เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 27 : Chapter 23 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..ก่อน• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 422 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

ติด #ศึกรักเซียร์ ใน twitter เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนิยาย


Chapter 23
เพราะ..ก่อน
.....
...

“เธอเป็น...” ศึกรักพูดค้างไว้แค่นั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากจะพูดต่อ ทิ้งให้ฉันนั่งงุนงงกับคำพูดของเขา

...จะพูดอะไรก็พูดต่อให้จบสิ

“เป็นอะไร” ฉันเลิกคิ้ว

“อยากเป็นอะไรก็เป็น” ศึกรักตัดบทอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นเราก็ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครนึกย้อนกลับไปพูดถึงมันอีก

“นี่” กระทั่งฉันนึกอะไรขึ้นมาได้ก็เลยเลือกที่จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง “นายโอเคใช่ไหม”

“เรื่อง?” อีกฝ่ายถามกลับ

“ตอบว่าโอเคหรือไม่โอเคก็แค่นั้น” ฉันพูดโดยที่ไม่ได้มองหน้าเขา ทว่าตอนนั้นเองร่างสูงก็ขยับตัวเข้ามาประชิดก่อนจะพึมพำด้วยเสียงแผ่ว

“โอเค...” เขาซุกใบหน้าไซร้ลงมาที่ซอกคอฉัน ริมฝีปากหยักลึกไล้ไปตามเนินไหปลาร้า “แต่จะโอเคกว่านี้ถ้าได้จูบ”

เจ้าชายที่อยู่ในอ้อมแขนฉันเหมือนจะรู้งาน รายนั้นกระโจนออกไปมุดอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ศึกรักใช้โอกาสนี้เบียดเสียดเข้ามาได้แนบชิดยิ่งขึ้น

ฝ่ามือเขาแตะลงบริเวณขาอ่อนฉัน วูบนั้นเหมือนได้ยินเสียงสูดลมหายใจ..

“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน” ฉันพยายามที่จะผลักเขาออกแต่แน่นอนว่ามันก็ไร้ผลอย่างเช่นทุกที

“นะ” ร่างสูงส่งเสียงอีกครั้ง

นี่มันให้ความรู้สึกเหมือนว่าเขากำลัง...อ้อน?

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ได้โต้ตอบ และนั่นทำให้ศึกรักประกบริมฝีปากลงมาแทบจะในทันที ทำเอาฉันสะดุ้งโหยงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว

ในเมื่อจะจูบอยู่แล้ว แล้วจะถามทำไม

มันไม่ใช่การจูบที่ลึกซึ้งอะไรมากนัก เขาเพียงแค่ประกบริมฝีปากลงมา ขบเม้มนิดหน่อย บดขยี้แค่เล็กน้อย ไม่นานก็ผละออก

“พอใจแล้วใช่ไหม” สองเท้าก้าวลงจากเตียง ส่วนมือก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ปากก็เอ่ยถามร่างสูงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง

เห็นว่าหงอยเถอะ ถึงไม่ได้ว่าอะไร...

“ไม่พอ”

“...”

“อีกรอบ...น่าจะดี” ศึกรักใช้ลิ้นตวัดเลียที่มุมปาก ทั้งคำพูดและท่าทางของเขาทำเอาฉันไปต่อไม่ถูก

เกินไป เกินไปแล้ว

ก๊อกๆๆ

ยังไม่ทันจะได้ขยับริมฝีปากก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูซะก่อน ศึกรักคว้าเอาเจ้าชายมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะแทรกตัวผ่านร่างฉันเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน

“น้องขัดจังหวะหรือเปล่า” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างมีนัยยะทันทีหลังจากที่ประตูถูกแง้มออก

“อือ” ศึกรักไม่คิดจะปฏิเสธ เขามัน...

เฮ้อ ช่างเถอะ

“อ่า แม่ให้มาตามค่ะ ป้าสมเตรียมอาหารเสร็จแล้ว” เส้นไหมพูดให้ทั้งฉันและเขาได้ยินพร้อมกัน ฉันสาวเท้าขึ้นไปขนาบข้างร่างสูงหมายจะแทรกตัวออกไปด้านนอกแต่ดันถูกขวางเอาไว้

”เดี๋ยวลงไป” เขาส่งเจ้าชายให้กับเส้นไหม เด็กคนนั้นพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะคว้าไปกอดเอาไว้ “ฝากด้วย”

“โอเค แต่อย่านานนะ” เธอหัวเราะคิกคักในท้ายประโยคไม่นานก็จากไป

ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้ง ศึกรักหันหน้ามาทางนี้ก่อนจะใช้ท่อนแขนแกร่งผลักฉันจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตู เสียงกระแทกที่เกิดขึ้นมันทำให้อดไม่ได้ที่จะกังวลว่าเส้นไหมจะได้ยิน

แต่สิ่งที่เห็นในแววตาเขามันมีความเอาแต่ใจซุกซ่อนไว้อยู่...

“วันนี้เธอน่ารัก” เขาว่าพลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้ วินาทีนั้นปลายจมูกเราชนกัน ริมฝีปากเขาลากผ่านริมฝีปากฉันไปอย่างเฉียดฉิว

“แค่วันนี้เหรอ” ยอมรับว่ากระดากปากที่จะพูด แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะสวนกลับ

“...เปล่า” เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโต้ตอบ แอบสังเกตเห็นว่ามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย คาดว่าคงจะอึ้งที่ฉันพูดออกไปแบบนั้น “ก็ทุกวัน”

“...”

