เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 7 : Chapter 6 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..ครั้งนั้น• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

I hate you I love you

I hate that I love you

Don’t want to,but I can’t put

Nobody else above you

(ฉันทั้งรักทั้งเกลียดคุณ ฉันเกลียดที่รักคุณ

ฉันก็ไม่ได้อยากหรอก แต่ว่าไม่มีใครแทนที่คุณได้จริงๆ..)

เพลง I hate u I love u-Gnash ft.Olivia o’brien


Chapter 6

เพราะ..ครั้งนั้น

…..


          หนึ่งเดือนต่อมา

          12.32น.


          ตุบ!

          “พี่เซียร์คะ..” รุ่นน้องในมหาลัยที่ดูแล้วน่าจะเป็นพวกมารยาทต่ำเดินเข้ามาหาฉันแล้วทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะที่ฉันกำลังนั่งอยู่ด้วยความรุนแรง “พวกหนูมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กับพี่ค่ะ”

          คนกำลังนั่งกินข้าว ไร้มารยาทซะจริงๆ..

          “มีอะไร” ฉันหรี่ตามองเด็กที่เสนอหน้าเดินมาหาฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

          เสื้อนักศึกษานั่นก็กระดุมจะปริอยู่แล้ว..

          “ไว้พี่ตามพวกหนูมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

          “นี่..” ฉันยืนขึ้นและเหยียดตามองรุ่นน้องตรงหน้า “เห็นมั้ยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่”

          ฉันกวาดตามองนักศึกษาสามสี่คนทั่วๆก่อนที่จะมีนักศึกษาอีกคนที่มาด้วยกันสะกิดยัยไร้มารยาทและกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกัน

          ที่สำคัญคือตอนนี้ฉันนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ไอ้โซนมันไปไหนฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..

          “เห็นค่ะ”

          “เห็นก็ไสหัวไปซะสิ” ฉันนั่งลงตามเดิมและพยายามเก็บอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังก่อตัวไว้ในใจ

          “ทำแบบนั้นคงไม่ได้ งั้นเอาเป็นเป็นว่า..” ระหว่างที่กำลังพูด ยัยนั่นก็ค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉันอย่างถือวิสาสะ “เรานั่งคุยกันตรงนี้ก็แล้วกัน”

          “…” ฉันเงียบและไม่ได้ตอบอะไรต่อ แต่สองสายตาของฉันกำลังจดจ้องกลุ่มนักศึกษาสามสี่คนนี้อย่างไม่ละสายตา

          จะมาหาเรื่อง?

          ไม่สิ..

          “เข้าเรื่องเลยนะคะ..” ยัยคนเดิมนั่งลงก็จริง แต่คนอื่นๆยืนออกันอยู่ด้านหลังโดยที่มองจิกฉันตาไม่กระพริบ “พี่กับพี่เพลิงเป็นอะไรกัน”

          “…” ฉัน..กับเพลิง?

          “คนจริงเขาไม่นั่งเงียบคิดคำตอบกับหรอกนะคะ” ยัยนั่นยกยิ้มร้ายและเหยียดตามองฉัน ซึ่งฉันไม่ยอมให้ตัวเองโดนมองอย่างดูถูกอยู่ฝ่ายเดียวแน่..

          “ก็เพื่อนกัน” ฉันมองกลับไปด้วยแววตาที่แข็งกร้าว ระหว่างเราสองคนตอนนี้เหมือนมีการปะทะกันทางสายตาเกินขึ้นอย่างรุนแรง

          ใครอ่อนแอก็แพ้ไป..

          “เหรอคะ” หล่อนเบะปากก่อนจะพูดต่อ “พอดีว่า‘เมื่อคืน’..”

          “…”

          แหม เน้นคำว่า‘เมื่อคืน’ซะเหลือเกินนะ

          ..สงสัยกลัวคนไม่รู้ซะล่ะมั้ง เหอะ

          “บังเอิญเห็นว่าวอลเปเปอร์โทรศัพท์พี่เพลิงเป็นรูปคู่กับพี่”

          “…” วอลเปเปอร์โทรศัพท์?

          “..เพื่อนพ้องท้องเสียดสีเหรอคะ”

          ตุบ!

          “ต้องการอะไร?!” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นฉันก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและใช้ฝ่ามือทุบลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง

          “ก็แค่จะมาบอกว่า..” หล่อนยืนขึ้นตามฉันก่อนจะกอดอกแล้วยกยิ้มมุมปาก “ถ้าเพื่อนก็อยู่ส่วนเพื่อนไปนะคะ”

          “…”

          “..อย่าหาว่าไม่เตือน”

          “เธอเป็นเมียมันเหรอถึงได้มีสิทธิ์มาสั่งคนอื่นแบบนี้?” ฉันขบฟันกรอด

          “..ถ้าได้กันแล้วจะเรียกว่าเป็นเมียได้มั้ยนะ”

          หมับ..ซ่า

          “ถ้าเธอไปทำสันดานแบบนี้กับคนอื่น..” ฉันคว้าเอาแก้วน้ำที่วางอยู่สาดใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวของร่างบางตรงหน้า “คงจะไม่ได้โดนแค่เอาน้ำสาดหรอกนะ”

          “…” หล่อนเงียบไป สงสัยจะกำลังดื่มด่ำกับความสดชื่นซะล่ะมั้ง

          “น้ำหวานอาจจะซักยากซักหน่อย..ยังไงก็สู้ๆแล้วกัน” พูดจบเดินฉันก็ปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น แต่..

          “เดี๋ยวสิคะ”

          พรึ่บ

          “ขอโทษทีค่ะ..”

          “…”

          “พอดีเห็นว่าพี่ยังกินไปหมด เสียดายของน่ะ”

          ข้าวในจานของฉันที่เหลืออยู่ถูกเทราดใส่เสื้อนักศึกษาของฉัน

          นังเด็กนี่มันชักจะมากเกินไปแล้ว..

          “นี่!!!” ฉันแผดเสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นเริ่มหันมามองเป็นตาเดียวกัน

          แต่ฉันสนสายตาคนรอบข้างซะที่ไหน..ที่ฉันสนคือนังเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ต่างหาก

          “จะเอาแน่ใช่มั้ย?!” ฉันง้างมือเต็มที่ด้วยอารมณ์ที่เดือดขั้นสุด

          “อย่าลืมนะคะว่าพี่มีคนเดียว” นักศึกษาอีกคนเสนอหน้าก้าวเท้าเดินออกมาและทำท่าทีอวดเบ่งใส่ฉัน

          ฉันขบฟันกรอดและกำมือแน่น ตอนนี้คนรอบข้างเริ่มกระซิบกระซาบและมองฉันเป็นตาเดียวกัน..

          “ถ้าพี่จะตบก็ตบเข้ามาได้เลยค่ะ”

          “…”

          “..แต่ถ้าทำแบบนั้นคนที่เริ่มตบก่อนก็จะเป็นตัวพี่เองนะคะ”

          โครม!

          “กรี๊ดดดด” วินาทีนั้นมีใครบางคนเดินแทรกตัวเข้ามาและชนยัยนั่นจนหล่อนเซไปด้านข้างและชนเข้ากับโต๊ะตัวใหญ่

          ..สมน้ำหน้า

          ฉันยกยิ้มมุมปากก่อนหน้าเคลื่อนสายตาไปสบตากับร่างสูงที่เดินแทรกเข้ามา

          “เกะกะ” ร่างสูงปรายตามองรุ่นน้องคนนั้นด้วยแววตาที่ไร้แวว

          แน่นอนว่านัยน์ตาฉันเบิกโพล่งทันทีที่เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือใคร

          “พ..พี่ศึกรัก” คนอื่นๆที่ยืนออกันอยู่ด้านหลังยืนมองร่างสูงที่พึ่งจะเดินชนเพื่อนตัวเองจนกระเด็นอย่างอึ้งๆ

          และใช่ คนคนนี้คือศึกรัก..

