(When love comes to greet) เมื่อรักมาทักทาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,164 Views

  • 63 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    814

    Overall
    15,164

ตอนที่ 9 : เพื่อครอบครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

#เพื่อครอบครัว











เช้าวันใหม่ร่างบางตื่นมารู้สึกสดใสกว่าเมื่อคืน ร่างบางเดินไปชงกาแฟ
และออกมายืนตรงระเบียงห้อง เพื่อสูดอากาศยามเช้า  




"ฮ่าา !!   อากาศดีจัง"




ร่างสูงตื่นขึ้นมาและตรงไปที่ระเบียงทันที  เผื่อไปแอบดูใครบางคน 

ว่าจะออกมาตรงระเบียงหรือเปล่า
และความคิดของร่างสูงก็เป็นจริง

ร่างสูงยืนยิ้มแก้มปริ

"อ้าว  คุณเอม  Good morning ค่ะ "

"เฮ้ยคุณ ตกใจหมด มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ฉันหัวใจวายตายจะทำไง"

ร่างบางตกใจจึงเอ่ยว่าร่างสูงไป

"โธ่ คุณจะตกใจอะไรขนาดนั้น ฉันคนไม่ใช่ผี"

"หรอ คิดว่าโรคจิต" 
"อะ อะ ขอโทษกะดะ ขอโทษคร๊าบบคุณผู้หญิง "

"ชิ "

ร่างบางสะบัดหน้าใส่ร่างสูงแล้วก็จะเดินเข้าห้องเพื่อไปทำธุระส่วนตัว
เตรียมตัวไปทำงาน 

"เดี๋ยวสิคุณ จะรีบไปหนาย "
"แล้วคุณยุ่งไรด้วย ห๊ะ"

"เอ่อ ฉันขอยืมยาสีฟันหน่อยสิ พอดีของฉันหมดอ่ะ  ลืมซื้อ"

ร่างสูงหาเรื่องคุยกับร่างบาง

"เอ๊ะ คุณนี้ยังไง  วุ่นวายกับฉันจริงๆ"
ร่างบางดุร่างสูงออกไปและหายเข้าไปในห้องสักพัก  

"อะ  แล้วไม่ต้องคืนนะ  ฉันให้ถือสะว่า
ขอบคุณเรื่องเมื่อคืนร่ะกัน
แล้วอีกอย่าง  ฉันไม่ได้ติดหนี้บุญคุณคุณแล้วนะ  "

ร่างบางบอกออกไปเพราะร่างสูงจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายกับเธอสักที

น้ำรับยาสีฟันจากร่างบางที่โยนลงมาให้เขาแล้วก็ยิ้มแหยๆ .
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ร่างบางจึงเดินเข้าไปอาบน้ำ
เตรียมไปทำงาน

ด้านร่างสูงก็หาวิธี ว่าจะทำยังไง
ให้ได้ใกล้ชิดกับร่างบางให้ได้

"ฮัลโล เจ๊พูมมี่คนสวย"
"มีอะไรจร๊ พ่อซุป'ตาร์ 
มีไรให้เจ๊รับใช้จ๊ะ"

พูม ผู้จัดการคนสนิทของร่างสูงเอ่ยตอบอย่างรู้ทัน  

"แหม เจ๊รู้ทันตลอดเลยน่ารักที่สู๊ด"

"วันนี้น้ำมีงานที่ไหนป่ะ"
"ออวันนี้ โนค่ะ  แต่พรุ่งนี้มีถ่ายแบบจร๊ "

พูมอธิบายรายละเอียดให้น้ำฟังคราวๆ





.













