เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 26 : Chapter 22 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..อารมณ์• [upload 100%] CUT4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 446 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ติด #ศึกรักเซียร์ ใน twitter เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนิยาย


Chapter 22
เพราะ..อารมณ์
.....
...

สองอาทิตย์ต่อมา

 

“จะไปไหน” ฉันโพล่งถามพลางเบือนหน้าไปทางศึกรักที่หยุดยืนอยู่หน้าประตู ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่ฉันใช้น้ำเสียงที่แข็งกร้าวแบบนี้มันเป็นเพราะอะไร

ต้องเท้าความก่อนว่าก่อนหน้านี้เราสองคนมีปัญหากันนิดหน่อย จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่เชิง แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนัก..อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งเถียงกันเลยด้วยซ้ำ

นี่ก็ผ่านมาร่วมชั่วโมงแล้ว เมื่อกี้นี้นับว่าเป็นประโยคแรกนับจากที่เราเงียบกันมานานเลยก็ว่าได้

“...” ทว่าคำตอบที่ได้รับมีเพียงเสียงประตูที่ถูกแง้มออก

“ถ้านายออกไปก็ไม่ต้องกลับเข้ามา”

จังหวะนั้นฉันลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน ปรายตามองร่างสูงวูบหนึ่ง เลือกที่จะทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะปลีกตัวเข้ามานั่งเงียบๆคนเดียวในห้องนอน

กระทั่งผ่านไปเกือบห้านาทีแล้วก็ยังคงไร้สุ้มเสียงจากข้างนอกให้ได้ยิน

..คงจะออกไปแล้วจริงๆ

 

‘นี่..ถ้าฉันบอกเลิกนายตอนนี้จะเป็นไง’ ก่อนหน้านี้ฉันตัดสินใจถามคำถามนี้ออกไปด้วยความสงสัย

‘หมายถึง?’

‘นายเคยบอก ว่าถ้าฉันเบื่อก็ให้เลิกได้’

‘...’

‘พรุ่งนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าฉัน..’ สาบานเลยว่าตอนนั้นฉันแค่พูดออกไปลอยๆ แต่ไม่คิดเลยว่าศึกรักจะจริงจังซะจนค้านขึ้นมาเสียงแข็งแบบนั้น

‘ไม่’ จำได้ว่าเรานั่งดูทีวีอยู่ด้วยกันบนโซฟา และจังหวะนั้นเขาก็เอื้อมมาแย่งรีโมตไปกดปิดมัน ‘ไม่ให้เลิก’

‘หืม? นายเคยบอกฉันเองนะว่าให้สิทธิ์นั้นกับฉัน แล้วนี่นายจะกลับคำหรือไง?’

‘จำไม่ได้ว่าเคยพูด’

‘เหอะ ฉันว่าแล้วว่าอย่างนายมันเชื่อถืออะไรไม่ได้สักอย่าง’

ตอนนั้นฉันเองก็แค่นึกโกรธที่เขาไม่รักษาคำพูด แม้ว่าไม่ได้คิดจะเลิกจริงๆก็เถอะ..

‘ฉันว่าฉันคงโง่เต็มทนที่เชื่อคำพูดคนเห็นแก่ตัว นายมันรักษาคำพูดซะที่ไหน ลูกผู้ชายจริงหรือเปล่า?’

ไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดพวกนั้นมันแรงขนาดไหน แม้ว่าสำหรับฉันมันจะเป็นแค่การแซะธรรมดาแต่นั่นก็ทำให้ศึกรักนั่งหงอยอยู่เกือบชั่วโมงจนกระทั่งเมื่อกี้นี้

แอดดดด~

เสียงประตูที่ค่อยๆเปิดออกทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงภวังค์ ตรงหน้าปรากฏร่างของศึกรักที่ทำสีหน้าไม่รับแขกอยู่ ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง

เราจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมพูดอะไรฉันจึงตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายปริปากก่อน ทว่า..

“ขอโทษ/ขอโทษ” เราพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยวลีเดียวกัน แถมยังต่างคนต่างชะงักกันไปทั้งคู่อีกด้วย

ให้ตายเถอะ..รู้แบบนี้ฉันไม่น่ายอมเป็นฝ่ายพูดขอโทษก่อนเลย ให้เขาพูดคนเดียวซะก็ดี

“เมื่อกี้ถือว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน” ฉันลากสายตากลับมาโฟกัสที่โคมไฟข้างเตียง ที่พูดไปก็แค่จะขอโทษเรื่องที่อาจจะพูดแรงไปสักหน่อย แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วก็ช่างเถอะ

พรึ่บ..!

“อ๊ะ” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆก็ถูกศึกรักคร่อมทับลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว สองมือฉันถูกตรึงเอาไว้แน่นด้วยฝ่ามือหนา เนินอกเราเบียดชิดกันซะจนทำให้ฉันหายใจไม่ออก

“อือ ได้ยิน” เขาครางรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แอบเห็นด้วยว่าตอนนี้ทั้งผิวแก้มและใบหูของเขาแดงเถือกขนาดไหน

เขาเป็นคนผิวขาว พอเลือดสูบฉีดหน่อยมันก็สังเกตเห็นได้ง่าย เพราะแบบนี้มันถึงพาลให้ฉันรู้สึกร้อนผ่าวตามไปด้วย

“เลิกทำหน้าแบบนั้น” ฉันหรี่ตามองใบหน้าคมคายในระยะห่างเพียงแค่ไม่กี่เซนฯ นัยน์ตาคมกริบเคลื่อนมองไปทางอื่น

ท่าทีแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังเคอะเขินอยู่ในใจแต่ดันปิดเอาไว้ไม่มิด

“หน้าแบบนั้น?” อีกฝ่ายเลิกคิ้ว วูบนั้นเราจ้องตากันอีกครั้ง

“แบบที่นายกำลังทำ” ฉันแค่นเสียง ไม่ลืมบิดข้อมือเพื่อให้หลุดจากการกอบกุมของเขาด้วย

