เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 28 : Chapter 24 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ...ก็รักมั้ง• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 633 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ติด #ศึกรักเซียร์ ใน twitter เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนิยาย


Chapter 24
เพราะ...ก็รักมั้ง
.....
...

 

หลายวันต่อมา

“นานแล้ว”

“ใช่ นานแล้ว”

“นานแค่ไหนแล้วคะที่อีเซียร์ถักเปียมาเดินห้างแบบนี้เนี่ย!? อารมณ์ไหนของหล่อน” ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าประโยคนี้เป็นของใคร จะมีใครที่ไหนได้นอกจากลัคกี้ที่ชอบวี๊ดว้ายแบบนี้

“ก็มันเข้ากับชุด” ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่ายัยนั่นจะมีปัญหาอะไรมากมายกับทรงผมฉันวันนี้ “ทำไม? อยากถักนักก็ให้ไอ้โซนถักให้สิ”

“ไม่เอาอะ” ไอ้โซนที่เดินขนาบข้างอยู่ด้วยกันปฏิเสธทันควัน

“เหอะ ไว้วันรับน้องลัคกี้จะไปเต๊าะเด็กปีหนึ่งมาเย้ยผัวโซนค่ะ!”

ตอนนี้ฉันมาเดินห้างตากแอร์กับไอ้โซนแล้วก็ลัคกี้ มากันแค่สามคนนั่นแหละ ก็ชวนคนอื่นแล้วไม่มีใครมา...จะบอกว่าเหลือกันอยู่แค่นี้ก็ไม่ผิด

“เออ พูดแล้วก็ลืมถาม” ไอ้โซนโพล่งขึ้นมาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ มันเอื้อมมือมาจับๆแตะๆผมฉันในระหว่างที่เราสามคนกำลังจะเดินไปร้านอาหารร้านหนึ่ง “เธอให้ใครถักให้? ปกติฉันจะเป็นคนถัก”

ได้ยินแบบนั้นแล้วฉันก็เงียบไปครู่หนึ่ง

“ถักเอง” ตอบพลางยักไหล่

ความจริงแล้วศึกรักเป็นคนถักให้ก่อนจะออกมา ถ้าจะให้ฉันถักเองก็คงจะลำบากไปหน่อยเพราะถักเองไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่

'ช่วยไรหน่อย’

‘อืม...?’

‘ถักเปียให้ที’

รู้มั้ยว่ากว่าจะได้แบบนี้ฉันต้องให้หมอนั่นแก้กว่าสามรอบ แถมเจ้าตัวยังโอ้อวดอีกว่าเมื่อก่อนเคยถักให้เส้นไหมอยู่บ้าง รับประกันหน้าตายว่าต้องออกมาดีแน่ เหอะ

“คิดว่าแฟนสุดที่รักของหล่อนจะเป็นคนถักให้ซะอีก” ลัคกี้พึมพำ ซึ่งความเป็นจริงมันก็ตรงตามนั้น

“แฟนสุดที่รักอะไร? พูดใหม่ด้วย” ฉันหันไปถลึงตาใส่ เน้นย้ำให้ลัคกี้แก้คำพูดนั้นอีกรอบ ส่วนสองเท้ายังคงก้าวต่อไป ร้านอาหารที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แล้ว

“ก็แฟนสุดที่รักที่เซอร์ไพรส์หล่อนจนมีคลิปใส่สร้อยข้อมือสุดแสนจะหวานแหววแชร์ไปทั่วเฟซไงจ๊ะ” ลัคกี้ไม่วายพูดต่อ แถมยังหยิบยกเรื่องน่าอายเมื่ออาทิตย์ก่อนกลับมาพูดด้วย “อุ๊ย หรือจะให้เรียกว่าผัวสุดที่รักดีล่ะ”

“เงียบไปเลย” ฉันออกแรงผลักเบาๆ

“อิจฉาจริงๆพวกที่ได้ผัวรวยเนี่ย เฮ้อ”

ฉันไม่ได้สนใจคำพูดพวกนั้นสักเท่าไหร่ ทั้งยังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู พบว่ามีแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่านจากแชตศึกรักเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อสามนาทีก่อน

 

S_Suekrak : อย่าไปนาน

S_Suekrak : (ส่งสติ๊กเกอร์ถึงคุณ)

 

ให้ตายสิ ใจคอเขาคิดจะตัวติดฉันตลอดเวลาเลยหรือไงกัน...

แถมพออ่านไอ้ข้อความพวกนั้นแล้วยังรู้สึกเหมือนหมอนั่นมายืนกระซิบอยู่ข้างหูอีก จั๊กจี๊ชะมัด

ฉันเก็บมือถือใส่กระเป๋าแทบจะในทันที ไม่ได้กดเข้าไปอ่านหรอก ทิ้งไว้แบบนั้นแหละ

ปึก!

ด้วยความที่มัวแต่ก้มหน้าอยู่ ก็เลยเดินชนกับใครบางคนเข้าโดยไม่ทันได้มองทาง และเมื่อเงยหน้าดูก็พบว่าเป็นผู้หญิงที่น่าจะอายุใกล้เคียงกันคนหนึ่ง

“อ๊ะ” อีกฝ่ายส่งเสียง ครั้นเธอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นฉันก็ชะงักไป “พี่...เซียร์?”

“คะ?” ฉันมุ่นคิ้ว ถ้าได้ยินไม่ผิดเหมือนผู้หญิงคนนี้จะเรียกชื่อฉันนะ...

“เป็นอะไรมั้ยครับ” เร็วกว่าใครเพื่อนก็ไอ้โซนนั่นแหละ มันกระชากฉันเข้าหาตัวแล้วก็รีบถามไถ่พร้อมแจกรอยยิ้มหวานหยดให้เด็กคนนั้นทันที “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? พอดียัยนี่มันมีตาไว้แค่ประดับครับ น้องไม่เป็นไรนะ?”

