อร่อยแล้วบอกต่อ

ตอนที่ 4 : พ่อหมอพ่อบุญธรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    28 ก.ย. 63

เรื่องที่ลืมไม่ใช่อะไรสำคัญนัก

เว้ย! เฮ้ย! ไม่ใช่ มันสำคัญมาก

ผมมีพ่อบุญธรรมแล้วทำไมถึงลืมดีใจ หลังจากถกเถียงกันในเย็นนั้นจนกระทั่งผมแอนดรูลืมติดต่อหลงเพื่อนสนิทที่มีเพียงคนเดียว(เด็กสิบขวบเป็นชายในโรงเรียนนี้มีแค่หลงและแอนดรูที่เหลือเป็นเด็กหญิงอีกสามคน) เอาเถอะเดี๋ยวค่อยติดต่อก็ได้ ตอนนี้ผมกำลังสมัครสมาชิกเครื่อข่ายติดต่อระหว่างดวงดาวแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ 'เพื่อนวายป่วง' ก่อนตามคำขยั้นขะยอของพ่อหมอวัตสันบอก

ชื่อ..รหัสประจำตัว..วันเดือนปีเกิด..ที่อยู่…พ่อฮะ

พ่อหมอวัตสันครับที่อยู่…ครับเรียบร้อยแล้วครับ

มานี่ 'ติ๊ด' 

คุณมีเพื่อน 1 คน

เอ่อ..ต้องดีใจใช่ไหมมีพ่อบุญธรรมหมอวัตสันเป็นเพื่อน พรุ่งนี้รอให้หลงมาเป็นเพื่อนเพิ่มอีกคนเวลานี้ดึกแล้ว

 

 

“หลง เราออกจากโรงพยาบาลแล้ว ใช่กำลังกลับบ้าน…ครับพ่อ..เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ไปโรงเรียนเหมือนเดิมแล้วค่อยคุยกัน มีเรื่องให้ตื่นเต้นตกใจเตรียมใจไว้ให้ดีๆ บ๊าย”

หน้าจอติดต่อมองเห็นหน้ากันหายไปแล้วตอนนี้แอนดรูกำลังตื่นตาตื่นใจกับภาพข้างทางเขาที่ได้ออกจากโรงเรียนก็ต่อเมื่อไปทัศนศึกษายังที่อื่นเพียงเท่านั้น รถยนต์ลอยได้ขับเคลื่อนระบบการบินอัตโนมัติ บ้านที่ผมจินตนาการเอาไว้ว่าคงอยู่แล้ว…

อะไร..นี่อะไร

เรียกว่าบ้านใช่ไหม

อาคารหลายสิบชั้นที่ปลูกสร้างเหนือพื้นดินของพ่อบุญธรรม ดูเอาเถอะพ่อหมอของผม

คำว่าพ่อหมอนี้ผมควรเลิกเรียกได้แล้ว รู้สึกมันแปลกๆ ชอบกล ให้เหลือเพียงท่านพ่อหรือคุณพ่อสั้นๆ แค่นั้น หากเรียกพ่อหมอจริงๆ ผมว่ามันเป็นอีกความหมายหนึ่งแน่นอน แม้จะบ่งบอกอาชีพของพ่อที่เป็นหมอรักษาโรคก็ตาม

 

 

‘…ทำไมควันมันเยอะอย่างนี้ หายไปให้หมด ฟิ้วๆ ฟิ้ว  ท่านย่าครับผมมาแล้ว เว้ยเหยียบอะไรนี่ แฮะๆ ขอโทษครับท่านย่า’

โอ้ยรู้สึกผิดจริงๆ ทำระบบความรู้สลบ..เอ่อ ใช่คำนี้ได้ไหมนี่เป็นอีกเรื่องที่ผมลืม

‘ผมพัดให้ครับ’

