FanFic Attack on Titan | I Love | Levi x Oc

ตอนที่ 9 : I love 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    26 ม.ค. 64

I love 9

 




"เอเรนเขา..บอกว่าอยากจะเข้าหน่วยสำรวจ.." เสียงของเด็กสาวผมสีดำขลับเอ่ยขึ้นท่ามกลางโต๊ะทานข้าว กริช่าและคาร์ล่าทั้งคู่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด


เอเรนกับคุณน้าคาร์ล่าโต้เถียงกัน อเดลคิดเอาไว้ว่ายังไงซะ หญิงสาววัยกลางคนคงไม่ยอมให้เอเรนได้เข้าหน่วยสำรวจที่มีแต่ภารกิจเสี่ยงตายแน่ๆ


และถึงแม้ว่าคุณลุงกริช่าดูจะยอมรับ เขาสัญญากับลูกชายเพียงคนเดียวของเขาว่าหลังจากที่กลับมาจะให้ดูห้องใต้ดินที่เป็นความลับมาตลอด


"ยังไงก็ไม่ได้หรอกนะ ที่คิดจะเข้าทีมสำรวจงี่เง่านั่นน่ะ"


"งี่เง่างั้นเหรอ! ผมว่าคนที่ทนอยู่แบบนี้ต่างหากล่ะที่งี่เง่า!" อเดลมองทอดตามสายตาไปยังเอเรนที่วิ่งหนีไป น้าคาร์ล่าหันมาจับไหล่เธอกับมิคาสะ


"ทั้งสองคน..เด็กคนนัันชอบพาตัวเองไปเสี่ยง ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกเธอต้องอยู่คอยช่วยเหลือกันนะ!" ดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ที่สบกับเธอ ฉายแววกังวลและเป็นห่วง


"ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ" 





อเดลรีบวิ่งตามมิคาสะกับเอเรนมา เพราะอาร์มินถูกรังแกอีกแล้ว


เด็กพวกนั้นมีกันสามคน ยังคงเป็นกลุ่มเดิมกับที่เคยขโมยขนมปังของอาร์มินไป


"ไอ้บ้านั่นมันมาให้อัดอีกแล้ว"


"อยากโดนเตะรึไง" กลุ่มเด็กสามคนยกยิ้มราวกับมั่นใจว่ายังไงก็คงไม่มีทางแพ้ คงเพราะแค่เอเรนที่วิ่งมาคนเดียว


แต่ทันทีที่มิคาสะโผล่มาพร้อมกับอเดล พวกเขาก็ผวาแล้วรีบวิ่งหนีไป


"รีบไปไหนกัน ยังไม่ได้คุยกันเลยนะ" อเดลหยุดวิ่งแล้วจึงมองตามแผ่นหลังของเด็กสามที่กำลังวิ่ง เธอถอนหายใจ


"เป็นเพราะมิคาสะกับอเดลนั่นแหละ.." ร่างเล็กของอาร์มินที่พยายามลุกขึ้น ก็ล้มลงไปอีกครั้ง เอเรนรีบส่งมือไปให้เขา


"อาร์มิน เป็นอะไรรึเปล่า" อเดลเห็นเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองสว่างกัดริมฝีปากก่อนจะพูดบอก


"ผมลุกเองได้.." 


"งั้นเหรอ" แม้กระนั้นเอเรนก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา 


พวกเขาย้ายกันไปนั่งคุยที่ริมแม่น้ำ อเดลหยิบผ้าเช็ดหน้าจากในกระเป๋าเสื้อออกมา เช็ดใบหน้าที่เลอะฝุ่น และลูบแก้มที่ช้ำเบาๆ


"ให้ตายสิ เด็กพวกนี้ไม่รู้จักจำบ้างเลย" 


"อเดล..ผมไม่เป็นไรครับ.." ใบหน้าของอเดลขมวดคิ้วริมฝีปากที่คว่ำลงบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่


"แล้วคราวนี้พวกนั้นรังแกเธอเพราะอะไรงั้นเหรอ"


เอเรน มิคาสะที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันตั้งใจฟังเรื่องราวที่เล่าจากปากของอาร์มิน


"ผมบอกไปน่ะ ว่ามนุษย์จำเป็นต้องเสี่ยงออกไปดูโลกภายนอก..จากน้้นพวกเขาก็อัดผมและเรียกผมว่าพวกนอกรีต"


"ให้ตายสิ แค่อยากออกไปข้างนอกทำไมทุกคนต้องว่ากันด้วยนะ" เอเรนหยิบหินที่อยู่ใกล้มือและโยนมันลงไปในแม่น้ำ หวังระบายความขุ่นมัวในใจ


