[นิยายแปล] เชอร์รี่ของผมจะระเบิดในวันสิ้นโลก [Yaoi/BL]

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 32 : สมาชิกใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,876 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

 

ตอนที่ 32 : สมาชิกใหม่

 

จางอวิ๋นเหมือนได้เจิ้งเจียเหอช่วยเปิดโลกใหม่ เด็กนี่แปลกนัก ภายนอกเหมือนนักศึกษาหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่นิสัยกลับคาบเกี่ยวระหว่างคนใจกว้างกับพวกสมองกลวง รูปร่างผอมบางเหมือนไก่อ่อน แต่สามารถปลุกพลังพิเศษแบบนั้นขึ้นมาได้... จะกล่าวว่าเป็นคนฉลาด ก็ยังตะหงิดอยู่ในใจ จางอวิ๋นไม่รู้จะประเมินคนคนนี้ยังไงดี

 

"อึก..." อู๋จิงรู้สึกตื่นเต้นจนเผลอไปสัมผัสข้อมือที่บาดเจ็บ จึงร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

สัญชาตญาณแพทย์ของซ่งเฉิงชูร้องเตือน เขารีบเอ่ย "ผมเป็นหมอ ขอดูมือคุณหน่อย"

 

อู๋จิงส่งมือให้ซ่งเฉิงชู และค่อยๆ เลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยช้ำสีม่วงและน้ำเงินที่ข้อมือ

 

จางซั่วเหลียงเองก็เป็นเทรนเนอร์และเรียนเทควันโดมา ทำให้พอรู้เรื่องกายวิภาคของมนุษย์อยู่บ้าง หลังจากอู๋จิงปีนขึ้นมาบนระเบียง เขาเช็คอาการบาดเจ็บของเธอแล้ว คิดว่ากระดูกน่าจะเคลื่อน เขาจึงช่วยจัดกลับให้เธอ

 

ซ่งเฉิงชูกดที่ข้อมือเธอเบาๆ ไม่กี่ครั้งก็พยักหน้า "ไม่ได้ร้ายแรงอะไร กระดูกที่เคลื่อนก็ได้รับการดูแลแล้ว แต่เนื้อเยื่อฉีกขาดอย่างรุนแรง คงต้องใช้เวลารักษาตัว"

 

"ขอบคุณ" อู๋จิงรีบกล่าวขอบคุณ

 

ซ่งเฉิงชูโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนหันไปหาจางซั่วเหลียง "ตาคุณแล้ว เปิดแผลให้ผมดูหน่อย"

 

"ผมสบายดี ขอบคุณ" จางซั่วเหลียงส่ายหัวเบาๆ

 

"บนโลกใบนี้น่ะนะ ถ้าอาการบาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาทันเวลา ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงได้" ซ่งเฉิงชูพูดอย่างจริงจัง เขายังจำแรงเหวี่ยงและน้ำหนักของจางซั่วเหลียงยามพุ่งไปช่วยเหลืออู่จิงได้ชัดเจน จากการสันนิษฐาน ชายหนุ่มเองก็บาดเจ็บเช่นกัน

 

อู๋จิงกระตุกมือจางซั่วเหลียงก่อนดุ "รีบให้เขาเช็คให้เลย! อย่ามามัวไร้สาระ!"

 

จางซั่วเหลียงเป็นชายร่างใหญ่ แต่ตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตัวโตเมื่อเผชิญหน้ากับคนรัก เขาดึงชายเสื้อขึ้นทั้งที่ทำหน้านิ่ง ช่วงท้องของเขาปรากฏรอยช้ำสีน้ำเงินและม่วง โดยเฉพาะตรงตำแหน่งซี่โครงที่ดูแปลกไปเล็กน้อย ชัดเจนว่ากระดูกบริเวณนั้นมีปัญหา

 

"เธอโอเคไหม?" จางซั่วเหลียงไม่เคยได้รับบาดเจ็บรุนแรงมาก่อน อู๋จิงเองก็ไม่เคยจินตนาการว่าจะมีวันที่คนรักบาดเจ็บขนาดนี้ "คุณหมอ ได้โปรดช่วยเขาที..."

