The Murderer เมื่อฆาตกรถูกซ่อนในโรงเรียน

ตอนที่ 2 : ภายในโรงเรียน 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

2

“จะบอกอะไรให้นะริน ชมรมพวกฉันน่ะ การทำหนังสือพิมพ์มันก็แค่ฉากงหน้า ความจริงแล้วพวกเรากำลังตามสืบคดีดังที่พวกตำรวจจับคนร้ายไม่ได้กันอยู่ล่ะ เธอสนใจเข้าร่วมไหม”

คำพูดของกานต์ดังก้องอยู่ในหัว แม้แต่ตินที่รินกำลังนั่งซักเสื้อผ้าอยู่หลังบ้าน จริงอยู่ว่าคดีพวกนี้มันน่าสนใจ แต่รินไม่ได้อยากให้มีอะไรมารบกวนการเรียนของเธอมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ ที่จริงถ้าไม่ได้เข้าชมรมเกี่ยวกับการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ละก็ เธออยากเข้าชมรมที่สบายสุดๆ มากกว่า

                “นี่ริน มัวทำอะไรอยู่ ไม่ทำการบ้านเหรอ” เสียงของแม่ตะโกนมาจากในห้องนั่งเล่น กำลังนั่งดูละครดังเช่นปกติ “ถ้าไม่ขยันเดี๋ยวจะสอบไม่ติดนะ ไม่อยากเรียนดีๆ เหมือนพี่แกเหรอ”

                “รู้แล้วน่าแม่ ซักผ้าอยู่”  รินตะโกนกลับ เธอไม่ได้ซักแค่ของตัวเอง แต่ยังซักให้แม่กับน้องสาวด้วย

                “ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันซักให้ ไปอ่านหนังสือเถอะ เทอมที่แล้วเกรดยิ่งแย่อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ”

                “ขืนต้องรอกว่าแม่จะซักหนูไม่มีเสื้อนักเรียนใส่กันพอดี”

                “แกเถียงฉันเหรอ!!!” แม่ตะคอก เหมือนจะลุกมาจากหน้าโทรทัศน์เสียแล้ว

                “เอะอะโวยวายอะไรกันนี่” เสียงของเมษ์ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้านเหมือนระฆังช่วยชีวิตอย่างไรอย่างนั้น เธอถอดรองเท้านักเรียนและเดินเข้ามา “แม่ หิวจัง มีอะไรกินบ้าง”

                “นั่นสิ มีอะไรกินบ้างล่ะ” แม่หันมาทางริน

                “ไม่ต้องมามองหนูนะ หนูกินมาเรียบร้อยแล้วละ” รินตอบ นึกขอบคุณที่ตัวเองหาอะไรทานมาก่อนกลับบ้าน

                “โธ่พี่ อย่างนี้ฉันก็แย่สิ ช่างเถอะ ฉันกำลังลดน้ำหนัก” เมษ์หมุนตัวไปรอบๆ เพื่ออวดรูปร่างของเธอ เธอมักภูมิใจกับมันเสมอ แม่ขมวดคิ้ว

                “ทำไมกลับบ้านมืดค่ำอย่างนี้ล่ะลูก แถวนี้มันอันตรายนะ”

                “ไม่ต้องห่วงหนูหรอก วันนี้มีคนขับรถมาส่งอีกแล้วละ” เมษ์กระโจนไปนั่งที่โซฟา หยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่อง

                “เขามาส่งแต่ไม่พาไปทานอะไรเลยรึไง ระวังตัวบ้างสิ ไปไหนมาไหนกับผู้ชายมันอันตรายนะ อีกอย่างกระโปรงเธอมันสั้นจนจะเห็นกางเกงในอยู่แล้วด้วย” ริน เธอเดินมานั่งข้างๆ เมษ์

                “พี่ วันๆ เอาแต่บ่นอีกแล้วนะ เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก ฮ่าๆๆๆ”

                “ฉันพูดก็เพราะเป็นห่วงเธอหรอกนะ”

                “ฉันรู้หรอกน่า แบร่ๆ ไปอาบน้ำก่อนนะ”  เมษ์แลบลิ้นปลิ้นตาแล้วรีบวิ่งไปชั้นบน

                “เด็กคนนี้แก่แดดจริงเชียว อยู่ก็แค่ม.ต้นเอง” แม่ส่ายหน้า ถอนหายใจ “เอาละ ลูกก็รีบไปทำการบ้าน อ่านหนังสือได้แล้วริน ต้องสอบเข้าให้ได้นะ ลูกทำได้อยู่แล้วละ สู้ๆ นะลูก”

