เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 13 : Chapter 11 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ...ใกล้• [upload100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

ช่วงนี้ระวังหน่อย..เห็นทำร้ายใครบ่อยๆ

ช่วงนี้ระวังหน่อย..ระวังเขาจะเอาคืน

ช่วงนี้ระวังหน่อย..เข้าวัดทำบุญบ่อยๆ

ช่วงนี้ระวังหน่อย..บุญเธอที่มีใกล้หมดแล้ว

เพลง ช่วงนี้-อะตอม ชนกันต์




Chapter 11

เพราะ..ใกล้

.....

...


          ของขวัญครบรอบเหรอ..

          “อ๊ะ จะว่าไปเห็นนั่นมั้ย” ลัคกี้ยื่นหน้าเข้ามาและเผยอหน้าไปทางเวทีที่นักดนตรียังคงเล่นดนตรีอยู่ “น้องผู้ชายมือกีต้าร์คนนั้นไม่แน่ใจว่าแกรู้จักหรือเปล่า”

          ฉันลากสายตามองตามไปยังเวทีแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าบนนั้นไม่ได้มีคนเล่นกีต้าร์เพียงคนเดียว

          “คนไหน? กีต้าร์โปร่งหรือกีต้าร์เบส”

          “กีต้าร์โปร่งสิยะ”

          ฉันเงียบพร้อมกับหรี่ตามองหน้ามือกีต้าร์โปร่งที่ตอนนี้กำลังใจจดใจจ่อกับการเล่นกีต้าร์อยู่

          ..ถึงจะค่อนข้างมืดแต่บนเวทีก็พอจะมีแสดงสลัวให้เห็นอยู่รำไร

          “ไม่รู้จัก..”

          “เคยรู้จักใครบ้างมั้ยเนี่ย!” ลัคกี้จีบปากจีบคอ “นั่นน่ะน้องคีย์ เป็นเด็กนิเทศมอเราอยู่ปีสอง”

          “...” เด็กนิเทศฯเหรอ

          “เด็กคนนั้นก็เคยมีแว่วมาว่ากิ๊กกับยัยอลินเหมือนกันนะ เห็นมั้ยล่ะ..ผู้หล่อๆในคณะนางก็เหมาหมดแล้วจ้า”

          วินาทีนั้นรู้สึกเหมือนกับว่ารุ่นน้องที่ชื่อคีย์เองก็มองมาทางนี้เหมือนกัน..ไม่สิ แสงมันค่อนข้างสลัว ฉันอาจจะมองผิดไป

          หรือว่าถ้ามองมา..มันก็เป็นเรื่องปกติที่นักดนตรีจะมองลงมายังผู้ชมอยู่แล้ว

          “แล้วไง” ฉันถามพลางยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบโดยที่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่มือกีต้าร์ที่ชื่อคีย์บนเวที

          มองหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ลองมองไกลๆก็พอดูออกว่าหน้าตาไม่ธรรมดา

          “ก็ไม่แล้วไงหรอกย่ะ! น่าเสียดายจะตายไป” เพื่อนกะเทยถอนหายใจ “ดูสิ ขนาดผัวโซนก็ยัง..”

          “เปลี่ยนเรื่องเหอะ” ฉันตัดบทอย่างฉับพลัน..พอพูดถึงผู้หญิงคนนั้นนานๆเข้าก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

          โซนนะโซน..

          เป็นแค่ไอ้โซนแท้ๆ

          หลังจากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ลัคกี้นั่งแหกปากร้องเพลงอย่างสุดเสียงพร้อมกับโบกมือไปทางเวทีจนโต๊ะอื่นๆหันมามอง

          ..ให้ตายสิ อับอายขายหน้าชะมัด

          “นี่ เอาตรงๆมั้ยอีเซียร์” หลังจากที่เพลงจบลง ลัคกี้ก็หันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันตวัดสายตาไปมองหน้าหล่อนและเงียบไป “ไม่ว่าฉันหรือแกก็ไม่ชอบอีอลินนั่นทั้งนั้นแหละ”

          “...” ฉันเงียบ

          “แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของผัวโซนนะว่าจะไปเอากับใคร”

          “แล้วยอมเหรอที่ให้ไอ้โซนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงแบบนั้น?” ฉันเลิกคิ้วสูง ในหัวกำลังประมวลผลคิดตามในสิ่งที่กะเทยลัคกี้พึ่งพูดออกมา

          ถ้าใครมาเป็นฉันก็คงไม่ยอมหรอก..

          “แหม ผัวโซนน่ะเสือผู้หญิงที่สุดในหมู่ผู้ชายที่พวกเรารู้จักแล้วมั้ง” ลัคกี้เบะปาก “..ไม่คิดบ้างเหรอว่าผู้หญิงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้จะเน่าเฟะยิ่งกว่ายัยดาวนั่นน่ะ”

          “...”

          “แล้วก็นะ แกลองคิดตามฉันดู” ฉันยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบพลางฟังสิ่งที่ลัคกี้กำลังจะพูดต่อจากนี้ “ถ้าเกิดว่าผัวโซนไปเอากับเพื่อนแกอย่างเช่นฉัน..แกจะอาละวาดขนาดนั้นมั้ยยะ”

          “...”

          “ก็ไม่ใช่มั้ยล่ะ..แค่เพราะว่าผัวโซนไปพัวพันกับผู้หญิงคนนั้นแกถึงได้หัวเสียแล้วก็อาละวาดแบบนั้น”

          “...”

          “แกแค่อคติกับอีนั่น ลองปล่อยๆผัวโซนไปเถอะ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ก้าวก่ายกันไม่ใช่เหรอ”

          “...”

          “กรี๊ด ถึงฉันจะไม่ชอบอีอลินเอามากๆก็เถอะ”

          ฉันลองคิดตามและพบว่าสิ่งที่ลัคกี้พูดนั่นมันคือความจริง

          ใช่..บางทีฉันอาจจะไปก้าวก่ายมัน แต่การที่ไอ้โซนหลงยัยอลินหัวปักหัวปำแบบนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรจะอยู่เฉย

          “โซนเข้าข้างมัน” ฉันกดเสียงลงต่ำและลากสายตาไปยังบนเวที “คิดว่าฉันควรทำไง”

          “ไหน..การกระทำไหนที่บ่งบอกว่าผัวโซนเข้าข้างอีนั่นคะ”

          การกระทำไหนงั้นเหรอ..

          “มันเข้ามาห้ามฉัน ทั้งๆที่ยัยอลินนั่นด่ามัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วลงกว่าครึ่ง

          “โอ๊ยย อีเซียร์! อีโง่!” ลัคกี้ตะโกนด่าฉันพร้อมกับกระแทกแก้วค็อกเทลลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง “นั่นผัวโซนเขาก็ทำไปเพราะแกมั้ยล่ะยะ!”

          “...” เพื่อฉัน?

          เหอะ ยังไงล่ะ

          “ลองนึกดูนะ ถ้าผัวโซนไม่ห้ามแกแล้วแกเกิดอาละวาดกระชากอีอลินนั่นมาตบคิดว่าเรื่องนี้ใครจะโดนหนัก”

          “...”

