เพราะศึกรักเซียร์ | BECAUSE OF THIS LOVE

ตอนที่ 11 : Chapter 9 #ศึกรักเซียร์ •เพราะ..เราต่างก็เกลียดกัน• Part2 [upload100%] CUT2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,030
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 257 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

Chapter 9

เพราะ..เราต่างก็เกลียดกัน

Part 2

.....

...

 

          ในที่สุดหลังจากเรย์เดินกลับมาฉันก็ได้คำตอบว่าเพื่อนรักของเขาเป็นใคร

           “ไอ้เวรนี่มันชื่อศึกรัก” เรย์ยกยิ้มพร้อมกับแนะนำเพื่อนเขาให้ฉันกับลัคกี้ได้รู้จัก “..ไม่แน่ใจว่ารู้จักกันอยู่แล้วหรือเปล่า”

          เรย์หันมาทางฉันในท้ายประโยค..

          หึ..เฮงซวยจริงๆ

          จังหวะนั้นฉันกับลัคกี้หันมามองหน้ากัน ต่างคนต่างไปต่อไม่ถูก กระทั่งหล่อนเหมือนจะได้สติก็เลยโพล่งขึ้นมา

          “โอ๊ยยย รู้จักสิคะ” นังลัคกี้จีบปากจีบคอก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง “..เชิญนั่งเลยค่ะ เดี๋ยวลัคกี้ขอไปนั่งข้างอีเซียร์แล้วกันนะคะ”

          ลัคกี้เดินมานั่งลงข้างๆฉัน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนอื่นๆนั่งลงพร้อมกันพอดี

          กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันนั่งข้างลัคกี้และเนียร์ ส่วนเรย์กับศึกรักนั่งฝั่งตรงข้ามกัน..

          “เอาไงอีเซียร์”

          “..ฉันจะกลับ” ฉันกระซิบตอบลัคกี้พร้อมกับหยัดตัวขึ้น สายตาฉันลากผ่านทุกคนที่นั่งอยู่และหยุดลงที่เรย์

          เขามองฉัน..และยกยิ้ม

          “จะไปไหน” เรย์บอกกับฉันและยังคงยกยิ้มอยู่อย่างนั้น “ไม่อยู่ดื่มกับพวกฉันก่อนล่ะ”

          “...”

          “..หรือเธอกลัวอะไร?”

          กลัวเหรอ?

          ทำไมฉันต้องกลัวอะไรด้วย

          “ฉันไม่ได้กลัว” ฉันพูดกับเรย์โดยที่มองไปยังศึกรักที่นั่งอยู่ข้างกันก่อนจะค่อยๆนั่งลงตามเดิม

          เรย์กำลังท้าทายฉัน..พวกเขามีเป้าหมายอะไรบางอย่าง

          บางที..เรย์อาจจะกำลังพิสูจน์อะไรซักอย่างอยู่

          “งั้นมาดื่มกัน พวกฉันเลี้ยงเอง” คำพูดของเรย์ทำเอาเพื่อนของเขาทั้งสองคนหันไปจ้องเขม็งทันที

          “เ*ยไร ไม่ปรึกษาก่อน”

          “มึงอย่าใจแคบดิวะไอ้เนียร์ แค่มึงนั่งข้างเซียร์ก็คุ้มแล้ว”

 

 

          “เรย์ขา~ ไปต่อกันเถอะนะ..นะคะ” ฉันกำลังนั่งมองสารรูปดูไม่ได้ของเพื่อนตัวเองที่กำลังเกาะแกะผู้ชายอยู่

          “ฮ่าๆ ดื่มก่อนสิครับ” เรย์ยิ้มแห้ง ถ้าให้เดาในใจเขาก็คงจะรำคาญยัยกะเทยนั่นอยู่ไม่น้อย

          ..จะว่าไปหัวฉันก็เริ่มมึนแล้วสิ

          จึก..!

          “กระโปรงมันร่นขึ้นมา” เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบหลังจากที่เมื่อกี้นี้เขาพึ่งจะถือวิสาสะเอื้อมมือมาจัดชายกระโปรงฉัน

          ฉันนิ่งค้างไปกับการกระทำของเขา..

          ตอนนี้เรามีการเปลี่ยนที่นั่งกันนิดหน่อย จากตอนแรกที่ลัคกี้นั่งข้างฉันอยู่ๆยัยนั่นก็เสนอหน้าไปนั่งกับเรย์ ส่งผลให้ศึกรักที่ดูเหมือนจะรำคาญก็เลยเปลี่ยนมานั่งข้างฉันแทน

          ..เฮงซวย

          “เซียร์ไม่ดื่มเพิ่มอีกหน่อยเหรอ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว..” เรย์หันมาถามฉันพร้อมกับส่งยิ้มมาให้

          รอยยิ้มนั่นน่ะ..เชื่อไม่ได้หรอก

          “ฉันเริ่มมึนแล้ว” ฉันปฏิเสธไปตามตรง ขืนถ้าฉันดื่มเยอะกว่านี้สภาพฉันคงไม่ต่างจากกะเทยลัคกี้ซักเท่าไหร่

          “เอาซักหน่อยเหอะ อีกแค่นิดหน่อยคงไม่เมาง่ายๆหรอก” เขายังคงเซ้าซี้ฉัน..

          “นายดูพยายามยัดเยียดฉันนะเรย์”

          “ก็ไหนๆฉันก็ต้องเลี้ยงพวกเธอแล้ว ทำไมพวกเธอไม่ดื่มให้คุ้มไปเลยล่ะจริงมั้ย”

          อ่าห้ะ ก็จริง..

          แต่เดี๋ยวก่อนนะเรย์ ฉันไม่ใช่พวกเห็นแก่ของฟรีขนาดนั้น

          “ไม่..”

          “อ่าห้ะ ไม่ปฏิเสธ” ฉันกำลังจะพูดว่า‘ไม่เป็นไร’แต่เจ้าตัวดันคิดเองเออเองและชิงพูดตัดหน้าฉันซะก่อน “..น้องครับ ขอค็อกเทลที่แพงที่สุดในร้านมาแก้วนึงครับ”

          ฉันเบิกตาโพล่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เรย์พูดกับพนักงานในร้าน

          ..ผู้ชายสามคนนี้สันดานเหมือนกันหมดทุกคนเลยหรือเปล่านะ

          ไม่นานก็มีค็อกเทลมาเสิร์ฟซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเรียกว่าอะไร เรย์มองหน้าฉันสลับกับค็อกเทลตรงหน้าพร้อมกับเลิกคิ้ว

          ยัดเยียดให้ฉันซะจริงนะ ค็อกเทลแก้วนี้เนี่ย..

          ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มทีละนิด รสชาติของมันมีทั้งความฝาดจากเหล้าและความเปรี้ยวจากผลไม้อะไรซักอย่างที่ถูกผสมลงไป

          ก็..อร่อยดี

          เวลาผ่านไปกี่นาทีแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันเริ่มรู้สึกมึนหนักกว่าเดิมทั้งๆที่กินแค่ค็อกเทลผสมผลไม้แก้วเดียว

          พรึ่บ..!

          “ฉัน..ขอตัวกลับก่อน” ฉันยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลของการยืนขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ก็แทบจะทำให้ฉันเซล้ม

          นี่มันมึนจริงๆนะ มึนแปลกๆ..

          “เดี๋ยว” วินาทีนั้นศึกรักยืนขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้ ฉันหันขวับไปและสะบัดออกแทบจะในทันที “ฉันไปส่ง”

          เมื่อกี้..

          เมื่อกี้ฉันรู้สึกวูบวาบเหมือนโดนไฟช็อต

          “ไอ้ศึกรัก” เรย์เดินตรงเข้ามาหาศึกรักก่อนที่เขาจะก้มกระซิบอะไรบางอย่าง

          “..เ*ย”

          ฉัน..ได้ยินเสียงเขาสบถออกมา

          “สู้ๆนะมึง อย่าให้เสียของ”

          สองคนนั้นพูดอะไรซักอย่างซึ่งฉันไม่ทันได้ฟัง รู้สึกมึนซะจนฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลย

          หมับ..!

          จังหวะนั้นศึกรักคว้าข้อมือฉันไว้ก่อนจะลากฉันออกมาจากวันวาน สัมผัสที่ข้อมือฉันบริเวณที่เขากอบกุมอยู่มันรู้สึกอุ่นไปถึงร้อนวูบวาบ

          “ป..ปล่อยมือ”

          “รีบๆเดิน” เขาไม่ฟังที่ฉันพูดและยังคงเร่งฝีเท้าซะจนฉันแทบจะเซล้มไปข้างหน้า

          “นายจะรีบไปไหน?! ฉัน..ฉันไม่กลับกับนาย!” คำพูดฉันสะดุดในท้ายประโยคเพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

          มัน..จะเรียกว่า‘ร้อน’ก็ไม่เชิง

          “ถ้าไม่กลับกับฉัน” ร่างสูงชะงักฝีเท้า นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกลงมาในตาฉัน “..เธอจะปล่อยให้พวกขี้เมาปล้ำเธอเหรอ”

          เขา..

          เขาหมายความว่าไง

 

 

          “ศ..ศึกรัก”

          “อือ อยู่นี่” น้ำเสียงอู้อี้ของเขาที่กำลังเดินตรงเข้ามาทำให้ฉันรู้สึกโหวงเหวง

          หัวฉันตื้อไปหมด ร่างกายรู้สึกอึดอัด..สมองไม่สามารถประมวลผลได้ว่าไอ้ความรู้สึกแปลกๆพวกนี้มันเกิดขึ้นมาจากอะไร

          “ร้อน..” ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังพึมพำด้วยน้ำเสียงชนิดหนึ่ง

          “รู้” เขาโน้มหน้าลงมาข้างใบหูฉันก่อนจะกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า “..เร่งแอร์แล้ว”

          ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียง แต่ไม่รู้ว่าเขาพาฉันมาที่ไหน มันคุ้นตา..แต่ว่าหัวฉันตื้อซะจนคิดอะไรไม่ออก

          “นี่ไม่ใช่ห้องฉัน ไม่ใช่เตียงฉัน..” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงอู้อี้ที่ไม่รู้ว่าเขาจะฟังออกมั้ย “นาย..พาฉันมาที่ไหน”

          “ห้องฉัน” พูดจบริมฝีปากหยักบางก็ขยับมาขบเม้มใบหูฉันและนวดคลึงจนรู้สึกร้อนยิ่งกว่าเดิม

          สองมือของฉันเริ่มยึดจับผ้าปูเตียงเอาไว้ สองขาของฉันหนีบเกร็งเข้าหากันและศึกรักก็เป็นฝ่ายแยกมันออกจากกันด้วยขาของเขา

          “แอร์..ร้อน” ฉันรู้ว่าตัวเองเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว สมองของฉันเองก็เริ่มขาวโพลนไปตามๆกัน

          อารมณ์บางอย่างกำลังครอบงำฉัน เพียงแต่..เพียงแต่มันมีสาเหตุมาจากอะไรบางอย่างที่พอฉันนึกย้อนกลับไปแล้วก็ต้องปวดหัว

          “อยากหายร้อนมั้ย” ศึกรักผละออกก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงส่วนใดส่วนนึงของหัวเตียงพร้อมกับปรายตามองมาที่ฉันอย่างเหนือกว่า

          “...”

          “อ้อนวอนฉัน..แล้วฉันจะทำให้เธอหายร้อน”

          พรึ่บ..!

          วินาทีนั้นไม่รู้ทำไมฉันถึงหยัดตัวขึ้นและพุ่งตัวไปหาเขาก่อนจะใช้ริมฝีปากตัวเองทาบลงไปคลอเคลียบริเวณซอกคอของร่างสูง

          “นายมันกาก” ฉันพึมพำด้วยน้ำเสียงอู้อี้..ดูเหมือนว่าศึกรักจะชะงักค้างไป “แค่นี้ก็ทำไม่..อ๊ะ!”

          เขาใช้แรงอันมหาศาลผลักฉันนอนราบลงบนเตียงนุ่มก่อนที่ตัวเอาจะคร่อมทับลงมา ใบหน้าของเขาตอนนี้เหมือนเสือที่กำลังหิวกระหาย..

          มัน..น่ากลัวนะ

          แต่ทำไมตอนนี้ฉันถึงไม่มีความกลัวอยู่เลย

          ฝ่ามือหนาก็ค่อยๆสอดเข้ามาในสาบเสื้อของฉัน นิ้วมือของเขาวนเวียนอยู่บริเวณหน้าท้องอันแบนราบของฉันก่อนจะค่อยๆเลื่อนขึ้นมาบริเวณบราเซียร์และเนินอก

          มืออีกข้างของเขาเลื่อนต่ำลงบริเวณตะขอกระโปรงยีนส์ของฉันและค่อยๆปลดมันออกอย่างช้าๆ

          “อือ กาก”

          **CUT**#ฉากคัทศึกรักเซียร์ ]



          เช้าวันต่อมา

          8.36น.

