เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 14 : Chapter 11 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..ใกล้• Part2 [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    11 ก.ย. 62




Chapter 11

เพราะ..ใกล้

Part 2

.....

...

 

          ตอนนี้ผมกับเซียร์กำลังติดต่อจองห้องพักอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองของจังหวัด

          “ขออภัยนะคะ ตอนนี้เหลือห้องพักที่ยังไม่มีลูกค้าจองไว้แค่ห้องเดียว คุณลูกค้าสะดวกมั้ยคะ..?” คำพูดของพนักงานสาวคนหนึ่งทำให้ผมหันมองหน้าเซียร์โดยอัตโนมัติ

          ..ไม่คิดว่าเธอเองก็จะหันมามองหน้าผมเหมือนกัน

          มุมปากผมยกขึ้น..แต่เรียวคิ้วของเธอกลับขมวดเข้าหากันเป็นปม

          “สะดวกครับ” ผมหันไปบอกกับพนักงานโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเธอจะมีความเห็นยังไง

          ถึงถามความเห็นเธอไป ยังไงก็ตรงกันข้ามกับคำตอบที่ผมต้องการอยู่ดี

          “เอ่อ..เป็นห้องนอนเตียงเดี่ยวนะคะ แต่ว่านอนได้สองคน” พนักงานสาวคนเดิมมองผมกับเซียร์สลับกันและพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

          รอยยิ้มกรุ้มกริ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเธอทำให้ผมพอจะเดาได้ว่าเธอคงคิดไปไหนต่อไหนแล้ว..

          “ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกค่ะ” ผมกำลังจะรับคำ แต่เซียร์ดันชิงพูดตัดหน้าแล้วก็สะบัดตัวเดินหนีไปซะก่อน

          ..ใครสั่งให้เธอไป

          ผมสาวเท้าตามเธอไป

          ก้าวเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็คว้าข้อมือร่างบางเอาไว้ได้ทัน

          “จะไปไหน” ผมกดเสียงให้ต่ำลงหนึ่งระดับ ไม่เชิงแข็งกร้าว และคิดว่าเธอคนนี้ก็คงไม่เกรงกลัวซักเท่าไหร่

          รู้ว่าเดินออกไปยังไงก็หนีไม่พ้นแล้วจะเดินออกไปทำไม..

          “กลับ” เซียร์ชะงักเท้าก่อนจะหักหน้ากลับมามองผม แววตาเธอบ่งบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงอารมณ์คุกรุ่นอยู่ไม่น้อย

          “เธอรับคำฉันแล้ว”

          “ฉันไม่นอนห้องเดียวกันกับนายเด็ดขาด ที่อื่นก็มีเยอะแยะทำไมไม่..”

          “ไม่พักที่นี่แล้วจะพักที่ไหน” จังหวะนั้นผมเดินตรงเข้าไปประชิดเธอ ก่อนที่จะก้มลงกระซิบประโยคถัดมาที่ข้างหูให้มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน “ม่านรูด?”

          “ตลก!” นัยน์ตาเธอเบิกโพล่งทันที ฝ่ามือทั้งสองข้างออกแรงผลักแผงอกผมจนเซถอยหลังไปนิดหน่อย..แค่นิดหน่อยเท่านั้น

          “งั้นก็พักที่นี่” ผมบอกด้วยสิ่งหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับปรายตามองเธอด้วยแววตาดุดันเหมือนกับเป็นการบังคับขู่เข็ญ

          มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเชยคางไว้ก่อนที่จะจัดการจรดปลายนิ้วหัวแม่มือไปแตะยังริมฝีปากล่างของร่างบางตรงหน้า

          “...”

          “เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

 

          End Suekrak’s talks

 

 

          ตั้งแต่ออกมาจากโรงแรมนั่น ฉันกับศึกรักก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก

          แต่เหตุผลมันอาจจะเป็นเพราะฉันเองที่เป็นฝ่ายตั้งใจที่จะไม่พูดคุยซะมากกว่า

          ..หงุดหงิด โมโห เกรี้ยวกราด ไม่อยากพักที่นั่น

          ทั้งๆที่โรงแรมอื่นก็มี ถึงจะห่างออกไปแต่ก็ไม่ได้ไกลอะไรมากมาย แต่เขายังจะดั้นด้นไปจองโรงแรมที่เหลือห้องพักเพียงแค่ห้องเดียวเมื่อกี้นี้อยู่อีก

          ห้องพักก็มีห้องเดียว เตียงก็เป็นเตียงเดี่ยว แถมหมอนั่นยังจ่ายเงินสำหรับหนึ่งคืนไปแล้วด้วย ให้มันได้อย่างงี้สิ

          ..ตลกร้ายชะมัด

          “มีที่ที่อยากไปหรือเปล่า” เสียงพูดของศึกรักทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงภวังค์ บรรยากาศแบบเดดแอร์ถูกทำลายลงหลังจากที่เงียบมานานหลายนาที

          “...” แต่ฉันกลับเงียบ สมองไม่คิดจะตอบคำถามเขา ริมฝีปากเองก็ไม่ได้ขยับ

          “ถามก็ตอบ”

          “...” ฉันยังคงเงียบอยู่อย่างนั้น สายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ สองมือกำชายกระโปรงไว้แน่น

          จนเวลาผ่านล่วงเลยไปร่วมนาที กระทั่งศึกรักเป็นฝ่ายที่ทำลายความเงียบนั้นลงอีกครั้ง

          “เงียบเพราะไม่อยากนอนด้วยกัน?” คำพูดของเขาทำเอาฉันเม้มริมฝีปากแน่น “..ฉันมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลย?”

          ก็ใช่น่ะสิ..

          พึ่งรู้ตัวหรือไง

          “นายไม่ได้แค่น่ารังเกียจ นายมันไว้ใจไม่ได้” ในที่สุดฉันก็กลั้นใจปริปากพูดออกไปถามที่คิด

          “ไว้ใจไม่ได้?” ศึกรักทวนคำ วินาทีที่เขาหันหน้ามามองฉัน..เป็นวินาทีเดียวกันกับที่ฉันหันไปมองหน้าเขาพอดี

          ..เราสบตากัน

          “อือ” ฉันครางรับก่อนจะลากสายตากลับมา พยายามข่มอารมณ์ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

          หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ต่างคนต่างเงียบ บทสนทนาเมื่อกี้ก็ถูกปิดตายไว้แค่นั้น

          บทจะพูดก็พูดออกมาโดยไม่ทันได้คิด บทจะเงียบก็เงียบโดยปล่อยให้เกิดเดดแอร์อยู่แบบนั้น

          ฉันกับเขานั่งเงียบกันมาจนกระทั่งรถหรูเลี้ยวเข้ามายังห้างดังแห่งหนึ่งที่อยู่ในละแวกนี้

          “มาทำอะไร”

          “ซื้อของ” ศึกรักตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบฉบับของเจ้าตัวก่อนที่เขาจะหันมาเลิกคิ้วใส่ฉัน “ของใช้ ชุดนอน”

          “...”

