[นิยายแปล] เชอร์รี่ของผมจะระเบิดในวันสิ้นโลก [Yaoi/BL]

ตอนที่ 68 : ตอนที่ 67 : กระสุนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,514 ครั้ง
    13 มี.ค. 63

 

ตอนที่ 67 : กระสุนใหม่

 

ตอนที่พวกเขาออกมาจากสำนักทะเบียน ก็พบว่าหญิงสาวแปลกหน้านั้นหายไปเสียแล้ว

 

คนในกลุ่มได้กลิ่นอาหารลอยมาในอากาศ พวกเขาออกไปทำภารกิจหลายวัน ได้แต่กินอาหารแห้ง ไม่ได้กินอาหารร้อนๆ มาสักพักแล้ว ตอนนี้แค่ได้กลิ่นก็ท้องร้อง

 

วันนี้โรงอาหารเตรียมบะหมี่ผัก และแพนเค้กข้าวโพดพร้อมซุปต้มกระดูกใส่หัวไชเท้าไว้ให้ แต่ละอย่างมีราคา 1 คะแนนงาน แม้ว่ารสชาติของแพนเค้กข้าวโพดจะธรรมดา แต่คุณภาพกลับดีมาก แต่ละชิ้นมีน้ำหนัก 100 - 150 กรัม ซึ่งเข้ากับซุปต้มกระดูกใส่หัวไชเท้าได้เป็นอย่างดี

 

ตอนเข้าแถวพวกเขาก็พบว่ามีทหารบางนายมาทานข้าว ในฐานแห่งนี้ ไม่ว่าทหารยศสูง หรือพลทหาร หรือผู้รอดชีวิต ก็ต้องกินอาหารจากโรงอาหารเหมือนกัน เจิ้งเจียเหอเข้าไปผูกมิตรด้วย ในหมู่ทหารมีนายทหารที่ทำงานภายใต้การกำกับของพันโทเจียง แน่นอนว่ารู้จักกลุ่มของจางอวิ๋นดี ดังนั้นทหารนายนั้นจึงยินดีที่ได้มีโอกาสทำความรู้จักและพูดคุยกับพวกเขา

 

จากคำพูดของทหารนายนั้น ทีมที่ออกจากเมืองไปรวบรวมของเมื่อวานพบกับหมูกลายพันธุ์อาละวาด หลังคนในทีมบาดเจ็บไป 5 - 6 คน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถจับหมูกลับมาแล่ได้เนื้อราว 500 - 600 จิน (300 - 360 กิโลกรัม) กระดูกของมันถูกส่งมาให้โรงอาหารทำซุป เพื่อให้ผู้รอดชีวิตที่ไม่ได้กินเนื้อมาเป็นเวลานานได้รับรสบ้าง หัวใช้เท้าและผักใบเขียวก็เป็นผลงานของผู้ใช้พลังไม้ 2 คนในฐาน แม้ว่าพวกเขาจะมีกันน้อย แต่ก็เพียงพอเร่งการเจริญเติบโตของผลผลิตและส่งให้กับโรงอาหาร

 

นับว่ากลุ่มของจางอวิ๋นโชคดีได้กินของอร่อยตั้งแต่วันที่กลับมา พวกเขารูดบัตรประจำตัวเพื่อจ่ายคะแนน และรับอาหารมาอย่างง่ายดาย อย่างไรพวกเขาก็มีคะแนนจำนวนมาก แต่ละคนจึงซื้อทั้งบะหมี่และเซตแพนเค้กกับซุป แต่คนอื่นก็ไม่ได้คิดว่าพวกเขามือเติบจนเกินไป เนื่องจากอาหารวันนี้อร่อยมาก หลายคนจึงกัดฟันจ่ายคะแนนซื้อมากกว่า 1 อย่างเช่นกัน

 

รสสัมผัสของแพนเค้กข้าวโพดนั้นแห้งไปเล็กน้อย แต่เมื่อกินกับซุปหัวไชเท้าแล้วก็เข้ากันดี แม้จะมีหัวไชเท้าใส่มาถ้วยละ 2 ชิ้น แต่ทุกชิ้นก็หนากว่านิ้วมือ คนครัวกะเวลาต้มหัวไชเท้าได้อย่างพอดี จึงออกมามีรสสัมผัสที่อยู่ระหว่างกรุบกรอบและอ่อนนุ่ม ประกอบกับซุปที่มีกลิ่นของเนื้อ ทำให้มีรสอร่อย ทุกคนที่ได้รับอาหารมาดื่มซุปจนเกลี้ยง ไม่เหลือน้ำในถ้วยแม้แต่หยดเดียว