                เช้าวันศุกร์เป็นวันที่บรรยากาศรอบตัวดูสบายๆ ดูเหมือนเด็กๆ จะไม่ได้รีบร้อนไปโรงเรียนกันเท่าไหร่นัก แต่ละคนต่างเดินคุยเล่น หัวเราะไปกับเพื่อนๆ รินมาเกือบจะสายดังเช่นทุกวัน เธอมักจะต้องทำงานบ้านเล็กน้อยก่อนออกจากบ้านเสมอ

                “อ๊ะ ริน”

                “อ้าว เจน ทำไมวันนี้มาโรงเรียนสายล่ะ” รินเอ่ยทักทายเพื่อนสาวที่กำลังจะเดินเข้าโรงเรียน ถึงวันนี้ทั้งคู่จะมาโรงเรียนก่อนที่จะเริ่มเรียน แต่เวลานี้ก็ถือว่าสายกว่าปกติสำหรับเจนอยู่ดี

                “ฉันตื่นสายน่ะสิ เธอล่ะ”

                “ประกาศ ประกาศ” เสียงจากลำโพงโรงเรียนดังขึ้นทั่วสนาม “ที่สนใจจะเข้าชมรมวารสารอย่าลืมมาคัดตัวเย็นนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

            ว่าแล้วรอบๆ สนามฟุตบอลที่มีเด็กนักเรียนชายอยู่เต็มก็เริ่มมีเสียงดังเซ็งแซ่

                “ใครประกาศน่ะ ยัยนั่นอีกแล้วเหรอ” เจนถามถึงกานต์ รู้สึกรำคาญเสียงโห่ร้องเป่าปากของเด็กผู้ชายที่เริ่มจะดังขณะที่พวกเธอกำลังเดินลัดสนาม

                “ฟังจากเสียงก็น่าจะใช่นะ เออนี่ เจน” รินนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ชมรมหนังสือพิมพ์ขาดคนอีกแค่สองคนนะ เธอสนใจจะเข้ากับฉันไหมล่ะ”

                “ไม่อ่ะ เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่ค่อยถูกโฉลกกับแม่ประธานนักเรียนคนสวยนั่น” เจนตอบทันที

                “เอ่อ แต่กานต์บอกฉันกับว่า” รินเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเพื่อน “ชมรมวารสารกำลังสนใจคดีฆาตกรรมนั่นอยู่ล่ะและต้องการตัวพวกเราด้วย”

                “ฉันไม่สนใจจะสืบคดีสยองขวัญพวกนั้นหรอกนะ! แค่นี้ฉันก็กลัวจะตายอยู่แล้ว! อีกอย่าง ฉันอยากเข้าชมรมกระจายเสียงมากกว่าน่ะ การได้พูดผ่านลำโพงทุกเช้าและกลางวันน่าสนุกกว่าตั้งเยอะ”

                “ประกาศ ประกาศ” เสียงจากลำโพงดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงของกานต์ แต่เป็นเสียงของครูใหญ่ ผู้ซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ใจดี แต่วันนี้น้ำเสียงของเขาเคร่งเครียดมาก “ขอให้อภัยในความไม่สะดวก ผลการชันสูตรศพใต้สะพานลอยเมื่อวันก่อนออกมาแล้ว พบว่าเป็นนนักเรียนในโรงเรียนของเราที่หายตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ขอให้นักเรียนทุกคนรีบกลับเข้าห้องเรียน ขอย้ำ รีบเดินเข้าห้องเรียน! ขอให้อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลและชี้แจงมาตรการคุ้มครองนักเรียนอย่างเข้มงวด!

                เจนกับรินดวงตาเบิกกว้าง

                “เด็กโรงเรียนเราเหรอ เป็นไปไม่ได้! โอยยยย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” เจนพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

                “ฉันฉันตัดสินใจแล้วล่ะว่าฉันจะเข้าชมรมอะไร”

                เจนพยักหน้า ทั้งสองคนขมวดคิ้วอย่างหวั่นใจ รีบเดินไปยังห้องเรียนโดยไม่ได้พูดอะไรกันอีก หัวใจทั้งสองดวงเต้นผิดปกติ หรือให้พูดง่ายๆ ก็คือ…. รู้สึกใจหาย

