[นิยายแปล] เชอร์รี่ของผมจะระเบิดในวันสิ้นโลก [Yaoi/BL]

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 28 : มุมมองของโอตาคุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,022 ครั้ง
    10 ก.พ. 63

 

ตอนที่ 28 : มุมมองของโอตาคุ

 

ซ่งเฉิงชูก็ตกอยู่ในสภาวะโคม่าเนื่องจากไข้สูง ซูรุ่ยเจ๋อจึงไปคั้นน้ำผักและผลไม้มาป้อนแก้วหนึ่ง หวังจะช่วยลดความรุนแรงของไวรัสซอมบี้

 

เป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง กว่าซ่งเฉิงชูจะฟื้น

 

"พี่ซ่ง! ในที่สุดพี่ก็ฟื้นแล้ว?! เป็นไงบ้าง? เป็นไงบ้าง? พี่รู้สึกยังไง?" เจิ้งเจียเหอที่คอยดูอยู่ใกล้ๆ ถามอย่างกระตือรือร้น

 

ซ่งเฉิงชูรู้สึกถึงพลังลึกลับในมือตัวเอง ทันทีที่ชายหนุ่มยกมือขึ้น สายน้ำก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือ

 

"ว้าว พลังน้ำ!"

 

"โอ้?" จางอวิ๋นได้ยินเสียงเอะอะด้านล่างจึงลงมาดู "ดี ต่อไปนี้พวกเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้กันแล้ว"

 

ได้ยินดังนั้น ซ่งเฉิงชูหน้าเสียเล็กน้อย ทำไมจางอวิ๋นถึงมีพลังสุดยอดอย่างควบคุมแรงโน้มถ่วง แถมยังมีพลังกัดกร่อนที่ใช้โจมตีได้อีก ในขณะที่พลังเขาทำได้แค่ผลิตน้ำ?

 

"บางทีพี่อาจลองเปลี่ยนน้ำเป็นศรแล้วโจมตี?" ซูรุ่ยเจ๋อออกมาจากห้องครัวพร้อมอาหารเที่ยง เขาเคยเห็นผู้ใช้พลังน้ำทำแบบนี้มาก่อน

 

ซ่งเฉิงชูตาเป็นประกาย ก่อนพยายามควบแน่นน้ำเป็นศรน้ำเล็กๆ แล้วยิงใส่กำแพง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อศรน้ำกระทบกำแพง มันก็สลายตัว เหลือไว้เพียงแอ่งน้ำเล็กๆ

 

ผลลัพธ์ของมันไม่ต่างอะไรกับลูกโป่งน้ำที่พวกเขาเคยโยนเล่นกันสมัยเด็ก ไม่สามารถทำร้ายใครจริงจังได้ทั้งนั้น

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าเศร้าไปเลย กินก่อนเถอะ เดี๋ยวก็หิวตายหรอก" จางอวิ๋นหัวเราะขณะเดินมานั่งที่โต๊ะ

 

"กิน กิน กิน นายสนใจแต่เรื่องกินงั้นหรอ!" ซ่งเฉิงชูควบแน่นมวลน้ำก้อนหนึ่งก่อนโยนใส่จางอวิ๋น

 

จางอวิ๋นไม่หลบเลี่ยง เพราะพลังของซ่งเฉิงชูไม่อันตรายอยู่แล้ว

 

"เฮ้ย..." เมื่อก้อนน้ำกระทบร่างกายจางอวิ๋น ทุกคนคิดว่าอย่างมากมันคงทำได้แค่ให้ชายหนุ่มเปียก ไม่คาดหวังว่าจะได้ยินเสียงร้องเบาๆ ของจางอวิ๋น

 

"เกิดอะไรขึ้น?" ซูรุ่ยเจ๋อรีบวิ่งเข้าไปดู หลังถอดเสื้อออกจึงเห็นว่าผิวหนังส่วนหนึ่งของชายหนุ่มเป็นสีแดง เด็กชายจับไปที่เสื้อ เขาพบว่าน้ำบนเสื้อเป็นน้ำร้อน

 

"มีอะไรหรอ?" ใบหน้าของซ่งเฉิงชูเองก็ดูสับสน

 

"พี่สามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำได้?" เป็นอีกครั้งที่เจิ้งเจียเหอเข้าใจอะไรได้เร็วกว่าคนอื่น

 

ซ่งเฉิงชูลองอีกครั้ง แต่บอลน้ำที่เขาควบแน่นใหม่นี้กลับเย็นตามปกติ

 

"ทำไม่ได้..."

 

"ถ้างั้นพี่ลองนึกถึงอารมณ์ตอนปล่อยบอลน้ำใส่พี่จางสิครับ ตอนนั้นพี่รู้สึกโมโหนิดหน่อยใช่ไหม?"