 

ผักในบะหมี่เองก็หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ บนบะหมี่มีหมูสับจำนวนหนึ่ง คนปกติทานแค่บะหมี่ชามเดียวก็เพียงพอแล้ว จานชามทั้งหมดที่กองพะเนินอยู่ตรงจุดรับภาชนะที่ใช้แล้วนั้นเหมือนถูกเลียจนสะอาด ในอดีต แม้จะเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารมาก แต่ภาพจานชามที่สะอาดขนาดนี้หลังกินก็กล่าวได้ว่าแปลกประหลาดจนต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้แล้ว

 

ทุกคนในทีมของจางอวิ๋นเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ พวกเขากินจุมาก และเพราะมีคะแนนงานอยู่มากมาย แต่ละคนจึงลุกไปเติมอาหารหลายครั้ง

 

จากการพูดคุยของคนรอบข้าง พวกเขาก็ได้รู้ว่าฐานกำลังรับสมัครผู้ใช้พลังพิเศษ โดยเฉพาะที่มีพลังน้ำและพลังไม้ ทุกวันนี้ความต้องการในการใช้น้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการในผักและผลไม้ ดังนั้นความเป็นอยู่ของผู้ใช้พลังพิเศษเหล่านี้จึงค่อนข้างดี กล่าวกันว่าผู้ใช้พลังน้ำสามารถผลิตน้ำสะอาดได้ราวร้อยลิตรต่อวัน และผู้ใช้พลังไม้สามารถปลูกพืชหลายต้นได้ในวันเดียว พวกเขาจะได้รับวันละ 5 คะแนนงาน และฐานเองก็ยังเปิดรับนักสู้ ซึ่งได้ค่าตอบแทนมากกว่า

 

ชีวิตก่อน ซูรุ่ยเจ๋อเองก็เคยทำงานปลูกผักผลไม้อยู่ในฐานหลิงเฉิง แต่เนื่องจากในฐานนั้นไม่มีโรงอาหาร หลังทำงานเสร็จเขาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นบิสกิต 1 - 2 ห่อ แถมเขายังต้องเก็บส่วนแบ่งไปให้กับลุงและครอบครัว ทุกวันเขาต้องไปทำงานทั้งที่ท้องหิว ป้าใหญ่ยังโน้มน้าวให้เขาลอบเก็บผลผลิตกลับมา แต่เมล็ดพืชนั้นมีจำกัดในแต่ละวัน และถูกตรวจนับให้พอดีกับจำนวนผลผลิตที่ควรได้ เขาจึงไม่สามารถลอบนำของออกไปได้เลย

 

หากได้ฟังสวัสดิการที่ผู้ใช้พลังไม้ในฐานนี้ได้ ตัวเขาในชีวิตก่อนคงได้แต่อิจฉา

 

"มีอะไร?" จางอวิ๋นสังเกตว่าซูรุ่ยเจ๋อมีอาการแปลกๆ จึงยื่นมือไปจับ

 

"ไม่มีอะไรครับ" เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของจางอวิ๋น ใบหน้าของซูรุ่ยเจ๋อก็ปรากฏรอยยิ้มสดใส ชีวิตในตอนนี้ของเขาแตกต่างจากในชีวิตก่อนมากแล้ว

 

หลังดื่มกินจนอิ่ม พวกเขาก็กลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ ผ่านไป 6 - 7 วัน ฝุ่นเริ่มจับในห้องแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงช่วยกันทำความสะอาด เจิ้งเจียเหอบ่นอุบว่าพวกเขาควรมีเครื่องดูดฝุ่นหรือหุ่นยนต์ทำความสะอาดหรืออะไรสักอย่างมาแบ่งเบาภาระ

 

วันต่อมา ทหารเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ในฐาน แดดในเวลากลางวันนั้นร้อนมาก พลังงานที่ได้รับจึงค่อนข้างคงที่ ซึ่งเบื้องต้นจะสามารถรับประกันได้ว่าจะมีไฟฟ้าใช้ในฐานอย่างมั่นคง ในสถานที่ที่มีผู้รอดชีวิตเข้าไปใช้บ่อยอย่างโถงภารกิจหรือโรงอาหาร เริ่มมีการเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ และในที่พักอาศัยเองก็สามารถใช้พัดลมได้ ซึ่งนับว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องอากาศร้อนจัดได้มาก 