                “รินรดา จินตนา ทำไมมาเอาป่านนี้ล่ะ วันนี้ไม่มีเข้าแถวเคารพธงชาตินะ พวกเรากำลังจะเริ่มคาบโฮมรูมกันพอดี มาเอาเอกสารสมัครเข้าชมรมไปเซ็นชื่อด้วย”             คุณครูชวินท์เอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองมาถึงห้องเรียน รินเดินไปหยิบเอกสารหน้าชั้นเรียนมาสองชุด วันนี้ห้องเรียนมีบรรยากาศกดดัน คร่ำเคร่งกว่าปกติ ใบหน้าของทุกคนปราศจากรอยยิ้ม

“อย่างที่ทุกคนทราบกันดีแล้วนะ เมื่อเช้าผลการชันสูตรศพจากทางตำรวจเพิ่งแจ้งมายังโรงเรียน เด็กที่เสียชีวิตเมื่อวันก่อนเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเรา เราไม่รู้ว่าผู้ร้ายเป็นใครและต้องการอะไร เพราะงั้น จนกว่าคดีจะคืบหน้าขอให้เราทุกคนระมัดระวังตัวให้มากๆ” ครูชวินท์พูดต่อ แม้แต่ใบหน้าของครูก็ยังเคร่งขรึมกว่าทุกวันและมีท่าทีไม่สบายใจอย่างมาก

“เย็นนี้หลังจากหมดคาบชมรมรีบกลับบ้านกันเลยนะ แล้วอย่าเดินคนเดียวในที่เปลี่ยวๆ ล่ะ หาเพื่อนกลับด้วยกัน ดูแลกันเองด้วย”

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย น้องคนนั้นฉันรู้จักด้วย” เสียงซุบซิบดังขึ้นภายในห้องเรียน แม้แต่คนที่ดูจะไม่สนใจใครที่สุดก็ยังดูจะหวาดวิตก

“แปลกมากเลย เป็นเหยื่อรายแรกที่เรียนโรงเรียนเราใช่ไหม”

“ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนเหรอ หรือว่ามีผู้ใหญ่ด้วย”

“มีรายหนึ่งเป็นอาจารย์ใช่ไหม”

“ฉันได้ยินว่ามีแต่เด็กนักเรียนนะ”

“ผู้ชายหรือผู้หญิงอ่ะ”

“ผู้หญิงหมดเลยไม่ใช่เหรอ”

“ฉันได้ยินว่ามีเด็กผู้ชายด้วย”

“เด็กประถมก็มี”

“เอาละ เอาละ พอแล้วเด็กๆ” คุณครูเอ่ยห้าม ก่อนที่เด็กๆ จะแตกตื่นไปมากกว่านี้ “ตอนนี้รับฟังข่าวสารอย่างระมัดระวังมากๆ ล่ะ อะไรที่ยังสรุปไม่ได้อย่าเพิ่งไปเชื่อ รอฟังคำชี้แจงก่อน ตอนนี้แค่ระวังตัวกันไว้มากๆ ก็พอ หมดคาบโฮมรูมแล้วนะ ส่งใบสมัครได้แล้ว”

“อ๊ะ แย่ละสิ” เจนอุทาน เธอดูจะลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจเขียนชื่อชมรมกระจายเสียงลงในใบสมัครของตนเอง

รินมองกระดาษของเพื่อน มือเลื่อนไปจับปากกาบนโต๊ะ เธอหรี่ตาลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้มลงเขียนกระดาษของตนเอง แน่นอนว่าต้องเป็นชมรมหนังสือพิมพ์อยู่แล้วละ

“เพื่อนๆ ทุกคนที่อยากเข้าชมรมเสริมสวย อย่าลืมเจอกันเย็นนี้นะจ๊ะ” เอิร์นลุกขึ้นยืนพูดเสียงดัง หลังจากที่ครูออกจากห้องไปพร้อมกับกองเอกสารแล้ว

“ส่วนคนไม่สวยน่ะไม่ต้องมานะ รู้ตัวเองด้วยละ” แนนสำทับ ปรายตามองมายังโต๊ะข้างหลังที่มีเจนนั่งอยู่เล็กน้อย กลุ่มของเอิร์นหัวเราะคิกคักแล้วพากันเดินออกจากห้องไปเรียนวิชาพละ

“เฮ้อ เชื่อเขาเลย” รินว่าขณะเก็บของเพื่อเตรียมตัว “เวลาแบบนี้ยังมีหน้ามาพูดจาไร้สาระกันอยู่อีก”