          “แกนั่นแหละอีเซียร์! ไม่แน่เรื่องอาจถึงหูคณบดีเลยก็ได้นะยะ!”

          ฉันเงียบไป ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บ

          จะว่าพูดไม่ออกก็ใช่..

          แต่ยัยลัคกี้ไม่ได้เป็นฉันยัยนั่นจะไปรู้อะไร ทั้งแววตา ทั้งสีหน้าของไอ้โซนตอนนั้นบ่งบอกว่ามันโกรธฉันเป็นฟืนเป็นไฟ

          ‘เป็นเ*ยไรวะ อย่างี่เง่าได้มั้ย ไม่เห็นเหรอว่าคนมองเต็มไปหมดแล้ว?!’ ฉันยังจำน้ำเสียงในตอนนั้นได้ดี

          ถึงขั้นสบถหยาบใส่..สำหรับฉันนั่นมันไม่เรียกว่าเพื่อฉันหรอกนะ

          น่าหงุดหงิด..

          “นั่งเงียบอยู่ทำไมยะ ไม่คิดจะตอบอะไรหน่อยเหรอ”

          “เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ ประสาทเสีย” ฉันยกมือขึ้นนวดคลึงขมับของตัวเองก่อนจะยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

          กึก..!

          ทันทีที่ดื่มหมดจนหยดสุดท้ายฉันก็จัดการวางแก้วเปล่าลงที่โต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทืบดัง‘กึก’

          “เนี่ยแหละนะนิสัยเสียๆของแก ยอมรับอะไรไม่เคยได้ ถ้าแก้ได้ป่านนี้คงมีผัวไปแล้ว” กะเทยลัคกี้ถอยหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

          ใช่สิ..ฉันมันนิสัยเสีย นิสัยแย่ขนาดนี้

          ..ไม่มีใครรับได้หรอก

          “แล้วจะทำหน้าซังกะตายแบบนั้นทำไมยะ! พูดเล่นมั้ยล่ะ!”

          “ช่างฉันเถอะ” พูดจบฉันก็เหม่อมองไปทางเวที “..จะว่าไปช่วงนี้กลุ่มเราไม่ค่อยพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยนะ”

          ฉันเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแทนที่จะมานั่งคิดนั่งพูดเรื่องเดิมซ้ำๆซาก

          กลุ่มฉันไม่ได้พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว..

          ยิ่งคิงกับควีนแล้วก็รสหวานยิ่งแล้วใหญ่ เดี๋ยวนี้ฉันไม่ค่อยได้เจอสามคนนั้นเลย

          “โอ๊ย จะพร้อมหน้าได้ไงล่ะยะ” ลัคกี้จีบปากจีบคอ “ผัวคิงจากที่ไม่ค่อยออกอยู่แล้วยิ่งติดเมียยิ่งไม่โผล่มาให้เห็นเลยจ้า! อีควีนกับอีรสหวานนานๆถึงจะออกมาที..ฉันว่าฉันจะหาผัวบ้างแล้วนะ เพื่อนมีผัวกันหมดแล้ว”

          “ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าหาอยู่?” ฉันเลิกคิ้วสูง มุมปากยกขึ้นนิดหน่อย..

          “ก็แค่วันไนต์สแตนด์ไงยะ! อย่ามาทำอินโนเซ้นท์ตอนนี้นะ”

          เหอะ..ไม่น่าเชื่อว่าอย่างยัยนี่ก็มีคนจับไปทำวันไนต์สแตนด์กับเขาด้วย นึกภาพไม่ออกเลยแฮะ

          “แล้วหาที่ว่าคือจะจริงจัง?”

          “เยส ถูกต้องแล้วค่ะ” คนที่ป่าวประกาศว่าจะหาแฟนยกยิ้มกรุ้มกริ่ม “อยากได้แบบรุ่นน้องกรุบกริบๆ”

          “เหอะ ระวังเถอะจะโดนหลอกเอาเงิน” ฉันแค่นหัวเราะ

          มีเยอะแยะถมไปเห็นมั้ยล่ะ..สาวประเภทสองที่หลงผู้ชายแล้วโดนหลอกเอาเงินจนหมดตัวแล้วนั่งฟูมฟายน่ะ

          “กรี๊ดด อีเซียร์! หยาบคายมาก!”

          “ก็เตือนๆไว้ จะเปย์ผู้ชายคนไหนก็คิดดีๆแล้วกัน” พูดจบฉันก็แค่นหัวเราะออกมาเป็นเสียง‘หึ’

          อย่างนังลัคกี้น่ะ มีแววจะโดนผู้ชายหลอกจนหมดตัว..หมอเซียร์ฟันธง วางยี่สิบบาทเลย

 

          ฉันนั่งดื่มกับลัคกี้มาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว วงดนตรีสดก็พึ่งจะเล่นจบไปเมื่อกี้นี้ ตอนนี้มีเพียงเพลงแดนซ์ที่เปิดโดยดีเจในผับนี้

          เริ่มรู้สึกมึนๆอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับเมา..เรียกว่ากึ่งเมากึ่งไม่เมาล่ะมั้ง

          ..ว่าจะไม่ดื่มเยอะแล้วแท้ๆ

          ฉันมองเพื่อนตัวเองที่อยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงคำว่า‘ดูไม่ได้’แล้วก็แทบจะต้องกุมขมับ

          ลัคกี้กำลังยืนแดนซ์ตามจังหวะเพลงอย่างเมามันส์ ฉันได้แต่มองโดยที่ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร

          “ลัคกี้ ฉันไปห้องน้ำเดี๋ยวมา” ฉันยืนขึ้นเต็มความสูงและเดินเข้าไปกระซิบนังลัคกี้จากทางด้านหลัง

          “วู้วว~ รับทราบค่า~”

          หลังจากนั้นฉันก็เดินมาเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ได้สนใจรอบข้างอีก และเมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จก็มีบางสิ่งบางอย่างทำให้ฉันประหลาดใจ

          “เธอ” เสียงทุ้มเอ่ยทักพร้อมกับร่างสูงที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉัน “เซียร์”

          ตรงนี้คือหน้าห้องน้ำที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา..

          และผู้ชายคนนี้ก็มาทักฉันทั้งๆที่เราไม่ได้รู้จักกัน ไม่สิ..เรารู้จักเพียงแค่ชื่อของกันและกันเท่านั้น

          “ฉันว่าฉันรู้จักนายนะ แล้วก็ถ้าจำไม่ผิดนายเป็นรุ่นน้องฉันนี่..คีย์” ฉันลากสายตามองผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า

          รุ่นน้องที่ชื่อคีย์..มือกีต้าร์บนเวทีเมื่อกี้นี้

          “พี่เซียร์” คีย์เรียกชื่อฉันซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเติมสรรพนามเข้าไปข้างหน้าเพื่อให้ดูมีสัมมาคารวะ

          “อือ ฉันไม่ว่างที่จะมายืนเสวนากับนายในที่แบบนี้หรอกนะ” ฉันยกมือขึ้นกอดอกและยกมุมปากขึ้นตามสไตล์ของผู้หญิงเฟียซๆ

          “ผมมองพี่มาตั้งแต่ตอนอยู่บนเวทีแล้ว..” คำพูดของคีย์ทำเอาฉันชะงักกึก

          มองตั้งแต่ตอนที่อยู่บนเวที?