 

          “เธอเริ่ม” คำพูดของศึกรักทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

          ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น..จำได้

          โมโหตัวเองเหมือนกันที่มานึกได้หลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วว่าทั้งหมดเมื่อคืนนี้มันเกิดจากอะไร

          “ไปลากหัวเพื่อนนายมาหาฉัน”

          “...”

          “ได้ยินมั้ยศึกรัก โทรตามเพื่อนนายมาหาฉันเดี๋ยวนี้!”

          “..ใคร” นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกลงมา ตอนนี้ฉันนอนอยู่บนเตียงเขา..ในสภาพที่มีเพียงผ้าห่มผืนใหญ่ผืนเดียวที่ปกคลุมร่างกายอันเปลือยเปล่า

          ส่วนตัวเขาก็ยืนจ้องฉันในสภาพที่เปลือยท่อนบน..

          “แล้วไอ้เ*ยตัวไหนที่มันวางยาฉัน?!” ฉันเริ่มโวยวาย มือฉันเอื้อมไปหยิบหมอนข้างที่วางอยู่ขึ้นมาก่อนทำท่าจะเขวี้ยงไปทางเขา

          “ไอ้เรย์”

          เขารู้..

          เขารู้ว่าเพื่อนเขาทำอะไรกับฉัน ในค็อกเทลแก้วนั้น แต่เขากลับ..

          “โทรตามเรย์มาให้ฉัน” ฉันกดเสียงลงต่ำหนึ่งระดับและค่อยๆลดมือลงอย่างใจเย็น “..เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน”

          “...”

          “เงียบทำไม ฉันบอกให้นายโทรตามเพื่อนนายมาให้ฉันไง!”

          “โทรได้” เขาเอ่ยอย่างราบเรียบก่อนจะสาวเท้าตรงเข้ามาหาฉัน “..วางหมอนก่อน อย่าขว้าง’

          “...” ฉันเงียบไปและจัดการโยนหมอนข้างในมือไปยังมุมใดมุมหนึ่งของเตียงตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

          ศึกรักมองการกระทำของฉันและเอื้อมมือมาคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางคว่ำหน้าอยู่ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะใช้เวลารัวนิ้วอยู่ครู่หนึ่ง

          ฉันมองหน้าเขาก่อนจะค่อยๆลากสายตาต่ำลงมา

          เขาไม่ได้ใส่เสื้อ..

          วูบนั้นอยู่ๆหน้าฉันก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เหตุการณ์เมื่อคืนถูกย้อนเข้ามาในหัวเป็นฉากๆจนฉันต้องสูดลมหายใจเข้าเพื่อที่จะสลัดความคิดพวกนั้นออกไป

          ..แต่มันสลัดได้ที่ไหนกัน บัดซบสิ้นดี

          [ว่าไงมึง] ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็มีเสียงทุ้มดังขึ้นในระยะที่ฉันเองก็ได้ยิน

          ..ศึกรักเลือกที่จะเปิดลำโพงให้ทั้งฉันและเขาได้ยินสิ่งที่เรย์พูดพร้อมกัน

          [เมื่อคืนเป็นไง..เด็ดมั้ย]

          ฉันเหยียดยิ้มให้กับประโยคที่พึ่งจะได้ยินเมื่อกี้นี้

          สมแล้ว..ที่เป็นเพื่อนกันน่ะ

          “อือ เด็ด”

          คำตอบของศึกรักทำเอาฉันสะดุดชะงักไปนิดหน่อย วินาทีนั้นส่วนใดส่วนนึงของผ้าห่มผืนใหญ่ถูกฝ่ามือฉันกำจนแน่น

          ถ้าเป็นกระดาษก็คงได้ยับยู่ยี่คามือไปแล้ว..

          [เชี่ย..จริงดิ? ไว้กูจะเอาไปลองบ้าง]

          “มึงไปได้มาจากไหน” เขากรอกเสียงลงไปคุยกับคู่สนทนาโดยที่สายตายังคงจับจ้องฉันอยู่ “ยานั่น..มึงไปได้มาจากไหน?”

          ฉันยังคงเงียบและเงี่ยหูอย่างตั้งใจฟังคำตอบ ในหัวเองก็พลันฉุดคิดบางอย่างขึ้นมาได้..

          ศึกรักถามแบบนั้น แสดงว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้ที่มาของยานั่น

          ..เอาเถอะ ยังไงพอนึกย้อนกลับไปแล้วฉันก็ไม่ได้โกรธเขาเท่ากับที่ฉันโกรธเพื่อนของเขา

          [เด็กในวันวานให้กูมา อวดสรรพคุณว่าดีนักดีหนา..กูไม่เชื่อเลยเอาให้มึงลองก่อน] เรย์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก [แต่มึงต้องขอบคุณกูนะ ตอนแรกกูกะว่าจะเอาเซียร์ไว้เอง แต่กูเห็นแก่มึงเลยยกให้มึงไป]

          “...”

          ชื่อของฉันที่หลุดออกมาทำให้ฉันออกแรงกำผ้าในมือแน่นกว่าเดิม

          ..อยากให้ในมือฉันตอนนี้เป็นคอหมอนั่นซะจริง จะได้ขาดอากาศหายใจตายตายไปซะเลย

          [ว่าแต่มึงเถอะ..โทรมาเพื่อถามว่ากูได้ยามาจากไหนแค่นี้เหรอ?]

          “เปล่า กูว่าจะตอบแทนมึง” คำว่า‘ตอบแทน’ของเขาทำให้ฉันเหลือบตาไปมองหน้าเขา และพบว่าเขาไม่ได้มองมาที่ฉันแล้ว “มาเจอกันที่ห้องหน่อย”

          การสนทนาของพวกเขาสองคนจบลงแค่นั้นโดยที่ศึกรักเป็นฝ่ายกดวางสายไปก่อน

          ฉันอาศัยจังหวะนั้นค่อยๆยืนขึ้นโดยที่ยังคงใช้ผ้าห่มผืนใหญ่ปกปิดเรือนร่างอันเปลือยเปล่าไว้ก่อนจะออกแรงฟาดฝ่ามือลงไปที่ข้างแก้มเขาอย่างเต็มแรง

          เพียะ!

