brofist [newtmas]

ตอนที่ 1 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

     “พี่นิวท์ครับผมเอาไม้มาเพิ่มแล้วนะ” เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยแปดปี พร้อมร่างน้อย ๆ กับผมฟู ๆ สีเข้มชื้นไปด้วยเหงื่อของเขา วิ่งหอบตะโกนมาทางเด็กชายอีกคนหนึ่งที่ยืนท้าวเอวหน้าเคร่งเครียดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

“ไหน วางลงสิ” เด็กชายร่างสูงกว่าหันหน้ากลับมาแล้วแล้วกอดอกมองพิจารณาหอบไม้ที่เด็กชายตัวเล็กวิ่งเอามาให้ คิ้วสีอ่อนขมวดเข้าหากันอย่างยุ่งเหยิง ปากกระจับอมแดงมะเขือเทศน้อย ๆ นั่นยู่เข้าหากัน สีหน้าไม่พอใจชัดเจน

เด็กชายตัวเล็กวิ่งมาหยุดที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ เขาทิ้งหอบไม้ที่ตนเองแบกมาลงข้างคนตัวสูงกว่า เด็กชายทิ้งตัวลงนั่ง ริมฝีปากอ้ากว้างถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง ลิ้นตกออกมาไม่ต่างกับลูกสุนัขเวลาวิ่ง เขาเหยียดขาสองข้างเล็ก ๆ ออกไปข้างหน้า เอนตัวและเท้าแขนไปข้างหลัง

“นี่ทอมมี่ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ คนที่วิ่งมาเหนื่อย ๆ เขาห้ามนั่งนะ!” เสียงเอ็ดนุ่ม ๆ ที่เหมือนเจ้าของพยายามดัดให้มันน่ากลัวทำให้เด็กชายที่หอบแฮกอยู่แล้วถอนหายใจพรืดยาวกว่าเดิม

“ก็ทอมมี่เมื่อยนี่หน่า พี่นิวท์ให้นั่งเถอะนะฮะ” คนตัวเล็กอ้อน

“ไม่ได้นะลุกขึ้นเลย พ่อไม่เคยสอนรึไงฮะว่าถ้าวิ่งมาเหนื่อย ๆ แล้วนั่งเลยแบบนี้เนี่ยร่างกายมันช็อกได้นะ” นิวท์คลายแขนที่กอดอกอยู่ลงมาดึงคนร่างเล็กให้ยืนขึ้น คนตัวเล็กถูกฉุดขึ้นตามแรงดึงของอีกฝ่ายที่จับมือตนไว้เสียแน่นเหมือนกลัวจะหลุด

“แล้วคุณพ่อพี่นิวท์สอนมาเหรอฮะว่ามันช็อกได้” คนตัวเล็กเอ่ยถามดวงตาทอประกายอยากรู้อยากเห็น

ไอ้เด็กนี่ ยอกย้อนเก่งนักนะ ได้! นิวท์คิดได้ดังนั้นก็นึกอยากแกล้งให้หายสะใจ ร่างสูงปล่อยมือของคนตัวเล็กทันทีที่คำพูดของอีกฝ่ายจบลง จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังจะทรงตัวพอดี

โอ้ ให้ตายคนกำลังจะทรงตัว สองมือเล็กชื้นเหงื่อที่จับมือของอีกฝ่ายไว้แน่นถูกสะบัดออก

ผลั่ก ก้นเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายลงกระแทกพื้นดินแข็งอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ฮึก ฮึก พ...พี่นิวท์ทอมมี่เจ็บนะ” เหมือนก้อนความเจ็บถูกส่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ บีบให้ขอบตาอุณหภูมิสูงขึ้น ขอบตาคนตัวเล็กร้อน น้ำตาคลอเบ้า ปวดหนึบที่ก้นกก

พี่นิวท์คนใจร้าย คนตัวเล็กคิด ก้มหน้าซุกเข่างุดๆ น้ำตาไหลออกมามากกว่าเดิมเมื่อความชาที่ก้นเริ่มจางแต่แทรกด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ  มือเล็กลูบที่ก้นปอยปอย ส่วนมืออีกข้างก็กอดเข่าแน่น