          บางสิ่งบางอย่างที่แคลงใจมาตลอดถูกไขกระจ่าง..

          อ้อ ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าโดนสายตาของใครซักคนจ้องมองอยู่ตลอดเป็นหมอนี่เอง..?

          ฉันแค่นหัวเราะเป็นเสียง‘หึ’ออกมาและสำรวจใบหน้าของคีย์ชัดๆ..รุ่นน้องคนนี้หน้าตาดี เดาว่าคงมีผู้หญิงพัวพันเยอะแยะใช่ย่อย

          “ฉันคิดว่าเราไม่ควรมาเสียเวลาให้กันและกัน” ฉันเลิกคิ้ว “ฉันไม่ควรเสียเวลาให้นาย และนายก็ไม่ควรที่จะมาเสียเวลากับฉัน”

          หลังจากที่ฉันพูดจบก็เกิดเดดแอร์ขึ้นมา ฉันถอนหายใจทิ้งและทำท่าจะเดินออกมาในตอนนั้น..

          “ผมอยู่ในเหตุการณ์เมื่อตอนเที่ยงพอดี” คีย์โพล่งขึ้นมา คิดว่าเขาคงตั้งใจจะรั้งฉันไว้ด้วยคำพูดพวกนั้น “กับอลิน”

          “...” ฉันเงียบไป

          รู้ว่าเขากำลังหมายถึงเหตุการณ์ที่ฉันกับยัยอลินนั่นปากเสียงกันที่โรงอาหารคณะนิเทศฯ

          “หมายถึงพี่กับพี่อลิน” คีย์แก้คำพูดที่ตัวเองพึ่งจะพูดไป “มีปัญหากันเรื่องอะไร ใช่เรื่องไอ้ศึกรักหรือเปล่า”

          คำว่า‘ไอ้ศึกรัก’ทำเอาฉันชะงักไป..

          คิดว่าเขาคงจะมีความสัมพันธ์อะไรกับศึกรักแล้วก็อลินถึงได้ใช้สรรพนามเรียกกันแบบนี้

          ลัคกี้บอกว่าหมอนี่เคยกิ๊กกันกับยัยอลินนั่นด้วยนี่..หรือว่าเป็นเด็กที่ไม่ถูกกับศึกรัก?

          “นายกำลังจะพูดอะไรกันแน่คีย์” ฉันกดเสียงลงต่ำและหรี่ตามองร่างสูงตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ

          “เปล่า ถ้าพี่ไม่ได้เป็นผู้หญิงของไอ้ศึกรักผมจะได้จีบพี่” คีย์พูดยิ้มๆ “..พี่น่าสนใจ”

          “นายเป็นอะไรกับผู้ชายคนนั้น” ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “..หมายถึงศึกรัก”

          “เพื่อน” เขาตอบด้วยท่าทีสบายๆ คำว่าเพื่อนที่ออกมาจากปากเขาทำเอาฉันยิ่งไม่เข้าใจในการกระทำของเขาเข้าไปใหญ่ “แต่ถ้ามันไม่ว่าอะไรผมโอเคนะ กินต่อเพื่อนผมไม่มายด์เรื่องนี้อยู่แล้ว”

          “เหอะ ตลก” ฉันแทบจะหลุดหัวเราะออกมา “รู้หรือเปล่าว่าตัวเองพูดอะไรออกมา”

          “ก็ถึงถามก่อนไง แต่ถ้าพี่ไม่โอเคก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว” คีย์ยกยิ้มมุมปาก “..แค่กะจะเอาพี่มาควงเล่นเฉยๆ สนใจมั้ยครับ”

          ฉันมองท่าทีของรุ่นน้องตรงหน้าด้วยความสับสน..จากที่คุยกันมาได้ไม่กี่ประโยคฉันก็รู้สึกได้ว่าหมอนี่เป็นคนที่กล้าคิดกล้าพูดเอาซะมากๆ

          “โทษที นายไม่มีอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าน่าสนใจ” พูดจบฉันก็ผลักแผงอกเขาให้ถอยห่างและสะบัดตัวออกมา

          คล้อยหลังจากที่เดินออกมาฉันได้ยินเขาพูดลอยตามมาว่า‘ใจร้ายจังนะครับ’

          ฉันได้แต่แค่นหัวเราะในลำคอกับท่าทีและคำพูดติดตลกของรุ่นน้องที่บอกว่าจะจีบฉัน

          ..เด็กน้อย

           ฉันเดินกลับมาจนถึงที่โต๊ะและพบว่ายัยลัคกี้ก็ยังคงยืนเต้นอยู่ที่เดิมที่เดียวกันกับที่ฉันเห็นตอนก่อนจะเดินออกมา

          “อีเซียร์! มาเต้นด้วยกันเร็ววว!” ยัยนั่นยกมือขึ้นเสยผมอย่างยั่วยวนพร้อมกับตะโกนเรียกฉันให้ไปสนุกด้วยกัน

          แต่ว่านะ..สนุกไปคนเดียวเถอะ

          “เหอะ ขอผ่าน” ฉันแค่นหัวเราะก่อนจะเดินไปนั่งลงคนเดียวเงียบๆที่โต๊ะ

          “เรายังคุยกันไม่จบเลย”

          ทันทีที่เดินมานั่งลงฉันถึงพึ่งรู้ตัวว่าคีย์เดินตามฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้..เขามองหน้าฉันนิ่งแต่กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อที่ใครฟังแล้วก็ต้องเอ็นดู

          เด็กคนนี้..อันตรายมาก

          “ยังติดใจเรื่องเมื่อกี้อยู่เหรอ” การที่ฉันเงียบและไม่ได้ตอบโต้นั่นทำให้เขาชิงพูดต่อ “..จริงๆเมื่อกี้หยอกเล่น”

          “...” หยอกเล่น?

          “ไอ้ศึกรักฝากให้ฉันช่วยดูเธอไว้” คีย์ใช้สรรพนามเรียกฉันเหมือนเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันก่อนที่เขาจะชะงักไปราวกับว่าเมื่อกี้นี้ลืมตัว “..หมายถึงมันสั่งให้ผมช่วยดูพี่อย่าให้คลาดสายตา”

          “เกี่ยวอะไรกับผู้ชายคนนั้น”

          “ช่างเถอะ พี่จะกลับยังไง?” คีย์ไม่สนใจคำพูดของฉัน แต่เขากลับยิงคำถามใส่ฉันแทน

          “..ทำไมฉันต้องบอก” ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเป้าหมายของเขา เด็กคนนี้พูดอะไรแปลกๆมาตั้งแต่ตรงหน้าห้องน้ำนั่นแล้ว

          แล้วอยู่ๆเขาก็มาบอกว่าเมื่อกี้นี้แค่หยอกเล่น..

