลูบไปตามโครงหน้าเรียวงามของน้องร่วมสาบานอย่างปลอบโยนหวังให้เจ้าเด็กตรงหน้านี้เลิกแบกรับทุกอย่างและเลิกโทษตัวเองได้แล้ว


  "เลิกโทษตัวเองเถอะ ข้ารู้เจ้าทำเต็มที่แล้ว"เวินฉิงกล่าวจบก็คว้าตัวบางๆของผู้เป็นน้องชายร่วมสาบานเข้ามากอดไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งสงสาร เวินเฉาเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มบางๆให้กับภาพตรงหน้า


...


  ท่ามกลางความอบอุ่นของคนทั้งสี่นั้น อีกมุมนึงซึ่งเป้นมุมอับไร้คนมองเห็น มีร่างของชายหนุ่มอีกคนยืนอยู่ ชายชุดสีเทาหม่นของตระกูลเนี่ยโบกสะบัดเล็กน้อย เส้นผมสีดำขลับยาวสลวย ใบหน้านิ่งไร้ความรู้สึก ชายคนนั้นก้าวเดินออกจากตรงนั้นอย่างเงียบเชียบพร้อมกับคำกล่าวทิ้งท้ายว่า....


  "ข้าเองก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะ แต่ว่าถ้าข้าไม่ทำท่านพี่ของข้าก็คงตกอยู่ในอันตราย หากว่าเรื่องราวคราวนี้จบลงข้ายินดีที่จะตายไปพร้อมกับความผิดนี้เอง"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

__________________________


Say Hi! Reader ขอโทษที่มาช้าค่ะ พอดีฉินนอนเพลินไปหน่อย อีกอย่างคือไปหาเพื่อมาเพราะพรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว เราทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน เลยไม่ได้แต่งต่อค่ะ ขอโทษด้วยนะ ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านนะตอนแรก 555+ เจอกันตอนหน้านะ

___________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #43 supernei46 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:53
    น้องเนี่ยเป็นผู้ร้าย?
    #43
    1
    • #43-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 14)
      25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:59
      ยังๆ อย่าพึ่งรีบตัดสินนะเตง
      #43-1
  2. #34 Sponj_Mikkee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 18:04

    คิคิ คิคิ
    #34
    0