ซวยแล้วนิวท์คิด ริมฝีปากล่างตกลงเผยออกเป็นปากหวออย่างตกใจ แก้มฝาดสีมะเขือเทศกับริมฝีปากเหมือนถูกดูดกลืนสีให้ซีดเผือด เจ้าตัวตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

นี่เขาจะทำให้ทอมมี่พิการไหมนะ ความคิดของเด็กชายวัยสิบเอ็ดปีผุดขึ้น สติเหมือนถูกทุบให้แตกกระเจิง เขาก้มมองคนตัวเล็กที่นั่งกอดเข่าร้องไห้เสียงดัง เหมือนจะเรียกได้ว่าคนตัวเล็กระบายความเจ็บปวดผ่านมาทางเส้นเสียงเหล่านั้น

นิวท์หายใจเข้าลึก ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างซ้าย แล้วชันข้างขวาไว้ แขนซ้ายเอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างกล้ากล้ากลัวกลัว มือเรียวแทรกตัวผ่านกลุ่มผมนุ่มที่แอบชื้นเหงื่อนั่น

ความรู้สึกผิดปรากฏวาบขึ้นในใจ

ทอมมี่ผมเปียกเหงื่อขนาดนี้ก็เพราะเราให้ไปหาไม้มานี่หว่า แถมวิ่งมาเหนื่อยอีก แต่เจ้าดื้อนี่มันย้อนเรานะ! นิวท์คิด แต่ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกผิดตามสัญชาตญาณและใบหน้าของแม่ที่เคยสอนให้เขาขอโทษคนเวลาทำผิดก็เหมือนช็อตขึ้นมากลางใจ

แล้วนี่ตัวเขาทำผิดรึเปล่านะ นิวท์หยุดลูบผมเจ้าคนตัวเล็ก ทันทีกับที่คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นจากซุกเข่าอยู่ ใบหน้าใสที่ตอนนี้เปรอะไปด้วยคาบน้ำตา น้ำมูกเลอะอยู่ที่ปลายจมูกรั้น ตาแดงๆที่มีแต่ประกายน้ำตาของความเจ็บปวด ปรากฏชัดเจนให้นิวท์เห็นอย่างเต็มตา

ใจของเขาอ่อนยวบ เหมือนเจ้าคนตัวเล็กมีพลังที่จะส่งตรงความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดที่เขาควรมีเหล่านั้นผ่านใบหน้าเขรอะมายังกลางใจเขา

นิวท์เอื้อมมือไปกุมที่บ่าน้อย บีบเข้าเบาๆ เขามองตามั่นไปที่คนตัวเล็กกว่า

“พี่ขอโทษนะทอมมี่” นิวท์กล่าวออกไป เขาไม่ได้ครุ่นคิดอะไรให้มากความอีกแล้ว ไม่มีความรู้สึกใดเข้าแทรกนอกจากเสียใจ เสียใจจริง ๆ ที่ทำน้องเจ็บ เขาลดมือที่ลูบบ่าคนตัวเล็กอยู่ไปเป็นโอบ จากนั้นค่อย ๆ ลดเข่าข้างขวาของตนเองลงมาให้คุกเข่าเสมอเข่าซ้าย แล้วจึงเอื้อมแขนขวาเข้าโอบคนตัวเล็กพร้อมด้วยกระชับอ้อมโอบนั้นให้แน่นขึ้น

คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนก้อนความเจ็บปวดได้จางไป ร่างกายที่โดนอีกฝ่ายโอบกอดอยู่ยิ่งเหมือนหดเล็กให้เขาโอบกอดได้ง่ายขึ้นอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกปนเป ตอนแรกก็คิดแค่ว่าจะไม่มาเล่นกับพี่นิวท์คนใจร้ายอีกแล้ว แต่ตอนนี้ไม่รู้เลย

นิวท์ลูบหลังคนตัวเล็กไปมา เขาไม่รู้ว่าต้องลูบขึ้นบน ลงล่างหรือซ้าย หรือจะเป็นขวา

อย่างไรกันนะถึงจะถูกต้อง         

เขาหลับตาลง นึกถึงตอนที่แม่ปลอบเขาเวลาเขาหาของเล่นไม่เจอ แต่นึกขึ้นได้เขาไม่ได้มีตาหลังนี่นา เขาไม่ได้เห็นนะว่าเวลาแม่โอบปลอบเขาแม่ลูบหลังเขาแบบไหน