          “มันกำชับไว้ว่าถ้าพี่กลับเองให้ผมพาพี่ไปส่งให้ถึงคอนโด” คีย์อธิบายโดยพาดพิงถึงเขาคนนั้น “..ผมกำลังทำตามหน้าที่”

          “นายเป็นขี้ข้าหมอนั่นเหรอ?” ฉันเลิกคิ้วและยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

          “ก็เปล่า” คีย์ยักไหล่ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉัน โชคดีที่ยัยลัคกี้กำลังเต้นอยู่ก็เลยไม่ได้หันมาสนใจที่โต๊ะ “พี่จะตอบได้ยังว่ากลับยังไง”

          ฉันคว้าเอาแก้วของตัวเองที่ยังมีเหล้าเหลืออยู่ก่อนจะยกขึ้นดื่มพร้อมกับมองคีย์ด้วยสายตาชนิดที่จะเรียกว่ายั่วยวนก็ได้

          กึก!

          แก้วเหล้าถูกฉันวางกระแทกลงบนโต๊ะด้วยแรงพอที่จะทำให้มันเกิดเสียงดัง มือฉันข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมที่ระรานต้นคอไปไว้ด้านหลัง

          คีย์มองการกระทำของฉันนิ่ง วูบนึงแอบเห็นว่าเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอซะด้วย

          ถ้าถามว่ากำลังทำอะไรล่ะก็..

          อ่อยให้เด็กมันดูมั้ง

          “ฉันเอารถมา” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สายตายังคงจดจ้องคู่สนทนาอย่างไม่ละสายตา

          เอารถมาเหรอ..

          เปล่า นั่นฉันโกหกทั้งเพ

          “เหรอ” คีย์ไม่ยินดียินร้าย เขาไม่แสดงท่าทีใดๆออกมานอกจากสีหน้าที่นิ่งเรียบ

          “อร้าย! นี่มันน้องคีย์นี่ น้องคีย์ขา~!” ลัคกี้ที่ควรจะยืนเต้นอยู่ในตอนนี้เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะก่อนจะกระโจนเข้ามานั่งตักคีย์อย่างรวดเร็ว

          คีย์ที่นั่งนิ่งอยู่ถึงกับชะงักค้างไป..แอบเห็นว่าหมอนั่นเบ้หน้าด้วย

          ฉันแค่นหัวเราะออกมาเพราะรู้สึกเหมือนกับเจอตัวช่วย ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

          “ลัคกี้ ฝากน้องคีย์ด้วย” พูดจบฉันก็สะบัดตัวเดินออกมา แต่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักเท้าและหันกลับไปอีกครั้ง “บาย โชคดี”

          ฉันขยิบตาให้คีย์ พร้อมกับหัวเราะคิกคักในลำคอให้กับท่าทีของลัคกี้ที่ตอนนี้กำลังซบไหล่คีย์และลูบไล้แผงอกแกร่งอย่างยั่วยวน

          ..ขอให้รอดออกมาอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน

          คิดได้แบบนั้นฉันก็เดินออกมานอกผับโดยที่ไม่ได้หันกลับไปสนใจด้านหลังอีก ตอนมาฉันมาด้วยแท็กซี่..ตอนกลับเองก็คิดว่าคงต้องกลับด้วยแท็กซี่เหมือนกัน

          และไม่น่าเชื่อว่าทันทีที่ออกมาถึงด้านหน้าก็พบว่ามีแท็กซี่ที่ว่างคันหนึ่งกำลังขับมาทางนี้อยู่พอดี..โชคดีจริงๆ

          ฉันเอื้อมมือออกไปเพื่อที่จะโบกเรียกแท็กซี่ แต่ขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งบางอย่างฉุดรั้งให้ฉันชักมือกลับมา

          “รถพี่จอดตรงไหนเหรอครับ” เป็นคีย์..ใครจะคิดว่าเขาจะเดินตามฉันมา

          “...”

          ..เขารอดจากนังลัคกี้มาได้ยังไง

          “พี่คงไม่ได้กำลังจะบอกว่าพี่เอารถมาเองทั้งๆที่เมื่อกี้นี้พี่พึ่งจะโบกแท็กซี่ไปนะครับ” ฉันเงียบไป

          ไม่ตอบ ไม่เถียง ไม่ปฏิเสธ

          สิ่งที่ฉันทำมีเพียงแค่การมองหน้าเขานิ่งๆเท่านั้น..คีย์เองมองฉันเหมือนกับกำลังพิจารณาอะไรซักอย่างในตัวฉัน

          “บอกแล้วไงว่าถ้ากลับเองจะไปส่ง” เรียวคิ้วของคีย์ขมวดมุ่น สีหน้าเขาดูหงุดหงิดเล็กน้อยราวกับว่าฉันเป็นเด็กน้อยหัวรั้นที่ดื้อด้านใส่เขา

          “เชื่อใจไม่ได้” ฉันโพล่งออกไป “นายมันเชื่อใจไม่ได้..คีย์”

          “เราพึ่งจะทำความรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อย่าพึ่งด่วนสรุป” เขาพูดออกมาด้วยเสียงราบเรียบ “..กลับกับผม”

 

 

          ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ต้องยอมขึ้นรถมากับคีย์อย่างจำใจ

          แต่ที่น่าตกใจคือการที่ฉันพบว่าเขาเป็นคนที่ขับรถเร็วมาก..อีกทั้งรถของเขาก็ยังเป็นรถสปอร์ตราคาหลักสิบล้าน ขัดกับหน้าที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูนั่นสุดๆ

          “นี่คีย์” ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงปกติ “ปกตินายขับรถเร็วแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

          “ก็ไม่ แค่บางครั้ง”

          ฉันมองออกไปยังท้องถนนที่โล่งกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ค่อนข้างดึกแล้วด้วยล่ะมั้ง

          อย่างว่า..การขับรถเร็วในเมืองที่รถติดหนักแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ

          “ช้าๆลงหน่อยก็ดี ฉันยังเรียนไม่จบ” ฉันพูดติดตลก ซึ่งเป็นคำพูดตลกที่ไม่มีใครขำแม้แต่ตัวฉันเอง

          คีย์ไม่ตอบอะไร แต่ความเร็วรถที่ช้าลงนั่นคงเป็นคำตอบให้ได้แล้วล่ะมั้ง

          ระหว่างทางเราไม่ค่อยได้พูดอะไรกัน กระทั่งถึงหน้าคอนโดฉันก็ขอบคุณเขาพอเป็นพิธีแล้วก็เดินมาโดยที่ไม่ได้สนใจเขาอีก

          ..ป่านนี้ยัยลัคกี้คงหมดสภาพอยู่ที่ผับนั้นอยู่เลยล่ะมั้ง

 

 

          สองวันต่อมา

          10.32น.