          ถ้าจำไม่ผิดเขาไม่ได้เรียนที่คณะนี้

          ..แล้วเดินหน้าสลอนมาที่นี่ทำไม?

          ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าฉันแทนที่ยัยเด็กคนเมื่อกี้ มันเป็นเรื่องปกติที่เราสองคนจะจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

          “เสนอหน้ามาทำไม” และในที่สุดฉันก็เป็นฝ่ายขยับริมฝีปากเอ่ยพูดก่อน

          “…”

          “หลีกไป”

          “สภาพดูไม่จืด” เขาไล่สายตาสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “..ยังจะทำเป็นเก่ง”

          “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย” ฉันขยับฝีเท้าเข้าไปใกล้เขาก่อนจะมองหน้าเขาด้วยแววตาแข็งกร้าวอย่างเอาเรื่อง “..อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง”

          “เหรอ..” ศึกรักก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันก่อนจะโน้มหน้าลงมานั่นส่งผลให่ริมฝีปากเขาอยู่ชิดใบหูฉัน “พวกนั้นมีสี่แต่เธอมีคนเดียว”

          “…”

          “ถ้าคิดว่าไหว..” เขาค่อยๆผละออกก่อนจะพูดอย่างเต็มเสียงในประโยคต่อมา “งั้นก็เชิญตบกันไปแล้วกัน”

          ผลัก!

          ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันแผงอกของศึกรักจนเขาเซไปนิดหน่อย

          ฉันเลือกที่จะหันหลังและเดินออกมาตรงนั้นแทบจะในทันที

          เป้าหมายของฉันคือห้องน้ำ..ฉันต้องไปจัดการเสื้อเลอะๆนี่ซะก่อน


          ฉันเดินมายังห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดและทันทีที่เดินมาถึง..ภาพแรกที่เห็นทำให้สองเท้าของฉันชะงักไปแทบจะทันที

          “ไอ้โซน..” ฉันพึมพำเสียงแผ่วเพราะภาพตรงหน้าที่เห็นคือไอ้โซนกำลังโน้มหน้าเข้าไปใกล้เด็กผู้หญิงที่ฉันรู้จัก

          ..เส้นไหม

          ตุบ..

          ฉันก้าวเท้าถอยไปทางด้านหลังอย่างอึ้งๆ แต่ดันไปชนกับแผงอกของใครบางคนเข้า

          ฉันหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังตัวเอง และนั่นนิ่งทำให้ฉันตกใจเข้าไปใหญ่

          ศึกรัก..

          เขาเดินตามมา

          ดวงตาของเขามองตรงไปในห้องน้ำบริเวณหน้าอ่างล้างมือที่มีไอ้โซนกับเส้นไหมยืนจูบกันอยู่

          แววตาเขาแข็งกร้าว คาดว่าเขาคงพยายามจะสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่

          ฉันเงียบ เขาเงียบ..ไม่มีใครส่งเสียงใดๆออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

          “หึ” ฉันแค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งทีก่อนจะหันไปมองหน้าศึกรัก “..ทีนี้เห็นแล้วใช่มั้ยศึกรัก”

          “…”

          “น้องสาวนายดูท่าจะโง่จนตกหลุมพรางไอ้โซนเข้าไปเต็มๆ”

          หมับ..

          วินาทีนั้นมือหนากำรอบข้อมือของฉันไว้ก่อนจะออกแรงกระชากจนฉันเซถลาไปตามแรงกระชากของเขา

          “นี่! ปล่อย!” ฉันโวยวายทันทีที่โดนสัมผัสตัว “..จะพาฉันไปไหน!”

          “…” เขาไม่ตอบ และเป็นฉันที่สู้แรงเขาไม่ไหว

          ดี..ดีเลย

          “หึ ถ้าให้ฉันเดา..” ฉันแค่นหัวเราะและยกยิ้มมุมปากอย่างรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า “น้องนายคงเสร็จไอ้โซนไปแล้วด้วยซ้ำ”

          มาดูกันว่าหลังจากที่ได้ยินประโยคนี้แล้วเขาจะทำยังไงกับฉันต่อ..

          ผลั่ก!

          “อ๊ะ..” ฉันร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆศึกรักก็ผลักร่างฉันจนแผ่นหลังฉันกระแทกกับเสาด้วยความรุนแรง

          แหม หัวร้อนเหรอ

          ..ดี ฉันจะทำให้นายได้หัวร้อนมากกว่านี้อีกศึกรัก

          “..เธอกับมันช่วยกันจัดฉากให้ฉันมาเห็นว่างั้น?”

          หืม จัดฉากเหรอ

          “สมองนายคิดได้แค่นั้นเองเหรอศึกรัก” ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แผงอกของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ไม่สิ..”

          “…”

          “..บางทีฉันอาจจะประเมินนายสูงเกินไ..อื้อ!” เสียงของฉันขาดหายไปในช่วงสุดท้ายของประโยคด้วยฝีมือเขา

          ริมฝีปากหยักลึกถูกทาบลงมาปิดที่ริมฝีปากฉันอย่างไม่ทันให้ฉันได้ตั้งตัว

          สัมผัสของเขาทั้งร้อนระอุ ดุดัน ป่าเถื่อน กะทันหัน..และรวดเร็ว

          ตุบ!

          ฉันใช้กำปั้นทุบไปที่แผงอกเขาเต็มๆ แต่นั่นไม่ได้ผล..เขายังไม่ยอมผละออก

          ได้..ศึกรัก

          พอได้จังหวะฉันก็ใช้ซี่ฟันกัดลงไปที่ริมฝีปากล่างของเขาอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นทำให้เขาหยุดชะงักและผละออกไปอย่างรวดเร็วแทบจะในทันที

          “เธอ!”

          แหม..

          “เจ็บเหรอ” ฉันค่อยๆเอื้อมมือไปลูบไล้กรอบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะง้างมือขึ้นและ..

          เพียะ!

          “..เจ็บก็ดี!”

          คนอื่นอาจจะตบหัวแล้วลูบหลัง

          ..แต่ฉันขอลูบก่อนแล้วค่อยตบก็แล้วกัน

          ฉันไม่สามารถทนเก็บอารมณ์คุกรุ่นไว้ในใจได้ต่อไปอีกแล้ว..

          ทั้งเรื่องนังเด็กรุ่นน้องคนเมื่อกี้และเรื่องที่เขาเข้ามายุ่งจุ้นจ้าน ไหนจะเรื่องจูบนี่อีก

          ฉันเอาทุกอย่างไปลงไว้ที่ใบหน้าเขาหมดแล้ว..

          “…” เขาเงียบไปก่อนจะค่อยๆยกนิ้วมือขึ้นมาเกลี่ยบริเวณผิวข้างแก้มของตัวเอง

          “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร..” เวลาผ่านไปร่วมนาที เขาค่อยๆขยับฝีเท้าเข้ามาประชิดตัวฉัน

          ระยะห่างระหว่างเรามีเพียงน้อยนิดพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายที่ลอยมาเตะจมูก

          ร่างสูงค่อยๆเอื้อมมือมาเชยคางฉันให้สบตากับแววตาดุดันของเขา

          “หืม..ตอบสิเซียร์”

          “หึ” ฉันทำได้แค่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอและเบนสายตาไปทางอื่น

          “เธอกล้าลองดี..” แววตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาสามารถแผดเผาให้ฉันสลายกลายเป็นผุยผงตรงนี้เลยก็ได้ “คิดมาดีแล้ว?”

