Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 12 : Love Rose:Chapter TEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

▪อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่-กูซูหลาน▪
  หลานซีเฉินหลังแยกกันกับน้องชายที่ฉีซานก็ตรงกลับมายังอวิ๋นเซินป้จื้อฉู่ทันที เมื่อมาถึงหลานฉีเหรินก็เอ่ยปากถามถึงสถานการณ์ทางฝั่งพี่น้องสกุลเวินด้วยความกังวล

  "ท่านอามิต้องกังวลข้าและวั่งจี รวมถึงพวกคุณชายเว่ยจัดการได้ อีกทั้งคุณชายเจียงนั้นได้ชักชวนแม่นางเวิน พร้อมน้องชายทั้งสองรวมไปถึงคนสกุลเวินที่เหลืออยู่อีกสองคนไปอาศัยที่อวิ๋นเมิ่งแล้วขอรับ"หลานซีเฉินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มดังปกติ

  "เช่นนั้นก็ดี แล้ววั่งจีไปไหนหรือ"หลานฉีเหรินเอ่ยถาม มือเหี่ยวย่นตามอายุขัยยกขึ้นลูบหนวดยาวๆของตนด้วยความเคยชิน

  "ไปหาเหล็กทมิฬกับคุณชายเว่ยที่ถ้ำทางใต้ของฉีซานขอรับท่านอา"

  "ถ้ำทางใต้หรือ... อืม... อันตรายมากทีเดียว"หลานฉีเหรินเอ่ยขึ้น ใบหน้าของผู้อาวุโสหลานฉายแววตวามกังวลออกมาโดยไม่ปิดบังแม้เพียงนิด หลานซีเฉินเห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา "ทำไมหรือขอรับท่านอา"

  "เคยได้ยินเรื่อยงถูลู่เซวียนอู่หรือไม่ซีเฉิน"

  "เคยขอรับ หรือว่า..."

  "เป็นดั่งที่เจ้าคิด ถ้ำทางใต้ของฉีซานคือที่อยู่ของถูลู่เซวียนอู่"หลานฉีเหรินกล่าวเสียงเครียด นึกเป็นห่วงหลานชายและคุณชายเว่ยที่เข้าไปภายในถ้ำนัก แต่ตนจะทำอะไรได้ในเมื่อ นั่นเป็นสิ่งที่ถูกขีดไว้ตั้งแต่แรก

  "..."สิ้นคำนั้นก็ไม่มีใครพูดขึ้นอีกเลย ความเงียบจึงปกคลุมไปทั่ว จนเสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น "ขออภัยท่านประมุขหลานและผู้อาวุโส ข้าเมิ่งเหยาได้รับหน้าที่จากท่านชื่อเฟิงจุนมาส่งจดหมายให้กับท่านประมุขขอรับ" เมิ่งเหยาเซียนซือผู้ซื่อสัตย์ต่อชื่อเฟิงจุนเอ่ยบอก พร้อมกับโค้งตัวลงยื่นจดหมายให้ประมุขสกุลหลาน

  "อ่า... ขอบคุณท่านมาก"หลานซีเฉินรับจดหมายมาพร้อมทั้งโค้งตัวลงขอบคุณ ทำให้เมิ่งเหยาตกตะลึงไม่น้อยก่อนจะยกยิ้มขึ้น เพราะตนเป็นเพียงลูกนางโลมพอถูกประมุขหลานทำดีด้วยจึงตกใจยิ่งนัก แต่ใจนั้นกลับรู้สึกดีนักที่อย่างน้อยคนผู้นี้ก็มิได้รังเกียจตน

  "ไม่เป็นไรขอรับ มันเป็นหน้าที่ของข้าเอง หมดหน้าที่แล้ว เมิ่งเหยาขอลา"

  "เดี๋ยวสิ จะกลับเลยหรือท่าน ไม่พักเหนื่อยก่อนหรือ"หลานซีเฉินเอ่ยถามเสียงนุ่ม

  "ไม่ล่ะขอรับ อ้อ..ท่านประมุขเรียกข้าว่าอาเหยาก็ได้นะขอรับ ข้าไม่ถือ"