-ณ บ้านปัญญากิตตินันท์-







ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกลับ
ฮัมเพลง ผิวปากอย่างอารมณ์ดี 



"อ้าว คุณหนูมายังไงค่ะเนี้ย หิวหรือเปล่าเดี๋ยวป้าไปเตรียมอาหารให้ 
มาไม่โทรบอกป้าก่อน ค่ะหน้าตีจริง"




ป้านิ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของครอบครัว
ที่เลี้ยงร่างสูงมาตั้งแต่เด็กเอ่ยดุเบาๆ
แล้วเข้าไปกอด 
ป้านิ่มรักและเอ็นดูร่างสูงเหมือนลูกหลาน ร่างสูงเองก็รักและเคารพป้านิ่ม
เหมือนคนในครอบครัว ไม่ถือตัวว่าตัวเองเป็นเจ้านาย

ร่างสูงเข้าไปกอดป้านิ่มหอมแก้มซ้ายขวาและยกมือไหว้ 
คนแก่อย่างนอบน้อม



"ฮืม  แก้มยังหอมเหมือนเดินนะค่ะเนี้ย"


"ทำเป็นปากหวานกับคนแก่  ไปทำกับสาวๆที่ไหนมามั่งหรือเปล่าค่ะ" 

ป้านิ่มที่เลี้ยงร่างสูงมาแต่เล็กก็รู้นิสัยและรสนิยม  จึงเอ่ยแซว

"คุณพ่อคุณแม่ไปไหนค่ะ  ตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นเลย"  



ร่างสูงเอ่ยถามถึงบุพการีทั้งสอง



"อ๋อ คุณผู้ชายไปพบลูกค้าค่ะ 
ส่วนคุณผู้หญิงก็ออกไปหาเพื่อนๆที่สมาคมค่ะ กว่าจะกลับก็บ่ายๆ 
คุณหนูทานข้าวมาหรือยังค่ะ
เดี๋ยวป้าจะเข้าไปทำกับข้าวให้"



"ไม่เป็นไรค่ะพอดี น้ำทานมาจากข้างนอกแล้ว  
งั้นน้ำขอตัวขึ้นห้องก่อนนะค่ะ อะน้ำซื้อมาฝากค่ะ"

ร่างสูงที่ทำหน้าหงอยๆ เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง
และแอบน้อยใจพ่อตัวเองที่ไม่เคยสนใจใส่ใจ ภูมิใจในตัวเขาเลย  
ถึงเค้าจะมีแฟนคลับมากมายที่ชอบในตัวและผลงานของเค้า
 แต่คนที่เขาอย่างให้ชื่นชมและภูมิใจในวันที่เขา
ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือพ่อกับแม่  



แม่ของร่างสูงไม่ค่อยเท่าไร มีบ้างที่โทรคุยกันถามไถ่กันบ้าง
แต่พ่อไม่ตั้งแต่ที่ทะเลาะกันครั้งสุดท้ายก็ไม่เคยพูดกันอีกเลย
ร่างสูงไม่อยากทะเลาะกับพ่อเลยขอย้ายออกไปอยู่คนเดียว 
ยิ่งทำให้ทั่งคู่ยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ



พ่ออยากให้เขาเรียนบริหารเพื่อจะให้เขาไปช่วยงานในบริษัท 
แต่เขาชอบร้องเพลง เขาจึงแอบไปประกวดร้องเพลง
 จนได้แชมป์กลับมาและเซ็นส์สัญญากับค่ายยักษ์ใหญ่
จนมีคนรู้จักเขามากมาย แต่พ่อของเขาก็ไม่เคยเอ่ยชม
ไม่มีแม้แต่พูดให้กำลังใจเวลาที่เขาเหนื่อย
มีแต่ป้านิ่มกับพูมและแม่ที่คอยให้กำลังใจเขามาตลอด 











-ห้างดัง  PK Center -


ก๊อก ก๊อก

"เชิญ"

"เอ่อคุณกิตติค่ะ  พอดีเสี่ยกรรชัยมาขอพบค่ะ"

