เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 18 : Chapter 15 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..หายไป• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 443 ครั้ง
    17 มี.ค. 63

ติด #ศึกรักเซียร์ ใน twitter เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนิยาย


Chapter 15

เพราะ..หายไป

.....

...


          ฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อย่างแรกที่ทำก็คือการเข้าไปอาบน้ำ จากนั้นก็ออกมาแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาเพราะว่าวันนี้เป็นวันเสาร์

กระทั่งเดินออกมาจากห้องนอน..

          ศึกรักนั่งอยู่ที่โซฟาด้านนอก ฉันชะงักฝีเท้าและใช้สายตาลากสำรวจร่างกายเขา ชุดที่เขาสวมอยู่ตอนนี้เป็นชุดเดียวกันกับเมื่อวาน

          จำได้ว่าเมื่อวานหลังจากที่เราดราม่าใส่กันศึกรักก็เดินออกไป

          ..ฉันคิดว่าเขาจะกลับไปนอนที่ห้องตัวเองซะอีก

          “เมื่อคืนนายนอนนี่เหรอ” ฉันเป็นฝ่ายปริปากพูดก่อน จัดการปิดประตูห้องนอนอย่างแผ่วเบาและยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เราจ้องตากัน “ทำไมไม่กลับไป”

          “ขี้เกียจกลับ อย่างน้อยตื่นมาเธอจะได้เจอฉัน” เขามองหน้าฉันในตอนแรกและลากสายตากลับไปในท้ายประโยค..ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา

          “ทำไมฉันต้องตื่นมาเจอนายด้วย อย่าสำคัญตัวหน่อยเลย” ใจจริงอยากจะพูดอีกอย่างมากกว่า แต่ช่างเถอะ

          ..เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครฉันถึงจะต้องตื่นมาเจอเขา

          ศึกรักแหงนหน้าขึ้นมามองฉันอีกครั้ง คราวนี้เพราะฉันเดินเข้าไปหาเขาทางด้านหลัง ร่างสูงเลยต้องเอี้ยวตัวมาเพื่อให้เราสบตากัน

          “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องดี” เขาพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จากตอนแรกที่เขาเป็นฝ่ายแหงนหน้ามองฉัน คราวนี้ฉันต้องเป็นฝ่ายแหงนหน้ามองเขาแทน

          “อะไรของนาย”

          ศึกรักไม่ได้โต้ตอบ ใบหน้าเขานิ่งเรียบราวกับรูปปั้นแกะสลัก นัยน์ตาคมกริบมองฉันค้างไว้อยู่นานหลายวินาทีก่อนจะเดินออกไป

          ปกติแล้วสามวันที่เขามานอนที่นี่ พอตื่นเช้ามาฉันจะเจอเขาอยู่ในสภาพชุดนักศึกษาทุกครั้ง แต่วันนี้เขากลับยังอยู่ในชุดนอนตัวเดียวกันกับเมื่อวาน

          อย่างบอกนะว่ารอให้ฉันตื่น

          ..จะรอยืนยันว่าฉันยังโกรธเขาอยู่มั้ยหรือไงกัน

          ไม่ ฉันกำลังเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

          ฉันนั่งกินข้าวเช้าอยู่คนเดียวภายในห้อง ข้าวกล่องที่กำลังกินอยู่พวกนี้ศึกรักเป็นคนซื้อมา ในตู้เย็นยังมีเหลืออีกเยอะแยะที่ฉันยังไม่ได้กิน..ทั้งๆที่ไม่ได้ขอเลยแท้ๆ

          การเป็นอยู่ของฉันกับเขาช่วงนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงคิดว่าเราเป็นแฟนกัน

          แต่ความเป็นจริงน่ะเหรอ..เหอะ อย่าพูดถึงเลยดีกว่า

          ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งกินข้าว เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น มือที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักไปชั่วขณะ ถ้าให้เดาคาดว่าคงจะเป็นศึกรัก

          ฉันลุกขึ้นไปเปิดประตู ทันทีที่เปิดออกกลับพบว่าคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของประตูไม่ใช่ศึกรักแต่เป็นน้องสาวของเขา

          เส้นไหมนั่นแหละ

          “สวัสดีค่ะ” เสียงใสเอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เด็กคนนี้ยังคงรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างดี “ขอเข้าไปได้มั้ยคะ รบกวนหรือเปล่า?”

          ฉันมองกลับเข้ามาในห้อง จากนั้นก็หันกลับไปพยักหน้ารับให้ร่างบางตรงหน้า ไม่นานเราสองคนก็เดินเข้ามาอยู่ในห้อง

          โชคดีที่ศึกรักออกไปแล้ว ไม่งั้นก็คงไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เส้นไหมเข้าใจว่าอะไร

          “เรามาหาพี่มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ฉันถามออกไปตามมารยาท สายตาเลื่อนต่ำลงไปยังถุงเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เด็กคนนี้ถึงอยู่

          “อ้อ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” เส้นไหมส่ายหน้า ถุงกระดาษสีขาวในมือเธอถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน พอจะเดาได้แล้วว่ามาทำไม “อันนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ของ VORANICH ที่จะเริ่มวางขายต้นเดือนหน้าค่ะ”

          “...”

          “ตอนแรกแม่ไม่ให้หรอกนะเพราะว่ามันเป็นคอลเลคชั่นใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดตัว แต่พอหนูบอกว่าจะเอามาให้พี่เซียร์แม่ก็บอกว่าให้รีบเอามาให้เลยค่ะ!”

          “หืม จะดีเหรอ” ฉันเลิกคิ้ว

          “ถ้าพี่กังวลไว้ค่อยเอาออกมาใส่หลังจากเปิดตัววางขายแล้วก็ได้ค่ะ”

          “ไม่ใช่แบบนั้น” ฉันถอนหายใจและระบายยิ้มออกมาให้กับท่าทีของเส้นไหม “ที่เราเอามาให้พี่จะดีเหรอ ของซื้อของขายนะ”

          “เรื่องนั้น..” มือบางเอื้อมมากุมมือฉันก่อนจะจัดการยัดหูหิ้วถุงกระดาษมาใส่ไว้ในมือ “หนูไม่ได้ให้ฟรีๆนะ”

          “...”

          “เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แม่บอกว่าอยากเจอพี่ค่ะ” วินาทีที่เด็กคนนี้พูดจบ ประตูหน้าห้องก็ถูกใครบางคนเปิดเข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาของเราสองคน “อ้าว..”

