เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 24 : Chapter 20 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..ลอง• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 539 ครั้ง
    16 ม.ค. 63


Chapter 20
เพราะ..ลอง
.....
...

ฉันตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยตามตัว ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งแรกที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือแผงอกของผู้ชาย คงไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามว่าเป็นใคร

เพียะ!

“อย่าซน” ศึกรักครางด้วยน้ำเสียงอู้อี้หลังจากที่ฉันฟาดฝ่ามือลงไปบนท่อนแขนแกร่งเพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่นในใจ

“นายพูดเหมือนฉันเป็นเจ้าชายเลยนะ” ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ ในหัวพลางนึกถึงลูกหมาขนปุยตัวหนึ่ง

ร่างสูงกระชับอ้อมกอดมากยิ่งขึ้นจนใบหน้าฉันแนบชิดกับแผงอกเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือหัว

“อือ นอน”

“นี่มันไม่ใช่เวลานอนแล้ว ปล่อย!”

วูบนั้นฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเราทั้งคู่ต่างเปลือยเปล่า ไม่สิ..ศึกรักยังดีที่ยังมีบ็อกเซอร์ปกปิดท่อนล่าง

แต่ฉัน..

“อย่าพึ่งขยับ” ฉันชะงักไปเมื่อจู่ๆก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเสียดสีอยู่กับซอกขาอ่อน

“...”

“เดี๋ยวมันตื่น”

ศึกรักไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านั้นฉันก็พอจะเดาออกว่าเขาหมายถึงอะไร แล้วไอ้‘บางอย่าง’ที่ว่านั่นก็คล้ายว่าจะตื่นขึ้นมาอย่างที่เขาว่าจริงๆ..

เดี๋ยวเถอะ มันกำลังจะทำให้ฉันสติแตก

“ถ้านายยังอยากมีมันอยู่ก็ปล่อยฉันได้แล้ว” ฉันขบฟันกรอด ถึงจะเป็นแค่การขู่แต่ถ้าเขายังกระชับอ้อมกอดแน่นอยู่แบบนี้ล่ะก็คงได้เอาจริงแน่

พรึ่บ..!

“พูดมาก” ใครจะคิดว่าจู่ๆศึกรักจะดึงผ้าห่มออกจากตัวฉันแล้วโยนไปอีกมุมหนึ่ง

นัยน์ตาฉันเบิกโพล่ง ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งแรกที่เข้ามาโจมตี

อย่าลืมนะว่าตอนนี้ฉันไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว

“ศึกรัก!” แน่นอนว่าฉันตะเบ็งเสียงเรียกเขาในทันที ทว่าเจ้าตัวกลับหลับตาลงอย่างไม่ยี่หระ “ส่งผ้ามาให้ฉัน”

“...”

“ได้ยินไหม!? ฉันบอกให้ส่งผ้ามาไง” ฉันหยัดตัวขึ้นนั่งโดยไม่ลืมที่จะใช้ฝ่ามือปกปิดส่วนนั้นทั้งท่อนบนและท่อนล่างเอาไว้

ศึกรักเงียบ เขาค่อยๆปรือตาขึ้นมาก่อนจะหยัดตัวขึ้นนั่งตรงหน้าฉัน เรานั่งจ้องหน้ากันบนเตียง สายตาเขาดูงัวเงีย..คงเพราะพึ่งตื่นนอน

แต่ศึกรักจะเป็นยังไงก็ช่าง ที่สำคัญเลยคือฉันควรจะหาทางไล่เขาออกไป

“ออกไปได้แล้ว” ฉันกดเสียงลงต่ำพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ตอนนี้ในสายตาฉันมีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะที่อยู่ข้างเตียงเท่านั้น “นับหนึ่งถึงสาม”

“...”

“หนึ่ง” ฉันเริ่มนับ

..เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราเมื่อคืนนี้ไว้ค่อยสะสางทีหลัง

“...”

“สอง”

ศึกรักไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกจากเตียง เขายังคงนั่งเฉย กระทั่งฉันหันหน้ากลับไปหาเขาถึงพบว่าร่างสูงที่เปลือยท่อนบนตรงหน้ากำลังนั่งหลับตาอยู่

วินาทีนั้นความคุกรุ่นในใจฉันเหมือนจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ แต่เหนือสิ่งอื่นใดฉันใช้จังหวะที่เขากำลังหลับตาอยู่นั้นลุกออกจากเตียงก่อนจะคว้าเอาผ้าห่มผืนใหญ่ที่กองอยู่บนพื้นมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าเอาไว้

“ศึกรัก” ฉันเรียกชื่อเขาซ้ำอีกครั้งพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปใกล้กับเตียง “ฉันบอกว่าออกไปได้แล้ว”

และใช่..คราวนี้เขามีปฏิกิริยาตอบโต้

“ที่ถามเมื่อคืนนี้”

“...”

“เธอยังไม่ได้ให้คำตอบฉันเลย” ศึกรักนั่งอยู่ข้างเตียงและหันมองมาทางนี้ด้วยสายตาเว้าวอน น้ำเสียงเขาฟังดูตัดพ้อ

แต่ถ้าฟังดีๆแล้วคงจะง่วงมากกว่าล่ะมั้ง

“หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันจะให้คำตอบ” ฉันรับปากเขาไปอย่างส่งเดช ในเวลานี้สิ่งแรกที่ควรจะทำคือไล่เขาออกไปให้พ้นจากห้องนี้ก่อน “ไปสิ”

ฉันพยักพเยิดหน้าไปทางประตูห้องนอน นี่เรียกได้ว่าเป็นการผลักไสอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่ออกไปก็หน้าด้านเกินทน

“สัญญา?” ศึกรักพึมพำอยู่บนเตียง สายตาเขายังคงตรึงฉันอยู่ไม่เคลื่อนไปไหน

“อืม”

ร่างสูงค่อยๆยืนขึ้นเต็มความสูง มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่แผ่นหลังนั้นจะค่อยๆหายลับไปพร้อมกับเสียงปิดประตู

ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับสำรวจสภาพตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่

นี่มันราวกับเดจาวู..กี่ครั้งแล้วที่ฉันเดินเข้ามาส่องกระจกและพบว่ามีรอยจ้ำอยู่ทั่วร่างแบบนี้

“เหอะ” ฉันแค่นหัวเราะให้กับความโง่เง่าของตัวเองพลางคิดถึง

 

