FanFic Attack on Titan | I Love | Levi x Oc

ตอนที่ 10 : I love 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 262 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

I love 10

 

อเดลเลียมองเอเรนที่ดิ้น และพยายามจะชกฮันเนสแม้จะถูกอุ้มอยู่


"อีกนิดเดียว!! ก็จะช่วยแม่ได้แล้ว คุณมายุ่งกับพวกเราทำไม!!"


ฮันเนสโยนเอเรนลงไปกับพื้น มิคาสะดิ้นให้หลุดจากการถูกอุ้มและลงไปประคองร่างของเด็กชาย


"นายช่วยแม่ของนายไม่ได้หรอก เพราะนายไม่แข็งแกร่งพอ"


ฮันเนสคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเด็กสองคนรับหมัดของเอเรนที่ส่งเข้ามาด้วยความโทสะ


"แต่ฉันเองก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับไททันได้...เพราะฉันไม่เหลือความกล้าอะไรแล้ว!!" หยาดน้ำตาของฮันเนสไหลออกมา เอเรนชะงักไปมองใบหน้าของคนที่อายุมากกว่าที่จริงๆฮันเนสก็คงรู้สึกผิดไม่น้อยเลย


อเดลก้าวเท้าเดินไป หญิงสาวทิ้งตัวคุกเข่าลงต่อหน้ามิคาสะและเอเรน


ดวงตาสีม่วงชมพูไร้แวว ริมฝีปากบางเย็นเฉียบเอ่ย


"ขอโทษนะ..เอเรน มิคาสะ" อเดลก้มมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดของเธอ


"ขอโทษนะ...ที่ฉันไม่แข็งแกร่งพอจะช่วยคุณน้าออกมาได้" 


"ขอโทษที่ตอนนั้นเลือกจะหันหลังวิ่งหนีออกมา.." 


อเดลก้มใบหน้าลง เธอก้มหัวลงขอโทษคนสำคัญทั้งสองคนของเธอ


มิคาสะ เอเรนมองเธอทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร 


"อเดล..ต้องลุกขึ้นแล้ว" คุณฮันเนสเดินอ้อมมาข้างหลัง และจับให้เธอลุกยืนขึ้น และจูงมือมิคาสะกับเอเรนเดินออกไป


เดล..


อเดลก้มมองพื้นรู้สึกอยากจะร้องไห้อีกครั้งนึกถึงเสียงของคุณน้าคาร์ล่าที่มักจะถามไถ่เป็นกังวลกับเธอเสมอ


อเดลรู้สึกตัวก็ตอนที่เอเรนเอื้อมมือเล็กของตัวเองมาจับมือเธอไว้ และดึงให้เดินตามไปด้วยกัน เสียงสะอื้นของเอเรนที่ยังคงมีทำให้อเดลเลียรู้สึกแย่


อเดลกุมมือเอเรนตอบ ริมฝีปากบางยังคงพึมพัม


"ฉันขอโทษ เอเรน.."


เอเรน มิคาสะและอเดลถูกพาขึ้นมาส่งที่เรือ เธอจับมือเด็กทั้งสองคนข้างตัว กุมมือไว้และเดินหาที่นั่ง เมื่อได้ที่เธอจึงนั่งลง


อเดลกุมมือไว้ที่อกของตัวเองขยุ้มเสื้อแน่น เธอก้มตัวลงเพราะหายใจไม่ค่อยออก 


แต่เสียงแตกตื่นของผู้คนทำให้เธอต้องสนใจ ทางเชื่อมเรือถูกยกขึ้น เพราะเรือเต็ม ตอนนี้ต้องออกเรือ ผู้คนที่หวาดกลัวความตายต่างกระโดดพยายามจะเกาะเรือไป 


เสียงของผู้คนที่นั่งเบียดเสียดอยู่ข้างๆ ระงมไปด้วยเสียงร้องไห้ และอ้อนวอนต่อพระเจ้า


ถ้าพระเจ้ารักเราจริง


คงไม่ส่งนรกแบบนี้มาให้หรอกจริงไหม


"อย่ามองนะ.." อเดลกดหัวของเด็กทั้งสองให้มองที่พื้นเรือ เพราะไม่ต้องการให้มองภาพที่น่าสลดใจ เธอกอดเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมกอด พวกเขาช็อกมาก


คุณน้า..


ไม่อยู่แล้ว


กลับไปที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว..