 

ร้อยโทจางทำตามที่เคยบอกไว้ เขาพาคนมาที่อพาร์ทเม้นท์ของจางอวิ๋นเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์และเครื่องผลิตไฟฟ้า ดังนั้นต่อไปนี้พวกเขาก็สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามใจอยาก

 

ทุกคนมีความสุขมาก ต่อไปนี้พวกเขาก็สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้แล้ว กระทั่งใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ทีนี้ก็จะได้แช่น้ำได้อย่างสบายใจ

 

แต่การที่ร้อยโทจางมาด้วยตัวเองนั้น ไม่ใช่แค่มาส่งมอบของ แต่ได้รับฝากข้อความมาด้วย

 

พวกเขาได้รับการยืนยันจากสถาบันวิจัยแล้วว่า มีองค์ประกอบบางอย่างในพืชที่สามารถเอาชนะไวรัสซอมบี้ได้ หลายวันมานี้ สถาบันได้วิจัยกระสุนพืชที่ได้รับจากซูรุ่ยเจ๋อ จนตอนนี้พวกเขารู้กลไกของมันอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

 

พวกเขาจึงสร้างกระสุนพืชชนิดใหม่ขึ้นมา นักวิจัยสกัดองค์ประกอบในพืชและใส่เข้าไปในกระสุนพิเศษ ซึ่งผลของมันต่อซอมบี้จะเหมือนการยิงกระสุนเงินใส่แวมไพร์และมนุษย์หมาป่าในหนังตะวันตก

 

ในการทบสอบ เมื่อกระสุนพืชถูกร่างซอมบี้ องค์ประกอบของพืชก็จะเข้าไปในร่างกายของมัน และสร้างความเสียหายเทียบเท่าได้กับกระสุนของซูรุ่ยเจ๋อ ซึ่งตอนนี้ทางฐานกำลังพยายามผลิตกระสุนใหม่นี้ในปริมาณมาก

 

ฐานตัดสินใจเปิดเคาน์เตอร์ให้ผู้รอดชีวิตสามารถแลกเปลี่ยนกระสุนใหม่ รวมถึงน้ำผักผลไม้ที่สามารถช่วยให้เหยื่อที่ถูกซอมบี้กัดหรือข่วนสามารถทนต่อไวรัสซอมบี้ และมีโอกาสปลุกพลังพิเศษได้มากขึ้น เพื่อทำให้ผู้รอดชีวิตมีความกล้าออกไปเผชิญหน้าซอมบี้ข้างนอกฐาน

 

ประชากรในโลกนี้มีกว่า 8 พันล้านคน เป็นประชากรจีนไปแล้วกว่า 2 ใน 5 และมากกว่าครึ่งก็เปลี่ยนเป็นซอมบี้ไปแล้ว และจำนวนซอมบี้ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซอมบี้นั้นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่กลัวตาย และยังสามารถวิวัฒนาการได้อีก ถ้าพวกเขาไม่รีบฆ่าซอมบี้ให้ได้มากที่สุดในเวลานี้ ในที่สุดเมื่อซอมบี้เพิ่มจำนวนและมีวิวัฒนาการที่สูงขึ้น พวกเขาก็จะตายกันหมด

 

ฐานช่วยเหลือซาบซึ่งใจในความช่วยเหลือของซูรุ่ยเจ๋อและทีมที่ให้ความร่วมมือมากมาย จึงตัดสินใจมอบทรัพยากรและคะแนนงานจำนวนหนึ่งเป็นการขอบคุณ และหากกลุ่มของเขาต้องการอะไร ก็สามารถส่งคำขอมาได้ ทางฐานจะพยายามอย่างดีที่สุดให้พวกเขาได้รับตามที่ขอ

 

ข้อความที่ส่งมานี้ทำให้ซูรุ่ยเจ๋อและจางอวิ๋นมีความรู้สึกดีๆ กับฐานภาคใต้นี้มากขึ้น การบริหารของฐานภาคใต้นี้นับว่าไม่เลวเลย พวกเขาไม่ได้คิดถึงแต่คนในฐาน แต่คิดเผื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ และมุ่งหวังให้มนุษย์มีโอกาสมีชีวิตรอดมากที่สุด

 

 

_________________________

 

นักเขียนมีเรื่องจะกล่าว : 

 

[โรงละครเล็กๆ]

 

ก่อนวันสิ้นโลก

ซูเสี่ยวเจ๋อ : ฉันคิดยังไงกับซูเจียหนี่น่ะหรอ อืม... เธอก็น่ารักดี (แต่ฉันก็ไม่คุ้นเคยกับเธอหรอก)

ซูเจียหนี่ : ซูรุ่ยเจ๋อ เขาบอกว่าฉันสวยหรอ? เขาชอบฉัน? ฉันต้องคบกับเขาไหมนะ? เขาก็หน้าตาดีอยู่หรอก แต่ฐานะครอบครัวเขาไม่ค่อยดี ที่สำคัญคือเขาดูดีกว่าฉัน! ไม่ ไม่!