“โดยเฉพาะเมื่อคืน” ประโยคนี้เขาเอี้ยวตัวมากระซิบชิดริมหู พูดจบก็ตบท้ายด้วยการขบเม้มใบหูฉันคล้ายจะหยอกเย้า

‘เมื่อคืน’ ที่เขาพูดถึงมันทำให้ภาพพวกนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว...

ฉันคิดว่าเขาจะไม่พูดถึงมันแล้วนะ

“ฉ...ฉันแค่พูดเล่น” ฉันย่นคอหนี พยายามใช้ฝ่ามือดันแผงอกเขาออกแต่ “พอได้แล้ว”

ศึกรักทำหูทวนลม เขาทำเหมือนไม่ได้ยินที่ฉันพูดและยังคงมัวเมากับการขบเม้มซอกคอ แน่นอนว่ามันต้องเป็นรอยแน่..ให้ตาย

 

พอลงมาด้านล่างปรากฏว่าทุกคนนั่งพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นว่าฉันกับศึกรักเป็นคนถ่วงเวลาทานข้าวเย็นของทุกคน สำหรับฉันมันค่อนข้างจะกระอักกระอ่วน...

เส้นไหมมองมาทางนี้พร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้า ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่

กว่าศึกรักจะพอใจก็หลังจากที่เธอลงมารอเกือบสิบนาทีเข้าไปแล้ว เป็นระยะเวลาที่ทำให้คิดไปไหนต่อไหน โชคดีที่วันนี้ฉันไม่ได้ใส่เสื้อคอกว้างเพราะเมื่อคืนนี้เขาก็ทิ้งรอยเอาไว้

แย่ แย่มาก...

ฉันก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยที่ไม่ได้คุยกับใคร แต่ก็มีโต้ตอบบ้างบางประโยค ใช้เวลาร่วมโต๊ะอาหารเกือบชั่วโมงฉันถึงจะหลุดพ้น

“เส้นไหม” หลังจากช่วยป้าสมเก็บจานข้าวเสร็จเรียบร้อยฉันก็เดินเข้าไปหาเส้นไหมที่นั่งเล่นกับเจ้าชายอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางบ้าน

เธอชะงักมือและแหงนหน้ามองมาทางนี้ “...คะ?”

“ศึกรักล่ะ” ฉันมองซ้ายมองขวา ก่อนหน้านี้เหมือนคุณอุ๋มกับพวกคุณนิชชาจะเข้าไปนั่งคุยกันต่อที่ห้องรับแขก ฉันไม่แน่ใจว่าศึกรักได้เข้าไปด้วยหรือเปล่า

บางที...เขาอาจจะอยู่บนห้อง

“อ้าว ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอคะ” เส้นไหมทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย ทำเอาฉันเริ่มงงตามไปด้วย “น้องก็ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะขึ้นไปนั่งข้างบนหรือเปล่า”

“อือ” ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ

“ไม่ลองขึ้นไปดูเหรอคะ”

“ไม่ล่ะ”

“จะยังไงก็แล้วแต่ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย” วินาทีนั้นเสียงของผู้หญิงส่งผลให้ฉันต้องเบือนหน้าไปยังทิศทางของต้นเสียง

โมเดล...ลูกสาวคุณอุ๋มเดินตรงเข้ามาทางนี้ ด้านหลังมีศึกรักที่เดินซ้อนหลังตามมาด้วย

สีหน้าเธอบ่งบอกว่าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อสบตากับฉัน ส่วนศึกรักก็เดินเข้ามานั่งเบียดข้างๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เส้นไหมย้ายไปนั่งโซฟาอีกตัวที่อยู่ข้างกันพร้อมกับเจ้าชายอย่างรู้งาน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างเช่นทุกที

“พี่เดลมานั่งด้วยกันสิคะ”

คนถูกชวนไม่ได้มองมาทางนี้แล้ว เธอผุดยิ้มบางเบาก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆเส้นไหม

จะให้ทำเป็นไม่สนใจแล้วมองเธอเหมือนเป็นธาตุอากาศมันก็ไม่ใช่ เพราะงั้นฉันจึงโพล่งออกไปอย่างเป็นมิตรว่า...

“เปลี่ยนช่องไหมคะ จะดูอะไรไหม” ฉันหมายถึงทีวีที่เปิดทิ้งไว้อยู่นั่นแหละ รีโมตอยู่ในมือฉัน เผื่อเธอคนนี้จะอยากดูอะไรเป็นพิเศษ

“ไม่เป็นไร ดูข่าวนี่แหละดีแล้ว” โมเดลส่ายหน้าเบาๆ เธอยิ้ม “อ้อ คุยกันสบายๆก็ได้ ไม่ต้องมีหางเสียงหรอก เกร็งกันเปล่าๆ”

“...” ฉันพยักหน้า

“เป็นรุ่นพี่ แก่กว่าปีนึง” ศึกรักเอี้ยวตัวมากระซิบข้างใบหู เขาคงจะหมายถึงผู้หญิงที่ชื่อโมเดลคนนี้

อ้อ...

“แล้วเมื่อกี้ออกไปคุยอะไรกัน” ฉันถามกลับ

ศึกรักเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะโต้ตอบ มุมปากเขายกขึ้น “ทำไม...หึง?”