“เธอต่างหากที่กำลังทำสีหน้าแบบนั้น”

สิ้นเสียงนั้นศึกรักก็บดขยี้ริมฝีปากลงมา ขบเม้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะถือวิสาสะสอดแทรกเรียวลิ้นตามเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะปล่อยให้ฉันได้พักหายใจ

ไม่นานเขาก็ผละออก เราทั้งคู่หอบหายใจกันอย่างหนักหน่วง ทว่ายังพักหายใจได้ไม่ทันไรเขาก็ทาบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เพิ่มเลเวลด้วยการเคลื่อนฝ่ามือลงไปบีบเค้นช่วงเนินอกด้วย

ถ้าให้เปรียบเทียบ..จริงๆแล้วศึกรักก็เหมือนเด็กน้อยนั่นแหละ

“อืม” เสียงครางในลำคอของคนตรงหน้าดังเล็ดลอดออกมาในจังหวะที่เรากุมมือกัน ศึกรักเอียงคอในองศาที่ทำให้ริมฝีปากเราทาบกันได้สนิท

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งชุดนอนฉันกองรวมกันอยู่ที่พื้น เดี๋ยวนี้เวลานอนฉันจะใส่ชุดชั้นในเพราะมีศึกรักนอนอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นตอนนี้เรือนร่างฉันก็เลยมีเพียงบราเซียร์กับอันเดอร์แวร์ปกปิดในจุดสำคัญเท่านั้น

“ได้ไหม?”

ประโยคสั้นๆจากปากเขาทำให้ลมหายใจฉันสะดุด ยิ่งไปกว่านั้นใบหน้ายังเห่อร้อนตามมาเพราะริมฝีปากหยักบางกำลังคลอเคลียอยู่ที่ข้างใบหูอีกด้วย

“ได้อะ..” ฉันกำลังจะถามว่า ‘ได้อะไร’ แต่แล้วก็ต้องกลืนกินคำพูดพวกนั้นลงคอไปจนหมดเพียงเพราะศึกรักเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้

ฉันได้ยินเสียงหัวใจเต้น ไม่รู้ว่าของตัวเองหรือของเขากันแน่..รู้แต่ว่ามันหนักหน่วงมากซะจนทำเอาช่องท้องฉันรู้สึกโหวง

“ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเธอจะบอกเลิกฉันก็ตามใจ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งแผ่วและแหบแห้ง “จะทิ้งจะขว้างกันก็เรื่องของเธอ”

“...”

“เลิกกันก็จีบใหม่ได้” วูบนั้นเหมือนว่ามุมปากเขาจะยกขึ้นด้วย แถมแววตานั่นก็ราวกับว่าจะแผดเผากันตรงนี้ “แต่เธอไม่อยากเลิกหรอก..”

“...”

“เธอรักฉัน”

“ค..คิดเองเออเอง” ฉันดันแผงอกคนตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมด

ฝ่ามือแกร่งเอื้อมมาประคองใบหน้าฉันเอาไว้ กระทั่งลูบไล้กรอบหน้าจนพอใจเขาจึงทวนประโยคเดิมซ้ำอีกครั้งในความหมายที่เปลี่ยนไป

“ฉันรักเธอ”

“...”

“แค่ขอคบใหม่อีกรอบจะเป็นไรไป”

 

**CUT**

 

“เมื่อกี้..” หลังจากที่เราผ่านพ้นจากเรื่องเมื่อครู่มาได้สักพักหนึ่งศึกรักก็เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาข้างๆใบหู ท่อนแขนแกร่งโอบกอดรอบตัวฉัน “เคยทำเหรอ”

“...”

“เก่ง”

“น..นายนั่นแหละ” ตอนนั้นเองฉันเริ่มรู้สึกว่าอยู่ๆใบหน้าตัวเองก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเพราะสิ่งที่เขา ‘ทำ’ เมื่อกี้นี้มันย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

ทั้งการกระทำ สีหน้า แล้วก็น้ำเสียง..

ตอนนั้นเราตกอยู่ในห้วงอารมณ์จนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เพิ่งจะทะเลาะกันมาอยู่หมาดๆ

“ชอบ?” ไม่ต้องมองหน้ากันก็พอจะนึกออกว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหน

นี่ขนาดว่าไม่ได้มองหน้ากันนะ

ถ้ามองหน้ากันฉันคง..

“ไม่..ไม่ได้ชอบ” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง จังหวะนั้นเองศึกรักก็คลายอ้อมกอดและเอี้ยวหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาของฉัน

“เหรอ” เขาครางรับพร้อมกับเลิกคิ้วอย่างกวนๆราวกับว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด “แต่เธอ..”

“...”

“เสียงดังมาก” พอมาถึงประโยคนี้เจ้าตัวก็ดันพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงเหมือนเสียงกระซิบ แบบนี้ยิ่งทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวยิ่งขี้นกว่าเดิมอีก

ฉันเงียบและเลือกที่จะปิดเปลือกตาลง หลอกตัวเองว่าไม่ได้ยินคำพูดเมื่อกี้นี้ ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น ไม่ได้ขัดเขินแม้แต่นิดเดียว..

พอแล้ว ขืนเถียงกับเขาก่อนนอนแบบนี้ตื่นเช้ามาคงปวดหัวแย่

 

เช้าวันต่อมา

 

แปลก..