เธอได้ยินเสียงของระเบิด ที่ดูท่าว่าน่าจะมาจากปืนใหญ่จากอีกฟากของกำแพง คงกำลังใช้จัดการไททัน เสียงยิงยังคงต่อเนื่องกระหน่ำไม่หยุด


"อึก-" ภาพที่หญิงสาวผู้มีพระคุณของเธอถูกไททันกินต่อหน้ามันหลอกหลอนภายในหัวของเธอ


ถ้าเธออยู่ที่บ้านพาคุณน้าหลบออกมาได้ทัน


พวกเราทุกคนจะยังคงรอดใช่ไหม..


มือของอเดลที่อยู่บนหัวของพวกเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสีม่วงชมพูสั่นระริก


มิคาสะเอื้อมมากุมมือกับเธอเอาไว้แน่น อเดลมองเด็กสาวผมดำ เธอกุมมือมิคาสะตอบแน่น หายใจเข้าออกอย่างช้าๆเรียกสติตัวเองให้กลับมาคืน


เสียงของผู้คนกรีดร้องอีกครั้งเมื่อเห็นไททันที่มีเหมือนเกราะหุ้มวิ่งชนประตูวอลล์มาเรีย 


ประตูได้พังลงอีกครั้ง


ฝุ่นควันฟุ้ง เธอเห็นไททันตัวนั้นคำรามปล่อยลมจากปากออกมา ร่างกายของมันมีแต่เกราะหุ้ม มันไม่ได้จับจ้องมาที่มนุษย์อย่างพวกเรา 


แต่ทำเพียงแค่พังประตูเพื่อให้พวกไททันเข้ามา


เอเรนลุกขึ้นจากที่นั่ง เขากำฝ่ามือแน่น อาร์มินเดินมาจับไหล่เขาแต่ก็ถูกปัดไม่ไยดี


"เอเรน.."


เขากระแทกฝ่ามือลงกับขอบเรือ หยาดน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาสีมรกต 


"ฉันจะฆ่าพวกมัน..จะฆ่าพวกมันทุกตัวในโลกนี้" แววตาสีเขียวมรกตที่ฉายแววโกรธแค้นฝังลึกเสียจนน่ากลัวทำให้อเดลไม่ได้พูดอะไรออกไป


ในปีเดียวกัน ทางราชสำนักได้ตัดสินใจถอยร่นมนุษยชาติมาอยู่หลังกำแพงวอลล์โรเซ่ ประมาณการว่ามีคนถูกไททันจับกินไปราว10,000คน


พวกเราย้ายกันมาอยู่ข้างในวอลล์โรเซ่และนอนหลับพักผ่อนที่คลังสเบียง 


อเดลเขย่าร่างมิคาสะที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่น เสียงระฆังปลุกเธอขึ้นมา เมื่อเห็นมิคาสะตื่นแล้วเธอจึงตัดสินใจปลุกเอเรน


"เอเรน.." อเดลเขย่าตัวเรียกเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล


"เอเรน.." ครั้งนี้เอเรนลืมตาพรวดขึ้นมาราวกับฝันร้าย 


"เอเรนเป็นอะไรไหม เธอฝันร้ายน่ะ.." มิคาสะนั่งอยู่ข้างหน้าเด็กหนุ่มถามเขาด้วยความเป็นห่วง


"รู้สึกเหมือนพึ่งได้เจอพ่อมา" 


"ไม่หรอก..คงเป็นความฝันน่ะ"


"ไปกันเถอะ" อเดลฉุดมือเอเรนและมิคาสะให้ยืนขึ้น "เขากำลังจะมีแจกอาหารน่ะ"


เอเรนนิ่งไปพัก เขาตัดสินใจเก็บสร้อยคอกุญแจใส่เสื้อ อเดลมองมันอย่างพินิจ 


ก่อนหน้านี้เอเรนไม่ได้ใส่มัน..


"ตรงนี้เป็นคลังเก็บเสบียง ถ้ายังไงมิคาสะกับเอเรนรออยู่นี่ ฉันจะไปเอามาให้" 


"เอเรน! มิคาสะ! อเดล!" เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้น สามคนหันมองตามเสียง


"อาร์มิน"


"นี่ไง พอดีเลย คุณปู่ฉันให้มาบอกให้ว่าเอาไปให้พวกเด็กๆ" อเดลปฏิเสธรับขนมปังที่อาร์มินส่งมาให้แล้วกล่าวขอบคุณ เพราะเธอยังกินอะไรไม่ลง


ทหารหน่วยกองรักษาการณ์คนหนึ่งยืนมองพวกเราและส่งเสียงจิ๊ปากราวกับไม่พอใจ


อเดลถอนหายใจ "ช่วยไม่ได้หรอก อาหารคงมีไม่พอสำหรับผู้ลี้ภัย ที่ได้มานั่นก็สำหรับมื้อหนึ่ง"