“ฉันแค่สงสัยไหมล่ะ ก็เห็นนายหายไปกันสองคนจะไม่ให้ฉันถามหน่อยหรือไง”

หรือฉันจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาเกินไป?

“ก็ไม่ได้คุยไรเป็นพิเศษ เรื่องทั่วไป” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ฉันเองก็ไม่คิดจะคาดคั้นเอาความอะไรต่อ คิดว่าควรปล่อยให้มันจบลงแค่ตรงนั้น

ตอนนั้นเองเหมือนมือถือจะสั่น ฉันเลิกสนใจศึกรักและหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นแจ้งเตือนจากแชตกลุ่ม

 

Miss.ลัคกี้ : เหงาค่ะ

ไอ้โซน : เหงา +1

Miss.ลัคกี้ : อยากมีผัวสักคนสองคนมาแก้เหงา เฮ้อ

 

ฉันลากสายตาอ่านข้อความที่ถูกส่งมา อันที่จริงช่วงนี้แชตกลุ่มค่อนข้างเงียบ คุยกันวันนึงไม่ถึงยี่สิบข้อความ ซึ่งปกติแล้วจะครึกครื้นซะจนบางทีถ้าไม่ได้คุยฉันก็ต้องปิดแจ้งเตือนหนี

ไหนๆแล้วก็ตอบสักหน่อย...

 

Me : อยากได้เหมือนกัน

Me : สักสามคน

Miss.ลัคกี้ : กรี๊ด! จะฟ้อง!!

ไอ้โซน : แต่ฉันอยากได้สี่ว่ะ

Me : ฟ้องใคร

 

ฉันแค่นหัวเราะออกมา อ่านกันสี่คน แต่คุยกันอยู่แค่สาม...ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าใครอีกคนที่แอบซุ่มอ่านอยู่เงียบๆ

ไม่คิงก็คงรสหวานนั่นแหละ

“มีคนเดียวไม่พอ?” จังหวะนั้นเองศึกรักที่นั่งข้างกันก็เอี้ยวตัวมาใกล้ เขาปรายตามองหน้าจอมือถือในมือฉันพลางขยับริมฝีปากนิ่งเรียบ อีกทั้งยังใช้ผิวแก้มถูไถกับไหล่ฉันด้วย

ฉันเตรียมที่จะผลักเขาออกแต่...

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอดังมาจากตรงหน้า เส้นไหมเล่นกับเจ้าชายอยู่โดยไม่ได้มองมาทางนี้ แต่ฉันรู้ดีว่าเสียงเมื่อกี้เด็กคนนั้นตั้งใจจะสื่ออะไร “แค่กๆ เจ็บคอจังเลยค่ะ น้องไปหยิบน้ำแป๊บนะ”

โมเดลละสายตาจากจอทีวีและพยักหน้าเล็กน้อย ไม่สิ...ต้องเรียกว่า ‘พี่โมเดล’ ถึงจะถูก

คาดว่าเธอไม่ได้สนใจก็เลยไม่ทันได้สังเกตเรา

คล้อยหลังจากที่เส้นไหมเดินออกไปฉันก็หันไปขมวดคิ้วใส่ศึกรัก ก่นด่าเขาด้วยสายตา ใช้ศอกกระแทกสีข้างเขา ซ้ำยังขยับตัวหนีด้วย

ครั้นกลับมาสนใจแชตกลุ่มต่อพวกนั้นก็คุยกันไปหลายข้อความแล้ว แถมยังมีคนเข้ามาอ่านเพิ่มด้วย

 

Miss.ลัคกี้ : อุ๊ย ฟ้องใครก็ไม่รู้สินะ

Miss.ลัคกี้ : (ยกเลิกข้อความ)

ควีน : แคปแล้ว @Miss.ลัคกี้

Miss.ลัคกี้ : อีควีน! ร้าย!

ไอ้โซน : ใครซุ่ม มึงออกมา

ไอ้โซน : กูเหงามาคุยเป็นเพื่อนหน่อย

คิง : ...

 

จึก...

“อ๊ะ” ไม่รู้ทำไมจู่ๆศึกรักก็ยื่นนิ้วมาจิ้มเอว ทำเอาฉันสะดุ้งโหยง ปัดมือเขาออกตามสัญชาตญาณแทบจะในทันที อดไม่ได้ที่จะหันไปถลึงตาใส่

เจ้าตัวที่ดูจะสนุกก็แค่นหัวเราะดัง ‘หึ’ ก่อนจะพูดว่า

“มัวแต่สนใจโทรศัพท์”

ฉันที่เป็นฝ่ายถูกกระทำนิ่งไป ไม่กี่วินาทีต่อมาก็สวนกลับ

“ไม่ให้สนใจโทรศัพท์แล้วจะให้สนใจอะไร?”

“ก็ลองนึกดู” หลังจากเงียบไปสักพักเขาก็พึมพำออกมา ซ้ำยังละสายตาจากฉันไปสนใจหน้าจอทีวีอีกด้วย

“อ๋อ...ทีวี” มุมปากฉันยกขึ้น

ตอนนั้นเองศึกรักก็หันมาขมวดคิ้วใส่พร้อมทั้งถอนหายใจออกมา อันที่จริงฉันก็พอจะรู้ว่าเขาตั้งใจจะสื่ออะไรนั่นแหละ ก็แค่กวนประสาทเล่นนิดหน่อย

...เวลาเขาขมวดคิ้วแล้วตลกดี


วันต่อมา

“เซียร์”

“...”