“...” ฉันกระทุ้งศอกในมันเบาๆพลางส่งสายตาคาดโทษกลับไป

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ” เธอผงกหัวให้ฉัน ไม่นานก็วิ่งหนีหายไป

ฝ่ายที่ต้องขอโทษมันเป็นทางนี้ไม่ใช่เหรอ?

ช่างเถอะ

ฉันหันหน้ากลับมาหาไอ้โซน หรี่ตาลงเล็กน้อย “...เมื่อกี้นายบอกว่าฉันมีตาไว้ทำไมนะ?”

“ครับ? ใครพูดครับ? ผมไม่ได้พูดนะครับ” ไอ้โซนเบิกตาโพล่ง มันก้าวถอยหลังไปกอดคอลัคกี้ที่ยืนมองอยู่เงียบๆ “ไอ้โชค มึงว่าอะไรเซียร์เปล่า?”

“อะไรเนี่ย! หยาบคายค่ะ” ลัคกี้แผดเสียง ส่วนไอ้โซนก็ต้องรับเคราะห์กรรมที่ดันไปเรียกชื่อเก่าดั้งเดิมของลัคกี้เข้า

หลังจากนั้นไม่นานเราสามคนก็เดินเข้ามานั่งในร้านอาหารที่ตกลงกันไว้ พนักงานร้านนี้ทำการต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดี กระทั่งสั่งเมนูเสร็จเรียบร้อยลัคกี้ก็โพล่งขึ้นมาว่า

“คืนนี้จะออกมั้ย ยังไงคะ?”

ยัยนั่นคงหมายถึงออกไปดื่มตามเคยนั่นแหละ

ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้ากลับไป “คงไม่ วันนี้ขี้เกียจ ไว้วันหลังดีกว่า”

“แหม จะอยู่กับพ่อหนุ่มศึกรักก็บอก ไม่ต้องมาทำเป็นบอกว่าขี้เกียจ ได้ยินแล้วอยากจะอ้วก” ลัคกี้จีบปากจีบคอ ทำหน้าแบบนั้นเห็นแล้วมันขัดหูขัดตาแฮะ “ผัวโซนล่ะคะ ออกมั้ย?”

“ครับ ออกครับออก” ไอ้โซนละสายตาจากหน้าจอมือถือพร้อมทั้งพยักหน้าหงึกหงัก “กี่โมงก็ทักมาแล้วกัน”

“ค่าาา เดี๋ยวลัคกี้จะได้ชวนคนอื่นด้วย” ว่าจบลัคกี้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จดจ่ออยู่สักพักแล้วจึงหันมาพูดต่อด้วยหัวข้อสนทนาใหม่ที่เหมือนว่าเพิ่งจะฉุดคิดขึ้นได้ “อ้อ ลืมไปเลย”

...”

“วันก่อนค่ะ...”

“ทำไมครับ?” ไอ้โซนทำหน้าที่โต้ตอบทันที

“ผัวโซนล่ะก็ ลัคกี้แค่มีเรื่องจะมาเม้าท์ค่ะ โยนมาซะเหมือนจะเล่นมุกเลย” หล่อนว่าพลางตบโต๊ะเบาๆ ทำปากขมุบขมิบนิดหน่อยตามสไตล์ “อะๆ มาเข้าเรื่องกันเลยค่ะ”

...”

“คืองี้นะ วันก่อนลัคกี้ไปแรดคนเดียวไม่ได้ชวนใคร แล้วบังเอิญเจอผัวเพลิงที่ After Death”

“แล้ว?” ฉันมุ่นคิ้ว ...เจอเพลิงแล้วมันทำไม?

“ตอนแรกก็กะว่าจะเข้าไปทักทายเซย์ฮายแล้วก็นั่งเป็นเมีย เอ้ย...เป็นเพื่อน แต่อยู่ดีๆผัวเพลิงก็ลุกพรวดพราดแล้วก็ไปมีเรื่องกับคนในร้านอะ งงม๊ากกก”

“อ้อ” ไอ้โซนครางออกมา “ไม่เห็นน่างง เชี่ยเพลิงมันก็เลือดร้อนแบบนั้นอยู่แล้ว”

“มันก็น่างงตรงที่อีคนที่เป็นคู่กรณีดันเป็นเนียร์ไงคะ เนียร์แห่งคณะวิศวะฯ เนียร์ที่ซี้กับผัวอีเซียร์มันน่ะ” ลัคกี้พยักพเยิดหน้ามาทางฉัน

“...”

“ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับหล่อนหรือเปล่า เหอะ ในบรรดาพวกเรามีใครไม่รู้บ้างว่า...”

“คงไม่หรอก” ไม่ทันให้ลัคกี้ได้พูดจนจบประโยคฉันก็เอ่ยออกมาดักไว้ก่อน เรื่องระหว่างฉันกับเพลิงมันจบไปเป็นเดือนแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เขาเองก็ยอมรับข้อนี้ดี เพราะงั้น... “ไม่น่าเกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ฉันก็ว่าไม่” ไอ้โซนสมทบ “ช่วงนี้ไอ้เพลิงมันมีปัญหากับไอ้เนียร์ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไอ้ศึกรัก”

“พอผัวโซนโปรยมาแบบนี้ต่อมเผือกลัคกี้ล่ะกระตุกไม่หยุดเลย”

สุดท้ายแล้วบทสนทนาเรื่องนี้ก็จบลงแค่ตรงนั้น ซึ่งพอพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟเราก็ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินอาหารที่ตัวเองสั่ง มีพูดคุยกันอยู่พอสมควร แต่ก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระ

ต่อจากนั้นก็มีเดินเข้าช็อปเสื้อผ้าบ้าง แวะซื้อของกินบ้าง หมดเวลาไปประมาณเกือบสามชั่วโมงในที่สุดฉันก็กลับมาถึงที่คอนโดพร้อมกับไอ้โซน

ฉันกับมันแยกกันที่ลิฟต์ กระทั่งกลับมาที่ห้องก็พบว่าศึกรักกำลังนอนแผ่อยู่บนโซฟากลางห้อง เปลือกตาเขาปิดสนิท

หลังจากวางถุงช็อปปิ้งไว้ที่โต๊ะมุมห้อง ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งยองๆที่ข้างโซฟา พิจารณาร่างสูงที่หลับตาพริ้มอยู่ร่วมนาทีแล้วจึง...