  "อ่า... ถ้าเช่นนั้นอาเหยา เจ้าไม่พักก่อนหรือ อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่หาได้ใกล้กับชิงเหอไม่"

  "ต้องขออภัยที่ต้องปฏิเสธข้าต้องรีบกลับชิงเหอเพื่อเตรียมงานประชุมเซียนขอรับ"เมิ่งเหยายกยิ้มให้หลานซีเฉินเล็กน้อย ก่อนจะโค้งตัวลาอีกคราแล้วเดินจากไป

  "เดินทางปลอดภัยนะอาเหยา"หลานซีเฉินเอ่ยบอกตามหลังไป หวังให้เมิ่งเหยาได้ยิน ทางด้านอาเหยาได้ยินคำกล่าวนั้นก็หยุดเดินไปชั่นครู่ก่อนจะเดินต่อไป ริมฝีปากบางยกยิ้มจากใจที่ตนนั้นไม่เคยได้ยิ้มเช่นนี้มานานเสียเหลือเกิน

...

  "เจ้านี่นะ... ข้าให้ตีสนิทกับเว่ยอู๋เซี่ยนมิใช่หรือไร"เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยขึ้นพลางเตาะบางสิ่งเข้ากับมือของตน ชายอีกคนในชุดสกุลเนี่ยก้มหน้าลง ก่อนจะเอ่ยตอบ...

  "ขอรับ เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ข้าจึงไม่สามารถเข้าใกล้เว่ยอู๋เซี่ยนได้มากเท่าทีควร"ชายในชุดสกุลเนี่ยคนนั้นตอบเสียงนิ่งแม้จะนึกหวาดหวั่นเล็กๆ ชายตรงหน้าเขาคนนี้นั้นหากคิดจะฆ่า เขาเองก็อาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่ชายคนนี้เอ่ยปากเป่าหูใครสักคนเพียงเท่านั้นชีวิตของเขาจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆที่พร้อมขาดผึงได้ทุกเมื่อ

  "ทำไมหรือ เจ้าบอกข้ามาสิว่าใยเจ้าจึงเข้าใกล้เขาไม่ได้"ริมฝีปากบางเฉียบนั้นฉีกยิ้มอ่อนหวานขึ้นภายใต้ร่มเงามืดทึบของต้นไม้ใหญ่ แม้จะยิ้มหวานเพียงใด แต่ชายในชุดสกุลเนี่ยก็หาได้คิดเช่นนั้นไม่ กลับกันเขาคิดว่ารอยยิ้มของชายคนนี้ช่าง... น่าสะอิดสะเอียนเหลือทน

  "ตอนนี้เว่ยอู๋เซี่ยนอยู่กับหลานวั่งจีการจะประชิดตัวเขาจึงยากนัก"

  "หึ นั่นเป็นเรื่องที่เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลอีกไม่นานเดี๋ยวหลานวั่งจีก็ต้องแยกกลับมาที่กูซูหลานและเว่ยอู๋เซี่ยนต้องถูกกักตัวที่ชิงเหอ"

  "ท่านจะทำอะไรกันแน่"

  "หึ หึ หึ เมื่อถึงเวลา เจ้าจะรู้เอง"

...

▪ฉีซานเวิน-เรือนเหมยกุ้ย▪
  "อาเยวียนฟังข้าสิ เจ้าต้องไปกับท่านน้าหนิงนะ เจ้าจะได้ปลอดภัยไงเล่า"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยกล่อมเจ้าหนูแก้มกลมที่กอดตนแน่นอีกทั้งยังร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียจนน่าสงสาร ด้วยเหตุมาจากเว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจีจะกลับเข้าไปในถ้ำถูลู่เซวียนอู่เพื่อนำเหล็กทมิฬออกมา จึงขอความช่วยเหลือให้เวินหนิงพาเวินเยวี่ยนไปที่อวิ๋นเมิ่งด้วย แต่เจ้าเด็กแก้มกลมคนนี้กลับไม่ยอมเสียอย่างนั้น