“นี่...” ศึกรักใช้ปลายนิ้วจิ้มลงบริเวณเนินอก ทำเอาฉันที่นั่งเงียบอยู่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะนิ่วหน้าหันไปโวยวายใส่เขา

“อย่าจิ้ม” น้ำเสียงแฝงความแข็งกร้าว บ่งบอกถึงอารมณ์ของฉันตอนนี้ได้ดีทีเดียว “รำคาญ”

ในที่สุดคำว่า ‘รำคาญ’ ก็หลุดออกมาจากปากฉันจนได้...

ศึกรักตามตอแยฉันตั้งแต่เช้า ถึงขนาดที่ว่าจะตามเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำ ตอนนั้นฉันเขวี้ยงผ้าเช็ดตัวใส่จนเขายอมถอย

ไม่รู้หรอกว่าอยู่ดีๆก็เป็นบ้าอะไรขึ้นมา

“ถ้านายทำตัวน่ารำคาญก็เลิกไปเลยดีไหม จะได้จบๆ” ฉันพึมพำให้เขาได้ยิน แค่คิดว่าพอพูดแบบนั้นไปแล้วเขาจะหงอยแล้วว่านอนสอนง่าย แต่เปล่า...

พรึ่บ!

เร็วกว่าความคิดก็การที่เขาผลักฉันนอนราบลงบนโซฟา ซ้ำยังคร่อมทับลงมาด้วยแววตาและสีหน้าไม่สบอารมณ์อีกด้วย

“อย่าเอาเรื่องนั้นมาพูดเล่น”

“อะไรของนายเนี่ย!” ฉันเริ่มโวยวายอีกครั้ง เราทะเลาะกันบ่อย และแทบทุกครั้งมันก็เป็นเรื่องไร้สาระ “เคยบอกแล้วไงว่าไม่ชอบคนทำตัวน่ารำคาญน่ะ!”

“ฉันมันน่ารำคาญขนาดนั้น?”

“ใช่” จะชวนทะเลาะอีกแล้วหรือไง

“ก็เธอไม่ยอมไป” คราวนี้เขาผ่อนลมหายใจออกมาคล้ายกับกำลังระงับความคุกรุ่นที่กำลังก่อตัว “เรียกก็เฉย คุยด้วยก็เงียบ เอาแต่เขวี้ยงของใส่”

“...” อะไรล่ะนั่นน่ะ

“แค่ไปด้วยกันมันยาก?” ศึกรักทำท่าจะผละออก แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงคร่อมทับฉันไว้อยู่เหมือนเดิม

จะว่าไปเมื่อเช้าเขาชวนฉันไปเดินเล่นที่ห้าง แต่ฉันปฏิเสธ และนั่นทำให้ศึกรักตามวอแวฉันทั้งวันตั้งแต่ตอนนั้น...

เอาแต่เรียกชื่อฉันแล้วก็พึมพำว่า ‘ไปได้ยัง’

ใครมันจะไม่รำคาญกันล่ะ

“ก็บอกว่าไม่ไป วันนี้ฉันไม่อยากออกไปไหน” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอด อธิบายให้เขาเข้าใจว่าฉันไม่อยากออกไปไหน พยายามจะข่มใจไม่ให้ทะเลาะกันหนักไปมากกว่านี้

ทว่าศึกรักกลับเงียบ เราทั้งคู่ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวถูกความเงียบครอบงำ เขาคร่อมฉันอยู่อย่างนั้น มองหน้ากันราวกับจะกลืนกิน

ในที่สุดเขาก็ปริปาก...

“เมื่อวานนี้ครบรอบหนึ่งเดือน” น้ำเสียงเขาเรียบนิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องลงมา อีกทั้งมือแกร่งข้างหนึ่งยังเอื้อมมาลูบไล้กรอบหน้าฉันด้วย “ฉันไม่ได้พูดถึง ตั้งใจว่าวันนี้จะเซอร์ไพรส์”

“...” หืม?

“ดีลกับร้านอาหารไว้แล้ว คุยกันไว้ว่าจะไปถึงตอนเที่ยงตรง”

“...” ฉันเงียบ

“ตอนนี้บ่ายสอง เธอก็ยังดูหนังไม่เลิก” เขายังคงสีหน้าไว้เป็นปกติ “ถึงจะบอกว่าไม่อยากออกไปไหน แต่ถ้าเธอไม่ไปก็หมดความหมาย”

และฉันก็ยังคงเงียบ “…”

 

“ศึกรักครับ”

ตั้งแต่ยอมขึ้นรถมาฉันก็แทบไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีกเลย ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่มันพูดไม่ออกต่างหาก ใครจะรู้ว่าคนอย่างศึกรักจะคิดเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรแบบนี้ด้วย

เมื่อมาถึงที่ร้านอาหารร้านหนึ่งใน RZ mall เขาก็บอกชื่อตัวเองให้กับพนักงานต้อนรับหน้าร้าน ดูเหมือนว่าจะดีลกับทางร้านไว้แล้วจริงๆ

...เว่อร์มาก

“อ้อ ทางนี้ค่ะ” พนักงานของร้านรับรู้ทันที เธอเดินนำเข้าไปก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่อยู่ด้านในสุดของร้าน

เป็นโต๊ะที่มีผ้าปูโต๊ะคลุมเอาไว้ ซึ่งแตกต่างจากโต๊ะอื่นๆในร้านที่เป็นโต๊ะเปล่าๆไม่มีอะไรคลุม ถ้าไม่รู้มาก่อนก็คงเอะใจตั้งแต่เห็นโต๊ะแล้ว

ตึกตัก...