 

          “ไปไหน” คำทักทายของผู้ชายห้องฝั่งตรงข้ามทำเอาฉันอยากจะปิดประตูใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด

          การที่เปิดประตูออกมาพร้อมกันตั้งแต่หัววันแบบนี้เดาได้เลยว่าวันนี้ดวงฉันต้องดิ่งลงเหวแน่ๆ

          ..หรือไม่แน่ก็ลงนรก

          “ถามก็ตอบ”

          ฉันเม้มริมฝีปากแน่น สมองสั่งให้ปิดประตูใส่หน้าเขาแล้วกลับเข้ามาในห้อง แต่ร่างกายกลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

          “ไม่ใช่เรื่องของนาย” และปาก..ก็ดันพูดออกไปซะด้วย

          “บอกดีๆ จะไปส่ง” ศึกรักบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับเสียงปิดประตูดัง‘ปึง’ที่เกิดขึ้นจากฝีมือเขา

          เจ้าตัวเดินตรงเข้ามาทางนี้

          ..คำพูดของเขา ทำเอาฉันนิ่งไป

          “ฉันจะไปต่างจังหวัด นายจะไปส่งมั้ยล่ะ” ฉันเลิกคิ้วสูง ริมฝีปากจากที่เหยียดตึงก็เปลี่ยนมายกมุมปากขึ้น

          คำว่า‘ไปต่างจังหวัด’ของฉันส่งผลให้เขาชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง..

          “ไป” ศึกรักมองหน้าฉันด้วยเรียวคิ้วที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย

          “เหรอ แต่ฉันไม่ไปกับนาย” ฉันแสยะยิ้ม

          ถ้าฉันไปกับเขาก็คงโง่เต็มทน

          “เหรอ แต่ฉันจะไปกับเธอ”

 

 

          สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องกลายเป็นคนโง่ที่ขึ้นรถมากับเขา..แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่ก็ขึ้นมาแล้ว ทำไงได้

          ..คิดซะว่าดีกว่าไปเองก็แล้วกัน

          “นึกยังไงถึงจะไปที่นั่น” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ระหว่างเราถูกความเงียบงันปกคลุมมาตลอดตั้งแต่ออกมา

          ฉันบอกเขาถึงที่หมายที่ฉันตั้งใจจะไป ตอนแรกฉันใช้คำว่า‘ต่างจังหวัด’แต่อันที่จริงมันก็ไม่ได้ไกลอะไรมาก คิดว่าขับรถไปจากกรุงเทพฯประมาณสองชั่วโมงก็คงถึง

          ส่วนที่ศึกรักถามแบบนั้นคงเพราะเขาสงสัยที่ฉันบอกว่าจะไปวัดล่ะมั้ง

          อือ ใช่..ฉันจะไปวัด

          วันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของพ่อกับแม่ ปกติแล้วทุกๆปีฉันจะต้องไปกราบไหว้พวกท่านที่เจดีย์เก็บอัฐิ ปีนี้ก็เช่นกัน

          ญาติฉันสร้างเจดีย์เก็บอัฐิของพวกท่านไว้ที่นั่น..ในจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของแม่ฉัน และเป็นจังหวัดที่พ่อกับแม่พบรักกัน

          เพราะงั้นพอถึงวันครบรอบหรือวันสำคัญฉันก็ต้องไปกราบไหว้พวกท่านที่นั่น

          อันที่จริงฉันควรจะไปกับไอ้โซน แต่อย่างว่า..ตั้งแต่เรื่องเมื่อวานซืนฉันกับมันก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก แม้แต่เมื่อวานฉันก็ไปกลับมหาลัยด้วยตัวเอง

          จะไปเอากับใครก็ไป ถ้าแม้แต่วันครบรอบการจากไปของลุงแท้ๆยังไม่สนใจก็ช่างหัวมัน

          “เรื่องของฉัน” ฉันตอบกลับศึกรักไป

          ตอนแรกฉันคิดว่าหลังจากที่ฉันตอบกลับไปแบบนั้นเราคงจะได้มีปากเสียงกันอีก แต่เปล่า..ศึกรักไม่ได้พูดอะไรต่อ

          เขาไม่ถาม ไม่ซักไซร้ ราวกับว่าเมื่อกี้นี้แค่ถามไปพอเป็นพิธี

          ..ช่างเถอะ

 

 

          วูบ..!

          สัมผัสเย็นวูบที่ข้างแก้มทำฉันเด้งตัวสะดุ้งขึ้นมาแทบจะในทันที..หนังตาฉันจากที่ปิดสนิทก็เบิกโพล่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

          ..นี่ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

          “เรียกไม่ตื่น นึกว่าตาย” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู สัมผัสเย็นวูบเมื่อกี้นี้ค่อยๆจางหายไป

          ฉันปรายตามองวัตถุในมือเขาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยเรียวคิ้วที่ขมวดมุ่น

          นั่นมันอะไร นมสดปั่น..?

          “อะไรของนาย”

          “เรียกไม่ตื่น ไม่รู้ว่าต้องซื้อน้ำอะไร” แก้วนมสดปั่นของร้านดังถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน

          ฉันไม่ได้รับมาแม้ว่าจะอยากกินแค่ไหนก็ตาม แต่ทำเพียงแค่ปรายตามองมันก่อนจะขยับริมฝีปากราบเรียบ..

          “จะรู้ได้ยังไงว่านายไม่ได้ผสมอะไรให้ฉันกิน”

          “ไม่กินก็ไม่ต้องกิน จะได้เอาไปทิ้ง”

          หมับ!

          “เหอะ ซื้อน้ำแบบนั้นมาคิดว่าฉันเป็นเด็กน้อยหิวนมหรือไง” ฉันคว้าเอาแก้วนมสดปั่นในมือของศึกรึกมาไว้เองก่อนจะก้มดูดโดยไม่สนใจว่าเขาจะผสมอะไรลงไปหรือเปล่า

          “ใครๆก็กินกัน” ร่างสูงยกยิ้มมุมปาก “แต่เธอก็เหมือนอยู่”

          “จะบอกว่าฉันเหมือนเด็กน้อยหิวนมนายก็เลยซื้อนมสดปั่นมา?” ฉันเลิกคิ้ว ภายในใจเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาหลังจากที่คิดว่าตัวเองกำลังโดนกล่าวหาว่าเป็นเด็กน้อยหิวนม

          ..ตลกแล้ว

          “เปล่า ซื้อมาเพราะคิดว่าเธอน่าจะชอบอะไรเหมือนๆอลิน” คำพูดของเขาทำเอามือข้างที่ถือแก้วนมสดปั่นของฉันชะงัก

          อลินเหรอ..

          อย่าได้เอาฉันไปเปรียบกับนังผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด

          “ตอนนี้ถึงไหนแล้ว” ฉันกดเสียงต่ำและเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับลากสายตามองไปรอบๆและพบว่าตอนนี้รถจอดอยู่ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง

          “อยู่ในตัวเมือง อีกไม่กี่กิโลคงถึงวัดที่เธอบอก”

          “...” แสดงว่านี่ฉันหลับไปเป็นชั่วโมงเลย?