 

ซ่งเฉิงชูก็อยากช่วย แต่ต่อให้เป็นหมอที่เก่งกาจขนาดไหนก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มียาและเครื่องมือแพทย์ ต่อให้รู้ว่ากระดูกซี่โครงคนไข้หัก เขาก็ช่วยไม่ได้

 

ในมิติของซูรุ่ยเจ๋อมียาและเครื่องมีแพทย์อยู่ก็จริง แต่เขาจะเอาออกมาโดยที่ไม่มีใครผิดสังเกตได้อย่างไร?

 

ซ่งเฉิงชูหันหน้าไปมองจางอวิ๋นอย่างไม่มีทางเลือก จางอวิ๋นขมวดคิ้ว เขาเองก็เข้าใจสิ่งที่ซ่งเฉิงชูต้องการสื่อ ถึงเขายังไม่คิดถึงเรื่องรับคนเข้าทีมเพิ่ม แต่เหมือนสถานการณ์ตอนนี้มันบังคับให้เขาต้องทำแบบนั้น

 

นิสัยของอู๋จิงและจางซั่วเหลียงเท่าที่เห็นก็ไม่ได้เลวร้าย กลุ่มเขาเป็นฝ่ายช่วยชีวิตคนทั้งคู่ แม้ว่าตอนนี้ทั้งสองจะบาดเจ็บ แต่ถ้าหายดีคงเป็นกำลังรบให้กลุ่มได้อย่างแน่นอน

 

ปัญหาหลักคือเด็กน้อย...

 

เป็นแค่เด็กชายตัวเล็กๆ พวกเขาไม่สามารถทิ้งเด็กแล้วจากไปเฉยๆ ได้! แต่ในกลุ่มพวกเขาก็ไม่มีใครเคยเลี้ยงเด็กเป็นเรื่องเป็นราว จะเลี้ยงดูสั่งสอนเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้ดีได้อย่างไร?

 

เมื่อซูรุ่ยเจ๋อเห็นจางอวิ๋นลังเลย ก็ตรงเข้าไปจับมือของชายหนุ่ม พลางส่งสายตาสนับสนุน

 

เจิ้งเจียเหอเห็นดังนั้นก็คิดแบบเดียวกัน

 

ในที่สุดจางอวิ๋นก็ถอนหายใจแล้วถาม "คุณคิดจะทำอย่างไรต่อในอนาคต?"

 

"เราสองคนมาจากต่างเมือง ไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักอยู่ในเมือง S เราตั้งใจว่าจะกลับไปแต่งงานที่บ้านเกิดตอนสิ้นปี... แต่ตอนนี้... เราแค่อยากใช้ชีวิตให้ดี..." อู๋จิงหัวเราะอย่างขมขื่นก่อนมองพวกเขาอย่างอ้อนวอน "ตอนนี้ฉันก็เป็นผู้มีพลังคนหนึ่ง อาเหลียงเองก็เป็นคนซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง ฉัน...ไม่รู้ว่าเราพอจะเข้าร่วมทีมของคุณได้ไหม?"

 

จางอวิ๋นมองไปยังเด็กน้อยที่ขดตัวกอดลูกแมวนอนหลับอยู่ใต้โต๊ะ แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยน "แล้วถ้าเราอยากพาเขาไปด้วย?"

 

หลังวันสิ้นโลก เด็กเล็กคือปัจจัยที่ไม่แน่นอน เพราะบางครั้งเด็กก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ ทำให้ควบคุมยาก และอาจทำให้คนทั้งกลุ่มต้องเผชิญอันตราย

 

"นั่นดีมาก เด็กคนนี้น่าสงสารจริงๆ" อู๋จิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอเองก็เป็นห่วงเด็กชาย และอยากขอให้พาเขาไปด้วยเช่นกัน เมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้นับว่าดีที่สุดแล้ว

 

จางอวิ๋นพยักหน้าก่อนกล่าว "ขอต้อนรับเข้าสู่ทีมของเรา ฉันชื่อจางอวิ๋น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นผู้มีพลังควบคุมแรงโน้มถ่วง"

 

คนอื่นก็พากันแนะนำตัวบ้าง

 

"สวัสดี ฉันชื่อซ่งเฉิงชู เป็นหมอและผู้ใช้พลังน้ำ"

 

"เจิ้งเจียเหอ! เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และมีพลังพิเศษเสริมกำลังกาย!"

 

"ผมชื่อซูรุ่ยเจ๋อ ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย พลังพิเศษของผมคือ... มิติ"

 

อู๋จิงและจางซั่วเหลียงถึงกับมึนงง การแนะนำตัวของคนกลุ่มนี้ช็อคโลกมาก ทั้ง 4 คนเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นคนสุดท้ายที่มีพลังมิติ!