ช่างมันเถอะ แบบไหนก็เหมือนกันแหละมั้ง นิวท์คิด เขาแอบรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อยกับการกอดใครอีกคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว แถมอีกอย่างชีวิตนี้ไม่เคยกอดปลอบใครมาก่อน ก็เขามีแต่แม่กับพ่อมาคอยปลอบนี่ แล้วเขาไม่จำเป็นที่จะต้องง้อใครด้วยในชีวิต

 แต่กับเด็กนี่เพราะเขาเห็นแก่ที่เวลาเขาไปชวนออกมาเล่นก็มาด้วยตลอด แถมเวลาจะใช้ก็ง่ายหรอกนะ แม้บางครั้งจะไม่ได้ดั่งใจเหมือนกับที่เขาให้ไปเอากองไม้นี่มาก็ตาม ก็ดูสิ เขาสั่งให้ไปเอากิ่งไม้แห้งเล็ก ๆ มาเยอะ ๆ แต่นี่ดูเหมือนไปหักเอาจากพวกต้นกล้ามาให้เขาเลย แถมยังน้อยกว่าที่เขาสั่งอีกต่างหาก

เจ้าเด็กบื้อเอ้ย

แต่ไม่สิคนเขาอย่างเขาน่ะเหรอที่จะไปตามเจ้าเด็กบื้อนี่ก่อน  มีแต่เจ้าเด็กนี่ต่างหากเล่าที่มากดกริ่งประตูบ้านเขาทุกเย็น พอเช้าเสาร์อาทิตย์ทีไร แผนที่เขาจะนอนดูการ์ตูนให้หนำใจเสียหน่อยก็ต้องเป็นอันถูกพับเก็บ เพราะเด็กนี่งอแงอยู่หน้าบ้านเขาไม่เลิก จนพ่อกับแม่เขาต้องเอ็ดเขาอยู่ร่ำไปว่าทำไมไม่ยอมไปเปิดประตูให้เจ้าเด็กบื้อนั่น โดยประโยคที่เขาฟัง จนท่องได้ขึ้นใจก็อย่าง พี่นิวท์ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้น้องเดี๋ยวนี้เลยนะ  พี่นิวท์เป็นพี่อะไรกันไม่รักน้องเหรออย่าปล่อยให้น้องรอแบบนั้นสิ  ไปพาน้องมาดูการ์ตูนเร็วเข้า  ปล่อยให้น้องรอเดี๋ยวน้องก็ไม่รักพี่นิวท์นะ จำประโยคเหล่านั้นได้แม่นกว่าสูตรคูณเสียอีก

 ไม่ต้องมารักเขาเสียก็ดี รักมากแบบนี้ก็น่ารำคาญนิวท์คร่ำครวญอยู่ในใจ แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเดินไหล่ตกแล้วปั้นหน้ายิ้มออกไปเปิดประตูรั้วให้เจ้าเด็กนั่น มิหนำซ้ำแม่เขายังเอ่ยปากชวนเจ้าเด็กนั่นมาดูการ์ตูนด้วยกันกับเขา เขาทำได้เพียงแต่บ่นอุบอิบในใจ แม่ไม่เห็นถามความเห็นผมสักคำ พอได้มานั่งดู เด็กนั่นก็เอาแต่ถามเข่านู่นนี่ ก็อย่างทำไมตัวนั้นถึงใส่ชุดสีแดงล่ะ ทำไมตัวนั้นต้องร้องไห้ ตัวสีเขียวไปต่อยคนอื่นทำไมล่ะ อ้าวทำไมคนนั้นถึงหายตัวได้ หรือไม่ก็มักจะซักประวัติตัวละครไปถึงรุ่นย่า หรือในบางเรื่องที่เขาเองก็ไม่รู้และไม่คิดด้วยว่าจะมีใครตั้งคำถามกับการ์ตูนแบบนั้น

