[นิยายแปล] เชอร์รี่ของผมจะระเบิดในวันสิ้นโลก [Yaoi/BL]

ตอนที่ 78 : ตอนที่ 76 : คลี่คลายวิกฤตกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,647 ครั้ง
    23 มี.ค. 63

 

ตอนที่ 76 : คลี่คลายวิกฤตกาล

 

ด้วยความช่วยเหลือของจางอวิ๋นและซูรุ่ยเจ๋อ ปัญหาการระบาดของหนูกลายพันธุ์จึงถูกคลี่คลายไปได้ด้วยดี หนูกลายพันธุ์ทั้งหมดถูกฆ่า ส่วนหนูกลายพันธุ์ที่โดนระเบิดก็ถูกหนูตัวอื่นกินหมดแล้ว ซากศพหนูที่เหลือจึงค่อนข้างน้อย เอามารวมกันแล้วชั่งยังหนักเพียงไม่กี่ร้อยจินเท่านั้น

 

เมื่อได้รับข่าวดี เจียวซูโจวก็เลิกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดและรีบมาแสดงความขอบคุณแก่จางอวิ๋นและซูรุ่ยเจ๋อทันที จากนั้นยังออกคำสั่งให้ทหารช่วยกันรวบรวมร่างของหนูกลายพันธุ์และส่งไปยังโรงอาหารเพื่อเป็นวัตถุดิบ ฐานให้รางวัลทหารที่ทำงานหนักและประชาชนที่ช่วยจับหนูด้วยเนื้อเหล่านั้นอย่างใจกว้าง

 

แม้จะเป็นเนื้อหนู แต่ก็นับว่าเป็นเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ และเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์ก็รสชาติค่อนข้างดี เมื่อทำความสะอาดแล้ว นับว่าเป็นวัตถุดิบที่ดีไม่แพ้เนื้ออื่นๆ ยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคที่จะมาเลือกกิน ไม่นับว่าอาหารส่วนใหญ่ในฐานถูกพวกหนูทำลายไปหมดแล้ว เนื้อหนูที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้!

 

เพียง 2 คะแนนงาน ก็จะได้รับซุปเนื้อหนูตุ๋นมันฝรั่งหอมกรุ่นพร้อมข้าวขาว ทำให้ผู้รอดชีวิตในฐานยิ้มร่า ทุกคนล้วนมีความสุข บางคนมีความสุขกับการกินเนื้อ ส่วนบางคนมีความสุขที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหนูกลายพันธุ์ออกมาทำร้ายผู้คนและทำลายร้านค้าอีกต่อไป

 

จางอวิ๋นและซูรุ่ยเจ๋อใช้พลังพิเศษไปมาก อาจดูเหมือนพวกเขาจัดการหนูเหล่านั้นได้ง่ายๆ แต่ความจริงพวกเขาก็เหนื่อยอยู่ไม่น้อย ทั้งคู่มุ่งหน้ากลับไปยังอพาร์ทเท้นท์พร้อมลูกแมวและนอนหลับทันที คนอื่นในทีมต้องนำอาหารจากโรงอาหารกลับมาให้ และอย่างที่รู้กันว่าผู้ใช้พลังพิเศษกินจุแค่ไหน อาหารที่นำกลับมาจึงมีจำนวนเท่ากับ 6 คนกิน

 

ซูรุ่ยเจ๋อชิมแล้วคิด เนื้อของหนูกลายพันธุ์นี้อร่อยอย่างคำคุยจริงๆ รสชาติของมันคล้ายกับไก่เล็กน้อย

 

"พี่จาง วันนี้พวกเราไปที่โรงอาหารแล้วพบว่าคนหายไปจากฐานเยอะเลย" ระหว่าจางอวิ๋นและซูรุ่ยเจ๋อทานอาหาร เจิ้งเจียเหอก็นั่งที่โต๊ะอาหารแล้วพูดคุยกับพวกเขา

 

"โอ้? เกิดอะไรขึ้นล่ะ?" จางอวิ๋นถามทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา

 

"เหมือนบางคนจะคิดว่าฐานนี้กำลังจะจบสิ้นแล้ว เลยออกไปหาฐานอื่นอยู่น่ะ" โรงอาหารเป็นศูนย์รวมของผู้คน ข่าวจากที่นั่นมักไวเสมอ "ตอนเดินกลับมาก็เห็นหลายคนไปแลกเปลี่ยนสิ่งของที่สำนักงานบริหาร ได้ยินว่ามีฐานหลิงเฉิงอยู่ไม่ไกลจากเรานัก หลายคนจึงขับรถไปที่นั่น ส่วนใหญ่เป็นผู้มีพลังพิเศษ ก่อนไปพวกเขายังใช้คะแนนงานทั้งหมดในบัตรประจำตัวแลกเปลี่ยนเป็นอาหาร หน้าไม่อายซะจริง!"