หลังวันสิ้นโลก

ซูเจียหนี่ : ไม่ใช่ว่าตอนนี้ชีวิตของซูรุ่ยเจ๋อดีมากหรอ? เขาจะยังหลงรักฉันอยู่ไหมนะ? ฉันควรเป็นเทพธิดาในดวงใจเขา? ถ้าฉันเป็นฝ่ายขอร้องก่อนจะแปลว่าฉันต้องง้อเขา? แต่ถ้าฉันเกาะเขาได้ก็จะมีทั้งอาหารและเสื้อผ้าดีๆ งั้นฉันควรเอ่ยปากก่อน?

ซูเสี่ยวเจ๋อ : คุณเป็นใคร?

ซูเจียหนี่ : ?! ไม่ใช่ว่าเขาแอบชอบฉัน?

จางเสี่ยวอวิ๋น : ใครชอบใครนะ?

ซูเจียหนี่ : ว้าว! สุดยอด! ถ้าจับเขาได้ ไม่เพียงแต่จะได้รับอาหารกับเสื้อผ้าดีๆ แต่ฉันอาจจะปีนขึ้นไปสูงกว่านี้ได้!

ซูเสี่ยวเจ๋อ : ไม่นะ! จางเสี่ยวอวิ๋น ฟังผมก่อน! ผมไม่รู้จักเธอ!

จางเสี่ยวอวิ๋น : ไม่ฟัง เสี่ยวเจ๋อคนหลอกลวง! เจอกันในห้องมืดคืนนี้! หึ!

ซูเจียหนี่ : ฮัลโหล! ฟังฉันก่อน! ฉันแสดงไปเยอะแล้วนะ อย่าทำเป็นไม่สนใจฉัน!

 

[โรงละครเล็กๆ ในฝัน]

 

ผู้ช่วย : น้องเจียหนี่ นี่บทของเธอ ผู้กำกับบอกว่าจะถึงซีนของเธอแล้ว เธอควรโน้ตสิ่งที่ต้องทำในฉากนี้ไว้ให้ดี อย่าสัยสนเหมือนคราวก่อน

ซูเจียหนี่ : แน่นอน ฉันเป็นมืออาชีพน่า จะทำตัวเหมือนนักแสดงมือใหม่ได้ยังไง

หลังเปิดบท

ซูเจียหนี่ : ก่อนวันสิ้นโลก ครอบครัวของเธอร่ำรวย พ่อแม่รักเธอมาก และเธอเรียนโรงเรียนเดียวกันกับสามีของเธอ เขานั่งเยื้องเธอไป สามีของเธอชอบรูปลักษณ์ของเธอมาก หลังวันสิ้นโลก เมื่อผ่านความยากลำบากมากมาย ในที่สุดเธอก็ได้พบเทพบุตรของเธออีกครั้ง ว้าว นี่มันบทนางเอกชัดๆ ผู้กำกับคงชอบฉันมากเลยเลื่อนขั้นฉันเป็นนางเอกโดยไม่บอกล่วงหน้า คงเพราะความงามของฉันแน่นอน!

ผู้ช่วย : น้องเจียหนี่ คิดให้เยอะๆ หน่อย นี่ใช่ละครสาวงามหรือไง? รีบเลี้ยวขวาออกไปหน้าฉากได้แล้ว!

ผู้กำกับ : เธอเป็นนักแสดงที่ห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยแคสมา!

 

_________________________

 

ไม่ได้สโลวไลฟ์มานาน และที่สำคัญคือ ตอนนี้มีอาหารแล้วค่าา

 

(ระวังรูปอาหาร)

 

(เตือนแล้วนะ!)