 

เมื่อได้รับคำแนะนำจากเจิ้งเจียเหอ ซ่งเฉิงชูก็นึกขึ้นได้ เขาพลันคิดถึงใบหน้าของคนที่เขาเกลียดที่สุด ระหว่างควบแน่นบอลน้ำขึ้นมา

 

ตอนนี้ไม่ต้องมีใครสัมผัสทุกคนก็รู้ว่ามวลน้ำนี้อุณหภูมิสูงแค่ไหน มันมีไอสีขาวพวยพุ่งออกมาราวกับน้ำเดือดจัด

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า พระเจ้าเห็นใจฉันแล้ว!!!" ซ่งเฉิงชูดีใจมาก ในที่สุดพลังของเขาก็เป็นอะไรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่าผลิตน้ำดื่ม

 

"ก็ดีนะ คราวนี้เราก็ไม่ต้องต้มน้ำใช้กันแล้ว เพราะผลิตน้ำอุ่นได้เอง" จางอวิ๋นเล่นบทเพื่อนเลวคอยจิกกัด

 

"เฮ้! พูดใส่หน้าฉันอีกทีซิ!" ซ่งเฉิงชูมองแรงใส่

 

"โอเค เรามากินกันก่อนเถอะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน" วันนี้ซูรุ่ยเจ๋อทำข้าวผัดเบคอนหม้อใหญ่กินคู่กับสเต็กเนื้อแดง ในเมื่อทุกคนปลุกพลังพิเศษได้แล้ว แน่นอนว่าพวกเขาต้องกินเยอะขึ้น

 

แม้ว่าฝีมือทำอาหารของเด็กชายจะเอาไปเทียบกับร้านอาหารไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็นอาหารโฮมเมดที่มีรสชาติดี พวกเขาจัดการข้าวผัดเบคอนหม้อใหญ่และสเต็กเนื้อแดงจนหมดชาม ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาพูดคุยระหว่างมื้ออาหารสักคน

 

หลังอาหารเย็น ซ่งเฉิงชูยังคงศึกษาพลังของตัวเอง โดยมีเจิ้งเจียเหอและจางอวิ๋นนั่งล้อมวงช่วยออกความเห็น

 

"ในเมื่ออุณหภูมิของน้ำเพิ่มขึ้นตอนพี่โกรธ ไม่แน่ว่าถ้าพี่รู้สึกเศร้า อุณหภูมิของน้ำอาจลดลงจนเป็นน้ำแข็งก็ได้ ถ้าน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง พลังโจมตีของมันก็ควรเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ?"

 

ซ่งเฉิงชูทำตามคำแนะนำ และเขาก็ทำสำเร็จ

 

"เจียเหอ! นายช่างแสนวิเศษ!" ซ่งเฉิงชูรู้สึกตื่นเต้นจนอยากพุ่งเข้าไปกอดเด็กหนุ่มแล้วจูบสักที

 

"พี่ซ่งชมผมเกินไปแล้ว" เจิ้งเจียเหอโบกมือปฏิเสธและกล่าว "จริงๆ ผมก็คิดว่าพลังน้ำเป็นพลังที่แข็งแกร่งไม่น้อย ผมเคยดูหนังไซไฟบางเรื่อง คนที่มีพลังน้ำสามารถสร้างได้กระทั่งคุกน้ำ โล่น้ำ ปืนน้ำ และอีกมากมาย พี่ซ่งลองควบคุมอุณหภูมิและปรับแต่งรูปร่างของมวลน้ำดู ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจกลายเป็นพลังที่ร้ายกาจได้"

 

ซ่งเฉิงชูคิดไม่ถึงว่าพลังน้ำจะสามารถพลิกแพลงใช้จนร้ายกาจได้ขนาดนั้น เขาสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของคนอื่นด้วยคุกน้ำ โล่น้ำก็สามารถใช้ป้องกันตัวได้ ปืนน้ำก็ใช้โจมตี ยิ่งถ้าควบคุมอุณหภูมิน้ำให้แช่แข็งหรือทำให้เดือดตามใจชอบได้ ความสามารถก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!

 

"เด็กดี... สมองของเธอทำมาจากอะไรกันแน่ หือ?" ซ่งเฉิงชูหัวเราะพลางตบไหล่เด็กหนุ่ม

 

"แหะๆ คงเพราะผมไม่มีงานอดิเรกอื่นนอกจากดูหนังกับเล่นเกม เลยชินกับเรื่องแบบนี้มากกว่าล่ะมั้งครับ"

 

ความจริงแล้ว คนประเภทนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า โอตาคุ...