(ที่เจียเหอด่าว่าหน้าไม่อาย เพราะในขณะที่ฐานเจอวิกฤตขาดแคลนอาหาร แต่คนยังเอาคะแนนงานมาแลกอาหารเพื่อย้ายไปฐานอื่น)

 

"ฐานรู้เรื่องนี้ไหม?"

 

"รู้ แต่พวกเขาจะทำอะไรได้? ไม่มีใครห้ามคนจะไปได้หรอก..." เจิ้งเจียเหอพูดต่อ "ตอนนี้ฉันเองก็คิดว่าฐานของเราเริ่มขาดแคลนอาหารแล้ว ได้ยินหนิวต้าลี่พูดว่าทหารครึ่งหนึ่งได้รับภารกิจให้ออกไปค้นหาอาหาร"

 

"และ..." เจิ้งเจียเหออยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบไป

 

"อะไร?"

 

"ฉันได้ยินพวกที่สำนักงานบริหารพูดกันว่าพวกเขาเห็นยุ้งฉางระเบิดจนกำแพงเป็นรู พอพวกเขาไปดูเลยรู้ว่าฐานเหลือธัญพืชไม่มาก คนเหล่านั้นจึงตัดสินใจเดินทางไปที่ฐานหลิงเฉิง"

 

ซูรุ่ยเจ๋อได้ยินดังนั้น มือของเขาก็กำตะเกียบแน่น อาหารส่วนใหญ่ของฐานถูกหนูทำลายไปแล้ว เกรงว่าที่มีคงอยู่ได้ไม่ถึง 2 เดือน

 

ยุ้งฉางถูกหนูทำลาย พวกคนที่ตั้งใจทิ้งฐานไปพร้อมทรัพยากรก็มีแต่พวกฉวยโอกาส แม้ว่าฐานจะรู้ว่าตัวเองไม่มีอาหารมากนัก แต่ก็ต้องกัดฟันให้ไป

 

ถ้าเป็นก่อนวันสิ้นโลก คงเหมือนธนาคารที่มีข่าวเชิงลบ หลายคนที่ฝากเงินไว้ก็พากันมาถอนเงิน ต่อให้ธนาคารจะตระหนักว่าเงินทุนสำรองเริ่มน้อยลง แต่ก็ต้องยอมให้คนเหล่านั้นถอนเงินออกไป มิเช่นกันก็เหมือนยอมรับว่าธนาคารไม่มีเงิน จิตใจของผู้คนต่างรวนเร พอรู้ว่าธนาคารขาดเงินผู้คนก็จะยิ่งมาขอถอนเงินจนกระทั่งธนาคารต้องปิดตัวไป

 

สำหรับฐานนี้ก็เป็นทำนองเดียวกัน ถ้าทางฐานปฏิเสธให้ผู้คนแลกเปลี่ยนอาหาร คนส่วนใหญ่ก็จะยิ่งตื่นตระหนกเพราะคิดว่าฐานกำลังขาดแคลนอาหาร และฐานก็จะยิ่งวุ่นวาย

 

แม้พวกเขาจะเรียนรู้เทคโนโลยีการปลูกพืชไร้ดินมาแล้ว แต่ก็ใช้เวลานานกว่าพืชในเรือนกระจกจะเติบโต ผู้ใช้พลังไม้อาจช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ แต่จะให้ปลูกพืชเลี้ยงคนทั้งฐานคงเป็นไปไม่ได้

 

ส่งกำลังทหารไปครึ่งหนึ่งแล้วได้อาหารกลับมาแค่ไหนน่ะหรือ? แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของคนทั้งฐานอยู่ดี

 

ซูรุ่ยเจ๋อหันหน้าไปมองจางอวิ๋นโดยไม่รู้ตัว เขาเป็นคนสร้างระเบิดลูกนั้นเอง แม้จะกล่าวว่าทำเพื่อฆ่าหนูกลายพันธุ์ แต่เขาก็มีส่วนทำให้เรื่องที่ว่าฐานกำลังขาดแคลนอาหารแพร่กระจายออกไป ถ้าปัญหาเรื่องอาหารยังไม่ถูกแก้ไขในเร็ววัน ฐานนี้คงต้องล้มสลายแน่นอน

 

และตอนนี้ เขาก็มีความคิดดีๆ แล้ว...