  "ฮึก... อาเยวี่ยนไม่ไป ฮึก อาเยวี่ยนจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ ฮือออ~"หลานวั่งจีนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งข้างๆเว่ยอู่เซี่ยนที่นั่งกอดเจ้าหนูอาเยวี่ยนอยู่ มือกร่านจากการจับกระบี่ถูกยกขึ้นลูบหัวเด็กน้อยเป็นเชิงปลอบ ก่อนเสียงทุ้มนิ่งแฝงความเป็นห่วงจะเอ่ยขึ้น

  "เจ้าต้องไปเข้าใจหรือไม่ หากอยู่ที่นี่เจ้าจะเป็นอันตรายได้"หลานวั่งจีกล่าว เจ้าเด็กแก้มกลมเงยหน้าขึ้นจากแผงอกของท่านแม่บุญธรรมตนเสหน้ามามอง ท่านพ่อบุญธรรมด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา

  "อาเยวี่ยนไม่อยากไป ฮึก อาเยวี่ยนไปกับท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ได้หรือ"

  "เฮ้ออ~ อาเยวี่ยนเจ้าฟังแม่นะ"สรรพนามแทนตัวที่คนทั้งหลายพึงจะเคยได้ยินจากปากเว่ยอู๋เซี่ยนสร้างความตะลึงให้คนในห้องทั้งสามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวินหนิงที่ดูจะสติหลุดไปเมื่อศิษย์พี่คนงามเกินชายอย่างเว่ยอู๋เซี่ยนแทนตนว่าแม่ 'โอ้วว~พี่ข้าเป็นแม่คนแล้วรึนี่'

  "อาเยวี่ยนหากเจ้าไปกับแม่ เจ้าไม่กลัวแม่เสียใจหรือ หากแม่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้และเจ้าบาดเจ็บหนักขึ้นมา เจ้าไม่กลัวหรืออย่างไร อยากเห็นแม่ร้องไห้หรือเจ้าเด็กแก้มกลม หื้ม!?"เว่ยอู๋เซี่ยนยกมือเรียวขาวเนียนขึ้นลูบแก้มกลมๆของบุตรชายบุญธรรมด้วยความเอ็นดู สิ่งกล่าวออกไปนั้นแม้แต่เจ้าตัวเองยังตกใจว่าตนกล้ากล่าวไปได้เช่นไร แต่ทว่านั่นกลับเป็นสิ่งที่เว่ยอู๋เซี่ยนนึกอยากบอกกับเจ้าเด็กดื้อคนนี้จริงๆ

  "อาเยวี่ยนไม่อยากเห็นท่านแม่ร้องไห้ ไม่อยากเห็นท่านแม่เสียใจ"อาเยวี่ยนน้อยตอบ

  "ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปกับท่านอาหนิงนะ แม่สัญญาว่าจะตามไป"

  "อาเยวี่ยนรออยู่ที่นี่ไม่ได้หรือ ให้ท่านอาหนิงอยู่ด้วยก็ได้ อาเยวี่ยนอยากรอท่านพ่อกับท่านแม่ที่นี่"

  "เฮ้ออ~ เอาอย่างไรดีเล่าหลานจ้านอาเยวี่ยนไม่ฟังข้าเลย เจ้าบอกลูกทีสิ"เว่ยอู๋เซี่ยนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนหันไปขอความเห็นกับบุพการีอีกคนของเจ้าเด็กดื้อด้วยความจนใจ หลานวั่งจีหัวเราะ หึ ออกมาเล็กน้อยกับคำว่าลูกของเว่ยอู๋เซี่ยน ก่อนจะเอ่ยตอบกลับลูกของตนกับใครอีกคนด้วยความเสียงที่อ่อนโยนเอามากๆ

  "หากจะรอก็ย่อมได้ แต่ให้พกสิ่งนี้ไว้เสมอ"หลานวั่งจีส่งยันต์ส่งสัญญาณของสกุลหลานให้กับอาเยวี่ยน ซึ่งยันต์ส่งสัญญาณนี้เมื่อใช้มันจะสลายไปและมาปรากฎตรงหน้าของเขาที่เป็นเจ้าของ "หากเกิดเหตุอันใดขึ้น ให้เจ้าใช้มันเข้าใจหรือไม่อาเยวี่ยน"