ชายร่างท้วมวัยกลางคน 
นั่งดูกรอบรูปอยู่ที่โต๊ะทำงาน 

กรอบรูปที่มีตัวเขาภรรยาและเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มหน้ารัก 
กิตติน้ำตาคลอ คิดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า  
แต่ตอนนี้เขาและลูกห่างกันเหลือเกิน ลูกพ่อจะเป็นยังไงบ้าง
ทำงานหนักหรือเปล่า จะกินข้าวตรงเวลามั้ย  
เขาไม่เคยบอกลูกไม่คุยไม่โทรถามตอนแรกเขาก็โกรธ
ที่ลูกไม่ทำตามที่เขาขีดไว้ให้ แต่พอเขาเห็นว่า
ลูกเขาทำได้อย่างที่ฝันไว้เขาก็ดีใจด้วยและให้กำลังใจอยู่ห่างๆ
เขาโทรไปถามข่าวจากผู้จัดการของร่างสูง
ทุกวันช่วงแรกๆที่ร่างสูงเริ่มเข้าวงการเพราะ
มีข่าวทั้งดีและไม่ดีมากมาย  เขาเป็นห่วงลูกมาก
แต่เพราะเขาเป็นคนไม่แสดงออกจึงไม่กล้าที่จะคุยกับ
ร่างสูงทุกครั้งที่มีการแสดงคอนเสิร์ตเขาก็จะตามไปดูอยู่ห่างๆ 
และเก็บภาพและรางวัลทุกชิ้นที่ร่างสูงแอบไปประกวด  
แต่เขาไม่เคยบอกกับลูกเลย  



"เชิญเข้ามาได้ "

ชายวัยกลางคนดูมีภูมิฐาน
เดินเข้ามานั่ง  ที่โต๊ะตรงข้ามกับชายอีกคนที่อายุก็รุ่นๆเดียวกัน 

"คุณมีอะไรก็ว่ามาผมมีเวลาไม่มาก"

คุณกิตติพูดกับเสี่ยกรรชัย

"ที่ผมมาวันนี้ ก็แค่อยากจะมาเอาคำตอบจากคุณ เรื่องที่คุยกันไว้"


เสี่ยกรรชัย ตอบกลับไปถึงเรื่องที่เคยคุยกันกับคุณกิตติ

เสี่ยกรรชัยมาขอซื้อหุ้น 30% เพราะห้างตอนนี้เริ่มเข้าสู่วิกฤต ขาดทุน
จนทำให้ผู้ถือหุ้นถอนตัวไปส่วนหนึ่ง

"ผมไม่ขาย  ผมจะเก็บไว้ให้ลูกสาวผม
และจะไม่มีวันขาย เพราะผมสร้างที่นี้มากับมือ " 

ปัง!  

"คุณจำคำพูดคุณไว้นะ  คุณกิตติ "

"ไป กลับเว้ย"

เสี่ยกรรชัย ลุกขึ้นตบโต๊ะทำงานอย่างแรงและชี้หน้ากิตติ อย่างโมโห เพราะถูกปฏิเสธ


เมื่อเสี่ยกรรชัยและลูกน้องเดินออกไป
คุณกิตติ  รู้สึกอาการไม่ค่อยดีเท่าไรจเรียกเลขาให้เอายามาให้

"คุณสุดา เอายามาให้ผมที"

"ค่ะท่าน"

คุณกิตติมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ
แต่ไม่เคยบอกคนที่บ้านแหมแต่ภรรยาก็ไม่เคยรู้. มีแต่ป้าอิ่มที่รู้ทุกเรื่อง







-ณ โรงแรม -



ร่างบางที่นั่งอยู่ในห้องทำงาน เพื่อรอเลขาเข้ามาเรียก
เพราะร่างบางเรียกพนักงานแผนกที่เกี่ยวข้องเข้ามาประชุม 
โปรเจ็คที่ร่างบางรับผิดชอบอยู่   แล้ววันนี้จะแนะนำเด็กฝึกงานคนใหม่
ซึ่งก็คือน้องสาวคนเดียวของเธอ




ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

"เขิญจ๊ะ"



"พี่เอมขาาาาา "



ประตูเปิดออกปุ๊ป ร่างเล็กของ
น้องสาวก็วิ่งเข้าไปกอด
ร่างบางทันที  ....  