 

เมื่อจางอวิ๋นมองเข้าไปในดวงตาของซูรุ่ยเจ๋อ เขาก็พลันเข้าใจสิ่งที่เด็กหนุ่มคิด

 

ความลับอย่างหนึ่งของซูรุ่ยเจ๋อที่มีแต่เขาที่รู้ คือมิติที่สามารถปลูกพืชได้นั่นเอง ครั้งหนึ่งจางอวิ๋นก็เคยถูกซูรุ่ยเจ๋อพาไปยังหุบเขาอันงดงามดุจสรวงสวรรค์ ที่นั่นไม่ได้มีเพียงผักผลไม้ แต่ยังมีไร่ปลูกธัญพืช เช่น ข้าว และข้างฟ่าง ถ้านำธัญพืชเหล่านั้นออกมา ก็สามารถแก้ปัญหาอาหารขาดแคลนของฐานได้

 

ก็แค่...ต้องหาทั้งเวลาที่เหมาะสมและข้ออ้าง...

 

หลังมื้อเย็น จางอวิ๋นไล่คนอื่นให้กลับห้องของตัวเอง ส่วนเขากับซูรุ่ยเจ๋อล็อคประตูห้องและเข้าไปในมิติ

 

ดอกไม้และผลไม้มีอยู่ทั่วไปในมิติ พื้นดินและพรรณไม้อุดมสมบูรณ์ ซึ่งตรงข้ามกับโลกความเป็นจริงที่พืชส่วนใหญ่เหี่ยวแห้งตายไปเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเป็นระยะเวลายาวนาน

 

ทั้งคู่หยิบเครื่องมือช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าวและข้าวฟ่างในไร่ทั้ง 10 เอเคอร์ ก่อนนำไปเก็บในหุบเขา ผลผลิตที่ได้น่าจะอยู่ราวๆ 3 - 4 พันจิน ซึ่งเพียงพอให้ฐานผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มีเครื่องขัดสี ธัญพืชทั้งหมดจึงยังมีเปลือก ทำให้น้ำหนักของมันเป็น 2 เท่า

 

พวกเขายุ่งอยู่กับงาน แต่ก็ไม่ได้ขอให้เพื่อนคนอื่นในทีมมาช่วย ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ ทุกคนในทีมรู้ว่าซูรุ่ยเจ๋อมีมิติ แต่เรื่องความพิเศษของมิตินั้น มีคนรู้ยิ่งน้อยยิ่งดี

 

นี่ใกล้จะถึงช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เป็นไปได้ว่าชาวไร่จะเก็บธัญพืชบางส่วนไว้ในโกดัง พวกเขาตัดสินใจว่าจะพากันออกไปนอกฐาน และเมื่อกลับมาก็จะบอกกับคนอื่นว่าพวกเขาพบธัญพืชตามหมู่บ้านต่างๆ

 

แต่เมล็ดพืชจากมิติของซูรุ่ยเจ๋อนั้นสดเกินไป พวกเขาต้องหาที่เอาธัญพืชเหล่านี้ไปตากแดดในเวลากลางวัน เพื่อทำให้สภาพของมันแย่ลงเหมือนของเก่าเก็บ

 

ทั้งคู่ออกมาจากมิติ อาบน้ำ และพักผ่อน

 

วันต่อมา เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน จางอวิ๋นก็พาทีมไปหาร้อยโทจาง พวกเขาขอยืมรถบรรทุกทหารมาคันหนึ่ง อย่างไรข้าวมากกว่าพันจินก็ใส่รถออฟโรดมาไม่ได้อยู่แล้ว

 

ร้อยโทจางอนุญาตให้พวกเขาใช้รถโดยไม่ถามอะไร เขาตั้งใจส่งพลขับมาด้วย แต่จางอวิ๋นก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ จางซั่วเหลียงเองก็มีใบขับขี่ ทำให้ไม่มีปัญหาในการขับรถบรรทุก