  "ขอรับท่านพ่อ"อาเยวี่ยนรับยันต์ส่งสัญญาณมาทั้งรอยยิ้มเมื่อเห็นถึงความเป็นห่วงของพ่อบุญธรรมรวมถึงเสียงทุ้มที่เอ่ยชื่อของตนเป็นครั้งแรก เว่ยอู๋เซี่ยนนึกอยากขัดนัก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเล็กที่ปรากฎขึ้นบนหน้าเรียวคมของหลานวั่งจีก็ตัดสินใจไม่ค้าน

  "อาหนิง พี่ฝากอาเยวี่ยนด้วยนะ อย่าให้ลูกผู้น่ารักของข้ากับคุณชายรองเป็นอะไรไปเล่า"ว่าจบก็วิ่งจูงแขนหลานวั่งจีออกไป ทิ้งให้เวินหนิงยืนเหวออยู่ตรงนั้นกับเด็กน้อยอีกคน

  "เมื่อกี้... พี่อิงยอมรับว่าเจ้าคือลูกของเขากับคุณชายรองแล้วใช่ไหมน่ะอาเยวี่ยน"

  "อาเยวี่ยนก็ไม่แน่ใจ... หรือท่านพ่อกับท่านแม่จะเป็นพ่อแม่ข้าจริงๆนะ"

...

▪ถ้ำถูลู่เซวียนอู่▪
  เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจีเดินทางมาถึงถ้ำถูลู่เซวียนอู่ในเวลาต่อมาไม่นานนัก เมื่อเดินมาถึงจุดที่เคยเห็นอาเยวี่ยนน้อยนั่งสั่นอยู่ ทั้งสองจึงหันไปมองหน้ากันเพียงชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าให้เล็กน้อย ชักกระบี่ออกมาเตรียมพร้อมสู้กับถูลู่เซวียนอู่เต็มที่ แต่ก็ไร้วี่แววของเจ้าเต่างูนั่น

  "ดูเหมือนว่ามันจะกำลังจำศีลรึเปล่านะ"เว่ยอู๋เซี่ยนเอ่ยขึ้นเบาๆ เซียนซือทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ที่ละน้อยด้วยความระวัง ทุกย่างเก้าเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ทว่า...

แกร๊ก!

  เว่ยอู๋เซี่ยนเผลอเหยียบกิ่งไม้เล็กๆหักเป็นท่อนๆ เพราะเป็นถ้ำจึงทำให้เสียงก้องได้ไม่ยากเย็นนัก เพียงเสียงกิ่งไม้หักก็ทำให้เจ้าเต่าคองูนั้นตื่นขึ้นมาได้ หัวเหลี้ยมๆนั่นค่อยๆโผลพ้นออกมาจากกระดอง เมื่อเอาหัวออกมาจากกระดองแล้ว ถูลู่เซวียนอู่ก็รีบพุ่งเข้าใส่เซียนซือทั้งสองด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนที่ทั้งสองเคยเข้ามาก่อนหน้านี้

พรึ่บ!

  สองผู้ฝึกเซียนกระโดดหลบกันไปคนละทาง ก่อนจะเริ่มทำการโจมตีกลับ เจ้าสัตว์อสูรก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่ง รีบพุ่งไปทางเว่ยอู๋เซี่ยนทันที

เคร้ง!

  เสียงกระบี่เล่มงามที่รับแรงพุ่งของเขี้ยวอันใหญ่ดังขึ้น เว่ยอู๋เซี่ยนอัดพลังวิญญาณเข้าไปภายในกระบี่ เพิ่มความแข็งแรงของกระบี่รับแรงทั้งหมดไว้ เพื่อให้หลานวั่งจีใช้จังหวะในช่วงนั้น นำปี้เฉินแทงเข้าตรงคอยาวๆของถูลู่เซวียนอู่ เมื่อถูกโจมตีเจ้าสัวต์อสูรแสนดุร้ายก็เปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีใส่หลานวั่งจีแทน