          “หรือถ้าเธอไม่ซื้อ จะนอนแก้ผ้าก็ตามใจ..ฉันไม่ติด”

 

 

          ค่ำวันเดียวกัน

 

          ตอนนี้ฉันอยู่ที่ถนนคนเดินแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนี้

          มีร้านขายของมากมายสองข้างทาง ผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างไม่ขาดสายแต่ก็ไม่ถึงกับแออัด

          ส่วนศึกรัก เขาเองก็กำลังเดินขนาบข้างฉันอยู่

          หมับ..

          วินาทีนั้นฝ่ามือหนาเอื้อมมาคว้าเอาข้อมือฉันไว้ก่อนจะออกแรงดึงจนฉันเซถลาเข้าไปหาแผงอกแกร่ง

          สมองเหมือนจะหยุดทำงานเพราะการกระทำที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

          กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตแบบอ่อนๆผสมกับกลิ่นกายปะทะเข้ามา กลิ่นนี้มันสามารถบ่งบอกถึงความเป็นตัวเขาได้ดีทีเดียว

          “ระวัง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเป็นเชิงตำหนิติเตียน

          ฉันตั้งสติและเป็นฝ่ายผละออกมาก่อนจะปรายตาไปมองยังหม้อขนาดใหญ่ที่วางตั้งอยู่

          ..ถ้าเมื่อกี้นี้เขาไม่กระชากฉันเข้าไปหาตัว บางทีฉันอาจจะเดินเหม่อจนเฉี่ยวกับหม้อร้อนๆใบนั้นเข้าก็ได้

          ฉันแค่นหัวเราะออกมา ในหัวพยายามสลัดความรู้สึกบางอย่างทิ้งออกไป

          ..แต่มันก็ไร้ผล

          ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ เกลียดตัวเองที่ไม่อาละวาดใส่หน้าเขาแบบเมื่อก่อนที่ฉันเกลียดเขาเข้าไส้

          ถึงตอนนี้จะยังมีความเกลียดหลงเหลืออยู่ แต่การกระทำของเขาแต่ละอย่างมันเหมือนเป็นการทลายกำแพงเข้ามาหาฉันทีละขั้นจนไม่รู้ว่าฉันจะปกป้องกำแพงของตัวเองไว้ได้อีกนานแค่ไหน

          พร่ำบอกตัวเองเสมอว่าต้องปกป้องกำแพงพวกนั้นเอาไว้ แต่ก็ยังปล่อยให้เขาทลายเข้ามาได้โดยง่าย

          ..ฉันมันอ่อนหัดจริงๆ

          กระทั่งเดินห่างออกมาจากจุดนั้นได้ระยะหนึ่งฉันถึงพึ่งรู้สึกตัวว่าศึกรักยังคงกุมข้อมือฉันเอาไว้อยู่

          จู่ๆก็เกิดคำถามผุดขึ้นมาในหัว

          ..ทำไมฉันไม่สลัดออกตั้งแต่แรก

          “จะจับมือฉันอีกนานไหม” ฉันกลั้นใจถามออกไป รู้สึกกระดากปากอยู่ไม่น้อยที่ต้องยิงคำถามแบบนั้น..แต่เอาเถอะ

          “ก็จับไว้”

          “...”

          “เดี๋ยวไปชนอะไรเข้าแล้วจะแย่”

          “เลอะเทอะ” ฉันพูดพลางสะบัดข้อมือจนพ้นจากการกอบกุม

          แต่ใครจะคิดว่าจังหวะเดียวกันนั้นฉันจะก้าวถอยหลังแล้วพลาดไปชนกับใครบางคนเข้า..

          “พูดไม่ทันขาดคำ” ร่างสูงจัดการรวบเอวฉันเข้าไปหาตัวก่อนจะโน้มหน้ากระซิบลงมาที่ข้างใบหู

          ฉันอึ้งค้างกับการกระทำของเขา..

          มัวแต่อึ้ง จนไม่ทันได้ต่อต้าน

          “...”

          “ยอมให้จับไว้ดีๆแต่แรกก็จบ”

          “นาย..” ฉันตะกุกตะกัก ภายในหัวกำลังเรียบเรียงคำพูดแต่สุดท้ายมันก็ออกมาแค่เพียงคำว่า “นายมันฉวยโอกาส”

          ศึกรักทำท่าเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ดูเหมือนว่าสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาจะขัดจังหวะการพูดของเขาเข้า

          แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ฉันกลับบังเอิญเห็นรายชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา..

          ‘พ่อ’

          นั่นคือคนที่โทรเข้ามา

          ฉันเบนสายตาออกมา ทำเป็นไม่สนใจ แต่แล้วเขากลับกดตัดสายนั้นทิ้งและยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          “ทำไมไม่รับ” ฉันพึมพำออกไปโดยที่ไม่ได้คาดหวังเอาคำตอบจากเขา

          “ไม่จำเป็นต้องรับ”

          คำตอบของศึกรักทำเอาฉันหันขวับไปมองหน้าเขาแทบจะในทันที

          “ได้ไง นั่นพ..” ฉันกำลังจะพูดว่า ‘นั่นพ่อนายนะ’แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

          ฉันไม่ควรพูด ไม่ควรสนใจ

          เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา จะรับสายหรือจะตัดสายใครนั่นมันก็เรื่องของเขา

          ..เราสองคนไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน นั่นคือสิ่งที่มันควรจะเป็น

          “เอ่อ ขอโทษนะคะน้อง” วูบนั้นอยู่ๆก็มีผู้หญิงที่ดูแล้วน่าจะแก่กว่าฉันหลายปีเดินตรงเข้ามาทางนี้ ก่อนจะพูดอะไรบางอย่างตรงหน้าเราสองคน

          ไม่สิ..ดูท่าแล้วน่าจะพูดกับศึกรักมากกว่า

          “น้องใช่ลูกชายคุณไฟหรือเปล่า?!” เธอถามด้วยท่าทีระริกระรี้ แววตาเป็นประกายราวกับว่าเห็นสมบัติล้ำค่าอยู่ตรงหน้า

          “..ครับ”

          วินาทีนั้นฉันเหลือบตาไปมองหน้าเขาและพบว่าเขาดูไม่ภูมิใจกับการที่ต้องมารับคำแบบนั้น

          เป็นพวกเด็กที่มีปัญหากับพ่อแม่..?