 

จางอวิ๋นและสมาชิกในทีมขับรถบรรทุกออกจากฐานไปทั้งวัน และเมื่อพวกเขากลับมา ทั้งคันรถก็เต็มไปด้วยอาหาร พวกเขาแวะไปหลายหมู่บ้าน และพบเครื่องสีข้าว 2 เครื่องจึงนำกลับมาด้วย

 

จางอวิ๋นส่งมอบธัญพืชเหล่านั้นให้กับร้อยโทจาง รถบรรทุกเต็มไปด้วยเมล็ดพืชสีทอง แม้ว่าพวกมันจะดูบอบช้ำจากการตากแดดทั้งวัน แต่ก็ยังเป็นธัญพืชอันล้ำค่า! ชายชาติทหารสูง 1.8 เมตรอย่างร้อยโทจางยังน้ำตารื้น

 

เดิมทีจางอวิ๋นต้องการบริจาคธัญพืชทั้งหมดให้กับฐาน เพราะเดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้ลงทุนอะไรอยู่แล้ว แต่ร้อยโทจางกลับปฏิเสธ ด้วยความเป็นทหาร พวกเขาไม่ต้องการเอาเปรียบประชาชน ในที่สุดพวกเขาจึงแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนงานกลับมา และหากฐานสามารถผลิตธัญพืชโดยวิธีการปลูกพืชไร้ดินได้จำนวนมาก ธัญพืชจำนวนเท่านี้ก็จะถูกส่งมอบคืนให้แก่พวกเขา

 

ในที่สุดฐานก็มีอาหารอีกครั้ง!!! มีอาหารจำนวนมากมาจากข้างนอก!!!

 

นับเป็นข่าวดีมาก ผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่งเห็นรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยเมล็ดข้าวขับผ่านประตูเมืองเข้ามา ไม่มีใครรู้ว่าธัญพืชเหล่านี้มาจากไหน รู้แต่ว่ากองทัพหาอาหารจำนวนมากมาจากด้านนอก เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ ฐานยังประกาศเรื่องเทคโนโลยีปลูกพืชไร้ดิน เพื่อรับประกันว่าพวกเขาจะมีอาหารเพียงพอในระยะยาว เมื่อข่าวออกมาดังนั้น เหล่าผู้รอดชีิวิตจึงยินดีและวิ่งช่วยกระจายข่าวสารไปทั่ว

 

และสำหรับคนที่ฉวยโอกาสส่งมอบบัตรประจำตัวคืนเจ้าหน้าที่เพื่อขอย้ายออกจากฐานไปแล้ว ฐานก็ไม่มีนโยบายรับคนเหล่านั้นกลับมา คนที่จิตใจรวนเรและฉวยโอกาสซ้ำเติม ย่อมไม่เป็นผลดีกับฐาน อยากไปฐานอื่นหรอ? ก็ปล่อยให้พวกเขาไป

 

ซูรุ่ยเจ๋อและคนอื่นในทีมมองดูผู้คนออกจากฐานไปพร้อมข้าวของและอาหาร พวกเขารู้ว่าฐานหลิงเฉิงนั้นค่อนข้างเล็ก และเป็นฐานส่วนบุคคลที่ไม่ได้แข็งแกร่งนัก ยังห่างชั้นกับฐานเมืองอานฮุยมาก ผู้มีพลังพิเศษอาจพอใจกับการดูแลที่ดีที่นั่น แต่สำหรับคนธรรมดานับว่าค่อนข้างเลวร้าย ซึ่งถ้าเทียบกับฐานปัจจุบันของพวกเขาแล้วก็เหมือนหน้ามือกับหลังมือ และในชีวิตนี้ก็ไม่มีเจ้าอ้วนลู่หยาง เดาได้ว่าฐานหลิงเฉิงคงไม่มีเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแน่นอน เมื่อคนเหล่านั้นไปถึงคงเข้าใจเองว่าตัวเองทิ้งโอกาสแบบไหนไป

 

ในอนาคต ฐานภาคใต้นี้จะมีแต่ดีขึ้น หากคนเหล่านั้นอยากกลับมาก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

 

ไม่มียาไหนในโลกรักษาความเสียดาย ผู้คนต้องรับผิดชอบทางเลือกของตนเอง

 

 

_____________________

 

นักเขียนมีเรื่องจะกล่าว :

 

[โรงละครเร่เล็กๆ]

 

เสี่ยวเฮย : หนู! พวกแกต้องตายในอุ้งมือเดียว! เมี๊ยว! ฝูงหนูมาแล้ว! พวกทาส! มาจัดการเดี๋ยวนี้!

