เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 19 : Chapter 16 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..ตามมา• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 488 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

ติด #ศึกรักเซียร์ ใน twitter เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนิยาย


Chapter 16
เพราะ..ตามมา
.....
...

          “เธอ” เสียงของเขาอ่อนลง

          “...” ศึกรักโน้มหน้าเข้ามา ฉันพบว่าใบหน้าเขาอยู่ใกล้มาก ใกล้ซะจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน

          “ฉันอยาก..”

          ฉันลากสายตากลับมาโฟกัสกับท้องถนนแม้ว่าตอนนี้อยากจะด่าเขามากแค่ไหนก็ตาม จังหวะนั้นโทรศัพท์ฉันถูกส่งคืนมาและพบว่าสายของลัคกี้ถูกตัดไปแล้ว

          ให้ตาย ไม่รู้ว่าเมื่อกี้นี้ยัยนั่นได้ยินอะไรไปบ้าง

          ..ว่าแต่เมื่อกี้นี้ศึกรักเขาพูดว่าไงนะ?

          “อะไรของนาย”

          “ฉันอยากนอน” หว่างคิ้วฉันขมวดเค้าหากัน อันที่จริงถ้าเขาอยากจะนอนก็นอนไป ไม่เห็นจะต้องมาบอกฉันซักหน่อย

          ฉันเลิกสนใจ กระทั่งยี่สิบนาทีต่อมาเราสองคนก็กลับมาถึงคอนโด แน่นอนว่าศึกรักก็ยังคงมาปักหลักอยู่ที่ห้องฉันเหมือนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

          บางวันเขาก็นอนที่นี่แต่เป็นที่โซฟา บางวันก็กลับไปนอนที่ห้องตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

          ส่วนวันนี้..

          “ใครสั่งให้นายเข้ามา” ใช่ หลังออกมาจากห้องน้ำฉันก็พบว่าเขาถือวิสาสะเข้ามานอนอยู่บนเตียงแล้ว

          “มึนหัว” เขาพึมพำทั้งทีเปลือกตายังคงปิดสนิท มือข้างนึงยกขึ้นก่ายหน้าผาก เขาค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมา “ขอนอนก่อน ไว้จะออกไป”

          “ถ้านายไม่รีบลุกฉันจะลากนายออกไป ว่าไง?” หางคิ้วฉันกระตุก

          จะนอนอยู่แล้วยังจะต้องมาหงุดหงิดกับเขาอีก มันใช่เรื่องที่ไหนล่ะ

          “ก็ลองลากดู” ฝ่ามือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันเอาไว้ ออกแรงกระตุกนิดหน่อยคล้ายจะบอกว่า ‘รีบลากซะสิ’

          ได้ศึกรัก..ได้

          พรึ่บ!

          ในจังหวะที่ฉันออกแรงฉุดกระชากเพื่อให้เขาลุกจากเตียง อยู่ๆฉันก็เป็นฝ่ายล้มลงไปคร่อมทับบนตัวเขาด้วยฝีมือของเขาเอง

          “ถ้าลากไม่ได้ก็นอนนี่”

          เนินอกฉันเสียดสีอยู่กับแผงอกแกร่ง ฉันตั้งใจจะผละออกแต่กลับถูกศึกรักออกแรงกดจนใบหน้าฉันซุกอยู่กับซอกคอเขา กลิ่นเหล้ากับกลิ่นกายอ่อนๆโชยมาเตะจมูก ใบหน้าฉันร้อนผ่าว

          “ท..ทำอะไรของนาย” น้ำเสียงฉันกระท่อนกระแท่น ลมหายใจปัดเป่าซอกคอเขา ศึกรักสอดเรียวนิ้วเข้ามาขยุ้มเรือนผมฉันทางท้ายทอย

          “พูดมาก” อยู่ดีๆตอนนั้นเขาก็พลิกตัวขึ้นมา กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังคร่อมร่างฉัน ส่วนฉันก็นอนอยู่ใต้ร่างเขา

          ท่าแบบนี้มัน..ออกจะล่อแหลมเกินไปหน่อยมั้ง

          “ลุกออกไปเดี๋ยวนี้” ฉันทำใจดีสู้เสือ แม้จะรู้ว่าแค่คำพูดพวกนั้นก็ไม่อาจทำให้เขาผละออกไปได้ก็ตามที

          “อืม วันนี้ไม่ใส่บรา” ศึกรักฝังใบหน้าลงมาที่ซอกคอฉันเหมือนกันกับทีฉันฝังใบหน้าลงกับซอกคอเขาเมื่อกี้นี้ ถึงเสียงเขาจะอู้อี้แต่ฉันก็ได้ยินชัดเจนว่าเขาพูดอะไร “ยั่ว?”

          ..ว่าไงนะ

          “จ..จะทำอะไร” นัยน์ตาฉันเบิกโพล่งเมื่อริมฝีปากหยักลึกขบเม้มซอกคอ ความรู้สึกที่เหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วร่างชวนให้เหตุการณ์แบบนี้ในอดีตไหลย้อนเข้ามาในหัวเหมือนเดจาวู

          “ฉันง่วง ไม่ทำอะไรหรอก” เขาเคลื่อนริมฝีปากจากซอกคอขึ้นมาบริเวณใบหูก่อนจะกระซิบด้วยเสียงแผ่วปนแหบพร่า “หวังจะให้ทำอะไร?”

          ใครหวัง? เขามันคิดเองเออเองทั้งนั้น

          “อย่ามาพูดบ้าๆนะศึกรัก” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน

          “..หอม”

 

          บ่ายวันต่อมา

 

          เมื่อเช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาโดยพบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างกายศึกรัก แต่นั่นไม่แย่เท่ากับการที่เขาเดินตามมาประกบฉันถึงในโซนชุดว่ายน้ำผู้หญิงของห้างแบบนี้

          ไม่สิ มันก็แย่พอๆกันนั่นแหละ

          “ซื้อไปทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาในระหว่างที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการเลือกชุดว่ายน้ำสำหรับไปทะเลในวันเสาร์นี้

          “เรื่องของฉัน นายจะไปไหนก็ไปก่อน ไว้ฉันซื้อเสร็จแล้วจะโทรบอก”

          “ฉันถามว่าเธอจะซื้อไปทำไม” มือหนาเอื้อมมาคว้าเอาชุดทูพีซในมือฉันไปถือไว้ ฉันตั้งท่าจะโวยวายแต่กลับต้องมาชะงักเพราะนัยน์ตาคมกริบนั่นซะก่อน “ตอบ”

          “ฉันจะไปทะเล” ฉันถอยหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

          “วันไหน?” เขายังคงถามต่อ

          “เสาร์นี้”

          “กับใคร?”