ต้องทำดีเอาหน้าก่อน รอยยิ้มน่ารักบวกลักยิ้มพิฆาต(มันไม่ได้ดูดีอะไร เพื่อนอวยไปอย่างนั้นก็มีกันแค่สองคน)

 

‘จะ จะ เจ้า…เจ้าหลานอกตัญญู ฮือๆ ท่านบรรพชนท่านบรรพชนเจ้าหลานคนนี้…ฮึ..คุกเข่าเดี๋ยวนี้สำนึกผิดหนึ่งก้านธูปเลย’

‘เอ่อ…ท่านย่าครับ หนึ่งก้านธูปนี่มันนานไหม ละ ละ แล้วคุกเข่าต้องทำยังไงครับ’

ท่ายย่าเหมยได้เพียงแต่ยกนิ้วชี้หน้าและอ้าปากอ้าหุบอ้าหุบอย่างทำอะไรไม่ได้ ถึงอยากจะหายตัวเธอก็ไม่สามารถทำได้จนกว่าจะรู้ว่าที่ที่มาอยู่คือที่ใด

‘ท่านย่าครับดื่มน้ำหน่อยไหม ผมมีไอศกรีมรสชาเขียวด้วยหรือเอารสหวานน้ำต้มยำกุ้งก็มีนะครับ…’ ไอ้ที่ยื่นให้ไปเป็นอาหารเม็ดที่มีรสชาติอย่างที่ว่าจริงๆ

แล้วโต๊ะตู้เก้าอี้อีกสารพัดที่ควรจะเป็นห้องทำงานหนึ่งห้องได้ก็มีสิ่งของเพิ่มมาที่ละอย่างสองอย่าง เก้าอี้โซฟายาวแบบนุ่มก็มี โทรทัศน์เอาไว้ดูละครระหว่างด้วยดาวก็มี(แม้จะไม่รู้ว่ามันรับสัญญาณยังไงก็ตาม) 

‘…ตู้เย็น นี่ นี่ ต้องอันนี้หน้าต่างครับท่านย่า เอาไว้มองออกไปเห็นต้นไม้ใบหญ้าสวยๆ’

 

เฮ้ย..ข้าอยากโกรธนานๆ แต่นี่หลานชายญาติเพียงคนเดียวในโลกนี้ทำอย่างไรก็โกรธไม่ลง

‘นี่เอาหม้อข้าแบบหุงเตาถ่าน หรือใช้ไฟฟ้าก็ได้ ข้าเคยดูคนหุงมาแล้วเมื่อพันปีก่อน ข้าวสาร หมูเห็ดเป็ดไก่แล้วก็เครื่องเทศพริกแกงและ…’

คำร่ายอีกมากมายกลับถูกคำพูดของแอนดรูหยุดฝันเอาไว่ และเป็นเหตุทำเอาผู้เป็นย่ากรีดร้องเสียงดังหลานชายของเธอไม่รู้จักหน้าตาเจ้าสิ่งที่เธอสั่ง

ไม๊มมม…แต่หลายชายเธอรู้จักไม่ครบเท่านั้น อันนี้เธอสอนได้

และในที่สุดสิ่งต่างๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยความร่วมมือของย่าหลาน ตู้เย็นที่มีอีกสามหลังเพื่อใส่สิ่งของต่างๆ เหล่านั้นขนาดของห้องขยายใหญ่ขึ้นมาอีกนิด เพียงอย่างเดียวที่ยังไม่มีมาคือประตู

 

“ทำแบบนี้ ใส่ข้าวและซาวน้ำแล้วรินออก แล้วก็ตวงน้ำและเช็ดรอบๆ หม้อข้าวรวมทั้งก้นมันด้วย ปิดฝาเสียบปลั๊กและกดหุงรอข้าวสุก”