"ก็เพราะเราอยู่อย่างสงบมาถึง100ปีโดยการอาศัยอยู่แต่ในกำแพงไงล่ะ" อเดลเท้าแขนลงขาตัวเอง สายตาเธอเหม่อลอยจับจ้องไปยังในแม่น้ำ


"พวกเขาก็กลัวว่าการออกไปข้างนอกจะเป็นการชักนำให้พวกมันเข้ามาในกำแพง ราชสำนักเองก็มีคำสั่งห้ามสนใจโลกภายนอกซะด้วย" 


เอเรนแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา ดวงตาสีมรกตนั่นฉายแววแรงกล้า "ชีวิตของเรา จะเสี่ยงก็เรื่องของเรา"


เพียงเท่านั้นคำพูดที่เหมือนกันของเธอและมิคาสะก็ออกมาจากปาก


"ไม่ได้" มิคาสะหันไปสบตากับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน "ไม่ได้เด็ดขาด" 


"แล้วเธอน่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะบอกพ่อแม่ฉัน!" เจ้าของเรือนผมสีดำยาวหันหน้าหนีไปอีกทาง


"ไม่เคยบอกว่าจะช่วยนี่"


"ทั้งสามคนนั่งอยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันมา" อเดลนั่งเล่นผมของตัวเองได้สักพัก ก็ตัดสินใจว่าจะเดินแก้เบื่อ มิคาสะพยักหน้ารับ อาร์มินกับเอเรนก็ยังคุยกันต่อไป


"สวัสดีค่า เอาเหมือนเดิมนะคะ" อเดลเอ่ยพูดกับเจ้าของร้านขาประจำร้านขนมปัง ยกยิ้มเป็นมิตรให้อีกฝ่าย เจ้าของร้านพยักหน้า "เหมือนเดิมสินะ ช่วงนี้เธอไม่ค่อยซื้อของร้านฉันเลยนา อเดล" 


"พอดีไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ" ลมที่พัดผ่านใบหน้า ทำให้อเดลรู้สึกถึงบางอย่างไม่ปกติ เธอมองเธอใบไม้ที่ปลิวไปตามแรงลม สัญชาตญาณบางอย่างว่าจะมีเรื่องไม่เกิดขึ้น


อเดลตัดสินใจรีบจ่ายเงินและวิ่งกลับไปยังจุดที่ทั้งสามคนรอเธอ


แต่จู่ๆมีเสียงอะไรสักอย่างที่ดังอย่างรุนแรงเสียจนเหมือนฟ้าผ่า สายฟ้านั่นผ่าลงมาและทำให้ผืนแผ่นดินที่ยืนอยู่สะเทือนจนคุมการทรงตัวแทบไม่อยู่ เสียงที่ผ่าดังลงมาเหมือนจะมีการระเบิด มีควันลอยขึ้นจางๆอยู่นอกกำแพง 


"เอเรน มิคาสะ อาร์มิน ไม่เป็นไรใช่ไหม" อเดลเก็บขนมปังใส่กระเป๋าตัวเองไว้ 


ทั้งสามคนไม่มีใครตอบคำถามของอเดล พวกเขาดูจะสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาร์มินออกตัววิ่งไปทางที่ชาวบ้านในเมืองมุงกันดูอะไรสักอย่างเหนือกำแพง


อเดลรีบตามไป แต่ดวงตาของเธอก็ต้องเบิกกว้าง 


มือใหญ่ยักษ์สีแดงที่มีควันพวยพุ่งอยู่ที่ขอบกำแพง อเดลมองมันอย่างไม่คิดเชื่อสายตาตัวเอง


จะบ้ารึไง นั่นมัน50เมตรนะ


"นั่นมัน.."


ใบหน้าของมันที่ไร้ผิวหนังสีเนื้อปกคลุมโผล่ขึ้นเหนือกำแพง ดูน่าหวาดกลัว ชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มที่จะแตกตื่นกัน


"ไททันนี่!"


"ทั้งสามคน! รีบออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้นะ!"


เด็กทั้งสามสายตาจับต้องที่ร่างยักษ์สูงเหนือกำแพงไม่มีใครยอมขยับตามที่บอกเลยสักคน


"เอเรน! อาร์มิน! มิคาสะ! ตั้งสติเดี๋ยวนี้นะ!" เธอตะโกนขึ้นเรียกสติแต่ก็สายเกินไป


เศษหินจากซากของประตูและลมที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงจนตัวแทบปลิว อเดลเลียรีบคว้ามือเด็กทั้งสามคนหลบให้พ้นรัศมีที่หินจะกระจายมา


ชาวบ้านบางส่วนโดนเศษหินนั่นทับจนแหลกไม่เหลือสภาพเดิม


และทันที่ประตูถูกทำลาย


ไททันบางส่วนก็เริ่มทยอยเข้ามา


"บ้านฉัน..อยู่ทางนั้น แม่ฉัน.." อเดลเบิกตากว้างรีบออกตัววิ่งตามเอเรนและมิคาสะ เธอหันมามองอาร์มินพูดบอกเขา


"อาร์มิน! ไปหาที่ปลอดภัยหลบก่อน!"