นี่ขนาดฉันรู้อยู่ก่อนแล้วว่าที่นี่คือที่ที่เขาบอกว่าตั้งใจจะพามาเซอร์ไพรส์ แต่ก็อดใจเต้นไม่ได้อยู่ดี

ไม่ใช่แค่เว่อร์มาก แต่โคตรจะเว่อร์เลยต่างหาก

นี่เพิ่งเดือนแรกเองนะ

เล่นใหญ่สมกับเป็นเขาจริงๆ

“จะกินอะไรก็สั่ง” ประโยคนี้เป็นของศึกรัก เขานั่งลงตรงข้าม

“อ้าว ไม่ใช่ว่านายคุยกับร้านไว้เรียบร้อยแล้วเหรอ”

“นั่งมันคนละส่วน” เขาเอ่ยเรียบๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พนักงานคนเดิมยื่นเมนูมาให้ฉัน เธอยิ้มกรุ้มกริ่ม “จะกินอะไรเธอต้องสั่งเอง”

ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร พยักหน้าและรับเมนูอาหารมาพลิกไปพลิกมาสักพักก็หันไปสั่งออเดอร์กับพนักงาน

กระทั่งพนักงานคนนั้นเดินจากไป ฉันก็กวาดสายตามองไปรอบๆร้าน อันที่จริงในร้านก็มีลูกค้าโต๊ะอื่นๆอยู่ประปราย พวกเขาส่วนใหญ่ชำเลืองมองมาทางโต๊ะฉัน

ให้ตายสิ

“นายจะเซอร์ไพรส์อะไรกันแน่” ฉันถามออกไปราวกับคนโง่คนหนึ่ง

บอกตามตรงว่ารู้สึกระแวงพนักงานร้านนี้ไปหมดแล้ว ไม่รู้เลยว่าไอ้การเซอร์ไพรส์ที่ว่านั่นจะเริ่มตอนไหน บางทีพนักงานอาจจะโผล่มาทำให้ตกใจก็ได้

คิดแล้วก็ตื่นเต้นแปลกๆ

“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์” เจ้าตัวที่โดนถามยกยิ้มก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “นั่งอยู่เฉยๆ เดี๋ยวก็รู้”

“...”

หลังจากนั้นอาหารที่ฉันสั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ฉันคิดว่าเซอร์ไพรส์อะไรนั่นคงจะเริ่มตอนหลังจากที่กินเสร็จเรียบร้อยแล้วมากกว่าล่ะมั้ง

เพราะงั้นระหว่างนั้นฉันจึงยิงคำถามที่คาใจมาตั้งแต่เมื่อกี้ใส่เขา

“วันนี้ไม่ใช่วันครบรอบ” ฉันโพล่งออกไป “ทำไมนายไม่คิดจะเซอร์ไพรส์ตั้งแต่เมื่อวาน?”

อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง...

“เกิดเมื่อวานเธอบอกเลิกฉันขึ้นมาทำไง” คาดว่านั่นคงเป็นคำตอบของเขา

“แต่ทำตัวไฮโซใช่ย่อยนะนายเนี่ย”

“...”

“พาสาวมาร้านอาหาร เหอะ” ฉันแค่นหัวเราะแม้ว่าลึกๆแล้วจะเขินอยู่ไม่ใช่น้อย อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมจริงๆ

ผ่านไปประมาณเกือบสิบนาที ระหว่างที่ฉันกำลังเอร็ดอร่อยอยู่กับอาหารตรงหน้า จู่ๆพนักงานของร้านคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องเล็กๆในมือ

“ของที่ฝากไว้ค่ะ” เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะยื่นกล่องนั่นให้ศึกรักแล้วจากไป

ศึกรักยื่นมันมาตรงหน้าฉัน เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ฉันที่รู้ตัวแล้วว่านั่นคือ ‘เซอร์ไพรส์’ ที่เขาพูดถึงจึงรับมันมาไว้

“เปิดดู” เขาว่า

ฉันพยักหน้ารับ รู้สึกได้ว่ามือสั่น ดูก็รู้แล้วว่าเป็นกล่องเครื่องประดับ

หมอนี่ซื้ออะไรไม่เป็นนอกจากเครื่องประดับหรือไง

...แล้วคราวนี้ให้พนักงานเลือกให้อีกหรือเปล่า

“ส่งมา” หลังจากที่ฉันมัวแต่อึ้งกับของที่อยู่ข้างใน ศึกรักก็เอ่ยออกมานิ่งๆพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า “เดี๋ยวใส่ให้”

คราวที่แล้วเขาให้จี้ห้อยคอ

คราวนี้เป็นสร้อยข้อมือ...