          ฉันเงียบไปและเป็นเส้นไหมที่ครางออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่เปิดประตูเข้ามาคนนั้นเป็นใคร

          “พี่เข้ามาในห้องพี่เซียร์แบบนี้ได้ยังไงคะ แล้วทำไมไม่กดออดก่อน” น้ำเสียงของเธอยังคงดูงุนงงกับการปรากฏตัวของพี่ชายตัวเองพอสมควร

          น้องไม่น่าถามแบบนั้นนะ

          ..ก็เขามันไร้มารยาทน่ะสิ

          ประตูถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ศึกรักปรายตามองพร้อมกับเดินผ่านร่างฉันกับเส้นไหมตรงเข้าไปนั่งลงที่โซฟาอย่างไม่ยี่หระ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีดำกับกางเกงยีนส์ คงอาบน้ำมาแล้วเรียบร้อย

          “หรือว่าคบกันอยู่จริงๆ?” เสียงเส้นไหมไม่ได้ดังมาก ทั้งฉันและเขาเองก็ต่างได้ยินเหมือนกัน ฉันเลือกที่จะเงียบตอบ แต่เขา..

          “อืม”

          ว่าไงนะ?

          “ฉันไปตกลงคบกับนายตอนไหน” ฉันหันขวับไปถลึงตาใส่เขาแทบจะในทันที นับวันเขายิ่งจะกวนประสาทฉันด้วยหน้านิ่งๆแบบนั้นมากขึ้นเข้าไปทุกวัน

          “อยากได้คำตอบแบบนี้อยู่ไม่ใช่เหรอ” เขากำลังหันไปพูดกับเส้นไหมโดยไม่ได้สนใจคำพูดของฉันแม้แต่นิดเดียว

          “สรุปว่าคบกันอยู่มั้ยอ่า”

          “ไม่ได้คบ แล้วก็ไม่คิดจะคบด้วย” ฉันชิงตอบกลับไปก่อน ขืนปล่อยให้เขาพูดอะไรไปมากกว่านี้คงไม่ดีแน่ๆ

          “ได้ยินมั้ยคะพี่ศึกรัก น้องเป็นกำลังใจให้นะ” เส้นไหมหันไปพูดกับศึกรักพร้อมกับหัวเราะคิกคักเป็นเชิงหยอกล้อ “ไปก่อนนะคะพี่เซียร์ ชุดนั่นก็รับไว้เถอะค่ะ”

          “...”

          “อ้อ ส่วนเรื่องข้อแลกเปลี่ยนของเรา เดี๋ยวไว้ให้ไอ้พี่ชายจัดการให้ก็แล้วกันนะคะ”

          ข้อแลกเปลี่ยนที่ว่านั่นก็คือที่เธอบอกว่าคุณนิชชาอยากจะเจอฉัน..

          พูดจบเส้นไหมก็เดินตรงเข้าไปหาศึกรักที่นั่งมองเราสองคนจากโซฟาก่อนจะใช้ฝ่ามือยกขึ้นลูบหัวเขา..แต่ดูเหมือนว่าศึกรักจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก

          “อย่าทำอะไรไม่เข้าท่าล่ะ ระวังพี่เซียร์ไม่รักนะ” เธอหันมาขยิบตาให้ฉันในท้ายประโยค ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็เดินออกไป

          เส้นไหมก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เราเจอกัน ศึกรักเองก็ดูท่าจะไม่ค่อยสนใจน้องตัวเองซักเท่าไหร่หรอก

          “นั่นเสื้อผ้า?” คล้อยหลังจากที่เส้นไหมออกไป ฉันเดินเอาถุงเสื้อผ้าไปวางไว้ที่โต๊ะ เขามองตามฉันก่อนจะยิงคำถามใส่ด้วยเสียงราบเรียบ

          “ก็รู้นี่ ถามทำไม” ฉันตวัดสายตาไปมองเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้เขาก็เดินออกไปแล้วนี่ “ว่าแต่นายเถอะ ออกไปแล้วจะกลับเข้ามาทำไมอีก..ฉันเบื่อขี้หน้านายเต็มทน”

          ศึกรักเงียบไป เขายืนขึ้นและสาวเท้าเดินตรงเข้ามา ในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อถอยห่าง ร่างสูงก็หยุดอยู่ตรงหน้าพอดี

          เขาคร่อมตัวลงมา..

          “ฉันจะให้เธอเห็นหน้าฉันจนสะอิดสะเอียนไปเลย”

 

          วันนี้ฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันหมกตัวอยู่แต่ในห้อง สาเหตุหลักมันเป็นเพราะอีกไม่นานก็ใกล้จะสอบไฟนอล ฉันจำเป็นต้องทบทวน     หนังสือ

          ตอนมิดเทอมฉันทำไว้ดีพอสมควร ไฟนอลจะปล่อยให้ร่วงไม่ได้เด็ดขาด

          กระทั่งตกกลางคืนศึกรักก็เดินออกไป เขาไม่ได้บอกฉันว่าจะไปไหน..ออกไปโดยที่ไม่ได้พูดคุยกันซักคำ

          ฉันเหลือบไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว การที่ศึกรักหายหน้าหายตาไปเป็นชั่วโมงแบบนี้นับว่าเป็นเรื่องดีๆของวันนี้สำหรับฉันเลยก็ว่าได้

          ทว่าคืนนั้นเขาก็ไม่กลับมาให้ฉันเห็นแม้แต่เงาจริงๆ

 

 

          สองวันต่อมา

          8.13น.

 

          ฉันมาถึงที่มหาวิทยาลัยโดยอาศัยรถแท็กซี่..

          ตั้งแต่คืนนั้นที่ศึกรักหายออกไปโดยที่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหนเขาก็ไม่ได้กลับมาอีก แม้แต่ห้องตัวเองเขาก็ไม่ได้กลับ

          ลึกๆแล้วก็แอบใจหายอยู่เหมือนกัน แต่สำหรับฉันแล้วนี่เป็นเหมือนการตัดสิ่งที่น่ารำคาญอย่างหนึ่งออกไปจากชีวิตแม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม

          “วันนี้มันไม่มาส่งแล้วเหรอ” ทันทีที่ลงจากแท็กซี่ฉันก็บังเอิญเหลือบไปเห็นไอ้โซนพอดี ไม่รู้ว่าต้องเรียกว่าเวรกรรมดีหรือเปล่า พอเห็นฉันมันก็สาวเท้าเดินตรงเข้ามา

          ไอ้คำว่า‘มัน’ที่ว่าคงไม่ต้องบอกว่าหมายถึงใคร

          “วันนี้หมอนั่นไม่มีเรียนเช้า ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องมาส่งฉัน” ฉันโกหกออกไปเพื่อตัดรำคาญ ทำท่าจะเดินหนีออกมาแต่ว่าดันถูกโซนกุมข้อมือไว้ซะก่อน

          “หยุดคุยกันก่อน อย่าพึ่งรีบเดินหนีดิวะ”

          “คุยอะไร” เรียวคิ้วฉันขมวดมุ่น

          “ฉันเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว” น้ำเสียงของมันเรียบนิ่ง แรงบีบรัดที่ข้อมือเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ “แค่บอกให้รู้ไว้ คิดว่านั่นคงจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการ”

          “ไหนว่ารัก” น้ำเสียงฉันแข็งกร้าว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เผลอหลุดปากพูดออกไปแล้ว

          “...” ไอ้โซนชะงัก

          วันนั้นมันเมา ถ้าให้เดาแล้วก็คงจำไม่ได้ว่าพูดอะไรกับฉันเอาไว้

          “ถ้านายรักยัยนั่นจริงๆฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร จะไม่ยุ่ง จะปิดหูปิดตาแล้วก็จะไม่ก้าวก่าย”

          “...”