          “อุ๊ย! แล้วคุณไฟมาด้วยมั้ยคะน้อง เมื่อคืนพี่พึ่งจะดูละครที่คุณไฟเล่น หน้าเด็กเกินเบอร์มาก!”

          “ไม่..ครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับปรายตามามองหน้าฉันขณะที่พูด

          “ว้า เสียดายจัง” ผู้หญิงคนเดิมถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีเสียดาย “..แต่ไม่เป็นไร ถ้ายังไงพี่ขอถ่ายรูปคู่กับคุณน้องหน่อยได้มั้ยคะ”

          จังหวะนั้นฉันปลีกตัวออกมาโดยที่ไม่ได้สนใจว่าศึกรักจะตอบผู้หญิงคนนั้นว่ายังไง

          ฉันเดินตรงมายังร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเมื่อกี้

          ทันทีที่เดินมาถึงฉันก็เอื้อมมือไปหยิบเอาต่างหูคู่หนึ่งที่สะดุดตาขึ้นมาเพ่งเล็งใกล้ๆ..

          “จะซื้อเหรอ” น้ำเสียงคุ้นหูทำให้ฉันหันขวับไปทางด้านหลังแทบจะในทันที

          ใครจะคิดว่าเขาจะโน้มหน้าลงมาใกล้ขนาดนั้น

          ..ไม่มีใครคิดว่าปลายจมูกเราจะเสียดสีกันและริมฝีปากเราจะแตะกัน

          ศึกรักเป็นฝ่ายผละออกไปก่อน เขาไม่มีท่าทีหรือปฏิกิริยาใดๆนอกจากสีหน้าที่นิ่งเรียบ

          “นายไม่ได้ถ่ายรูปกับแฟนคลับพ่อนายคนเมื่อกี้อยู่หรอกเหรอ”

          “อือ” เขาครางรับ ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาหยิบต่างหูของผู้หญิงคู่หนึ่งไปไว้ในมือ “ไม่ได้ถ่าย”

          “ไม่กลัวจะเป็นประเด็นทีหลังหรือไง” ฉันหรี่ตามองเขา

          ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นดารา ลูกดารา หรือคนมีชื่อเสียง..ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถเป็นประเด็นขึ้นมาได้หมด

          “บอกไปว่าไม่สะดวก ผู้หญิงคนนั้นคงเข้าใจ” ร่างสูงพูดพลางเพ่งเล็งต่างหูที่พึ่งหยิบขึ้นมาในมือ

          “...”

          “ทำไม..เป็นห่วงฉัน?”

          “เหอะ ตลกเหรอ” ฉันแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะวางต่างหูในมือที่หยิบขึ้นมาดูเมื่อกี้นี้ไว้ที่เดิม

          เขามันเพ้อเจ้อ..ชอบสำคัญตัวผิด

          “ฉันว่าคู่นี้เหมาะกับเธอดี” ฉันปรายตามองต่างหูคู่หนึ่งในมือเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง

          “คิดเหรอว่าฉันจะซื้อต่างหูที่นายเลือกให้”

          “ใครบอกให้เธอซื้อ” วินาทีนั้นเขาเอื้อมมือขึ้นมาสัมผัสใบหูฉันก่อนจะยกต่างหูในมือขึ้นมาเทียบและยกยิ้มมุมปาก “..ฉันซื้อให้”

          “พูดเป็นเล่น”

          “ไม่ได้พูดเล่น” ศึกรักชักมือกลับไป “ก็แค่ต่างหูคู่เดียว จะรับไว้หรือไม่รับไว้นั่นมันก็เรื่องของเธอ”

          ถึงเขาจะบอกว่าเป็นเรื่องของฉัน แต่เขากลับยัดเยียดต่างหูคู่นั้นยื่นมาตรงหน้า..ฉันปรายตามองมันก่อนจะหยิบขึ้นมาไว้ในมือ

          เขาหันไปจ่ายเงินกับแม่ค้า ส่วนฉันก็ยืนเพ่งเล็งต่างหูคู่ที่ผู้ชายคนนี้บอกว่ามันเข้ากันกับตัวฉัน

          รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวแบบนี้เนี่ยนะ..ไม่เห็นจะเข้าตรงไหนเลย

          “ฉันไม่อยากได้ของจากนายหรอกนะ” ฉันพึมพำก่อนจะเก็บมันใส่ไว้ในกระเป๋า

          “ฉันก็ไม่ได้อยากให้เธอ” มือเขารับเงินทอนจากแม่ค้า ส่วนใบหน้าของเขาก็หันมาทางฉันและขยับริมฝีปากด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

          “นายบอกไม่ได้อยากให้ แต่นายก็ซื้อให้ฉัน..?” ฉันเลิกคิ้วสูง ขณะเดียวกันมุมปากข้างหนึ่งก็ยกขึ้นด้วย

          เขามันย้อนแย้ง..

          “หึ” ศึกรักเดินผ่านร่างฉันไปพร้อมกับแค่นหัวเราะ ก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวร่างสูงก็ชะงักเท้าและหันหน้ากลับมา “เธอเองก็บอกว่าไม่อยากได้ แต่ก็รับมันไว้”

          ..ฉันเองก็คงไม่ต่างกัน

          หลังจากที่ใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ที่ถนนคนเดินนานพอสมควร ฉันก็กลับมาที่โรงแรมพร้อมกับถุงขนมและของฝากเต็มไม้เต็มมือ

          ไม่รู้เหมือนกันว่าซื้อมาฝากใครเยอะแยะ..แต่ก็ซื้อมาก่อนแล้วกัน

          “เอามานี่” ศึกรักเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากที่เดินลงมาจากรถ สายตาเขามองมายังถุงมากมายในมือฉัน

          “อะไร” ฉันขมวดคิ้วกลับไปพร้อมกับชักมือและถุงพะรุงพะรังไปไว้ด้านหลัง

          หมับ..!