ฉันยอมส่งกล่องนั่นให้เขาแต่โดยดี มือหนารับมันเอาไว้ก่อนที่มืออีกข้างของเขาจะคว้าข้อมือฉัน ศึกรักหยิบเอาสร้อยข้อมือออกมา จัดการใส่ให้เสร็จสรรพ

ฉันชักมือกลับมากุมเอาไว้

“พนักงานเลือกให้เหรอ” สองตาหลุบตาลงมองสร้อยข้อมือที่ดูก็รู้ว่าค่อนข้างจะมีราคาพอสมควร ใจคิดอยากจะขอบคุณเขาอยู่หรอก แต่เอาไว้หลังจากนี้จะดีกว่า

“เลือกเอง” เขาตอบกลับ

สังเกตได้ว่ามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าภูมิใจกับเซ้นส์การเลือกของตัวเองหรือว่าอะไรกันแน่

“ฉันไม่มีอะไรให้นายหรอกนะ” ฉันว่าพลางหยัดตัวขึ้นนั่งหลังตรง คว้าเอาช้อนส้อมไว้ในมือเตรียมที่จะเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าต่อ

แค่ดักไว้ก่อน

เผื่อเขาคิดว่าฉันจะมีอะไรตอบแทน

“อือ” เขาครางรับสั้นๆราวกับไม่ติดใจอะไร ส่วนฉันก็ลากสายตากลับมา “แล้วชอบหรือเปล่า”

“...”

“ที่ข้อมือ”

“อืม” อยู่ดีๆก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา “ขอบคุณ”

 

วันต่อมา

วันนี้ทั้งวันฉันนั่งดูทีวีอยู่แต่ในห้องมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เบื่อที่จะอยู่ในห้อง แต่ก็ขี้เกียจที่จะออกไปไหน ฟังดูย้อนแย้งไม่เบา

ส่วนศึกรัก...ตอนนี้หมอนั่นน่าจะอยู่ที่ห้องตัวเอง เมื่อคืนฉันเป็นคนไล่ให้เขากลับไปนอนที่ห้อง

ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เขาทำตัวน่ารำคาญ ทั้งกอดจูบลูบคลำ จนฉันทนไม่ไหวก็เลยต้องไล่ให้เขากลับไปที่ห้องตัวเอง

ฉันละสายตาจากหน้าจอทีวีก่อนจะคว้าเอามือถือข้างตัวขึ้นมา ตั้งใจว่าจะเข้าไปเช็กโซเชียลสักหน่อย ตอนนั้นเองก็เห็นว่ามีใครบางคนแท็กฉันใต้คอมเมนต์ของโพสต์หนึ่งในเฟซบุ๊ก

เมื่อคลิกเข้าไปดู หัวใจฉันก็กระตุกวูบ

นี่มัน...

 

‘หวานมากเว่อร์ นี่คือเขินตัวแตกแทนน้องผู้หญิงคนนั้นแล้ว อยากได้แฟนที่ดือแบบนี้ ขอสักคนจะตั้งใจทำงาน ปล.ขออนุญาตน้องในคลิปด้วยนะคะ’

 

จะไม่อะไรเลยถ้าเกิดว่า ‘น้องผู้หญิง’ ในคลิปนั้นที่ถูกกล่าวถึงไม่ใช่ฉัน คลิปนี้เป็นคลิปที่ถ่ายตอนศึกรักกำลังใส่สร้อยข้อมือให้ โลเกชั่นคือร้านอาหาร ไทม์ไลน์คือเมื่อวานนี้

เผลอแป๊บเดียวคนแชร์เกือบหมื่นแล้ว

ฉันสูดหายใจเข้าปอด ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์อย่างช้าๆ

 

nick apiwat เตง อยากได้แบบนี้บ้าง ’

‘ คนโสดอย่างฉันได้แต่ซับน้ำตาให้ตัวเอง ’

‘ งานดีทั้งคู่เลย เหมาะสมกันมากจ้า #ถ้าเป็นไปได้อยากจะได้แบบนี้สักคน ’

ford saran หัดดูไว้เป็นตัวอย่าง ’

‘ มีวาร์ปมั้ยคะ อยากติดตามทั้งพี่ผู้ชายกับพี่ผู้หญิงเลย น่ารักกก ’

 

อยากจะร้องไห้จริงๆ

ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนถ่ายคลิปไว้แล้วเอาไปลงโซเชียลแบบนี้ ฉันไม่นึกโกรธเคืองเจ้าของโพสต์นี้หรอก ถ้าให้พูดตามตรงคืออายมากกว่า

ศึกรักอยู่ไหน...

“อืม”

ไม่ถึงสองนาทีให้หลังฉันก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องศึกรัก เขาเดินออกมาเปิดประตูให้อย่างเอื่อยเฉื่อย เหลือบตามองฉันด้วยเรียวคิ้วที่เลิกขึ้นพร้อมกับครางรับนิ่งๆ

“นายดูนี่” ฉันไม่รีรอ รีบยื่นมือถือส่งให้เขา เจ้าตัวเหมือนจะมีคำถามแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ปริปากอะไรและรับมือถือไป

จังหวะนั้นฉันแทรกตัวเข้าไปในห้อง ศึกรักเอื้อมมือไปปิดประตูโดยที่สองตายังคงตรึงอยู่กับหน้าจอมือถือ

“หึ” ไม่นานเขาก็หัวเราะในลำคอก่อนที่มือแกร่งจะยื่นมือถือคืนมาให้ ฉันรับมันไว้ วินาทีนั้นศึกรักใช้ฝ่ามือข้างเดิมเคลื่อนขี้นมาบีบแก้มฉันอย่างถือวิสาสะ “มีแต่คนอิจฉาเธอ”

เขาดูจะไม่ทุกข์ร้อนกับการที่คลิปตัวเองถูกแชร์ไปทั่วโซเชียลเท่าไหร่เลยแฮะ

“อ...อ่อย(ปล่อย)”

“เธอโชคดีที่มีฉันไว้ในครอบครอง” พูดจบเขาก็ปล่อยฉันให้เป็นอิสระ

“เหอะ จะบอกว่าตัวเองเป็นแรร์ไอเทมงั้นสิ?”