          “นายจะรักใคร จะยุ่งกับผู้หญิงคนไหนในตอนนี้มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันแล้ว” ฉันสูดหายใจเข้าปอด ใช้มืออีกข้างแกะฝ่ามือหนาที่กุมรอบข้อมือออก “เรายังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันโซน เรายังมีสายเลือดเดียวกันอยู่..เพียงแต่มันจะไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อน”

          “...”

          “ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะคิดน้อยไปหน่อย ฉันเป็นห่วงเพราะไม่อยากให้นายไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ข่าวลือมากมายหนาหูพวกนั้นนายเองก็รู้” ฉันพูดในสิ่งที่สมองคิดออกไป แววตาไอ้โซนสั่นไหวในวินาทีที่เราจ้องตากัน ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งราวกับว่ามันกำลังกลบเกลื่อน “..แต่เราโตๆกันแล้ว”

          “ฉันเป็นคนเลือกที่จะออกมาจากผู้หญิงคนนั้นเอง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเซียร์” มันระบายยิ้มออกมา เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าเหมือนมันจะกำลังฝืนยิ้ม “เธอเป็นห่วงฉัน ฉันรู้..ฉันเองก็ไม่อยากให้เธอไปยุ่งกับไอ้ศึกรักเหมือนกัน ที่มาบอกเพราะอยากให้สบายใจ”

          “...”

          “ส่วนไอ้ศึกรักก็ระวังมันไว้หน่อยก็แล้วกัน มันไม่ใช่คนดีอะไร สันดานมันก็ไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่ ได้แล้วก็ทิ้ง..เผลอๆอาจตั้งใจจะหลอกเธออยู่ก็ได้”

          “เหรอ”

          ใช่ เขามันต่ำตมแค่ไหนทำไมฉันจะไม่รู้

          ฉันระวังตัวพอสมควร เพราะแบบนั้นแล้วฉันรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไร

          หลังจากนั้นฉันกับไอ้โซนก็แยกกันเดินเข้าคณะ ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ได้กินข้าวเช้าก็เลยไปนั่งกินที่ร้านข้าวต้ม ส่วนฉันก็เดินไปหาเฟื้องซึ่งก่อนหน้านี้ยัยนั่นไลน์มาบอกว่ารออยู่หน้าตึก

          “เมื่อกี้ยืนคุยอะไรกับโซนอะ หน้าตาดูซีเรียสกันจัง”

          “เรื่องเดิมๆ” ฉันตอบกลับไป

          เฟื้องเข้าใจว่าฉันไม่อยากจะตอบก็เลยไม่เซ้าซี้มากนัก เธอรู้ดีว่าถ้าเซ้าซี้มากไปอะไรจะเกิดขึ้น

          ..ฉันไม่ชอบคนเซ้าซี้

          “จะว่าไปวันนี้ศึกรักไปไหนซะแล้วล่ะ ไม่ได้มาส่งเหรอ” เฟื้องเป็นคนที่สองของวันนี้ที่ถามคำถามนี้กับฉัน

          “ไม่รู้ สงสัยจะเบื่อฉันแล้วล่ะมั้ง” มุมปากฉันยกขึ้น เฟื้องเงียบไปซักพักก่อนจะหัวเราะออกมา

          “ฮ่าๆ หมอนั่นดูหลงเธอจะตาย คงไม่เบื่อง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง”

          “...”

          ..ก็ไม่แน่หรอกนะ


          ตอนเย็นหลังเลิกคลาสฉันกับเฟื้องเดินออกมาด้วยกัน พักนี้หลังจากที่ยัยนั่นทะเลาะกับเดอะแก็งค์ก็ดูเหมือนว่าจะตัวติดฉันตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนเช้าก่อนเข้าคลาส พักเที่ยง หรือแม้แต่ตอนอยู่ในคลาสก็ตามมานั่งด้วย

          “เซียร์” เสียงเรียกชื่อฉันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เราสองคนหยุดชะงักและหันไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน

          “นั่นใครน่ะ” เสียงเฟื้องดังขึ้นตามมา

          ..ถ้าให้เดาเธอคงอยากจะพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่ศึกรักนี่’ มากกว่าล่ะมั้ง

          “คนรู้จัก” ฉันเอ่ยอย่างราบเรียบ เท้าซ้ายก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “แยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน”

          พอดีเลย ฉันกำลังหาจังหวะแยกกับเฟื้องอยู่พอดี

          “งั้นก็..เจอกันพรุ่งนี้นะเซียร์” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะโบกมือให้ฉันและแยกตัวออกไป ฉันพยักหน้ารับนิดหน่อยไม่นานก็หันมาโฟกัสกับผู้ชายตรงหน้า

          “พี่ว่างหรือเปล่า” นัยน์ตาคมกริบจ้องมองฉัน ถ้าให้เดาการที่เขามาหาฉันแบบนี้คงเกี่ยวกับศึกรักแน่ เพราะคราวก่อนนั่นก็ทีนึง

          ..คีย์ไง

          “ถ้าตอบว่าไม่ว่างล่ะ”

          “ก็คงต้องทำให้ว่าง” มุมปากเขายกขึ้น ดูๆแล้วคีย์เป็นผู้ชายหน้าหวานที่มีออร่าแบดบอยนะฉันว่า ใบหน้านั่นก็คงเป็นอาวุธประจำตัวเขา “มากับผมหน่อย”

          “ไปไหน?” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน ถึงจะเคยขึ้นรถเขาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังวางใจไม่ได้หรอก

          “แค่มาด้วยกันก็พอ”

          นั่นไง เห็นมั้ย

          ..เขามันเอาแต่ใจแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว

 

          Suekrak’s talks

 

          “คีย์บอกฉันว่านายอยู่ที่นี่” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาหลังจากที่ประตูถูกปิดลง ผมกำลังนั่งเล่นเกมอยู่บนเตียงและเสียงนั่นก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