ทันทีที่ตื่นเช้ามาฉันกลับพบว่าภายในห้องว่างเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นมือถือของศึกรักยังคงวางอยู่ข้างเตียงใกล้กับมือถือฉัน ดูเหมือนว่าเจ้าของคงตั้งใจวางทิ้งไว้

ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันก้าวเท้าลงจากเตียงและเดินออกไปแง้มประตู ปรากฏว่าภาพที่เห็นคือศึกรักกำลังวุ่นกับการทำอะไรสักอย่างอยู่ที่ครัว

“อ้าว..” นี่ไม่ใช่เสียงเขานะ เสียงฉันเอง

อีกอย่างตอนนี้ทั้งตัวฉันเปลือยเปล่า เพราะงั้นก็เลยเลือกที่จะใช้ผ้าห่มห่อตัวซะจนมิดชิด

“ทำอะไรของนาย” ฉันถามต่อ จังหวะนั้นเขาเองก็เบือนหน้ามาทางนี้พอดี

“จะทอดไข่” เขาว่า “น้ำมันอยู่ไหน?”

“หืม” ตอนนั้นเองฉันถึงกับชะงัก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ยินผิดไปก็เลยเลือกที่จะทวนถามเขาซ้ำอีกครั้ง “นายบอกว่าจะทำอะไรนะ”

“ทอดไข่”

“...”

“แต่ไม่น่ารอด” ร่างสูงยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองอย่างเก้ๆกังๆ

นี่เขา..ไปโดนตัวไหนมาหรือเปล่า

“นายโอเค?” ฉันถามออกไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร มันน่าแปลกไหมล่ะว่าทำไมอยู่ๆศึกรักถึงลุกขึ้นมาทำกับข้าวแต่เช้าแบบนี้น่ะ

“โอเค?” ศึกรักเลิกคิ้ว

“นายแปลก” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน “แปลกมาก”

“เธอน่าจะเหนื่อย” เขาว่าพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น คิดว่านั่นคงเป็นเหตุผลที่เขามายืนป้วนเปี้ยนอยู่ที่ครัวแบบนี้ “หมายถึง..เพลีย”

เดี๋ยวนะ..

“ฉันไม่ได้เหนื่อย ไม่ได้เพลียด้วย” ถ้าบอกว่าไม่ได้คิดลึกก็คงจะโกหก

ฉันรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ไม่ได้ใสซื่อขนาดนั้นหรอกนะ

“เธอไปอาบน้ำ เดี๋ยวลงไปซื้อโจ๊กให้” ศึกรักโยนหัวข้อสนทนานั้นทิ้งไป

ถ้าให้เดาเขาคงคิดว่ามิชชั่นทอดไข่ต้องเฟลแน่ๆก็เลยล้มเลิกทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มตั้งกระทะซะล่ะมั้ง

ฉันครางรับว่า ‘อืม’ ไปสั้นๆก่อนจะกลับเข้ามาอาบน้ำในห้อง

ใช้เวลาอาบน้ำประมาณยี่สิบนาที หลังจากออกมาด้านนอกก็พบว่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ศึกรักเดินเข้ามาในห้องพอดี ในมือเขาถือถุงโจ๊ก..ดูท่าจะยังร้อนๆอยู่

“นายซื้อโจ๊กอะไรมา” ฉันโพล่งถามพลางพยักพเยิดหน้าไปยังถุงโจ๊กพวกนั้น

“โจ๊กหมูใส่ไข่” วูบนั้นศึกรักแทรกตัวผ่านร่างฉันตรงไปที่ครัว “คราวก่อนเห็นเธอสั่ง”

ไม่รู้ทำไม..ตอนนั้นฉันเผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้

“ส่งมา เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ฉันเดินตรงเข้าไปหมายจะหยิบโจ๊กพวกนั้นมาใส่ชามด้วยตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้ฉันทำแบบนั้น

“ไม่ต้อง” เขาว่าพลางตวัดสายตามองมาราวกับจะผลักไส “เธอไปนั่ง”

“มือฉันก็มี ตาก็ไม่ได้บอด นายไม่จำเป็นต้อง..”

“บอกว่าไปนั่ง” พูดยังไม่ทันจบประโยคดีก็ถูกเขาขัดซะก่อน แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราแตะกันอีกด้วย “อยากทำให้ ไม่อยากให้เหนื่อย นั่งเฉยๆ เข้าใจ?”

อะไรนะ..

กะอีแค่เทโจ๊กใส่ชามใครมันจะไปเหนื่อยกัน

“นายเห็นฉันเป็นอะไร” ฉันเอื้อมมือไปดันแผงอกแกร่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น วูบหนึ่งลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผ่านหน้าผากไปอย่างฉิวเฉียด

ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อยู่ดีๆเขาก็ลากสายตาสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับจะแผดเผากัน

ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของเขาก็ทำเอาฉันชะงัก..

“เป็นแมว” ว่าจบก็หันกลับไปจัดการโจ๊กที่เพิ่งซื้อมา

แมวเหรอ?

ฉันแค่นหัวเราะก่อนจะเดินกลับมานั่งรอที่โต๊ะกินข้าวตามที่เขาต้องการ ไม่นานร่างสูงก็เดินถือโจ๊กมาวางไว้ตรงหน้า เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม เรามองหน้ากัน

“สรุปแล้วฉันเป็นแมวสำหรับนาย?” ฉันเลิกคิ้ว

ไม่เคยเข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ..

“อืม” เขาครางรับนิ่งๆก่อนจะก้มหน้าก้มตากินโจ๊กในชาม “ไม่อยากเป็นแมวก็รีบกิน”

“...”