 

แต่ไม่คิดว่าโอตาคุคนอื่นจะมีโอกาสเอาความรู้มาปรับใช้อย่างเด็กคนนี้หรอก

(เพราะคนรอบตัวน้องมีแต่เทพๆ แต่คนอื่น ก็แล้วแต่โชคนะ)

 

"เฮ้ แล้วเธอคิดยังไงกับพลังของอาจาง?" ซ่งเฉิงชูส่งสัญญาณให้หันไปสนใจจางอวิ๋น

 

เจิ้งเจียเหอถูกถามดังนั้นก็หันไปมองจางอวิ๋น และเห็นอีกฝ่ายมองกลับมาอย่างสนอกสนใจ เขายิ่งประหม่า

 

ตอนอยู่ที่โกดังของห้าง ก็เป็นจางอวิ๋นที่ช่วยชีวิตเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจิ้งเจียเหอก็รู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไม เขารู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวจางอวิ๋นนั้นลึกลับแปลกๆ ทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่ม เขารู้สึกอยากหดคอหนีตลอด

 

แต่พอพูดเรื่องแรงโน้มถ่วง เจิ้งเจียเหอมีความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ เพราะเอกที่เขาเรียนในมหาวิทยาลัย S คือ อากาศพลศาสตร์ หรือ แอโรไดนามิค น่ะสิ

 

"ผม... ผมคิด..." เจิ้งเจียเหอเรียบเรียงคำพูดในหัวและกล่าว "ผมคิดว่าพลังควบคุมแรงโน้มถ่วงมีพื้นที่ให้พัฒนาค่อนข้างมาก เช่น แรงต้านแรงโน้มถ่วง สภาพไร้น้ำหนัก ความดัน แรงผลัก แรงโน้มถ่วงปกติ และอื่นๆ ตราบใดที่ใช้อย่างถูกต้อง ต้องเป็นพลังที่มีประโยชน์มากแน่นอน"

 

จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย และเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่เจิ้งเจียเหอพูด

 

"การเพิ่มแรงโน้มถ่วง สร้างพื้นที่ที่มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่าปกติ จะทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวอย่างลำบากภายใต้พื้นที่นี้ หรือตัวอย่างอื่น เช่น แรงต้านแรงโน้มถ่วง พี่สามารถใช้แรงต้านแรงโน้มถ่วงกับน้ำหนักตัวของพี่ บางทีอาจทำให้สามารถบินได้ หรือทำให้วัตถุมีน้ำหนักน้อยลงแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ หรือแรงผลักเองก็อาจใช้ในการหักเหการโจมตีของคู่ต่อสู้" เมื่อพูดในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญ เจิ้งเจียเหอยิ่งดูตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ จนตั้งสมมติฐานการใช้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วงในการต่อสู้และป้องกันตัวออกมามากมาย

 

กล่าวได้ว่าสิ่งที่เจิ้งเจียเหอพูด เหมือนเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับซ่งเฉิงชูและจางอวิ๋นเลยทีเดียว

 

"แล้วพลังกัดกร่อนล่ะ?"

 

"พลังกัดกร่อนอาจใช้โจมตีได้อย่างเดียว แต่พี่เป็นผู้มีพลังพิเศษคู่ อาจซ่อนพลังนี้จากสายตาคนอื่น และใช้เป็นไพ่ลับได้"

 

จางอวิ๋นพยักหน้าอย่างยอมรับ

 

ซูรุ่ยเจ๋อเองก็เพลิดเพลินกับการฟังเช่นกัน เมื่อเด็กชายคิดถึงพลังของตัวเองก็อดดึงเสื้อของจางอวิ๋นเบาๆ ไม่ได้ เขาเองก็อยากรู้วิธีใช้พลังของตัวเองให้มากกว่านี้

 

จางอวิ๋นเห็นท่าทีของซูรุ่ยเจ๋อก็รู้ว่าเด็กชายคิดอะไร เขาสบตาอีกฝ่ายก่อนพยักหน้าให้

 

"แล้วพลังไม้ของผมล่ะ? มีวิธีใช้เจ๋งๆ บ้างไหม?" ซูรุ่ยเจ๋อเอ่ยปากถามอย่างรวดเร็ว

 

"อ๋า?" เจิ้งเจียเหอมึนงงไปครู่หนึ่ง "เธอก็มีพลังหรอ?"