          “...” ผมเงียบ พร้อมกันนั้นก็ละสายตาจากจอโทรศัพท์ขึ้นไปสบตากับร่างบางในชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างๆ

          ..ถึงจะแต่งหน้าอ่อนๆแต่ความเฟียซนั่นก็ยังไม่จางหายไป อาจเป็นเพราะใบหน้าเย่อหยิ่งนั่นก็ได้ ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง

          “นายกำลังจะถามว่าทำไมฉันถึงมาที่นี่ได้ใช่มั้ยล่ะ” สัมผัสแผ่วเบาที่เกิดขึ้นตรงข้างแก้มเป็นผลมาจากการที่เธอเอื้อมมือมาลูบไล้กรอบหน้าผม

          ผมนิ่ง ไม่ได้ปัดออก ไม่ได้ผลักไส

          ..ไม่นานเธอก็ชักมือกลับไป

          อลินเป็นคนที่สองที่เข้ามาเยี่ยมผม คนแรกคือไอ้คีย์ มันอยู่กับผมมาตั้งแต่วันที่เข้าโรงพยาบาลวันแรก

          ใช่..ผมอยู่โรงพยาบาล

          วันนี้ก็จะครบสองวันแล้ว

          “ใครทำอะไรนาย บอกฉันได้หรือเปล่า?” สีหน้าของเราสองคนเรียบนิ่ง อลินไม่ค่อยเผยสีหน้าออกมาให้เห็นซักเท่าไหร่

          ส่วนใหญ่ที่เธอยิ้ม มันก็เป็นเพียงแค่การยกมุมปากขึ้นโดยที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาเฉี่ยวคมนั่น

          “...” ผมยังคงเงียบ

          “โอเค นายไม่อยากบอกฉัน นายขี้เกียจอธิบาย..” จังหวะนั้นเธอลากเก้าอี้มาหยุดที่ข้างเตียง นั่งลงโดยที่ไม่ละสายตาจากผม “เข้าใจแล้ว งั้นไว้ฉันค่อยถามจากคีย์ก็แล้วกัน”

          เพียงแค่ผมเงียบใส่และจ้องหน้าเธอตรงๆ อลินก็เข้าใจความหมายของสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อโดยไม่ต้องพูดให้มากความ มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

          จะว่าไปผมกำชับไอ้คีย์แล้วว่าเรื่องที่ผมนอนอยู่โรงพยาบาลห้ามบอกใครแม้กระทั่งเส้นไหม แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงโผล่หน้ามาให้เห็น

          คำตอบมีเพียงอย่างเดียวคือไอ้คีย์ทำตามใจตัวเองโดยไม่ถามผม

          “วันนี้นายไม่ได้เข้าคลาส ฉันส่งเลคเชอร์ที่จดไปให้แล้ว” เธอปรายตามองมายังโทรศัพท์ในมือผมที่ยังค้างอยู่ในหน้าเกม ผมมองตาม..เลิกสนใจผู้หญิงข้างๆแล้วหันมาโฟกัสกับเกมแทน

          “เห็นแล้ว” นี่คือคำแรกที่ผมพูดกับเธอตั้งแต่เดินเข้ามา

          เป็นแค่คำสั้นห้วนๆ พูดไปเพื่อตัดรำคาญ แต่..

          “ฉันขอถามอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน” นี่เธอสิ่งที่เธอตอบกลับมา

          “...”

          อันที่จริงจะถามมาเลยตั้งแต่แรกก็ได้ แต่อลินตั้งใจจะใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับเลคเชอร์พวกนั้นเพื่อบังคับให้ผมตอบ

          “นายกับผู้หญิงคนนั้นไปถึงขั้นไหนกันแล้วเหรอ”

          “ผู้หญิงคนนั้น?” ผมทวนออกไป แม้ว่าในใจจะรู้อยู่แล้วก็ตาม

          “เซียร์” เธอมอบรอยยิ้มที่นุ่มลึกมาให้ เรากำลังลอบสังเกตกันและกัน “ลูกพี่ลูกน้องโซน”

          “อยากได้คำตอบแบบไหน”

          “ก็แค่ตอบมาตรงๆตามที่เป็นอยู่” ฝ่ามือบางเอื้อมมาแตะที่ต้นแขนผม “ทำไม? พูดยากเหรอ”

          เปล่า แต่จะให้พูดตรงๆก็..

          “คบกันอยู่” เสียงของผมเป็นปกติ ถึงนั่นจะไม่ใช่ความจริงในตอนนี้แต่ก็อีกไม่นานหรอก

          ไม่เซียร์ก็ผม ตอนนี้อาจจะมีใครกำลังเริ่มรู้สึกแต่อาจจะยังไม่รู้ตัว

          หรือไม่ก็..

          รู้สึกแบบเดียวกันทั้งสองคน

          เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ อยู่กันนานไปเดี๋ยวก็รู้เอง

          “งั้นก็แปลว่าผู้ชายตรงหน้าฉันตอนนี้ก็มีเจ้าของแล้ว?” มือข้างหนึ่งของผมถูกอลินคว้าไปกุมก่อนจะยกขึ้นไปสัมผัสกับผิวข้างแก้มของเธอ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา

          ผมใช้มืออีกข้างปิดโทรศัพท์ ไม่มีสมาธิจะเล่นเกม

          “มาหาฉันแบบนี้มันไม่ว่า?” เรียวคิ้วข้างหนึ่งกระตุก ในหัวมีภาพผู้ชายคนนึงผุดขึ้นมา

          “ทำไมเขาต้องว่า”

          “รู้ว่าหมายถึงใคร?”

          “โซน ถูกไม่ถูก?” สีหน้าอลินยังคงเป็นปกติ มือบางกุมฝ่ามือผมแน่นขึ้นจนรู้สึกได้

          ผมไม่ได้ตอบอะไร จังหวะนั้นประตูห้องพักผู้ป่วยถูกใครบางคนเปิดเข้ามาจากทางด้านนอก..

          “ไงมึง” เป็นไอ้คีย์ มันเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี “กูพาพี่เซียร์มาด้วย”

          คำว่า ‘พี่เซียร์’ ทำให้ผมประหลาดใจ..แต่นั่นมันไม่สำคัญซักเท่าไหร่

          สายตาของเซียร์ตอนนี้ไม่ได้มองผม เธอมองอลิน มองมืออลินที่กุมมือผมอยู่

          เซียร์ไม่ชอบอลิน ข้อนี้ผมรู้

          ..แต่อลินคิดยังไงกับเซียร์อันนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

          “กูบอกมึงว่าไง” ผมชักมือกลับ ตวัดตามองไอ้คีย์อย่างดุดัน ไอ้นี่มันอ่อนกว่าผมหนึ่งปีแต่สนิทกันพอตัวก็เลยกลายเป็นเหมือนเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันไปแล้ว

          “ไม่รู้ กูไม่ใส่ใจ” มันยักไหล่ ก่อนจะชูถุงพะรุงพะรังในมือขึ้นมา “ซื้อขนมมาฝาก เอาไม่เอา?”

          ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ไอ้คีย์วางถุงพวกนั้นไว้ที่โต๊ะข้างแจกัน อลินลุกออกไปนั่งที่โซฟา ส่วนเซียร์..เธอยืนมองสภาพผมพักหนึ่งก่อนจะขยับริมฝีปาก

          “สภาพดูไม่จืด” ผมได้ยินเสียงแค่นหัวเราะในท้ายประโยค คำพูดพวกนั้นไม่ต่างกับการสมเพชหรือดูแคลน แต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงอารมณ์แบบนั้นจากเธอในตอนนี้

          “มันโดนแทง” เสียงไอ้คีย์ดังตามมา จะห้ามไม่ให้มันพูดก็ห้ามไม่ทัน “แผลยังไม่หายดี”

          เรียวคิ้วเซียร์ขมวดเข้าหากัน เธอเหมือนจะมีคำถามแต่ก็ไม่ถามออกมา

          “ใครแทง” กลับกันเป็นอลินที่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของไอ้คีย์

          “อริเก่า” คราวนี้ผมเป็นคนตอบ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิด “เคยมีเรื่องกันเมื่อสามสี่เดือนก่อน”

          คนรอบตัวรู้ดีว่าก่อนหน้านี้ผมมีเรื่องชกต่อยบ่อยพอสมควร เรื่องพวกนี้ทำให้พ่อเรียกผมกลับบ้านอยู่หลายครั้งหลายหน แต่ช่วงสองสามเดือนนี้ก็เพลาลงมาบ้างแล้วจนแทบจะไม่มี

          “ไอ้เอส” ผมพูดชื่อของผู้ชายคนนึงออกมาพลางหันไปมองหน้าอลิน

          ..ชื่อนี้ผู้หญิงคนนั้นรู้จักดี

          เมื่อวันก่อนที่ผมออกมาจากห้องเซียร์ตอนหัวค่ำ ตอนนั้นไอ้คีย์โทรมาชวนผมออกไปดื่ม แน่นอนว่าผมไม่ได้ปฏิเสธ

          ทุกอย่างเป็นปกติดีกระทั่งผมเจอไอ้เอสที่ผับนั้น ตอนแรกเราแค่มองหน้ากันตามประสาคนที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่ไม่คิดว่ามันจะพาเพื่อนอีกสี่คนมาดักรอผมหน้าผับ

          โชคดีที่ตอนนั้นไอ้คีย์เองก็อยู่ด้วย มันช่วยผมและไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ผมดันเสียท่าจนโดนแทงที่สีข้าง

          แผลไม่ลึกมาก แต่ก็เจ็บพอตัว

          ไอ้คีย์บอกให้ผมไปแจ้งความ แต่ผมรู้ดีว่าถึงแจ้งไปก็เท่านั้น..กฎหมายทำอะไรคนอย่างไอ้เอสไม่ได้

          ไอ้คีย์รับรู้ มันบอกผมว่าไว้จะหาวิธีอื่น

 

          หลังจากนั้นไม่นานอลินก็กลับไป เธอบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะแวะมาใหม่ คาดว่าคงจะแวะมาก่อนไปมหาวิทยาลัย

          ไอ้คีย์เองก็พึ่งเดินออกไปเมื่อกี้นี้ ก่อนออกไปมันบอกผมว่าไอ้เนียร์กับไอ้เรย์กำลังจะมา มันเป็นคนบอกสองคนนั้นเองว่าผมอยู่ที่นี่

          ส่วนเซียร์..ตอนแรกเธอจะกลับไปพร้อมกับไอ้คีย์แต่ผมรั้งเอาไว้ให้อยู่ด้วยกันก่อน

          “ฉันต้องรีบกลับ จะพูดอะไรก็รีบพูด” เธอเดินไปนั่งลงที่โซฟา รอบนี้ดูว่าง่ายกว่าปกติ

          “โกรธที่หายไป?” มุมปากผมยกขึ้น

          “หืม กลับกันต่างหาก” เธอเหยียดยิ้ม

          “ฉันหิวน้ำ” ผมเปลี่ยนเรื่อง โยนหัวข้อสนทนาที่แล้วทิ้งไปเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น “ลุกไม่ไหว”

          “เป็นง่อย?”

          “เจ็บแผล”

          เปล่า ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้นแล้ว

          “เรียกพยาบาลสิ” เซียร์เผยอหน้าไปยังหัวเตียงที่มีปุ่มสำหรับกดเรียกพยาบาลอยู่

          “ไม่จำเป็น” ใบหน้าผมเรียบตึง ปรายตามองไปยังเหยือกน้ำที่โต๊ะข้างเตียง “กินน้ำก็หาย”

          สุดท้ายแล้วเซียร์ก็ต้องยอมลุกมาเติมน้ำให้ผม แก้วใสที่มีน้ำอยู่สามในสี่พร้อมหลอดถูกยื่นมาตรงหน้า

          “ป้อน”

          “ถือว่าครั้งนี้ฉันยอมให้” เธอถอนหายใจออกมาและยอมป้อนให้แต่โดยดี

          หลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จ เซียร์จัดการวางแก้วน้ำไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ผมอาศัยจังหวะนั้นกระชากเสื้อนักศึกษาจนเธอเซลงมา

          ริมฝีปากเราแตะกัน

          ..ไม่นานเธอก็เป็นฝ่ายผละออก

          “Sh*t” ผมสบถออกมา รู้สึกเหมือนไฟช็อตไปทั่วร่าง ดูเหมือนเมื่อกี้จะเผลอออกแรงมากเกินไปจนเกิดเจ็บแผลขึ้นมาจริงๆ

          “สมควร”

 

          End Suekrak’s talks


          สามอาทิตย์ต่อมา

 

          ช่วงเวลาสามอาทิตย์ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย แต่ที่หนักหนาสาหัสที่สุดสำหรับฉันคงจะเป็นการสอบไฟนอลที่พึ่งผ่านพ้นมาเมื่อกี้นี้

          ฉันหมกตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อทบทวนหนังสือทั้งวันทั้งคืน เรียกได้ว่าครั้งนี้ฉันเอาจริงเอาจังสุดๆ..