ซูเสี่ยวเจ๋อ : เชอร์รี่ 1 ลูก เชอร์รี่ 2 ลูก... ดอกไม้กินเนื้อ 1 ต้น ดอกไม้กินเนื้อ 2 ต้น... เรียบร้อย!

ทหารหนุ่ม : ━Σ(?Д?|||)━ ในที่สุดผมก็เข้าใจความรู้สึกของดร.หยางแล้ว...

ซูเสี่ยวเจ๋อ : จางเสี่ยวอวิ๋น!

จางเสี่ยวอวิ๋น : อ่า! มีอะไรหรือภรรยา?

ซูเสี่ยวเจ๋อ : ภาพตรงหน้าน่าขยะแขยงมาก ใช้พลังกัดกร่อนพวกมันเร็วเข้า!

เจิ้งเจียเหอ : นายแสร้งทำนี่นา! อีกอย่าง ใช้พลังของพี่จางแบบนี้มันขี่ช้างจับตั๊กแตนเกินไปแล้ว!

จางเสี่ยวอวิ๋น : แต่ฉันชอบนะ!

ซูเสี่ยวเจ๋อ : ก็ผมมีคนให้หวานด้วยนี่นา

เจิ้งเจียเหอลอบมองเฉิงเจียวที่ส่งยิ้มหวานกลับมาให้

เจิ้งเจียเหอ : (กลืนน้ำลาย) ฉัน... ฉันขอไม่หวานดีกว่า

 

_______________________

 

เย้ กลับมาอัพแล้วค่ะ /โปรยกระดาษสี

คนในฐานมีอาหารกินแล้ว แต่ผู้แปลปวดใจมาก ห้างกับร้านแถวบ้านหมูสไลด์หมดทุกร้านเลยค่ะ จะเอาที่ไหนใส่มาม่า /ร้องไห้

 

ผู้แปลต้องขออภัยกับความสับสนของตัวเองเกี่ยวกับนิยายเรื่องใหม่ที่จะแปลด้วยนะคะ ตอนแรกเราอ่านแค่คำโปรยเลยนึกว่าตัวละครที่ดำเนินเรื่อง(มือสังหาร)เป็นนายเอก แต่ที่จริงแล้วเรื่องนี้พระเอกเป็นคนดำเนินเรื่องค่ะ (พอรู้ว่าน้องลูกครึ่งเอลฟ์-อินคิวบัสเป็นพระเอก ก็ขอสวดมนต์ก่อนเลยค่ะ แง้ อินคิวบัส)

ชื่อเรื่อง Vanguard of the Eternal Night

พระเอกเป็นปรมาจารย์มือสังหาร นายเอกเป็นอัจฉริยะเจ้าของปริญญา 3 ใบ และเป็นขาทองคำของพระเอกที่ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกสมัยใหม่

บอกได้เลยว่าสนุกมาก หวานมาก พระเอกคือเย็นชากับทุกคนเพื่อมาเต๊าะน้องคนเดียว ส่วนน้องคือ พี่เล่นเกมไปเถอะ แต่ถ้าใครจะมาเอาเปรียบพี่ ผมจะฟ้องมันให้หมดตัวเอง!

เป็นแนวเกมเสมือนจริงที่คล้ายแฟนตาซีมากกว่านิยาย e-sports อีกค่ะ คือพระเอกมีความจำเป็นทำให้ล็อคเอ้าท์ออกจากเกมไม่ได้ และในโลกอนาคตผู้คนจำนวนมากจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือน เพราะโลกจริงๆ ใช้หุ่นยนต์ทำงานเกือบหมดแล้ว

เด็กดี >> จิ้มตรงนี้ <<

ReadAWrite >> จิ้มตรงนี้ <<

 

เรื่อง VEN จะเริ่มลงพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องของเสี่ยวเจ๋อ ก็จะลงหลังอิ้งอัพเหมือนตอนนี้ ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาโดยตลอด ไปเจอกันที่เรื่องโน้นวันพรุ่งนี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.647K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,138 ความคิดเห็น