          “ของแบบนี้มันไม่จำเป็นต้องคิดหรอกนะ”

          การกระทำของฉันมันก็เหมือนกับการแหย่เท้าเข้าไปในกองเพลิง ซึ่งตอนนี้ฉันได้แหย่มันลงไปข้างนึงแล้ว

ฉันรู้ตัวดี

          ..และไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาย้ำทั้งนั้น

          “แล้วจะรู้ว่าเธอคิดผิด”

          จะผ่านไปกี่วัน กี่สัปดาห์ หรือเป็นเดือน..ไอ้นิสัยแบบนี้มันก็คงยังไม่หายไปสินะ

          ไม่สิ..

          บางทีคนอย่างเขาก็คงเกิดมาพร้อมกับสันดานต่ำๆแบบนี้ตั้งแต่กำเนิด

          เพียะ!

          ฉันใช้หลังแขนปัดข้อมือข้างที่เขาเชยคางฉันออก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างท้าทาย

          “เหรอ”

          “…”

          “..ไว้ฉันจะรอก็แล้วกัน”

          ฉันทิ้งทายไว้แค่นั้นก่อนจะเกิดออกมาจากบริเวณนั้นทันทีโดยที่ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไงและจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้

          ผู้ชายที่ชื่อศึกรัก..

          ไม่ฉันก็เขา..เราคงต้องตายกันไปข้าง



          เย็นวันเดียวกัน

          -คอนโดQ-


          ฉันกลับมาถึงคอนโดได้ซักพักแล้ว แต่มีปัญหาอย่างนึงเกิดขึ้น

          ไอ้โซนหายไป..

          นับตั้งแต่ตอนเที่ยงที่ฉันเห็นมันที่ห้องน้ำฉันก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย

          มันไม่ได้บอกฉันว่าไปไหนหรือไปทำอะไร โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ..คลาสเรียนก็ไม่ได้เข้า เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้

          หรือว่ามันไปมีเรื่องกับใครเข้า?


          Me : มีใครเห็นหัวไอ้โซนบ้าง


          ฉันลองส่งข้อความไปถามในแชทกลุ่ม ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็มีคนเข้ามาอ่าน

          นับว่าว่างงานกันดี..


          Miss.ลัคกี้ : หัวบนไม่เห็นค่ะ แต่ถ้าเป็นหัวล่างก็อยากเห็นนะคะ


          คนแรกที่เข้ามาตอบข้อความเลยก็คือกะเทยลัคกี้..แต่ฉันจะถือว่าฉันไม่เห็นข้อความนี้ก็แล้วกัน


          คิง :

          เพลิง : ติดต่อมันไม่ได้เหรอ

          Me : อืม


          พอเห็นชื่อเพลิงแล้วฉันก็ฉุดคิดบางอย่างขึ้นมาได้..

          จะว่าไปฉันคิดว่าฉันควรจะบอกเพลิงเรื่องรุ่นน้องคนนั้น เพื่อที่เขาจะได้รู้ไว้ว่าผู้หญิงของตัวเองสร้างปัญหาให้ฉันหนักขนาดไหน

          ..แต่เอาเถอะ ไว้ค่อยหาเวลาไปคุยก็แล้วกัน


          Miss.ลัคกี้ : แต่ปกติเวลาผัวโซนจะไปไหน ผัวโซนก็จะรายงานหล่อนตลอดไม่ใช่เหรอยะ

          คิง : หาผู้หญิง

          รสหวาน : หาผู้หญิง +1


          ฉันกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป แต่อยู่ๆก็มีเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยโทรแทรกเข้ามา

          ฉันจ้องตัวเลขสิบหลักที่โชว์หราอยู่บนหน้าจออย่างลังเลว่าควรจะรับสายดีมั้ย

          ..หรือว่าจะเป็นไอ้โซน

          คิดได้แบบนั้นฉันก็เลยลองเลือกที่จะกดรับสายและยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูก่อนจะกรอกเสียงลงไป

          “ฮัลโหล..”

          [เซียร์ ฉันเอง]

          “โซน?” เรียวคิ้วของฉันขมวดมุ่น..เป็นไอ้โซนที่โทรมาจริงๆ “หายหัวไปตั้งครึ่งวันพึ่งจะสำนึกได้หรือไงว่าควรโทรมาหาฉัน”

          “ก็แบตฯโทรศัพท์มันหมด”

          “…”

          “..นี่ยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรมาหาแล้วนี่ไง”

          “เพื่อน?”

          “..เออ เพื่อน”

          “เพื่อนไหน?” ปกติแล้วถ้ามันคบใครเป็นเพื่อนหรือสนิทกับใคร คนคนนั้นก็มักจะรู้จักหรือสนิทกับฉันด้วยเหมือนกัน

          “ช่างเหอะ..เอาเป็นว่าโทรมาแค่จะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนั่นแหละ”

          “ใครเป็นห่วงนาย..”

          “อ้าว คิดว่าเป็นห่วงซะอีก”

          “…”

          “ไอ้ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้..ทำนองนี้”

          “เหอะ..” ฉันแค่นเสียงก่อนจะกรอกตามองบน ฉันว่าฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ

          หรือคิด..?

          “เป็นห่วงเค้าใช่มั้ยล่ะ เป็นห่วงก็บอกมาเหอะ~”

          “มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป” ฉันตัดบท “..แค่นี้แหละ”

          พูดจบฉันก็กดวางสายแทบจะในทันทีเพราะขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำ คุยกับมันแล้วอารมณ์เสียชะมัด

          แต่ยังดีที่มันยังคิดได้และโทรมาหาฉัน เพราะงั้นฉันก็เลยวางใจได้ในระดับหนึ่งว่ามันไม่ได้ไปกวนตีนใครเข้าจนโดนเขาอัดเหมือนหมาข้างถนนอยู่ที่ไหนซักที่

          แต่จะว่าไป..

          ฉันว่าฉันควรจะไปคุยเรื่องเด็กเส้นไหมคนนั้นกับมันเหมือนกัน

          ตอนแรกฉันไม่คิดว่ามันจะลากเด็กคนนั้นเข้ามาเกี่ยวด้วยจริงๆ..แต่ยังไงฉันก็เห็นกับตาตัวเองมาแล้ว

          ไอ้โซนอาจจะดูเป็นคนตรงๆ คิดอะไรก็พูดออกมา

          ..แต่จริงๆแล้วความคิดมันซับซ้อนขนาดไหนทำไมฉันจะไม่รู้

          จะว่าไปฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าถ้าถามไปแล้วมันจะเลี่ยงที่จะบอกความคิดของมันหรือเปล่า

          งั้นเอาเป็นว่า..ฉันจะไม่ถามและเก็บความสงสัยไว้ในใจก็แล้วกัน

          เรื่องของมันฉันจะไม่ยุ่งและจะไม่เข้าไปจุ้นจ้านจนเกินงาม

          แต่ถ้าไอ้โซนตกม้าตายเพราะดันควบม้าพลาดไปตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้เมื่อไหร่ล่ะก็..

          ถึงเวลานั้นก็คงจะต้องตัวใครตัวมัน เพราะฉันคงจะช่วยอะไรมันไม่ได้



          Zone’s talks


          เซียร์วางสายไปแล้ว..

          “อะ คืน” ผมยื่นโทรศัพท์มือถือในมือคืนให้เจ้าของของมันซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ข้างกันกับผมบนโซฟาตัวยาว

          “ไม่บอกพี่เซียร์ไปตรงๆจะดีเหรอคะ” เสียงใสแจ๋วดังขึ้นข้างหู..ผมหันไปปั้นยิ้มบางเบาให้ร่างบางข้างๆก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน

          “ถ้ายัยนั่นรู้เข้ามีหวังเกรี้ยวกราดแน่ๆ”แล้ว

          “แต่ว่านะ..” ร่างบางข้างผมหลุบตามองต่ำ “พี่ศึกรักก็ทำเกินไปจริงๆนั่นแหละ”

          เด็กคนนี้เลือกที่จะเข้าข้างผมแทนที่จะเข้าข้างพี่ชายแท้ๆที่คลานตามกันออกมา

          สมแล้วกับประโยคที่ว่า‘ความรักทำให้คนตาบอด’

          ..เส้นไหมก็แค่เด็กผู้หญิงซื่อบื้อคนนึงนั่นแหละ

          จริงๆแล้วตอนช่วงบ่ายมันมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้น..

