[นิยายแปล] เชอร์รี่ของผมจะระเบิดในวันสิ้นโลก [Yaoi/BL]

ตอนที่ 70 : ตอนที่ 69 : การปลูกพืชไร้ดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,654 ครั้ง
    15 มี.ค. 63

 

ตอนที่ 69 : การปลูกพืชไร้ดิน

 

คืนนั้นทีมของจางอวิ๋นตั้งใจขับรถออกไปนอกฐาน แต่กลับถูกทหารอายุน้อยชื่อชิวเจียนเฉาเรียกเอาไว้ก่อน

 

"หัวหน้าจางอวิ๋น! หัวหน้าจางอวิ๋น!"

 

ชิวเจียนเฉาปลุกพลังความเร็วขึ้นมาได้ ภายหลังผู้บังคับบัญชาจึงให้เขารับหน้าที่วิ่งไล่ตามทุกสิ่งอย่าง ตอนนี้หน้าที่ของเขาคือวิ่งไล่ตามพวกจางอวิ๋นให้ทัน

 

"เสี่ยวชิว? มีอะไรหรือเปล่า?" จางอวิ๋นหยุดรถ ก่อนลดกระจกลงเพื่อโผล่หน้าออกไปถาม

 

"ร้อยโทจางขอให้พวกคุณไปพบครับ" ชิวเจียนเฉาปาดเหงื่อ โชคดีที่เขาวิ่งเร็วมาก ไม่อย่างนั้นหัวหน้าจางอวิ๋นคงออกไปจากเมืองก่อน

 

"ได้" จางอวิ๋นกลับรถแล้วมุ่งไปที่ศูนย์บัญชาการทันที

 

ร้อยโทจางกำลังรอพวกเขาอยู่ที่แผนกต้อนรับของศูนย์ใหญ่ เมื่อเขาเห็นจางอวิ๋นเดินเข้ามาก็รีบเข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

 

"หัวหน้าจางอวิ๋น คุณมาแล้ว"

 

"ร้อยโทจาง คุณต้องการให้เราช่วยในภารกิจใหม่หรือ?" พวกเขาทักทายกันเล็กน้อย ก่อนจางอวิ๋นจะเข้าเรื่องทันที

 

หลังจากผ่านความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายหลายครั้ง ร้อยโทจางจึงพูดเข้าเรื่องเลย "ใช่ครับ เราได้ยินมาว่ามีคนในฐานเมืองอานฮุยพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกพืชไร้ดินขึ้นมา ซึ่งจะสามารถเพิ่มผลผลิตของพืชได้มหาศาล ภายใต้การดูแลของผู้ใช้พลังไม้ เราจึงอยากส่งผู้ใช้พลังไม้จำนวนหนึ่งไปศึกษา แต่ถนนระหว่าฐานภาคใต้และฐานเมืองอานฮุยยังไม่ถูกเคลียร์ เราเลยกังวลว่าจะอันตรายเกินไป ยิ่งกว่านั้น ในฐานของเรา พลังไม้ของเสี่ยวซูนับว่าแข็งแกร่งที่สุด หากไม่รบกวนพวกคุณจนเกินไป เราก็อยากเชิญพวกคุณร่วมทางและปกป้องผู้ใช้พลังไม้สัก 1 - 2 คนไปถึงที่หมาย"

 

ได้ยินดังนั้น จางอวิ๋นก็หันไปมองซูรุ่ยเจ๋อแล้วถาม "เสี่ยวเจ๋อ เธอคิดยังไง?"

 

ซูรุ่ยเจ๋อ : ...

อะไรคือเขาคิดยังไง? เขายังไม่ได้คิดอะไรเลย! พลังทั้งหมดของเขาก็เอาไปใช้สร้างอาวุธหมด ไม่เหลือปลูกพืชแล้ว! ผักผลไม้ทั้งหมดที่เขามีคือของที่ปลูกในมิติ ดังนั้นความรู้จากฐานเมืองอานฮุยก็นับว่าไร้ประโยชน์ต่อเขาโดยสิ้นเชิง!

 

จางอวิ๋นเห็นคนรักตัวน้อยส่งสายตาเชือดเฉือนมาให้ก็รีบกลับคำ "แต่พลังของเสี่ยวเจ๋อพิเศษมาก อย่าให้เขาเปลืองพลังไปกับการปลูกพืชเลย ร้อยโทจาง คุณควรเลือกผู้ใช้พลังไม้คนอื่นไปกับพวกเราด้วย"

 

"ได้" ร้อยโทจางก็คิดว่าพลังของซูรุ่ยเจ๋อพิเศษเกินไปเช่นกัน และไม่ควรให้เด็กชายเสียเวลาไปกับการทำฟาร์ม เขาจึงตกลงอย่างรวดเร็ว

 

"เราจะออกเดินทางวันไหน?"