“กินหมดจะให้เป็นเมีย”

ยอมรับว่าฉันแอบชะงัก อยากจะสบถด่าเขาสักร้อยรอบแต่ในหัวกลับคิดคำด่าไม่ออก..ให้ตาย

 “เป็นแมวยังจะดีซะกว่า” ฉันบ่นพึมพำและคาดว่าเขาเองก็คงจะได้ยินเหมือนกัน

กระทั่งกินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยฉันก็เลี่ยงมานั่งดูทีวีคนเดียวบนโซฟา แต่ถึงอย่างนั้นศึกรักที่เพิ่งจะล้างจานเสร็จก็เดินตามมานั่งด้วยกัน

โซฟาตัวใหญ่ขนาดนี้..ใครใช้ให้เขามานั่งเบียดกัน

อ้อ แล้วก็เรื่องล้างจานน่ะ ศึกรักเป็นคนอาสาทำเอง ฉันไม่ได้โบ้ยให้เขาทำหรอก ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วผีคนดีอะไรเข้าสิง

“เขยิบไปหน่อย” ฉันโพล่งออกไปพลางใช้ฝ่ามือดันไหล่คนข้างๆด้วย

“ไม่ได้”

“ที่เหลือตั้งเยอะ อย่ามาเบียดจะได้ไหม” ผีคนดีซะที่ไหนล่ะ แบบนี้มันก็เกินไป ออกจะน่ารำคาญไปหน่อยด้วย

“นั่งด้วยไม่ได้?” ตอนนั้นเองเขาก็ยอมผละออกไป วูบนั้นเหมือนจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขาโชยมาเตะจมูก “ใจแคบ”

เมื่อกี้ว่าไงนะ..

หมายถึงฉันใช่ไหม?

“ก่อนจะว่าฉันใจแคบดูนายทำตัวก่อนมั้ย” โทนเสียงฉันอยู่ในระดับปกติ แม้ว่าจะรำคาญเขาแต่ก็ไม่ได้เดือดถึงขั้นกระโชกโฮกฮาก

“ฉันไม่มี”

“ห้ะ?”

“ใจ” ศึกรักขยับริมฝีปากด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่รู้ว่ามองผิดไปหรือเปล่า..เหมือนใบหูเขาจะแดงขึ้นมานิดหน่อย “อยู่ที่เธอ”

“มุขเหรอ” ฉันถึงกับต้องทวนถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าเป็นมุขจริงๆล่ะก็.. “เชยสะบัด ไม่เขินสักนิด”

ศึกรักเงียบไป เขาไม่ได้มองมาทางนี้เลย ไม่นานเจ้าตัวก็ลุกขึ้นยืนและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

นี่เขา..เล่นเองเขินเองเหรอ

 

เย็นวันเดียวกัน

 

“อืม อยู่ห้อง”

“...”

“ตอนนี้?” ศึกรักกำลังคุยโทรศัพท์ ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังคุยกับใคร แต่จะให้ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจเลยมันก็ไม่ใช่ “เดี๋ยวออกไป”

“...” จังหวะนั้นเขาปรายตามองมาทางฉัน ก่อนจะหันกลับไปกรอกเสียงใส่ปลายสาย

“ผมพาเซียร์ไปด้วย” ว่าจบก็ตัดสายทิ้งโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้โต้ตอบ

“ไปไหน” ฉันเอ่ยถามเขาทันทีที่ศึกรักลุกขึ้นยืน จากที่ได้ยินเมื่อกี้..แปลว่าฉันเองก็ต้องไปกับเขาด้วย?

“บ้านฉัน” เขาว่า “มีแขกมา”

“แล้วทำไมฉันต้องไป” ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับฉัน

“ไปเปิดตัว” ฝ่ามือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันเอาไว้ ออกแรงฉุดให้ฉันลุกขึ้นยืน “เส้นไหมก็ไป”

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เส้นไหมไปด้วยหรือเปล่าสักหน่อย

“เส้นไหมก็ต้องไปอยู่แล้ว แต่ฉันน่ะ..ควรจะอยู่ที่นี่” ฉันเน้นย้ำให้เขาได้ยินชัดๆ ขณะเดียวกันก็พยายามจะบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการกอบกุม

“อืม”

พยักหน้ารับแต่ก็ยังดันทุรังลากฉันออกมาด้วยกันเนี่ยนะ..?

หลังจากที่เดินลงมายังลานจอดรถฉันก็เตรียมที่จะเปิดประตูไปนั่งที่เบาะหลัง ทว่าศึกรักกลับพูดออกมาดักไว้ซะก่อน

“นั่งข้างหน้า อยู่ข้างๆฉัน” เขากดเสียงลงต่ำ “ให้เส้นไหมนั่งข้างหลัง”

ฉันไม่ได้โต้ตอบ ยอมนั่งเบาะข้างคนขับโดยไม่ได้ขัดอะไร

ไม่นานหลังจากที่นั่งรออยู่บนรถเส้นไหมก็เดินตรงมาเปิดประตูที่เบาะหน้า ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกเด็กคนนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าฉันมานั่งอยู่ก่อนแล้ว

“อ๊ะ” เธอกะพริบตา “ขอโทษค่ะ”

ประตูถูกปิดลงก่อนที่เส้นไหมจะอ้อมไปนั่งที่เบาะหลังแทน ระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากคอนโดเธอก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงสดใสว่า..

“พี่เซียร์มาด้วยกันก็ดีเลยค่ะ น้องจะได้มีเพื่อนคุย”

“พี่ก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่ศึกรักน่ะสิ..” ฉันแค่นเสียง ไม่ลืมหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับด้วย

“โดนลากมาใช่ไหมล่ะคะ” เธอถามอย่างรู้ทันตามด้วยหัวเราะคิกคักในท้ายประโยค “ตามใจพี่ศึกรักหน่อยเถอะค่ะ คงอยากจะหิ้วพี่ไปด้วยทุกที่นั่นแหละ”

“พูดมาก” ศึกรักปราม

“น้องทายถูกใช่ไหมล่ะ!” เส้นไหมยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม เป็นเด็กที่สดใสจริงๆนั่นแหละ “ไม่ต้องมาฟอร์มหรอกนะ เขินก็บอกเถอะ”

“...”

“พี่เซียร์ไม่ต้องไปสนใจหรอกนะคะ” คราวนี้เส้นไหมหันมาพูดกับฉัน “พี่เขาก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ใช่คนปากแข็งหรอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้น่ะจะไม่ค่อยยอมรับ”

อือ ฉันก็คิดแบบนั้น..