          ตอนนั้นผมขอให้เส้นไหมช่วยตามไอ้ศึกรักมาเจอกันที่ห้องน้ำหญิงข้างโรงอาหารของคณะโดยที่ใช้ข้ออ้างไปต่างๆนานา

          แน่นอนว่ามันมา..

          ตอนแรกผมคิดว่ามันจะไม่มาแล้วด้วยซ้ำเพราะค่อนข้างใช้เวลานานกว่ามันจะโผล่หน้ามาให้เห็น

          ส่วนสาเหตุที่เรียกมันมานั่นก็เพราะผมแค่จะเตือนมัน..ว่าผมใกล้จะได้น้องสาวสุดที่รักของมันแล้ว

          ที่ผมทำให้มันเห็นคือการปล้นจูบ แต่อีกนิดก็คงน่าจะได้ปล้นทั้งตัว

          เรื่องนี้เส้นไหมไม่รู้..เพราะถ้าเธอรู้เธอก็คงไม่ไว้วางใจผมขนาดให้เข้าห้องแบบนี้

          และใช่ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องเธอ

          ส่วนข้ออ้างที่ใช้เข้ามาในนี้ก็คือผมขอให้เธอช่วยทำแผลให้..แต่เด็กคนนี้จะรู้มั้ยว่าผมไม่ได้แค่อยากให้เธอทำแผล

          พรึ่บ..

          ผมผลักร่างบางให้นอนราบลงบนโซฟาตัวยาวก่อนที่ตัวผมจะคร่อมร่างเธอและโน้มหน้าลงไปชิดใบหู

          “พ..พี่โซน”

          “พี่รักเรา..” เปล่า ที่จริงผมไม่ได้รักน้อง

          ไม่เคยรัก..และไม่มีวันที่จะรัก

          “…”

          “พี่อยากรู้จักเราให้มากกว่านี้..” เปล่า ผมแค่กำลังทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

          “…”

          “..ขอได้มั้ย”

          ผมเลว ผมรู้

          แต่แล้วไง..ในเมื่อไอ้ศึกรักมันทำแบบนี้กับเซียร์ก่อน

          ผมใช้เวลาให้เด็กคนนี้ยอมรับโดยที่ไม่ขืนใจเธอตั้งแต่แรกก็บุญแค่ไหนแล้ว


          End Zone’s talks



          20.31น.


          ตอนนี้ฉันก็ยังคงนั่งอยู่ที่ห้องโดยที่ไม่ได้ออกไปไหน

          จริงๆตอนแรกก็กะว่าจะไปวันวานนั่นแหละ แต่เพราะไอ้โซนหายหัวไปไหนไม่รู้แล้วฉันก็ขี้เกียจนั่งแท็กซี่ไปเอง เพราะงั้นก็เลยเลือกที่จะไม่ไปดีกว่า

          ส่วนเรื่องของรุ่นน้องที่มาหาเรื่องฉันเมื่อตอนเที่ยง เมื่อกี้ฉันคุยโทรศัพท์กับเพลิงเรื่องนี้แล้ว

          เขาบอกว่าจะจัดการให้อย่างแน่นอน..ซึ่งฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

          ฉันเหลือบตาไปมองนาฬิกาบนฝาผนังและพบว่าตอนนี้พึ่งจะสองทุ่มครึ่ง

          หิว..

          คำว่าหิวในที่นี้ไม่ใช่ว่าหิวข้าว แต่ฉันอยากกินขนมหรืออะไรก็ได้ที่มันกระจุกกระจิก

          ฉันว่าฉันควรลงไปมินิมาร์ท..

          คิดได้แบบนั้นฉันก็เลยเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวีแล้วเดินลงไปยังมินิมาร์ทเล็กๆหน้าคอนโด



          ฉันจัดการซื้อของกินเล่นกระจุกกระจิกเสร็จเรียบร้อยแล้ว..ซึ่งมันค่อนข้างเยอะพอสมควร

          เอาเถอะ ยังไงก็กะว่าจะเก็บไว้กินวันหลังด้วยอยู่แล้ว

          ฉันตรงไปเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งโชคดีหน่อยที่ใช้เวลารอไม่นานนัก

และจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าไป อยู่ๆก็มีร่างสูงเดินแทรกเข้ามาซะก่อน

          หมับ..

          ฝ่ามือหนากำรอบข้อมือฉันไว้ในคราวเดียวและออกแรงกระชากจนฉันเซถลาไปชนกับแผงอกของเขา

          “นี่!” แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่ฉันโวยวาย “..นายไม่มีสิทธิ์มาแตะเนื้อต้องตัวฉัน!”

          “เธอก็ดูไม่ใช่คนความจำสั้น”

          “…”

          “..ดันลืมเรื่องคืนนั้นไปซะได้”

          ฉันนิ่งไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูลิฟต์ปิดลง

          ไม่มีใครเดินเข้ามา..

          เพราะงั้นในนี้จึงมีแค่เราสองคน

          “ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องมานั่งจำให้มันรกสมอง”

          “อะไรที่มันลืมไปแล้ว..”

          “…”

          “ทำให้จำได้ขึ้นมาใหม่ก็สิ้นเรื่อง”

          ฉันเม้มปากและกำมือแน่น..ไม่ว่ายังไงฉันก็เสียเปรียบเขาในแทบจะทุกๆเรื่อง

          เอาเป็นว่าฉันจะพยายามนิ่งไว้ก็แล้วกัน

          บรรยากาศในลิฟต์เงียบไปและในที่สุดก็มาถึงชั้นที่สามสิบสาม

          ทันทีที่ลิฟต์เปิดฉันก็รีบสาวเท้าออกไปแทบจะในทันที

          ..ฉันจะไม่ยอมให้มันมีเหตุการณ์เหมือนวันนั้นเกิดขึ้นซ้ำสองแน่นอน



          สองวันต่อมา

          11.32น.

          -RZ mall-


          วันนี้เป็นวันเสาร์..และตอนนี้ฉันก็กำลังเดินอยู่ในห้างที่มาเป็นประจำเวลาวันว่างๆ

          แต่ว่าวันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเดินเล่นอย่างเดียว

          วันนี้เป็นวันเกิดไอ้โซน และฉันกำลังเลือกซื้อของขวัญวันเกิดไปเซอร์ไพรส์มันอยู่

          “เรือนนี้สวยดี” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ดังขึ้นข้างหู..เจ้าของเสียงใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่ตู้กระจกใสที่มีนาฬิกายี่ห้อดังวางเรียงรายอยู่

          “ก็ได้..งั้นเอาเรือนนี้” ฉันพยักหน้ารับรู้

          และฉันไม่ได้มาคนเดียว

          ..ฉันมากับเพลิง

          “พี่คะ” ฉันหันไปเรียกพนักงานที่ยืนประจำอยู่ในร้าน “..ขอดูเรือนนี้หน่อยได้มั้ยคะ”

          “สักครู่นะครับ” พูดจบพนักงานก็เดินมาเปิดตู้กระจกนี่ให้ก่อนจะหยิบนาฬิกาเรือนนั้นส่งมาให้ฉัน

          “เซียร์” เพลิงเอ่ยเรียกฉัน

          “หืม” ฉันครางรับแต่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา สายตาฉันจดจ้องกับปลายนิ้วที่ลูบไล้ตัวเรือนนาฬิกาอยู่

          ฉันชอบเรือนนี้ เอาเรือนนี้ให้ไอ้โซนเป็นของขวัญก็แล้วกัน..