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยฉันพบว่าถังขยะข้างเตียงมีถุงยางอนามัยใช้แล้วอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แน่ๆคือมากกว่าสอง

นั่นแปลว่าเมื่อคืนนี้เรา‘ทำ’กันไปมากกว่าสองรอบ

อยากรู้จริงๆว่าเขาพกไอ้ที่ป้องกันนั่นไว้เยอะขนาดไหนกันแน่

แอดดดด~

ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูนัยน์ตาคมกริบก็เคลื่อนมองมาทางนี้ คาดว่าระหว่างที่ฉันกำลังอาบน้ำเขาก็คงจะกลับไปอาบที่ห้องตัวเองเหมือนกัน

เสื้อยืดสีชมพูอ่อนนั่น..ไม่เข้าเลย

“นาน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างราบเรียบก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเคลื่อนกลับไปดังเดิม

ฉันเลือกที่จะเดินตรงเข้าไปหาเขาก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวเดียวกัน “ที่ว่านานหมายถึง?”

“ไม่มีอะไร” พูดจบศึกรักก็ถือวิสาสะขยับเข้ามาใกล้ วูบนั้นฉันตั้งใจจะลุกขึ้นยืนทว่า “รอคำตอบอยู่”

“...”

“ตื่นเต้น..ครับ”

ถ้าเกิดว่าใครไม่ได้คลุกคลีกับผู้ชายคนนี้ก็คงไม่เชื่อว่าเขากำลังตื่นเต้น ก็ดูสีหน้านั่นสิ..ปากบอกตื่นเต้นแต่หน้านิ่งยิ่งกว่าอะไร

“นายอย่าพูดคำว่าครับ ขอร้อง”

“ทำไม” ร่างสูงเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเอียงคอมองฉันพลางเขยิบใบหน้าเข้ามาใกล้ “เขิน?”

“ขนลุก”

“แล้วจะตอบได้ยัง” เขายังคงเซ้าซี้ไม่เลิก ท่าทางคงจะตื่นเต้นอย่างที่ว่าจริงๆ “ไหนที่สัญญา”

กลิ่นสบู่อ่อนๆที่โชยมาเตะจมูกยิ่งทำให้ฉันคิดหาคำที่จะพูดไม่ออก

กลิ่นนั่นไม่ใช่ของฉันหรอก..เขาต่างหาก

“ฉันลืมว่านายถามว่าอะไร” ฉันตอบกลับไปหน้าตาเฉยทั้งที่จำได้แม่นว่าเมื่อคืนเขากระซิบที่ข้างหูว่าอะไร

 

‘อยากเป็นแฟน’

‘...’

‘ได้ไม่ได้?’

 

“ลองคบกันดูไหม” ศึกรักเลือกที่จะแผ่วเสียงลงและกระซิบที่ข้างใบหูเช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้ พร้อมกันนั้นมือหนาก็แตะลงบนต้นขาฉัน

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าเขาจะพูดมันออกมาอีกครั้งแต่ก็อดสะดุ้งโหยงไม่ได้

“ถ้าฉันตอบว่า ‘ไม่’ นายจะทำยังไง” ฉันปรายตามองร่างสูงข้างๆก่อนจะย้อนถาม

เขาไม่ได้มีท่าทีชะงักไปหรืออะไร ศึกรักผละออกไปดังเดิมก่อนจะเอ่ยออกมาสั้นๆว่า..

“ก็จะทำให้คบให้ได้”

“...”

“เธออาจจะไม่ได้รู้สึกแบบที่ฉันรู้สึก”

“...”

“แต่ลองคบดูก่อน” ถึงเขาจะผละออกไปแล้วแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนกับว่าเจ้าตัวยังคงกระซิบอยู่ที่ข้างใบหู “คบๆไปเดี๋ยวก็รัก”

ดวงตาเขาส่อแววเป็นประกาย พึ่งสังเกตว่าใบหูเขาแดงเถือก ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็น

“นายแค่พูดมันก็ฟังดูง่าย” ฉันแย้งกลับ อันที่จริงไม่รู้ทำไมในใจลึกๆแล้วกลับรู้สึกลังเลขึ้นมา

..ลังเลที่จะปฏิเสธ

ชีวิตนี้ฉันเคยโดนผู้ชายขอเป็นแฟนอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกแบบนี้

ถ้าถามว่าคิดยังไงกับศึกรักมีแค่ตัวฉันเองที่รู้ดีที่สุด ฉันไม่อยากจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองสักเท่าไหร่แต่ว่า..

ก็ใช่ ในตอนนี้ฉันไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดเขาหลงเหลืออยู่แล้ว

หรือบางทีมันอาจจะไม่ได้มีมาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้

ทุกครั้งที่เราจูบกันแม้ว่าฉันจะประท้วงสักแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยรู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยง เว้นแค่ช่วงแรกที่เรารู้จักกันก็เท่านั้น

แล้วบางการกระทำของเขามันก็ทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวเช่นกัน

ทุกอย่างมันก็ชัดเจนอยู่แล้วเพียงแต่ฉันแค่ไม่อยากจะยอมรับก็เท่านั้น

“ฉันกับเธอ‘ทำ’มันไปทั้งหมดสามครั้ง” ศึกรักชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วให้อยู่ในระดับสายตา “ครั้งแรกเพราะฉันขืนใจ”

เขาพับนิ้วนางลง เหลือเพียงแค่นิ้วกลางกับนิ้วชี้

“...” พูดเรื่องแบบนั้นออกมาไม่กระดากปากบ้างหรือไง

“ครั้งที่สองเพราะเธอโดนไอ้เรย์มอม” เขายังคงพูดต่อพร้อมกับพับนิ้วกลางลง ก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนเนินอกฉันและวนนิ้วคล้ายเป็นรูปหัวใจ “แล้วก็..เมื่อคืน”

วูบนั้นฉันปัดมือเขาออก ไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้เกิดเสียงดัง ‘เพียะ’ ได้

“ถ้านายจะเค้นให้ฉันพูดว่าฉันรู้สึกดีกับมัน..” ฉันเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ยอมรับว่าอาย “ก็ใช่”

“งั้นก็คบกัน” เสียงของเขาห้วนจัด น่านับถือที่สามารถพูดออกมาได้โดยไม่ลังเล “เธอจะบอกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เธอต้องการ”

“...”

“ขอแค่เดือนแรก”

“...”