ไม่น้อยครั้งที่เขาก็อยากตอบกลับไปนะว่า เขาไม่ใช่ญาติตัวการ์ตูนพวกนั้นเสียหน่อย หรือไม่ก็อยากถามนะว่าที่บ้านไม่มีทีวีดูรึยังไง แต่พอนึกออกเวลาไปบ้านเจ้าเด็กนั่นก็เห็นทีวีเครื่องเบอเริ่มเท่าๆของบ้านเขาติดอยู่หราเหมือนกัน

จะว่าไปความคิดเหล่านั้นก็หายไปทุกทีเวลาสบแววตาเป็นประกายเหล่านั้นเข้า เขาถึงสับสนไม่น้อยเวลาที่เจ้าเด็กนั่นเปิดบทสนทนากับเขา ว่าระหว่างเด็กนี่มันกวนนัก กับไม่รู้จริง ๆ คืออย่างไหนกันแน่

หลังจากคนตัวเล็กในอ้อมอกของนิวท์หยุดส่งเสียงร้องแล้วก็เริ่มขยุกขยิกนิดนิดหน่อย สองแขนของร่างสูงลดระดับลง  ค่อย ๆ คลายออกจากร่างเล็ก เปลี่ยนมากุมหัวเข่าทั้งสองของตนแทน สองมือยุกยิกนิ้วทั้งสิบกดกุมเข่าตนเองระบายความประหม่าที่จะต้องพบเจอต่อจากนี้ เขาหลุบสายตาลงก่อนที่คนตัวเล็กจะเงยหน้าขึ้น

“พี่นิวท์รักทอมมี่เหรอครับ” คนตัวเล็กเอ่ยถามทันที มือเล็ก ๆ ปาดน้ำมูกน้ำตาของตนเอง เสียงสูดน้ำมูกดังเป็นจังหวะพร้อมกับจมูกรั้นน้อย ๆ ที่ย่นขึ้นลง

 โอ้ อยากจะสบถเป็นคำหยาบแบบเดียวกับเวลาคุณลุงภารโรงว่าพวกรุ่นพี่ที่ป้ายหมากฝรั่งไว้ใต้โต๊ะ ไอ้เด็กบื้อนี่ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนกันนะ! นิวท์คิด ใบหน้าคมเชิดขึ้นทันใด ถลึงตาโตใส่คนตัวเล็กสองแขนยกขึ้นกอดอกอัตโนมัติ

“คิดได้ยังไงน่ะทอมมี่ บ้าเรอะ” วงแก้มทั้งสองขึ้นสีมะเขือเทศอีกครั้ง คิ้วสีสว่างตีเข้าขมวดกัน

“ก็คุณแม่เคยบอกทอมมี่ว่า ที่คุณแม่กอดทอมมี่เพราะคุณแม่รักทอมมี่นี่ฮะ พี่นิวท์กอดทอมมี่แบบนี้แสดงว่า—“

“มันไม่ได้เรียกว่ากอดซะหน่อย!” คนตัวสูงตวาดขึ้นมาทันควันก่อนที่คำพูดจากปากน้อย ๆ ของอีกฝ่ายจะพรั่งพรูออกมาหมด

“อ...อ่าว แล้วมันเรียกว่าอะไรเหรอฮะ” เจ้าตัวเล็กเสียงสั่น ก้มหน้าลงเกาหัวแกรกๆ

“ม...มัน ร...เรียกว่าล้อม ใช่ แขนล้อม แขนล้อมกันเจ้าบื้อทอมมี่เอ๊ย” เสียงของร่างสูงไม่ได้สั่นน้อยไปกว่าคนตัวเล็ก        จบประโยคเขาก็สะบัดตัวตัวขึ้น สองมือเล็ก ๆลดลงไปปัดเศษดินออกจากหน้าแข้ง เสร็จจึงปัดมือตัวเองไปมาอีกทีนึงแล้วก็เริ่มทำท่าท้าวสะเอวเจ้าผยอง