คุณน้า


อเดลเหลือบมองบ้านบริเวณนั้นที่โดนลูกหลงผู้คนมากมายต่างล้มตายนับไม่ถ้วน


คุณน้าคาร์ล่า..


"แม่ครับ!" เอเรนรีบเร่งฝีมือไปยังบ้านที่มีหินก้อนใหญ่ทับลงที่หลังคาบ้าน อเดลกัดริมฝีปาก แววตาสั่นไหวด้วยความกลัว


"เราต้องยกเสานี่ออก" 


ฝ่ามือเธอสั่นขณะที่พยายามยกเสาที่ทับคาร์ล่าอยู่ให้ออกเพื่อที่จะช่วย


อเดลฝึกการต่อสู้เพื่อต่อกรกับมนุษย์


แต่ไม่ใช่ไททัน


เธอสู้กับพวกมันไม่ได้


เสียงฝีเท้าที่ดังก้อง อเดลเห็นพวกไททันเริ่มกรูกันเข้ามาเยอะขึ้น แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยกเสาออก


"พวกไททันมันเข้ามาข้างในแล้วไม่ใช่เหรอ"


"อเดล! รีบพาทั้งสองคนหนีไป!" อเดลพยายามใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีในการยกเสาบ้าๆนี่ออกแต่มันก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด


"เอเรน!!" คนเป็นแม่เอ่ยเรียกชื่อลูกชายเพียงคนเดียว


"ก็อยากหนีอยู่หรอก แม่ก็ช่วยรีบออกมาเร็วๆสิ!!" เอเรนพูดขึ้นสุดเสียง แม้ว่าฝ่ามือจะถูกเสี้ยนหนามบาดจนเลือดออกแต่ก็ยังคงพยายามต่อไป


"คุณน้า..หนูกำลังพยายามช่วย!" อเดลเอ่ยขึ้น แขนเธอสั่นจากการใช้แรงพยายามดันขึ้น


"บ้านพังลงมาทับขาน้าหักหมดแล้ว..อเดล ถึงให้ออกไปได้ ก็วิ่งไม่ไหวอยู่ดี" คาร์ล่าทำสีหน้าราวกับว่าเธอเตรียมใจมาเป็นอย่างดี ดวงตาสีน้ำตาลมองใบหน้าของอเดล


โกหก..


"งั้นผมจะแบกแม่ไปเอง!!" ดวงตาสีเขียวมรกตสั่นไหวที่น้ำตาคลอที่ดวงตา


"ทำไมถึงไม่เคยเชื่อฟังแม่เลยนะ!! อย่างน้อยก็ฟังแม่สักครั้งไม่ได้รึไง!" อเดลกัดริมฝีปาก ดวงตาสีม่วงชมพูสั่นไหวอย่างรุนแรง 


"มิคาสะ! อเดล!" คุณน้าเอ่ยเรียกชื่อราวกับขอร้อง


ฝีเท้าของไททันเริ่มก้าวมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อเดลได้ยินเสียงของอุปกรณ์เคลื่อนย้าย เธอหันไปมองตามเสียง


"คุณฮันเนส! ช่วยพาเด็กๆทั้งสามคนหนีไปด้วยค่ะ!"


คุณฮันเนสยกยิ้มขึ้นเขาปฏิเสธและออกตัววิ่งไปเพื่อเผชิญหน้าไททันเพื่อช่วยพวกเราทั้งสี่คน


แต่ความน่ากลัวของมันที่พึ่งได้พบเจอครั้งแรก ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะลงดาบกับมันด้วยซ้ำ


คุณฮันเนสวิ่งกลับมาอุ้มเอเรนและมิคาสะ เขาพยายามใช้อีกแรงเพื่อดึงเธอไปด้วย 


หญิงสาวออกแรงสะบัดแขน เพื่อจะวิ่งกลับไป แต่ทันทีที่อเดลสบตากับดวงตาสีน้ำตาลที่แสนอ่อนโยนที่มองมาที่เธอแล้ว.. 