          “นายจะอยากรู้ไปทำไมนักหนา เอาคืนมาได้แล้ว” มือข้างหนึ่งยื่นไปตรงหน้า ศึกรักมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะยอมคืนทูพีซตัวนั้นมาให้แต่โดยดี

          “ตัวนี้ไม่เหมาะ ตัวนั้นดีกว่า” เขาแทรกตัวผ่านร่างฉันก่อนจะเอื้อมไปคว้าชุดว่ายน้ำแบบวันพีซตัวหนึ่งและยื่นมันมาให้

          ฉันใช้สายตาลากมองผ่านๆก่อนจะหันหน้ากลับมาเลือกดูชุดอื่นต่อ

          ..ที่เขาเลือกมานั่นออกจะเชยไปนิด เป็นแค่วันพีซเรียบๆที่แทบไม่มีอะไรเลย

          “ฉันชอบใส่ทูพีซมากกว่า” ฉันตอบกลับไปแค่นั้น

          หลังจากที่เลือกตัวที่ถูกใจมาได้ฉันก็เดินมาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ แต่ใครจะคิดว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะยื่นเงินให้พนักงานกลับโดนศึกรักชิงตัดหน้าซะก่อน

          “ชุดนั่นถือว่าซื้อให้” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะผละออกไป

          “เดี๋ยวสิ นายไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาจ่ายเงินแทนฉันซะหน่อย” ฉันเดินตรงไปขนาบข้างกับศึกรักทันทีที่ออกมานอกร้าน

          คนอย่างเขานึกจะทำอะไรก็ทำ

          ..ชักจะเอาแต่ใจเกินไปหน่อยแล้วมั้ง

          “ไม่มีความจำเป็น?” ฝีเท้าเขาหงุดชะงัก ส่งผลให้ฉันที่เดินตามเขามาก็ต้องหงุดชะงักด้วยเช่นกัน  “ก็บอกว่าซื้อให้”

          “นั่นแหละ นายไม่ต้องซื้อให้ฉันก็ได้ ยังไงซะฉันก็..”

          “ให้ดีๆไม่ชอบ แลกกับการนอนกับฉันคืนนี้เป็นไง?” ใบหน้าเขานิ่งเรียบ แต่นัยน์ตาคมกริบกับจ้องลงมาคล้ายกำลังรำคาญ

          นี่ ฉันต่างหากไม่ใช่เหรอที่ควรจะรำคาญเขาน่ะ

          ยิ่งไปกว่านั้น..

          “คิดว่าตัวเองเป็นใคร ฉันไม่ใช่พวกผู้หญิงที่พร้อมพลีกายให้นายหรอกนะ”

          “ฉันคงเป็นผัวเธอมั้ง”

          “...”

          “..ในอนาคต”

          “เสียใจด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นนายคงจะหมดอนาคตแล้วล่ะ” ฉันพยายามข่มอารมณ์คุกรุ่นเอาไว้ในใจ ทำเป็นไม่รู้ ทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้นี้

          ทำได้ซะที่ไหนกันล่ะ

          “ก็อยากลองหมดอนาคตดู” มุมปากเขากระตุกขึ้น

          “รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

          “ไม่รู้สิ”

          ผู้ชายคนนี้นี่มัน..

 

          หลังจากวันที่ไปเลือกซื้อชุดว่ายน้ำนั่นก็ผ่านมาสองวันแล้ว และใช่..วันนี้คือวันที่ฉันมีนัดกับพวกนั้นว่าจะไปทะเลกัน

          “ขนอะไรไปเยอะแยะ” ทันทีที่เดินออกมาจากห้องนอน ศึกรักที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ปรายตามามองฉันก่อนจะถามคำถามที่ไม่น่าถามออกมา

          จะว่าไปเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้มานอนที่ห้องฉัน รู้สึกว่าจะกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง..แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาโผล่หัวอยู่ที่นี่ได้

          “ฉันไปค้าง ไม่เห็นจะเยอะตรงไหน”

          “กี่วัน”

          “ไม่รู้ ไว้อยากกลับก็จะกลับ” พูดจบฉันก็เดินออกมาจากห้องโดยที่ไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับไปมองเขา

          อันที่จริงพวกฉันคุยกันไว้แล้วว่าจะไปค้างสามวันสองคืน แต่ฉันเลือกที่จะตอบเขาไปแบบนั้นเอง

          ไม่รู้สิ อยู่ๆก็รู้สึกว่าอยากจะตอบแบบนั้น

          ฉันลงมารอคิงที่หน้าล็อบบี้ของคอนโด ไม่นานหมอนั่นก็มาถึง..และดูเหมือนว่าจะพาใครบางคนมาด้วย

          ต้องบอกก่อนว่าคราวที่แล้วกลุ่มฉันอัดกันไปบนรถMPVของบ้านเพลิง แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าเพลิงจะขอมาไม่ได้ พวกเราก็เลยต้องแยกรถกันไปแทน

          ฉันไปกับคิง ส่วนลัคกี้กับรสหวานไปรถควีน เพลิงกับไอ้โซนแยกรถคันไปคนละคัน

          ถ้าเอาตามจริงแล้วฉันควรจะไปกับโซนมากกว่า แต่นั่นแหละ..ฉันไม่อยากนั่งกับมันก็เลยขอติดรถคิงไปแทน ฉันถามคิงแล้ว หมอนั่นบอกว่าไม่มีปัญหาอะไร

          แต่ดูสิ ใครจะคิดว่าเขาจะพาผู้หญิงมาด้วย

          “สวัสดีค่ะ” หลังจากเอากระเป๋าเดินทางไปเก็บไว้ที่ท้ายรถ ฉันก็เปิดประตูขึ้นมานั่งที่เบาะข้างคนขับ แต่พอมองไปด้านหลังก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอทักทายฉัน

          ฉันพยักหน้ารับนิดหน่อยอย่างงุนงง แต่เดี๋ยว..

          “ทำไมเธอไม่มานั่งเบาะหน้า” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าเธอจะชื่อเฟรย์

          ถ้าให้ถูกฉันควรจะไปนั่งข้างหลังส่วนเธอก็มานั่งข้างหน้าสิ

          “แบบนี้ดีแล้วค่ะ” เธอตอบมาแค่นั้น คิงเองก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรเพราะงั้นสรุปแล้วฉันก็เลยนั่งที่เบาะข้างคนขับ

          บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีใครพูดอะไร คงเพราะปกติคิงเองก็เป็นคนเงียบๆอยู่แล้ว

          ให้ตาย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นก้างขวางคออยู่เลย

 

          “คุณเซียร์คะ” เสียงเรียกดังขึ้นในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งฟังเพลงอยู่บนรถ

          “หืม” ฉันถอดหูฟังออกข้างหนึ่งก่อนจะหันไปหาเจ้าของเสียง

          “ขนมค่ะ” ถุงขนมขบเคี้ยวถุงยื่นมาตรงหน้า ฉันรับมันมาไว้ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงขอบคุณ

          “ออกใหม่เหรอ”

          “คะ?”

          “รสนี้” ฉันชูถุงขนมในมือ เฟรย์มองมันนิดหน่อยก่อนที่รอยยิ้มบางเบาจะผุดขึ้นมา

          “อ้อ ค่ะ” เธอพยักหน้า

          ผู้หญิงคนนี้ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกซื่อๆล่ะมั้ง ดูไม่มีพิษมีภัย

          ..ฉันคิดว่านะ

          “ว่าจะถาม” อยู่ๆคิงที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอ่ยออกมา เขาปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะลากสายตากลับไป “ปกติแล้วจะไปกับไอ้โซนไม่ใช่?”