 

"ใช่ เขาเป็นคนแรกในหมู่พวกเราที่พลังตื่นขึ้น" จางอวิ๋นยิ้มพลางตาบบ่าซูรุ่ยเจ๋อ "เสี่ยวเจ๋อ โชว์พลังของเธอให้เขาดูสิ"

 

ซูรุ่ยเจ๋อยกมือซ้ายขึ้นมา ในมือมีเมล็ดถั่วลันเตาสีเขียวอยู่เต็มกำมือ ในขณะที่เจิ้งเจียเหอมองอย่างสับสน เขาก็กำมือซ้ายและแบออกในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เมล็ดถั่วทรงกลมก็กลายเป็นกระสุนสีเขียว

 

"นี่คือพลังไม้?" เจิ้งเจียเหอรู้สึกว่าพลังไม้ของซูรุ่ยเจ๋อค่อนข้างต่างไปจางที่เขาจินตนาการไว้ "ขอดูกระสุนได้ไหม?"

 

"ได้สิ"

 

เจิ้งเจียเหอหยิบกระสุนถั่วสีเขียวมรกตจากมือของซูรุ่ยเจ๋อ ถ้ามองข้ามเรื่องรูปร่างกระสุนที่แปลกไปสักนิด ใครก็ต้องคิดว่ากระสุนนี้เป็นของจริง จากผิวสัมผัสและความแข็งของมัน

 

"มันใช้ได้จริงไหม?"

 

"นายก็เคยเห็นประสิทธิภาพของมันแล้วไม่ใช่หรอ?" จางอวิ๋นหยิบปืนขึ้นมาปลดแมกกาซีนให้เห็นว่ามีกระสุนถั่วสีเขียวบรรจุอยู่

 

เจิ้งเจียเหอมองไปที่ซูรุ่ยเจ๋ออย่างตกตะลึง ก่อนเอ่ยปากถาม "เสี่ยวเจ๋อ นายเคยเล่นเกม Plants vs Zombies หรือเปล่า?"

 

ซูรุ่ยเจ๋อพยักหน้าอย่างเขินอาย ที่โรงเรียนของเขา เกมนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน ซูรุ่ยเจ๋อเคยเล่นในเกมนี้ในมือถือของเพื่อนร่วมชั้นบ้าง เป็นเกมเดียวที่เด็กชายเคยเล่นในชีวิต"

 

"มีพืชอะไรที่มีในเกมแล้วนายมีอยู่ตอนนี้บ้าง?"

 

ซูรุ่ยเจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบเชอร์รี่ออกมา

 

เจิ้งเจียเหอช็อคที่เห็นซูรุ่ยเจ๋อหยิบเชอร์รี่สดออกมาจากความว่างเปล่า ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดใช่ไหม?

 

"เสี่ยวเจ๋อเป็นผู้มีพลังพิเศษคู่ เขามีพลังไม้และพลังมิติ สิ่งของที่พวกเราเก็บรวบรวมแทบทั้งหมดก็อยู่ในมิติของเขา"

 

"พระเจ้า!" ถ้าไม่ติดว่ากลัวจางอวิ๋นจะฆ่าเอา เจิ้งเจียเหอคงวิ่งไปกอดซูรุ่ยเจ๋อแน่นๆ ไปแล้ว ถ้ามีเด็กคนนี้อยู่ เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าท้องจะหิวในอนาคต!

 

เจิ้งเจียเหอรู้สึกว่าเขาใช้แต้มบุญไปอย่างมหาศาล ทีแรกก็ได้จางอวิ๋นช่วยชีวิตไว้ จากนั้นก็เปิดโลกใบใหม่ของวัยรุ่นอายุ 19 ด้วยการกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษอย่างไม่ได้ตั้งตัว สุดท้ายขอเข้าร่วมทีมหนึ่งเพื่อหวังตอบแทนบุญคุณ กลายเป็นได้เข้าร่วมทีมมหาเทพเสียอย่างนั้น!!!

 

จางอวิ๋นต้องแตะไหล่เจิ้งเจียเหอ "ไม่ต้องตื่นเต้น ไหนลองบอกหน่อย เธอคิดว่าพลังของเสี่ยวเจ๋อจะเอาไปใช้ยังไงได้อีกบ้าง"

 

ก่อนพลังของซูรุ่ยเจ๋อจะพัฒนา พลังไม้นั้นแค่ใช้ปลูกพืช และพลังมิติก็แค่ใช้เก็บของ พลังทั้ง 2 อย่างไม่มีความสามารถในการต่อสู้

 

ภายหลังเมื่อระดับพลังสูงขึ้น เข้าถึงพบว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนถั่วเป็นกระสุนได้ ทั้งหมดถูกเฉินฮุยเจิ่นขายให้กับสถาบันวิจัย สถาบันเองก็สนใจมิติที่สามารถปลูกพืชได้ของซูรุ่ยเจ๋อเช่นกัน ก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา นักวิจัยก็ยังไม่สามารถไขความลับเกี่ยวกับพลังไม้ที่เปลี่ยนพืชเป็นอาวุธได้

 

หลังซูรุ่ยเจ๋อย้อนเวลากลับมา เขาก็ทดลองเปลี่ยนพืชบางชนิดให้เป็นอาวุธ แต่เหมือนว่ามีเพียงถั่วเท่านั้นที่ใช้ได้

 

ถ้าไม่ได้มาพบกับเจิ้งเจียเหอ เขาเองก็ไม่นึกว่าพลังของเขาจะเกี่ยวข้องกับเกม...