เจนไม่ตอบอะไร ได้แต่เดินตามรินไปเงียบๆ

บ่ายวันนั้นเป็นคาบชมรม รินกับเจนแยกกันไปเข้าชมรมของตนเอง รินเดินไปยังอาคารอีกหลังหนึ่งเพื่อไปห้องตามนัดที่ให้ไว้กับกานต์ มันเป็นห้องประชุมเล็กๆ ประจำตึกนี้

ก๊อกๆ

รินเคาะประตูเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนจะเปิดเข้าไปใน ในนั้นมีกานต์และเพื่อนๆ นั่งคุยกันอยู่ก่อนแล้ว

“อ้าว ริน เข้ามาสิๆ” กานต์เอ่ยทักทายยิ้มแย้ม เพื่อนคนอื่นๆ หันมามองตามเสียง “ทำตัวตามสบายเลยนะ นี่เพื่อนๆ ในฉันเอง มีพีท นนท์ ฟิล์ม ตาล ส่วนนี่รินนะทุกคน”

พีท เป็นผู้ชายผิวขาว ตัวสูง สวมแว่นตา ดูฉลาดกว่าใครทั้งหมด นนท์ เป็นคนที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เสื้อนักเรียนหลุดลุ่ย ทรงผมก็ผิดระเบียบ ฟิล์ม  ดูเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนตาลเป็นคนที่รินรู้สึกคุ้นหน้าน้อยที่สุด เธอสะพายกล้องตัวใหญ่คล้องคอ

“สวัสดีจ้ะริน” ทุกคนทักทายกันอย่างเป็นมิตร รินยิ้มหวาน เข้าไปนั่งคุยกับเพื่อนๆ

“สมาชิกมีเท่านี้เหรอ” รินแอบกระซิบถามกานต์ อดสงสัยไม่ได้ในเมื่อประธานชมรมเป็นถึงยัยกานต์เชียวนะ

“ฮ่าๆๆๆ มีอีกสิ แต่พวกที่เหลืออยู่อีกห้อง มียัยกิฟต์ดูแลอยู่ พวกนั้นจะจัดการทำพวกหนังสือพิมพ์ในโรงเรียนที่ออกทุกสัปดาห์ ส่วนพวกเราน่ะ ต้องทำอะไรที่สำคัญกว่านั้น”

รินกลืนน้ำลาย แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วแต่ทำไมถึงรู้สึกตงิดใจแปลกๆ กันนะ เธอตัดสินใจถามในสิ่งที่คาใจมานาน “เอ่อ กานต์ เรื่องนั้นน่ะ ความจริงฉันว่าปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ อย่างพวกเราจะไปทำอะไรได้ ขนาดตำรวจยังหาหลักฐานแทบไม่ได้เลย”

“ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้นนะ แต่ว่า” กานต์เว้นช่วงไป “ฟิล์ม ขอหลักฐานหน่อยสิ”

ฟิล์มพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารขนาดใหญ่ออกมาให้ริน เธอเปิดแฟ้มผ่านๆ มันเป็นแฟ้มที่หนามากๆ เต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์ ภาพข่าว ข้อมูลต่างๆ เอกสาร รูปถ่ายแน่นเสียจนเกือบทะลัก

“นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่พวกฉันรวบรวมมาได้ และฉันก็คิดว่าคนร้ายน่ะ น่าจะเป็นเด็กในโรงเรียนเรา”

“หา!!!

รินอุทานเสียงดัง ก่อนจะรีบยกมือปิดปาก เพื่อนๆ คนอื่นนั่งนิ่งราวกับเขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เป็นไปได้ไง โรงเรียนเราจะมีคนน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนในโรงเรียนจริงๆ ละก็ หลักฐานบางอย่างพวกเราก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าพวกตำรวจ ฉันก็เลยคิดว่า พวกเราน่าจะพอทำอะไรได้บ้าง”

รินย้อนเปิดแฟ้มดูอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“รูปเหยื่อที่ถูกฆ่าแบบไม่ได้เซนเซอร์นี่ มีหลายมุมเลยด้วย พวกเธอไปเอามาได้ยังไงน่ะ” เธอถามถึงข้อมูลหลายๆ อย่างที่บุคคลภายนอกไม่ได้น่าหามาได้

“พ่อของนนท์เป็นตำรวจน่ะ”

“แต่เรื่องนี้พ่อยังไม่รู้หรอกนะ เพราะงั้นอย่าปากโป้งล่ะ” นนท์พูดแทรกขึ้น ขยิบตาให้รินทีหนึ่ง

“ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ แต่ไหนช่วยบอกซิว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นคนในโรงเรียนเราล่ะ”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น