          คำพูดของคิงออกจะเข้าใจยากนิดหน่อย ฉันคิดว่าเขาน่าจะหมายถึง ‘ถ้าเป็นปกติฉันจะต้องไปกับไอ้โซนไม่ใช่เหรอ’ ล่ะมั้ง

          “อ้อ ฉันมารบกวนนายสินะ”

          “ไม่ได้หมายความแบบนั้น” น้ำเสียงเขาห้วนจัด แต่ถึงแบบนั้นไม่ว่าฉันหรือคนอื่นๆก็ชินกันแล้ว

          หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก กระทั่งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงโรงแรมที่ควีนเป็นคนจองไว้ อาจจะเป็นเพราะคิงขับรถเร็วด้วยล่ะมั้งถึงมาถึงก่อนคนอื่นๆ ส่วนพวกลัคกี้ที่ใกล้จะถึงก็บอกว่าให้พวกฉันเข้าไปเช็คอินไว้ก่อนได้เลย

          ยิ่งไปกว่านั้น ฉันได้รับข้อความจากศึกรัก..

 

          S_Suekrak : (ส่งรูปภาพ)

 

          เป็นรูปลูกหมาสีขาวตัวหนึ่งที่ไม่ว่าดูยังไงก็คงจะเป็น ‘เจ้าชาย’ ของคุณนิชชา

          ..เขาส่งมันมาโดยที่ไม่ได้พิมพ์อะไรมาต่อ

 

          Suekrak’s talks

 

          “ทำไมไม่พาหนูเซียร์มาด้วยกันล่ะ ทะเลาะกันเหรอ?” เสียงที่คุ้นเคยทำให้ผมหลุดออกจากห้วงภวังค์ “ตั้งแต่คราวนั้นที่ฝากเส้นไหมเอาเสื้อผ้าไปให้ก็ไม่เห็นมาตามสัญญาเลย”

          น้ำเสียงตัดพ้อพวกนั้นทำให้เรียวคิ้วผมขมวดเข้าหากัน “สัญญา?”

          “จะว่าไปลมอะไรหอบลูกกลับบ้านล่ะเนี่ย” แม่เปลี่ยนเรื่อง ดูเหมือนว่าการที่ผมกลับมาบ้านในเวลาแบบนี้ดูจะเป็นเรื่องแปลกล่ะมั้ง “อย่าบอกนะว่าโดนหนูเซียร์เขาหักอกเข้าก็เลยกลับมาอ้อนแม่น่ะ หืม”

          “แม่” ผมทำได้แค่เรียกแม่นิ่งๆ ตวัดสายตาไปมองนิดหน่อยเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่พูดมานั่นมันไม่ใช่

          “แม่ล้อเล่นจ้ะ” รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นมา แววตาอ่อนโยนจ้องมองลูกหมาสีขาวที่นอนอยู่บนตักผม “ส่งเจ้าชายมาให้แม่สิ ได้เวลาอาหารของมันแล้ว”

          “อ้อ” ผมครางรับในลำคอก่อนจะส่งลูกหมาคืนให้แต่โดยดี

          ลูกหมาตัวนั้น..ผมเป็นคนเลือกมันมาเองกับมือ ชื่อผมก็เป็นคนตั้งให้ น่าแปลกนิดหน่อยที่พอย้อนกลับไปคิดแล้วก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงตั้งชื่อนั้น

          แต่ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะชอบ คราวก่อนผมเคยเห็นเธอกอดมัน

          ..ควรจะดีใจ

          “แล้วเรื่องไปแคสบทตัดสินใจได้หรือยัง” หลังจากที่อุ้มเจ้าชายออกไปให้ป้าแม่บ้านแม่ก็กลับเข้ามานั่งตรงข้ามผมอีกครั้ง “แม่ก็ไม่อยากบังคับลูกหรอก แต่ไปลองดูซักหน่อยก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ ไหนๆพ่อเขาก็อุตส่าห์ไปคุยให้แล้วนะ”

          ผมเงียบเมื่อได้ยินประโยคนั้นออกมาจากปากแม่

          ไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ก็มีความคิดเหมือนๆกันหมด อยากจะให้ผมเข้าวงการ ใช้อาชีพนักแสดงหากินในฐานะลูกชายของอดีตดาราดัง

          ..สำหรับผมแล้วมันคือการเอาตัวเองไปขาย

          “พ่อสั่งให้แม่มาเกลี้ยกล่อมผม?”

          “เฮ้อ” แม่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่าทางคงจะเหนื่อยหน่ายกับผมแล้วจริงๆ “จะว่าไปวันก่อนเส้นไหมพึ่งจะมาหาแม่ มีผู้ชายขับรถมาส่งด้วยนะ”

          “...” ดูเหมือนการเปลี่ยนหัวข้อสนทนารอบนี้จะเรียกความสนใจจากผมได้นิดหน่อย

ผู้ชายเหรอ..

          จะว่าไปช่วงนี้ผมเองก็ปล่อยปละละเลยเด็กคนนั้นไปมากเหมือนกัน

          “ตอนแรกแม่ก็ทำเป็นไม่สนใจนะ แต่เห็นเส้นไหมบอกว่าเป็นพี่ชายของหนูเซียร์ แม่ก็เลยชวนมากินข้าวด้วยกัน”

          “แม่กำลังจะบอกอะไร” เรียวคิ้วผมเลิกขึ้น ถ้าเดาไม่ผิดผู้ชายคนนั้นคงจะเป็นไอ้เ*ยโซน มันถนัดเรื่องเข้าสังคม การประจบแม่ผมคงทำได้ไม่ยาก

          “ถ้าได้มาเป็นเขยสะใภ้ทั้งพี่ทั้งน้องก็ดีน่ะสิ” แม่ยิ้มกรุ้มกริ่ม ดูท่าแล้วคงจะชอบมันมาก

          “ผมไม่ชอบมัน”

          “แล้วที่ไปยุ่งกับหนูเซียร์น่ะ ขออนุญาตพี่ชายเขาแล้วเหรอ” ผมชะงักนิดหน่อย แค่นิดหน่อยจริงๆ

          “..ไม่เกี่ยวกัน”

      

          ผมนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่ที่บ้านจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น ระหว่างที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาก็เจอสตอรี่ไอจีของผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิ..เรียกผู้หญิงซะทีเดียวก็คงจะไม่ถูก

          ถ้าจำไม่ผิดคนคนนี้เป็นเพื่อนเซียร์

          ในสตอรี่เป็นภาพถ่ายภายในโรงแรมแห่งหนึ่งพร้อมกับแท็กสถานที่ สตอรี่ถัดมาเป็นวิดีโอรวมกลุ่ม หนึ่งในนั้นมีเซียร์ ข้างเธอเป็นผู้ชายที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี..ถ้าจำไม่ผิดมันชื่อเพลิง