จึก

แก้มนิ่มดีเหมือนกัน

“ทำอะไร” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ฉันชักมือกลับแทบจะในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้หลับอยู่อย่างที่คิดแฮะ

“เห็นนายหลับ”

“...”

“ว่าจะปลุก” ฉันให้คำตอบที่ค่อนข้างจะผิดจากความจริงไปสักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ...ที่บอกว่าจะปลุกน่ะ ยังไงซะเดี๋ยวฉันก็ต้องปลุกเขาอยู่แล้ว

“จิ้มแก้มนี่เรียกปลุก?” เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม เขาดูคล้ายจะเชื่อแต่ก็เชื่อไม่หมด เหอะ บอกเลยนะว่าถ้าเขาจะไม่เชื่อก็เรื่องของเขา “หึ”

“ใครจิ้ม?” ฉันกรอกตา “ก็แค่มีอะไรไม่รู้ติดหน้านายฉันเลยเอาออกให้”

“...”

“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย”

จังหวะนั้นฉันก็หยัดตัวขึ้นยืนและเตรียมจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำ แต่ทว่ากลับถูกเสียงทุ้มที่ดังขึ้นรั้งไว้ซะก่อน...

“ไม่ได้หลงตัวเอง” ตอนนั้นเองที่เขาลุกขึ้นยืนและสาวเท้าเข้ามาประชิด ส่งผลให้แผ่นหลังฉันเสียดสีกับแผงอกแกร่ง ส่วนฝ่ามือหนาก็เอื้อมมาสวมกอดรอบเอวจากทางด้านหลัง “ฉันหลง...เธอ”

“อ...อะไร” พูดจาเลี่ยนชะมัด

“ก็บอกว่าหลงเธอ” ไม่พอแค่นั้น ศึกรักยังเกยคางไว้ที่ไหล่ฉันอีก และนั่นทำให้ริมฝีปากหยักลึกอยู่ชิดกับใบหู แค่เพียงเขาขยับริมฝีปากนิดหน่อยก็ทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบได้ง่ายๆ

“...” ใครสั่งให้เขาพูดซ้ำอีกรอบ

“ประสาท” ฉันที่ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกับเขาจึงทำได้แค่โพล่งออกไปแบบนั้น “เชื่อตาย”

“ไม่ได้บอกให้เชื่อ”

“...”

“อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้”

เหอะ ‘อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้’ งั้นเหรอ? รู้ว่าเขาหลงฉันจริงๆอยากที่ปากว่าน่ะนะ?

เอาเถอะ ลองเชื่อดูสักหน่อยก็ได้

 

Suekrak’s talks

คืนวันเดียวกัน

-One Wan-

 

อืม...คืนนี้ผมออกมาดื่ม

แน่นอนว่าเซียร์รับรู้เรื่องที่ผมออกมา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ถามแล้วก็ไม่คิดจะอยากรู้แต่ผมก็บอกเอาไว้เพื่อความสบายใจของตัวเอง

ส่วนที่มานี่ก็เพราะถูกพวกไอ้เรย์ชวนออกมาอีกที ที่เลือกวันวานก็เพราะไอ้เนียร์บอกว่าวันนี้มันสะดวกมานี่ที่สุด ซึ่งผมไม่ได้ขัดอะไร

“มาแล้ว” เสียงไอ้เรย์ดึงความสนใจจากผม ก่อนหน้านี้มันบอกว่าจะออกไปทำ ‘ภารกิจ’ อะไรสักอย่างที่ผมเองก็ไม่ทันได้ฟัง “เชิญนั่งเลย อ้อ... ถ้าเบาะมันแข็งจะมานั่งตักผมก็ได้นะ ยินดีครับ”

ผมมองมันแล้วก็ได้แต่คิดในใจ

...เพื่อ?

“แต่เพื่อนผมคนนั้นมันมีเมียแล้ว ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับมันแล้วมายุ่งกับผมดีกว่า” ไอ้เรย์ไม่วายเหน็บแนมผมก่อนจะหันไปยิ้มๆให้กับผู้หญิงสามคนที่ยืนซ้อนหลังมันอยู่

แล้วเรียกผู้หญิงมาสามคนนี่คือยังไง?

“กูขอไม่ยุ่ง” ผมเปรยก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมกับโคลงแก้วเหล้าในมือไปมา

ถ้าพวกมันจะ ‘ทำความรู้จัก’ หรือ ‘ทำอะไร’ กับผู้หญิงสามคนนั้นก็ช่าง ผมไม่สน ไอ้เรย์จะควบสองแล้วแบ่งให้ไอ้เนียร์คนเดียวก็ได้ ให้พวกมันจัดการกันเอง

“เอ่อ คือว่า...” ได้ยินหนึ่งในสามคนนั้นทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง ตอนแรกผมไม่ได้หันไปสนใจ แต่ในประโยคต่อมาถึงได้รู้ว่าคนที่เธอกำลังจะพูดด้วยคือผม “คือฝั่งนี้เต็มแล้ว ถ้าไม่รังเกียจเมย์ขอนั่งข้างๆได้ไหมคะ?”

“ไม่” ผมโต้ตอบโดยไม่ได้หันไปมอง

“ไอ้ศึกรัก มึงเขยิบให้เขานั่งหน่อยเหอะ” ไอ้เรย์มีปฏิกิริยาทันที “แค่นั่งเอง ถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรแค่นั่งข้างกันคงไม่เป็นไรมั้ง”

“...” ไม่เป็นไร?