          “ไอ้โซนพึ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้” ทันทีที่ฉันยินประโยคนั้นฉันก็หันไปมองหน้าเพลิงทันที

          “ว่าไงนะ..”

          “มันพึ่งเดินผ่านหน้าร้านไป”

          “…” เวรแล้วไง

          “..มากับผู้หญิง”

          “เอ่อ แป๊บนึงนะคะ” ฉันหันไปพูดกับพนักงานของร้านและส่งนาฬิกาเรือนนั้นไปให้เขาก่อนจะสาวเท้าออกไปชะโงกหน้าดูข้างนอกร้าน

          เป็นไอ้โซนจริงๆ..

          มันมากับผู้หญิงคนนึงที่เดินอยู่ข้างกันซึ่งมองจากด้านหลังฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหล่อนเป็นใคร

          ..แต่ฉันรู้สึกคุ้นๆ

          “เป็นไง” เพลิงเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังฉัน และการที่เขาเดินมาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงมันทำให้ฉันหันไปโดยอัตโนมัติ

          เขาคร่อมตัวลงมา

          วินาทีนั้นปลายจมูกเราเฉียดกัน..

          และเป็นเขาที่ก้าวเท้าถอยหลังออกไป

          “โทษที” เพลิงยกมือขึ้นเกาต้นคอตัวเองคล้ายกับกำลังขัดเขิน “..ไม่คิดว่าจะหันมา”

          “..อืม” ฉันพยักหน้ารับโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรต่อก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “เอาเรือนนี้ค่ะ” ฉันพูดกับพนักงานร้านและปรายตามองนาฬิกาหรูในมือเขา

          “ทางนี้ครับคุณลูกค้า” พูดจบเขาก็เดินนำไปที่แคชเชียร์ของร้าน ซึ่งฉันกับเพลิงก็เดินตามไปโดยที่เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก

          “หกพันเก้าร้อยเก้าสิบบาทค่ะ ไม่ทราบว่าลูกค้าจะชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิ..”

          “เงินสดครับ” ยังไม่ทันที่พนักงานสาวจะพูดจบเพลิงก็พูดขึ้นแทรกพร้อมกับยื่นธนบัตรจำนวนหนึ่งไปที่แคชเชียร์

          “ทำไร” ฉันมองเงินในมือเขานิ่ง

          “ฉันช่วยออกสามพันห้า”

          “จะบ้าเหรอ..” ฉันมองหน้าเพลิงอย่างอึ้งๆ ไอ้นาฬิกานี่เป็นของขวัญจากฉันที่จะให้โซน ไม่ใช่จากเขาซะหน่อย “นายจะมาช่วยออกได้ไง”

          “ฉันไม่รู้จะซื้ออะไรให้มัน”

          “…”

          “..ถือว่าของชิ้นนี้เป็นของขวัญจากฉันกับเธอก็แล้วกัน”



          ค่ำวันเดียวกัน

          20.32น.


          “ไอ้การที่ให้ของชิ้นเดียวกันแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ..”

          “เรียกว่า‘ผัวเมีย’ใช่มั้ยคะ!”

          ฉันหันไปมองหน้าโซนกับลัคกี้อย่างคาดโทษ..

          “ก็กูไม่รู้จะซื้ออะไรให้มึง” เพลิงอธิบาย “..ก็เลยช่วยเซียร์ออกเงินค่านาฬิกานี่ไง”

          “มึงเคยเห็นซองทำบุญงานแต่งที่หน้าซองเขียนว่า‘นายสมพงษ์และภรรยา’อะไรแบบนี้มั้ย”

          “…”

          “ไอ้นี่แม่งก็ฟิลเดียวกันเลยเว่ย!” ว่าจบไอ้โซนก็ยิ้มกรุ้มกริ่มและมองฉันกับเพลิงสลับกันไปมา

          ก็แค่ช่วยกันออกเงินค่านาฬิกามั้ย..

          “ใช่ค่ะ! ความผัวเมียมากเว่อร์”

          “มากไป ก็แค่เพื่อนมั้ยล่ะ” ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

          ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาฉันโดนไอ้โซนกับลัคกี้แซวเรื่องรักๆใคร่ๆกับเพลิงบ่อยมาก

          ช่วงแรกๆฉันก็หงุดหงิดจนต้องเกรี้ยวกราดบ่อยๆอยู่หรอก..แต่เดียวนี้เริ่มที่จะเอือมระอาแล้ว

          ..ต้องให้บอกอีกกี่รอบว่าเป็นแค่เพื่อนกัน

          “งือ ตัวเอง..เราเป็นแค่เพื่อนกันง่ะ” อยู่ๆไอ้โซนก็หันไปทำเสียงเล็กเสียงน้อยในนังลัคกี้

          “แต่เค้าไม่เคยคิดกับตัวเองแค่เพื่อนเลยนะคะ ฮือ~” ลัคกี้เห็นแบบนั้นแล้วก็ดันรับมุขไอ้โซนซะดื้อๆ

          ..แหม เข้าขากันซะดีจริงๆ

          “ไม่เคยมีซักนิดที่คิดเป็นแค่เพื่อนเธอ~~*” กลายเป็นว่าคราวนี้ไอ้โซนดันตบมุขด้วยเพลงซะงั้น

          “มันรักเธอตั้งแต่แรกเจอ ทุกความรู้สึกให้เป็นเพื่อนก็คงจะไม่ไหว~”

          เอาเข้าไป..

          ภาวนาให้เอากันเองในซักวัน

          อ้อ..แล้วก็ตอนนี้เราอยู่ในห้องของไอ้โซนเพราะทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะมาฉลองวันเกิดไอ้โซนที่ห้องของเจ้าตัว

          ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้ทุกคนมากันครบแล้วก็แต่ละคนก็เตรียมของมาให้มันเหมือนกัน

          อย่างควีนก็เป็นรองเท้า ของรสหวานเป็นกระเป๋าสตางค์ ส่วนของลัคกี้เป็นเสื้อผ้าผู้ชาย

          จะมีก็แต่คิงที่ให้เป็นเงินสด

          ..หมอนี่ใช้เงินในการแก้ปัญหาทุกอย่างจริงๆ

          “วันนี้มึงดูแฮปปี้ดีนะไอ้โซน” คิงที่นั่งอยู่เงียบๆบนโซฟาเอ่ยปากออกมา นั่นทำให้พวกสองคนนั้นหุบปากพร้อมกันแทบจะในทันที

          “ก็วันนี้วันเกิดกู” มันพูดอย่างยิ้มๆ “..อีกอย่างกูก็แฮปปี้ ไม่ซีเรียสกับชีวิตเหมือนมึงหรอกไอ้เวร”

          “เหรอ..”