          ผมกดย้อนกลับไปยังสตอรี่ก่อนหน้าที่มีแท็กของโรมแรมอีกครั้ง

          ..มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้น

 

          End Suekrak’s talks

 

          ฉันหมดเวลาช่วงบ่ายไปกับการนั่งรอพวกคนอื่นๆที่ยังมากันไม่ถึง โดยเฉพาะไอ้โซนที่มาถึงเป็นคนสุดท้าย ทั้งๆที่พวกเรานัดกันไว้ว่าจะมาถึงที่นี่ตอนบ่ายสองโมงแต่มันกลับโผล่หัวมาตอนหกโมงเย็น

          ช่วงห้าโมงเย็นถึงหกโมงเย็นก่อนที่ไอ้โซนจะมา ฉันกับคนอื่นๆก็ไปนั่งเล่นกันที่ริมหาด ชุดว่ายน้ำทูพีซที่พึ่งซื้อมาฉันยังไม่ได้เอาออกมาใส่ ตั้งใจไว้ว่าจะเอาไว้ใส่วันพรุ่งนี้

          ส่วนตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม..ฉันกำลังนั่งรอคนอื่นๆที่ล็อบบี้ของโรงแรมเพราะเรานัดกันไว้ว่าจะออกไปกินข้าวเย็นกัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีใครลงมา

          “ไม่นึกว่ามาถึงแล้วจะเจอเลย” เสียงทุ้มคุ้นหูดึงความสนใจให้ฉันละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ ร่างสูงที่ปรากฏตัวตรงหน้าทำให้นัยน์ตาฉันเบิกโพล่ง

          ..ทำไมมาอยู่ที่นี่

          “น..นายมาได้ยังไง”

          “ตามเธอมา” คำตอบอันแสนเรียบนิ่งกลับทำให้แขนขาฉันชาวาบ

          “..นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด พยายามที่จะไม่แสดงออกว่าตกใจ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ปิดไม่มิดแล้ว

          ฉันตกใจ ตกใจมากด้วย

          “ไม่เห็นยาก” เขาจะล้มตัวลงนั่งข้างๆฉัน ไหล่เราแตะกัน..ฉันรู้ว่าเขาจงใจที่จะขยับเข้ามาใกล้ “คืนนี้นอนด้วย ไม่รู้จะไปพักที่ไหน”

          “นายจะบ้าหรือเปล่า?!” ฉันหันไปถลึงตาใส่ศึกรักแทบจะในทันที และดูเหมือนว่าจะตะโกนเสียงดังไปจนคู่รักชาวต่างชาติที่พึ่งจะเดินผ่านไปหันมามอง

          แต่เมื่อกี้นี้ฉันว่าฉันได้ยินไม่ผิดแน่ๆ..

          “นอนด้วย บ้าตรงไหน?” สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองฉันราวกับจะกลืนกินกันซะตรงนี้ “วันก่อนก็นอนด้วยกัน ทำลืม?”

          “เซียร์” ในจังหวะที่ฉันกำลังจะโต้กลับก็มีใครบางคนเดินตรงเข้ามาทางนี้พอดี “..นาย?”

          เป็นรสหวาน

          ..ยัยนั่นจ้องหน้าศึกรักเหมือนกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

          ถ้าให้เดาเธอคงมีคำถามว่า ‘ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่’ อยู่ในหัว

          ใช่ ฉันก็สงสัยเหมือนว่าทำไมเขามาอยู่ที่นี่

          รสหวานกับศึกรักมองหน้ากันข้ามหัวฉัน เราสามคนเงียบกันไปหลายวินาที กระทั่งฉันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง

          “รสหวาน” ฉันเรียกชื่อรสหวานพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรายตามองศึกรักวูบหนึ่งก่อนจะลากสายตากลับมาหาเพื่อนตรงหน้า “อย่าบอกพวกนั้นว่าเจอเขาที่นี่”

          จังหวะนั้นศึกรักยืนขึ้นมาประกบฉันทางด้านหลัง แผ่นหลังฉันแนบชิดกับแผงอกเขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา ผิวแก้มของเขาสัมผัสกับเส้นผมฉัน

          ..นัยน์ตาฉันเบิกโพล่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

          “อืม” รสหวานครางรับ ยัยนั่นมองฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลากสายตาขึ้นไปมองร่างสูงทางด้านหลังฉัน ซักพักก็เดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ห่างออกไป

          ฉันคิดว่ารสหวานมีคำถามอยู่พอสมควร แต่เธอเลือกที่จะไม่ถามออกมา..ยัยนั่นไม่ค่อยถามอะไรมากมาแต่ไหนแต่ไร นั่นถือว่าโชคดีไปที่เป็นรสหวานไม่ใช่ลัคกี้หรือไอ้โซน

          “ส่วนนาย..” ฉันหันกลับไปสบตากับศึกรัก มือทั้งสองข้างยื่นออกไปผลักแผงอกเขาให้ถอยห่างและแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “จะไปไหนก็ไป”

          น้ำเสียงฉันไม่ได้แข็งกร้าวหรือกระโชกโฮกฮาก ออกจะปกติด้วยซ้ำ

          “...” ศึกรักเงียบ เขาแบมือข้างหนึ่งตรงหน้าฉัน

          “อะไร?” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน

          ไอ้ท่าทีแบบนั้นมันอะไร ไอ้แววตาแบบนั้นด้วย..แล้วไหนจะเป็นการที่มายืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้อีก เขาคิดอะไรอยู่กันแน่

          “คีย์การ์ดห้อง” ร่างสูงตรงหน้ากระดิกนิ้วสองสามที มุมปากเขายกขึ้น “อยู่ไหน? เอามา”

          “คีย์การ์ดอะไรของนาย อย่ามาตลก” ฉันแค่นเสียง

          ศึกรักทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ หว่างคิ้วเขาขมวดเข้าหากันราวกับกำลังหงุดหงิดที่ฉันไม่ได้ดั่งใจ

          “ฉันไม่ได้จองห้องไว้”

          “...”

          “นอนกับเธอไม่เสียหาย..ไหนคีย์การ์ด?”

          ที่ว่า‘ไม่เสียหาย’นั่นมันเขาไม่ใช่เหรอ แล้วฉันล่ะ..

          “อย่ามาคิดเองเออเองถ้านายไม่ใช่ฉัน” การสนทนาระหว่างเราอยู่ในขั้นปกติ

          “ไม่ทำอะไร” น้ำเสียงของเขายังคงเรียบนิ่ง และนัยน์ตาคมกริบนั่นก็ยังคงตรึงฉันอย่างไม่ละไปไหน “ถ้าฉันทำ เธอก็ทำกลับ”

          เดี๋ยวสิ..