“เอาอะไรมาพูด” ศึกรักกดเสียงลงต่ำขณะเดียวกันนัยน์ตาคมกริบก็จ้องมองไปยังท้องถนน

“งั้นแปลว่าเมื่อกี้พี่ไม่ได้เขินเหรอ” เส้นไหมสวนกลับทันควัน

“...”

“...”

“ก็..นิดหน่อย”

ฉันนิ่งไป ทั้งที่ตั้งใจว่าจะอยู่เงียบๆแล้วแต่เส้นไหมดันหันมาถามความเห็นจากฉันซะได้

“พี่เซียร์ได้ยินไหมคะ” น้ำเสียงแบบนั้นต่อให้ไม่หันไปดูก็รู้ว่าต้องยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แน่ “พี่ศึกรักเขาบอกว่าเขินแหนะ อยากหิ้วพี่ไปทุกที่จริงๆด้วย”

“เงียบก่อน” ศึกรักปรามน้องสาวตัวเองอีกครั้ง “ขับรถ ใช้สมาธิ”

 

ใช้เวลาไม่นานเราสามคนก็มาถึงที่หมาย ฉันแอบเกร็งนิดหน่อย..ก็ศึกรักเป็นคนบอกเองว่าวันนี้ที่บ้านเขามีแขกมา แน่นอนว่าแขกพวกนั้นจะเห็นฉันเป็นคนแปลกหน้า

“เป็นไร” คงเพราะฉันยืนนิ่งอยู่ข้างรถหรู ศึกรักที่เห็นท่าทีของฉันจึงเดินตรงเข้ามากระซิบถามด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ส่วนเส้นไหม..เด็กคนนั้นรีบวิ่งเข้าไปในบ้านก่อนแล้ว

“แขกที่มานี่ญาตินายเหรอ” ฉันเอ่ยถามพลางปรายตามองไปยังรถหรูสีดำสนิทคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกล

“เพื่อนพ่อ” เขาทำท่าจะเดินนำออกไปทว่า.. “เธอเคยเจอ”

“...”

“อุ๋ม ภาวินี” ว่าจบฝ่ามือหนาก็เอื้อมมากุมรอบข้อมือฉันเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาแทบจะในทันที แรงบีบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันต้องทำตัวยังไง” เป็นคำถามที่อาจดูโง่ไปสักนิด แต่เชื่อเถอะว่าเป็นใครที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกกันทั้งนั้น

“ไม่ต้องทำยังไง” เขาเปรย “ทำแบบที่เป็น ยิ้มหน่อยก็ดี”

ฉันปล่อยให้ศึกรักเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปโดยที่กุมมือฉันอยู่ด้วย ถ้าเป็นคุณอุ๋มจริงอย่างที่เขาบอกก็ค่อนข้างจะทำตัวยากสำหรับฉันอยู่เหมือนกัน..

จำได้ไหม ตอนที่ฉันตั้งใจจะไปดูหนังกับเพลิงแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าต้องไปดูกับศึกรักน่ะ วันที่ฉันฉีกตั๋วหนังทิ้ง..ตอนนั้นฉันกับเขาก็บังเอิญเจอคุณอุ๋มเข้า

..แถมเธอยังเข้าใจผิดคิดว่าฉันกับผู้ชายคนนี้เป็นแฟนกันตั้งแต่ตอนนั้นอีก

“หงิง~” ทันทีที่เดินเข้ามาเจ้าชายก็รีบแจ้นเข้ามาทักทายฉัน เสียง ‘กรุ๊งกริ๊ง’ จากปลอกคอดังไปทั่ว

เดี๋ยวนี้มีปลอกคอแล้วนะ..

ฉันย่อตัวลงไปลูบขนปุยสีขาวอย่างแผ่วมือก่อนจะเอ่ยออกมาสั้นๆว่า “ไง”

เหมือนจะอ้วนขึ้นนิดหน่อยหรือเปล่า

พรึ่บ..!

ตอนนั้นเองศึกรักที่เดินมาด้วยกันก็ย่อตัวลงข้างๆ เขานั่งจ้องเจ้าชายอยู่สักพักก่อนจะมีเสียงของคุณนิชชาที่เดินตรงมาทางนี้ดังขึ้น

“อ้าว มานั่งทำอะไรกันตรงนี้” น้ำเสียงเธอดูประหลาดใจเล็กน้อย ตอนนั้นเองฉันก็ค่อยๆหยัดตัวขึ้นยืน “เร็ว อาอุ๋มนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกแหนะ”

ดูเหมือนประโยคหลังคุณนิชชาจะพูดกับลูกชายตัวเองนะ

“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้ตามมารยาท ศึกรักเองก็เช่นกัน

“จ้ะ” คุณนิชชายิ้มแย้มก่อนจะใช้ฝ่ามือดันแผ่นหลังของฉันกับศึกรัก “รีบไปเร็วเข้าๆ”

กระทั่งเดินเข้ามาถึงในห้องรับแขกฉันก็พบว่าในนั้นมีพ่อของศึกรัก เส้นไหม คุณอุ๋ม แล้วก็..ผู้หญิงคนหนึ่ง

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นลูกสาวคุณอุ๋ม จำได้ว่าเธอเองก็เป็นนักแสดงด้วยเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะ” เพราะว่าทุกคนต่างมองมาทางนี้ ฉันจึงจำเป็นต้องยกมือไหว้ตามมารยาท เช่นเดียวกับศึกรัก

คุณอุ๋มเธอจ้องฉันค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนจะขยับริมฝีปาก

“นี่ใช่แฟนเราที่อาเคยทักเมื่อตอนนั้นหรือเปล่า” เธอพูดกับศึกรัก น้ำเสียงฟังดูแล้วคล้ายกับไม่อยากเชื่อว่าฉันจะมายืนอยู่ตรงนี้

“ครับ แฟนครับ”

ตอนนั้นฉันอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสะกิดแขนเขา

ไอ้สีหน้าภาคภูมิใจเมื่อกี้นี้มันอะไรน่ะ..