"ว่าไงเรา  พร้อมเริ่มงานหรือยัง
ทำงานกับพี่ต้องตั้งใจนะ ร่ะอย่าร้องไห้ไปฟ้องคุณพ่อคุณแม่ว่าพี่โหดไม่ได้นะ จ๊ะ"  



ร่างบางพูดหยอกล้อกับน้องสาวคนเดียวของเธอ 


ร่างบางเป็นคนจริงจังในการทำงานเธอให้สิทธิพนักงานเท่าเทียมกัน 
ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด  



"แหม โหดกับน้องได้ลงคอหรอค่ะคุณพี่สาวคนสวย"



"ไม่ต้องมาปากหวานเลยเรา  ถ้าเราทำผิดถึงจะเป็นน้องสาวพี่ก็ต้องทำโทษ
รู้มั้ย  เพราะถ้าพี่ไม่ทำคนอื่นเขาจะว่าเอาได้ว่าพี่เป็นประธานที่ไม่ซื่อตรง"




"จร้าาา  น้องจะตั้งใจทำงาน ไม่ให้พี่ดุเลย อิอิ"



"พี่เอมค่ะ  ได้เวลาแล้วค่ะ "




เลขาสาวสวยเอ่ยบอกกับสองพี่น้องที่ยืนกอดกันอยู่ในห้อง  

"ป่ะค่ะ. ป่ะจั่น" 





ห้องประชุม...........


ร่างบางเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับเลขาสาว 
และน้องสาวที่จะมาฝึกงานด้วย  





"สวัสดีค่ะ  ทุกคน ก่อนอื่นวันนี้เอมจะ
แนะนำให้รู้จักนะค่ะ  นี้น้องสาวของเอมเองค่ะ  
จะมาฝึกงานที่โรงแรม 3 เดือน " 



เอมแนะนำให้ทุกคนรู้จักน้องสาวคนเดียวของเธอ  

"สวัสดีค่ะ พี่ทุกคน หนูชื่อ

ศิรภัสสร  ปิ่นสินชัย  เรียก จั๊กจั่น ก็ได้ค่ะ ทุกคนไม่ต้องเกรงใจนะค่
เรียกใช้สอนงานจั่นได้ค่ะ  ไม่ต้องคิดว่าจั่นเป็นน้องสาวประธาน  
ให้คิดว่าจั่นเป็นเด็กฝึกงานธรรมดาก็พอค่ะ  
ดุได้ว่าได้นะค่ะ  (แต่อย่าแรง อิอิ) "





ทุกคนปรบมือและยิ้มให้ทั้งสองสาว
ที่ไม่ถือตัวกับบรรดาพนักงานทุกคน




"ค่ะ วันนี้ที่เรียกมาประชุมกัน  คือเอมอยากจะสอบถามความคืบหน้า
ของโปรเจ็คที่เราทุกคนร่วมกันทำอยู่ตอนนี้ค่ะ"  



"พี่ หาช่างศิลป์ เรียบร้อยแล้วค่ะ
นัดเขาให้มาดูสถานที่พรุ่งนี้ "

พี่เมย์ พนักงานฝ่ายจัดหาตอบออกมา




"ค่ะ แล้วส่วนของการ์ดเชิญแขก VIP  เรียบร้อยแล้วค่ะเหลือพิมพ์
เพิ่มอีกนิดหน่อย"

พี่นิด ฝ่ายงานอาร์ตตอบร่างบาง




"ครับส่วนอาหารเครื่องดื่ม ผมได้เมนู
เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวถ้าคุณเอมว่างลงไปลองชิมดูนะครับ "

อาร์ม เชฟของห้องอาหารในโรงแรม




"เอ่อ คุณเอมค่ะ แล้วเรื่องนักร้องในงานเอาเป็นใครดีค่ะ  ..... "

รุจซี่ หรือ นิรุจ สาวสองพนักงานของร่างบางเอ่ยถามออกมา



"อืม  อันนี้เอมไม่รู้จริงๆค่ะ ว่าดารานักร้องซุป'ตาร์  
ตอนนี้ในเมืองไทยใครมีชื่อเสียงอยู่เอมไม่ค่อยได้ตามข่าวเลยค่ะ 
 ยังไงเอมให้พี่รุจ เอ้ยพี่รุจซี่ช่วยดูให้เอมทีนะค่ะ  รบกวนด้วยนะค่ะ"   