          แบบนั้นมันไม่ได้หมายความว่าถ้าเขาทำอะไรฉันก็ให้ฉันทำคืนเขาแบบเดียวกันหรอกเหรอ

          “เซียร์” เสียงเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลังอีกครั้งทำฉันสะดุ้งโหยง แต่เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นรสหวานเช่นเคย “พวกนั้นกำลังจะลงมาแล้ว”

          โอเค ฉันรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร

          ฉันพยักหน้ารับนิดหน่อย ไม่นานรสหวานก็เดินออกไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม สายตาฉันมองฝ่ามือหนาตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบวัตถุทรงสี่เหลี่ยมมาวางบนมือเขา

          “นั่นไงคีย์การ์ด อยากได้นักไม่ใช่เหรอ”

          “ไม่นึกว่าจะยอมให้” เขาพึมพำออกมาพร้อมกับเก็บคีย์การ์ดใส่กระเป๋ากางเกง “กลัวขนาดนั้นเลย?”

          “กลัว?”

          “กลัวเพื่อนเธอเห็นว่าฉันอยู่ที่นี่”

          “...”

          “กับเธอ” นิ้วชี้ของเขาจิ้มลงมาที่ไหปลาร้าฉันในท้ายประโยค มุมปากเขายกขึ้น ใบหน้าเขาโน้มลงมาจนปลายจมูกเราเกือบจะแตะกัน

          อย่าลืมว่าที่นี่เป็นล็อบบี้โรงแรมที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา

          เรายืนจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานศึกรักก็เดินออกไป ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังจะไปไหน แต่ที่แน่ๆตอนนี้คีย์การ์ดของฉันอยู่ที่เขาแล้ว

          เอาเถอะ เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

          “อีเซียร์!” เสียงตะโกนเรียกชื่อฉันดังขึ้นมา ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นนังกะเทยลัคกี้ ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะพึ่งลงมาได้ไม่นาน “เมื่อกี้คุยกับใครยะ! ฉันเห็นนะ ผู้ชายใช่มั้ยตอบ?!”

          “...”

          “ไม่ถึงครึ่งวันก็ได้ผู้ซะแล้ว น่าหมั่นไส้ที่สุด!” ลัคกี้คิดเองเออเองและพูดออกมาเป็นตุเป็นตะ วินาทีนั้นฉันมองตรงไปทางด้านหลังและพบว่าไอ้โซนลงมาแล้ว

          คำถามคือมันลงมาตั้งแต่ตอนไหน..

          “ไอ้โซนลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันข้ามหัวข้อสนทนานั้นของลัคกี้ไป

          “จะไปรู้มั้ยล่ะ ลัคกี้พึ่งลงมาเมื่อกี้ก็เห็นผัวโซนยืนอยู่แล้วนะ”

          ไอ้โซนกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่กับใครซักคน หน้าตามันเคร่งเครียดราวกับกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ ฉันลากสายตากลับมาและเลิกสนใจ..หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ลงมากันจนครบ

 

          สิบนาทีต่อมาเราก็มาอยู่ที่ร้านอาหารซีฟู้ดใกล้กับโรงแรม โชคดีที่ห้องวีไอพีของร้านว่างพอดี เราทุกคนก็เลยเข้าไปนั่งกันในนั้น

          บรรยากาศคึกครื้นเฮฮาเพราะมีลัคกี้กับไอ้โซนคอยสร้างสีสัน แต่คนที่ดูเหมือนจะอึดอัดที่สุดในตอนนี้เห็นจะเป็นเฟรย์ล่ะมั้ง

          ก็นะ..ถ้าฉันเป็นเธอฉันก็คงอึดอัด

          “เซียร์” เสียงกระซิบของร่างสูงที่นั่งข้างกันทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงภวังค์ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเพลิงนั่นแหละ

          “หืม” ฉันครางรับโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ทั้งตัวฉันทั้งเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

          “เห็นนั่งเงียบๆ เป็นอะไรหรือเปล่า” ฉันรับรู้ถึงความเป็นห่วงจากน้ำเสียงนั่นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์มันคืออะไรฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน “มาผ่อนคลาย ใครเขาทำหน้าเครียดแบบนั้น”

          “ฉันทำหน้าเครียด?” จังหวะนั้นฉันหันไปมองหน้าเพลิงและพบว่าเขาเองก็มองหน้าฉันอยู่เหมือนกัน นัยน์ตาเขาเบิกขึ้นนิดหน่อย แต่แล้วไม่กี่วินาทีมันก็กลับมาเป็นปกติ

          เอาจริงๆฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอทำหน้าเครียดไปตอนไหน

          “ยิ้มสิ”

          “หืม?” เรียวคิ้วฉันเลิกขึ้น เพลิงเบือนหน้ากลับไปดังเดิมก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วกว่าเดิมในประโยคต่อมา..

          “ไอ้โซนมันจะได้หายห่วง” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะเอ่ยเรียกเขา

          “เพลิง” เพลิงหันมา เราสบตากันค้างไว้อยู่อย่างนั้น ฉันตัดสินใจฉีกยิ้มยิงฟันใส่เขา “ยิ้มแย้ว(ยิ้มแล้ว)”

          เห็นได้ชัดว่าเขาชะงัก วูบนั้นฉันหลุดขำออกมานิดหน่อยและดูเหมือนว่าพวกลัคกี้จะมองเห็นท่าทีของเราก็เลยโห่แซวขึ้นมา

          “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอน่าหมั่นไส้ของลัคกี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าฉันจางหายไป

          เชื่อมั้ยว่าทันทีที่ลัคกี้มองฉันและทำท่าทีแบบนั้นทั้งโต๊ะก็หันมามองฉันเป็นตาเดียว บางคนที่ไม่รู้เรื่องก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ส่วนคนที่รู้ก็มองฉันสลับกับเพลิงพลางยกยิ้มกรุ้มกริ่ม

          “พอเลย มองไร” ฉันโพล่งออกไป

          ..ไม่เข้าใจคนพวกนี้เลยจริงๆ

          “ผัวโซนล่ะก็ มองอะไรคะ!” ลัคกี้จีบปากจีบคอพลางหันไปตบไหล่ไอ้โซนเบาๆ ส่วนไอ้โซนก็ยกยิ้มนิดหน่อย

          “มึงอะมองไรไอ้คิง” มันหันไปกระทุ้งศอกใส่คิงที่นั่งข้างกัน

          “มองไร” ดูเหมือนคิงจะเป็นไปอีกคน หมอนั่นหันไปหาเฟรย์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

          “คะ?” เธอเลิกคิ้ว

          “มึงเล่นไม่ดูเลยไอ้เชี่ยคิง โห่ ไม่หนุกเลย” ไอ้โซนบ่นอุบอิบคล้ายกับว่าเสียดายอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันรู้ดีว่ามันกำลังเสียดายอะไร “แล้วมึงอะไอ้เพลิง มองไรวะ?”

          “กู?” เพลิงครางรับ ไอ้โซนคลี่ยิ้มพร้อมกับมองหน้าฉันสลับกับเพลิงไปมาราวกับมีนัยแฝง “กูมองอะไรแล้วหนักหัวมึงด้วย?”