ก็ไม่เป็นไร...แต่ผมไม่อยากนั่งชิดกับผู้หญิงคนอื่นในผับ

ผมอาจไม่คิด แต่ถ้าเธอคิดก็ไม่ใช่เรื่อง

“ก็ไปลากเก้าอี้มาเสริม” ผมเผยอหน้าไปทางโต๊ะว่างข้างๆที่เป็นที่นั่งแบบเก้าอี้ไม่ใช่เบาะหนัง “เดี๋ยวกูลากให้ก็ได้”

ว่าจบผมก็ลุกออกมาลากเก้าอี้ให้ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า ‘เมย์’ คนนั้น เธอส่งยิ้มกลับมาให้ จากนั้นก็เอาผมทัดหูและพูดว่า “ขอบคุณค่ะ ใจดีจังเลย”

“อืม” ผมพยักหน้ารับ ถ้านิ่งเฉยก็อาจดูเสียมารยาทไปหน่อย

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ไอ้เรย์ที่กำลังเมาได้ที่ก็ปลีกตัวออกไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนไอ้เนียร์มันบอกว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยที่มีผู้หญิงอีกคนตามมันไปด้วย อาจดูบังเอิญไปหน่อยแต่ตอนนี้ทั้งโต๊ะเหลือแค่ผมกับเมย์

และในจังหวะที่ผมกำลังจะลุกออกมา ผู้หญิงคนนั้นก็คว้าชายเสื้อผมเอาไว้ ไม่นานเสียงหวานก็ดังขึ้น

“จะไปไหนคะ”

“...” คือ?

“แบบว่าเมย์ไม่อยากนั่งคนเดียว เพราะงั้นช่วยนั่งอยู่เป็นเพื่อนกันก่อนได้มั้ยคะ” เธอช้อนตามองผม อีกทั้งมือข้างที่กำชายเสื้อยังแน่นขึ้นกว่าเดิมอีก

“ปล่อยก่อน” ผมผ่อนลมหายใจออกมา ที่สั่งให้เธอเป็นคนปล่อยเองก็เพราะผมไม่อยากที่จะต้องเป็นคนแกะมือเธอออก ไม่อยากแตะตัวถ้าไม่จำเป็น

แต่ดูท่าแล้วเมย์จะไม่ยอมง่ายๆ เธอเกาะแน่นมาก

“งั้นก็นั่งก่อนสิคะ”

“ฉันมีแฟนแล้ว” คราวนี้ผมเลือกใช้โทนเสียงที่ทุ้มกว่าเดิมเกือบเท่าตัว มองเธอด้วยสายตาที่ใครๆก็ต่างบอกว่า ‘น่ากลัว’ “ไอ้เรย์ก็บอก... ไม่ได้ยิน?”

“ได้ยินสิ” เมย์โต้ตอบ เธอผลิยิ้ม “มีแฟนแล้วยังไงเหรอ?”

“...” ...ผู้หญิงคนนี้

“ถ้าไม่มีใครพูด ก็ไม่มีใครรู้หรอก”

วินาทีนั้นอารมณ์คุกรุ่นภายในใจคล้ายว่าจะกำลังระเบิดออกมา ผมพยายามข่มอารมณ์เท่าที่จะทำได้ และในจังหวะที่กำลังจะขยับริมฝีปากก็มีเสียงคุ้นหูดังแทรกขึ้นมาซะก่อน

“มีแฟนแล้วยังไงงั้นเหรอ?” น้ำเสียงแบบนี้ต่อให้ไม่หันไปมองก็รู้

เป็นเซียร์

“...”

“ถามเหมือนไม่รู้เลยนะ... แน่นอนว่าก็ต้องโดนแฟนเขาตบสักยกสองยกน่ะสิ” จังหวะนั้นเธอกระชากผมเข้าหาตัว มือเล็กเอื้อมมาลูบไล้บริเวณแผงอกอย่างแผ่วเบา “หรือจะลอง!?”

ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่ก็...โอเค

‘โอเค’ นี่หมายถึง...

ชอบ

“เธอใคร!?” เหมือนว่าเมย์จะไม่ยอมง่ายๆ เธอเริ่มขึ้นเสียงเพราะคำท้าท้ายของเซียร์ บอกไว้ก่อนว่าถ้าเธอกล้าก้าวเท้าเข้ามาทำอะไรเซียร์ เรื่องนี้จบไม่สวยแน่

“ใคร...” ร่างบางข้างกายพึมพำก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองผม “ตอบผู้หญิงคนนั้นไปสิบี๋ว่าเค้าเป็นใคร”

“...” บี๋? เค้า?

“บี๋! ตอบไปสิ!” อาจเพราะมัวแต่ยืนอึ้งกับสรรพนามเมื่อครู่นี้เซียร์ถึงได้กระทุ้งศอกใส่และตะโกนดังขึ้นกว่าเดิม

“เหอะ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เมย์ที่ดูจะหมดความอดทนจึงทิ้งเสียงแค่นหัวเราะไว้ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ผมยืนอยู่กับเซียร์ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

หมายถึงพูดไม่ออก

“ทำไมนายไม่บอกออกไป?” คราวนี้เธอหันมาขมวดคิ้วใส่ผม ยอมรับว่ามีเสียอาการบ้าง “...รำคาญจริงๆ พวกคนประเภทนั้นเนี่ย”

“มาได้ไง?” ผมตัดสินใจเริ่มต้นด้วยประโยคนี้เพราะไม่รู้จะพูดอะไร

อืม... รู้สึกร้อนๆ

บอกไม่ถูกเหมือนกัน

“เพื่อนฉันบอกว่าเห็นนายนั่งอยู่กับผู้หญิง” เซียร์หันมาจ้องหน้ากันตรงๆ อาจดูเข้าข้างตัวเองไปสักหน่อยแต่สีหน้านั่นมันบ่งบอกว่าเธอกำลังหงุดหงิด หงุดหงิดที่มีผู้หญิงเข้าหาผม “อ้อ...”