“หลังจากครบหนึ่งเดือนถ้าเธอเบื่อก็เลิกได้เลย”

หลังพูดจบก็เกิดเดดแอร์ขึ้นระหว่างเราสองคน..

ฉันตัดสินใจหันหน้ากลับไปหาเขา เราสบตากันในระยะห่างที่จะเรียกว่าใกล้ก็ไม่เชิง

“นายดูว้อนท์มาก” ในที่สุดริมฝีปากฉันก็ขยับ “ทำไมถึงอยากคบกับฉันขนาดนั้น?”

“ก็ชอบ” คำตอบของเขาทั้งสั้นและกระชับ “เคยบอกไปแล้ว ทำไมต้องให้พูดซ้ำ”

“ฉันหมายถึงว่าทำไมถึงชอบ”

อยู่ๆก็รู้สึกว่าใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ดูเหมือนว่าพอเขาได้ยินแบบนั้นก็แอบชะงักไปเหมือนกัน

“เธอรู้จักฉันแค่ไม่กี่เดือน”

จังหวะนั้นศึกรักขยับตัวเข้ามาประชิดฉันอีกครั้ง แต่คราวนี้มือแกร่งเอื้อมมาเชยคางฉัน ออกแรงกดเล็กน้อยถึงปานกลาง ในใจอยากจะปัดออก แต่..

“...”

“ฉันรู้จักเธอมาเกือบหกปีแล้ว” คำพูดของเขากับแรงกดที่ปลายคางทำเอาร่างกายฉันแข็งทื่อไปหมด “ถ้าถามว่าชอบครั้งแรกตอนไหน..ก็ตั้งแต่ตอนนั้น”

เขาว่าไงนะ

หกปีที่แล้ว?

ถ้านับย้อนกลับไปก็คงตอนอายุสิบห้า..

ศึกรักหลุบตามองริมฝีปากฉัน นัยน์ตาเขาฉายแววความจริงจัง ไม่นานก็โน้มหน้าลงมาและหยุดชะงักก่อนที่ริมฝีปากเราจะแตะกัน

ไม่สิ เฉียดไปแล้ว..แถมระยะห่างเพียงแค่นี้ทำให้ลมหายใจเราเป่ารดกันอย่างช่วยไม่ได้

“หมายความว่าไง? หกปีที่แล้ว?” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากันเป็นปม “บอกตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจที่นายพูด”

“ไม่แปลก” ไม่แปลกเหรอ?

“...”

“ตอนนั้นเธอไม่ได้ถามชื่อฉัน” ฉันไม่รู้ว่าศึกรักกำลังหมายถึงอะไร “ขอบคุณคำเดียวแล้วก็เดินหนีไปเลย”

 

Suekrak’s talks

 

“ตอนนั้นเธอไม่ได้ถามชื่อฉัน”

“...”

“ขอบคุณคำเดียวแล้วก็เดินหนีไป”

เซียร์เงียบไป เรียวคิ้วเธอขมวดมุ่น คงกำลังงงอยู่ว่าผมกำลังพูดถึงเรื่องอะไร เธอคงจะลืมมันไปแล้ว

ไม่ อย่าว่าแต่จำได้

..แค่สนใจยังไม่เลย

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว หกปีเห็นจะได้ ตอนที่ผมอยู่มอต้นและกำลังจะขึ้นมอปลาย ตอนนั้นผมถูกพ่อส่งไปเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง

ตอนแรกไม่ได้สนใจเรื่องเรียนกวดวิชา ไปบ้างไม่ไปบ้าง กระทั่งวันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งที่เรียนคลาสเดียวกันลืมเสื้อกันหนาวเอาไว้ จำได้ว่าตอนนั้นผมมองเสื้อกันหนาวที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้แล้วก็เดินออกมาอย่างไม่ได้สนใจ

มันไม่ใช่ของผม ไม่จำเป็นต้องสนใจ..

คิดแบบนั้นแต่สุดท้ายก็เดินกลับเข้าไปหยิบมันออกมา

ผมไม่รู้ว่าเจ้าของเสื้อกันหนาวตัวนั้นคือใคร ตั้งใจว่าจะเอาไปฝากแม่บ้านที่ดูแลกวดวิชาเผื่อว่าครั้งหน้าเจ้าของจะมาเอามันคืนไป

ตอนนั้นยังไม่ทันที่จะเดินออกมาจากห้องก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตรงเข้ามา เธอหยุดอยู่ตรงหน้าผม ปรายตามองเสื้อกันหนาวในมือด้วยแววตานิ่งเรียบก่อนจะพูดว่า

 

‘นั่นของฉันเอง’ เธอยื่นมือมาตรงหน้า

‘...’

‘ขอคืนด้วย’

ผมนิ่งไปและไม่ได้ยื่นเสื้อกันหนาวคืนให้เธอในทันที ครั้นเธอจะเอื้อมมือมาหยิบมันไปเองผมก็ขยับริมฝีปาก

‘ชื่ออะไร?’

‘...’

‘ถามว่าชื่อไร’

‘..เซียร์’ เธอตอบพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดมุ่น

‘อือ ฉันเจอมันวางอยู่ ถ้าเธอขอบคุณฉันจะคืนให้’

‘...’

‘...’

‘ขอบคุณ’

 

จบประโยคนั้นเธอก็เอื้อมมือมาแย่งมันคืนแล้วก็เดินออกไป ผมยืนนิ่ง ปรายตามองไปยังเก้าอี้ตัวที่เคยมีเสื้อกันหนาววางพาดอยู่

มีเด็กผู้หญิงน่ารักขนาดนี้เรียนอยู่ด้วยกันทำไมไม่เคยสังเกต?

ผมตั้งคำถามกับตัวเองในวัยสิบห้าปีก่อนที่มุมปากจะยกขึ้น นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับเซียร์ อาจเพราะตอนมอต้นผมเรียนโรงเรียนชายล้วนก็เลยไม่คุ้นเคยกับการที่มีเพื่อนผู้หญิงนั่งเรียนอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผมก็ไปเรียนกวดวิชาทุกอาทิตย์ไม่เคยขาด เป็นอย่างนั้นอยู่ประมาณสามเดือนก่อนที่ผมจะเข้ามอปลายและไม่ได้เจอเธออีก

 

“ฉัน..จำไม่ได้” นี่คือประโยคแรกที่เซียร์พูดหลังจากที่ผมเล่าเรื่องเมื่อตอนนั้นให้เธอฟังตั้งแต่ต้น

ผมผละออกก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองสำรวจร่างบางที่ผิวแก้มแดงระเรื่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะครางรับออกมาว่า “อืม”

ถามว่าตอนนั้นกับตอนนี้ตอนไหนที่เธอน่ารักกว่ากัน..

