ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 6 : ~๐(T-T)๐~ ..สัญญา - ให้อภัย..~๐(T-T)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ส.ค. 48



\"ฉัน...................\" นาตาลีเอ่ยปากออกมา แต่เธอก็ยังพูดไม่จบ เธอดูจะสับสนมากกว่าเก่า เธอไม่เข้าใจตัวเองเลย เด็กสาวลุกออกจากอ้อมกอดของเด็กหนุ่ม เธอยืนขึ้นแล้วมองไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลข้างหน้า เด็กสาวหลุบเปลือกตาลง ถอนหายใจ แล้วจึงเอ่ยออกมา



\"ฉันขอเวลาคิดก่อนจะได้มั้ย ฉันยังไม่แน่ใจ\" เธอไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ทั้งๆที่เธอก็ชอบแอสนะ ชอบมากด้วย แต่เธอรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ แปลกมาก คำพูดที่เขาบอกเธอมันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ แต่เธอไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไรกันแน่



\"ได้ๆ แค่เธอไม่ปฏิเสธฉันก็แล้วล่ะ แค่นี้ก็ดีมากเกินพอ\" แอสตอบกลับมา เขาลุกขึ้นยืนบ้าง แล้วดึงเด็กสาวเข้ามากอดอย่างสบายใจ แปลก!! ความคิดต่อมาที่ปรากฏอยู่ในหัวของเด็กสาว เธอไม่รู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย เธอกลับรู้สึกเพียงว่ามันแปลก สัญชาติญาณเธอบอกอย่างนั้น



\"งั้นเรากลับกันเถอะนะ นี่ก็ค่ำแล้ว เดี๋ยวแม่เธอจะเป็นห่วงเอา\" แอสพูด แล้วปล่อยเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดออก เธอยิ้มให้เขา เขาก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน



\"อืม ไปเถอะ\" นาตาลีรับคำ แล้วทั้งสองก็เดินออกจากทุ่งดอกลิลลี่ไป ท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่จับจ้องมา แววตานั้นช่างแสนเศร้า หยดน้ำใสๆหลั่งไหลออกมาจากดวงตา ลำคอแห้งผาก อยากจะออกปากเรียกเธอไว้ แต่ก็ทำไมได้ ต้องปล่อยให้เธอเดินจากไปพร้อมกับใครอีกคน



ความจริงแล้วเขาไม่ได้จากไปไหนเลย เขาหลบอยู่หลังต้นไม้ที่ห่างไกลออกไป เฝ้าดูการกระทำทั้งสองอยู่ตลอด เขาไม่ได้ยินที่ทั้งสองพูดกัน แต่เขาก็สรุปไปเองว่า ทั้งสองคบกันแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องตัดใจและไปจากเธอตลอดกาล



เด็กหนุ่มหันหลังกลับ แต่สายตาก็ยังเหลือบมามองทุ่งดอกลิลลี่ที่ที่จะอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดไป แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงได้ แค่แวบเดียวเท่านั้นที่หันไปมอง แล้วเขาก็เดินออกจากที่นั่นไปทันที



เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนี่ก็ผ่านไป 2 อาทิตย์แล้ว นาตาลีปักใจเชื่อว่าเฟรินไปจากเธอนานแล้วอย่างที่แอสพร่ำบอก ความจริงเธอก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะเธอไม่ได้เห็นเขาจากไปด้วยตาของเธอเอง เธอฟังแค่คำบอกกล่าวจากผู้ชายที่บอกว่ารักเธอเท่านั้น



เฟรินยังไม่ได้จากฟรานซ์ไปไหน เขายังอยู่ที่นี่ เฝ้ามองทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้ออกไปปรากกฏตัวให้เธอเห็น เพราะสัญญาที่ให้ไว้กับแอส แต่เขาก็ยังเฝ้าดูทั้งสองอยู่