“เซียร์ค่ะ” ฉันพยักหน้านิ่งๆพลางปั้นยิ้มที่ดูเป็นมิตรที่สุดกลับไป

“มานั่งก่อน” คราวนี้เป็นเสียงของไฟ อัคคี..เขามองฉันก่อนจะเผยอหน้าไปทางลูกสาวของคุณอุ๋มเป็นเชิงแนะนำ “นั่นหนูโมเดล ลูกสาวอุ๋ม”

ฉันมองตาม วูบนั้นผู้หญิงที่ชื่อโมเดลส่งรอยยิ้มนุ่มลึกกลับมาให้ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ศึกรักคว้าข้อมือฉันและพาเดินไปนั่งที่โซฟาพอดี

โซฟาตัวนี้นั่งได้สามคน ฉันนั่งตรงกลาง ฝั่งซ้ายเป็นศึกรัก..ส่วนฝั่งขวาเป็นเส้นไหม

“เป็นไงบ้างเรา ไม่ได้เจอพักเดียวออร่าจับมาก” คุณอุ๋มหันมายิ้มๆใส่ศึกรัก

“ก็ดี..ครับ”

“แล้วเรื่องงานในวงการล่ะเป็นไง ได้ข่าวว่าเราจะรับงานแสดงกับเขาแล้ว?”

เดี๋ยวนะ

เมื่อกี้เธอบอกว่า..ใครจะรับงานแสดงนะ?

“อืม เรื่องนี้พี่น้อยเขาเป็นผู้จัดพอดี วันนั้นเจอกันก็เลยได้คุยนิดหน่อย” ประโยคนี้ไฟ อัคคีเป็นคนตอบ

ฉันเหลือบตามองศึกรักที่นั่งข้างกัน พบว่าใบหน้าเขายังคงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ

“พี่เซียร์คะ พี่รู้เรื่องนี้หรือเปล่า”  จังหวะนั้นเส้นไหมเอี้ยวตัวมากระซิบถามฉัน

“ไม่ ไม่รู้เลย”

“น้องก็เพิ่งรู้..” ฟังดูจากน้ำเสียงแล้วเด็กคนนี้คงจะตกใจไม่แพ้กัน

ฉันนั่งเงียบ ตอนนั้นเองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างกันก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับมา

คุณนิชชากับไฟ อัคคีเหลือบมองลูกชายตัวเองเล็กน้อยก่อนจะลากสายตากลับมาและสนทนากับคุณอุ๋มต่อ

ในเมื่อศึกรักเดินออกไปแล้วฉันก็ควรจะ..

“อ่า ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันเตรียมที่จะปลีกตัวออกมา ทว่ากลับโดนเส้นไหมตัดหน้าไปซะก่อน เธอกวาดตามองไปรอบๆและหยุดสายตาลงที่ฉัน “อ้อ พี่เซียร์ก็มาด้วยกันสิคะ”

ว่าจบก็ลากฉันออกมาจากที่ตรงนั้นโดยไม่แม้แต่จะให้ฉันได้โต้ตอบ

“เฮ้อ..พี่เขาไปรับงานแสดงตอนไหน ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เสียงใสเอ่ยขึ้นทันทีที่เดินออกมาจากห้องรับแขก “แม่นะแม่ ทำไมไม่ห้ามพ่อเลย”

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เด็กคนนี้ดูไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่กับการที่พี่ชายตัวเองกำลังจะได้เป็นนักแสดง..

“...” อืม ฉันก็พอจะเข้าใจอยู่

“พี่เซียร์จะทำยังไงล่ะคะ” คราวนี้เธอหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก “แฟนตัวเองกำลังจะกลายเป็นบุคคลสาธารณะไปแล้วนะคะ คนของประชาชนน่ะ!”

เพราะว่าเรายืนอยู่ไม่ไกลจากห้องรับแขกนัก เส้นไหมจึงใช้การขยับใบหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆใบหูฉันแทน

ไอ้เรื่องที่เด็กคนนี้พูดมามันก็น่าคิด แต่..

“พี่ไม่ซี” ฉันตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“เพราะว่ายังไงพี่เขาก็จะสนใจแต่พี่เซียร์คนเดียวอะไรทำนองนี้ใช่ไหมคะ” เส้นไหมเอ่ยแซว ริมฝีปากเธอยิ้มแย้ม

“บ้าเหรอ ไม่ใช่” ฉันถึงกับถลึงตาใส่

“งั้นพี่เซียร์ลองไปคุยกับพี่ศึกรักดูหน่อยไหมคะ เมื่อกี้ดูเหมือนพี่เขาจะหงุดหงิดอยู่ พี่เซียร์ไปนั่งเป็นตุ๊กตาให้พี่เขามองเฉยๆก็ได้ค่ะ มาเร็ว”

ไม่ได้ทำแค่พูด แต่ยังถือวิสาสะลากฉันขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านอีกด้วย

ก๊อกๆ...

เส้นไหมเคาะประตูห้องที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องนอน ยืนรออยู่สักพักแต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีคนมาเปิด

“หรือว่าจะไม่ได้เดินขึ้นมาที่ชั้นสอง..แต่เมื่อกี้ก็เห็นว่าเหมือนจะเดินขึ้นมานี่นา” เส้นไหมพึมพำก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอื้อมไปบิดลูกบิดประตู “โอ๊ะ..นั่นไง พี่เซียร์ไปเลยค่ะ”

ทันทีที่ประตูแง้มออกเส้นไหมก็ผลักฉันเข้าไปด้านใน ไม่นานประตูก็ถูกปิดลงโดยที่เด็กคนนั้นไม่ได้เดินตามเข้ามาด้วย

ภาพที่เห็นคือศึกรักกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง บนตักเขามีเจ้าชายนอนอยู่ มือหนากำลังลูบขนลูกหมาตัวนั้นอย่างแผ่วเบา ตอนนั้นเองนัยน์ตาคมกริบก็เคลื่อนมองมาทางนี้

ต้องยอมรับว่าเขาดูดีมากในอิริยาบถแบบนี้..