“พี่นิวท์โกรธทอมมี่เหรอฮะ พี่นิวท์ทำท่าเป็นตัวยมบาลอีกแล้ว” คนตัวเล็กเอ่ย ช้อนตาดวงใสขึ้นมองอีกฝ่าย  ทุกครั้งที่เขาเห็นพี่นิวท์ของเขาทำท่างแบบนี้เขามักนึกถึงหนังสือสวดมนต์ของคุณแม่ที่หน้าปกมีคนตัวใหญ่มาก ๆ ยืนทำท่าท้าวสะเอวอยู่ อันที่จริงก็ไม่เหมือนนักหรอก เพราะบนหนังสือสวดมนต์ของคุณแม่คนคนนั้นเขาจะมีไม้อะไรสักอย่างที่จะแหลมๆ แล้วก็ยาวมากถือเอาไว้ด้วย  ส่วนทั้งตัวและหน้าก็เป็นสีแดงก่ำ เหมือนมีใครเอาไปชุบสีในถังมา กับบนหัวจะมีเขาด้วย แต่อากัปกิริยาที่ทำให้ภาพในหัวของเขาชัดมากขึ้นว่าพี่นิวท์เหมือนกับยมบาลก็คือคิ้ว

พี่นิวท์ชอบตีคิ้วยุ่ง แล้วถ้าพี่นิวท์มีเขาแดงๆแบบนั้นเพิ่มมานะ ภาพจินตนาการเหมือนถูกเสกขึ้นมาทันใด

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” คนตัวเล็กเผลอหลุดออกมาเสียงดัง ดวงตากลมโตปิดหยีเข้าหากัน ปากอ้ากว้างมือกุมท้อง หัวเราะร่าเสียจนลืมตัว

“หัวเราะอะไรน่ะทอมมี่ มีอะไรน่าตลกนักเรอะ” คนตัวสูงที่คิ้วผูกกันเป็นปมอยู่แล้วยิ่งเหมือนถูกกระตุกปมนั่นให้แน่นขึ้น เลือดในตัวสูบฉีดจนฉายเป็นสีชัดขึ้นอยู่บนใบหน้า ยิ่งเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยของคนตรงหน้านั่นอีก ก็ยิ่งขุ่นใจ

มันน่าหยิกให้แก้มเล็ก ๆ นั่นให้เขียวนัก นิวท์คิดฟันหน้าสีกันกรอดอย่างหมั่นไส้

“ทอมมี่นึกถึงหนังสือของคุณแม่ ทอมมี่คิดถึงคุณแม่ ทอมมี่กลับบ้านก่อนนะฮะ” คนตัวเล็กดีดตัวขึ้นเหมือนลืมความเจ็บปวดที่ก้นน้อย เขากระโดดโหยงใช้มือเล็กแตะเบา ๆ ไปที่แก้มของคนตัวสูงแล้วหัวเราะเบาๆอีกครั้ง จากนั้นจึงผละตัวออกแล้ววิ่งกะเผลกไปจากโคนต้นไม้ ไม่รีรอให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง

 ริมฝีปากของคนตัวสูงตกลงล่าง โสตประสาทการรับรู้จากภายนอกไม่ต่างกับการโดนแผ่นไม้ตอกตะปูทับปิดไว้ไม่ให้รับรู้อะไรนอกจากเสียงจังหวะของหัวใจตนเอง ที่ตอนนี้สูญเสียการควบคุมไปเสียแล้ว

คำพูดที่ตั้งใจจะต่อว่าคนตัวเล็กเหมือนโดแช่แข็ง

ทุกที ทุกทีเลย ให้ตาย โอ้ให้ตายสิ! นิวท์สบถกับตัวเองภายในใจ ก็แน่ล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เวลาเจ้าคนตัวเล็กจะวิ่งหนีกลับบ้านต้องพูดอะไรที่จับใจความไม่ได้ แล้วก็กระโดดเอามือขึ้นแตะเบา ๆ ที่แก้มของอีกฝ่าย

ที่จริงเขารวบรวมความกล้าหลายครั้งที่จะถาม ว่าทำไมเจ้าเด็กนั่นต้องใช้วิธีบอกลาแบบนั้นกับเขา สำหรับเขาแล้วมันเชยเอามาก ทุกครั้งที่มาเล่นกันใหม่ เขาก็พยายามจะถามหาเหตุผลกับเจ้าเด็กนั่น แต่มันก็เหมือนมีคลื่นพายุลูกใหญ่ดูดกลืนพาความกล้าเหล่านั้นให้กลับไปมวนอยู่ในท้องเขาทุกที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Way-down-we-go (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 18:33
    น้องโทมัสน่าร้ากกกกกกกกก
    #1
    0