  1. #6501 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:06

    ดีแล้วที่ตัดสินใจไม่รับคนที่ออกไป
    #6,501
    0
  2. #5272 น้ำพัน (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:33
    ไม่มีฐานไหนดีเท่าที่นี่อีกแล้ว
    #5,272
    0
  3. #5126 Taetaemnae (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:43
    อ่านจนตาเหลือกไปเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #5,126
    1
    • #5126-1 Saturoom(จากตอนที่ 78)
      1 สิงหาคม 2563 / 10:59
      ชอบเอเนอร์จี้มากค่ะ 🤣
      #5126-1
  4. #4805 com23476 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:13

    อร้าาาา ไรท์รักไรท์มากกก สายนักอ่านไม่มีพลาดคะ!

    #4,805
    0
  5. #4696 hunnay (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 11:43
    รอคร้าาาอืกเรื่องก็ติดตามอยู่ค่ะ
    #4,696
    0
  6. #4694 TBam_9397 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 15:15
    ท่านเทพเจ้านักแปลอิ้ง ได้โปรดเถิด 5555
    #4,694
    0
  7. #4693 Gwanghwamun (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:26
    ขอบคุณมากค่ะแปลสนุกมากก
    ตอนนี้ได้ข้อคิดดีๆด้วย
    #4,693
    0
  8. #4690 MitsukiCarto (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 06:29

    คนทั้งฐานต้องบูชาน้องแล้วล่ะ~
    สู้ๆไรท์
    #4,690
    0
  9. #4672 ลัทธิเนียลอง (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:24
    นี่ถึงกลับต้องไปเล่นเกมเลยทีเดียว...
    #4,672
    0
  10. #4635 Dar699699 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 23:42

    รอๆๆๆๆๆ
    #4,635
    0
  11. #4624 'เฟย์'แกลบจังเลยค่า (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 19:19

    แงๆขอบคุณที่อัพนะคะ ติดตามจลอดค่ะ เดี๋ยวเรื่องใหม่ไปติดตามด้วย

    #4,624
    0
  12. #4605 sukanyaza (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 13:39
    น้องคือขาทองคำของพี่
    #4,605
    0
  13. #4602 09fg (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 11:58

    แปลสนุกมากค่ะ
    ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
    #4,602
    0
  14. #4601 NatnichaNn (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 11:29
    รอมาอัปต่อเร็วๆนะไรท์
    #4,601
    0
  15. #4593 Konrafah (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 17:58
    มีขาทองคำอยู่หลายขา ดันทิ้งไปซะงั้น
    #4,593
    0
  16. #4592 CnRosebud (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 17:23

    รอค่ะ ^^

    #4,592
    0
  17. #4591 Martive (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 15:47
    แล่เองเลยครับ😁
    #4,591
    0
  18. #4589 PikazZA (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 14:09

    สะใจคนที่ไปยิ่งนัก5555

    #4,589
    1
  19. #4585 Prawduan (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 18:35
    ว้าวววว...อีกเรื่องเดี๋ยวตามไปแน่นอน
    #4,585
    0
  20. #4584 yukai (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 17:30
    ขอบคุณมาก
    #4,584
    0
  21. #4583 LovelyWonbin (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 14:49
    มันช่างเข้ากับสถานะการณ์ตอนนี้จริงๆ ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่าาาา
    #4,583
    0
  22. #4582 เก้าอี้น้อย (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 14:28
    อ่านรวดเดียวเลยค่ะ สนุกมากกก แปลดีงามมากกก เดี๋ยวไปตามเรื่องต่อไปเลยค่ะ
    #4,582
    0
  23. #4580 Ning6653 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 11:44

    ขอบคุณไรท์จ้า
    #4,580
    0
  24. #4579 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 10:35

    รออ่านต่อไปอีกงัฟฟ
    #4,579
    0
  25. #4578 -ฝนดาวตก- (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 10:13
    วิกฤตการณ์ แบบนี้รึเปล่าคะ ปลสนุกมากค่าาา
    #4,578
    1
    • #4578-1 เทพเจ้าแงว(จากตอนที่ 78)
      25 มีนาคม 2563 / 14:19
      วิกฤตกาล ความหมายจากราชบัณฑิตฯ คือ น. เวลาอันวิกฤติ เช่น ในวิกฤติกาลข้าวของมีราคาแพงและหาซื้อยาก.
      เราจงใจใช้ความหมายนี้ค่ะ
      #4578-1