เอมเอ่ยตอบพนักงานชาย
ใจสาวออกไป 




"ได๊ค่ะ คุณน้องเอม  ไม่ต้องห่วงค่ะ
พี่มีเพื่อนเป็นผู้จัดการซุป'ตาร์ดังๆหลายคน เดี๋ยวจัดให้ค่ะ"

รุจซี่นึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนเป็นถึงผู้จัดการซุป'ตาร์ดังระดับเมืองไทย 






"ค่ะไม่มีอะไรแล้ว จบการประชุมแค่นี้ค่ะ  ขอบคุณทุกคนมากนะค่ะวันนี้
แล้วถ้าเกิดโปรเจ็คนี้เสร็จ เอมมีรางวัลให้พี่ๆทุกคนค่ะ  "



ประธานสาวร่างบางเอ่ยออกมาพร้อมยิ้มให้กับพนักงานทุกคน 




วันนี้ร่างบางทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย 

'รู้สึกหิวชะมัด '

"จั่นไปกินข้าวกลางวันกัน  ป่ะมุขด้วย"

ร่างบางเริ่มรู้สึกหิวจึงเอ่ยชวนน้องสาวและเลขาออกไปทานข้าวข้างนอก 






รถหรู่ ขับออกมาจากโรงแรม เข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในห้างดัง .......



"ยินดีต้อนรับค่ะ "

พนักงานตอนรับกล่าวทักทายทั้งสามสาวก่อนจะเชิญทั้งสามคน 
ไปนั่งที่โต๊ะตรงมุมร้าน  ทั้งสามคนสั่งอาหารเสร็จก็นั่งรอ








-บ้าน ปัญญากิตตินันท์ -


ร่างสูงเดินลงมาจากชั้นสอง   จนมาเจอกับพ่อของเขาที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน

ร่างสูงยืนนิ่งมองหน้า อยากจะเข้าไปหา เข้าไปกอด อยากพูดคุยกับท่านบ้าง

แต่เพราะทิฐิ ในใจความน้อยใจ ที่คิดว่าพ่อไม่เคยรักไม่สนใจตัวเองมีมากกว่า

จึงไม่กล้าเข้าไป




คุณกิตติพอเห็นหน้าลูกสาวคนเดียวที่ไม่เจอกันมานาน ก็อยากจะเข้าไปกอดลูกแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง  จึงยืนนิ่งๆ  

ร่างสูงจึงเดินผ่านไปจนถึงประตู



"เดี๋ยว หยุดก่อน  นั้นแกจะไปไหน  "



ร่างสูงพอได้ยินพ่อเรียก. จึงหยุดเดิน และหันไปมองเล็กน้อย 



"น้ำจะไปไหน. ทำอะไร  พ่อเคยใส่ใจสนใจน้ำด้วยหรอ  "





ร่างสูงตอบกลับผู้เป็นพ่อ อย่างน้อยใจ เขาไม่อยากพูดแบบนี้เลย

แต่เพราะความน้อยใจเขาจึงเอ่ยคำพูดทำร้ายจิตใจผู้เป็นพ่อออกมา

ทำให้อาการของ คุณกิตติกำเริบขึ้นมา   จนล้มหมดสติไป 

ร่างสูงที่เห็นคนเป็นพ่อล้มไปต่อหน้า  จึงไม่มีเวลามาคิดน้อยอกน้อยใจ

ตอนนี้เค้าต้องช่วยพ่อเขาก่อน.   เรื่องอื่นค่อยว่ากัน 




"พ่อ !! "

ร่างสูงวิ่งเข้าไปเขย่าตัวและเรียก คนในบ้านให้เรียกรถพยาบาลให้ที




"พ่อ  พ่ออย่าเป็นไรนะ  ฮือออ  พ่อ    ป้านิ่ม  ป้านิ่ม  ใครอยู่แถวนี้บ้าง

ช่วยด้วย  เรียกรถพยาบาลให้หน่อย  "