 

ตอนนั้นซูรุ่ยเจ๋อก็หยิบกล่องพยาบาลออกมาจากความว่างเปล่า

 

ซ่งเฉิงชูรีบเปิดกล่องพยาบาล ก่อนหยิบสายรัดอกออกมาสวมให้จางซั่วเหลียง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

 

จากนั้นซ่งเฉิงชูก็หยิบผ้าพันแผลมาจัดการอาการบาดเจ็บที่ข้อมือของอู๋จิงเช่นกัน

 

"ต่อจากนี้ คุณต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ออกแรงมากๆ" หลังหมอซ่งทำแผลเสร็จ เขาก็จ่ายยาแก้ปวดและเจลประคบให้คนทั้งคู่

 

"ขอบคุณ หมอซ่ง" อู่จิงกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม

 

"ยินดีครับ" ซ่งเฉิงชูเก็บกล่องพยาบาลก่อนส่งให้ซูรุ่ยเจ๋อ

 

ในเมื่อความลับเรื่องมิติถูกเปิดเผยแล้ว ซูรุ่ยเจ๋อก็ไม่คิดจะซ่อนอย่างอื่นอีก เขาหยิบหม้อโลหะใบใหญ่ออกมาจากมิติ ตามด้วยแกะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกว่าหนึ่งโหลใส่ลงในหม้อ เด็กชายให้ซ่งเฉิงชูเติมน้ำร้อนให้ จากนั้นก็ปิดฝาหม้อรอบะหมี่สุก

 

ห้านาทีต่อมา กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็อบอวลทั่วทั้งห้อง แม้แต่เด็กน้อยที่นอนหลับก็ตื่นขึ้นมาเพราะความหิว

 

ซูรุ่ยเจ๋อเปิดฝาหม้อ แบ่งบะหมี่ใส่ถ้วย ก่อนหยิบตะเกียบออกมา แล้วแจกจ่ายชามที่เต็มไปด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก และไข่ แน่นอนว่าไม่ลืมส่วนของเด็กน้อย รวมถึงปลากระป๋องของลูกแมว

 

ทุกคนทนหิวมานาน โดยเฉพาะอู๋จิงและจางซั่วเหลียงที่ติดอยู่ในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ตลอด 2 วัน พวกเขาหิวจนแทบทนไม่ไหว ยามได้ทานบะหมี่ คนทั้งคู่ถึงกับน้ำตาไหลด้วยความยินดี

 

เด็กน้อยเองก็จับชามของตัวเองแน่น หัวกลมๆ มุดจนใบหน้าแทบติดชามบะหมี่ ระหว่างกินไม่เงยหน้าขึ้นมาสักครั้ง

 

"ถ้ายังไม่อิ่ม เติมอีกได้นะครับ" ซูรุ่ยเจ๋อเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

 

"ขอบคุณ..."

 

ทุกคนทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข จนบะหมี่หมดเกลี้ยงหม้อ

 

จางซั่วเหลียงอาสาล้างชามทั้งหมดและหม้อ ซ่งเฉิงชูจะเอ่ยห้าม แต่จางซั่วเหลียงใช้เหตุผลว่าการล้างจานไม่ใช่งานหนักอะไร เขาบาดเจ็บที่ซี่โครง แต่มือยังใช้การได้ดีอยู่

 

"หมอซ่ง ให้เขาทำเถอะค่ะ" อู๋จิงรู้นิสัยของคนรักดีเลยเอ่ยแทน

 

ซ่งเฉิงชูไม่มีทางเลือกจึงปล่อยให้ทำตามใจ

 

หลังกินเสร็จ ซูรุ่ยเจ๋อก็คุยเล่นกับเด็กน้อย จากที่ได้คุยกัน เขารู้ว่าเด็กชายมีชื่อว่า หยูตงตง อายุ 3 ปี และลูกแมวที่เพิ่งขอจากเพื่อนบ้านมาเลี้ยงมีชื่อว่า เสี่ยวเฮย (เจ้าดำน้อย)

 

"ตงตง พวกพี่ชายกำลังจะไปแล้ว เธอจะมาด้วยกันกับเราไหม?" 