จงมีชีวิตอยู่ต่อไป


ฝ่ามือของเธอสั่น หยาดน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด อเดลกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ รู้สึกราวกับมีอะไรกับกดลงลำคอจนหายใจไม่ออก


"ขอโทษ..ขอโทษค่ะ...คุณน้า.." อเดลหันหลังรีบวิ่งตามมา 


ภาพของหญิงสาววัยกลางคนที่มักมีรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้เธอเสมอ 


น้ำตาของอเดลก็ยิ่งพรั่งพรูออกมา


"หยุดนะ!!!!" เอเรนตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงยามเมื่อเห็นร่างของผู้เป็นแม่ถูกไททันคว้าเอาไว้ในมือ และร่างที่ไร้ลมหายใจกำลังค่อยๆขยับเข้าในปากของ'ปีศาจ'อย่างช้าๆ


เลือดสีแดงเข้ม สาดกระเด็นไปตามทาง ดวงตาของเอเรนเบิกกว้าง ร่างกายนิ่งไม่ขยับ


เด็กสองคนที่สิ้นหวังจากการเห็นคนที่รักถูกไททันกินไปต่อหน้าต่อตา ทำให้อเดลได้แต่โกรธที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย


ในวันนั้นมนุษยชาติก็ได้รู้สำนึก 


ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ถูกพวกมันปกครอง


และความอัปยศที่ถูกขังภายในกรง







Talk with sou

มะวานมีแต่คนยังไม่นอน วันนี้จะยังมีไหมน้าาาา---//โดนตี

เข้าสู่ไทม์ไลน์อนิเมะตอนที่1ค่ะ 

อย่างว่าอเดลอยู่บ้านเยเกอร์มา1ปีแล้วค่ะ จะเสียใจ จะโทษตัวเองก็ไม่แปลกเลย เพราะเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว

ส่วนใหญ่โซไม่ค่อยอยากไปเปลี่ยนบทอะไรของตัวละครหลักอย่างเอเรนมากค่ะ เพราะยังไงตัวดำเนินเรื่องของแอทแทคออนไททันก็คือเอเรนอยู่แล้ว เพราะงั้นบางส่วนที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตัวละครโซก็จะไม่เปลี่ยนอะไรมากให้กระทบเรื่อง

แอะแหะ บ่นเยอะเลย

กำลังใจทุกคนที่ส่งมา เค้าได้รับแน้วน้าา มันปลื้มมั่กๆ พะฮึก//กัดผ้าเช็ดหน้า

บทอเดลจะค่อยๆเริ่มเด่นขึ้นเรื่อยๆจากความสามารถ เตรียมตัวรออ่านได้เยยยย

ใครที่รักน้องกด0แล้วสาธุ//โดนตีเล่นมุกเดิม

สำหรับวันนี้ ติชมได้เสมอ ฝันดีนะคะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

755 ความคิดเห็น

  1. #243 Nicosinnet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:09
    โห น้ำตาคลออย่างเหนได้ชัด บรรยายดีมั้กไรทㅜㅜ
    #243
    1
  2. #56 wanidawu0013 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 22:48
    แงงงถึงในอนิเมะมาแล้วววแต่พอมาอ่านฉากนี้แล้วแอบน้ำตาซึม
    #56
    1
    • #56-1 โซโซ่ว(จากตอนที่ 9)
      29 มกราคม 2564 / 23:58
      เนอะ TT
      #56-1
  3. #44 Yuna_Yuna (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 06:47

    จะรอนะคะ พึ่งเข้ามาอ่านเป็นนิยายที่น่าสนใจมากค่ะ-//-จะรอติดตามนะคะ (แล้วก็ตะรอดูความน่ารักของรีไวล์กับอเดลนะคะ!💖✨)
    #44
    1
    • #44-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 9)
      27 มกราคม 2564 / 23:32
      ดีใจที่แฟนฟิคของโซทำให้สนใจ ดีใจที่ชอบนะคะ!
      #44-1
  4. #43 Ririnji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 01:48
    สายกลางคืนคือเราค่ะ
    #43
    1
  5. #42 pnc-cc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:45
    ฮืออออ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ สนุกมากเลย ไรท์สู้ๆ
    #42
    1
    • #42-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 9)
      27 มกราคม 2564 / 23:32
      ดีใจที่ชอบนะคะ ฮือ ได้รับกำลังใจแน้วน้า
      #42-1
  6. #41 reddy2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:29
    0 สาธุค่ะ; - ; แง สู้ ๆ นะคะคูมไรท์ รีบนอนนะคะ ฝันดีค่าาาา🥺💘✨
    #41
    1
    • #41-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 9)
      27 มกราคม 2564 / 23:31
      เปงรีดเดอร์ที่น่ารัก--- ได้รับกำลังใจแน้วน้า ฝันดีเช่นกันค่ะ!(อาจจะบอกช้าไปหน่อย55555)
      #41-1
  7. #40 ลุนแลงอ้ะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 23:02
    พรุ่งนี้จะสอบแต่ใจเรามันจะโต้รุ่ง
    #40
    1
  8. #39 bom1526 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 22:43

    หดหู่😢😢😢
    #39
    1
  9. #38 Lalinmoon ✨???? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 22:40
    หดหู่ ;-;
    #38
    1