“...”

“นี่ฉันมาขัดนายหรือเปล่า?” เธอกรอกตา ท่าทางไม่สบอารมณ์ “เหอะ สงสัยฉันจะมาขัดจังหวะจริงๆซะด้วยสิ”

“...” ยังไม่ทันพูดอะไรเลย

“แล้วไหนว่ามากับเพื่อน พวกเรย์ไปไหน?”

“...” แปลว่าหึงหรือเปล่า?

“เฮ้ย! อย่าเอาแต่เงียบจะได้ไหม!”

“...” อาจใช่

“ศึกรัก!”

“...” ต้องใช่แน่

“ศึกรัก!!” เสียงตะโกนข้างหูพร้อมกับแรงตบเบาๆที่ข้างแก้มทำผมหลุดออกจากห้วงภวังค์ ยืนเงียบได้สักพักหนึ่งถึงได้โต้ตอบ

“ครับ?” ผมเลิกคิ้ว ในใจรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก

เคยบอกแล้วว่าผมเป็นซุปเปอร์แรร์ไอเทมของเซียร์

ส่วนเซียร์... เป็นสัตว์เลี้ยงของผม อยากจะเป็นลูกแมวหรือลูกหมาก็ให้เธอเลือกเอา ผมไม่ติด เลี้ยงได้หมด

“นายเงียบ” เธอว่า “ไม่ยอมตอบ บอกตรงๆฉันโคตรหงุดหงิด”

“เพราะ?” ผมถามกลับ แอบคาดหวังอยู่เหมือนกันว่าเธอจะพูดออกมาตรงๆว่าหึง

“เพราะ...เพราะนายไม่ตอบไง”

“...”

“จะกลับหรือยัง?” เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น รอบข้างมีเสียงรบกวนมากมาย โชคดีที่เหตุการณ์เมื่อกี้นี้ไม่ได้มีใครหันมาสนใจ “ถามไปงั้น ถึงนายจะตอบว่าไม่กลับก็ต้องกลับ”

“อืม” เพราะเธอพูดแบบนั้น ผมก็เลยเดินนำออกมาก่อน

 

End Suekrak’s talks

 

ศึกรักทำฉันหงุดหงิด

การที่มีผู้หญิงมาเกาะแกะนั่นฉันพอเข้าใจอยู่ แต่ไอ้การที่เขาทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนแล้วก็ถามคำตอบคำแบบนั้นมันอะไร แถมเมื่อกี้เหมือนจะเข้าจะยิ้มออกมานิดนึงด้วย

แต่เดี๋ยว...

ทำไมฉันต้องหงุดหงิด

นั่นสิ ฉันไม่จำเป็นที่จะต้องหงุดหงิดเลยนี่

“หึงหรือเปล่า?” พอเราทั้งคู่ขึ้นมานั่งในรถ ศึกรักก็เอ่ยปากถามคำถามที่ทำเอาลมหายใจฉันสะดุดห้วงเลยทีเดียว “เมื่อกี้...เธอหึงหรือเปล่า?”

ถามแบบนี้เขาหวังจะให้ตอบอะไร

“ไม่” ฉันปฏิเสธพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ต่อให้เขาจะถามสักร้อยรอบฉันก็ไม่มีทางตอบว่า ‘ใช่’ ให้เขาได้ยินเด็ดขาด

เงียบอยู่สักพัก ศึกรักถึงได้พูดต่อ

“ผู้หญิงคนนั้นลูบตรงนี้” คำพูดของเขาส่งผลให้ฉันจำต้องหันหน้ากลับไปอย่างช่วยไม่ได้ พบว่าปลายนิ้วเขาจิ้มลงตรงบริเวณซอกคอตัวเอง “ตรงนี้”

“...” ต่อด้วยแผงอก

“แล้วก็ตรงนี้” จบด้วยหน้าท้อง

“แต่นายก็ยอม!?” รู้ตัวอีกทีฉันก็เด้งตัวขึ้นโพล่งออกไปแล้ว “ถึงไม่อยากจะพูดก็เถอะ... แต่นายเป็นคนบอกเองว่าเราเป็นแฟนกัน นายน่าจะรักษาน้ำใจฉันหน่อย”

ไม่รู้ทำไม อยู่ๆก็รู้สึกว่าขอบตามันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ลึกๆแล้วบางทีฉันอาจจะน้อยใจ...ล่ะมั้ง

วินาทีนั้นแววตาที่ปกติจะดุดันนั่นก็เคลื่อนมองมาทางนี้พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าคมคาย

“พูดเล่น” ได้ยินเสียงเจ้าตัวหัวเราะ ‘หึ’ ดังออกมาด้วย “อย่าเพิ่งโวยวาย”

“ตลกเหรอ?”

“นิดหน่อย” ศึกรักยังคงกวนประสาทฉันไม่หยุดหย่อน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจกวนก็เถอะ แต่ไอ้การที่เขาดูไม่ยี่หระอะไรนี่มัน... “แต่ดีใจมากกว่า”

“...”

“ตายตาหลับ”

“คือ?” ฉันมุ่นคิ้ว

“เธอหึงฉัน” ศึกรักทอดสายตาไปยังท้องถนน ปากก็พึมพำออกมาคล้ายจะพูดกับฉันแต่ก็ไม่เชิงพูดกับตัวเอง “เธอหึงฉัน หึงมากด้วย หึงจนเลือดขึ้นหน้า”

“...” ห้ะ?

“ก็เลยดีใจ” พูดจบคันเร่งก็ถูกเหยียบ ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวเร็วขึ้น คงเพราะถนนโล่งกว่าปกติเขาก็เลยขับแบบไม่เกรงใจใคร “รู้สึกไม่เสียเปล่าที่ชอบเธอ”

“...”