          “แล้วจะบอกได้หรือยังว่าจะไปทำอะไรที่นั่น”

          ศึกรักเอี้ยวตัวมาทางนี้ ฝ่ามือของเขาเอื้อมมาเชยคางฉันก่อนที่เขาจะทาบนิ้วหัวแม่มือกดลงมายังริมฝีปากล่างของฉัน..

           เพียะ!

          “ฉันต้องถามนายมากกว่าว่าคิดยังไงถึงบังคับให้ฉันขึ้นรถมาด้วย” ฉันปัดมือเขาออกพร้อมกับช้อนตามองร่างสูงที่นั่งข้างกันอย่างเอาเรื่อง

          “..ก็บอกแล้วว่าจะไปส่ง”

          “เหอะ อันที่จริงถ้านายไม่มาส่งฉันก็มาเองได้”

          “แต่เธอก็มากับฉันแล้ว” เขาเลิกคิ้ว แอบเห็นว่ามุมปากยกขึ้นด้วยเล็กน้อย “ฉันก็แค่ไม่อยากอยู่คอนโด”

          “ก็เลยหาเรื่องมากับฉัน? ตลก” ฉันเบ้ปากก่อนจะก้มลงดูดนมสดปั่นในมือ

          ไม่อยากอยู่คอนโดเหรอ..คิดว่าก่อนหน้านี้เขาก็เคยพูดแบบนี้กับฉันนะ

          อยู่คอนโดมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลย..?

          “อือ” พอได้ยินคำตอบแบบนั้นฉันก็แค่นหัวเราะในลำคอพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ

          ..เชื่อเขาเลยจริงๆ

          ระหว่างนั้นอยู่ๆก็มีเสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่ของฉัน..

          แล้วก็จะเป็นใครไปได้ ในเมื่อบนรถมีฉันกับเขาเพียงสองคน

          “ถ้าอยากเข้าห้องน้ำก็ไปก่อน” ศึกรักพูดกับฉันโดยที่ยังไม่ได้กดรับโทรศัพท์

          “อือ” ฉันครางรับก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงที่นั่งข้างกันฝั่งคนขับ

          ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแต่ฉันก็รู้สึกเหมือนกับได้เห็นอะไรบางอย่างจากดวงตาคู่นั้น..

          ตาฝาดล่ะมั้ง

 

 

          Suekrak’s talks

 

          เซียร์ลงจากรถไปแล้ว..

          ผมจ้องมองรายชื่อของสายโทรเข้าที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจออกมาและจำใจกดรับมัน

          “มีอะไรครับ” ผมกรอกเสียงลงไปพลางสายตาจ้องมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่พึ่งจะเดินลงจากรถตรงไป

          คนๆนี้..ถ้าไม่มีธุระที่จำเป็นหรือเรื่องด่วนอะไรก็ไม่มีทางที่จะโทรมาหาผมหรอก

          [นั่นคือประโยคที่แกใช้ทักทายคนเป็นพ่อ?] เจ้าของเสียงที่ฟังดูพอมีอายุตอบกลับมา

          และใช่ คนที่โทรมาก็คือพ่อผม..ไฟ อัคคีคนนั้น

          “พ่อมีอะไรจะคุยกับผม” ผมไม่รีรอและรีบเข้าเรื่องให้เร็วที่สุด

          ..ถ้ามันไม่สำคัญเท่ากับร่างบางที่พึ่งลงจากรถผมไปเมื่อกี้ ผมจะตัดสายทิ้ง

          [วันนี้วันเกิดหนูโมเดล ฉันบอกแกไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน จำได้ใช่มั้ย?] ชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลุดออกมาทำให้ผมเผลอกำโทรศัพท์ในมือแน่น

          ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับผม เพียงแค่เธอเป็นลูกสาวแท้ๆของดารารุ่นใหญ่ที่สนิทสนมกับพ่อ แล้วตัวเธอเองก็รับงานแสดงด้วยเหมือนกัน

          เราอายุเท่ากัน พ่อชอบบอกว่าอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้..แต่นั่นแหละ ผมไม่เอา

          ถ้าไม่ใช่คนที่ผมเลือกเอง ต่อให้สวยขนาดไหนก็ไม่เอาทั้งนั้น

          “ครับ” ผมครางรับ

          แน่นอนว่าผมไม่ได้ความจำเสื่อม ท่านบอกอะไรมาผมก็จำได้ทั้งนั้น..เพียงแต่ผมไม่ได้ใส่ใจมันซักเท่าไหร่

          [งานจัดที่โรงแรม ยังไงแกพาเส้นไหมมาที่บ้านก่อนห้าโมงเย็น เราจะไปที่นั่นพร้อมกัน] ท่านออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

          จัดที่โรงแรมเหรอ? ไปที่นั่นพร้อมกันเหรอ? ของแบบนั้น..

          “ผมไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ”

          [แกว่าไงนะ?] ดูเหมือนว่าท่านจะแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ผมตอบกลับไปแบบนั้น

          คงไม่คิดว่าอยู่ๆไอ้ลูกเวรอย่างผมจะกล้าขัดคำสั่งซะดื้อๆ

          ก็นะ..อาทิตย์ก่อนท่านกำชับไว้ขนาดไหนว่าจะต้องไปงานวันเกิดโมเดลทำไมผมจะจำไม่ได้

          “มาเที่ยวกับเพื่อน คงกลับไปไม่ทันงานวันเกิดผู้หญิงคนนั้น” ผมตอบกลับอย่างเฉยชา ฝ่ามือข้างที่ไม่ได้จับโทรศัพท์ค่อยๆเอื้อมไปลูบไล้พวงมาลัยรถยนต์อย่างแผ่วเบา

          จะตราหน้าว่าผมเป็นเด็กหัวรั้นก็เชิญ ในเมื่อไม่เคยทำอะไรให้ถูกใจท่านได้ซักอย่างอยู่แล้ว

          คราวก่อนก็มีคนมาติดต่ออยากให้ผมไปรับบทละครเรื่องหนึ่ง พ่อตอบตกลงไป..แต่ผมกลับหักหน้าท่านด้วยการปฏิเสธต่อหน้าผู้ใหญ่หลายๆคน

          คงไม่มีใครคิดว่าลูกชายไฟ อัคคีจะทำสันดานต่ำๆแบบนั้น

          คืนนั้นผมโดนด่าจนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วมันก็พึ่งจะผ่านมาเมื่อไม่นานนี้เอง..

          [รู้ตัวมั้ยว่าแกกำลังจะหักหน้าฉันอีกแล้ว] ท่านตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก เย็นถึงขนาดที่ว่าถ้าเป็นคนอื่นก็คงขนลุกซู่ไปแล้ว

          ผมกำลังท้าทายท่าน..

          สมองผมนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ที่ผมเปิดประตูออกมาเจอเซียร์พอดี

          เมื่อเช้านี้ผมคิดว่าจะออกไปหาอะไรทำโดยที่ไม่กลับคอนโด ตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งโง่ๆที่ริมทะเลแล้วนอนค้างซักคืนสองคืน

          แต่นั่นแหละ..ผมเจอเซียร์

          ..และเธอบอกกับผมว่าเธอจะมาต่างจังหวัด

          ผมค่อยๆลดมือข้างที่กำโทรศัพท์ลงมาก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือเอื้อมไปแตะปุ่มวางสาย

          ผมตัดสาย..

          ผมถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง วินาทีนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมเห็นร่างบางท่าทางคุ้นตาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดิบพอดี

          ผู้หญิงที่คิดว่าผมใส่อะไรลงไปในนมสดปั่นให้เธอกิน แต่ตัวเธอเองกลับแย่งจากมือผมไปกินหน้าตาเฉย

          ..พอคิดแล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมา

          เซียร์เดินตรงมาที่รถ ใช้เวลาไม่นานก็ขึ้นมานั่งอยู่ข้างๆผม

          “มองอะไร” เรียวคิ้วเธอขมวดเป็นปม ผมลากสายตาออกมาจากใบหน้าเธอไปหยุดอยู่แก้วนมสดปั่นที่วางอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ

          เซียร์มองตามสายตาผมและคว้าเอานมสดปั่นที่เธอวางเอาไว้ก่อนจะลงไปเข้าห้องน้ำมาไว้ในมือก่อนจะก้มลงดูดราวกับกำลังกระหาย

          ผมละสายตาจากเธอและสับเกียร์ถอยรถออกมาจากตรงนั้น..

          “ฉันไม่ได้ชอบกินนมสดปั่นนะบอกไว้ก่อน”

          ไม่ชอบแต่ดูดเอาๆ..?

          ผมคิดแล้วก็แค่นหัวเราะออกมา

          “ไม่ชอบก็ดี วันหลังจะได้ซื้อให้กินอีก”

          “...”

          “ฉันจะซื้อให้เธอกินอีกเท่าไหร่ก็ได้”

 

 

          หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

 

          “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องตามมา!” เซียร์โวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมเดินตามเธอมาทั้งๆที่เธอกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่รถ

          “อือ” ผมครางรับ สายตามองไปรอบๆบริเวณที่มีแต่เจดีย์เก็บอัฐิตั้งวางอยู่เรียงราย

          ก่อนหน้านี้เธอขอให้ผมช่วยแวะตลาดตรงหน้าวัด เธอหายไปนานแล้วก็กลับมาพร้อมธูปเทียนกับดอกไม้

          ก็พอเดาออกว่าจะมาทำอะไร..

          “นายนี่มัน..” เซียร์หยุดคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะสะบัดตัวหันกลับไปราวกับว่าหมดคำที่จะพูดกับผม

          ผมสาวเท้าตามเธอไปก่อนที่เธอจะหยุดฝีเท้าตรงหน้าเจดีย์เก็บอัฐิสององค์ที่ตั้งอยู่คู่กัน

          เป็นเจดีย์สีขาวที่ค่อนข้างใหญ่กว่าองค์อื่นๆ ซึ่งดูเหมือนจะผ่านมาหลายปีแล้วแต่กลับยังดูสะอาดราวกับว่ามีคนคอยดูแลความสะอาดให้อยู่เป็นประจำ

          “จะให้ช่วยอะไรก็บอก” ผมพึมพำออกไปโดยไม่ได้คาดหวังที่จะเอาคำตอบ

          เซียร์ไม่ได้สนใจผม เธอหยิบกล่องธูปขึ้นมาและค่อยๆแกะมัน ก่อนจะหยิบธูปออกไปไว้ในมือตัวเองหนึ่งดอกแล้วหันกลับมาทางผม

          “อยากช่วยก็ถือไว้” กล่องธูปและดอกไม้จำนวนหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า ผมปรายตามองมันก่อนจะเอื้อมมือไปรับเอามาไว้

          ร่างบางค่อยๆคุกเข่าลงตรงหน้าเจดีย์เก็บอัฐิฝั่งซ้ายที่มีรูปผู้ชายติดไว้อยู่

          ผมมองตามเธอ..ก่อนจะตัดสินใจเดินไปคุกเข่าลงข้างๆ

          “จะทำอะไร” น้ำเสียงเธอดูแล้วราวกับว่ากำลังระแวงผม

          “ไหนๆก็มาแล้ว ไหว้ด้วยแล้วกัน” ผมบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะแย่งไฟแช็กในมือเธอมาจุด

          “จะบ้าเหรอ นายจะมาไหว้พ่อแม่ฉันทำไม”

          คำว่าว่า‘พ่อแม่’ที่หลุดออกมาทำเอาผมชะงักไป..เจ้าตัวเองก็ดูเหมือนจะชะงักไม่ต่าง

          พ่อแม่..?

          แปลว่าทุกวันนี้ผู้หญิงคนนี้ก็..

          “เอามานี่” เซียร์เอื้อมมือมาหยิบกล่องธูปและดอกไม้ในมือผมหวังจะเอาคืนกลับไป แต่ผมไม่ให้เธอทำแบบนั้น..

          “ไหว้สารภาพบาป”

          “...”

          “..ว่าครั้งหนึ่งเคยทำร้ายลูกสาวเขาไว้”

          สิ้นสุดคำพูดก็ดูเหมือนว่าจะมีเดดแอร์เกิดขึ้นระหว่างเรา

          ..เซียร์เงียบไป เธอจ้องหน้าผมราวกับกำลังพิจารณาอะไรซักอย่างอยู่

          และตัวผมก็ปล่อยให้เวลามันผ่านไปอยู่อย่างนั้น..

 

          “จะไปไหนต่อ” ผมถามขึ้นหลังจากที่เราสองคนเดินกลับมานั่งที่รถ

          ..อย่างที่บอกว่าผมยังไม่อยากกลับกรุงเทพฯ

          “กลับ” เซียร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ท่าทีของเธอทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงอะไรหลายๆอย่าง..

          ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่มีทางก้าวขึ้นมานั่งบนรถผม

          ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงชวนทะเลาะตั้งแต่แวบแรกที่เห็นหน้ากันตอนเช้า

          และถ้าเป็นเมื่อก่อน..เราคงไม่มีทางนั่งคุยกันได้อย่างเป็นปกติเหมือนตอนนี้

          บางสิ่งบางอย่างที่เธอแสดงออกมาทำให้ผมรู้ได้ว่ากำแพงระหว่างเราค่อยๆลดน้อยลงเรื่อยๆ

          “ค้างซักคืนก็แล้วกัน” ทันทีที่ผมพูดออกไปแบบนั้นเซียร์ก็หันขวับมามองหน้าผมแทบจะในทันที

          “จะบ้าหรือไง?!”

          “หรือเธอรีบ?” ผมเลิกคิ้ว มุมปากค่อยๆยกขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

          “เหอะ ไม่รีบ..แต่ไม่ค้าง”

          “ถ้าไม่รีบก็ค้าง” ผมเอื้อมมือไปเชยคางร่างบางที่นั่งอยู่ข้างกันก่อนจะโน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเราเสียดสีกัน “ฉันจะค้าง ถ้าเธอไม่ค้างก็คงต้องกลับคนเดียว”

          ไม่รู้ว่าเป็นผมคนเดียวหรือเปล่า..เพราะทันทีที่ปลายจมูกเราเสียดสีกันก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วร่าง

          มันวูบวาบแปลกๆพิกล

          ผลั่ก!