ฉันยืนเงียบ ไม่นานก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายปริปากก่อน

“นี่..ห้องนอนนายเหรอ” ฉันถามออกไปพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง จ้องค้างไว้ที่กรอบรูปที่อยู่เหนือขึ้นไปจากหัวเตียง

เป็นรูปศึกรักตอนเด็กนั่นแหละ..ถ้าให้เดาในรูปนั่นคงอายุประมาณสักสี่ห้าขวบเห็นจะได้ล่ะมั้ง

“อืม” เขาครางรับก่อนจะเบือนหน้ากลับไปโฟกัสกับลูกหมาบนตัก

“ที่บอกว่าจะรับงานแสดง จริงเหรอ?” สองตาฉันเหลือบมองไปที่ตักของเขา เจ้าชายดูเหมือนจะเคลิ้มที่มีคนมาลูบขนให้แบบนี้

“...” คราวนี้เขาเงียบ

“ถ้านายคิดดีแล้วก็เอาเถอะ”

ยังไงซะฉันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่ายหรือโน้มน้าวเขาอยู่แล้ว ถ้าศึกรักว่าดี ฉันก็ไม่ติดขัดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าฉันจะอยากสนับสนุน

การเป็นนักแสดงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าพลาดนิดหน่อยก็มีโอกาสดับได้ในพริบตา แถมก็ใช่ว่าจะพุ่งได้ง่ายๆ

อีกอย่างปีหน้าก็จะขึ้นปีสี่แล้ว ถ้าเขาเรียนไปทำงานไปล่ะก็..

“มานี่หน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยออกมา เขามองมาทางนี้และเผยอหน้าไปทางอีกฝั่งของเตียง

“...” ฉันเดินไปหยุดอยู่ตรงนั้นอย่างว่าง่าย

“นั่ง” เขาว่า

“หนีมานั่งในนี้ดีแล้วเหรอ” ฉันล้มตัวลงบนเตียงตามที่เขาบอก พอมองจากมุมนี้ก็เปรียบเทียบศึกรักในกรอบรูปกับศึกรักที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนขึ้น

เมื่อก่อนเขาเป็นเด็กแก้มตุ่ย

แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสันกรามไปหมดแล้ว

..พอลองเทียบจากมุมนี้แล้วก็ตลกดีแฮะ

“อือ นั่งอยู่ในนั้นก็ไม่มีไรเกิดขึ้น” ‘ในนั้น’ ที่ว่าคงหมายถึงในห้องรับแขก “มาใกล้ๆหน่อย”

“ไม่ล่ะ ฉันว่าจะไป..” ฉันเตรียมที่จะลุกขึ้นเพื่อกลับออกไปนั่งที่ชั้นล่าง แต่จังหวะนั้นกลับถูกมือแกร่งเอื้อมมากระชากร่างฉันจนเซเข้าไปหาเจ้าตัว “อ๊ะ”

“หงิง~” รู้ไหมว่าเขาทำฉันเกือบจะทับเจ้าชายแล้วน่ะ

อีกอย่างตอนนี้ใบหน้าเราก็อยู่ใกล้กันมาก ใกล้เกินไป..ไม่ดีแน่

“รีบไปไหน” ริมฝีปากหยักลึกขยับมากระซิบชิดริมหู วูบหนึ่งเหมือนจะแตะโดนด้วย “นั่งอยู่นี่ กว่าพวกผู้ใหญ่จะคุยกันเสร็จอีกนาน”

“เหอะ ไม่เอา ในนี้ร้อน” ฉันผละออกมานั่งอีกฝั่งของเตียงดังเดิม

“ร้อนก็เปิดแอร์ฯ” เขาเอ่ยออกมานิ่งๆพลางเผยอหน้าไปใกล้กับประตูห้องนอน “รีโมตอยู่นั่น”

สรุปคือศึกรักจะให้ฉันนั่งอยู่กับเขาให้ได้ว่างั้น?

ดี..ดีเลย

ฉันไม่ได้โต้ตอบ เพียงแต่ลุกขึ้นไปหยิบรีโมตแอร์ฯมาเปิด เปิดเสร็จก็เดินกลับมานั่งลงตรงที่เดิม

คราวนี้ศึกรักอุ้มเจ้าชายและยื่นมาตรงหน้าฉันพร้อมกับพูดว่า “เห็นเธอนั่งมอง เอาไปเล่น”

ฉันพยักหน้าและเอื้อมมือไปรับเจ้าชายมา อุ้มลูกหมาสีขาวและชูขึ้นระดับสายตา

“หงิง” ดูสิ เหมือนมันจะตกใจอยู่หน่อยๆแฮะ

“หึ” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เมื่อกี้นี้เหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะที่เบามากดังมาจากคนตรงหน้า..แต่ช่างเถอะ

“ถ้านายจะซื้อลูกหมาอีกสักตัวนายจะซื้อพันธุ์อะไร”

“ปอม” เขาตอบมาสั้นๆ

“ไม่เอาปอมสิ นอกจากปอมล่ะ” เจ้าชายเองก็เป็นพันธุ์นี้อยู่แล้ว

“ไซบีเรียนฮัสกี”

“ฉันหมายถึงหมาพันธุ์เล็กๆ”

“ก็ลูกไซบีเรียนฮัสกี” ศึกรักเริ่มขมวดเรียวคิ้วเข้าหากัน ก่อนที่เขาจะพึมพำต่อ “..ไม่ก็คอร์กี”

“แล้วชื่อล่ะ นายจะตั้งชื่อว่าอะไร” ฉันยังคงถามต่อ

ก็แค่หาเรื่องคุยนั่นแหละ อีกอย่างพอนึกขึ้นมาได้ก็เลยอยากจะลองถามดูสักหน่อย

“เจ้าหญิง” คำตอบของเขาทำเอาฉันถึงกับเบิกตา อ้อ..มีเจ้าชายแล้วก็ต้องมีเจ้าหญิงสินะ

“แล้วถ้าเป็นตัวผู้ล่ะ”

“ก็เจ้าหญิง” เขาตอบเรียบๆหน้าตาย

“เหอะ ถ้าฉันเป็นลูกหมาตัวนั้นฉันคงร้องไห้แล้ว” ฉันแค่นหัวเราะ แต่ถ้าเขาจะตั้งชื่อแบบนั้นจริงๆมันก็แปลกดี “เกิดมาเป็นตัวผู้ แต่เจ้าของให้ชื่อเจ้าหญิง..น่าสงสาร”

“เธอจะเป็นลูกหมาทำไม”

“...”