          “สอบเสร็จแล้วกินไร ฉันเลี้ยง” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับใครบางคนที่เดินเข้ามากอดคอฉันจากทางด้านหลัง

          กลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวบอกฉันได้เป็นอย่างดีว่าเขาคือใคร

          “อย่ามาทำเป็นสนิทสนมนะ” ฉันผลักแผงอกคนข้างๆ หมอนี่ชูสองมือและยอมผละออกไปอย่างว่าง่าย

          “ทำไมพูดจาห่างเหินจังวะ” มันบ่นอุบอิบ คำพูดคำจาแบบนี้ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเป็นใคร “ไปกินข้าวด้วยกันหน่อยดิ ไม่มีเพื่อนว่ะ ฮ่าๆ”

          ..มีแค่ไม่กี่คนที่พูดจาหยาบโลนกับฉันแบบนี้

          “ฉันไม่ว่าง”

          “ถือว่ากินเลี้ยงฉลองสอบเสร็จ” ดูเหมือนมันจะไม่ได้สนใจที่ฉันพูดเมื่อกี้นี้เลย

          “ก็บอกว่าไม่ว่าง ฟังไม่รู้เรื่อง?” เพราะว่าที่ตรงนี้ที่ฉันยืนอยู่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาก็เลยไม่กล้าขึ้นเสียง มุมปากฉันกระตุก

          “เออ ฟังไม่รู้เรื่อง” ไอ้โซนวางมือไว้บนหัวฉันก่อนจะจับโยกไปมาเหมือนเห็นฉันเป็นตัวอะไรซักอย่าง เมื่อก่อนมันก็ชอบทำแบบนี้ “ไปกันได้ยัง”

          “ไปไหน”

          “กินเลี้ยงไง”

          “เหอะ ทำไมไม่ไปชวนคนอื่น” ฉันแค่นหัวเราะพลางยกฝ่ามือหนาออกจากหัว ช้อนตามองร่างสูงอย่างเอาเรื่อง

          กล้าดียังไงมาเล่นหัวฉัน..

          “เช่น?” มันเลิกคิ้ว

          “พวกผู้หญิงของนายไง แค่นายส่งข้อความไปหายัยพวกนั้นก็พร้อมจะพลีกายถวายตัวให้นายแล้ว” ฉันแสยะยิ้ม รู้ดีว่าถ้าเป็นเรื่องแบบนี้มันไม่เป็นสองรองใครมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

          ถึงฉันจะรู้สึกว่ามันไม่ได้มีเซ็กส์แอพพีลสูงอย่างเพลิง แต่ฉายาสมบัติของคณะอย่างมันเข้าหาพวกผู้หญิงได้ไม่ยาก

          “ไม่กินก็ได้ แม่ง” ท้ายที่สุดแล้วก็ยอมถอยออกไปแต่โดยดี

          คงเพราะรู้ว่าต่อให้ตื้อแค่ไหนฉันก็ไม่ไปกับมันเด็ดขาด เพราะในเมื่อฉันยืนกรานแล้วว่าจะไม่ไปก็คือไม่ไป แต่อันที่จริงถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังดีๆกันอยู่ก็ไม่แน่หรอก..

 

          ฉันกลับมาถึงคอนโดในเวลาต่อมา นั่งเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม

          ..ช่วงเวลานี้น่ะเหมาะที่สุดแล้วที่จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน

          เมื่อตอนเย็นฉันพึ่งได้รับข้อความจากเพื่อนในกลุ่มว่าคืนนี้ทุกคนจะออกไปดื่มฉลองสอบเสร็จกันที่วันวาน แน่นอนว่าถึงแม้เมื่อเย็นฉันจะปฏิเสธไอ้โซนไปแต่ว่ายังไงก็ต้องออกไปดื่มฉลองด้วยกันอยู่ดี

          “ไปไหน” เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นมาทำเอาฉันที่กำลังจะพาตัวเองออกจากห้องจำเป็นต้องหยุดชะงักโดยอัตโนมัติ

ลืมไป..

          ศึกรักเองก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย

          “วันวาน” ฉันหันไปตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับพบว่านัยน์ตาคมกริบจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับจะแผดเผากันตรงนี้  “มองอะไร”

          ฉันก้มมองร่างกายตัวเองตามสายตาของเขาและพบว่าไม่ได้มีอะไรผิดแปลก

          ไม่รู้มองอะไร..

          “ไปด้วย” ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีศึกรักก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆฉัน “พวกไอ้เนียร์ชวนพอดี”

          ฉันไม่ได้ปฏิเสธ ช่วงนี้ฉันนั่งรถเขาจนเป็นความเคยชินอย่างนึงไปแล้ว

          ..ส่วนเรื่องที่โดนแทงเมื่อเกือบเดือนก่อนดูเหมือนว่าแผลเขาจะหายดีแล้วก็เลยไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตซักเท่าไหร่

          เขาเดินนำไปที่รถ เรานั่งกันอยู่เงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันซักคำ

          ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่วันวาน ฉันกับศึกรักเดินเข้ามาข้างในพร้อมกัน และเป็นเขาที่เจอกับพวกเพื่อนก่อน

          เพื่อนเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน..

          เรย์ไง เรย์กับเนียร์

          “ไหนมึงบอกว่าจะไม่มา?” คล้อยหลังจากที่เขาเดินแยกออกไปหาคนพวกนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงดังตามมา

          ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นเสียงเรย์ล่ะมั้ง

          “กูเปลี่ยนใจ”

          “แหกตาดู” ส่วนนี่ก็คงเป็นเสียงเนียร์

          ฉันเลิกสนใจและตั้งใจว่าจะเดินเลี่ยงออกมาแต่ดันได้ยินอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน..

          “กูว่าละ แม่งมาคุมเมีย”

          เมีย? เขาหมายถึงฉัน?