          ในเมื่อเพื่อนเขายังไม่มาให้ฉันตบ ฉันก็คงต้องตบเขาแทนไปก่อน

          ..ฟังดูจิตดีว่ามั้ย

          “สนิทกันดี รับกรรมแทนกันไปก็แล้วกัน” ฉันเหยียดยิ้ม

          ร่างสูงปรายตามองฉันด้วยสายตาที่ไร้แวว ถ้าให้เดาตัวเขาก็คงจะรู้สึกตะหงิดกับคำพูดนี้อยู่เหมือนกัน

          เพราะครั้งหนึ่ง..เขาเคยพูดคำๆนี้กับฉัน

 

          ‘สนิทสนมกันดี..’

          ‘...’

          ‘รับกรรมแทนกันไปแล้วกัน’

 

          และครั้งนั้น..ฉันก็ต้องกลายเป็นแพะที่โดนเขากระทำสารพัด

          แต่ถ้าจะให้ลองเอามาเทียบกัน ในครั้งนี้ก็คงจะเอาไปเทียบกับครั้งนั้นไม่ได้

          ..มันต่างกัน

          ศึกรักยกมือขึ้นลูบผิวข้างแก้มตัวเองที่เมื่อกี้ฉันพึ่งจะตบเขาจนหน้าหัน

          ฉันมองสารรูปของเขาพร้อมกับหัวเราะดัง‘หึ’เหมือนคนบ้าออกมา ก่อนจะก้มลงหยิบเอาเสื้อผ้าตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นขึ้นมาไว้และเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ไม่สนใจเขาอีก

          ไม่มีค่าพอให้สนใจหรอก

 

 

          Suekrak’s talks

 

          เป็นอีกครั้ง..

          อีกครั้งที่ผมต้องมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินหนีผมเข้าห้องน้ำไป

          ผมจะขอคิดว่าเธอไม่กล้าสู้หน้าเพราะเธอเขินก็แล้วกัน

          ..พอคิดแบบนี้ก็ตลกดี

          สำหรับเซียร์ ตลอดมาผมเข้าหาเธอตามอารมณ์ที่แล้วแต่สถานการณ์ แต่ผมคิดไว้แล้วว่าหลังจากนี้ผมจะเข้าหาเธออีกแบบ

          แบบที่เธอจะต้องมาอยู่ในกำมือผม..

          ค่อยๆแทรกแซงไปทีละนิด

          ควบคุม..และครอบครองเธอ

          ใช่ ผมเคยคิดแบบนี้

          แต่มันก็เป็นความคิดที่ผุดขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆแค่ไม่กี่วัน จนกระทั่งเมื่อคืนนี้มีบางอย่างฉุดรั้งให้ผมหยุดความคิดนั้น

          เซียร์ยังอ่อนแอเกินไป..

          เธออ่อนไหวง่าย ยังคงมีความเป็นผู้หญิงบอบบางอยู่ และที่สำคัญ..เธอไม่ใช่ผู้หญิงจองหองที่ไม่ต้องการใคร

          ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงคนนึงเคยเข้าหาผมด้วยการผสมยานั่นกับเหล้าแล้วดื่มเข้าไป

          สิ่งที่ผมทำคือการจับเธอโยนเข้าห้องน้ำและเธอขังเอาไว้ในนั้น..แต่สิ่งที่ผมทำกับเซียร์เมื่อคืนนี้มันต่างกัน

          ผมนอนกับเธอ ปลดปล่อยอารมณ์กับเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าทั้งหมดนั่นมันก็เพราะฤทธิ์ยา แต่ก็ยังจะทำ

          เ*ยจริง..ควรจะโดนมากกว่าการตบด้วยซ้ำ

          ส่วนเรื่องยา บอกตรงๆว่าผมไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้ ไม่รู้ด้วยว่าไอ้เรย์มันไปจัดการอะไรตอนไหน..จะรู้ก็ตอนที่เซียร์ทำท่าจะกลับแล้วไอ้เรย์ก็เดินมากระซิบที่ข้างหูเรื่องยาที่ถูกผสมลงไปในแก้วค็อกเทลที่เธอดื่ม

          แม่งทำอะไรไม่เคยปรึกษากันก่อน..

          ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมานั่งเล่นรอเวลาที่ไอ้เรย์จะมา

          ห้องน้ำผมโดนเธอยึดไปแล้ว จะเข้าไปอาบน้ำตอนนี้ก็คงไม่ได้..นอกจากจะอาบด้วยกัน

          แต่เชื่อสิ สำหรับเซียร์มันไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าหรอก

          ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงออดหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับแจ้งเตือนข้อความของไอ้เรย์ที่ส่งมาบอกว่ารออยู่หน้าห้อง

          สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การเดินไปเปิดประตูให้มัน แต่ผมเดินไปเคาะประตูหน้าห้องน้ำเพื่อที่จะไปเรียกเซียร์

          เธอสั่งให้ผมตามไอ้เรย์มาให้..

          ก๊อกๆ..!

          “ไอ้เรย์มาแล้ว” ผมกรอกเสียงลงไปผ่านบานประตูที่ปิดสนิท

          ไม่นานเซียร์ก็เปิดประตูออกมา เธอสบตากับผมเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นก่อนที่ร่างบางจะเดินผ่านร่างผมไปโดยไม่คิดเหลียวหลัง

          แน่นอนว่าผมเดินตามเธอไป วินาทีที่ผมเดินออกมาจากห้องนอนก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูหน้าห้องถูกเปิดออกด้วยฝีมือเธอ

          ภาพที่เห็นคือไอ้เรย์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของขอบประตูมองเซียร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่มันจะเบนสายตามามองผมที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

          หมับ..!

          “นาย?!” เซียร์หันมาเบิกตาโพล่ง “..ปล่อยฉัน!”

          เมื่อกี้นี้ผู้หญิงคนนี้ง้างมือเตรียมที่จะฟาดลงไปที่ข้างแก้มไอ้เรย์แบบเดียวกับที่เธอทำกับผม แต่ผมดันคว้าข้อมือเธอเอาไว้ได้ก่อนที่เธอจะทันได้ออกแรง

          ผู้หญิงคนนี้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็จะตบอย่างเดียว

          แค่ตบมันน่ะไม่พอหรอก

          ต้องแบบนี้..