 

"แน่นอนว่ายิ่งเร็วยิ่งดี ถ้าพวกคุณไม่มีปัญหา ก็ออกเดินทางพรุ่งนี้เวลา 6 โมงเย็นได้เลย แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าดร.หยางที่จะเดินทางไปด้วยคนนั้นเรียนจบสูง มีเทคโนโลยีที่ดีจริง และรักการวิจัย แต่อารมณ์ของเขากลับ... อืมม เขาออกจะแปลกๆ อยู่หน่อย พวกคุณก็ดูแลตัวเองดีๆ"

 

"ไม่ต้องเป็นห่วง" จางอวิ๋นเข้าใจ ไม่ใช้ว่าทุกวันนี้ผู้คนที่ทำงานวิจัยกับงานด้านการศึกษาล้วนแล้วแต่มีด้านที่แปลกเล็กๆ อยู่แล้วหรือ?

 

ในเมื่อต้องเดินทางออกไปทำภารกิจในวันพรุ่งนี้ วันนี้พวกเขาจึงตัดสินใจไม่ออกไปนอกเมือง ทุกคนในกลุ่มกลับไปพักผ่อนให้เด็มที่ เพราะฐานเมืองอานฮุยอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนที่นี่

 

วันต่อมา พวกเขานัดเจอกันที่ประตูหน้า เมื่อจางอวิ๋นพบดร.หยาง หยางหมิงหยูเป็นชายสวมแว่นที่หน้าเด็กมาก ดูภายนอกแล้วอายุไม่น่าถึง 30 ปี แต่กลับมีปริญญาเอกด้านชีววิทยาและเคมี นับเป็นมนุษย์ที่ IQ สูงกว่าคนทั่วไป เขาเป็นเป้าหมายหลักที่ต้องการเดินทางไปฐานเมืองอานฮุยเพื่อศึกษาเทคโนโลยีปลูกพืชไร้ดิน ตามด้วยผู้ช่วยอีก 2 คน เป็นผู้ชาย 1 คน และผู้หญิง 1 คน

 

ดร.หยางนั่งอยู่ในรถลิมูซีน ได้ยินว่าครอบครัวของดร.หยางฐานะดีมาก รถนี้เป็นของเขาเอง แต่ตอนนี้ภายในกลับกลายเป็นห้องทดลองขนาดย่อมๆ เพื่อให้นักวิจัยท่านนี้สามารถทำวิจัยบางอย่างระหว่างเดินทางได้

 

นอกจากทีมของจางอวิ๋นแล้ว ฐานยังส่งรถทหารมาอีก 2 คันเพื่อคุ้มกัน คราวนี้กวนหงได้รับมอบหมายให้ดูแลภารกิจนี้ ส่วนหลี่หมิงไม่ได้เข้าร่วมภารกิจเนื่องจากติดภารกิจอื่น

 

กวนหงเคยร่วมมือกับทีมของจางออวิ๋นแล้วครั้งนึง จึงรู้ถึงความแข็งแกร่งของทีมนี้ดี เขามาท่าทีสุภาพและใส่ใจกลุ่มของจางอวิ๋นอยู่ตลอด

 

มีผู้ใช้พลังไม้ 2 คนเดินทางมากับทหาร คนที่อายุมากกว่าชื่อหลัวหยวน ซึ่งเป็นคนที่ฐานรับสมัครเข้ามา เดิมทีเขามีอาชีพเกษตรกร พื้นฐานเป็นคนซื่อสัตย์และใจดี ปัจจุบันนับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชที่เก่งที่สุดในเมือง ส่วนอีกคนชื่อว่าเซียวเจียง เป็นทหารอายุน้อยที่เพิ่งปลุกพลังไม้ขึ้นมาได้ แต่ยังไม่เชี่ยวชาญการควบคุมพลังนัก ปกติแล้วเขาจะไม่ได้รับมอบหมายงานที่ต้องใช้พลังสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ฐานค่อนข้างขาดแคลนผู้ใช้พลังไม้ หากให้ผู้ใช้พลังไม้ที่เชี่ยวชาญการปลูกพืชอีกคนมาแทน ฐานจะไม่เหลือผู้เชียวชาญเลย สุดท้ายหลัวหยวนและเซียวเจียงจึงถูกเลือกมา

 

ขบวนรถออกเดินทาง โดยรถทหารทั้งสองคันประกบหน้าหลังของรถลิมูซีน ส่วนรถของกลุ่มจางอวิ๋นขับอยู่ข้างๆ