          “อือ”

          ได้ยินแบบนั้นฉันก็เลยเลือกที่จะเดินออกมาในทันที..ไม่ใช่ว่าเห็นดีเห็นงามในสิ่งที่คนพวกนั้นพูด แต่ขืนออกไปปฏิเสธยังไงก็ประสาทเสียซะเปล่าๆ

          ..จะพล่ามอะไรก็ปล่อยไปเถอะ

          “อีเซียร์!” กระทั่งเดินมาถึงโต๊ะที่พวกกลุ่มฉันนั่งกันอยู่ คนแรกที่ตะโกนเรียกฉันคือลัคกี้

          ดูเหมือนว่าทุกคนจะมาถึงกันเกือบหมดแล้ว ขาดก็แต่เพลิง

          “แค่กๆๆ” ไอ้โซนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพร้อมกับสบตากับฉัน ก่อนที่มันจะสำลักในเวลาต่อมา “เชี่ย! เ*ยไรเนี่ย”

          “ใครเ*ย?” ฉันเลิกคิ้ว มือข้างหนึ่งเอื้อมไปผลักไหล่มันเบาๆ “เขยิบหน่อย จะนั่ง”

          “แต่งตัวแบบนี้กล้าออกมาด้วยเหรอ กูนึกว่าพวกพริตตี้..สั*เอ๊ย” ไอ้โซนพึมพำ มันสบถคำหยาบในท้ายประโยค คงคิดว่าฉันจะไม่ได้ยินมั้ง

          ..หว่างคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน

          “แต่งตัวแบบนี้แล้วมันทำไม?” มุมปากฉันกระตุก อยู่ๆก็รู้สึกคุกรุ่นขึ้นมา “..เนอะคิง”

          “อือ” คิงพยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนว่ารอบนี้เขาจะให้ความร่วมมือนะ

          “เกินหน้าเกินตาลัคกี้มากค่ะ!” ลัคกี้เบะปากมองบน ฉันแค่นหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะนั่งลง

          หลังจากนั้นเราก็นั่งดื่มกันอยู่ซักพัก กระทั่งเพลิงมา..

          “ผัวเพลิงมาพอดีเลย” ลัคกี้จีบปากจีบคอ ยัยนี่พอเหล้าเข้าปากก็จะจริตออกมากกว่าปกติ “นี่ค่ะ รีบนั่งเร็ว”

          “มึงมาก็ดีเลย พวกกูกำลังเถียงกันอยู่” นี่เป็นเสียงไอ้โซน

          เราทุกคนมองไปที่เพลิงเป็นตาเดียว และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าถูกจับจ้องอยู่

          “เถียง?” เขาเลิกคิ้ว

          ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า

          ..แต่ดูแล้วเหมือนเขาพึ่งจะหงุดหงิดอะไรซักอย่างมา

          “คืองี้ค่ะ” ลัคกี้ทำท่าจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ว่า..

          “พวกฉันกำลังเถียงกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหน”

          “ใช่ค่ะ..โอ๊ย อีรสหวาน! จะแย่งพูดทำไมเนี่ย!” ยัยนั่นหันไปแผดเสียงใส่รสหวาน ดูทรงแล้วนอกจากจะจริตออกมากกว่าปกติแล้วยังหงุดหงิดง่ายกว่าปกติด้วย

          ฉันกลั้วหัวเราะ

          “เรื่องมันมีอยู่ว่าพวกเราวางแผนว่าจะไปเที่ยวกัน” ลัคกี้เริ่มอธิบาย ฉันกับคนอื่นๆก็พยักหน้าหงึกหงักกันเงียบๆ “ลัคกี้ ผัวโซน แล้วก็อีรสหวานจะขึ้นดอยค่ะ”

          “...”

          “ส่วนอีเซียร์ อีควีน แล้วก็ผัวคิงเนี่ย..จะไปทะเลกันอีกแล้ว” ลัคกี้ทำเสียงจึ๊กจั๊กอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็อย่างที่ว่าค่ะ ไปทะเลสามขึ้นดอยสามก็เลยเลือกไม่ได้”

          “มึงเลือก” คิงที่นั่งเงียบมาตลอดขยับริมฝีปาก หมอนั่นไร้นิ้วกับขอบแก้วเหล้าด้วยท่าทีเงียบขรึม

          “เออ มึงเลือกมาว่าจะไปทะเลหรือจะไปขึ้นดอยกับกู!” อยู่ๆไอ้โซนก็โพล่งออกมา

          เพลิงหันมามองหน้าฉัน เราสบตากันเพียงแค่เสี้ยววิก่อนที่หมอนั่นจะลากสายตากลับไป..

          ฉันเงียบ เราทุกคนเงียบ มีแค่เพลิงที่ขยับริมฝีปาก

          “ไป..ทะเล”

          “คราวที่แล้วก็ไปทะเลมาแล้วมึงจะไปอีกเหรอวะ” ไอ้โซนทักท้วงขึ้นมาในทันที

          “นายบอกว่าให้เพลิงเลือก” นี่เป็นเสียงฉัน

          “ทะเลก็ทะเล..”

          “ถ้าไปทะเลแล้วได้เห็นซิกแพคผัวคิงก็โอเคค่ะ” นี่เป็นเสียงลัคกี้

          “รสหวานล่ะ โอเคหรือเปล่า” ควีนหันไปหารสหวานที่นั่งอยู่ข้างไอ้โซน ฉันว่าอย่างรสหวานน่ะไปไหนก็ได้อยู่แล้วล่ะมั้ง

          “อือ ฉันยังไงก็ได้”

          นั่นไง เห็นมั้ย

          หลังจากนั้นพวกเราก็เป็นอันตกลงกันว่าจะไปทะเลกันวันเสาร์นี้ แน่นอนว่ายังเหลือเวลาอีกสองวันเต็มๆในการเตรียมตัว

          ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่า..ทุกคนยังคงมีสติดี อาจจะมีแค่บางคนที่มึนๆไปบ้างเช่นลัคกี้ ส่วนไอ้โซนที่ปกติแล้วจะเมาคู่กันก็ดูเหมือนว่าจะดื่มไปได้ไม่เท่าไหร่

          ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ปลีกตัวออกมา แต่ดูเหมือนว่าจะเจอใครบางคนเข้า

          “กลับได้ยัง?” ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นศึกรัก “ตอนนี้สี่ทุ่ม”

          ..เป็นเขาอีกแล้ว

          “นายจะกลับก็กลับไปสิ” ฉันตอบไปแบบส่งๆและทำท่าจะเดินหนีออกมา

          “แล้วเธอจะกลับหรือยัง” เขาคว้าเอาข้อมือฉันไว้

          “...” ฉันเงียบ เราสองคนยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นซักพัก ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีและค่อยๆคลายมือออก

          “กลับได้แล้ว”

          “ทำไมฉันต้องกลับ” หว่างคิ้วฉันขมวดเข้าหากัน นับวันผู้ชายคนนี้จะเข้าไปยากขึ้นไปทุกที

          วินาทีนั้นศึกรักกระชากร่างฉันเข้าหาตัว เขากระชับอ้อมกอดแน่นซะจนฉันแทบจะหายใจไม่ออก ใบหน้าเขาซบลงที่ไหล่ฉัน ลมหายใจเขาปัดเป่าอยู่ข้างใบหู

          ทุกอย่างมันเปิดขึ้นรวดเร็วจนฉันไม่ทันตั้งตัว

          “นาย..เมาหรือเปล่า”