“Super rare”

“ไหน...ซุปเปอร์แรร์ไอเทมของฉันเห่าให้ดูหน่อยสิ” มุมปากฉันยกขึ้นในขณะที่พูด สองเท้าเดินตามหลังศึกรักที่กำลังเดินตรงไปที่โซฟากลางห้อง

“ไม่ใช่เจ้าชาย” สายตาเขาคล้ายจะไม่สบอารมณ์ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังน้อยใจที่ฉันเปรียบเขาเป็นลูกหมาต่างหาก

...เดา

“สู้หมาไม่ได้” ฉันพึมพำและทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตามเขา

“ฉันเป็นคน” เขาพึมพำกลับ “...ของเธอ”

ฉันชะงักไปเล็กน้อย หรี่ตามองร่างสูงข้างๆ เตรียมที่จะสวนกลับแต่ก็ต้องกลืนสิ่งที่จะพูดลงคอจนหมดเมื่อถูกอีกฝ่ายมองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

“เดี๋ยวนี้เธอเข้าออกห้องฉันบ่อย”

“...”

“ห้องฉันเข้าง่าย” ว่าพลางเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ซะจนฉันเผลอกลั้นหายใจ “แต่ออกยาก”

 จบประโยคนั้นริมฝีปากฉันก็ถูกกดทับด้วยริมฝีปากหยักลึกของเขา ระยะเวลาสั้นๆที่ฉันเผยอปากทำให้เขาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ฉันรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดไปทั้งตัว ต้องยอมรับว่าศึกรักเก่งมาก เขาช่ำชอง รู้วิธีที่จะทำให้ฉันเผลอไผลตามเขาไป ทุกจังหวะฉันมักจะได้กลิ่นหอมบางอย่างจากตัวเขา

แต่เดี๋ยวสิ...ทำไมจู่ๆถึงกลายเป็นว่าเรามาจูบกันอย่างนี้ล่ะ

“อ..อื้อ!” ฉันเริ่มจะประท้วง ทว่ากลับไม่เป็นผล ศึกรักผลักออกแค่ชั่วครู่คล้ายกับจะพักหายใจไม่นานก็บดขยี้ซ้ำลงมาอีกครั้ง

คราวนี้ทั้งหนักหน่วง อ่อนโยน และเร่าร้อนไปพร้อมๆกัน

มือแกร่งข้างหนึ่งสอดเข้ามาขยุ้มท้ายทอยฉันเพื่อประคองเอาไว้ ส่วนอีกข้างค่อยๆสอดเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวใหญ่ที่ฉันสวมอยู่ สัมผัสบริเวณหน้าท้องทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบ

วูบวาบ แบบ...เหมือนหัวใจกำลังจะระเบิดออกมา

เกินไปแล้วมั้ง

“อืม” ฉันได้ยินเสียงครางในลำคอของศึกรักระหว่างที่เขากำลังมัวเมากับรสจูบ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ผละออก

“...” เราจ้องหน้ากัน และเป็นเขาที่เป็นฝ่ายปริปาก

“นุ่ม” ไม่ทำแค่พูด ยังใช้ปลายนิ้วแตะลงเบาๆใกล้กับริมฝีปากฉันอีกด้วย

ศึกรักทำท่าจะทาบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ฉันผลักเขาออกทันก่อนที่ปลายจมูกเราจะแตะกัน

พรึ่บ!

“ไม่เอาแล้ว!” เพราะความลนลานทำให้ฉันรีบลุกขึ้นยืนและตะโกนออกไป ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแบบนั้นแล้วศึกรักถึงได้ยกยิ้ม

“ไม่เอาแล้ว?” เขาเลิกคิ้ว “เอาอะไร?”

“...”

“ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะทำอะไร” เขาพูดออกมาหน้าตาย ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ นี่มันแกล้งกันชัดๆ

“ฉันขี้เกียจต่อปากต่อคำกับนายแล้ว” ฉันสะบัดตัวเตรียมที่จะเดินเลี่ยงออกมาแต่...

“เดี๋ยว” ศึกรักคว้าข้อมือฉันเอาไว้ได้ทัน เขาออกแรงบีบเล็กน้อย นั่นทำให้ฉันจำต้องหยุดฝีเท้าและหันกลับไปโดยอัตโนมัติ “เธอลืมมือถือ”

“เหอะ” ฉันแค่นเสียงพร้อมกับกรอกตา

ทว่าในจังหวะที่จะเอื้อมไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโซฟา...ศึกรักก็กระชากฉันเข้าหาตัว นั่นทำให้ฉันเซไปหาเขาได้อย่างง่ายดายจนน่าหัวเราะ

“แล้วก็ลืมจูบลา”

“ห้ะ? อย่ามาพูดบ้าๆนะ เมื่อกี้นายเพิ่งจะ...” ฉันหยุดคำพูดไว้แค่นั้น

“เพิ่งจะ?” ศึกรักเงยหน้ามองฉัน เขาออกแรงกระชากอีกครั้ง และคราวนี้ก็กลายเป็นว่าฉันคร่อมอยู่บนตักเขาในสภาพที่เรียกได้ว่าล่อแหลม “ฉันเพิ่งจะทำอะไร”

“นายเพิ่งจะจูบฉัน” ฉันกรอกตาอีกครั้งพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “แล้วก็จูบลาน่ะมันไม่จำเป็น”

“...”