 

พวกเขาขับไปทางทิซตะวันตก ในที่สุดก็พบกับทางหลวง HX หากพวกเขาเดินทางผ่านทางหลวง HX และทางหลวง JT จากนั้นก็ข้ามสะพานเทียนเหมินไป พวกเขาก็ใกล้ถึงชานเมืองอานฮุยแล้ว

 

บนทางหลวงมีรถยนต์ที่ถูกทิ้งไว้จำนวนมาก ทำให้พวกเขาไม่สามารถขับรถไปต่อได้ จำไปต้องเคลียร์ถนนและกำจัดซอมบี้ไปตลอดทาง ทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนาน

 

หากเป็นก่อนวันสิ้นโลก ควรใช้เวลาเดินทางเพียง 3 - 4 ชั่วโมงจากฐานภาคใต้ไปยังฐานวังเฉิง แต่ตอนนี้ต้องใช้เวลาถึง 2 - 3 วัน

 

แต่เมื่อมีกระสุนชนิดใหม่ การกำจัดซอมบี้ก็ง่ายขึ้นมาก ผู้ใช้พลังไฟของกองทัพรับหน้าที่เผาศพซอมบี้และเก็บคริสตัลนิวเคลียส นอกนั้นแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก

 

ในเวลากลางวัน พวกเขาหยุดพักที่ปั๊มน้ำมันระหว่างทาง และเดินทางในเวลากลางคืน ใช้เวลากว่า 2 วันบนถนน ในที่สุดก็พบพาหนะจำนวนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปที่ฐานเมืองอานฮุย คนเหล่านั้นขับรถตามพวกเขามาเมื่อเห็นรถทหาร

 

เวลาตี 3 ของวันที่ 3 ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงสะพานเทียนเหมิน แต่ถนนบนสะพานกลับมีรถจอดขวางทาง กวนหงคิดว่าคงเป็นรถที่ถูกทิ้งไว้ ในขณะที่กำลังเรียกลูกน้องไปขยับรถ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่ามีคนอยู่ในรถเหล่านั้น

 

กวนหงเคาะหน้าต่างรถ เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าด้านนอกมารถทหาร ก็ลดกระจกลงแล้วมองออกมากอย่างสุภาพ

 

"คุณทำอะไรอยู่? ทำไมถึงจอดรถขวางทางล่ะ?" กวงหงถามอย่างประหลาดใจ

 

"พวกเรากำลังเข้าคิว หากต้องการเข้าไปในฐานเมืองอานฮุย ต้องแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรจำนวนหนึ่ง ซึ่งการตรวจนับใช้เวลาค่อนข้างนาน" ชานในรถมองมาที่กวนหงก่อนถาม "พวกคุณไม่ได้มาจากฐานเมืองอานฮุยหรอ?"

 

"พวกเรามาจากฐานภาคใต้ คุณบอกได้ไหมว่าต้องจ่ายอะไรเป็นค่าผ่านเข้าเมืองอานฮุย?" กวนหงถามก่อนยื่นบิสกิตห่อเล็กให้เป็นค่าข่าว

 

อีกฝ่ายรับไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนรีบแกะกินอย่างรวดเร็ว ระหว่างแกะก็ให้ข้อมูลกับกวนหงไปด้วย

 

กลับกลายเป็นว่าฐานเมืองอานฮุยไม่ได้จัดตั้งโดยกองทัพ แต่เป็นความร่วมมือของอิทธิพลในเมืองหลายกลุ่ม แม้จะมีกองทัพอยู่ในนั้น แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในเมืองอานฮุย

 

แม้ว่าฐานเมืองอานฮุยจะรับผู้รอดชีวิต แต่ไม่เหมือนกับฐานภาคใต้ ที่นี่ทุกคนต้องจ่ายค่าเข้าเมืองเป็นธัญพืชหนัก 1 จิน (0.6 กิโลกรัม) และฐานก็ไม่ได้เตรียมที่พักหรืออาหารไว้ให้ เมื่อเข้าเมืองไปแล้วก็ตัวใครตัวมัน แต่ฐานเมืองอานฮุยกลับดูแลผู้ใช้พลังพิเศษดีกว่าคนปกติพอสมควร ถ้าใครเป็นผู้ใช้พลังพิเศษก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเข้าเมือง และเมื่อเข้าเมืองมาได้ก็จะได้เข้าทีมผู้ใช้พลังพิเศษทันที ปัญหาเรื่องอาหารและที่พักอาศัยก็ถูกจัดการได้ง่ายๆ ดังนั้นฐานเมืองอานฮุยจึงเป็นที่นิยมของผู้ใช้พลังพิเศษ เมื่อเมืองอานฮุยมีผู้ใช้พลังพิเศษมากขึ้น คนธรรมดาจึงอยากเข้ามาอยู่ในฐานนี้ด้วย