ผมจะตอบว่าตอนนั้น

ตอนนั้นน่ารัก

..แต่ตอนนี้ไม่น่ารักแล้ว

“สรุปว่าเธอเป็นแฟนฉันแล้ว” ผมพูดออกมาอย่างหน้าด้านๆทั้งที่เซียร์ยังไม่ทันได้ตอบตกลงสักคำ เรียกว่าเป็นการมัดมือชกก็คงจะได้ “ฉันก็เป็นแฟนเธอ”

“...”

“ศึกรักเป็นคนของเซียร์”

“...”

“เข้าใจไหม?”

ผมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ยอมรับว่าไม่กล้ามองหน้าตรงๆ..แต่หูก็ยังคงเงี่ยฟังด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

พรึ่บ..!

เซียร์ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ไม่นานประตูก็ค่อยๆแง้มออก

“หิวข้าว” ไม่รู้ว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่น้ำเสียงเธอเป็นปกติมาก “ไปมินิมาร์ท เดี๋ยวมา”

ผมเงียบ ได้แต่ยืนมองประตูที่ถูกปิดลงพร้อมกับเสียง ‘ปึง’ ที่ดังตามมาด้วยความรู้สึกชนิดหนึ่ง

เธอเดินออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ปฏิเสธ..?

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

ตอนนี้ผมอยู่ที่ RZ mall เซียร์บ่นว่าอยากกินอาหารญี่ปุ่น ผมเองก็ไม่ได้ขัดอะไร..แถมยังพามาส่งถึงที่ เข้ามานั่งกินเป็นเพื่อนด้วย

“จะกินอะไรก็สั่ง” ขยับริมฝีปากราบเรียบพลางปรายตามองไปยังร่างบางที่พึ่งจะรับเมนูอาหารมาจากพนักงาน “เอาให้อิ่ม”

“ป๋านักนะ” เธอว่า ก่อนหน้านี้ตอนเดินเข้ามาผมเป็นคนบอกเองว่ามื้อนี้จะเลี้ยง

“อืม” ก็ครบรอบหนึ่งอาทิตย์

“น่านับถือ”

พูดจบเธอก็เปิดเมนูพลิกไปพลิกมาอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมและหันไปพูดกับพนักงานที่กำลังยืนรอรับออเดอร์

“เอาโซบะเย็น กุ้งเทมปุระ ซาชิมิรวม แล้วก็..” เซียร์ปิดเมนูลงก่อนจะเหลือบตามองมาทางนี้“นายเอาไร”

“เอาเธอ”

“...”

“เอาแบบเธอ” ริมฝีปากผมเรียบตึง คนที่ชะงักในตอนแรกไม่ได้มีแค่เซียร์เท่านั้นแต่รวมไปถึงพนักงานที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่ด้วย

ยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนั้น..คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“โซบะเย็นกับเทมปุระอีกชุดค่ะ”

“รับเครื่องดื่มเพิ่มไหมคะ?”

“ชาเขียวค่ะ” เธอว่าก่อนจะเบือนหน้ามองมายังผมอีกครั้ง ผมเลิกคิ้วกลับไปแทนคำตอบ “สองที่”

..เป็นอันเข้าใจ

พนักงานพยักหน้ารับและไม่นานก็เดินออกไป ผมหยิบมือถือขึ้นมาหมายจะทำอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องถูกเสียงของร่างบางตรงหน้าดึงความสนใจไปซะก่อน

“ฉันสั่งซาชิมิแค่ชุดเดียว ลำพังฉันคงกินไม่หมด” เธอว่า “แต่ถ้านายอยากจะสั่งเพิ่มก็รอสั่งพนักงานเอาเองก็แล้วกัน”

“กินด้วยกันได้” ผมตอบกลับไปพลางเคลื่อนสายตากลับมาสนใจยังหน้าจอมือถือ “กินเธอด้วยก็ได้”

แชะ!

ฉิบ..ลืมปิดเสียง

“ทำอะไรของนาย” เสียงนั่นดังขึ้นพร้อมกับมือถือในมือที่ถูกมือบางเอื้อมมาหยิบเอาไป “ใครใช้ให้ถ่าย”

“อยากถ่าย”

“เพื่อ?” เซียร์รัวนิ้วกดอะไรอยู่สักพักก่อนจะยื่นมือถือคืนมาตรงหน้า “ไม่เนียน”

ผมรับโทรศัพท์คืนมา เข้าไปที่แกลลอรี่และพบว่ารูปที่ถ่ายเมื่อกี้ถูกเธอลบไปแล้ว

ไม่เป็นไร..

ถ้าไม่กู้คืนก็ถ่ายใหม่ ง่ายดี

 

“มีของที่อยากได้หรือเปล่า” ผมพึมพำออกไปโดยไม่ได้คาดหวังเอาคำตอบหลังจากที่เราทั้งคู่เดินออกมาจากร้านอาหารญี่ปุ่น

เซียร์ชะงักฝีเท้า เธอหันมาเลิกคิ้ว

“ทำไม? จะซื้อให้?”

“อืม” ผมครางรับกลับไป ยังไงซะวันนี้ก็ครบรอบหนึ่งอาทิตย์..แม้ว่าจะมีแค่ผมคนเดียวที่ใส่ใจเรื่องนี้ก็ตาม

หรือปกติแล้วต้องให้ตอนครบรอบหนึ่งเดือน?

หรือครบรอบหนึ่งปี?

ไม่รู้..ช่างแม่ง

“ศึกรัก” เธอเปลี่ยนมาเรียกชื่อ มือบางเอื้อมมาบีบสันกรามและออกแรงเค้นให้ใบหน้าผมหันไปตามแรงของเธอ “ฉันว่านายแปลกๆ ไปโดนตัวไหนมาหรือเปล่า?”

“...”

“สมองกระทบกระเทือน?”

“...”