“ฉันแค่จะกลับห้อง จะจูบลาเพื่อ?”

“...”

“พูดเหมือน...อื้อ” คำพูดของฉันถูกดูดกลืนไปจนหมดด้วยฝีมือเขา มันเกิดขึ้นเร็วมากซะจนตั้งตัวไม่ทัน วูบหนึ่งซี่ฟันเราครูดกันเพราะแรงกดทับ

อีกแล้ว

ศึกรักทำตัวแบบนี้ใส่ฉันอีกแล้ว...

กระทั่งผ่านไปไม่นานเขาก็ผละออกราวกับพอใจ ยิ่งเห็นว่ามุมปากเขายกขึ้นยิ่งทำให้ฉันเริ่มหงุดหงิด ทว่าถึงจะบอกว่าหงุดหงิดแค่ไหนแต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ

ร้อนเพราะโกรธต่างหาก

...เหอะ ใช่ที่ไหนล่ะ

“ฉันเป็นซุปเปอร์แรร์ไอเทม” ศึกรักใช้นิ้วโป้งเขี่ยผิวข้างแก้มฉันอย่างอ้อยอิ่ง

“...”

“ของเธอ”

 


..........
.....
-Taล์ค-
หายไปสองอาทิตย์เต็มๆ ลืมกันรึยัง ToT
ช่วงนี้รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ จุ๊บๆ
ปล.เนื้อเรื่องใกล้จะแฮปปี้เอนแล้วแหละ อีกนิดเดียว หลังจากนี้จะมีสเปเชี่ยลมาให้อ่านกันด้วยนะ

ฝาก #เฟรย์ของคิง ด้วยนะ อัปแล้วไม่ค่อยมีคนอ่าน เศร้ามากฮือ
SET 'Hurts'
..อ่อนแอก็แพ้ไป..

  

*จิ้มที่รูปภาพ*

----------

เพจ Facebook จิ้มที่รูปได้เลย


ส่วนอันนี้เป็น twitter จ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 422 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #747 paryploy32 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 09:57
    ฉันอยากได้ซุปเปอร์แรร์ไอเท็มบ้าง ><
    #747
    0
  2. #716 intoonj (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 04:39
    หวานนนนน
    #716
    0
  3. #715 SalinCH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 23:47
    จ้าา พ่อซุปเปอร์แรร์!!!!
    #715
    0
  4. #714 fahoung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 21:55
    หวานมากกกก
    #714
    0
  5. #713 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:03
    หวานมากจ้า
    #713
    0
  6. #712 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:42
    ศึกรักอ่อนเก่งมากกกก
    #712
    0
  7. #711 SoulTun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:38

    กรี๊ดได้ไหมในฐานะคนสติแตกแล้วก็ได้ เขินมากจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    #711
    0
  8. #710 Mesung_1202 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:35
    เขินนนน
    #710
    0
  9. #709 phuednork_1994 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:34
    หวานเรี่ยราดมากจร้าาาาา
    #709
    0
  10. #708 pannaray2122 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:23
    เขินตัวแตก ซูเปอร์ แรร์ไอเท็ม เชี่ยวนะ หายสองอาทิตย์ไม่ลืมหรอกไรท์ ถ้ามาบ่อยจะ I like you so much 😂😁
    #708
    0
  11. #707 Smile Haha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:15
    เขินตลอด นึกว่าตัวเองเป็นเซียร์ 55555
    #707
    0
  12. #706 PinkZa547 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 19:13
    เจิมมมมมมมม
    #706
    0
  13. #705 Frongkanokpan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:11
    อะไรน้าาาา
    #705
    0
  14. #704 Janenayjeedee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:27
    น่ารักกกกก
    #704
    0
  15. #702 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:51
    เอ็นดู 5555
    #702
    0
  16. #701 Ms.right (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:45

    เอ็นดูศึกรัก อุตส่าห์จะเซอร์ไพรส์5555 รอค่ารอค่าส

    #701
    0
  17. #700 PinkZa547 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:35
    เจิมมมมมมมมมมมมมม
    #700
    0
  18. #699 panpapiyong (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:18
    น่ารัก❤
    #699
    0
  19. #698 Jan_daa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:12

    ศึกรักสายเปย์จร้า

    #698
    0
  20. #697 SoulTun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:48

    เขาเดทกันๆๆๆๆ ตายแล้วจ้า นี่นั่งรอนอนรอเรื่องนี้ตลอดอาทิตย์เลยยยยยย

    #697
    0
  21. #696 Ms.right (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 10:53

    รอน้าาา

    #696
    0
  22. #694 SoulTun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 16:57

    "ฉันไงเซียร์" ต้องตอบแบบนี้แน่ๆ

    #694
    0
  23. #693 fahoung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 10:25
    ศึกรักอ้อนเก่งนะเนี่ย
    #693
    0
  24. #692 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 08:33
    ศึกรักวแแวมากจ้าาา 5555
    #692
    0
  25. #691 firstzy93 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 01:36
    อ้อนขึ้นนะ
    #691
    0