          จะว่าไปวันนี้ไอ้โซนก็ดูแฮปปี้มีชีวิตชีวากว่าปกติจริงๆนั่นแหละ



          “มีเกมในวงเหล้าอะไรหนุกๆเล่นบ้างวะ” ไอ้โซนเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้าหมดอาลัยตายอยากเพราะว่าตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว

          “พระราชา” นี่เป็นเสียงคิง

          “กูเบื่อแล้วว่ะ หาอย่างอื่นเล่นบ้างดิ”

          “Truth or Dare” คำพูดของรสหวานทำให้พวกเราทุกคนชะงักและหันไปมองหน้าเธอพร้อมกันในทันที

          “กรี๊ดดด เล่นค่ะเล่นนน”

          “เออ เชี่ย..กูลืมนึกถึงเกมนี้ไปได้ยังไงวะ”

          “ฉันขอผ่าน” ฉันโพล่งขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมานั่งไถเล่นฆ่าเวลา

          “ไม่ได้ดิ” ไอ้โซนค้าน “..หรือเธอกลัว”

          “…”

          “กลัวก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องทำฟอร์ม”

          “เหอะ คนอย่างฉันเนี่ยนะจะกลัวเกมพรรค์นั้น” ฉันเบะปากก่อนจะพูดต่ออย่างไม่ทันได้คิด “..ฝันกลางวันอยู่เหรอ”

          “ไม่กลัวก็เล่นดิ กล้าเปล่า”

          “เออ! เล่นก็เล่น!” ฉันตอบปัดก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าดังเดิม

          ซึ่งหลังจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงกันที่พื้นห้องโดยที่ตรงกลางวงที่ขวดน้ำวางอยู่

          เกมนี้ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี สำหรับคนที่เป็นสายปาร์ตี้ก็อาจจะเคยเล่นมาบ้าง

          “ฝาขวดชี้ใครคนนั้นโดนนะคะ” ลัคกี้ว่าก่อนที่หล่อนจะอาสาเป็นคนหมุนขวดคนแรก

          ขวดค่อยๆหมุนวนไปตามแรงหมุน วนเวียนไปเรื่อยๆก่อนที่มันจะค่อยๆชะลอลง..และในที่สุดขวดน้ำตรงหน้าพวกเราทุกคนก็หยุดหมุน

          ซึ่งฝาขวดหันชี้ไปทางทิศที่หมอนั่นนั่งอยู่

          ..เพลิง

          “กรี๊ดดด“ ลัคกี้กรี๊ดกร๊าดวี๊ดว้ายเสมือนว่าฝาขวดหันมาชี้ตัวเองยังไงอย่างงั้น..เว่อร์ไป

          “ไอ้เพลิงว่ะ” เจ้าของวันเกิดยิ้มกรุ้มกริ่ม

          “Turth or Dare ดีคะที่รัก”

          “..Dare” เพลิงเลือกที่จะตอบDare ซึ่งตอนนี้สายตาทุกๆคนก็จับจ้องไปที่หมอนั่นเพียงคนเดียว

          โดนรอบแรกก็เลือก Dare เลยเหรอ

          ..นับว่าใจเด็ดใช้ได้

          “ถ้าผัวเพลิงเลือกมาแบบนั้น งั้นเอาเป็นว่า..” กะเทยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะปรายตามามองฉัน

          เดี๋ยวนะ..

          มองฉัน?

          “เอาหน้าผากชนกับหน้าผากอีเซียร์แล้วก็จ้องตากันสามสิบวิค่ะ!”

          “เชี่ย..” ไอ้โซนสบถพร้อมกับเบิกตาโพล่ง

          “แล้วฉันเกี่ยวอะไรด้วย” ฉันโวยวายออกไปอย่างไม่เข้าใจเหตุผล..ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยซักหน่อย

          “ก็นั่งเฉยๆไปสิยะหล่อน!”

          “กูไม่ค้าน หนับหนุนๆ” ไอ้โซนเสริมพร้อมกับพยักหน้าตามไปด้วย

          ไอ้เพื่อนเวรพวกนี้นี่มัน..

          “เอาไงคะ ถ้าทำไม่ได้ก็กินเหล้าเพียวสองช็อต!”

          “..ลองดูก่อนก็ได้”

          “ว่าไงนะ?!” ฉันหันขวับไปมองหน้าเพลิงแทบจะในทันที “..ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เกี่ยว!”

          “เธอนั่งอยู่เฉยๆก็ได้..” เพลิงขยับตัวมาทางนี้ ซึ่งจริงๆแล้วคนที่นั่งข้างฉันคือควีน แต่ตอนนี้ยัยนั่นดันหลีกทางให้เพลิงขยับเข้ามาซะได้

          แหม สามัคคีกันดีจริงๆ..

          “เอาจริง?” ฉันเลิกคิ้ว

          เพลิงไม่ตอบ..เขาเขยิบตัวมานั่งข้างๆฉันและค่อยๆโน้มหน้าลงมาพร้อมกับใช้มืออีกข้างเชยคางฉันเอาไว้

          พรึ่บ

          วินาทีนั้นเพลิงใช้มืออีกข้างเอื้อมมาปัดผมที่ปรกตรงหน้าผากฉันออกและก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเราแตะกัน

          สัมผัสอุ่นร้อนชวนรู้สึกวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

          ฉันอึ้งค้างไป

          ..ไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่ทันได้ค้านอะไรเลย

          “เชี่ย” เสียงของไอ้โซนที่ดังคล้อยตามมาทำให้ฉันได้สติและใช้สองมือผลักแผงอกของเพลิงอย่างเต็มแรง

          “..อย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีก!” ฉันเผลอตะโกนออกไปด้วยสัญชาตญาณอย่างลืมตัว

          “…”

          “..โทษที”

          เมื่อกี้ฉันแค่เผลอพูดออกไปเพราะความตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว

          ..หวังว่าเขาจะไม่ถือสาฉันนะ

          “อือ ไม่เป็นไร” เพลิงครางรับก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับคนอื่นในประโยคต่อมา “..เอาเหล้าเพียวมาสองช็อต”

          ฉันไม่ได้ยินเหมือนกันว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรกับใคร เพราะตอนนี้สติฉันได้หลุดออกไปแล้ว

          ..หลุดออกไปเลย

          “คนจริงว่ะ ฮ่าๆ” ไอ้โซนหัวเราะแห้งๆ

          “โอ๊ยยย เสียดายอ่า” นังกะเทยต้นเรื่องร้องโอดครวญ “..คิดว่าจะได้เห็นอะไรเด็ดๆ ดันได้เห็นแค่นิดเดียวซะงั้น”

          ฉันหันไปมองค้อนใส่ลัคกี้ทันที

          “ฉันขอให้แกเป็นริดสีดวง..อีโชค!”

          “กรี๊ดดด อีเซียร์!” ลัคกี้โวยวาย “..หยาบคายที่สุด!”

          “พอๆๆ หมุนขวดต่อได้แล้ว” นี่เป็นเสียงรสหวาน ยัยนี่เป็นคนใจเย็นแล้วก็มักจะคอยห้ามทัพอยู่เสมอ

          ไม่สิ..

          ทุกคนในที่นี้ก็ใจเย็นกันหมดนั่นแหละ มีแต่ฉันกับนังลัคกี้ล่ะมั้งที่ใจร้อนจนมักจะเกรี้ยวกราดอยู่บ่อยๆ


          หลังจากที่เพลิงดื่มเหล้าครบสองช็อตตามบทลงโทษเสร็จแล้วเรียบร้อย พวกเราทุกคนเลยให้สิทธิ์เพลิงในการหมุนขวดรอบต่อไป

          และคนที่โดนคนต่อมานั่นก็คือคิง

          “Truth” คิงไม่รอให้เพลิงถาม แต่เขากลับตอบเลยทันทีที่เห็นว่าฝาขวดชี้ไปยังทิศที่ตัวเองนั่งอยู่

          นี่แหละนะ.คิงน่ะ

          “งั้นกูขอถามว่า..” เพลิงหันไปทำหน้าจริงจังใส่คิง ซึ่งแน่นอนว่าเราทุกคนมองสองคนนี้สลับกันไปมา

          ..ก็น่าตื่นเต้นดี

          “ตอนนี้มึงมีแฟนยังวะ”

          “มีแล้ว” ทุกคนชะงักค้างไปกับคำถามของเพลิง ในขณะที่เจ้าตัวที่โดนถามกลับตอบได้โดยไม่ต้องคิด

          มีแล้ว?