 

ตงตงมองพวกเขาด้วยนัยน์ตาสีดำคู่โต ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน "แล้ว...พ่อกับแม่ล่ะ?"

 

คำถามของเด็กชายทิ้งความรู้สึกขมไว้ในหัวใจของซูรุ่ยเจ๋อ เขาถอนหายใจ "พ่อกับแม่กำลังยุ่งอยู่ พวกเขาเลยมากับเราไม่ได้"

 

เด็กชายหันหลังกลับไปจองประตูห้องพลางเม้มปากแน่น จำได้ว่าตอนพ่อออกไป พ่อสั่งไว้ว่า ถ้ามีคนอื่นเข้ามาในห้องและอยากพาเขาไปด้วย เขาต้องเชื่อฟังคนเหล่านั้นและไม่สร้างปัญหา

 

"โอเค ตงตงจะไปกับพี่ชาย... ตงตงจะเชื่อฟัง"

 

"ดี" ซูรุ่ยเจ๋อยื่นมืออกไปลูบหัวเล็กๆ การที่เด็กเชื่อฟังมากเกินไปก็ทำให้คนดูรู้สึกปวดใจ

 

เมื่อจางซั่วเหลียงกลับเข้ามาพร้อมหม้อและชามที่ล้างเสร็จ ซูรุ่ยเจ๋อก็เริ่มแพ็คของของหยูตงตง ทั้งเสื้อผ้า ถุงเท้า และรองเท้า เหลือเพียงรูปครอบครัวของเด็กชายบนโต๊ะข้างเตียงที่ไม่ได้เก็บไป

 

ทุกคนรอจนพระอาทิตย์ที่ร้อนจัดค่อยๆ ตกลับลงไป ก่อนออกไปที่ระเบียงเตรียมปีนลงมา แต่เพราะเจิ้งเจียเหอบาดเจ็บที่ขา อู๋จิงจาดเจ็บที่มือ จางซั่วเหลียงซี่โครงหัก และมีเด็กน้อยอย่างหยูตงตงมาด้วย กลายเป็นทีมที่ทุลักทุเลพอสมควร

 

ซูรุ่ยเจ๋อไม่มีทางเลือก จึงดึงบันไดเหล็กออกมาจากมิติ และพาดที่ระเบียงให้คนอื่นใช้ปีนลงไป แม้ว่าจะมีคนบาดเจ็บ แต่ในเมื่อมีบันไดแล้ว ตราบใดที่ระวังตัวก็ลงไปได้ไม่ยากนัก จางอวิ๋นเป็นคนอุ้มหยูตงตงลงมา เป็นครั้งแรกที่เขาได้อุ้มเด็กตัวเล็กๆ จึงประหม่ามากกว่าตงตงเสียอีก

 

ซอมบี้ที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มสนใจการเคลื่อนไหวของพวกเขา แต่ก่อนที่พวกมันจะเดินมาถึง พวกเขาก็ปีนลงมาและนั่งอยู่ในรถจี๊ปที่ซูรุ่ยเจ๋อนำออกมาจากมิติแล้ว แน่นอนว่าคน 7 คนในรถคันเดียวอาจรู้สึกแออัดไปนิด แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้นในตอนนี้

 

จากการนำทางของอู๋จิง จางอวิ๋นก็ขับพาทุกคนมาถึงโชว์รูมรถอย่างปลอดภัย

 

อย่างที่หญิงสาวบอกไว้ โชว์รูมนี้มีเครื่องปั่นไฟ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในจึงยังใช้งานได้ดี จางอวิ๋นเปิดประตูโดยใช้บัตรพนักงานของอู๋จิง

 

รถยนต์ที่โชว์อยู่ในโชว์รูมล้วนเป็นรถออฟโรดรุ่นใหม่ แต่ละคันมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ อู๋จิงตรงเข้าไปในออฟฟิศของตัวเองแล้วหยิบกุญแจสำรองของรถทั้งหมดออกมา ซูรุ่ยเจ๋อไล่เก็บรถทีละคัน

 

โชคดีที่พื้นที่ในมิติของซูรุ่ยเจ๋อสามารถเก็บรถทั้งหมดไว้ได้ รวมถึงรถที่อยู่ในโกดัง และรถต้นแบบที่โชว์ในล็อบบี้ ทำให้พวกเขามีรถออฟโรดทั้งหมด 42 คัน แต่ละคันถูกปรับแต่งอย่างหรูหราด้วยชิ้นส่วนที่ดีที่สุด

 

 

 

_____________________

 

นักเขียนมีเรื่องจะกล่าว :

 

[โรงละครไม้เล็กๆ]

 

นักเขียน : เห็นไหม! ติดตามตัวละครเอกมีแต่จะมีชีวิตยืนยาว แถมได้พบสมบัติมากมาย!