 

"เสี่ยวเจ๋อ ลองเปลี่ยนเชอร์รี่เป็นอาวุธดูสิ"

 

เด็กชายกำเชอร์รี่ไว้ในมือซ้ายแล้วลองใช้พลังเปลี่ยนมันให้เป็นระเบิดแบบในเกม แต่เชอร์รี่ดูเหมือนจะไม่ตอบสนอง

 

เขาวางเชอร์รี่ลงอย่างหงุดหงิด และเริ่มสงสัยว่าความสามารถเขาอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เจิ้งเจียเหอคิด

 

แต่อยู่ๆ จางอวิ๋นก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาวิ่งขึ้นไปบนห้องแล้วหยิบหนังสือลงมาเล่มหนึ่ง มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับอาวุธที่มีภาพประกอบสวยงาม จางอวิ๋นเปิดหนังสือไปหน้าที่อธิบายเกี่ยวกับอาวุธระเบิดแล้วเลื่อนให้ซูรุ่ยเจ๋อดู

 

"เธอลองดูอีกครั้ง"

 

ครั้งนี้เด็กชายทำสำเร็จ! เชอร์รี่เดิมมีขนาดเท่าไข่นกกระจอก เมื่อซูรุ่ยเจ๋อคลายมือออก กลับกลายเป็นระเบิดสีแดงขนาดเท่าของจริง

 

"สำเร็จ!!! ฮ่าฮ่าฮ่า!! เสี่ยวเจ๋อเธอเยี่ยมที่สุด!!" ซ่งเฉิงชูรีบเปิดหนังสือหารูประเบิดมือ "เร็ว ลองเปลี่ยนพริกดู!"

 

ซูรุ่ยเจ๋อหยิบพริกแดงออกมาจากมิติ แล้วเปลี่ยนมันเป็นระเบิดมือได้สำเร็จ

 

ยิ่งซูรุ่ยเจ๋อมีมิติเก็บของ ทำให้ตอนนี้เด็กชายไม่ต่างอะไรกับคลังแสงเดินได้

 

ไม่ต้องกล่าวถึงกฎหมายครอบครองอาวุธ ขนาดในต่างประเทศ การครอบครองวัตถุระเบิดไม่ว่าจะลูกระเบิด ระเบิดมือ กระทั่งวัตถุดิบผลิตระเบิดก็ยังไม่สามารถทำได้ง่ายๆ เจิ้งเจียเหอรู้สึกอยากคุกเข่ากราบไหว้บูชาเด็กชายสุดๆ ...

 

นาทีต่อมา ซูรุ่ยเจ๋อก็ทำสิ่งที่ทำให้พวกเขาทุกคนแทบตาถลน เด็กชายเปลี่ยนระเบิดสีแดงกลับมาเป็นเชอร์รี่สด

 

"ผมคิดว่าการพกระเบิดไปไหนมาไหนค่อนข้างอันตราย ถ้าไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องใช้ ผมก็สร้างได้ทันที" พูดจบเด็กชายก็เอาเชอร์รี่ใส่ปากตัวเอง

 

กิน! ไป! ทั้ง! ลูก!

เชอร์รี่ที่เมื่อกี้ยังเป็น...ระเบิด!

 

จางอวิ๋นยกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ เด็กคนนี้ช่างซื่อบื้อเสียจริง แต่เขาก็เห็นด้วยกับความคิดของซูรุ่ยเจ๋อ การพกระเบิดไว้กับตัวนั้นไม่ปลอดภัย ทางที่ดีไม่ควรเปลี่ยนพืชเป็นระเบิดเก็บไว้

 

ด้วยความช่วยเหลือของเจิ้งเจียเหอ ทั้งจางอวิ๋น ซูรุ่ยเจ๋อ และซ่งเฉิงชูต่างก็มีแนวทางพัฒนาพลังเป็นของตัวเอง

 

"แล้วพลังของเธอล่ะ" ซ่งเฉิงชูมองไปที่เจิ้งเจียเหอ ตอนนี้เขาพลันรู้สึกว่าพลังของเด็กหนุ่มค่อนข้างธรรมดา