          ผัวะ!!!

          “เชี่ย!” ไอ้เรย์สบถทันทีที่ผมปล่อยหมัดใส่มัน “..มึงต่อยกูทำไมวะ”

          และใช่..ผมต่อยมัน

          ผมต่อยไอ้เรย์

          ไม่ใช่ว่าผมโมโหมันหรือโกรธมัน แล้วก็ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนดีที่จะแก้แค้นแทนเธอ

          ..ก็แค่จะทำให้ดู ว่าปกติแล้วเขาทำกันแบบไหน

          เซียร์ใช้จังหวะนั้นแทรกตัวผ่านร่างผมก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปที่แก้มไอ้เรย์ที่ผมพึ่งจะต่อยไปเมื่อกี้

          คล้ายกับว่าเธอจะไม่ได้สนใจสิ่งที่ผมพึ่งจะทำไปเมื่อกี้นี้เลย..

          Sh*t” ไอ้เรย์สบถก่อนจะสูดลมหายใจเข้าทางปากและใช้หลังมือถูผิวข้างแก้มตัวเองไปมา “มือหนักชิบ”

          ใช่ มือหนัก

          ผมโดนบ่อยแล้ว..ชินแล้ว

          “ทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจ” เซียร์ขบฟันกรอด เสียงของเธอสั่นเครือจนผมรู้สึกได้

          เธอหันมาสบตากับผม เสี้ยววินาทีนั้นผมได้เห็นถึงบางอย่างที่ฉายออกมาผ่านแววตาของเธอ

          ความคุกรุ่น ความโกรธ

          ..และความเสียใจ

          “นายก็ด้วย” เธอใช้ฝ่ามือออกแรงผลักมาที่แผงอกผม โชคดีที่แรงแค่นั้นไม่ทำให้ถึงกับเสียหลัก “ไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดี ถ้านายเองก็เ*ยไม่แพ้กัน!”

          “...”

          อือ รู้ตัว

          ยิ่งเธอพูดแบบนี้ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือยิ่งทำให้ผมเริ่มไขว้เขว..ผมยังคงสีหน้านิ่งเรียบตามปกติเอาไว้แต่ใครจะรู้มั้ยว่าข้างในมันปั่นป่วนไปหมด

          วินาทีนั้นเหมือนมีบางสิ่งสั่งให้ผมทำบางอย่าง..

          มือข้างหนึ่งของผมเอื้อมไปคว้าร่างบางตรงหน้าเข้ามาสวมกอดไว้อย่างที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำ ส่วนมืออีกข้างก็จัดการปิดประตูใส่หน้าไอ้เรย์โดยที่ยังไม่ทันได้คุยกับมัน

          มันจะงงก็ช่างมัน

          มันจะเอาไปพูดยังไงก็ช่างแม่ง..

          ผมเกยคางไว้บนไหล่เซียร์อย่างถือวิสาสะ มือข้างที่พึ่งจะปิดประตูก็ค่อยๆเอื้อมมาลูบเส้นผมของเธออย่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

          “..ขอโทษได้มั้ยล่ะ” น้ำเสียงของผมไม่หนักแน่นเท่าที่ควร คิดว่าเซียร์เองก็คงรู้สึกได้เหมือนกัน

          เธอนิ่งไป..

          “แล้วนายคิดว่าคนอย่างนายควรได้รับการยกโทษให้มั้ยล่ะ” เซียร์ไม่ได้ผละออก เธอขยับริมฝีปากโดยที่ยังคงฝังใบหน้าอยู่ที่แผงอกผม

          “...”

          “ถ้านายเป็นฉันนายจะให้อภัยผู้ชายที่ชื่อศึกรักมั้ย”

          ถ้าผมเป็นเธอ..

          “ก็คง..ไม่”

          อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือทำท่าทีรังเกียจเหมือนอย่างที่ควรจะทำ

          โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีให้ผมได้บ่อยๆ

          เพราะงั้น..

          ไหนๆแล้วอยู่แบบนี้ซักพักคงจะไม่เป็นไร

           

          End Suekrak’s talks

 

 

          วันนี้ฉันมีเรียนตอนสิบโมง..

          หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ฉันก็สามารถหอบสังขารตัวเองมาเข้าคลาสได้ทันอย่างฉิวเฉียดโดยที่ยังคงมีบางสิ่งบางอย่างที่แคลงใจอยู่

          เรื่องศึกรัก..

          เขาทำเหมือนกับว่าแคร์ฉัน เข้าใจฉัน..ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดกันโดยที่เขาเองก็เลวใส่ฉันซะจนไม่มีติ

          และเมื่อเช้านี้ที่เขาทำตัวเป็นพ่อพระ เป็นพระเอกที่แสนดี

          เขาทำไปเพื่ออะไรและต้องการอะไรฉันเองก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือมันไม่จำเป็นสำหรับฉัน ต่อให้เขาหวังดีฉันก็ไม่ต้องการมัน

          ถึงครั้งนี้เขาจะมีส่วนผิดแค่นิดหน่อย แต่มันก็อดคิดถึงเรื่องเลวๆที่เขาทำกับฉันไม่ได้

          เราน่ะ..ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกันหรอก

          “ตกลงจะบอกได้หรือยัง” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ฉันเงยหน้าสบตากับร่างสูง

          ฉันกำลังนั่งกินข้าวเที่ยงอยู่กับไอ้โซนที่โรงอาหาร..

          “บอกอะไร”

          “ก็เรื่องนั้นไง เธออย่ามาแกล้งทำลืม”

          “เรื่องไหน ลืมจริง” เรียวคิ้วของฉันขมวดเป็นปม สาบานว่าฉันลืมจริงๆ

          “เรื่องเธอกับไอ้เพลิงไง ฉันถามในคลาสแล้วเธอก็เงียบไปอะ”

          “หือ” ฉันเลิกคิ้วกลับไปอย่างทันควัน “ถามตอนไหน ไม่เห็นได้ยิน”

          “เนี่ย เธอแม่ง” ไอ้โซนพึมพำก่อนจะใช้มือขยี้เรือนผมตัวเองจนเส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

          “...”