          วินาทีนั้นเขาขยับเข้ามาประชิดและเอื้อมมาคว้าเอาถุงส่วนหนึ่งไปไว้ในมือและหันหลังก้าวนำเข้าไปในโรงแรมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          ฉันมองตามแผ่นหลังของร่างสูง ริมฝีปากบนล่างเม้มเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

          บทจะดีก็ดี บทจะร้ายก็ต่ำตมจนเหลือทน..

          ตอนแรกคิดว่าจะโวยวายซักหน่อย แต่ช่างเถอะ..อยากถือมากนักก็ปล่อยให้ถือไปก็แล้วกัน

          ใช้เวลาไม่นานฉันกับเขาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ในลิฟต์ น่าแปลกที่เวลานี้กลับไม่ค่อยมีคนใช้ลิฟต์..ทำให้ในนี้มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น

          เราอยู่ใกล้กันซะจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

          ..ลิฟต์ตั้งกว้างขวาง ทำไมหมอนี่ไม่เขยิบออกไป มันน่าหงุดหงิดจริงๆ

          “นาย” ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกลั้นใจเรียกเขา “คีย์การ์ดยังอยู่ดีหรือเปล่า”

          ในหัวคิดจะบอกให้เขาเขยิบออกไป แต่ปากกลับพูดออกไปอีกอย่าง..บัดซบ

          “อือ” เขาครางรับ

          หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรกันอีก กระทั่งลิฟต์หยุดที่ชั้นเดียวกันกับห้องที่จองไว้ ฉันถึงเป็นฝ่ายก้าวออกมาก่อน

          น่าแปลกที่ห้องพักที่ว่างนี้อยู่ชั้นเกือบบนสุด แต่กลับไม่มีคนจองไว้ซะอย่างนั้น

          ..แต่อย่างว่า มันเป็นห้องนอนเตียงเดี่ยวนี่นะ

          ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่มีหมายเลขตรงกันกับที่จองไว้ ไม่นานศึกรักก็เดินมาแทรกและจัดการสแกนคีย์การ์ดอย่างรวดเร็ว

          ติ๊ด!

          ประตูถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย เขาเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปก่อน และเป็นฉันที่เดินตามเข้าไปทีหลัง

          สิ่งแรกที่เห็นหลังจากที่เขาเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟทำเอาทั้งฉันและเขาชะงักกึกกันทั้งคู่..

          ตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายที่มาจองโรงแรมไว้ ทั้งฉันและเขาก็ออกจากโรงแรมไปโดยที่ไม่ได้ขึ้นมาดูที่ห้องพักก่อน

          ใครจะคิดว่าบนเตียงขนาดใหญ่จะถูกโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบ และภายในห้องก็ถูกตกแต่งให้ดูไม่เหมือนกับห้องพักแบบธรรมดาทั่วไป

          “ห้องสวีท” ร่างสูงที่ยืนข้างกันขยับริมฝีปาก วูบนั้นฉันหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างพูดไม่ออก

          ห้องสวีท..

          ห้องสวีทที่หมายถึงห้องสำหรับคู่รักน่ะเหรอ

          ศึกรักเดินไปวางถุงในมือไว้ที่โต๊ะข้างแจกันและเดินตรงเข้าไปที่เตียงขนาดใหญ่ก่อนจะเอื้อมไปหยิบอะไรบางอย่างที่หัวเตียง

          ฉันมองตามการกระทำของเขาและต้องอึ้งค้างไปเมื่อเขาชูซองเล็กๆจำนวนสามซองในมือขึ้นมา

          “คิดว่าจะได้ใช้มั้ย” ศึกรักเลิกคิ้ว ริมฝีปากของเขายกขึ้น

          “น..นาย” ไม่คิดว่าพอเอ่ยปากพูดแล้วเสียงจะตะกุกตะกักแบบนี้..ให้ตาย

          “พูดเล่น” เจ้าตัววางซองเล็กๆนั่นไว้ที่เดิมก่อนจะหันหน้ากลับมาทางนี้ “ไม่ต้องใช้หรอก”

          “...” ฉันเงียบไป

          ไม่ต้องใช้? หมายความว่าไง..

          วินาทีนั้นศึกรักเดินตรงเข้ามาทางนี้ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวฉันและโน้มหน้าเข้ามาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงน้อยนิด..

          “สดเลยมั้ย” คำพูดที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับทำให้คิดไปได้ไกลแสนไกล ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดมายังบริเวณผิวข้างแก้มชวนให้รู้สึกวูบวาบ

          ฉันกำถุงในมือแน่นก่อนจะกระแทกแผงอกเขาอย่างแรงและเดินแทรกออกมา..ถ้าไม่ติดว่ามือไม่ว่างฉันคงได้ตบหน้าเขาไปแล้ว

          ..สันดานที่ชอบพูดจาต่ำตมแบบนั้นมันคงแก้ไม่หายจริงๆ

 

 

          สองชั่วโมงผ่านไป

 

          หลังจากที่เมื่อกี้นี้ฉันกับเขาลงไปกินข้าวที่ร้านอาหารแถวโรงแรม ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว..

          เมื่อย เหนื่อย ล้า เหนียวตัว..อยากอาบน้ำ

          “เธออาบก่อนเลย” ศึกรักทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่เขาจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาขนาดใหญ่ที่มุมห้อง

          ฉันไม่ตอบอะไร เพียงแต่เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำขนาดกว้างขวางที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่วางตั้งอยู่

          ..แม้แต่กระทั่งในห้องน้ำ ก็ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ เหลือเชื่อจริงๆ

          ฉันเหลือบตามองไปยังเคาน์เตอร์ที่มีอุปกรณ์ของใช้สำหรับอาบน้ำแบบใหม่เอี่ยมวางตั้งอยู่ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบมันมาก่อนจะจัดการอาบน้ำจนเวลาล่วงเลยไปประมาณครึ่งชั่วโมง

          ซึ่งหลังจากอาบเสร็จฉันก็ค้นพบว่าตัวเองลืมสิ่งสำคัญอะไรบางอย่าง..