"ยังมีที่ซื้อไว้อยู่นะ ไม่เป็นไรหรอก" อเดลเลียเปิดกระเป๋า ขนมปังที่เธอซื้อก่อนหน้ายังคงอยู่ดี


ขณะที่พวกเรากำลังคุยกัน เสียงของทหารคนเดียวกับที่มองพวกเราอย่างเหยียดหยามก็พูดขึ้นว่าอยากจะให้ไททันที่บุกเข้ามากินคนมากกว่า


เอเรนใจร้อนเดินเข้าไปเตะเข้าที่หน้าแข้งเขา จนเกือบจะถูกชกกลับถ้าอเดลไม่ไปจับข้อมือนายทหารไว้


"ขอโทษด้วยค่ะที่น้องชายทำตัวไม่ดี" เขามองใบหน้าเธอที่เรียบนิ่ง อเดลใช้ฝ่ามือข้างที่ว่างกดหัวเอเรนให้ก้มต่ำขอโทษ


"แต่คุณไม่ควรพูดแบบนั้นเลยนะคะ เราทำให้ลำบากก็จริงแต่มันค่อนข้างเลวร้ายไปหน่อยสำหรับคนที่พึ่งเสียครอบครัวมา" อเดลเลียบีบข้อมือทหารคนนั้นอย่างไม่ทันรู้ตัวจนเขาร้องเสียงหลง


"คุณไม่ได้เห็นกับตาด้วยซ้ำว่าไททันกินคนยังไง"


สายตาจากประชาชนรอบข้างเริ่มมองมาที่เขา อเดลก้มหัวขอโทษเป็นมารยาทจะผลักหลังเอเรนให้เดินนำเข้าไป


"เด็กอย่างแกหัดสำนึกบุญคุณซะบ้างว่าที่อยู่ได้ก็เพราะพวกเราน่ะ" อเดลสบตากับเขาก่อนจะพยักหน้าลง เหนื่อยหน่ายที่จะโต้เถียง


เอเรนสบถ "ฉันไม่ยอมให้พวกแบบนี้มาดูแลฉันหรอก"


ทั้งสามคนย้ายเข้าไปนั่งคุยกันข้างใน เอเรนพูดบอกว่าจะกลับไปที่วอลล์มาเรีย แล้วจะไปฆ่าไททันทุกตัว


อเดลจ้องมองขนมปังในมือ ตัวเธอทำเพียงนั่งฟังอย่างเงียบๆ อาร์มินพูดขึ้น "เอเรน นายคงไม่ได้พูดจริงหรอกนะ.."


เอเรนพูดด้วยโทสะ เขาตอบโต้เถียงกับอาร์มิน ไม่ยอมรับที่จะกินอาหารที่ได้มา


และร่างเล็กของเด็กชายผมสีน้ำตาลถูกมิคาสะชกเพราะต่อว่าอาร์มินอย่างไม่คิด


ถึงแม้จะโกรธแต่ก็ไม่ควรพูดแบบนั้นกับเพื่อน


อเดลเดินไปประคองเอเรนที่ล้มแหมะอยู่กับพื้นให้นั่ง "ถ้าอาร์มินอ่อนแอ จะอเดลหรือฉันกับนายก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะหนีจากไททันหรือหนีจากเมืองนี้ เราไม่ใช่คนตัดสินใจ"


"อาหารในวันนี้ก็รับจากคนอื่นมา ไม่มีทางที่คนอ่อนแออย่างเราจะกำจัดไททันได้สักตัวหรอกนะ เอเรน" อเดลวางมือบนไหล่คนที่ตนเปรียบเป็นน้องชายและพูดกับเขา


"สิ่งที่สำคัญคือต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเหมือนแม่นายบอกเอาไว้" มิคาสะเดินก้าวเข้ามาใกล้ อเดลจึงถอยออก เด็กสาวผมสีดำขลับนำขนมปังจากอาร์มินยัดเข้าใส่ปากของเอเรนอย่างไม่คิดลังเล 


"นายต้องกินเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันไม่ยอมให้เอเรนอดตายหรอก" เอเรนหลับตาลงราวกับจำยอม เขาร้องไห้อีกครั้ง 