          ผู้หญิงตรงหน้ารวบรวมแรงผลักแผงอกผมให้ถอยห่างจากเธอ และมันก็ได้ผล..ผมผละออกมาอย่างช่วยไม่ได้

          “จะค้างก็เชิญค้างไปคนเดียว คิดเหรอว่าฉันจะกลับเองไม่ได้?” เซียร์เลิกคิ้วท้าท้าย

          ก็คิดอยู่เหมือนกัน ระยะทางไม่มากคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้หญิงคนนี้

          นั่งแท็กซี่กลับไปก็จบ อย่างมากก็แค่อาจจะเจอพวกคนขับขี้ยาพาไปข่มขืนที่ไหนซักที่..

          “เปลี่ยนใจแล้ว”

          “...”

          “ฉันจะค้าง เธอก็ต้องค้าง”

          “นายอย่ามาคิดเองเออเองจะได้มั้ย” ร่างบางยกมือขึ้นนวดคลึงขมับ ท่าทางของเธอแสดงออกชัดเจนว่ากำลังหงุดหงิด

          ถ้าเป็นเมื่อก่อน..ผมคงได้โดนตบหน้าหัน

          “หรือต้องให้พูดซ้ำ?” ผมเอี้ยวตัวหันกลับไปหาเธออีกครั้ง แต่คราวนี้ใบหน้าเราอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

          ใกล้ถึงขนาดที่แค่พูด..ริมฝีปากก็เสียดสีกันได้

          ใกล้ถึงขนาดที่ถ้าตั้งใจฟังดีๆก็จะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ

          “ฉันอยากนอนค้าง” วูบนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างฉุดให้ผมคิดจะก้มลงไปจูบเธอ

          “จ..จะทำอะไร นี่มันในวัดนะศึกรัก!” เซียร์โวยวายขึ้นมา คำพูดของเธอทำให้ผมชะงักและต้องหยุดความคิดพวกนั้นเอาไว้

          ผมผละออก ในหัวพยายามสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งออกไปด้วยแต่มันกลับไม่ออกไปไหน

          “แล้วสรุปค้างไม่ค้าง?”

          “พูดเหมือนกับว่าฉันเลือกได้..”

          หลังจากที่ได้ยินคำตอบผมก็เอี้ยวตัวกลับมา เป็นอีกครั้งที่มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในหัวพลางนึกถึงความคิดที่อยากจะจูบเธอเมื่อกี้นี้

          ในวัดทำไม่ได้

          ..แต่พ้นออกไปก็ไม่แน่

 


..........

......

มาช้า มาน้อย..แต่มานะ55+

ในส่วนของโมเม้นต์พระนางในตอนหน้านั้น..ฟหกด่าสวฟหกดา่สว

มีใครจำคีย์ได้บ้าง นางโผล่มาในChapter 2ง่ะ ที่ศึกรักไปตามเส้นไหมที่วันวาน นังนี่แหละเป็นคนไปฟ้องศึกรัก! ฮ่าๆ

แต่คีย์ไม่ใช่ตัวละครหลักนะ โผล่มาอ่อยนิดหน่อยแล้วค่อยจากไป55+

**ติด #ศึกรักเซียร์ ในทวิตเตอร์แล้วมาคุยกัน ไม่มีใครคุยด้วยเลย เหงานะ งอนด้วย

ยังไม่ได้เช็คคำผิดน้า ถ้าเช็คแล้วจะมาแก้จ้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #223 Ryusaki01 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:22
    ชอบบบบ อัพต่อไวๆนะ
    #223
    0
  2. #222 ตะวันน' ชิมิ' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 21:07
    ร้ายมากนะเธอศึกรัก
    #222
    0
  3. #221 SoulTun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:37

    ศึกษาเท่อะ มาขอโทษป้ายหลุมพ่อแม่ของเมียด้วย

    #221
    0
  4. #220 tateeb23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:22
    ศึกรักต้องใจเย็นนะ5555
    #220
    0
  5. #219 Charlinda88 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 18:35
    ใจเย็นๆ ศึกรึก 55555
    #219
    0
  6. #218 Ms.right (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:47

    เซียร์ไม่รอดแน่ อยากอ่านแร้ววววสสส

    #218
    0
  7. #217 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:14

    นี่ขนาดศึกรักรุกแค่นิดเดียวนะ ไอบ้าเอ๊ย! วันนี้ที่รอคอย!
    #217
    0
  8. #216 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:05
    ศึกรักรุกเก่งจังง เขินน
    #216
    0
  9. #215 toeysunida (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:03
    ขอฉากจูบหน่อยจ้า55555
    #215
    0
  10. #214 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:34

    ทุกวันนี้ก็เฝ้ารอคอยแต่ว่าเมื่อไหร่ศึกรักเซียร์จะอัพ จะเอาต้าวศึกโหมดหลัววว
    #214
    0
  11. #213 pannaray2122 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 11:22
    รอจ้าาาา
    #213
    0
  12. #212 ตะวันน' ชิมิ' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 08:11
    หนูรักเรื่องนี้ ศึกรักเซียร์ โมเม้นแบบบี้มันได้
    #212
    0
  13. #211 Ms.right (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 23:32

    อย่าเอาเซียร์ไปเปรียบเทียบกับนังอลินนนนน ไม่อยากอยู่คอนโดหรืออยากอยู่กับเซียร์กันแน่เจ้าศึกกกก

    #211
    0
  14. #210 Princess48 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:11

    ข..ข..เขาไปด้วยกัน! เขาซื้อนมสดปั่นให้กัน! และที่สำคัญ เขาบอกว่าเหมือนเด็กน้อยหิวนม! แม้เขาอาจจะยังไม่รักกัน แต่โมเม้นนี้มันกระชุ่มกระชวยหัวใจจิงๆ
    #210
    0
  15. #209 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 20:42
    รีบๆมาต่ออีกน้า รอค่า
    #209
    0
  16. #207 Princess48 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:58
    เซียร์คือเจ้าแม่แห่งความเฟียซเลยจ้าา แซ่บพริกล้านเม็ด ถึงนางจะใจร้อนแต่นางฉลาดพูดนะ
    #207
    0
  17. #206 tateeb23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:11
    ชอบในความแซ่บความฮอตของเซียร์มากแม่ // งอนโซนอีกงอนหนักๆปัยเลย ไม่ต้องไปพูดด้วยเลย กดโกรธให้โซน // นังอลินนี่ก็เรื่องเยอะเหลือเกิน
    #206
    0
  18. #205 SoulTun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 17:38

    ศึกรักมากำราบคีย์ด่วนๆ

    #205
    0
  19. #204 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 16:47
    น้องคีย์น่ารัก นี่ถึงกับย้อนกลับไปอ่านCh2เลย น้องโผล่มาตอนไหนนะ เราลืมน้องไปแล้ว ToT
    #204
    0