          ลืมถุงเสื้อผ้าที่พึ่งซื้อมาไว้ด้านนอก..เวรจริงๆ

          ใจหนึ่งบอกว่าให้ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมและเดินออกไปหยิบถุงเสื้อผ้าที่พึ่งซื้อมานั่น แต่อีกใจกลับบอกว่าให้ตะโกนขอให้ผู้ชายคนนั้นช่วยหยิบมันมาให้

           สุดท้ายแล้วฉันก็สูดลมหายใจเข้าปอด ทำใจดีสู้เสือและค่อยๆแง้มประตูห้องน้ำออกทีละนิด

          “ศึกรัก..” ฉันเอ่ยเรียกเขา ส่วนตัวฉันก็หลบอยู่ด้านหลังประตู มีเพียงเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าเท่านั้นที่โผล่พ้นออกไป “ช่วยหยิบถุงเสื้อผ้ามาให้หน่อย”

          บอกตามตรงว่าอายและกระดากปากอยู่เหมือนกันที่ขอให้เขาช่วยอะไรแบบนั้น แต่ช่างเถอะ..จะมานึกอายตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว

          ศึกรักละสายตาจากหน้าจอโทรศัพทและช้อนตาขึ้นมามองฉัน เขาเงียบไปราวกับว่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างจนฉันต้องเอ่ยขอให้เขาช่วยซ้ำอีกครั้ง

          “หยิบถุงเสื้อผ้ามาให้ฉันที”

          เขาไม่ตอบอะไรแต่กลับยืนขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบถุงเสื้อผ้าของฉันที่วางปนกับถุงขนมที่โต๊ะและเดินตรงเข้ามาทางนี้

          “ทำไมไม่หยิบเข้าไปตั้งแต่แรก” ถุงกระดาษสีขาวถุงยื่นมาตรงหน้า ร่างสูงที่เดินเอามาให้บ่นอุบอิบ

          เหอะ แค่นี้ก็ทำมาเป็นบ่น

          “..ฉันลืม” ฉันทำท่าจะเอื้อมมือไปคว้ามันมาไว้ แต่ศึกรักกลับไม่ยอมให้ฉันทำอย่างนั้น

          เขาชักมือกลับไป..

          กวนตีนหรือไง

          “เอามาให้ฉันดีๆก่อนที่ฉันจะโมโห” ฉันกดโทนเสียงลงต่ำเพื่อให้เขารู้ว่ารอบนี้ฉันไม่ได้เล่นด้วย

          ..แค่ที่ผ่านมาทั้งวันก็เล่นด้วยมากพอแล้ว

          แอดดด~

          จังหวะนั้นประตูห้องน้ำถูกดันให้แง้มออก ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาจนฉันต้องเขยิบถอยห่าง..การกระทำของเขาทำให้นัยน์ตาฉันเบิกโพล่ง

          “ข..เข้ามาทำบ้าอะไรของนาย?!” ฉันโวยวายและยกมือขึ้นปิดบังเนินอกแทบจะในทันที

          ตรงนี้ร่างกายฉันมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปกคลุมเรือนร่างอันเปลือยเปล่าไว้อยู่ เหนือความอายคือความตกใจกับสิ่งที่เขากำลังทำ

          การกระทำของเขา..ฉันแทบจะเดามันไม่ออก

          “...” ศึกรักไม่ตอบ เขาลากสายตามองกรอบหน้าฉันก่อนจะลากต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงบริเวณเนินอก

          “ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะศึกรัก” ฉันถอยห่างออกมาและขับไสเขาออกไป

          แต่นั่นแหละ รู้อยู่แล้วว่าแค่ขู่ก็คงจะไม่เป็นผล..

          “รู้มั้ยว่าทำไมห้องน้ำมันถึงกว้างขวางแบบนี้”

          “ฉันจะไปรู้กับนายมั้ย..ออกไป” เรียวคิ้วของฉันขมวดเข้าหากันเป็นปม แต่ก็ต้องยอมรับว่าแอบกลัวเขาอยู่เหมือนกัน

          ไม่สิ ฉันกลัวเขา

          ถ้าเทียบกันแล้วเขาเหนือกว่าเห็นๆ

          “เพราะมันเป็นห้องสวีท” ศึกรักตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แววตาเขาที่มองเรือนร่างของฉันมันเหมือนเป็นเปลวไฟร้อนระอุชวนให้รู้สึกร้อนวูบวาบ “..แล้วห้องน้ำเขาก็ไว้ทำเรื่องอย่างว่ากัน”

          หมับ..ตุบ!

          วินาทีนั้นฉันเอื้อมมือไปคว้าเอาขวดแชมพูบนเคาน์เตอร์มาไว้ก่อนจะเขวี้ยงไปยังร่างสูงตรงหน้าจนโดนเข้าไปที่แผงอกเต็มๆ

          เขาไม่มีท่าทางที่รู้สึกเจ็บ และไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสนอง

          เขามันบ้า..นึกจะทำอะไรก็ทำ

          “ก่อนหน้านี้นายต่ำตมยังไง ตอนนี้นายก็ต่ำตมอยู่อย่างนั้น” ฉันขบฟันกรอด ฝ่ามือทั้งสองข้างกำผ้าขนหนูไว้แน่น “..ออกไป”

          “หึ” เขาแค่นหัวเราะก่อนจะที่จะหันหลังเดินออกไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          เขาเป็นบ้าอะไร นึกจะเข้ามาก็เดินเข้ามาหน้าตาเฉย..พอเอ่ยปากไล่ก็ออกไปอย่างง่ายดาย

          ..ประสาท

          หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ฉันก็ค่อยๆเปิดประตูออกมาก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างทำให้ฉันชะงักไป

          “อยู่โรงแรมครับ” เสียงของศึกรักดังขึ้นมา

          ..คาดว่าเขาคงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครซักคน

          “...”