ผมกำลังทบทวนสิ่งที่เรียนรู้เมื่อคืนในห้องแห่งความรู้ท่านย่า แต่เมื่อวานยากกว่านี้ไหนจะเตาถ่านที่ต้องฝึกหุงข้าวแบบเช็ดน้ำและต้องทิ้งข้าวไปหลายหม้อด้วยไม่สุกก็ดิบ ไม่ดิบก็แฉะ ที่ท่านย่าความรู้เก็บข้าวนั้นไว้ในตู้เย็นหมดบอกจะไว้ทำข้าวอีกสารพัดข้าวในครั้งต่อไป

ข้าวหนึ่งถ้วยเล็กพร้อมธูปหนึ่งดอกที่ไฟกำลังลามเลียทำให้ผมรู้แล้วว่าเวลาโดยประมาณหนึ่งก้านธูป คือสิบห้านาที 

ทำไมระบบความรู้ท่านย่าให้จุดธูปก็ไม่รู้ผมลืมถาม

 

“สวัสดีครับ ผมกลับเองได้ครับแค่สองอาทิตย์แล้วพบกันครับพ่อ บ๊าย” 

รถยนต์ลอยได้เคลื่อนผ่านไปแล้วผมในเสื้อกันหนาวสีฟ้าตัวเดิมที่มีโลโก้ของโรงเรียนแห่งนี้เดินเข้าไปยังทางเดินจากจุดจอดรับส่งนักเรียนของผู้ปกครอง

ผมต้องไปติดต่อของเครื่องแบบสีเสื้อกั้นหนาวใหม่

จากสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสดใส

สีส้มหมายถึงเด็กที่มีบ้านให้กลับส่วนเสื้อสีฟ้าคือ เด็กกำพร้าหรือเด็กที่หนึ่งปีได้กลับบ้านหนึ่งครั้ง(บ้านไกลระยะทางห่างเกินหกชั่วโมงระหว่างบ้านและโรงเรียน) แม้การเดินทางด้วยรถยนต์เหาะจะสะดวกแต่สภาพอากาสไม่อำนวยเกินกว่าจะกลับบ้านสม่ำเสมอได้

“ครับ นี่ครับ ขอบคุณครับ”

เสื้อสีส้มสำหรับผมช่างดููดีจริงๆ เสื้อสำหรับฤดูฝน ร้อนหรือหนาว แต่สบายใจได้ยังไม่มีหิมะตกแม้เมื่อสองสามปีก่อนจะมีข่าวดังว่า มีบางพี้นที่บนเขาสูงพบน้ำแข็งบนยอดหญ้าอาจจะไม่เกินสิบปีหรือยี่สิบปีโลกใบนี้อาจมีหิมะตก

และเสื้อของนักเรียนยังเป็นเพียงเสื้อที่ให้ความอบอุ่นกับอุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่าหนึ่งองศาเซลเซียส

แต่สภาพอากาศที่เหมาะกับหิมะ…ต้องลดต่ำกว่าศูนย์องศาฯ หากตกจริงคงมีเครื่องแบบแบบใหม่มาเพิ่ม อืม…ถึงตอนนั้นจะหนาวแค่ไหนหนอ แต่หากถึงตอนนั้นจริงๆ ผมจะฝึกเล่นสกีหรือลองปั้นตุ๊กตาหิมะดู

 

“หลงงงง” มือสีแทนที่เลยแขนเสื้อสีส้มโบกมือหย๊อยๆ ให้เด็กชายร่างสูงโปร่งผมสีบรอนซ์ที่ยังเห็นไกลๆ ร่างของเด็กชายเคลื่อนที่อย่างเร่งรีบหรือคือรีบวิ่งมานั่นเอง

“แอนนนนทำไม เสื้อแล้วก็..เร็วเล่ามาเลย”

“…มันก็แบบนี้ เรามีพ่อแล้วและเราก็หายจากโรคแล้วพ่อหมอของเรา เฮ้ย! เราต้องเรียกท่านพ่อหรือพ่อวัตสันสิ พ่อของเราเป็นหมอ….แล้วพ่อเรายังสัญญาจะพาไปเที่ยวดาวเอ็มที 21 เรามีพี่ชายด้วยชื่อพี่เมษา เขาออกแบบเครือข่ายระหว่างดวงดาวชื่อ ‘เพื่อนวายป่วง’ นี่เอาสายรัดข้อมือมา รีบๆ สมัครเดี่ยวนี้”