ในหลายวันต่อมากลุ่มผู้ลี้ภัยถูกส่งไปเพาะปลูกเพื่อกักตุนอาหารแต่ก็ยังไม่สามารถลดปัญหาขาดแคลนอาหารได้ ในปี846 จึงได้มีมาตรการส่งผู้ลี้ภัยไปทำภารกิจชิงวอลล์มาเรียคืนมา


นั่นรวมถึงปู่ของอาร์มินด้วย


และเขาก็ไม่ได้กลับมาอีก


ถึงจะเหลือรอดกลับมาน้อยแต่ก็เพราะพวกเขาปัญหาขาดแคลนถึงดีขึ้น


อาร์มินนั่งกอดหมวกของปู่ตนเองและร้องไห้ อเดลเลียยืนพิงกำแพง เธอวางมือลงบนกลุ่มผมสีบลอนด์สว่างบรรจงลูบมันเบาๆ


"ปีหน้าฉันจะสมัครเป็นทหารฝึกหัด" เอเรนย่อตัวลงข้างๆอาร์มินเอ่ยบอกกับเขา "ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อสู้กับไททัน"


อเดลเลียทิ้งตัวนั่งลงถอนหายใจ อาร์มินและมิคาสะต่างก็ตกลงว่าจะสมัครทหารฝึกหัดเช่นกัน


"พวกนายรู้ใช่ไหม ว่าตัวเองสำคัญกับฉันแค่ไหนน่ะ" อเดลวางมือบนกลุ่มผมตัวเอง เธอนั่งยืดขาออก เงยหน้ามองท้องฟ้าตอนกลางคืน ดวงตาสีม่วงขมพูฉายแววแน่วแน่


"ฉันสมัครด้วย" เอเรน อาร์มิน มิคาสะ ไม่มีใครค้านคำพูดของเธอ


"ก็ได้ สมัครกันทั้งสี่คนนี่แหละ" 


นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ของเรื่องราวทั้งหมด







Talk with sou

ตอนหน้าน่าจะเริ่มเข้าสู่การเป็นทหารเต็มตัวแล้วค่ะ

มันบั่บนัมตาจะไหล เขียนเองอินเอง 

มีคอมเม้นหลายคนเป็นกำลังให้ล้นหลามมากค่ะ ฮื่อ อ่านกี่ครั้งก็หุบยิ้มมะได้เรยยย

เอาเปงว่า สำหรับวันนี้ติชมได้เสมอ ฝันดีนะคะ!


อย่านอนดึกเหมือนโซกันน้าาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 262 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

755 ความคิดเห็น

  1. #231 kan_okporn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:48
    -ต้าวไรท์ทาสแมว~😂
    #231
    1
  2. #49 pnc-cc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 01:43
    สนุกมากเลยค่า ปักหมุดรอดูน้องเป็นทหารเลย ไรท์แต่งดีมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ!!!
    #49
    1
    • #49-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 10)
      29 มกราคม 2564 / 21:32
      ดีใจที่สนุกนะคะะะ ขอบคุณสำหรับกำลัง ที่คอมเม้นให้ตลอดนะคะ!
      #49-1
  3. #48 Yuna_Yuna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 01:39

    จะรอนะคะ//น้องน่ารักมากกเป็นห่วงน้องๆก็เลยจะไปฝึกเป็นทหารกับน้องตัวเล็กๆทั้ง3
    #48
    1
  4. #47 reddy2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 01:33
    ตอนดูเมะตอนนี้บีบหัวใจมากจีง สงสารน้อง ๆ ; - ; อ่านนิยายคุณไรท์ตอนนี้ไม่ดึกหรอกเนอะะะะ ปล.สู้ ๆ นะคะคุณไรท์ ๆๆๆๆ เปงกำลังใจให้ตะเหม๋ออ ʕ•ε•ʔ♡︎♡︎♡︎
    #47
    1
    • #47-1 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 10)
      29 มกราคม 2564 / 21:31
      เนอะๆๆ
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ รักกก
      #47-1
  5. #46 pitchypai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 23:47
    นึกว่าน้องจะไปก่อนเเล้ว
    เเก๊งสามฉ่าจะตามมาเพราะอายุค่อนข้างห่างกัน
    #46
    3
    • #46-2 เนเธ‹เนเธ‹เนเธง(จากตอนที่ 10)
      28 มกราคม 2564 / 00:07
      น้องเป็นห่วงสามช่าค่ะ5555 เลยรอสมัครไปพร้อมกัน
      #46-2
    • #46-3 pitchypai(จากตอนที่ 10)
      28 มกราคม 2564 / 00:24
      5555โดยเฉพาะเอเลน
      #46-3
  6. #45 bom1526 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 23:41

    น้องงงงงง
    #45
    1