 

"ฮ่าฮ่า พลังของผมก็ดีมาก" เจิ้งเจียเหอยิ้มสดใส "พวกพี่เคยดูหนังเรื่อง ฮัลค์ หรือเปล่า? ตัวเอกของเรื่องสามารถกระโดดลอยขึ้นไปในอากาศโดยอาศัยแค่พลังกายเพียงอย่างเดียว! ในอนาคต เมื่อพลังของผมพัฒนาขึ้น ความแข็งแกร่งของผมจะไร้ขีดจำกัด จะต้องมากลัวซอมบี้ตัวเล็กๆ อีกทำไม? ต่อให้เราเจอโกดังสินค้าล็อคไว้อย่างแน่นหนา ก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว และผมก็เคยดูหนังกับอ่านนิยายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกมาเยอะ จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง แต่พวกพี่ก็เห็นนิสัยผมแล้ว แทบไม่เชื่อเลยว่าตัวเองจะมีพลังที่เจ๋งขนาดนี้!"

 

ทั้งสามคนก็หัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ยิ่งพวกเขาอยู่ใกล้เจิ้งเจียเหอ ความรู้สึกสบายใจก็พลันเกิดขึ้น บุคลิกตรงไปตรงมาของเด็กหนุ่มทำให้คนรอบข้างสบายใจ และจุดเด่นคือสมองของหมอนี่ก็ใช้ได้

 

แดดข้างนอกในเวลากลางวันนั้นร้อนมาก ขนาดซอมบี้ยังหลบตามร่มเงาไม่เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วในช่วงบ่าย

 

เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นที่สุด บางคนก็เริ่มนอนเอาแรง เพื่อเตรียมตัวออกไปเดินหาของในช่วงเย็น

 

พวกเขาเองก็สามารถเก็บตัวอยู่ในเซฟเฮ้าส์ได้อย่างปลอดภัย เพราะมีมิติของซูรุ่ยเจ๋อ ยังมีของกินและเครื่องดื่มให้บริโภคได้อีกนาน

 

แต่หลังจากวันสิ้นโลก ทั้งซอมบี้แล้วมนุษย์จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพวกเขาไม่ต่อสู้ ไม่สะสมนิวเคลียส ในที่สุดความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะตามคนอื่นไม่ทัน อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ยังไม่แน่ชัด

 

พวกเขาต้องผ่านความยากลำบาก จึงจะมีโอกาสใช้ชีวิตดีๆ ในบั้นปลาย

 

แต่แทนที่จะนอนหลับ บางคนในหมู่พวกเขาต้องตื่นขึ้นมาเนื่องจากอากาศร้อน เมื่อตรวจสอบเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็พบว่าไฟฟ้าถูกตัดไปแล้ว

 

เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อัตราการใช้ไฟฟ้าของผู้คนในเมืองจึงสูงขึ้น ในขณะที่โรงงานไฟฟ้าไม่มีคนเข้าไปทำงาน เมื่อเครื่องจักรไม่ถูกซ่อมแซม ไฟฟ้าในเขตนี้จะตัดไปเมื่อไหร่ก็ไม่แปลก

 

พวกเขาเชื่อว่าอีกไม่นาน น้ำประปาก็จะถูกตัดเช่นกัน จากนั้นมนุษย์ก็จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น

 

โชคดีที่ซ่งเฉิงชูเป็นผู้ใช้พลังน้ำ สามารถสร้างน้ำแข็งได้ พวกเขาจึงไม่ต้องทนร้อนนานนัก

 

หมอหนุ่มเหนื่อยอ่อนจากการสร้างน้ำแข็งจำนวนมากใส่อ่างไปตั้งตามห้อง แม้จะช่วยลดอุณหภูมิในบ้านได้บ้าง แต่ก็กินแรงจนเขาแทบต้องคลานไปหาเตียงนอน

 

เมื่อพวกเขาตื่นขึ้น ก็เป็นเวลา 3 ทุ่ม ทั่วทั้งเมืองปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงจันทร์ช่วยส่องสว่างให้พอเห็นร่างซอมบี้บนท้องถนน

 

"อย่าลืมระวังตัวอยู่ตลอดตอนอยู่ข้างนอก" จางอวิ๋นส่งไฟฉายให้ทุกคนพลางเอ่ยเตือนไปด้วย

 

หลังไฟฟ้าดับทั้งเมือง ผู้รอดชีวิตก็เริ่มกังวลว่าน้ำประปาจะถูดตัด และเริ่มคิดถึงภาวะขาดแคลนอาหาร เมื่อเผชิญวิกฤต มนุษย์ส่วนใหญ่ก็บังคับตัวเองให้ออกไปสู้กับซอมบี้

 

คนที่ออกมาหาของในช่วงเย็นจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งมีคนมากขึ้นเท่าไหร่ ปัญหาก็ตามมามากขึ้นเท่านั้น

 

เช่น มีซอมบี้จำนวนมากตามกลิ่นเลือดของมนุษย์เป็นๆ มา หรือแม้แต่เกิดการปะทะระหว่างมนุษย์ด้วยกัน...