 

บะหมี่ผัก

 

แพนเค้กข้าวโพด

 

ซุปต้มกระดูกใส่หัวไชเท้า

 

ต้องขอโทษที่สัปดาห์นี้มาอัพค่อนข้างดึกนะคะ น่าจะขลุกขลักแบบนี้จนถึงสัปดาห์หน้าเลยค่ะ

คือแถวบ้านเรามีคนที่ติดเชื้อโควิค ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ แต่ก่อนได้รับวินิจฉัย เขาดันไปเข้าเซเว่นสาขาเดียวกันกับแม่เราพอดี แล้วต่อมาแม่เราก็ไข้ขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม่เราไปหาหมอ หมอก็บอกว่าอาการยังไม่เข้าข่ายนะ เป็นแค่ไข้ธรรมดา แต่ยังไงก็ต้องกักตัวที่บ้าน 14 วันก่อนค่ะ

จริงๆ แล้วเราอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงาน ช่วงนี้เลยต้องแวะกลับไปดูแม่ที่บ้าน ส่งข้าวส่งน้ำ แล้วกลับมาทำงานต่อ บางวันเลยอาจจะมาช้าบ้างนะคะ /ร้องไห้

แต่ปัญหาจริงๆ คือเราต้องรับเอาบรรดาน้องหมาที่บ้านมาไว้คอนโดด้วยค่ะ กลัวน้องจะติดไข้ ถึงจะเป็นน้องหมาของบ้านเรา แต่คงเพราะเราอยู่คอนโดเป็นหลัก บางตัวก็ไม่ฟังเราเลย แถมปกติน้องหมาอยู่บ้านมีที่วิ่งเล่น ต้องมาอยู่ในห้องคงรู้สึกเครียดมั้งคะ เห่าทั้งวัน บางตัวก็กัดทุกอย่างที่ขวางหน้า สายชาร์จโทรศัพท์ขาดไป 2 เส้นแล้วค่ะ เรานี่รีบเก็บสายชาร์จโน้ตบุ๊คขึ้นที่สูงเลย (เคยเสียแล้วไปเปลี่ยน แพงมากกก)

ใครมีฮาวทูเลี้ยงหมาที่ไม่ฟังเราฉบับเร่งด่วนบ้างคะ? คือน้องไม่ได้ทำร้าย กระโจนใส่เรา หรือทำลายข้าวของมากมายนะคะ (ยกเว้นพวกที่มีสายไฟ) แต่น้องเห่ากับเรียกร้องความสนใจค่ะ เราไม่สนใจก็เห่า (ซึ่งปกตินั่งแปลนิยายเราก็ทำเป็นไม่สนใจน้องค่ะ) มีคนผ่านหน้าห้องก็เห่า เมื่อไม่กี่วันก่อนเรียกช่างมาล้างแอร์ก็เห่าตลอด กลัวมากว่าจะรบกวนเพื่อนบ้าน

แต่กรณีนี้ก็ทำให้เรารู้สึกว่าเชื้อไวรัสมันใกล้ตัวเรามากนะคะ ขนาดเซเว่นที่เคยเข้าประจำแท้ๆ ก็ยังเสี่ยง เป็นไปได้ก็ไม่อยากออกไปไหนเลยค่ะ แต่ยังต้องกินต้องใช้ /หัวเราะทั้งน้ำตา

 

บ่นซะเยอะเลย ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ กำลังใจ แล้วก็ของโดเนทนะคะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.514K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,144 ความคิดเห็น