          “แม่ก็รู้ว่าผมไม่อยากไป” เขากรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาเป็นผลให้เราสบตากัน “..แค่นี้ก่อน”

          ศึกรักกดวางสายก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและเดินไปหยิบถุงกระดาษที่คิดว่าคงเป็นถุงเสื้อผ้า

          ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ ส่วนเขาก็เดินแทรกเข้าไปในห้องน้ำที่ฉันพึ่งจะเดินออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร..แม้แต่หน้าฉันเขาก็ไม่ได้เหลียวแล

          ให้เดาก็คงจะหงุดหงิดมาจากสายโทรศัพท์เมื่อกี้นี้

          หลังจากนั้นฉันก็เดินมาทิ้งตัวลงยังโซฟาตัวเดียวกันกับที่เมื่อกี้นี้ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่ ขณะเดียวกันโทรศัพท์ของฉันก็มีคนโทรเข้ามาพอดี

          ชื่อของคนที่โทรเข้ามา..ทำให้ฉันลังเลที่จะกดรับมัน

          “โทรมาทำไม โดนนังผู้หญิงคนนั้นเขี่ยทิ้งแล้วเหรอ” สุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะกดรับและกรอกเสียงลงไปอย่างเยือกเย็น

          จะมีใครไปได้ นอกจากไอ้โซน

          [อย่าพึ่งชวนทะเลาะได้มั้ยวะ]

          “ฉันไม่ได้ชวนทะเลาะ นายเองมากกว่าที่ของขึ้นเพราะคำพูดเด็กๆแบบนั้น”

          [ตอนนี้อยู่ไหน] ไอ้โซนไม่สนใจคำพูดของฉันเมื่อกี้นี้แม้แต่น้อย

          อยู่ไหนงั้นเหรอ..

          นี่มันลืมไปแล้วจริงๆหรือไง?

          “เหอะ เรื่องอะไรฉันถึงต้องบอกนาย” ฉันแค่นหัวเราะ

          [เซียร์] โซนกดเสียงลงต่ำ ไม่บ่อยที่มันจะใช้โทนแล้วแบบนี้คุยกับฉัน

           แต่แล้วไง ทำไมฉันต้องสนใจมันด้วย

          ..ทีมันยังไม่เห็นหัวฉันเลย

          “นายหลงผู้หญิงจนลืมเลยเหรอโซน”

          “...”

          “ฉันมาไหว้พ่อกับแม่” ฉันกรอกเสียงลงไป รู้สึกสมเพชมันชะมัดเลย “มาคนเดียวเพราะไอ้คนที่ปกติจะมาด้วยมันดันลืมไปแล้ว กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้ แค่นี้แหละ”

          ฉันลดหน้าจอโทรศัพท์ลง จ้องรายชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เพียงไม่กี่วิก่อนจะตัดสินใจกดวางสาย

          ที่มันโทรมาหาฉันแบบนี้ค่อนข้างผิดคาดนิดหน่อย..แต่ช่างเถอะ ยังไงฉันก็จะไม่สนใจไยดีมันแล้ว

          จะไปไหนก็ไป

          จะไปเอากับใครก็ไป..

          ฉันยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก เปลือกตาค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ

          ..ก็แค่พักสายตาหลังจากที่เหนื่อยล้าทั้งวันเท่านั้นเอง

          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่นาทีแล้วที่ฉันนั่งหลับตาและเอามือก่ายหน้าผากแบบนี้ หูยังคงได้ยินการเคลื่อนไหวรอบตัวทุกอย่าง

          ..ได้ยินกระทั่งบานประตูถูกเปิดออกเสียงฝีเท้าของใครบางคน

          จะเป็นใครไปได้นอกจากศึกรัก เพราะยังไงในห้องพักนี้ก็มีแค่ฉันกับเขาเท่านั้น..หรือว่าถ้าเกิดไม่ใช่เขาฉันก็คงหลอนไปเอง

          เสียงฝีเท้านั่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะหายไป..

          เขาไปแล้วเหรอ?

          วูบ..!

          วินาทีที่นิ้วมือเย็นวูบสัมผัสลงที่ข้างแก้มนั่นทำให้ฉันเกือบจะสะดุ้งจนลืมตาขึ้นมา

          สัมผัสนั่นบอกฉันว่าเป็นศึกรักจริงๆ เขายังคงอยู่ตรงนี้..อยู่ตรงหน้าฉันยังไม่ไปไหน

          “มานอนทำอะไรตรงนี้” น้ำเสียงของหมอนี่ไม่เชิงแข็งกระด้าง แต่ก็ไม่ได้ลื่นหูซักเท่าไหร่ “เซียร์”

          ทั้งๆที่สมองสั่งให้ลืมตาขึ้นมาและผลักไสเขาออกไป แต่ร่างกายกลับบอกว่าให้หลับตาและรอดูท่าทีของเขาอยู่อย่างนั้น

          “อ๊ะ..” ฉันร้องเสียงหลงแต่เปลือกตายังคงปิดสนิทเมื่อศึกรักจัดการช้อนใต้ร่างก่อนจะอุ้มฉันขึ้นไปไว้ในอ้อมแขน “อือ”

          เขาชะงักไปครู่นึง วูบนั้นฉันตั้งสติได้และครางในลำคอกลบเกลื่อน..หวังว่าเขาจะไม่รู้ว่าฉันกำลังแกล้งหลับ

          วินาทีนั้นหยดน้ำเล็กๆที่คาดว่าคงจะหยดลงมาจากปรายเส้นผมของร่างสูงที่อุ้มฉันอยู่หยดลงที่ข้างแก้มและคอยๆไหลลงไปตามบริเวณซอกคอ

          ฉันอยากจะปัดมันออก แต่ทำไม่ได้..ขืนขยับเขาคงรู้แน่ว่าฉันไม่ได้กำลังหลับอยู่

          แล้วทำไมฉันถึงต้องมาแกล้งหลับแบบนี้ด้วย..

          ก้อนเนื้อที่หน้าอกด้านซ้ายของฉันเต้นระรัวราวกับว่ามันจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อ..ขอเถอะ ขออย่าให้เขาได้ยิน

          ให้ฉันได้ยินมันเพียงแค่คนเดียวก็พอ

          จังหวะนั้นศึกรักค่อยๆวางฉันลงบนเตียงขนาดใหญ่ที่มีกลีบดอกกุหลาบโรยอยู่นั่น ก่อนที่เตียงข้างหนึ่งจะยวบลงคล้ายกับว่ามีใครบางคนคร่อมตัวขึ้นมา

          ศึกรักขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกันกับฉัน

          ..เรานอนบนเตียงเดียวกัน

          ใจหนึ่งคิดอยากจะถีบเขาให้ตกเตียง แต่อีกใจกลับบอกว่าให้อยู่นิ่งๆและรอดูท่าทีของเขาต่อไปก่อน

          สัมผัสเย็นวูบแตะลงที่ข้างแก้มอีกครั้ง ก่อนที่มันจะค่อยๆลากลงไปยังบริเวณลำคอและลูบไล้จนฉันเผลอกลั้นหายใจ

          ..เขากำลังเช็ดหยดน้ำที่หยดจากปรายเส้นผมเขาให้ฉันอยู่

          สวบ..!