          ..อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นที่ฉันเจอที่ซุปเปอร์ฯ

          “เชี่ย../หืม/กรี๊ดดด” ทั้งโซน รสหวาน และลัคกี้ต่างมีรีแอคชั่นที่แตกต่างกันหลังจากที่ได้ยินคำตอบของคิง

          ไอ้โซนเบิกตาโพล่งเหมือนไม่เชื่อ

          รสหวานเลิกคิ้วนิดหน่อย

          ส่วนลัคกี้..รายนั้นรีบยกมืออุดหูเหมือนกับว่าไม่อยากจะได้ยินมัน

          แน่นอนว่าคนที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆเลยก็คือควีน

          “ใครวะ?” แน่นอนว่าหลังจากที่คิงตอบมาแบบนั้น เพลิงก็ยิงคำถามต่อมาโดยไม่ต้องสงสัย

          นั่นสิ..ใคร

          ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ..?

          “ถามได้คำถามเดียว” คิงตอบหน้าตาย

          เหอะ เชื่อเขาเลยจริงๆ..

          “เออ ช่างแม่ง” ไอ้โซนตัดบท “..มึงหมุนขวดต่อดิ”

          คิงไม่ได้พูดอะไรต่อและเอื้อมมือไปหมุนขวดน้ำตรงกลางวงอย่างขอไปทีเหมือนไม่ค่อยอยากจะเล่นซักเท่าไหร่

          อันที่จริงถ้าไม่ได้อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่นก็ได้นะ..

          กระทั่งฝาขวดหยุดและชี้ไปทางคนที่นั่งอยู่ข้างๆฉันตอนนี้ นั่นคือก็เพลิง

          จริงๆคนที่นั่งข้างฉันคือยัยควีน แต่อย่างที่บอกว่าเพลิงกับควีนสลับที่กัน

          ..เพราะงั้นคนที่โดนคราวนี้ก็คือเพลิง

          “อ้าว มึงอีกแล้วว่ะไอ้เพลิง” ไอ้โซนยิ้มกรุ้มกริ่ม

          “Truth or Dare” คิงถามนิ่งๆหน้าตายตามสไตล์ของหมอนั่น

          “..Truth”

          “ต๊ายยย..ไม่คิดจะเลือกDareแล้วเหรอคะ” ลัคกี้โพล่งขึ้นทันทีที่เพลิงพูดจบ

          อยากรู้จริงๆว่ามันหนักหัวหล่อนหรือไงกัน

          “เออออ ไม่เอาDareเหมือนรอบที่แล้ววะ” ไอ้โซนเสริม

          เขาขากันดีจริงๆ..เล็กๆน้อยๆก็ยังจะเก็บมาแซว

          อย่าให้ฉันได้แซวกลับบ้างก็แล้วกัน

          “มึง..ชอบเซียร์?” คำพูดของคิงทำเอาทุกคนในที่นี้เบิกตาโพล่งพร้อมๆกัน..รวมถึงตัวฉันเองก็ด้วย

          คิงคิดอะไรอยู่ถึงถามคำถามนี้..

          บางทีเขาก็ตรงจนเกินไป

          “กูขอไม่ตอบ” เจ้าตัวที่โดนถามเลือกที่จะปฏิเสธที่จะให้คำตอบ “..เหล้าเพียวสองช็อตใช่มั้ย”

          เขาเลือกที่จะไม่ตอบนั่นเพราะเขาคงจะเกรงใจฉันที่ยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้

          นับว่าดี

          “..เชี่ย” โซนเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยาและส่งเสียงออกมา

          “ล..เหล้าเพียวสองช็อตสินะ โอ๊ยยย จัดไปเลยค่า~” กะเทยลัคกี้หันไปรินเหล้าอย่างลนๆ



          ซึ่งหลังจากนั้นเราก็เล่นกันต่ออีกสองตาก่อนที่จะนั่งดื่มกัน และโชคดีที่ไม่ได้โดนฉันเลยซักตา

          แน่นอนว่าพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์..และที่นี่เป็นห้องของไอ้โซน ไม่ใช่ที่วันวาน

          เพราะงั้นทุกคนก็เลยดื่มกันเต็มที่

          ..ฉันเองก็ด้วย

           ซึ่งฉันกับเพลิงเราไม่ได้คุยอะไรกันอีก..บรรยากาศระหว่างเราสองคนเปลี่ยนไป

           จะว่าอึดอัดก็ไม่เชิง

          “ห้องน้าม ห้องน้ามมมม!” เสียงแหบพร่าตะโกนครวญครางดังลั่น ฉันมองไปตามต้นเสียงและเห็นยัยกะเทยลัคกี้สองคนกำลังคลานไปตามพื้นห้อง

          สองคน..?

          ฉันต้องเมาแล้วแน่ๆ

          “..ซักหน่อยมั้ย” ฉันปรือตามองไปยังคนตรงหน้าและพบว่าเป็นควีนที่ชูขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะไรซักอย่างในมือ

          “เอาสิ ชงมา” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก

          ซึ่งหลังจากนั้นมีอะไรเกิดขึ้นอีกฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน



          Suekrak’s talks


          ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว..

          ผมพึ่งกลับมาถึงคอนโดเพราะมัวแต่ไปนั่งแช่อยู่ที่ผับกับเพื่อนในกลุ่ม

          ช่วงนี้ผมหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต สถานที่ที่เหมาะที่สุดก็คงจะเป็นพวกสถานบันเทิงตอนกลางคืน

          ถึงจะดูวุ่นวาย แต่ก็ไม่น่าเบื่อ

          ..มีอาหารตาให้ดูคลายเครียด

          ตึ้ง!

          ผมก้าวเท้าออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสามสิบสามซึ่งเป็นชั้นที่ผมอยู่

          และทันทีที่ปรายตามองไปยังโถงทางเดิน..มุมปากผมก็ยกขึ้นเบาๆแทบจะในทันทีที่เห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของทางเดิน

          เจอกันอีกแล้ว..

          ผมสาวเท้าตรงไปตามทางเดินและเมื่อเดินมาหยุดที่บริเวณหน้าห้องตัวเองผมก็ปรายตามองผู้หญิงห้องฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนทำอะไรซักอย่างอยู่หน้าประตูห้อง

          สแกนคีย์การ์ด..?

          ไม่สิ ที่อยู่ในมือเธอนั่นมัน..

          “ทำอะไร” ผมอดที่จะเอ่ยปากถามอย่างสงสัยไม่ได้

          แต่ถ้าเธอจะหันมาเกรี้ยวกราดใส่ผม

          ..ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าเธออาจจะได้บทเรียนชีวิตเล็กๆน้อยๆกลับไป

          “สแกนไม่ติดซักที..” เธอพึมพำ ซึ่งแน่นอนว่าผมได้ยินเพราะเราไม่ได้อยู่ห่างไกลกันเลย “ไอ้คีย์การ์ดเฮงซวยยย”

          “…” ผมชะงักไป

          “เฮงซวยยยยยยยย!”

          เธอบอกว่าเธอกำลังสแกนคีย์การ์ด?

          พรึ่บ..

          ผมเดินเข้าไปซ้อนหลังเธอและแย่งบัตรที่เธอถืออยู่ออกมาเพ่งเล็ง

          “นี่มันบัตรนักศึกษา” ผมขมวดคิ้วมุ่นและปรายตามองร่างบางตรงหน้านิ่งๆ “..จะไปสแกนติดได้ยังไง”

          “หืม? บัตรนักศึกษาเหรอออ” เซียร์ปรือตามองผมอย่างสะลึมสะลือเหมือนคนกึ่งมีสติกึ่งไม่มีสติ “..อย่ามาอำกันเล่นนะ”

          “…” กลิ่นเหล้า..ชัดว่าเมา

          “เอาคีย์การ์ดคืนมาเลยยย!”