“หรือนายไม่ใช่ศึกรัก..” เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม วูบนั้นผมเผลอแค่นหัวเราะออกมาเป็นเสียง ‘หึ’ เบาๆ

เซียร์ชักมือกลับไปหลังจากพูดจบ ไม่นานก็เดินออกไป

“อือ ไม่ใช่ศึกรัก” ผมตอบกลับไปทีเล่นทีจริงก่อนจะก้าวเท้าตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินนำหน้าไป

ยังไงผู้หญิงร้อยทั้งร้อยก็ต้องเข้าร้านเครื่องสำอางหรือไม่ก็เสื้อผ้า

และใช่ เป็นอย่างที่คิด

รอมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังเลือกไม่ได้สักตัว..

“ยังเลือกไม่ได้?” ผมปรายตามองไปยังเสื้อเปิดไหล่ที่เธอถืออยู่ในมือเกือบสี่ตัว สไตล์เดียวกันแต่แค่คนละสี เห็นเลือกมานานแล้ว “เลือกไม่ได้ก็เอาไปให้หมดนั่น”

..ไม่เห็นจะยาก

“รู้ว่านายรวย” เธอว่า “แต่เอาแบบเดียวกันหมดนี่ก็เกินไป”

“งั้นก็ไปเลือกแบบอื่นมาเพิ่ม” ผมคว้าเอาเสื้อที่เธอถืออยู่ทั้งหมดมาไว้ในมือก่อนจะดันไหล่ร่างบางให้เดินตรงไปข้างหน้า “แบบไหนหยิบมา เอากี่ตัวก็หยิบมา”

“เหอะ” ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินออกไป

ผมชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นในระดับสายตา ยืนพิจารณามันอยู่สักพัก

ตั้งใจจะใส่ไปอ่อยใครอีก..?

 

End Suekrak’s talks

 

 

คืนวันเดียวกัน

-One Wan-

 

“ฮือ เสียใจมาก เสียความรู้สึก..อึก” เสียงร้องโอดครวญเหมือนจะเป็นจะตายของลัคกี้บางทีก็ทำให้ฉันรู้สึกสงสารอยู่เหมือนกัน

“ใจเย็น” เพลิงปรามหลังจากที่เห็นลัคกี้เอาแต่ดื่มไม่หยุดตั้งแต่มาถึง “สรุปมีเรื่องอะไร”

ใช่..มีเรื่องอะไรกันแน่

มาถึงก็ดื่มไม่หยุด ถามอะไรก็ตอบไม่ตรงคำถาม เอาแต่พึมพำแล้วก็ร้องไห้ ทั้งที่เป็นคนชวนมาแท้ๆ

“ไอ้มินทร์” อยู่ๆไอ้โซนที่พึ่งมาถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็โพล่งขึ้นมาท่ามกลางความงุนงงของทุกคนในโต๊ะ “ที่เคยเล่าให้ฟัง ฉันพูดถูกไหม?”

อะไร? ใครเล่าอะไร?

“อึก..ใช่ค่ะ” เสียงแก้วเหล้ากระทบกับโต๊ะดัง ‘กึก’ ตอนนี้สายตาของเราทุกคนจดจ้องไปที่ยัยลัคกี้คนเดียว “ใช่ ฮือ”

ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่วันวาน กลุ่มฉันอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตายกเว้นรสหวานที่ติดธุระก็เลยไม่ได้มาตามนัด

แน่นอนว่าศึกรักก็ตามมาด้วย แต่เขาไปนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จัก ไม่ใช่เนียร์กับเรย์

อ้อ เขากำชับไว้ว่า ‘ห้ามอ่อยใครจนกว่าจะกลับคอนโด’ แปลความหมายได้ว่าถ้ากลับถึงคอนโดฉันจะอ่อยใครก็ตามสบาย

ที่คอนโดฉันก็มีแต่เขาไหมล่ะ..ให้ตาย

“มินทร์ที่เคยเล่าว่าเรียนสถาปัตย์ฯ?” ควีนเลิกคิ้ว แม้แต่ควีนเองก็คงจะไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก

“เออ” ไอ้โซนครางรับแทนลัคกี้ที่นั่งสะอึกสะอื้นอยู่ “วันก่อนเห็นไปเต้นยั่วเด็กมันอยู่ มาวันนี้โดนเด็กแม่งหลอกเอาเงิน..ใช่ไหม?

“ผัวโซนอย่าซ้ำเติมสิคะ!” แม้คำพูดจะติดตลกแต่ดูทรงแล้วก็คงจะเสียใจอยู่ไม่น้อย

“วันนั้นก็เตือนแล้ว” ไอ้โซนว่า เราทุกคนต่างเงียบ “แม่งเป็นไบท์ เอาได้ทั้งชายทั้งหญิง เปลี่ยนคนควงอาทิตย์ละคน”

“...”

“เออ ฉันรู้จักเพื่อนไอ้เ*ยมินทร์ เดี๋ยวจัดการให้” ว่าจบก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“ฮือ รักผัวโซนที่สุด เอาเงินลัคกี้คืนมาด้วยนะคะ” ลัคกี้กระเด้งตัวจากฝั่งตรงข้ามโผล่เข้ากอดไอ้โซนพลางซุกไซ้แนบหน้าเข้ากับแผงอก

“เท่าไหร่” ฉันถามออกไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น

จำได้ว่าครั้งนึงฉันก็เคยเตือนลัคกี้ไว้แล้วว่าระวังจะโดนผู้ชายหลอก แต่ไม่คิดว่ายัยนั่นจะหน้ามืดตามัวขนาดนั้นจริงๆ

“หมื่นสองค่ะ”

ได้ยินแบบนั้นเราทุกคนก็ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไอ้โซนที่รับปากว่าจะช่วยก็ถึงกับเบิกตาโพล่ง

เงียบอยู่นาน ฉันที่รู้สึกตะหงิดใจจึงโพล่งออกไป..

“ไปทำอีท่าไหนถึงหมดไปตั้งหมื่นสอง”

“ก็น้องอยากได้กีต้าร์” ลัคกี้ตอบกระชับ ฉันและคนอื่นๆที่นั่งอยู่ต่างถอนหายใจออกมาหลังได้ยินประโยคนั้น เป็นอันว่าเข้าใจ

“ก็เลยซื้อให้?” คราวนี้เป็นเสียงเพลิง เขาเลิกคิ้ว

“ค่ะ” ลัคกี้พยักหน้ารับ ดวงตาแดงก่ำตามประสาคนที่พึ่งผ่านการร้องไห้หมาดๆ “ฮือ แต่เสียดายเงินมากเลย”

“ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน” ควีนว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “จำไว้เป็นบทเรียนด้วย ไม่ใช่ว่าให้ผู้ชายที่ไหนมาหลอกอีก”

ฉันนั่งมองบรรยากาศโดยรอบเงียบๆ ครั้นเบือนหน้าไปทางด้านหลังก็พบว่าศึกรักที่นั่งอยู่กับเพื่อนผู้ชายของเขากำลังมองมาทางนี้

มองมา เลิกคิ้ว แล้วก็ชูมือถือขึ้น..