ชายใส่สูท และชายวัยกลางคน (กินข้าวกล่องอยู่หลังฉาก) : แต่พวกฉันก็ติดตามตัวเอกก่อนตายนะ

อู๋จิง : ก่อนหน้านี้ ฉันรู้สึกว่าตัวเองคงไม่สามารถกอดต้นขานั่นไว้ได้! มาถึงตอนนี้ก็ได้แต่ชื่นชมความฉลาดของตัวเอง

เด็กชาย : ทำไมถึงยังไม่ใส่ชื่อให้ผมล่ะ? ผมเป็นคนแรกที่ได้กอดต้นขาตัวละครเอกนะ

แงวน้อย : เมี๊ยว!

เจิ้งเจียเหอ : โทษที! แต่ฉันมาคนแรก!

ซ่งเฉิงชู : คนแรกไม่ใช่ฉันหรอกหรอ?

จางอวิ๋น : ...

ซูรุ่ยเจ๋อ : อันที่จริง คนที่จับต้นขาผมเป็นคนแรกคือพี่จางต่างหาก (เอามือปิดหน้าด้วยความอาย)

 

เทพเจ้าแงว : ผู้เขียนพยายามเล่นคำระหว่างสำนวนกอดต้นขาตัวเอก (คือหวังจะได้โชคจากการติดตามตัวละครเอก) กับกอดต้นขา ที่มีความหมายตรงตัวค่ะ

 

[โรงละครเร่เล็กๆ]

 

จางเสี่ยวอวิ๋น : เจิ้งเจียเหอ ฉันคิดว่าสมองของนาย...

เจิ้งเจียเหอ : ค่อนข้างดี?

ซ่งเฉิงชู : มีรู...

เจิ้งเจียเหอ : ?! ซ่งเฉิงชู! พลังพิเศษของนายทำอารมณ์แปรปรวนหมดแล้ว! อยากสัมผัสความน่ากลัวของเดอะ ฮัลค์หรอ?

ซ่งเฉิงชู : โอ้ ฉันอยากรู้จังว่าหัวของเดอะ ฮัลค์มีสีเขียวจริงไหม

เจิ้งเจียเหอ : นาย! ฉันต้องขอกำลังเสริม! ท่านราชาปีศาจ น้อยชายตัวน้อยๆ ถูกคนใจโฉดรังแก! รีบใช้พลังแรงโน้มถ่วงบี้มัน! ใช้พลังกัดกร่อนจัดการมัน!

ซ่งเฉิงชู : หมอนี่ยังปกติดีไหม?

ราชาปีศาจจางเสี่ยวอวิ๋น : ปีศาจน้อย เราเข้าห้องไปคุยเรื่องชีวิตของเรากันดีกว่า

เทวดาน้อย ซูเสี่ยวเจ๋อ : ต้องกอดและจูบผมเยอะๆ ด้วยน้าา (づ ̄3 ̄)づ

 

____________________

 

เนื้อเรื่องหลักไม่มีฉากหวาน มากุ๊กกิ๊กกันในช่วงโรงละครเร่ก็ได้เนอะ

มีแก้เนื้อหาเล็กน้อย ตรงอาการบาดเจ็บของอู๋จิง เป็นที่ข้อมือนะคะ ไม่ใช่ที่เอว เราดู wrist ผิดเป็น waist เองค่ะ ไม่มีข้อแก้ตัว 

จริงๆ เราอ่านตอนนี้แล้วก็สงสัยค่ะ ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจีนต้มออกมาจะประมาณไหน (ระวัง! รูปอาหาร)

 

 

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจีน ยี่ห้อ JML (Jin Mai Lang)

 

อันนี้เป็นยี่ห้อดังของบ้านเขาค่ะ ส่วนตัวเคยทานแต่ถ้วยสีม่วง แบบที่เว่ยอิงเคยโฆษณา /หัวเราะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.876K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,107 ความคิดเห็น