 

อีนัยหนึ่ง คืนนี้คงไม่เงียบเหงาสักเท่าไหร่

 

กลุ่มของพวกเขาขับรถ BMW มุ่งไปร้านค้าใกล้เคียง ระหว่างทางผ่านร้านขายของชำ จึงตั้งใจแวะเพื่อกักตุนเครื่องปรุง เช่น น้ำมัน เกลือ ซอสถั่วเหลือง และน้ำส้มสายชู ระหว่างนั้นก็หาร้านที่ขายเทียนและแบตเตอร์รี่ไปด้วย

 

แม้ว่าจะมีหลายอย่างที่ซื้อไว้ก่อนแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าและอาหาร ของอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกักตุนมากนัก คราวที่ไปห้างสรรพสินค้าก็หยิบพวกเครื่องปรุงมาไม่เท่าไหร่ คงใช้ได้อีกไม่นาน พวกเขาจึงควรสะสมเพิ่ม

 

แน่นอนว่าเมื่อพวกเขาเข้ามาในตัวเมือง ก็ต้องพบคนจำนวนมากบนท้องถนน ทุกคนล้วนมีกลุ่มของตัวเอง และถืออาวุธแตกต่างกัน

 

เมื่อถึงร้านขายของชำ จางอวิ๋นพบว่ามีคนกำลังมองผ่านกระจกร้านเข้าไปดูลาดเลา เป็นครอบครัวหนึ่ง ชายวัยกลางคนพยายามงัดประตู ในขณะที่หญิงวัยกลางคนยืนเฝ้าระวังพร้อมมีดในมือซ้าย ส่วนมือขวาจูงเด็กคนหนึ่ง

 

หลังจางอวิ๋นจอดรถ ชายและหญิงวัยกลางคนก็สังเกตเห็นพวกเขา

 

"พวกเรามาก่อน!" ผู้หญิงแกว่งมีดไปมาขู่พวกเขา

 

จางอวิ๋นโบกมือให้หล่อนก่อนถอยฉากออกไป

 

หลังวันสิ้นโลก การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย จางอวิ๋นเห็นความสิ้นหวังในดวงตาหญิงวัยกลางคน และเห็นความกลัวบนใบหน้าของเด็ก เขาจึงจากมา ยังมีร้านค้าอีกมากให้พวกเขาไปรวบรวมของ ไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงกับครอบครัวนั้น

 

"อ่า อินเตอร์เน็ตคาเฟ่นั่น..." เมื่อขับรถผ่านสี่แยก เจิ้งเจียเหอก็รีบชี้ให้คนอื่นดูร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทันที

 

"ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีอะไรหรอ?" ซ่งเฉิงชูถาม

 

"ผมเคยอยู่ที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่นั่นมาก่อน มีซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ อยู่ด้านหลังร้าน มีของเยอะมาก ต้องมีพวกเกลือ ซอสถั่วเหลือ น้ำส้มสายชู และของอื่นๆ แน่นอน... ทำไมเราไม่ลองไปดูกันก่อนล่ะ?"

 

"แต่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่..." คนจำนวนมากมักไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในช่วงเย็น ใครจะรู้ว่าในวันสิ้นโลกจะมีคนอยู่ในร้านมากแค่ไหน? ไม่ใช่ว่าเป็นการเดินเข้าไปในฝูงซอมบี้หรอกหรอ?

 

"ไม่ต้องห่วง พวกเราอ้อมไปด้านหลังได้ ประตูหลังร้านล็อคอยู่ตลอด ต่อให้มีซอมบี้อยู่ด้านในก็คงใช้เวลาพักหนึ่งกว่าพวกมันจะออกมาได้"

 

"อาจาง นายคิดยังไง"

 

"ลองไปดูหน่อยก็ดี" จางอวิ๋นตัดสินใจ

 

 

 

 

_____________________________

 

OMG เป็นตอนที่ยาวมาก จำนวนคำเท่ากับ 2 ตอน แปลไปก็แอบท้อ ต้องพักไปทานข้าวดูหนังจบก่อนถึงมีแรงมาแปลต่อค่ะ /หัวเราะ