          “…” 

          “มันเอาไปสแกนที่อื่นไม่ติดหรอกกก” เธอขมวดคิ้วมุ่น “..เพราะงั้นเอาคืนมาเดี๋ยวนี้”

          “หึ” ผมเผลอแค่นหัวเราะออกมาหนึ่งที

          พึ่งรู้ว่าเวลาคนๆนึงเมาแล้วนิสัยจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้

          ถ้าให้เปรียบ..

          เวลาปกติเซียร์ก็คงเป็นเหมือนกับงูพิษตัวนึง

          แต่เวลาเมาก็คงจะเป็นลูกแมว

          ..ลูกแมวตัวน้อยๆ

           ผู้หญิงคนนี้ควรจะโดนจับมอมให้เมาบ่อยๆ จะได้ไม่ไปสร้างปัญหาหรือหาเรื่องใคร

           หมับ..

          ผมแย่งกระเป๋าสะพายข้างมาจากเธอและถือวิสาสะเปิดค้นเพื่อหากระเป๋าสตางค์

          คิดว่าเธอคงจะเก็บคีย์การ์ดคอนโดไว้ในนั้น

          และใช่ เธอเก็บมันไว้ในนั้นจริงๆ..ผมจัดการเก็บบัตรนักศึกษาใส่กระเป๋าสตางค์คืนให้เธอและหยิบคีย์การ์ดของคอนโดออกมาสแกนให้ก่อนจะเก็บมันและส่งกระเป๋าคืนให้เธอ

          “แล้วทำไมฉันสแกนไม่ติด..” เธอมองประตูที่เปิดออกอย่างงุนงงพร้อมกับพึมพำอะไรซักอย่างอยู่คนเดียว ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบอะไรไปและได้แต่ยืนมองเธอนิ่งๆ

          มันดูเหมือนกับว่าผมจะทำดีกับเธอ

          แต่เปล่า..มันจะเริ่มหลังจากนี้ต่างหาก

          พรึ่บ..

          ผมแทรกตัวเข้ามาในห้องเธอก่อนจะคว้าเอาข้อมือเล็กไว้และออกแรงกระชากให้เธอตามเข้ามา

          ช่วงนี้ชีวิตกำลังน่าเบื่อ

          พอดีเลย..มีอะไรสนุกๆให้เล่นพอดี

           คืนนี้ผมจะเล่นกับลูกแมวน้อยตัวนี้..ทั้งคืน


          End Suekrak’s talks


..........

......

...

*เพลง ไม่เคยคิดแค่เพื่อน-Mew MBO

เอ็นดูเซียร์ในการใช้บัตรนักศึกษาสแกนแทนคีย์การ์ดแล้วก็โวยวาย หนูลูก..ถ้าจะมึนขนาดนี้นะ555+

มาน้อยอันนี้รู้ตัว..จะรีบมาต่อเด้อออ จะไม่ปล่อยให้รอสามสี่วันอีกแล้ว แงT_T

รู้จักเกม Truth or Dare กันมั้ยเอ่ยยย

มันคือเกมที่เล่นกันในวงเหล้า โดยที่จะหมุนขวด(หรืออย่างอื่นก็แล้วแต่) แล้วถ้าขวดชี้ไปที่ใครก็นั้นต้องเลือกว่าจะเอา Truth หรือ Dare

ถ้าเลือก Truth ต้องตอบคำถามตามความจริง

ถ้าเลือก Dare ต้องทำตามคำสั่ง(จากที่ไรท์อ่านๆมานะ55+) แต่ถ้าทำไม่ได้จะโดนลงโทษ

ขอโทษที่เดือนนี้ไม่ค่อยมาอัพนะ รู้สึกผิดต่อรีดทุกคนมากเลย

พยายามเคลียร์เวลาว่างมาปั่นนิยาย แต่ก็ปั่นได้วันละนิดๆหน่อยๆเอง

อีกอย่างคือไรท์พิมพ์ในคอม แล้วก็จะมีเวลาปั่นก็แค่ตอนอยู่บ้านแค่นั้น(เพราะคอมอยู่บ้านไง ฮ่าๆ)

อย่าลืมเข้าไปส่อง #ศึกรักเซียร์ ในทวิตด้วยนะ

ไปพูดคุยกันนะ ไรท์ชอบไปสปอยล์เนื้อเรื่องในนั้น ฮ่าๆ

*เดี๋ยวมาแก้คำผิดนะ พักสายตาแป๊บT___T






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #121 bimjungg. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 21:01
    ชั้นจะเชียร์ทุกคู่ มันจะผิดมันน เซียร์แกแยกออกมาเป็นหลายๆร่างที เลือกไม่ด้ายยย
    #121
    0
  2. #88 Princess48 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 15:58
    เห็นคำว่า ‘Suekrak’s talks’ อินี่คือเลิ่กลั่กแล้วจ้าาาาา ลุ้นนนนน
    #88
    0
  3. #87 Princess48 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 06:57
    เพลิงนี่การกระทำแต่ละอย่างมันก็บ่งบอกหมดแล้วแหละ ไม่ต้องปิดบัง หนูปิดไม่มิดหรอกลูกกกก
    #รอนังศึกรักโผล่หัวมา
    #87
    0
  4. #86 0887208932 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:18
    มันเป็นเกมส์ที่กินเหล้ากับเพื่อนเมื่อรัยต้องมีอ่ะ เหมือนเป็นธรรมเนียมไปแล้ว //ศึกรักแกทำกับเซียร์ไว้เยอะระวังเจ็บเองน้า ส่วนโซนนี่ก็คงจะต้องตกหลุมพลางตัวเองเป็นแน่แท้
    #86
    0
  5. #85 little beach (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:38
    เค้าจะรักกันยังไงเอ่ยเจอกันทีคือจะฆ่ากันตาย ส่วนคู่อื่นๆข้ามค่ะใครจะเป็นยังไงช่างค่ะสนใจแค่พระนางอย่างเดียว รีบๆรักกันได้แล้วอยากอ่านตอนเค้ารักกัน
    #85
    0
  6. #84 DaizyDuck (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 13:36
    ไม่มีวี่แววว่าจะรักกัน
    #84
    0
  7. #83 Princess48 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 13:04
    ปูเรื่องมาแบบนี้แสดงว่ามันต้องมีเรื่องของโซนเส้นไหมแน่ๆ แต่ไม่ใช่ว่าไรท์หลอกให้คนอ่านเชื่อแบบนั้นแล้วปรากฏว่าสองคนนั้นไม่ได้คู่กันนะ แงงงงงง #ทีมรอเค้ารักกัน
    #83
    0
  8. #82 tateeb23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:54
    ช่างเรื่องของโซนเส้นไหมไปจ้านี่ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ตอนก่อนๆที่มีบทเส้นไหมเข้ามานี่เลื่อนผ่านตลอดเลย ไม่รู้เป็นอะไร ส่วนพระนางของเรานี่อีกหน่อยคงต้องยื่นดาบให้แล้ว ฟาดฟันเก่ง55555 แต่ชอบลุ้นว่าใครจะรักใครก่อน
    #82
    0
  9. #81 kajeab4792 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:34
    ทีม รอเค้ารักกัน
    #81
    0
  10. #80 little beach (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:24
    เมื่อไหร่เค้าจะรักกันนะ รอจ้าา
    #80
    0
  11. #79 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:39
    รอค่าาา
    #79
    0
  12. #78 DaizyDuck (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 22:38
    ผช.ทุกคนบทบาทมากกว่าพระเอก ร้องไห้แบ้ววววว
    #78
    0
  13. #77 little beach (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 21:26

    รอจ้าา
    #77
    0
  14. #76 Princess48 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 20:30

    ฮือออ ต้องรออีกเหรอเนี่ย ใจจะขาดแล้ว
    #76
    0