“ไอ้มินทร์แม่งก็เ*ยจริง” ฉันได้ยินเสียงไอ้โซนแต่ไม่ทันได้ฟังว่ามันพูดว่าอะไร

ฉันตัดสินใจหยิบมือถือตัวเองออกมาจากกระเป๋าและพบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านจากศึกรักเด้งขึ้นมา ใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ไม่กี่วิก็จับใจความได้ว่า..

 

S_Suekrak : กลับได้ยัง

 

ใช่..ใจความสำคัญก็มีเท่านี้

ส่วนที่เหลือก็มีแต่สติ๊กเกอร์ไร้สาระทั้งนั้น ทั้งรูปแมวนั่งซึม รูปหมานั่งร้องไห้ อ้อ..แล้วก็ไอ้ประโยคที่ว่า ‘ห้ามอ่อย’ นั่นด้วย

 

Me : ยัง รอไม่ได้ก็กลับไปก่อนเลย

 

ฉันกดส่ง ทว่าจังหวะนั้นไอ้โซนกลับเอี้ยวตัวเข้ามาใกล้ พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าทุกคนกำลังมองมาที่ฉัน

“ยิ้มไรคนเดียว” ไอ้โซนเป็นคนเอ่ยปากถาม น้ำเสียงมันแฝงความทะเล้นเล็กน้อย ฉันเลิกคิ้วสองข้างพลางลากสายตามองคนอื่นๆ

“หืม?” ยิ้มเหรอ

ใครยิ้ม..

“ถามว่านั่งยิ้มไร” มันถามซ้ำพลางหลุบตามองมือถือฉัน ส่วนลัคกี้ตอนนี้ก็ผละกลับไปนั่งที่เดิมแล้ว “คุยกับใคร?”

“ยุ่ง” ฉันตะเบ็งเสียงก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋า

“กูโดนอีกแล้ว” ไอ้โซนบ่นอุบอิบ ไม่นานบรรยากาศก็กลับมาเป็นปกติ ลัคกี้เลิกร้องไห้โอดครวญ ทุกคนชนแก้วสังสรรค์กันร่วมชั่วโมง

..ดื่มไปดื่มมาก็รู้สึกขมคอชะมัด

“นาย” ฉันสะกิดไอ้โซนที่นั่งข้างกันก่อนจะเผยอหน้าไปทางเหยือกน้ำเปล่าที่วางอยู่ไม่ไกล “หยิบน้ำมาให้หน่อย”

หลังจากพูดจบไอ้โซนก็ทำท่าว่าจะเอื้อมไปหยิบมาให้แต่กลับถูกฝ่ามือหนาคว้าตัดหน้าไปซะก่อน เหยือกนั้นถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน

“เริ่มมึนก็พอได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างละมุนละม่อม เป็นเพลิงนั่นแหละ “ไอ้โซนก็เมา ถ้าเมาทั้งคู่จะแย่”

คาดว่าเขาคงจะเข้าใจว่าฉันมากับไอ้โซนแล้วก็จะกลับกับมัน ถ้าเมาทั้งคู่คงจะไม่มีใครเป็นคนขับรถ ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น

ฉันพยักหน้ารับก่อนจะคว้าเหยือกน้ำมาไว้ในมือ

“กูไม่เมา” ไอ้โซนโพล่งขึ้นมาอย่างชัดถ้อยชัดคำเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีเสียงแก้วเหล้ากระทบกับโต๊ะ “มึงห่วงกูหรือห่วงเซียร์ เอาดีๆ”

มันยิ้มอย่างมีเลศนัย วูบนั้นสังเกตว่าเพลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง แค่แป๊บเดียวจริงๆ...ก่อนที่เขาจะเคลื่อนสายตามองมายังฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ห่วงเซียร์ดิ ห่วงมึงทำเ*ยไร?” มุมปากเพลิงยกขึ้น “เนอะเซียร์”

“อ้าว หยาบคายนะมึง” ไอ้โซนเลิกคิ้วพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมาไว้ในมือ “มิตรเต่าระหว่างเราแม่งหายไปไหนหมดวะ”

“...” ฉันเงียบ ทุกคนเงียบ

มิตรเต่า?

“มึงรับมุขกูดิ” มันพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกพลางเผยอหน้าไปทางเพลิง ฉันต้องใช้เวลาหลายวินาทีเพื่อที่จะเข้าใจมุขเห่ยๆนั่น “แก้ให้กูด้วย”

“ตะพาบ” ควีนเปรย

“มิตรภาพ” เสียงทุ้มของคิงที่นั่งเงียบอยู่ตลอดก็ดังตามมา

“ตึ่งโป๊ะ” ตบท้ายด้วยไอ้โซน

..บันเทิงดี

ฉันยกยิ้มมองแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามันมาดื่ม ดื่มได้ไม่กี่อึกก็ต้องวางลงที่เดิม..วันนี้ฉันไม่ค่อยจะมีอารมณ์ดื่มสักเท่าไหร่

หลังจากวางแก้วเหล้าฉันก็ลองหันไปมองยังโต๊ะที่ศึกรักนั่งอยู่อีกครั้ง ปรากฏว่าคราวนี้เขาไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมแล้ว ไม่รู้หายไปไหน

สงสัยคงจะกลับไปแล้วจริงๆ..

“เหอะ” ฉันแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆชนิดที่ว่าแทบจะแนบเนียนไปกับอากาศก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ทั้งที่คิดว่าน่าจะดื่มไม่ลงแต่กลับกลืนลงคอได้หลายอึก

ตอนแรกคิดว่าจะดื่มแค่พอเป็นพิธี แต่สุดท้ายแล้วก็..

มึนหัวชะมัด

กึก!

ฉันวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะด้วยแรงพอประมาณ ไม่สิ แรงกว่าปกตินิดหน่อยจนลัคกี้ถึงกับสะดุ้งโหยงและแผดเสียงออกมา

“กรี๊ด! อีเซียร์!” ลัคกี้ตะโกนลั่น ดูเหมือนตอนนี้อารมณ์ดิ่งจะหายไปหมดแล้วล่ะมั้ง “เบาหน่อยค่ะ แก้วแตกไหมล่ะนั่น”

“เป็นไร ใจเย็น / ห้าวมาจากไหน” เพลิงกับโซนโพล่งขึ้นมาพร้อมกัน คนนึงพูดด้วยน้ำเสียงที่เหวอไปเล็กน้อย ส่วนอีกคนก็กวนตีน

“เปล่า” ฉันตอบเพลิง

“เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนไม่อยากจะดื่ม” ควีนเอ่ยขึ้นมานิ่งๆ วูบนั้นเหมือนแอบเห็นว่ามุมปากยกขึ้นนิดหน่อยด้วย

“หงุดหงิดไร” ไอ้โซนขยับใบหน้าเข้ามาใกล้คล้ายกับจะพิจารณาอะไรบางอย่าง

“ใครหงุดหงิด”

“อ้าว ก็เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวด”

“ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวมา” ฉันลุกขึ้นยืนเพื่อตัดบทและเลือกที่จะเลี่ยงมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงแว่วของไอ้โซนดังตามมาแต่ไม่ทันได้สนใจว่ามันพูดอะไร

ครั้นเดินออกมาได้ไม่นานนักสายตาฉันก็ปะทะเข้ากับแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่ง

เสื้อสีนี้ ทรงผมแบบนี้..

อืม ใช่แน่ๆ

สองเท้าก้าวตรงไปข้างหน้าโดยไม่ต้องคิด กระทั่งเดินเข้าไปใกล้ๆฉันถึงเห็นว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว..แต่มีผู้หญิงยืนอยู่ด้วย

สัญชาตญาณออกคำสั่งให้คว้าเอาท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งของร่างสูงไว้ แน่นอนว่าพอทำแบบนั้นศึกรักก็หันมาทางนี้พร้อมกับเรียวคิ้วที่เลิกขึ้น

“อ้าว” เสียงครางดังขึ้น ไม่ใช่ของฉัน แล้วก็ไม่ใช่ศึกรัก..เป็นของผู้หญิงที่ยืนอยู่กับเขาต่างหาก “ใครเหรอคะ”

ใครงั้นเหรอ?

“หึ” ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ มอบรอยยิ้มนุ่มลึกกลับไปเป็นการทักทาย “ฉันเป็นใครแล้วมันทำไม”

“...”

“อยากได้คนของฉันจนตัวซีดตัวสั่นขนาดนั่นเชียวเหรอ..คะ” น้ำเสียงไม่ได้กระโชกโฮกฮาก แต่คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เลยทำให้ฉันกล้าพูดได้โดยไม่อายปาก

ผู้หญิงคนนั้นชะงักไป ฉันลากสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ทิ้งสายตาดูแคลนไว้และลากศึกรักออกมาจากตรงนั้น

เดินออกมาได้ไม่ไกลนักก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่ากุมมือหนาไว้อยู่ ฉันหยุดฝีเท้าก่อนจะคลายมือออกแต่เขาไม่ยอมให้ฉันทำอย่างนั้น กลายเป็นว่าศึกรักเป็นฝ่ายกุมมือฉันไว้แทน

ฉันหันหน้าไปหาเขา ตั้งใจว่าจะโวยวายใส่สักหน่อยพอเป็นพิธี ทว่าพอหันไปก็พบว่าริมฝีปากที่ปกติจะเหยียดตึงตอนนี้กำลังยิ้มอยู่

..ไม่ใช่การยกยิ้มมุมปากแบบที่เขาชอบทำ

“ยิ้มอะไร” ฉันบิดข้อมือเพื่อให้หลุดพ้นจากการกอบกุม

“...” แน่นอนว่าคำตอบที่ได้คือความเงียบ

เขาเบือนหน้าไปทางด้านข้าง และแม้ว่าแสงไฟจะค่อนข้างสลัวแต่ฉันก็มองเห็นว่าใบหูเขากำลังแดงเถือก นั่นมันทำให้ใบหน้าฉันพาลร้อนผ่าวตามไปด้วย

“นายชอบแบบนั้นเหรอ” ไม่รู้อะไรสั่งให้ให้ฉันถามออกไปแบบนั้น รู้ตัวอีกทีก็ถามออกไปแล้ว อยากตีปากตัวเองจริงๆ

เขาจะไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนก็เรื่องเขาสิ

..ทั้งที่พยายามจะคิดแบบนั้นแล้วแท้ๆ

“แบบไหน” ศึกรักเบือนหน้ากลับมา เขาเว้นจังหวะก่อนจะพูดออกมาว่า “อ้อ เปล่า..ไม่ได้ชอบ”

“...”

“ออกจากห้องน้ำมาก็เจอ ไม่คิดจะเล่นด้วย”

“...” นั่นเขากำลังจะแก้ตัวหรือไง?

“มีแฟนแล้ว สวยมากด้วย” ฝ่ามือหนาเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมฉัน วินาทีที่ปลายนิ้วแข็งกระด้างสัมผัสโดนบริเวณต้นคอนั่นทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบในอก “จะพูดแบบนั้น แต่แฟนมาพอดี”

บรรยากาศรอบตัวฉันมีเสียงโหวกเหวกรบกวนมากมาย แต่เมื่อกี้นี้กลับรู้สึกเหมือนว่ารอบตัวเงียบสงัดชั่วขณะ เสียงของเขาชัดเจนเข้ามาในโสตประสาท

วูบนั้นฉันนึกขึ้นมาได้พอดีว่าตัวเองตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำ..

“จะไปห้องน้ำ” ฉันปัดมือเขาออก พยายามหลีกเลี่ยงการสบตา “ไม่ต้องตามมา”

 

กึก!