“เธอเป็น..” ศึกรักพูดค้างไว้แค่นั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากจะพูดต่อ ทิ้งให้ฉันนั่งงุนงงกับคำพูดของเขา

..จะพูดอะไรก็พูดต่อให้จบสิ



..........
......
-Taล์ค-
เอาล่ะ จงเติมคำที่หายไป~~~
CUTฉับๆลงให้ที่เดิมนะคะ รอบนี้อัปน้อยหน่อยเพราะคัทเยอะอยู่ แซ่บมาก คิกๆ
อ้อ อยากฝากไว้นิดนึงว่าเรื่องอื่นๆอาจจะย้ายไปลงฉากคัทในเพจแทนนะคะ (หรือไม่ก็ลงที่เดิม ต้องดูอีกที) เพราะงั้นฝากไปกดถูกใจเพจกันด้วยค่าา
*คอมเมนท์เยอะๆนะ รออ่านนน

จะเริ่มอัป #เฟรย์ของคิง แล้วนะ fav.ไว้ยังเอ่ย

SET 'Hurts'
..อ่อนแอก็แพ้ไป..

  

*จิ้มที่รูปภาพ*

----------

เพจ Facebook จิ้มที่รูปได้เลย


ส่วนอันนี้เป็น twitter จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 446 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #703 annmarie-a (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:00
    เธอเป็นแม่ของลูกกกกก
    #703
    0
  2. #669 SoulTun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 17:29

    เธอเป็นเมียชั้น อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย

    #669
    0
  3. #668 nick name (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:35
    หาคัดไม่เจออะค่ะ
    #668
    0
  4. #667 Frongkanokpan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:44
    ศึกรักพูดเอง เขินเอง
    #667
    0
  5. #666 firstzy93 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:42
    เป็นนนน เมีย
    #666
    0
  6. #665 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:18
    เป็นหมาทำไม เป็นเมียดีอยู่แล้ว อะไรแบบนี้ใช่ป่าวคะคุณศึกรัก
    #665
    0
  7. #664 SoulTun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 15:32

    ศึกรักมุ้งมิ้งจริ๊งงงงงงง

    #664
    0
  8. #663 Jan_daa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 14:14

    โอ้ยๆๆๆ เขิน ศึกรักจอมซึน

    #663
    0
  9. #662 Tawan_khaphithun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 01:43
    มีเขินนน
    #662
    0
  10. #661 panpapiyong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 00:29
    ศึกรักเป็นคนน่ารัก><
    #661
    0
  11. #660 ManitaN18 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 00:21
    อ่าน nc ได้ที่ไหนหรอคะ
    #660
    1
    • #660-1 SoulTun(จากตอนที่ 26)
      11 มีนาคม 2563 / 15:31
      อ่านที่ tunwalai ฉากคัทศึกรักเซียร์
      #660-1
  12. #659 pannaray2122 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:44
    มุ้งมิ้งฟรุ๊งฟริ๊ง มาต่อเร็วนะคะไรท์
    #659
    0
  13. #658 firstzy93 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:37
    เขินนนนน
    #658
    0
  14. #657 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:35
    คือก็ยังนิ่งๆเหมือนเดิม แต่ทำไมมันดูน่ารักฮะศึกรัก!! เอาใจพี่ไปเล้ย
    #657
    0
  15. #656 SalinCH (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:23
    ทางนี้เขินศึกรักมากกกกกกกกก รักมากกกดผุออก
    #656
    0
  16. #655 Janenayjeedee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:22
    น่ารักขึ้นทุกวันนนนนนนนนศึกรัก
    #655
    0
  17. #654 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:17
    ศึกรักน่าเอ็นดูมากกกก
    #654
    0
  18. #653 somsomjirapapa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 12:08
    หาไม่เจออะอ่านได้ที่ไหนนนน
    #653
    2
    • #653-1 SpaceTC(จากตอนที่ 26)
      2 มีนาคม 2563 / 12:11
      เข้าไปดูในทวิตเตอร์ได้เลยนะคะ เดี๋ยวจะรีไว้ให้^^
      #653-1
  19. #651 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 10:01
    ศึกรักคือน่าเอ็นดูเกินไปแล้ว ข้างนอกขรึมๆข้างในอ้อนแบบซึนๆ อ๊าย
    #651
    0
  20. #649 Ms.right (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:05

    เอ้ออ เลิกกันก็จีบใหม่ได้ ศึกรักซะอย่าง55555

    #649
    0
  21. #648 pannaray2122 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:12
    เอิ่มมมมมมมมม บิดตัวเกรียว😊
    #648
    0
  22. #647 firstzy93 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:34
    อร้ายยย เขิน
    #647
    0
  23. #646 SoulTun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:09

    เธอไม่เลิกหรอกเพราะเธอรักฉัน ศึกรักนายมันร้าย

    #646
    0
  24. #645 SalinCH (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:49
    ทำไมมน่ารักอ่ะ ไม่ไหววแล้ววววววววว
    #645
    0
  25. #644 Jan_daa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:28

    ศึกรัก!!! นายมันร้าย

    #644
    0