          “..จะพูดดีมั้ยวะ”

          “อะไรของนาย” ฉันขมวดคิ้วให้กับท่าทีลำบากใจของไอ้โซน

          “นึกได้ว่าไม่ควรพูด” มันหลุบตาต่ำก่อนจะตักข้าวในจานเข้าปากพลางพูดไปด้วย “แต่แม่งอยากพูดชิบหายเลยว่ะ”

          “...” กินข้าวไปคุยไปมันไม่ดี แม่ไม่สอนเหรอโซน

          “เรื่องมันมีอยู่ว่าวันก่อนไอ้เพลิงชวนฉันไปดื่มแล้วมันเมา” ไอ้โซนเริ่มพูด โดยที่ฉันเองก็ยังคงงุนงงกับท่าทีของมันอยู่ “รู้มั้ยว่าตอนนั้นมันบอกกับฉันว่าอะไร”

          “..ไม่รู้” ฉันพึมพำกลับไป

          จะไปรู้ได้ยังไงกัน

          วูบนั้นโซนจ้องเขม็งมาที่ฉันอย่างเอาจริงเอาจังราวกับว่าสิ่งที่จะพูดต่อจากนี้เป็นข้อมูลสำคัญระดับชาติ

          “มันบอกว่ามันชอบเธอ”

           “เหรอ” ฉันเลิกคิ้วกลับไปก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อฉันเลย

          ..แต่ไม่หรอก ในใจมันต่างกับสิ่งที่แสดงออกอย่างสิ้นเชิง

          “เธอไม่ตกใจหน่อยเหรอ”

          ตกใจสิ..ตกใจมาก

          แต่ถึงจะตกใจขนาดไหนก็ต้องทำตัวเป็นปกติสุขที่สุด

          ไม่รู้สิ อันที่จริงเรื่องนี้ฉันก็เคยรู้สึกได้อยู่บ้าง

          เคยได้ยินมั้ยล่ะ..ที่บอกว่าผู้หญิงมักจะมีเซ้นท์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้น่ะ

          ก่อนหน้านี้ฉันไม่อยากเข้าข้างตัวเองจนเกินไป กลัวว่าถ้ามันไม่จริงขึ้นมาฉันคงแบกรับความรู้สึกแย่ๆ

          “..หรือเธอรู้อยู่ก่อนแล้ว?”

          “ไม่” ฉันตอบกลับไป

          ถึงฉันจะรู้สึกได้ แต่ก็ใช่ว่าที่ฉันรู้สึกมันจะจริง..ไม่มีหลักฐานยืนยัน เพราะมันไม่เคยได้ออกมาจากปากเพลิงให้ฉันได้ยิน

          “รู้ตัวมั้ยว่าเธอไม่มองตาฉันเลย” มันพูดราวกับว่ากำลังจับผิดฉัน

          และใช่ มันได้ผล..ฉันชะงักไป

          วูบนั้นฉันเงยตาขึ้นสบตากับไอ้โซนและพบว่ามันมองหน้าฉันด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ประดับอยู่บนใบหน้า

          ..ยิ้มแบบนั้นหมายความว่าไง

          “...”

          “ถามจริง เธอรู้สึกอะไรกับไอ้เพลิงบ้างมั้ย” ไอ้โซนถามฉันโดยที่เรายังคงจ้องตากันอยู่ แน่นอนว่าฉันนิ่งเฉยเมื่อได้ยินคำถามนั้น

          ถามว่ารู้อะไรกับเพลิงมั้ยน่ะเหรอ?

          ก็คง..

          “ไม่” ฉันเบนสายตาออกมาและพยายามเลี่ยงการสบตากับโซน

          ฉันหลบตาแบบนี้ทุกครั้งเวลาไม่มั่นใจกับคำตอบที่คุยกับคู่สนทนา

          ใช่..ฉันกำลังไม่มั่นใจ

          “ฉันกับหมอนั่นเป็นเพื่อนกัน..นายก็รู้ คนอื่นๆก็รู้” ‘คนอื่น’ที่ฉันหมายถึงก็คือพวกคิง ควีน ลัคกี้ แล้วก็รสหวาน

          แต่จะมีก็แต่ควีนที่รู้มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย

          ..ก็เรื่องที่ทะเลคราวนั้นไง

          “มันไม่มีความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนหน่อยเหรอ” ไอ้โซนยังคงเซ้าซี้เอาความจากฉัน

          ความรู้สึกเกินเพื่อน..?

          ของแบบนั้นมันก็เหมือนจะเคยมีอยู่ช่วงนึงล่ะมั้ง

          “พูดเหมือนคำว่าถ้าเกิดมีขึ้นมานายจะยินดีอย่างนั้นแหละ” ฉันตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ

          “ก็ใช่ไง โคตรยินดีเลย..อยากได้เพื่อนสนิทมาเป็นน้องเขย” ทันทีที่ได้ยินคำตอบฉันก็แค่นหัวเราะเป็นเสียง‘หึ’ออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ยิ่งถ้าเป็นไอ้เพลิงฉันสนับสนุน”

          ..ตลก

          “งั้นฉันขอถามนายกลับบ้าง”

          “...”

          “..เพลิงขอให้นายมาถามฉันเหรอ” ไม่ใช่อะไร ที่ฉันสงสัยเพราะปกติแล้วฉันกับโซนเราจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกัน

          แต่คราวนี้ดูแล้วมันซักฉันมากเกินไป

          “หือ? ใครอะไร..ไม่มี” โซนสวนกลับแทนจะในทันที “เธออะคิดมาก”

          ..เหรอโซนเหรอ

          “พิรุธนะ”

          “ว่าแต่เธอเหอะ”

          ไอ้โซนกำลังเบี่ยนเบนเรื่องเพลิงโดยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ฉันมั่นใจ

          ..แต่เอาเถอะ ในเมื่อมันไม่ยอมบอกก็ไม่เป็นไร

          “ถ้าเธอบอกว่าเธอคิดกับไอ้เพลิงแค่เพื่อน..”

          “...”

          “แล้วถ้าฉันถามถึงไอ้ศึกรักบ้างล่ะ..เธอจะตอบว่าอะไร” ฉันชะงักกึกทันทีที่โซนพูดชื่อศึกรักออกมาให้ได้ยิน

          เขาไม่สมควรที่จะมาเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างฉันกับไอ้โซนเลยแม้แต่นิดเดียว

          ไม่อยากพูด ไม่อยากนึกถึง

          ยิ่งตัวฉันในตอนนี้ที่ผ่านเหตุการณ์เมื่อเช้านี้มาหมาดๆแล้วล่ะก็..