เสียงแก้วเหล้ากระแทกกับโต๊ะทำเอาฉันที่พึ่งจะเดินกลับมาที่โต๊ะถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่เสียงไอ้โซนจะดังตามมา

“กระแทกทำเ*ยไร” มันปรามเพื่อนตัวเอง น้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย “กระแทกเก่งนะมึงเนี่ย”

“เสือก” และนั่นคือคำตอบที่ได้กลับมาจากเพลิง

“กูว่าแม่งหมดแล้วจริงๆว่ะมิตรเต่า” ไอ้โซนถอนหายใจพลางแค่นหัวเราะ ฉันมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับเข้าไปนั่งลงข้างมันตามเดิม

“คิงไปไหน”

“กลับไปแล้ว” ควีนตอบและทำท่าจะลุกขึ้นยืนหลังจากที่ฉันนั่งลง “ฉันเองก็ว่าจะกลับ ไว้เจอกัน”

“อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอยะ” ลัคกี้บ่นอุบอิบก่อนจะลุกขึ้นตามอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก สองคนนั้นคงจะมาด้วยกันแล้วก็กลับด้วยกันตามเคย

“จะอยู่ก็นั่งแท็กซี่กลับ” ควีนเอ่ยนิ่งๆตามสไตล์

“ไม่เอาค่ะ กลับดีกว่า อยู่นานๆก็ช้ำใจ..ฮึก” ดูเหมือนว่าวันนี้ลัคกี้จะไม่เมามากเท่าไหร่แฮะ “ไปนะคะผัวเพลิง ผัวโซน”

“ครับ” ไอ้โซนรับมุขยิ้มๆ

คล้อยหลังจากที่สองคนนั้นเดินออกไป ฉันกับไอ้โซนแล้วก็เพลิงต่างก็นั่งมองหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไร กระทั่งฉันเป็นฝ่ายปริปาก

“ฉันว่าฉันกลับดีกว่า”

“อ้าว อยู่เป็นเพื่อนก่อนดิ” น้ำเสียงไอ้โซนเหวอไปเล็กน้อย “เธอกลับเดี๋ยวไอ้เชี่ยเพลิงก็กลับ ทุกคนแม่งจะทิ้งกู เออ กูแม่งไร้ค่า”

มันพูดเองเออเองจนเพลิงถึงกับถอนหายใจและเอื้อมมือมาตบบ่ารับมุขอย่างติดตลก

“กูก็อยู่เป็นเพื่อนมึงไง” พูดจบเพลิงก็เคลื่อนสายตามองมายังฉัน วูบหนึ่งเหมือนแววตาเขากำลังสั่นไหวแต่ไม่นานมันก็กลับมาเป็นปกติ “..กูอยากเมา”



..........

......

-Taล์ค-

เซียร์คือเขินแหละ อื้อออ

*ใครยังไม่ได้ไปกด fav. #เฟรย์ของคิง รีบไปกดรอไว้เลยน้า ใกล้จะอัพแล้ว รอเรื่องนี้จบ~~

เรื่องนี้ดำเนินมาประมาณ 80% แล้วถ้าไม่นับรวมตอนพิเศษ อีก 20% คือพลาดไม่ได้!

ปล.ยังไม่ได้เช็คคำผิดนะ น่าจะมีอยู่ ยังไงขอโทษด้วยค่า

อย่าลืมไปคุยกันใน #ศึกรักเซียร์ ใน twitter นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 539 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #600 SalinCH (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 21:34
    เขินอ่ะ
    #600
    0
  2. #596 SoulTun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 19:00

    เซียร์หึงหรอ แหมไฟสลัวๆในผับแถบๆห้องน้ำยังจำรูปร่างทรงผมกันได้แถมคว้าแขนอย่างไวเลยด้วยน้าไม่ค่อยหึงเลยน้า

    เพลิงอย่าเพิ่งมาแสดงอาการตอนนี้รักคู่พระนางเพิ่งจะเริ่มอย่าเพิ่งแสดงอาการ

    #596
    0
  3. #595 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 10:52
    โอ๊ยย ความครบรอบหนึ่งอาทิตย์ โถ่วว พ่อคนน่ารัก พ่อคนส่งสติ๊กเกอร์แมวเหงา งู้ยย ใจบาง
    #595
    0
  4. #594 paryploy32 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:44
    ศึกรัก เอาชนะใจเซียนให้ได้นะ
    #594
    0
  5. #593 Jan_daa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:15

    Friend zone มันเจ็บเนอะเพลิง สงสารสารนางอ่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-04.png

    #593
    0
  6. #592 Jan_daa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:09

    โอ๊ยยย คุณเซียร์ คือน่ารักอ่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-08.png

    #592
    0
  7. #591 เย้เฮ้ท (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 14:06
    นางเอกหึงน่ารัก
    #591
    0
  8. #590 Princess48 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 11:55

    แค่นี้ก็น่ารักแล้ว
    #590
    0
  9. #589 Princess48 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 11:55

    แค่นี้ก็น่ารักแล้ว
    #589
    0
  10. #588 firstzy93 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 01:54
    เพลิงตามไปเห็นรึป่าว
    #588
    0
  11. #587 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:08
    ชะนีนางนั้นหงายเงิบมั้ยล่ะ 555555
    #587
    0
  12. #586 Nareerat28 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 21:21
    ตายอย่าสงบ ศพสีชมพู
    #586
    0
  13. #585 fahoung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 21:09
    ศึกรักน่ารักกกกก
    #585
    0
  14. #584 Frongkanokpan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 21:03
    ศึกรักเขินเฉยย
    #584
    0
  15. #583 SoulTun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 16:53

    ศึกรักเป็นคนของเซียร์ ตายอย่างสงบจ้าคุ้มค่ากับที่รอคอยหืออออออ

    #583
    0
  16. #582 Jan_daa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 15:59

    "ศึกรักเป็นคนของเซียร์"

    อู๊ย!! ดูพูดเข้า คุณเซียร์เอ๋ยยยย

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #582
    0
  17. #580 fahoung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 11:22
    สายเปย์ที่เเท้ทู
    #580
    0
  18. #579 Ms.right (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 06:38

    นิ่งๆสายเปย์ กรี๊ดดดด

    #579
    0
  19. #578 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 23:11
    ดีอะ ดีมากก ไม่คิดว่าศึกรักจะขนาดนี้
    #578
    0
  20. #577 firstzy93 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 23:02
    แฟนสายเปย์
    #577
    0
  21. #576 Frongkanokpan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 23:01
    ความสัมพันธ์เรียลดีนะ
    #576
    0
  22. #575 Frongkanokpan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 07:55
    งื้ออออ
    #575
    0
  23. #574 panpapiyong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 11:48
    แอบชอบเขามาตั้งนานนี่เอง ????
    #574
    0
  24. #573 SoulTun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:38

    งือสรุปเขาคบกันแล้วเนาะ

    #573
    0
  25. #572 Maimai07 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 13:17
    เขินนนนน​
    #572
    0