          “คงงั้น” น้ำเสียงเขาอู้อี้นิดหน่อย คาดว่าก่อนหน้านี้ตอนที่นั่งอยู่กับพวกเพื่อนเขาคงจะดื่มหนักเอาการ น่าทึ่งที่ยังคงพูดคุยได้อย่างปกติ อาจจะเพราะแค่มึนหัวล่ะมั้ง

          “กุญแจรถล่ะ”

          “กุญแจ?” เขาค่อยๆผละออก นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าฉันก่อนจะค่อยๆเลื่อนต่ำลงไป

          “อืม ฉันจะขับแทนให้ เอามาสิ” มือข้างหนึ่งยื่นออกไป

          ศึกรักส่งกุญแจมาให้ ฉันรับไว้ก่อนจะเดินนำออกมา เมื่อกี้นี้แอบเห็นว่าเขายกยิ้มนิดหน่อย..แค่นิดหน่อยจริงๆ

          เราสองคนขึ้นมานั่งบนรถ รู้สึกแปลกๆที่ต้องมาขับรถให้เขานั่งแบบนี้ แต่นั่นแหละ..ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพอใจที่เป็นแบบนี้

          “อันที่จริงฉันน่าจะปล่อยให้นายขับรถกลับเองคนเดียวนะ” ฉันพูดในสิ่งที่คิดออกมา สายตามองไปยังท้องถนนที่ทอดยาวออกไป

          “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอก” ศึกรักโต้ตอบทันควัน ท่าทางเขาดูไม่เหมือนคนเมาซักเท่าไหร่ อาจจะเพราะปกติที่ฉันเห็นจะเป็นแบบพวกลัคกี้ล่ะมั้ง

          ..จะว่าไปเวลาที่คิงเมาหมอนั่นก็ดูเหมือนไม่เมาแบบนี้นี่แหละ

          “ทำไมคิดแบบนั้น ฉันดูใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันพูดติดตลก แต่ใจจริงแล้วไม่ตลกด้วยซักนิด

          ไม่ใช่ว่าฉันสนใจอะไรเขาซักหน่อย

          ..อย่าพูดเหมือนว่าฉันพิศวาสเขาจะได้มั้ย

          Rrr~ Rrr~

          เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะบนสนทนาของเราสองคน ไม่ใช่ของใคร เป็นของฉันเอง

          ส่วนคนที่โทรมานั่นก็..

          [ฮัลโหล! อีเซียร์] ฟังจากเสียงก็พอจะเดาออกได้อยู่ว่าตอนนี้ปลายสายกำลังทำสีหน้าแบบไหน [อยู่ไหนยะ! โดนส้วมดูดตายไปแล้วเหรอ!]

          “กลับแล้ว”

           [กลับแล้วทำไมไม่บอก!] ปลายสายโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น

          “โทษที..อ๊ะ” อยู่ๆดีก็มีฝ่ามือหนาเอื้อมมาแย่งโทรศัพท์จากมือฉันไป ฉันตวัดสายตาไปทางศึกรักแทบจะในทันที “ทำบ้าอะไรของนาย เอาคืนมา”

           “เธอ” เสียงของเขาอ่อนลง

          “...” ศึกรักโน้มหน้าเข้ามา ฉันพบว่าใบหน้าเขาอยู่ใกล้มาก ใกล้ซะจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน

          “ฉันอยาก..”



..........

......

ฝากทุกคนช่วยไปโหวตกันทีนะ ไรท์ปักหมุดไว้ให้แล้ว ส่วนใครไม่ได้เล่นทวิตแต่อยากมีส่วนร่วมเลือกเรื่องใหม่ก็คอมเมนท์ในนี้ก็ได้ จะไล่อ่านนะ

Taล์ค :: เซียร์จะไปไหนศึกรักไม่ว่าหรอก ไปได้เลย แต่ต้องให้ไปด้วย..จะไปคุมว่าที่เมียในอนาคต o///o

ปล.อยากอะไรน้ออ พูดให้จบสิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 443 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #459 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 19:55
    เซียร์แต่งตัวแค่ไหนเนี่ยย ศึกรักถึงต้องตามมาคุม 555
    #459
    0
  2. #377 MePinkk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 16:36
    รอค่าาา ต่อนะคะ ติดหนักมากกก
    #377
    0
  3. #376 PUNCH-AM (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 19:09
    โซนนนนนค่า
    #376
    0
  4. #375 pannaray2122 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 18:49
    รออออออออจ้า
    #375
    0
  5. #374 SARAPHXP (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 05:12

    ตามมาจากธัญวลัย555

    #374
    0
  6. #373 FEW_4455 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:16
    โซนค่าอยากรู้
    #373
    0
  7. #372 ppraeyanisa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:01
    คิงค่าาาา
    #372
    0
  8. #371 Maimai07 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 22:06
    โซนค่ะ
    #371
    0
  9. #370 somsomjirapapa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 21:59
    ผ้วโซนสิค่ะะะะะะะ
    #370
    0
  10. #369 tiffienaja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 11:34
    โซนค่ะ อยากรู้นางจะรักน้องหรือป่าว ตรงๆเลยค่ะ อยากเผือกเรื่องอีโซนมากก ปูเสือรอ อิอิ
    #369
    0
  11. #368 0887208932 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 01:07
    โซนเส้นไหม ต้องเรือนี้แล้วป่ะ
    #368
    0
  12. #367 mookmondayy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 00:36
    โซนเส้นไหมมมมม
    #367
    0
  13. #366 nidnidlittlebit (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 00:00
    อยากอ่านโชนค่ะ อยากรู้ว่าใครนางเอก
    #366
    0
  14. #365 tateeb23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 23:49
    ไม่ใช่ว่าอยากอ้วกนะศึกรัก มันจะเสียการเสียงานเอา555555
    #365
    0
  15. #364 fahoung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 23:03
    มาบ่อยๆน้าาา คิดถึงงงง
    #364
    0
  16. #363 Sunisa2002 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:33
    มาบ่อยยยยยๆ คิดถึงมากกกกก
    #363
    0
  17. #362 เย้เฮ้ท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:06
    ncccc ต้องมา
    #362
    0
  18. #361 Ms.right (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 21:30

    อยากกกกก....?

    #361
    0
  19. #360 SoulTun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:52

    100%ต้องมาแล้ว nc

    #360
    0
  20. #359 wcxkq (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:46
    รอนะคะะ
    #359
    0
  21. #358 firstzy93 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:15
    อยากอารายยย
    #358
    0
  22. #357 PinkZa547 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:52
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #357
    0
  23. #356 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:44
    หืมมม อยากอัลไรร รอน้า
    #356
    0
  24. #354 Ms.right (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:47

    นี่เรียกอ้อนหรอ555

    #354
    0
  25. #353 blue_beam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 02:35

    เหมือนปมจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
    #353
    0