          วินาทีนั้นฉันตกใจจนนัยน์ตาเบิกโพล่งขึ้นมาและพบว่าใบหน้ากำลังปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง..ลมหายใจของฉันสูดดมเอากลิ่นกายที่ผสมกับครีมอาบน้ำเดียวกันกับที่ฉันใช้เมื่อกี้นี้เข้าไปจนเต็มปอด

          ผู้หญิงกับผู้ชายที่มีกลิ่นเดียวกัน

          ปกติแล้วมันจะต้อง..

          เวร ใครก็ได้เอาเรื่องผู้ชายคนนี้ออกไปจากหัวฉันที

          “รู้อะไรมั้ย” วลีสั้นๆที่ออกมาจากปากของศึกรักทำให้ฉันชะงัก ลมหายใจขาดหายไป เปลือกตาก็ปิดลงโดยอัตโนมัติแทบจะในทันที

           “...” เสียงเขาทั้งอู้อี้ และลมหายใจของเขาที่ปัดเป่าอยู่เหนือหัวก็ชวนให้รู้สึกวูบวาบไปหมด

          อย่าบอกนะว่าเขารู้ตัวแล้วว่าฉันกำลังแกล้งหลับ?

           “..ฉันชอบกลิ่นเธอ”

 

 

          เช้าวันต่อมา

 

          ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่บอกไม่ถูก..

          หงุดหงิดก็ไม่ใช่ สับสนก็ไม่เชิง

          สัมผัสของอ้อมกอดเมื่อคืนนี้ฉันยังคงจำมันได้ดี คำพูดสุดท้ายก่อนที่ภาพจะตัดไปยังดังก้องอยู่ในหัว..และในตอนนี้เจ้าของอ้อมกอดนั้นก็ไม่ได้อยู่บนเตียงนี้แล้ว

          บนเตียงไม่อยู่ ทั่วห้องก็ไม่มี

          ไออุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเตียงทำให้ฉันมั่นใจได้ว่าเขาคงพึ่งจะออกไปไหนได้ไม่นานนัก

          วูบนั้นฉันต้องชะงักฝ่ามือที่เอื้อมไปซึมทราบไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ราวกับพึ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

          นี่ฉันกำลังทำอะไร..

          เขาจะหายหัวไปไหนมันก็เรื่องของเขาสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลย

          ฉันก็เลิกสนใจเรื่องเขาและเข้าไปอาบน้ำโดยที่เมื่อเปิดประตูออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็พบว่าร่างสูงที่หายหัวไปกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาตัวใหญ่

          เขาก็มองมาทางนี้..

          มองตั้งแต่หัวจรดเท้า คล้ายกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง

          ฉันละสายตาจากเขาก่อนจะเดินออกมาและทำเป็นไม่สนใจ แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขาทำให้ฝีเท้าฉันหยุดชะงักอยู่กับที่

          “นี่ชุดที่ซื้อเมื่อวาน?”

          “อือ” ฉันตวัดสายตาไปทางเขาพร้อมกับครางรับ เรียวคิ้วของเขาเลิกขึ้นราวกับกำลังถามเพื่อความแน่ใจ “ถ้าไม่ใช่ชุดที่ซื้อจากเมื่อวานแล้วจะเป็นชุดจากไหน”

          ฉันเลิกคิ้วกลับไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย..แค่เล็กน้อยเท่านั้น และมันก็ไม่ได้มีความหมายใดๆแอบแฝงอยู่เลย

          ศึกรักยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนที่เขาจะเดินตรงมาทางฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบและแววตาที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์

          “กวน?”

          “จะคิดแบบนั้นก็เรื่องของนาย” ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา

          ซึ่งหลังจากนั้นศึกรักก็เข้าไปอาบน้ำโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรฉันอีก

          ..ก็นับว่าดี

 

 

          ตอนนี้ศึกรักขับรถจากโรงแรมนั้นมาจนถึงกรุงเทพฯเป็นที่เรียบร้อยภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง..

          เมื่อเช้าพอฉันกับเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เราสองคนก็ขึ้นรถและกลับมายังกรุงเทพฯโดยที่ไม่ได้ไปไหนกันต่อ

          ..ตอนแรกเขาถามความเห็นฉัน และเป็นฉันเองที่ตอกกลับไปว่าไม่ได้อยากไปไหน

          “นายจะไปไหน” ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างและถามขึ้นอย่างตื่นตัวหลังจากที่เขายูเทิร์นรถทั้งๆที่มันควรจะตรงไปข้างหน้า

          อีกไม่นานก็จะถึงคอนโด..แล้วนี่เขาดันคิดจะวนรถไปไหนอีก?

          “บ้านฉัน”

          “นายว่าไงนะ” ฉันมั่นใจว่าเมื่อกี้ตัวเองไม่ได้ฟังผิด

          เขาบอกว่าจะไปไหนนะ..

          “ไปบ้านฉัน” ศึกรักย้ำคำ นั่นทำให้นัยน์ตาฉันเบิกโพล่งแทบจะในทันที “เมื่อเช้าพ่อฉันโทรตาม”

          “...” ฉันเงียบ

          แปลว่าเมื่อเช้าที่เขาหายไปคือออกไปคุยโทรศัพท์..?

          “ถ้าเธอไม่โอเคก็นั่งรอบนรถ ใช้เวลาไม่นาน”

          “ไม่..ฉันไม่โอเค” ฉันขบฟันกรอด เรียวคิ้วกระตุกและขมวดเข้าหากันเป็นปม “ถ้าจะให้นั่งรอบนรถฉันก็ไม่โอเค วนรถกลับไปส่งฉันที่คอนโดเดี๋ยวนี้เลยนะศึกรัก”

          “บอกว่าไม่นาน”

          “แต่ฉันไม่โอเค!”