          “ทำไมฉันต้องตอบ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ฉันตอบมองกับกระตุกยิ้มโดยที่ยังคงจ้องหน้าไอ้โซนอยู่

          ใช่ ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน

          ..เพราะมันไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นอะไรกัน

          “เหรอ” โซนครางรับราวกับว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพึ่งจะพูดออกไป “..เห็นว่าไปดูหนังด้วยกัน คิดว่าเธอจะลืมเรื่องวันนั้นไปแล้ว”

          “...” ดูหนัง?

          “แต่เธอเป็นคนเจ็บแล้วจำ” ไอ้โซนปรับเปลี่ยนมาพูดด้วยสีหน้าเรียบตึง “หรือว่ารักมันเข้าแล้ว..?”

          “..นายไปรู้มาจากไหน” ฉันถามเสียงแผ่ว

          “เรื่องไหนล่ะ เรื่องที่ไปดูหนังหรือเรื่องที่เธอรั..”

          “เรื่องที่ไปดูหนัง” ฉันขัดขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้พูดประโยคเมื่อกี้นี้จบ

          ฉันรู้ว่านายกำลังจะพูดอะไร..โซน

          “ถ้าเรื่องนั้น..”

          “...”

          “ฉันดันไปเห็นโพสต์ในไอจีมันเข้าพอดี”

          “ไอจี?” เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากันเป็นปม โซนมองฉันพร้อมกับเลิกคิ้วสูง

          “อย่าบอกนะว่าเธอเองก็ไม่รู้?” ฉันพยักหน้ากลับไปแทนคำตอบ โซนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะค่อยๆอธิบายให้ฉันได้ฟัง “..ฉันเห็นมันโพสต์รูปถ่ายที่หน้าโรงหนัง”

          “...”

          “ตอนแรกว่าจะไม่สนใจแล้ว ถ้าไม่ติดตรงที่เป็นรูปที่มีเธอ” คำพูดของไอ้โซนยิ่งทำเอาฉันงุนงงหนักกว่าเดิม “..เธอคิดว่าฉันจะจำเธอจากข้างหลังไม่ได้เลยเหรอ”

          มันว่าไงนะ..

          “ขอดูหน่อย” ฉันโพล่งออกไป..จะไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง

          หลังจากนั้นไอ้โซนก็บอกชื่อไอจีของศึกรักมาให้ฉัน สิ่งแรกที่ฉันทำคือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดค้นหาชื่อนั้นในอินสตาแกรมทันที

          เจอแล้ว..

          ฉันกดเข้าไปในบัญชีผู้ใช้ที่ชื่อตรงกันแต่รูปโปรไฟล์กลับเป็นสีดำสนิทแทนที่จะเป็นรูปเจ้าของบัญชีนี้

          สีดำ

          ..ก็เหมาะดี

          แต่ปรากฏว่าหลังจากที่กดเข้ามาแล้วกลับไม่มีโพสต์ที่ไอ้โซนบอกและไม่มีแม้แต่รูปที่เห็นหน้าเขาชัดๆแม้แต่รูปเดียว

          มีเพียงรูปถ่ายทิวทัศน์และสถานที่ต่างๆแค่ไม่กี่รูปแล้วก็ตัวเลขยอดฟอลโล่วหลักหมื่นที่โชว์หราอยู่เท่านั้น

          “ไม่เห็นมี” ฉันพึมพำ

          “ไหนเอามาดู พิมพ์ชื่อผิดหรือเปล่า” ไอ้โซนยื่นมือมาคว้าเอาโทรศัพท์จากมือฉันไป “..เออว่ะ ไม่มีจริงด้วย”

          “...”

          “สงสัยแม่งลบไปแล้ว แต่ก่อนหน้านี้มีจริงๆ” ไอ้โซนยังคงยืนยันคำเดิมกับสิ่งที่ตัวเองเห็น

          บอกตรงๆว่าฉันเองก็ยังไม่เชื่อมันเท่าที่ควร เพราะฉันไม่ได้เห็นดวงตาตัวเอง..อีกอย่างก็ใช่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นฉันที่ไหนกัน

          ..ถึงแม้ฉันกับเขาจะเคยอยู่ด้วยกันหน้าโรงหนังก็ตามที

          “แล้วเธอจะตอบคำถามฉันได้ยัง”

          “อะไร” ฉันขมวดคิ้วอีกครั้ง

          คราวนี้จะซักไซ้อะไรฉันอีก..

          “เธอรู้สึกยังไงกับมัน” คำถามที่ตรงไปตรงมาของไอ้โซนทำเอาฉันต้องชะงักอีกครั้ง “ขอแบบตรงๆไม่อ้อมค้อม”

          “...”

          “รักบอกรัก เกลียดบอกเกลียด ถึงฉันจะไม่ชอบมันแต่ฉันไม่ได้จะว่าอะไรเธอ”

          “...”

          “..เพราะฉันเองก็มีอะไรจะบอกเหมือนกัน” คำพูดในประโยคสุดท้ายของโซนนั้นแผ่วเบาจนถ้าไม่ตั้งใจฟังจริงๆก็อาจจะไม่ได้ยิน

          แต่ฉันได้ยิน..

          คำว่า‘มีอะไรจะบอก’ที่หลุดออกมาจากปากไอ้โซนเหมือนจะกระตุ้นต่อมอะไรซักอย่างในตัวฉันให้ทำงาน

          “ฉัน..เกลียด” ฉันบอกสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม

          ยังคงยืนยันคำเดิม ก่อนหน้านี้เกลียดเท่าไหน ตอนนี้ก็เกลียดเท่านั้น..

          ไม่ชอบเขายังไง ตอนนี้ก็ยังไม่ชอบเขาอย่างนั้น

          ..เผลอๆอาจจะมากขึ้นด้วย

          “เธอจะไม่มีวันเสวนาแล้วก็ญาติดีกับคนที่ทำร้ายจิตใจเธอ” อยู่ๆไอ้โซนก็พูดอะไรซักอย่าง “..เว้นแต่ว่าเธอจะให้อภัยคนๆนั้นแล้ว”

          “...”

          “เธอหลบตาฉัน เธอให้อภัยมันแล้ว” ไอ้โซนยังคงพล่ามต่อ

          ..ทั้งๆที่มันไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ

          หมับ..!