ร่างสูงร้องเรียกทั้งน้ำตา  

ป้านิ่ม  ที่เดินออกมาจากห้องครัว  ก็ตกใจกับภาพที่เห็นจึงโทรเรียกรถพยาบาล

และให้ ลุงแหวนเตรียมรถ  



"ตาแหวน  ๆ  แกไปเตรียมรถให้คุณท่านเร็ว  "

ป้านิ่มที่เห็นว่ารถพยาบาลคงมาไม่ทันการ  
จึงให้คนขับรถเตรียมรถพาคุณกิตติไปโรงพยาบาล      






ร่างสูงพอถึงโรงพยาบาลก็รีบวิ่งตามรถเข็นเตียงที่เข็นร่างพ่อตัวเองเข้าไป 



"ญาติรอข้างนอกนะค่ะ  เข้าไม่ได้ค่ะ"

ร่างสูงที่จะวิ่งตามเข้าไปโดนพยาบาลห้ามไว้ก่อน



"บ้าเอ้ย!  โธ่เว้ยยยย!! "

น้ำที่ทำอะไรไม่ได้เลยตอนนี้เขานั่งลงกับเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน
มือทั้งสองข้างกุมหน้าเอาไว้.   น้ำตาไหลอาบแก้ม 


ป้านิ่มที่ตามมาด้วยโทรหาคุณผู้หญิงของบ้านให้ตามมาที่โรงพยาบาล

เมื่อมาถึง 

"น้ำ ลูก เกิดอะไรขึ้นลูกพ่อเป็นอะไร"

คุณหญิงศรีพรรณ  ภรรยาของคุณกิตติและเป็นแม่ของร่างสูง 



"แม่  น้ำไม่รู้  น้ำไม่รู้ น้ำเถียงกับพ่อ อยู่ดีๆพ่อก็ล้มหมดสติไป  ฮือออ ฮืมมม"

คุณหญิงศรีพรรณถามลูกสาวคนเดียวของเขาพร้อมกอดปลอบร่างสูง

"ไม่เป็นไรลูก พ่อเขาเข้มแข็ง เขาไม่เป็นไรง่ายๆหรอก  
ไม่ต้องร้องใจเย็นๆนะลูกนะ  ใจเย็นๆ"




"น้ำมันเป็นลูกที่แย่มากเลยแม่  น้ำไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ภูมิใจเลย 
น้ำจะเลิกเป็นนักร้อง  น้ำจะมาช่วยพ่อบริหารห้างของเราแม่ 
 ถ้าพ่อตื่นขึ้นมาน้ำจะบอกกับพ่อ  ว่าน้ำรักพ่อกับแม่มากๆเลยนะ  "   
ร่างสูงพูดไปร้องไห้ไป  เขาคิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วร่ะ 
ต้องทำเพื่อพ่อและครอบครัวเขาบ้างแล้ว  
ความฝันเขาเป็นจริงแล้วที่ได้เป็นนักร้องดังที่ใครๆก็รู้จักเขา  













#มาแล้ววววหลังจากที่ติดภารกิจนานหลายวันเลย  ไปขึ้นเขาคิชฌกูฎ มาจร้า   เอาบุญมาฝากทุกคนที่อ่านนะจร้ะ

อยู่ด้วยกันก่อนนะ. อย่าเพิ่งหนี้กันไปหนายยยย เลยยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #20 babyaif (@kanokwan5) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 17:46

    อยากจะช่วยงานพ่อก็ได้นะน้ำ แต่จะทิ้งความฝันไปจริงๆหรอ ทำควบคู่ไปด้วยก็ได้น่ะ
    ดูคิวดีๆ
    #20
    0
  2. #19 Beever3 (@Beever3) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 17:37
    ถึงเป็นนังร้องก็ช่วยพ่อได้นะน้ำ
    #19
    0