          “ก็แค่นั่งรอ”

          “นายไม่ใช่ฉันนายก็พูดได้สิ ทำไมนายไม่ถามฉันก่อนว่าอยากไปมั้ย?!” ฉันเริ่มโวยวาย พอเขาพูดแบบนี้แล้วฉันอยากจะเปิดประตูกระโดดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด

          ผู้ชายคนนี้นี่มัน..เอาแต่ใจจริงๆ

          “วนมาแล้ว อีกนิดเดียวก็ถึง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ฉันกลับหงุดหงิดเพียงเพราะคำพูดแค่นั้น ในใจมันคุกรุ่นจนรู้สึกอยากจะผลักเขาลงไปจากรถ “..อดทนหน่อย”

          “นายจะบ้าหรือไง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น “ปล่อยฉันลงตรงนี้ก็ได้ ฉันจะนั่งแท็กซี่กลับคอนโดเอง”

          “เธอมากับฉัน เพราะงั้นก็ต้องกลับคอนโดพร้อมฉัน”

          “แต่ฉันไม่ได้อยากจะไปเสนอหน้าที่บ้านนาย”

          “ทำไม?” วินาทีนั้นเขาหันมาขมวดเรียวคิ้วใส่ฉัน ส่วนฉันเองก็กระฟัดกระเฟียดใส่เขา

          “ถ้าฉันบังคับให้นายไปบ้านฉันนายจะไปหรือไง?”

          “..ไป”

          ฉันเงียบ พูดไม่ออก..จนสุดท้ายฉันก็ปล่อยให้เขาขับรถพามาจนกระทั่งถึงหน้าบ้านของดาราดังอย่างไฟ อัคคี

          เคยเห็นแต่ในรายการโทรทัศน์..แต่ไม่คิดว่าอยู่ๆจะได้มา

          ใหญ่กว่าบ้านของอาธนันต์นิดหน่อยแต่ก็ถือว่าขนาดใกล้เคียงกัน หรูหราเหมาะสมกับฐานะและหน้าตาในสังคม

          “รออยู่ในนี้ อย่าลงไปไหน” ศึกรักหันมากำชับฉันหลังจากที่เขาวนรถอ้อมมาจอดที่ข้างตัวบ้านทั้งๆที่ตามจริงควรจะวนไปจอดยังที่จอดรถ

          ..แสดงว่าเขาคงตั้งใจจะมาแค่ครู่เดียวจริงๆ

          ฉันพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นักก่อนที่เขาจะลงไป สายตาฉันสอดส่องมองตามไปยังแผ่นหลังของร่างสูงที่เดินหายเข้าไปในตัวบ้าน

          ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเล่นฆ่าเวลา

          แต่ใครจะคิดว่าหลังจากผ่านไปหลายนาทีศึกรักจะกลับมาที่รถพร้อมกับประโยคที่ทำให้ฉันเด้งตัวขึ้นและเบิกตาโพล่งอย่างไม่ทันได้คาดคิด

          “ช่วยอะไรหน่อย” เขาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่ยังคงยากจะคาดเดา “..ลงไปกับฉันที”

          “นายว่าไงนะ?!” ฉันโพล่งออกไปอย่างตกใจ “ทำไมฉันต้องลงไปด้วย”

          “แม่ฉันอยากเจอเธอ”



..........

......

สั้นๆ กระชับ เข้าใจง่าย..'แม่ฉันอยากเจอเธอ'

*เห็นดูเหมือนจะรักกันแบบนี้อย่าพึ่งวางใจนาจา

คอมเมนท์กันเยอะๆนะ จะได้มีกระจิตกระใจมาอัพ ฮ่าๆ

อย่าลืมเข้าไปคุยกันในทวิตนะ ติด #ศึกรักเซียร์ โลดดด

*คำผิดเดี๋ยวมาแก้(ถ้าเจอ) จุ๊บ รักคนอ่านทุกคนจ้า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #244 Princess48 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:40
    แม่อยากเจอหรือเราอยากพาเขามา เอาให้เคลีย
    #244
    0
  2. #243 SoulTun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 18:35

    ผมมีเมียแล้วแม่ทำไมแม่ไม่เข้าใจ อะไรแบบนี้แน่ๆ

    #243
    0
  3. #242 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 00:13
    เนี่ยยเนียนพามาหาแม่แล้วว
    #242
    0
  4. #241 tateeb23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:59
    แค่เห็นเขาเริ่มพูดดีๆกันได้ก็ดีใจแล้วแม่
    #241
    0
  5. #240 Ms.right (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:53

    เหมือนจะดีๆกันแล้วแต่ไรท์บอกงี้ก็ลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิคะ!!!

    #240
    0
  6. #239 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 21:41
    ตอนอ่านก็เขินศึกรัก แต่พออ่านช่วงทอล์กของไรท์ที่บอกอย่าพึ่งวางใจก็ดับฝันไปเลย
    #239
    0
  7. #238 Ms.right (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:09

    โกรธ​โซนหนักๆเลย!!

    #238
    0
  8. #237 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:24
    ปัจจุบันก็ยังคิดว่าโซนกับอิอลินต้องมีลับคมคมใน ต้องมีลับลมคมใน ต้อง มี ลับ ลม คม ใน!!!!!!
    ปล.ศึกรักผัวมากกก ดีต่อใจ
    #237
    0
  9. #236 tateeb23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:13
    เซียร์โกรธอีโซนต่อไปลูกอย่าไปใจอ่อนให้
    #236
    0
  10. #235 Charlinda88 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 17:26
    เซียร์สู้เค้าลูกกก
    #235
    0
  11. #234 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:58

    เมื่อไรเซียร์กับศึกรักจะดีกัน
    #234
    0
  12. #233 SoulTun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:48

    อยากต่อแล้ว

    #233
    0
  13. #232 toeysunida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:47
    เขินนนนนนนนน
    #232
    0
  14. #231 Princess48 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:05
    ต้าวคนหื่น!5555555
    #231
    0
  15. #230 SoulTun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:00

    ขอนะอย่าเพิ่งเอาดราม่ามาเลย ขอหวานสัก2ตอน555555555

    #230
    0
  16. #229 Princess48 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:49
    ไม่ไหวแล้วค่าา เขินตัวจิแตก นี่ขนาดศึกรักเพิ่งเริ่มรุกเองนะ...หรือเป็นเราเองที่เขินเกินไป???55555
    #229
    0
  17. #228 somsomjirapapa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 07:06
    พึ่งเริ่มอ่าน
    #228
    0
  18. #227 Ms.right (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:03

    ชอบศึกรักโหมดนี้อ่าาา ดืออออ

    #227
    0
  19. #226 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:37
    ขอไม่คอมเมนท์อะไรมาก นอกจากมาต่อเร็วๆเลยขร่ะ!!!!
    #226
    0
  20. #225 Charlinda88 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:35
    สายเปย์ไปอีก
    #225
    0
  21. #224 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:35
    โอ้ยย เขินนมาต่อเร็วๆน้า
    #224
    0