จริงๆ เราชอบตอนสั้นๆ มากกว่าค่ะ รู้สึกแปลจบไวดี มีกำลังใจแปลเรื่อยๆ พอเจอตอนยาว แปลไปได้ครึ่งนึงแล้วปวดหลังค่ะ อย่างอื่นไม่เป็นไร แต่ปวดหลังคือไม่ไหวเลย

ตอนนี้เราได้เห็นคาแรคเตอร์ของน้องเจียเหอ ใช่ค่ะ นางเป็นโอตาคุ โอตาคุกับนิยายวันสิ้นโลกแทบเหมือนของคู่กันเลยนะคะเนี่ย

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.022K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,140 ความคิดเห็น

  1. #6344 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 16:35

    เอาแล้วไงเรื่องแย่งชิงอาหารกันแล้ว
    #6,344
    0
  2. #5220 น้ำพัน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 04:47
    เป็นโอตาคุที่มีประโยชน์มาก
    #5,220
    0
  3. #5150 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:00
    น้องเจิ้นก็คือเป็นทรัพยากรบุคคลที่เหนือความคาดหมายมาก 55555
    #5,150
    0
  4. #5068 Taetaemnae (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:12
    โอตาคุดีมาก
    #5,068
    0
  5. #4786 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:45
    บอกตรงๆเลยนะคะ ช่วงนี้ต่างกับช่วงแรกมาก แปลได้ไหลลื่นขึ้นมากเลยค่ะะะ
    #4,786
    0
  6. #4697 Baeky_CY (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 21:00
    ไรท์ดูแลตัวเองด้วยค่า//ผู้ไม่ปวดหลัง คือลาภอันประเสริฐจริงๆ5555//
    #4,697
    0
  7. #4639 MitsukiCarto (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 06:31
    นี่มัน! โอตาคุวันสิ้นโลกกก~
    #4,639
    0
  8. #4222 เตเตชิต (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:06
    วัยของเจียเหอกำลังเป็นวัยของโอตาคุเก๋าๆ ความคิดสร้างสรรค์เพียบบ
    #4,222
    0
  9. #3895 Xialyu (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 12:52
    เก่งมาก
    #3,895
    0
  10. #2203 Sleepy😪 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:48
    ฉันตลก ซอมบี้เดินเข้าร่ม แม่เจ้า ซอมบี้กลังร้อนว่ะเธอออ 55555555
    #2,203
    0
  11. #2006 sakura17 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:28
    เจียเหอถือได้ว่าเป็นสมองของกลุ่มเลยนะ
    #2,006
    0
  12. #1543 bophobia (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:24
    สนุกจ้าาาายอมเพราะเห็นเด็กหรอกนะ
    #1,543
    0
  13. #1471 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:56
    โอตาคุน้อย เก่งมากค่ะ!
    #1,471
    0
  14. #1460 trp1021 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:29
    เหย แต่แบบ สงสารกับครอบครัวนั้นจริง หวังว่าจะโตขึ้นเร็วๆ
    #1,460
    0
  15. #1355 luzia atiria (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:43
    ขอบคุณค่า
    #1,355
    0
  16. #1350 somwonhyuk (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:49

    สนุกมาก

    #1,350
    0
  17. #1329 ReMiFa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:28
    หมอบอกว่าที่ภรรยานี้สมองดีจริงๆๆๆ
    #1,329
    0
  18. #1319 Verdaly (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:09
    เจียน้อยผู้น่ารัก //ทำไมยิ่งสัมผัสคาร์หมอซ่ง เริ่มีู้สึกออร่า เจียซ่ง! มากกว่าซ่งเจียเสียแล้ว // หมอซ่งคงน่ารักน่าดู ถ้าอยู่ในตำแหน่งภรรยาน่ะนะ!!
    #1,319
    0
  19. #1304 mothergod (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:25
    เข้าใจเลยค่ะ! เหนื่อยก็พักกนะ อย่าฝืน
    #1,304
    0
  20. #1299 CARROT~ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:37
    น้องเจียเหอน่ารักกกก!
    #1,299
    0
  21. #1298 Akechitra (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:21
    dream team แต่คิดเอาเองว่าจะต้องมีมาอีก
    #1,298
    0
  22. #1297 0843774421 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:04

    สู้ๆนะไรท์ แปลได้สนุกมากคร้าาา
    #1,297
    0
  23. #1296 Tery2006 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:57
    น้องกลายเป็นตัวประกอบแล้ว~
    #1,296
    0
  24. #1295 Yuiyui1978 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:25

    สู้ๆค่ะไรท์แปลได้สนุกมากเลยค่ะรอตอนต่อไป

    #1,295
    0
  25. #1294 Nista0227 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:15
    ขอบคุณค่ะ
    #1,294
    0