 

รถที่จอดหน้าประตูจนทำให้ต้องต่อคิวยาวนั้นไม่ใช่รถของผู้รอดชีวิต แต่เป็นรถของทีมผู้ใช้พลังพิเศษที่ออกไปทำภารกิจ เมื่อกลับมาพวกเขาต้องแบ่งของให้ฐานครึ่งหนึ่ง จึงใช้เวลาตรวจนับนานกว่าปกติ

 

กวนหงมึนงง เขาไม่คิดว่าข้อบังคับของฐานเมืองอานฮุยจะเป็นแบบนี้

 

แต่พวกเขามีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ และต้องการเรียนรู้วิธีปลูกพืชไร้ดินจากฐานเมืองอานฮุย พวกเขาจึงทำได้แค่ต่อแถว

 

ในที่สุด หลังผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง พวกเขาก็สามารถข้ามสะพานเทียนเหมินมากได้ และถึงคิวพวกเขาแล้ว

 

แต่กลับมีเสียงคำรามของซอมบี้ดังขึ้นก่อน

 

"ซอมบี้! ฝูงซอมบี้กำลังมา!" ทันใดนั้น ทุกคนก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย หลายคนหนีขึ้นรถและต้องการขับหนีไป แต่เนื่องจากขบวนรถต่อคิวกันยาวเหยียดปิดทางไว้ พวกเขาจึงไม่สามารถหนีไปไหนได้

 

"อย่างกังวล! อย่าขยับ!" ตอนนั้นเอง ใครคนหนึ่งก็บีบแตรแล้วตะโกน ก่อนยิงปืนขึ้นฟ้าไปนัดหนึ่ง

 

ฝูงชนจึงสงบลง แล้วมองไปทางต้นเสียง

 

เป็นชายในเสื้อยืดแขนสั้นยืนอยู่บนรถบรรทุกคันใหญ่ตะโกนลงมาใส่พวกเขา รอบข้างชายคนนั้นมีคน 7 - 8 คนที่ถือปืน ทุกคนมีตราสัญลักษณ์รูปสายฟ้าบนแขน และดูผ่อนคลาย ไม่คล้ายคนตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

 

"ผู้ใช้พลังสายฟ้า! เป็นผู้ใช้พลังสายฟ้า!" คนจากฐานเมืองอานฮุยจดจำคนเหล่านี้ได้ทันที

 

จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้คนรอบๆ ดูตื่นเต้น

 

ซอมบี้ที่ร้องคำรามเริ่มเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างเชื่องช้า มีซอมบี้อยู่ราวสิบกว่าตัว น่าจะถูกกลิ่นมนุษย์จำนวนมากดึงดูดมาที่นี่

 

คนบนรถบรรทุกยกปืนขึ้นแล้วยิงออกไป แต่ความแม่นยำของพวกเขากลับไม่มากนัก ยิงไป 5 นาทีกลับฆ่าซอมบี้ได้เพียงครึ่งเดียว ซอมบี้เริ่มเข้ามาใกล้คนในรถที่กำลังจอดต่อคิวอยู่เรื่อยๆ

 

"อ๊ากกกกก!" ผู้คนต่างกรีดร้องและหนีตายข้ามสะพานมา ฝูงชนจึงเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง

 

 

_______________________

 

แหงะ เปิดตัวอย่างเท่ แต่ยิงซอมบี้แค่สิบกว่าตัวไม่ตายซะงั้น ตอนหน้าเป็นทีของพวกเสี่ยวเจ๋อแล้วค่ะ

เห็นอะไรไหมคะ ตอนที่แล้วพึ่งสวมแหวนไป ตอนนี้พี่อวิ๋นก็ได้ก้าวขาเข้ามาในสมาคมคนเกียวมัวอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ แค่น้องมองดุใส่ก็เปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน /หัวเราะ

 

ตอนหน้าก็เป็นตอนที่ 70 แล้ว ต้นฉบับอิ้งเพิ่งถึงตอนที่ 74 ค่ะ แต่นักเขียนยังไม่ตอบแชทเว่ยป๋อเราเลย /ร้องไห้

วันนี้เห็นหลายคนเริ่มตุนของกันบ้างแล้วนะคะ ทำเอาเรารู้สึกอยากกลับบ้านเลยค่ะ แต่ที่ทำงานไม่หยุดนี่สิ...