  1. #6876 pick-17 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 10:00
    น้องซูเป็นโดเรม่อนได้เลยนะ 5555 คู่มือเอาชีวิตรอด+ตัวช่วยสารพัดประโยชน์
    #6,876
    0
  2. #6380 Lusiafar (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 00:41
    สัตว์เลี้ยงตัวดำทั้งหลายของตัวเอกแทบทุกเรื่องต้องชื่อเสี่ยวเฮ่ยงั้นหรอ อ่านเจอมาสามสี่เรื่องแล้วนะ เอะอะอะไรตัวดำ ๆ ก็ชื่อเสี่ยวเฮ่ย 555
    #6,380
    1
  3. #6352 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 17:35
    มีมิติเป็นของตัวเองโครตดี
    #6,352
    0
  4. #5225 น้ำพัน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 16:20

    เป็นทีมที่ดีเยี่ยม หวังว่าทุกคนจะผ่านพ้นวันสิ้นโลกไปด้วยกันได้นะ

    #5,225
    0
  5. #5154 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:23
    ให้ตายเถอะ อย่าลืมเข้าไปจัดของในมิตินะ ตอนนี้น่าจะเยอะมากๆเลย 55555
    #5,154
    0
  6. #5136 timeline3009 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 02:34
    เห็นคำว่าระวังรูปอาหารรีบเลื่อนผ่านอย่างไว อ่านนิยายวันสิ้นโลกตอนดึกชั่งน่ากลัว
    #5,136
    0
  7. #5103 Just a girl who fall in love mrJ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 20:15
    เรียกได้ว่าน้องเป็นต้นขาทองคำแล้วค่ะ 55555 เกาะไว้ให้แน่นเร้วทุกคน!
    #5,103
    0
  8. #5073 Taetaemnae (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 14:17
    สุดยอดทีม
    #5,073
    0
  9. #4865 Pzsxdc (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 19:09
    7 คนนี่แบบโอ้โหทีมใหญ่แล้วนะ ในอนาคตคนเขียนต้องให้ใครสักคนตายแน่นอน
    #4,865
    0
  10. #4812 NoTTo5549porgtbs (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:49
    โอ้โหววว
    #4,812
    0
  11. #4643 MitsukiCarto (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 07:29
    โอ้โห ถึงหายก็สำรอง40กว่าคัน5555
    #4,643
    0
  12. #4038 นังนี่มันคนหยาบคายยย (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 22:32
    อื้อหือออออ รวยเละ!!!!
    #4,038
    0
  13. #3899 Xialyu (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:18
    ดีงามอะ
    #3,899
    0
  14. #2478 Ninjss (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:16
    อ่านนิยายแนวนี้มาก็หลายเรื่องตัวเอกมีมิติก็เยอะแต่นี่เป็นเรื่องแรกที่ยัดรถใส่มิติขนาดนั้น รวยยย
    #2,478
    0
  15. #2107 Avista (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:25
    รถเยอะจั้ด
    #2,107
    0
  16. #2010 sakura17 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:53
    สงสารเด็กน้อย คุณพ่อก็ดี
    #2,010
    0
  17. #1982 PaulaPum (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:41
    โคตรจะเทพกันเลย..
    #1,982
    0
  18. #1760 trp1021 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:30
    ต่อไปก็ทำให้เขตบ้านปลอดภียขึ่นนนน
    #1,760
    0
  19. #1671 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:29

    มีน้ำมันแล้ว มีรถแล้ว สบายยยย

    เด็กน้อยสามขวบจะเป็นไอเท็มลับให้กลุ่มได้มั้ยนะ(?)

    #1,671
    0
  20. #1665 cake08234 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:32

    5ทุ่มครึ่ง
    เสียงท้องร้อง
    โครกคราง
    เหตุผลอยู่ที่ภาพ
    ในตอนนี้นี่เอง
    #1,665
    0
  21. #1612 Mhuaymhuay Freedom (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:12

    รถเยอะมากเลยค่ะดเล้วน้ำมันละคะ5555
    #1,612
    0
  22. #1611 kacu (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:44
    รออ่านนะคะ
    #1,611
    0
  23. #1610 ทิพย์ราตรี (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:27
    สนุกมาเร็วๆนะ
    #1,610
    0
  24. #1609 dewwiizodiac (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:57
    เห็นบะหมี่แล้วหิวเลย
    #1,609
    0
  25. #1608 LovelyWonbin (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:02
    อยากจะโชว์มาม่า กับไวไวบ้านเราจัง555
    #1,608
    0