“แล้วก็ไม่เสียดายที่ให้ใจไป”

ครั้นเงียบไปได้พักหนึ่งฉันถึงได้ปริปาก “ทำเป็นพูดดี จริงๆแล้วเมื่อกี้ถ้าฉันไม่เดินเข้าไปนายก็คงเผลอไผลตามผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว”

“คงไม่” น้ำเสียงจริงจังนี้ทำเอาฉันต้องหันไปเหลือบมองคนข้างๆอีกครั้ง “ฉันไม่มีทางไหลตามใครยกเว้นเธอ”

“...”

“เห็นฉันเป็นคนยังไง?”

“...”

“ยังไงถ้ารักใครแล้วให้นอกกายคงยาก” ศึกรักยังคงพูดต่อ และฉันเองก็ยังคงจดจ้องเขาโดยไม่ละสายตาไปไหน “ส่วนนอกใจอย่าหวัง... ถ้าฉันรักผู้หญิงคนไหนแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาใจไปให้ใครคนอื่นอีก”

“...”

“เข้าใจ?”


สิบห้านาทีต่อมา

เซียร์เสียงเรียกชื่อของศึกรักดังขึ้นในระหว่างที่เราทั้งคู่กำลังยืนอยู่ในลิฟต์ของคอนโดฯ ในนี้ไม่มีใครนอกจากเรา

ทำไม?” ฉันถามกลับในโทนเสียงที่เป็นปกติ

ตั้งแต่เมื่อกี้นี้ที่เขาพูดจาหวานเลี่ยนจนฉันแทบอยากจะอ้วกออกมาเราก็แทบไม่ได้พูดอะไรกันอีก อาจเพราะความรู้สึกบอกไม่ถูกที่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ในใจก็ได้

มันอาจจะฟังดูเชื่อยากและเราก็เพิ่งจะคบกันได้ไม่ถึงสองเดือน แถมนอกจากนี้สตอรี่ระหว่างเราในเวลาที่ผ่านๆมาทั้งยุ่งเหยิงและมีแต่อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

เริ่มตั้งแต่ในตอนแรกที่เราเจอกันในตอนที่เส้นไหมพาฉันไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่ร้านหน้ามอ จากนั้นก็บังเอิญเจอกันในลิฟต์ของคอนโดฯในตอนที่ฉันเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ตบหน้าเขา

ตอนนั้นฉันตบเขาเพราะอะไรนะ?

อ้อ…จำได้แล้ว

เขาเคยถามว่าฉันกับโซนเป็นอะไรกัน แล้วก็บอกว่าถ้าฉันเป็นเมียไอ้โซนเขาจะแย่งฉันมา

ก่อนหน้านั้นฉันขอถามอะไรสักอย่างฉันขัดขึ้นก่อนที่ศึกรักจะทันได้พูด พอดีว่านึกขึ้นได้แล้วก็สงสัยขึ้นมาตอนนั้น...ตอนที่ฉันตบหน้านายครั้งแรก ทำไมนายถึงคิดจะแย่งฉันจากไอ้โซน?”

ได้ยินแบบนั้นศึกรักก็เงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังย้อนนึกเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายเดือนก่อน เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันไม่ถูกชะตากับเขา

ก็…ร่างสูงเอ่ยออกมาได้เพียงแค่คำเดียวแล้วจึงเงียบไปอีกครั้ง ผ่านไปประมาณสามวิเขาก็พูดต่อที่เคยบอกว่าชอบตั้งแต่ตอนมอต้น

“...”

ฉันเห็นเธออยู่กับไอ้โซนที่กวดวิชา แล้วดันบังเอิญติดมอปลายโรงเรียนเดียวกับมัน

“...”

ก็เลยถาม

“...”

มันบอกว่าเธอเป็นแฟน คิดว่าคงหวงน้องสาวเลยพูดแบบนั้นนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินเรื่องนี้ ไอ้โซนไปโกหกศึกรักว่าฉันเป็นแฟนมันเนี่ยนะ...แค่คิดก็ผิดผีฉันเลยตัดใจ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นอีก

“...”

ตั้งแต่ขึ้นปีหนึ่งก็ได้ยินเรื่องเธอกับมันบ่อยๆ ไอ้โซนมันขึ้นชื่อว่าเป็นสมบัติคณะวิทย์ฯ ส่วนเธอก็ได้ยินคนอื่นพูดกันว่าเป็นแฟนมัน

“...” อืม เรื่องนี้ฉันก็พอรู้อยู่

ฉันไม่สนใจ แต่พอเจอแล้วก็อดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรกับมันกันแน่เขายังคงพูดไม่หยุด ลิฟต์เองก็กำลังเคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ใกล้จะถึงชั้นที่สามสิบสามแล้ว

“...”

ที่บอกว่าถ้าเป็นแฟนมันแล้วจะแย่งมา…ฉันพูดจริง

“...”

เมื่อก่อนผู้ใหญ่เคยพูดว่าฉันเป็นเด็กเอาแต่ใจ

สิ้นเสียงนั้นเสียงสัญญาณลิฟต์ก็ดังขึ้นพอดิบพอดี เรียกว่าได้จังหวะเลยทีเดียว ประตูลิฟต์ค่อยๆแง้มออก เพราะต้องรีบฉันจึงเป็นฝ่ายก้าวเท้าออกมาก่อน ตามด้วยศึกรัก

และในที่สุดก็โต้ตอบ

เมื่อกี้...ที่นายเรียกฉัน นายจะพูดอะไรนะ

จบเรื่องอดีตในวันวานที่พอได้ยินแล้วรู้สึกร้อนผ่าวไว้แค่นี้จะดีกว่า ถือว่าฉันหายสงสัยแล้ว