ทุกคนก็ดูแลตัวเองกันนะคะ ได้ยินข่าวลือมาหลายอย่าง แต่เราต้องใจเย็นๆ อย่าตื่นตระหนก ฮรื่ออ อยากมีมิติเหมือนเสี่ยวเจ๋อจัง

 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ กำลังใจ และของโดเนทนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.654K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,145 ความคิดเห็น

  1. #6494 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:21

    ก็นะแต่ก็อย่าให้น้องโชว์เทพมากเดี๋ยวจะเป็นปัญหาอีก
    #6,494
    0
  2. #5264 น้ำพัน (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 04:43
    สนุกมากค่ะ ลุ้นว่าจะเจออะไรอีก
    #5,264
    0
  3. #5118 Taetaemnae (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:00
    โชว์ขนาดนี้เจอปิกะจูทีมพี่จางจะหน้าหันนะจ้ะ
    #5,118
    0
  4. #4682 MitsukiCarto (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 03:39
    เจ้าพวกนี้อยากจะโชว์เท่ห์อย่างเดียวรึไงฟะ
    #4,682
    0
  5. #4126 sakura17 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:34
    แค่มองตาก็รู้ใจค่ะ555
    #4,126
    0
  6. #4057 PikazZA (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 06:16

    อยากมีมิติเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องตุนอาหารในสถานการณ์แบบนี้

    #4,057
    0
  7. #4055 เจ้าแห่งการ(ดอง)นิยาย (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 04:16

    หืม.. เหมือนจะเก่งแต่ก็.. ไม่เท่าไหร่นี่หว่า555เสี่ยวเจ๋อโชว์​ให้พวกเค้าดูเป็นตัวอย่างไปเลยลูด

    #4,055
    0
  8. #4003 Patimabhorn (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 18:03
    ไม่ใช่ตัวเอกก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะ555
    #4,003
    0
  9. #4001 pam223 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:55
    เพื่อ!!!!!! พี่!!! ช่วยเจ๋งเหมือนที่กำลังอวดหน่อยดิ โว้ยยยยยยยย
    #4,001
    0
  10. #4000 ทิพย์ราตรี (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:28
    ถึงจะเปิดตัวเท่ แต่ไม่มีขาทองตัวเอกก็เงี้ยแหละ
    #4,000
    0
  11. #3999 ทิพย์ราตรี (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:24
    ค้างง้าาาา รอน่ะ
    #3,999
    0
  12. #3998 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:21

    งื้ออออ อยากอ่านอีกก
    #3,998
    0
  13. #3997 JK_B0541 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 13:13
    5555555565
    #3,997
    0
  14. #3996 เสี่ยวเตี๋ย (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 13:05
    โลกร้อนจนจะมีซอมบี้เหมือนในเรื่องแล้วต้องรีบหาซื้อแหวนมิติมาตุนของก่อน
    #3,996
    0
  15. #3995 Ieffa (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:13
    อุ๊บ!?555555555555555+
    #3,995
    0
  16. #3994 Xialyu (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:12
    ไม่เจ๋งจริงนิ
    #3,994
    0
  17. #3993 05072536pote (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 11:05

    รออ่านนะค่ะ
    #3,993
    0
  18. #3992 sukanyaza (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 10:53
    ฟาดหน้านังพวกโอหังไปค่ะ ฟาดมันด้วยพลังที่เหนือชั้นกว่า ฟาดมัน!
    #3,992
    0
  19. #3991 comet2522 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 10:40
    เดี๋ยวเจอความเทพพี่จางแล้วจะหนาววว สายฟ้าก็สายฟ้าเต๊อะ
    #3,991
    0
  20. #3990 arasira (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 10:14
    กากแท้ พี่จางจัดการมันเลย
    #3,990
    0
  21. #3989 kacu (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 10:14

    รออ่านนะคะ
    #3,989
    0
  22. #3988 Mome WhiteHoneysuckle (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 09:15
    เปิดมาอย่างดี ทำไมกากอ่ะ
    #3,988
    0
  23. #3987 เดี่ยวสร้างเรือให้นะ! (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 08:59
    เหอะ ๆ
    #3,987
    0
  24. #3986 Konrafah (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 08:47
    สายฟ้าพลังพระเอกมาก แต่คนใช้กากมาก เสียดายพลัง 555
    #3,986
    0
  25. #3985 คุณป้า (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 08:21

    เจ้าของเรื่องป่วยหรือปล่าวคะ ถึงใด้ไม่ตอบ ที่จีนเป็นกันหนักมาก

    #3,985
    0