          ..ดีมากเพลิง

          มุมปากฉันยกขี้น วูบนั้นหลังตอกกลับไอ้โซนเพลิงพึมพำอะไรบางอย่างซึ่งฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามีแค่ฉันคนเดียวที่ได้ยินประโยคนั้น..

          “ไม่ต้องไปฟังคนอื่นมากนักหรอก”

 

          หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จพวกฉันตกลงกันว่าจะไปดื่มกันต่อที่ผับ ผับที่เลือกนี้แตกต่างจากวันวานที่ฉันไปเป็นประจำเพราะว่ามันค่อนข้างจะเสียงดังและมีชาวต่างชาติอยู่ประปราย

          ฉันไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่เพราะงั้นดื่มได้แค่นิดเดียวฉันก็เลยเลือกที่จะปลีกตัวกลับมาที่โรงแรม

          ..และตอนนี้ฉันก็อยู่หน้าห้องพัก

 

          Me : อยู่ไหน ฉันเข้าห้องไม่ได้

 

          ไม่ต้องสงสัยว่าฉันส่งข้อความไปหาใคร..มีอยู่คนเดียวที่ถือคีย์การ์ดห้องพักของฉันอยู่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าคืนนี้ฉันคงต้องมาเล่นสงครามประสาทกับเขาต่อ

          แอดดด~

          ไม่มีข้อความใดๆตอบกลับมา ทว่าไม่กี่วินาทีประตูหน้าห้องก็เปิดออก..

          “หายไปไหนนาน” ศึกรักเป็นฝ่ายปริปากพูดก่อน เขาจ้องหน้าฉันก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้ๆจนฉันต้องขยับถอยห่าง “กลิ่นเหล้า?”

          ดูเหมือนฉันคงจะไม่ต้องตอบคำถามเขาแล้วล่ะมั้ง..

          “เมาหรือเปล่า” เขายังคงถามต่อ

          ฉันไม่ได้ตอบในทันที ใช้เวลาไม่นานก็แทรกตัวเข้ามาในห้องได้สำเร็จ..ประตูถูกปิดลง เรายืนจ้องหน้ากัน

          “เมา..มั้ง” ฉันตอบกลับไปแบบทีเล่นทีจริงก่อนจะเดินผ่านร่างเขาเข้ามานั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่ แต่ศึกรักก็ยังไม่วายเดินตามมา

          ฉันมองการกระทำของเขาทุกฝีก้าว เขาเองก็มองหน้าฉันในทุกๆก้าวที่ขยับเข้ามาใกล้

          จ้องแบบนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่..

          แต่แล้ววินาทีนั้นนัยน์ตาฉันก็ต้องเบิกโพล่งเพราะจู่ๆเขาก็ย่อตัวลงตรงหน้าพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมาสบตา ท่าทางแบบนี้มัน..

          ถ้าฉันถีบเขาคงไม่ผิดใช่มั้ย?

          “เคยมีคนบอกนายหรือเปล่าว่า..อ๊ะ” จู่ๆศึกรักก็เด้งตัวขึ้นมาผลักฉันนอนราบลงบนเตียงก่อนที่ตัวเขาจะคร่อมทับลงมา

          แรงกดทับพร้อมทั้งแรงเสียดสีที่เนินอกทำให้ฉันพูดไม่ออก

          เอาอีกแล้ว..ช่วงนี้ชักจะถึงเนื้อถึงตัวบ่อยเกินไปแล้ว

          “ว่า?” เรียวคิ้วเขาเลิกขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายสบู่โชยมาเตะจมูก จะว่าไปชุดที่เขาใส่อยู่ตอนนี้มันคนละตัวกับก่อนหน้านี้นี่

          “นายมันน่ารำคาญ” ฉันเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางด้านข้างแทนการมองหน้าเขาตรงๆ

          “รำคาญแต่ก็ไม่ไล่ ปากบอกเกลียดแต่ก็ยอมให้เข้าใกล้?”

          “...”

          “ประสาทกลับ” น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยียบ แต่เดี๋ยวก่อน..เมื่อกี้เขาหมายถึงฉันใช่มั้ย?

          เขาบอกว่าฉันประสาทกลับ?

          “คนที่ประสาทกลับมันนายมากกว่ามั้ง” ฉันถลึงตา

          “ฉัน?” ศึกรักโน้มหน้าลงมาใกล้มากกว่าเดิม วูบนั้นฉันเผลอกั้นหายใจโดยที่ไม่รู้ตัว “ยังไง”

          ”ถามจริงเถอะ” ฉันโยนหัวข้อสนทนาเมื่อกี้นี้ทิ้งไปก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามบางอย่างที่แคลงใจมาตลอด “ฉันเป็นอะไรสำหรับนายกันแน่”

          ไม่ว่าเขาจะตอบอะไรมาก็ช่าง..

          “จะถามก็มองหน้า” ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเศษเสี้ยวใบหน้าฉัน ฝ่ามือหนาเอื้อมมาประคองใบหน้าฉันให้หันไปสบตากับร่างสูง ฉันสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ไหนมารยาท”

          “เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก? นายด่าฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” อันที่จริงมันก็ไม่เชิงด่าหรอก เพียงแต่..

          “แล้วฉันเป็นอะไรสำหรับเธอ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองฉันอย่างดุดัน แรงกดทับที่เนินอกยังคงหนักอึ้ง ฉันได้แต่เงียบ

          ศึกรักไม่ตอบคำถามฉันแต่เขาเลือกที่จะถามฉันกลับ นี่มันไม่ใช่ว่าถ้าฉันไม่ยอมตอบเขาก่อนเขาก็จะไม่ตอบฉันเหรอ..

          คิดบ้าอะไรอยู่

          “แค่นี้ยังไม่ชัดอีกเหรอศึกรัก” ฉันตั้งใจจะเบือกหน้าหนีอีกครั้งแต่กลับถูกฝ่ามือหนาข้างเดิมประคองไว้ไม่ให้ขยับไปไหน เพราะงั้นที่ทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่การจ้องหน้ากันอยู่แบบนี้

          ..ฉันรู้ว่าเสียงตัวเองแผ่วลง

          เราเงียบกันอยู่หลายวินาที แววตาแบบนั้นฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ในที่สุดความเงียบเหล่านั้นก็ถูกเขาทำลายลง

          “ก่อนหน้านี้เธอเกลียดฉัน” ศึกรักกำลังย้อนกลับไปพูดถึงอดีตที่ฉันเคยพูดว่าเกลียดเขา ใช่ ฉันจำได้ “ตอนนี้ก็ยังเกลียดอยู่”

          “...” ฉันเงียบและรอให้เขาพูดต่อโดยไม่ขัด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป

          “ไม่อยากเห็นหน้า ไม่มีฉันดีกว่า ถูกไม่ถูก?”

          “...” ถูก..มั้ง

          “เข้าใจแล้ว” เขาผละออกไปในไม่กี่วินาทีให้หลัง ไม่มีใครพูดอะไรต่อ ศึกรักทำความเข้าใจด้วยตัวเองโดยที่ฉันยังไม่ทันได้เอ่ยปากซักคำ

          เขาบอกว่าฉันยังเกลียดเขาอยู่..