นอนด้วย

หืม?” ฉันมุ่นคิ้ว

หมายถึงนอนแบบนั้น…

ห้ะ? เดี๋ยวสิฉันกำลังจะคัดค้าน ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีฝ่ามือหนาก็เอื้อมมากุมรอบข้อมือไว้ สัมผัสนั้นแผ่วเบา และไม่นานเขาก็ลากฉันมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง

สุดท้ายแล้วก็จบลงตรงที่ฉันเป็นคนเปิดประตูเข้ามา และพอพูดออกไปว่าอย่ามาตลก ฉันไม่นอนแบบนั้นที่นายว่าหรอกนะ จะอาบน้ำ!ศึกรักก็จัดการรวบรัดโดยการผลักฉันนอนราบลงบนโซฟาอย่างที่เห็น

เขามันเร็วตลอด รวดเร็วจริงๆ

บอกว่าจะอาบน้ำไง ปล่อยก่อนฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ ก่อนหน้านี้ตอนกำลังจะลุกไปอาบแล้วลัคกี้แชตมาบอกว่าศึกรักนั่งอยู่กับผู้หญิงถึงสามคนฉันก็รีบเรียกแท็กซี่ตามไปวันวานทันที

ไม่ต้องอาบก็ได้ ฉันไม่ติดพูดจบเขาก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะพึมพำออกมาว่า...

“...”

หอม

ฉันจะอาบ แล้วก็ไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้นตอนนี้ด้วยฉันจ้องหน้าเขาตรงๆ

โชคดีหรือเปล่าไม่รู้ที่อยู่ๆศึกรักก็ว่าง่ายและยอมผละออก

ฉันใช้จังหวะนี้หยัดตัวขึ้น ทว่าในขณะที่ก้าวเท้าซ้ายออกไปนั้นศึกรักก็ถือวิสาสะลากฉันเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากและฉันไม่ทันได้ตั้งตัว

อะไร?

เมื่อกี้ก็เหมือนจะว่านอนสอนง่ายอยู่เลย

ฉันชอบเธอมากนี่คือคำพูดของเขาในตอนที่ประตูห้องนอนถูกปิดลง ตามด้วยมือหนาที่เคลื่อนไปเปิดแอร์และสวิตช์ไฟขอวันนี้ ตอนนี้ก็ไม่ได้?”

“...” อ่าห้ะ เขานี่มันเอาแต่ใจจริงๆนั่นแหละ

ไม่ได้ไง ฉันบอกว่าจะอาบ...อื้อ

ไม่ทันไรริมฝีปากก็ถูกทาบปิดลงมาซะแล้ว ไม่พอแค่นั้นร่างฉันยังถูกประคองให้ค่อยๆล้มตัวลงบนเตียงอีก

กะว่าถ้าอยากได้ก็ต้องได้งั้นสิ?

จริงๆเลย…

อือ

เสียงครางอื้ออึงของเราสองคนดังขึ้นพร้อมๆกัน ตอนแรกกะว่าจะผละออกและรีบหนีเข้าห้องน้ำไปซะ แต่พอเอาเข้าจริงฉันกับจูบตอบและปล่อยให้ใบลิ้นชื้นแฉะเข้ามาสำรวจในโพรงปาก

ฉากที่เราจูบกันครั้งแรกๆย้อนกลับเข้ามาในหัว เขาฉวยโอกาส มันทั้งเร่าร้อนและไม่ได้อ่อนโยนสักเท่าไหร่

แต่เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว…

หรือจริงๆเขาอาจจะแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ตั้งแต่แรกกันนะ

ได้?” ในตอนที่เขาปล่อยให้เราทั้งคู่ได้พักหายใจ สุ้มเสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นมา ตอนนี้ในห้องสว่างจ้า มันทำให้ฉันเห็นสีหน้าของเขาในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน

ศึกรักอ้อน

เขาร้องขอ แต่เป็นการร้องขอที่ไม่รอให้ฉันได้พูดอะไรริมฝีปากหยักลึกก็บดจูบลงมาอีกครั้งแล้ว

คราวนี้ร่างกายฉันอ่อนปวกเปียก พอเริ่มถูกสัมผัสอารมณ์ต่างๆมันก็พาไป ส่งผลให้คล้อยตามและยอมให้เขาทำตามอำเภอใจในที่สุด

เธอเริ่มรักฉันบ้างยัง?” คำถามนี้ถูกยิงมาพร้อมกันกับการฝังปลายจมูกลงมาที่ข้างแก้ม

“...”

รู้สึกอะไรบ้างหรือยัง?”

“...”

ไม่ต้องรักก็ได้ แค่ชอบ

ฉันหอบหายใจ สองตาเหม่อมองออกไปยังผนังห้อง ใบหูได้ยินเสียงของเขาชัดเจน ฉันเลือกที่จะเงียบเพื่อเว้นจังหวะและขอเวลาคิดทบทวนคำตอบ

ฉันเริ่มชอบเขาบ้างหรือเปล่า?

พอคิดๆดูแล้ว...

ถ้าไม่ได้ชอบจะยอมตกลงเป็นแฟนได้ยังไง

ถ้าไม่ได้ชอบฉันคงบอกเลิกไปตามสัญญาตั้งแต่ครบหนึ่งเดือน

ถ้าไม่ได้ชอบฉันคงไม่ให้ศึกรักทำในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่

ถ้าไม่ได้ชอบวันนี้ฉันคงไม่รู้สึกคุกรุ่นในตอนที่ลัคกี้ทักแชตมาบอก

และในตอนนี้…

ฉันอาจจะไม่ได้ชอบเขา แต่มันอาจจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้วก็ได้

อย่างอื่นที่เขาถามมาในคำถามแรก

ก็...รักมั้งและนี่คือคำตอบที่ฉันให้ไป

ที่อยู่ๆพูดออกไปได้คงเพราะบรรยากาศมันพาไป ตอนนี้หัวสมองฉันเริ่มขาวโพลนไปหมด รู้ตัวอีกทีก็พูดไปแล้ว