  1. #6492 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:40
    ดีอ่ะ😘😘😘
    #6,492
    0
  2. #5404 mintewanlaya (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 23:03
    ทำร้ายกันได้คอ นี่แอบหวังอยากเห็นโมเมนต์หึงหวง แต่เขาทั้งสองรีกกันมากเกิน! ไม่มีช่องว่าง! ไม่มีโมเมนต์! ใจนึงก็ชอบใจนึงก็แห้ง
    #5,404
    0
  3. #5262 น้ำพัน (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 04:29
    เป็นตอนที่บรรยายอาหารแล้วท้องร้องจริงๆ
    #5,262
    0
  4. วันที่ 28 เมษายน 2563 / 18:04
    ทำกิจกรรมร่วมกับน้องหมาค่ะ ปรกติน้องหมามีกิจกรรมที่ทำประจำทุกวันไหมคะ เช่นออกไปเดินเล่น หรือเล่นของเล่นที่เขาชอบ หรือปรกติน้องหมาชอบวิ่งที่กว้างๆหรือเปล่า เค้าน่าจะเครียดจากการย้ายสถานที่ อาจจะยังไม่คุ้นชิน แต่เรื่องกัดสายไฟนี่ไม่มีความเห็นค่ะ เราก็หาทางแก้ไม่ได้
    #5,228
    0
  5. #5192 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 22:51
    ถือเป็นฐานที่ดีจริงๆแหละ สงสารน้องในชาติก่อนมากเลย
    #5,192
    0
  6. #5116 Taetaemnae (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 21:50
    น้องเก่งมากๆ
    #5,116
    0
  7. #4680 MitsukiCarto (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 03:10
    สู้ๆค่ะไรท์ ต้องผ่านไปให้ได้ จะได้รีบไปเล่นกับน้องหมาน้องแมวไวๆไงคะ
    #4,680
    0
  8. #4122 sakura17 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:23
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะทั้งคุณแม่และคนแปลเลย
    #4,122
    0
  9. #4102 แมวดมกาว'วว (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 03:10
    ตี3กับภาพอาหาร อาหารเส้น น้ำลายไหล แพนเค้ก น้ำลายหยด ซุปใสๆ น้ำลายท่วมปาก แฮ่กๆ หิว
    #4,102
    0
  10. #4051 [Kazania] (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 02:11
    ที่ม.เราก็มีคนติดเชื้อค่ะ ไม่ได้เรียนด้วยแต่คิดว่าคงต้องไปตรวจ ถ้ากลับบ้านก็คงต้องกักตัวปวดใจสุดคือเล่นกับแมวไม่ได้นี่แหละค่ะ ; - ;
    #4,051
    0
  11. #3938 Xialyu (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 17:11
    ดีที่สุด^^ สู้กันต่อไป
    #3,938
    0
  12. #3844 Ninjss (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 04:09
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #3,844
    0
  13. #3826 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 23:57
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะคุณนักเขียน
    #3,826
    0
  14. #3811 จิ้งแว่น (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 16:30
    เขาเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่ค่ะ คุณนักแปลต้องใจเย็นแล้วก็พยายามอยู่กับน้องเยอะๆ หากิจกรรมร่วม จะพากันไปเดินเล่นใกล้ๆ คอนโด หรือจะเล่นๆกันในห้องก็ได้ค่ะ โยนบอล งับผ้า ให้เขาได้ระบายความเครียด ก็จะช่วยได้เยอะค่ะ สู้ๆนะคะ เราก็มีน้องหมาพลังงานเยอะเหมือนกัน ^^
    #3,811
    0
  15. #3810 yukai (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:52

    ขอบคุณมากhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #3,810
    0
  16. #3809 holon (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:37
    ลองหาเวลาพาน้องหมาไปวิ่งเล่นข้างนอกกับเล่นกับเขาเยอะๆนะ ที่เขาเห่าคือเขาเหงาเขาหาคนเล่นด้วยไม่มีอะไรหรอก
    #3,809
    0
  17. #3808 Aom-BANANA (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 10:44
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะไรท์ ขอให้คุณแม่ไม่เป็นอะไร
    #3,808
    0
  18. #3807 KGXUS8683 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 10:12
    รอนะคะไรท์ ♥️
    #3,807
    0
  19. #3806 เดี่ยวสร้างเรือให้นะ! (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 10:03
    เอ็นดูน้องแมว โอ๊ยยยยย
    #3,806
    0
  20. #3804 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 09:20
    รออ่านนะคะ
    #3,804
    0
  21. #3803 Leo-la (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 08:52
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    ส่วนเรื่องหมาเห่านี่พูดยากจริงๆค่ะ หมาเราก็เห่าง่าย ได้ยินได้เห็นอะไรนิดนึงก็เห่า ไม่รู้จะทำไงเหมือนกันค่ะ ;_;
    #3,803
    0
  22. #3802 Moji98 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 08:43
    โอ้โห อ่านตอนนี้คือบรรยายล้วนๆ555 มีพูดอยู่ 2 ประโยคเหมือนอ่านเรียงความไม่ใช่นิยายอ่ะ จีนคือชอบแต่งแบบนี้จริงอ่ะ555
    #3,802
    0
  23. #3801 น้ำ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 07:59

    ขอให้คุณแม่หายไวๆนะคะ​ มาช้าแค่ไหนก็รออ่านค่ะ

    #3,801
    0
  24. #3800 nong134 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 06:13
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ขอให้คุณแม่ปลอดภัยค่ะ
    #3,800
    0
  25. #3798 มิลุนซัง (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 03:31
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #3,798
    0