          เขาบอกว่าฉันไม่อยากเห็นหน้าเขา

          เขาบอกว่าฉันไม่มีเขาดีกว่า

          นั่นก็ถูก..แต่ไม่ถูกทั้งหมด

          “เข้าใจก็ดี” ฉันหยัดตัวขึ้นจากเตียง ปรายตามองไปยังแผ่นหลังของร่างสูงที่เดินตรงไปทางประตู แต่เดี๋ยว.. “นายจะไปไหน”

          “...” ความเงียบคือสิ่งที่ฉันได้รับกลับมาเป็นคำตอบ

          “อย่าพึ่งออกไปตอนนี้” ศึกรักไม่ยี่หระ ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำพูดของฉันเลยซักนิด..ฉันรู้ว่าเขาได้ยิน

          ถ้าเขาคิดจะออกไปตอนนี้เป็นไปได้ว่าอาจจะเจอกับพวกไอ้โซน นั่นไม่ได้เรื่องดีแน่

          “ศึกรัก” ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจก้าวเท้าลงจากเตียงและเดินตรงเข้าไปหาเขา เว้นระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่ให้เราใกล้กันเกินจำเป็น “ฉันรู้ว่านายได้ยินที่ฉันพูด”

          “ฉันจะไปไหนมันเกี่ยวกับเธอด้วย?”

          บทสนทนาของเราสองคนสิ้นสุดลงแค่ตรงนั้น ฉันไม่รู้เลยว่าเขาไปไหนและตั้งใจจะทำอะไร ในใจได้แต่ภาวนาไม่ให้เขาเจอกับคนพวกนั้น

          กระทั่งไม่กี่นาทีให้หลังเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตอนแรกฉันคิดว่าศึกรักย้อนกลับมา แต่ไม่ใช่..

          “เห็นดื่มได้นิดเดียวก็เลยแวะมาดู เธอโอเค?” น้ำเสียงที่ฟังดูปกติแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนทำฉันชะงัก

          เป็นเพลิง ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าฉัน

          “ไม่มีอารมณ์จะดื่ม” ฉันตอบกลับแบบขอไปที แอบสงสัยนิดหน่อยว่าตอนกลับเข้าโรงแรมเขาสวนกับศึกรักหรือเปล่า แต่ดูท่าแล้วคงไม่ “อีกอย่างปกติฉันก็ไม่ใช่คนดื่มหนักนะ นายลืม?”

          “เซียร์” อยู่ๆเพลิงก็เรียกฉันด้วยเสียงเข้ม แววตาคู่นั้นฉายแววความจริงจังออกมาให้เห็น แต่แล้วประโยคต่อมาของเขาก็ทำให้ร่างฉันชาวาบในทันที “เมื่อกี้ฉันเจอไอ้ศึกรัก”

          “...”

          “เธอรู้ใช่มั้ยว่ามันอยู่ที่นี่”

          ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นหิน สุดท้ายแล้วเรื่องที่กังวลมันก็เป็นไปตามคาด เพลิงเดินสวนกับศึกรักพอดิบพอดี “อืม”

          ..ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ

          “เธออยู่กับมันจนถึงเมื่อกี้ ที่แยกตัวออกมาก่อนก็เพราะมัน ฉันพูดถูกหรือเปล่า?”

          “...” ฉันนิ่ง

          ถูกครึ่ง..ไม่ถูกครึ่ง ต้องตอบเขาว่าอะไร

          “ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ดีแล้วเหรอที่เป็นมัน” ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตากลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

          ฉันคิดว่าเพลิงกำลังจะไซโคฉันเพราะเขาคงเข้าใจว่าฉันกับศึกรักมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกัน เรื่องนี้พอจะเดาออก เพียงแต่..

          “นายหมายถึงอะไรกันแน่” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากันเป็นปม แต่ที่ถามออกไปนั่นก็ใช่ว่าจะไม่รู้

          “เธอชอบมันแล้วหรือเปล่า” คำถามที่ตรงไปตรงมาถูกยิงใส่ฉัน นัยน์ตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความสั่นไหวจ้องมองฉันอย่างคาดคั้นคำตอบ วูบหนึ่งฉันชะงักไป 

          และคำตอบที่ฉันให้กับเขาก็คือ..

 

          วันต่อมา

 

          ใครจะคิดว่าเช้าวันต่อมาฉันจะตื่นขึ้นมาโดยพบว่ามีศึกรักนอนอยู่ด้วยกันบนเตียง วันก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว เมื่อวานก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ วันนี้ยังจะ..

          โอเค ฉันอาจจะลืมไปว่าเขามีคีย์การ์ดอยู่ในครอบครอง

          เราจ้องหน้ากันอยู่บนเตียงโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ตามจริงฉันควรจะโวยวายแล้ว แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะมองฉันเงียบๆฉันก็จะเงียบด้วย

          ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่มันก็นานพอที่จะทำให้ฉันหมดความอดทนและเดินหนีเข้าไปในห้องน้ำ

          กระทั่งอาบน้ำเสร็จฉันก็ตั้งใจว่าจะลงไปนั่งเล่นที่ล็อบบี้โรงแรมเพราะไม่รู้จะไปไหน ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เป็นไปได้ว่าคนอื่นๆอาจจะยังไม่ตื่นกัน

          ระหว่างที่มาฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างแต่กลับนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก..

          ช่างเถอะ

          “อ้าว” ฉันครางออกมาเมื่อเห็นว่านอกจากฉันแล้วก็ยังมีควีนที่ลงมานั่งเล่นที่ล็อบบี้ ฉันเดินตรงเข้าไปหาโดยไม่ลังเล “ไหงมานั่งคนเดียว”

          จังหวะนั้นควีนละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมาเลิกคิ้วใส่ราวกับเมื่อกี้ฉันพูดอะไรผิดไป

          อ้อ ฉันถามว่าทำไมยัยนี่ถึงมานั่งอยู่คนเดียวใช่มั้ย

          “แกก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

          “อือ ขี้เกียจอยู่ห้อง” ฉันครางรับอย่างเนือยๆ ควีนเงียบไปก่อนจะก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ต่อ ฉันเหลือบตาไปมองนิดหน่อย “จะว่าไปคนอื่นยังไม่ตื่นกันเหรอ”

          “อืม เมื่อคืนโซนเมาหนักมาก ตื่นคงแปลก” เมื่อกี้นี้ฉันว่าฉันเหมารวมถึงคนอื่นๆ แต่คำตอบของยัยนี่กลับเจาะจงไปที่ไอ้โซนคนเดียว.. “ว่าจะถามอะไรหน่อย”

          “...” ฉันเงียบเพื่อรอให้ควีนพูดต่อ ไม่ได้ทักท้วงเรื่องเมื่อกี้นี้แต่อย่างใด

          “เมื่อคืนแกทะเลาะกับเพลิงหรือเปล่า”

          “หืม?” หว่างคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน..ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ายัยนี่พูดถึงอะไร

          ฉันเนี่ยนะทะเลาะกับเพลิง? เมื่อคืน?