จะว่าเขินก็คงจะไม่ผิด

อืม รักเหมือนกันไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า น้ำเสียงเขาฟังดูคล้ายกับกำลังดีใจที่ได้ยินฉันพูดออกไปแบบนั้น แม้ว่ามันอาจจะเนิบๆเหมือนปกติก็ตาม “...ครับ

ระยะเวลาที่ผ่านมาเราจูบกัน ฉันตบหน้าเขา โกรธเขา เกลียดเขา และมากมายที่เมื่อนึกย้อนกลับไปแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าจดจำเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ฉันบอกว่ามันอาจจะฟังดูเชื่อยากใช่ไหม...สิ่งที่เขาพูดบนรถน่ะ

แต่ฉันจะลองเชื่อดู

อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนหรอก มันคือสิ่งที่ฉันกังวลและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่ค่อยอยากจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองและพูดมันออกไป

ฉันกลัวการต้องเสียใครไป ฉันกลัวการแยกจาก

เหมือนตอนที่พ่อกับแม่จากไป

ในเวลานี้เราทั้งคู่ยังเรียนไม่จบกันเลย ยังเหลือเวลาอีกตั้งมากมาย อีกสักห้าปีข้างหน้าเราอาจจะเลิกกัน หรืออาจจะยังรักกันก็ได้

แต่ยังไงซะปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าศึกรักจะคืบคลานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว

เขาเก่งมาก

ถึงยากจะยอมรับก็เถอะ


..........
......
-Taล์ค-
จบแล้วนะคะ แต่ไม่เขียน 'The End' เพราะยังมีสเปเชี่ยลต่อนะ
อย่าเพิ่งเลิกติดตามกันล่ะ!
ไหนๆก็ไหนๆแล้วตอนสุดท้ายนี้อยากให้นักอ่านทวิตติดแท็ก #ศึกรักเซียร์ ให้ชื่นใจจังเลยค่ะ ToT
(จริงๆแล้วฉากศึกรักพูดเรื่องโซนนี่แพลนให้พูดตอนขอเป็นแฟนนะ แต่เปลี่ยนมาเป็นตอนจบแทน/แต่เอ๊ะ...หรือบอกไปแล้วนะ!?
ปล.เดี๋ยวจะมาเปิดเจิมสเปเชี่ยลนะค้า
หลังจากนี้ก็ฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆด้วยนะ รักกก

#เฟรย์ของคิง

 

*จิ้มที่รูปภาพ*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 633 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #799 paryploy32 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 10:03
    เซียร์ตอบรับรักแล้วนะศึกรัก ><
    #799
    0
  2. #786 dao1222 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:45
    ขอบคุณนักเขียนนะคะ มีความสุขทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนว่าอัพแล้ว ขอให้มีแรงบันดาลใจเขียนนิยายน่ารักแบบนี้ตลอดไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #786
    0
  3. #785 SalinCH (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 01:29
    บอกรักกันได้เขินมากกกกก ยิ้มแก้มแตกก แบบแตกกก
    #785
    0
  4. #784 Frongkanokpan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 08:03
    งื้อ รัก
    #784
    0
  5. #783 panpapiyong (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 07:20
    ในที่สุดก็สมหวังสักทีนะศึกรัก😭
    #783
    0
  6. #782 pannaray2122 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 00:30
    ลุ้นแทบตายยย คู่นี้
    #782
    0
  7. #781 R.SS (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:04
    รอคร้าาาาา
    #781
    0
  8. #780 aivi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 21:20
    รอตอนพิเศษค่า
    #780
    0
  9. #779 Toywoohottest (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:46
    รอตอนพิเศษนะคะ
    #779
    0
  10. #778 WongdueanManee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:43

    น่ารักมากกก

    #778
    0
  11. #777 PinkZa547 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:17
    ใจหายยยติดตามผลงานต่อไปค่าาา
    #777
    0
  12. #776 firstzy93 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:04
    เหม็นความรัก
    #776
    0
  13. #775 ljyvp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 19:44
    อยากเห็นศึกรักโดนเซียร์แกล้งค่ะไรท์หมั่นไส้
    #775
    1
    • #775-1 SpaceTC(จากตอนที่ 28)
      23 พฤษภาคม 2563 / 19:46
      อาจจะได้ใส่ลงในสเปเชี่ยลนะคะ เพราะยังไม่ได้แต่ง รอฟีดแบค แต่เดี๋ยวดูก่อนน้า ขอบคุณค่าาา คิกคิก
      #775-1
  14. #774 SoulTun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 17:55

    หืออออ ไม่อยากให้จบเลย

    #774
    0
  15. #771 SalinCH (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 23:47
    ตายตาหลับของจริงค่ะ ฟินตาย
    #771
    0
  16. #770 firstzy93 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    ตายตาหลับ
    #770
    0
  17. #769 Nareerat28 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 17:58
    น่ารักกกกกก
    #769
    0
  18. #768 Ms.right (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:59

    กรี๊ดดด เขินไม่ไหว!

    #768
    0
  19. #767 autchariyapron (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:00
    อยากมีศึกรักเป็นของตัวเองงงงง
    #767
    0
  20. #766 Frongkanokpan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:36
    ตายตาหลับค่ะ ศึกรัก ร้ายย
    #766
    0
  21. #765 kulisara-k (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:35
    พ่อของลูกขอแบบศึกรักสาธุ555
    #765
    0
  22. #764 yeenyyn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:32
    ต้องเขินตัวแตกแล้วยัยเซียร์
    #764
    0
  23. #763 panpapiyong (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:25
    ฉลองเลยมั้ยศึกรัก55555
    #763
    0
  24. #762 R.SS (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:21

    น่ารักกกก
    #762
    0
  25. #761 intoonj (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 23:37
    โอเคหมายถึงชอบ! เขิน
    #761
    0