  "หลานจ้าน!"เว่ยอู๋เซี่ยนร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง หลานวั่งจีกระโดดตีลังกาหลบได้อย่างหวุดหวิด เว่ยอู๋เซี่ยนจึงใช้วิชาอาคมที่เคยเรียนมาก่อนไปกูซูหลาน สร้างเปลวไฟเป็นวงกว้างเพื่อเรียกความสนใจของสัตว์อสูรถูลู่เซวียนอู่ มันพยายามที่จะโจมตีใส่เว่ยอู๋เซี่ยนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไฟที่คั่นกลางอยู่ หลานวั่งจีเปลี่ยนไปใช้สายพิณพิฆาตที่พกติดกายตลอดแทนกระบี่ปี้เฉิน


 อัดพลังวิญฐาณเข้าไปภายในสายพิณพิฆาตพร้อมทั้งใช้พลังบังคับการให้มันเคลื่อนไปรัดคอถูลู่เซวียนอู่ เมื่อนำสายพิณพิฆาตไประดรอบคอสัตว์อสูรเรียบร้อยจึงส่งสัญญาณให้เว่ยอู๋เซียนใช้อาคมสร้างไฟให้เผาไหม้ไปตามสายพิณ เว่ยอู๋เซี่ยนไปรอช้ารีบเหาะไปหาหลานวั่งจีทันที


  "เอาละนะ!"ว่าจบก็ใช้วิชาที่เคยเรียนมาจากเวินรั่วหานสร้างเปลวไฟให้เผาไหมไปตามสายพิณพิฆาต หลานวั่งจีดึงรัดสายพิณพิฆาตให้แน่นยิ่งว่าเดิม เมื่อเปลวไฟเผาไหม้ไปโดนคอยาวๆนั้น ถูลู่เซวียนอู่ก็กระสับกระส่ายไปมาทำเช่นนั้นไม่นานมันก็ล้มลงไป เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจีจึงกระโดดลงมาจากโขดหิยที่ยืนอยู่เมื่อครู่ พลันหูได้ยินเสียงเรียกเล็กๆดังขึ้นมา...

  "ท่านพ่อท่านแม่!!!"อาเยวียนน้อยวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางแตกตื่น เสียงใสๆนั่นทำให้ดวงตาสีทองอร่ามเบิกขึ้น ถูลู่เซวียนอู่ที่ยังคงไม่ตายแต่ใกล้สิ้นใจเต็มทนพุ่งไปหาเด็กน้อยทันที เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจีเบิกตากว้างร้องเรียกชื่อลูกชายตัวน้อยดังลั่น

"อาเยวียน!!!"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
_________________________
  

  มาต่อละนะ ฮัลโหล~ ยังมีคนอ่านอยู่มั้ยนะ คือจะแบกว่อ เอ้ย! จะบอกว่า กว่าจะแต่งตอนนี้ได้คือคิดนานมาก~ อยากบอกทุกคนใจจะขาดว่าไอ้ตัวละครปริศนาคือใคร แต่ทำไม่ได้ค่ะ เพราะฉินก็ไม่รู้ว่าใคร


(รีดเดอร์:เฮ้ย!แบบนี้ก็ได้เรอะ!!)

555+ คือจริงฉินก็อยากบอกนะทุกคนแต่เฉลยเลยมันไม่ได้ไงเออ ให้ทุกคนเดากันเอาเองแหละ ไปนะคะ บรั้ยย~


 อุ้ป!!มือลั่น!!!!

__________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #31 pam668811 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:20

    กรี๊ดดดดดดด
    รูปสุดท้ายนี้มัน เอาใจฉันไปเลยค่าาาาา
    ปล.ขอให้อาเยวียนปลอดภัยน่ะ
    #31
    1
    • #31-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 12)
      15 ธันวาคม 2562 / 19:23
      มือเรากดโดนน่ะค่ะ ;) ส่วนอาเยวียนนี่ไม่รู้สิคะ :)
      #31-1
  2. #30 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 18:54

    ไม่น่าๆๆๆๆๆๆอาเยวียนจะเป็นอะไรไม๊​

    #30
    1
    • #30-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 12)
      15 ธันวาคม 2562 / 18:57
      ไม่รู้สิคะ :)
      #30-1