          ..พูดเป็นเล่น

          “พอหมอนั่นตามเธอมาที่โรงแรมก็กลับไปดื่มต่อทั้งๆที่ก่อนจะตามเธอไปหมอนั่นบอกพวกฉันว่าจะกลับแล้ว”

          “...”

          “รู้มั้ย..เมาเละยิ่งกว่าโซนอีก” วูบนั้นควีนปรายตามามองฉันคล้ายกับกำลังจับสังเกต

          ฉันได้แค่เงียบ ในหัวพลางนึกย้อนกลับไปยังช่วงเวลาเมื่อคืนนี้ที่เพลิงมาหาฉันที่หน้าห้องหลังจากที่ศึกรักออกไป

          ถ้าเป็นตอนนั้นล่ะก็..

 

          ‘เธอชอบมันแล้วหรือเปล่า’

          ‘เพลิง..ฉันว่านายไม่ควรถามอะไรแบบนี้’

          ‘เธอชอบมัน?’

          ‘ฉันไม่รู้ อีกอย่างฉันง่วงแล้ว นายกลับเข้าห้องไปเถอะ’

 

          ตอนนั้นฉันตอบกลับไปแบบส่งๆ แต่ถ้าจะคิดว่าที่เพลิงกลับไปดื่มจนเมาหนักแค่เพียงเพราะคำพูดของฉันมันก็ดูจะเข้าข้างตัวเองเกินไปหน่อย..

          “เรื่องที่เพลิงชอบแกเราทุกคนดูออกกันหมดนั่นแหละ”

          “...” ฉันชะงัก

          “แม้แต่ลัคกี้ยังรู้เลย”



..........

......


-Taล์ค-

ใต้ดราม่า(อันแสนน้อยนิด)ระหว่างศึกรักกับเซียร์ก็ยังคงมีเพลิงที่มูฟออนไม่ได้และโซนที่เมาเหมือนหมา

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ไปทวิตในแท็ก #ศึกรักเซียร์ กันด้วยน้าาา

------------



*ขออนุญาตเจ้าของเมนท์นะ คือเป็นคอมเมนท์ที่ดีมากเลย คืองี้นะ..ตอนแรกไรท์ตั้งใจว่าจะให้รูปนั้นหลุดแล้วก็มีดราม่าระหว่างศึกรักกับเซียร์ทีหลังงี้ แต่คิดไปคิดมาแล้วก็ไม่เอาดีกว่า ถ้าหลุดขึ้นมามันจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์นางเอกอะเนอะ(คิดเองเออเอง=_=) อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่เน้นดราม่าด้วย(มั้งนะ) เพราะงั้นหายห่วงได้เลย รูปนั้นจะไม่ถูกใช้ในทางผิดๆแน่นอน! (ไม่แน่ว่าไรท์อาจจะเอาออกมาในฉากสเปเชี่ยลก็ได้ คิดดูก่อนนน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 488 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #426 Princess48 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:39
    รอโซนอย่างเดียวเลยตอนนี้ รีบมาต่อน้ะ
    #426
    0
  2. #425 SoulTun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 17:22

    ศึกรักเซียร์รีบรู้ใจตัวเอสักทีเหอะ อีกคนปากบอกเกลียดแต่ไม่ทำอะไรเลย อีกคนก็เงียบเก่ง

    #425
    0
  3. #424 tateeb23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:14
    สงสารเพลิงอ่ะแม่
    #424
    0
  4. #423 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:16
    งอนเหรอเจ้าศึกรักกก คิดเองเออเองว่าเขายังเกลียดอยู่แล้วก็งอนงี้เหรออ
    #423
    0
  5. #422 firstzy93 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 20:54
    วงวนคนไม่มูฟออน
    #422
    1
    • #422-1 pannaray2122(จากตอนที่ 19)
      30 ตุลาคม 2562 / 23:37
      มาบ่อยๆหน่อยไรท์ #คิดถึง อุอิ😂
      #422-1
  6. #421 storysehun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 20:51
    รักกันไปเถอะ เราเสียเวลากันมาตั้งเท่าไหร่แล้วแม่
    #421
    0
  7. #420 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 20:44
    รออ่านค่า
    #420
    0
  8. #419 Maimai07 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 22:26
    เมื่อไหร่เซียร์จะยอมดีๆกับศึกรักบ้างคะ​ แบบว่าความสัมพันไม่ค่อยเคลียเลย​ เหมือนศึกรักเป็นฝ่ายตามเซียร์
    #419
    0
  9. #418 SoulTun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 14:49

    ศึกรักนายมันงอแงจริงๆ

    #418
    0
  10. #417 15166 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:19
    อยากให้เซียร์ดีกะโซนจังง

    คิดถึงความสนิมของทั้งสองคน
    #417
    0
  11. #416 firstzy93 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 21:32
    ตามถึงที่เลย
    #416
    0
  12. #415 tateeb23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:26
    เค้าจะนอนห้องเดียวกันอีกแล้ววววว มันจะต้องมี มม. 555555
    #415
    0
  13. #414 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:25
    ติดศึกรักเซียร์แบบมูฟออนไม่ได้ ก็ดูสิ!! ความหลัวของเจ้าศึกรักน่ะ!!!
    #414
    0
  14. #413 do_not_care (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:21
    เย้ ไม่มีรูปหลุด นี่คาใจมาสักพักแล้ว ขอบคุณค่า 🙏🙏🙏
    #413
    0
  15. #412 Princess48 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:17
    แหม่ มาจนได้นะศึกรัก
    #412
    0
  16. #411 mookmondayy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 19:09
    เส้นไหมคงไม่ได้โทรมาบอกโซนหรอกมั้งว่าท้อง5555
    #411
    0
  17. #410 fahoung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:33
    รอค่าาาาา
    #410
    0
  18. #409 PUNCH-AM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 17:52
    เอาาอีกกกด
    #409
    0
  19. #408 firstzy93 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 11:11
    คิดถึงเค้าหล่ะสิ
    #408
    0
  20. #407 fahoung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 07:01
    รอออออ
    #407
    0
  21. #406 pss9635 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 06:06

    รรอออออจ้า

    #406
    0
  22. #405 do_not_care (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 00:35
    ไรท์ นี่ยังติดใจกับศึกรักยังไม่ลบรูปเซียร์ที่นางถ่ายไว้กะแบล็คเมลในช่วงตอนแรกๆเลย หวังว่าจะไม่มีอะไรน้า ปล.รออ่านทุกวันเลยน้าาา
    #405
    0
  23. #404 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:08
    อยู่กับหมาไม่นานเดี๋ยวก็ต้องตามไปอยู่กับเมีย เชื่อสิ
    #404
    0
  24. #403 SoulTun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:02

    อยู่กับหมาที่บ้านได้กี่ชั่วโมงกันศึกรักเอ๋ยยยยย

    #403
    0
  25. #402 tateeb23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 22:10
    จะมีคนงอแงมั้ยนะ คิๆ
    #402
    0