          “นายอย่ามาทำตัวเหมือนรู้จักฉันดีจะได้มั้ยโซน?!” วินาทีนั้นฉันยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์ของตัวเองจากมือไอ้โซนคืนมา

          ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

          ..แต่อยู่ๆก็ของขึ้นกับคำพูดของมันขึ้นมา

          ฉันปลีกตัวออกมาจากตรงนั้นทันที เหมือนจะได้ยินเสียงบ่นของไอ้โซนดังตามหลังมาด้วย แต่ว่าฉันไม่ได้สนใจฟัง

          คนอื่นๆมีหันมามองเราสองคน แต่คิดว่าคงจะไม่ได้มีใครสนใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น

          ช่างเถอะ

 

 

          ค่ำวันเดียวกัน

          -คอนโดQ-

 

          ตอนนี้ฉันนั่งขลุกตัวอยู่ที่ห้องโดย

          หลังจากเลิกเรียนฉันก็กลับมาที่ห้องโดยที่ไม่ได้ไปไหนต่อ รู้สึกว่าช่วงนี้ฉันจะอยู่แต่ในห้องมากกว่าออกไปสังสรรค์กับเพื่อน

          อาจเป็นเพราะช่วงนี้คนอื่นๆอยู่ในช่วงรักโปรโมชั่นล่ะมั้ง

          ส่วนเรื่องโซน..

          ตั้งแต่ตอนเที่ยงฉันก็ไม่ได้คุยอะไรกับมันอีกเลย ตอนเย็นก็ไม่ได้กลับด้วยกันเพราะมันบอกว่ามีธุระต้องไปทำ

          ฉันไม่ได้โกรธหรือเคืองอะไรโซน แต่ไม่รู้สิ..เหมือนมันมีอะไรบางอย่างจากคำพูดของมันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิด

          ..ไม่อยากยอมรับซักเท่าไหร่

          Rrr~

          เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ทำให้ฉันละสายตาจากรายการโทรทัศน์ไปยังหน้าจอมือถือที่มีแสงสว้างจ้า

          เป็นแจ้งเตือนแชทไลน์..

          ฉันอาศัยอ่านเอาจากหน้าจอล็อคและพบว่าเป็นข้อความจากคนที่ไม่คิดว่าจะส่งมาหาฉันได้ในเวลานี้

 

          เพลิง : อยู่หน้าห้อง

          เพลิง : เปิดประตูให้ที

 

          ฉันเหลือบตาไปมองเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์และพบว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มสิบสองนาที

          ..เพลิงมาที่ห้องฉัน



..........

......

ได้แต่บอกตัวเองว่าขึ้นเดือนใหม่แล้ว ต้องขยันอัพได้แล้ว โฮฮฮ

แต่ตอนนี้สั้นจริงแหละ เดี๋ยวมาชดเชยให้ตอนหน้านะ จุ๊บ

ที่สำคัญตอนนี้ศึกรักยืนหนึ่งค่ะ!! เพลิงจะเข้ามาแทนที่ไม่ได้!!

**ไปหาเอาใน #ฉากคัทศึกรักเซียร์ 

คอมเมนท์กันเยอะๆนาจาาาา

/คำผิดเดี๋ยวมาแก้น้า/



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 257 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #179 Dxst (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:01

    รอต่อน้าาาา สนุกมากๆ

    #179
    0
  2. #178 Princess48 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:26
    เมื่อก่อนทีมเพลิง แต่ตอนนี้เลือกไม่ถูก อ๊าก
    #178
    0
  3. #177 SoulTun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:44

    เป็นเพื่อนกันมานานแต่เกลียดกันเพราะต่อยตีกัน โซนคงไม่ติดใจอะไรศึกรักแล้วมั้ง ส่วนเพลิงคือจะมาทามมายยยยย

    #177
    0
  4. #176 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:28
    โซนนี่มีอะไรปิดบังอยู่ป่ะ ถามจิง
    #176
    0
  5. #175 SoulTun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 18:25

    เขากำลังจะรักกันอยู่แล้ว เอาเพลิงออกไป

    #175
    0
  6. #173 Princess48 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:47
    จังหวะที่บอกว่า...ขอโทษได้มั้ยล่ะ...ก็คือสู่ขิตไปเร้ยย
    #173
    0
  7. #172 tateeb23 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 00:11
    แนะเริ่มจะรักเค้าแล้วสิดูออก5555
    #172
    0
  8. #171 little beach (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:35
    ศึกรักนี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเป็นไบโพล่าเหรอ เมื่อไหร่เค้าจะหวานใส่กัน รออ่านนะ
    #171
    0
  9. #170 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:08
    ศึกรักโหมดผัววว รอน้า
    #170
    0
  10. #169 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 21:32
    ศึกรักเอายังไงเอาให้แน่ ไม่ใช่ว่าตอนหน้าไปเลวใส่เขาอีกนะ จะโกรธจริงๆแร้วว
    #169
    0
  11. #168 galaxy_gril2545 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:06

    โอ้ยไม่ไหวล้าววว ชอบฉากคัท
    #168
    0
  12. #167 sawasdeekaa2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 07:15

    มาให้ตีทีซิเรย์ ปล.รีบๆมาต่อ มาบ่อยๆ ใจจะขาดแล้ว
    #167
    0
  13. #166 tateeb23 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 00:25
    ร้ายพอกับศึกรักจ้า ไม่งั้นคงไม่ได้เป็นเพื่อนกันโน๊ะ
    #166
    0
  14. #165 bimjungg. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:34
    เรย์ ทำไมมมม ทำแบบนี้ 5555555
    #165
    0
  15. #164 My_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:45
    เรย์เ-ี้ยเกินไปอ่ะ ไรท์คะ ขอเถอะ ขอให้เซียร์ชนะบ้าง เหนือบ้าง นี่เป็นฝ่ายโดนกระทำตลอด เเพ้ตลอดเลย สงสารรรT_T
    #164
    0
  16. #163 Ms.right (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:18

    ตีกันเก่งงง

    #163
    0
  17. #162 blue_beam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:03

    สมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน5555
    #162
    0
  18. #161 little beach (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:23

    ไม่แปลกใจที่เค้าเป็นเพื่อนกัน รออ่านนะ
    #161
    0
  19. #160 Isaraporn Deer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:20
    ศึกรักวางแผนกับเรย์ใข่ป่ะเนี่ยย รับต่อนะคะ รออ่านน
    #160
    0
  20. #159 Princess48 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:17

    ในที่สุด..ในที่สุดเขาก็ได้กัน(แบบสมยอมทั้งคู่) แล้วกรี๊ด
    #159
    0