สองคนนั่งคุยกันกะหนุงกะหนิงไม่นานสัญญาณบอกเวลาเรียนก็ดังมา พวกเขาไปยังห้องเรียนที่มีกันเพียงห้าคนในสองชั่วโมงแรกกับสาระที่ทางกระทรวงศึกษาธิการโลกต้องการให้รู้เพราะมันสำคัญต่อการเลือกอาชีพในอนาคต ก่อนที่จะเป็นวิชาเลือกอิสระหนึ่งชั่วโมงและยามบ่ายเป็นวิชารวมอิสระที่รวมเด็กตั้งแต่เจ็ดขวบถึงสิบห้าปีเรียนในสิ่งที่สนใจแต่วิชานี้มีกำหนดวิชาให้เลือกอีกที เรียนหกวันหยุดหนึ่งวันเหมือนเรียนหนักแต่ไม่หนัก

อยากรู้เรื่องดวงดาว การสร้างยานอวกาศหรือรถลอยได้(บางครั้งใช้คำว่าเหาะ) ก้อนหิน น้ำ อากาศ หรืองานช่างประดิษฐ์สิ่งของที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

แอนดรูเลือกวิชาพืชที่กินได้ในหนึ่งชั่วโมงก่อนพักเที่ยง แน่นอนวิชานี้มาจากระบบความรู้ท่านย่าที่สอนเขาประกอบอาหารในยามหลับเพียงไม่กี่วันนั่นเอง

แน่นอนตลอดสัปดาห์นี้เขาฝึกหุงข้าว สารพัดข้าวที่ความรู้ท่านย่าจะมีตั้งแต่ข้าวมะลิ ข้าวแดง ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอรี่ ข้าวญี่ปุ่น ข้าว…..สารพัดข้าวในเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา

สัปดาห์ที่สองก็แปรรูปให้เป็นแป้ง แป้งจากข้าวจะทำให้เราเอามาทำอาหารหรือทำขนมอีกที ตอนนี้มาถึงขั้นตอนบดข้าวให้เป็นแป้งลำบากลำบนในสัปดาห์นี้จนกระทั้งวันที่สิบ ท่านย่าก็สัมผัสมือผมและสร้างแป้งขึ้นมาตั้งแต่แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวบาเล่ย์ แป้งข้าวสาลี แป้งข้าว….

ปวดแขน ปวดแขนม้ากมากทำไมระบบความรู้ท่านย่าไม่สร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก(ท่านย่าสะสมพลังจากควันธูปได้เยอะแล้ว)

‘เอาละต่อไปคือการหุงข้าวเหนียว’

แน่นอนหุงด้วยเตาถ่านและหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

และแน่นอนว่าผลงานออกมาดีเลิศ

‘ดี ใช้ได้ ครั้งหน้าเราจะมาทำเมนูสารพัดไข่กัน’

‘ครับท่านย่า’

‘อย่าลืมธูปของย่า’

‘ครับ’

เรื่องจุดธูปยังไงก็ห้ามลืม

<<<<<>>>>>

นิยายแนวนี้มีเยอะหลายเรื่องยังไม่ได้ไปอ่าน หากเหมือนหรือคล้ายเรื่องใดรบกวนคนอ่านบอกได้

คำผิดอาจมีหลงตาไปบางแต่ใช้ระบบตรวจคำผิดช่วยน่าจะน้อยลง(เด็กดีเขามีระบบตรวจคำผิดให้ ถ้ายังผิดคือผิดที่ผู้เขียนไม่แตกฉานภาษาไทยเอง ฮ่าๆๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น