เวลาผ่านล่วงเลยไปอีกอาทิตย์ มะรืนนี้แล้วที่เขาต้องไปจากที่นี่ เขาจะได้เห็นเธอถึงมะรืนนี้เท่านั้น ค่ำคืนที่แสนมืดสนิทมาเยียน หัวขโมยตัวน้อยใช่ว่าจะอยู่นิ่งๆได้ เขาอยากจะเอาดอกลิลลี่ที่เธอชอบ ไปวางไว้ที่ขอบหน้าต่างเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่พอไปถึง เขาก็เจอคนสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่



\"ว่าไง เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย\"



\"คิดว่านะ เธอเชื่อฉันหมดใจแล้วล่ะ\"



\"งั้นก็ดี เราจะได้ลงมือกันคืนพรุ่งนี้ คืนที่พระจันทร์เต็มดวง\"



\"ตกลง พรุ่งนี้ฉันจะล่อเธอออกไปเอง\"



\"แล้วถ้านายไม่ได้พาเธอกลับมา พ่อแม่เธอจะว่ายังไง\"



\"ฉันก็จะบอกพวกเขาว่า เธอตายแล้ว แล้วฉันก็แกล้งทำเป็นว่าบาดเจ็บสาหัส แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว\"



\"งั้นก็ดี ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เจอกันที่โบสถ์ห่างจากที่นี่ประมาณ 5 กิโลเมตร ที่นั่นจะเป็นที่สุดท้ายที่เธอจะได้เห็น\" พอพูดจบร่างของชายทั้งสองก็หายไป เขาจำไม่ผิดแน่ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างอย่างตกใจ เขาจำไม่ผิดแน่ ใบหน้าอย่างนั้น ใบหน้าที่เขาจะไม่มีวันลืมไปช่วยชีวิต เขาก็คือ.........!!





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





แฮ่ก แฮ่ก เสียงหายใจดังมาเป็นระยะๆ ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบ เสียงฝีเท้าที่ดังกึงก้อง ทำให้บางบ้านถึงกับเปิดหน้าต่างออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างนอก แต่เมื่อมองออกมากลับเห็นเพียงความว่างเปล่า ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นต้นเสียง จึงทำได้อย่างเดียวคือ ปิดหน้าต่างแล้วกลับเข้าไปซุกในที่นอนอุ่นๆ เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง



ทายาทหัวขโมยวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ความเร็วในการวิ่งเหมือนลม ห่างออกจากตัวเมืองมาประมาณหลายกิโล ขาของทายาทหัวขโมยก็หยุดลงที่เกวียน มือกำหน้าอกแน่นเพราะความเหนื่อย เสียงหอบหายใจยังรัวต่อไป เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกองไฟช้าๆ



มาดัสเข้าไปนอนเรียบร้อยแล้ว แต่เด็กหนุ่มยังนั่งอยู่ที่เดิม สิ่งที่เขาได้ยินเมื่อกี้ ไม่อยากจะเชื่อเลย มันอะไรกัน ทำไมแอสต้องทำอย่างนี้ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!! ความคิด คำพูดต่างๆผุดขึ้นมาในหัวช้าๆ จนในที่สุดหัวก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อประมาณ 10 นาทีที่แล้ว



เด็กหนุ่มพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก จะทำยังไงดีถึงจะให้เธอปลอยภัย จะทำยังไงให้เธอไม่ไปกับแอส แล้วจะทำยังไงให้เธอเชื่อเขา นี่สิคือสิ่งสำคัญ เขาพยายามครุ่นคิดอย่างหนักจนเผลอหลับไปในที่สุด



\"นาตาลี นาตาลี อยู่รึเปล่า\" เสียงๆหนึ่งดังขึ้นที่หน้าบ้านในตอนเช้า เด็กสาวโผล่หน้าออกมามอง แล้วแย้มรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งลงมาข้างล่างอย่างร่าเริง



\"มีอะไรหรอแอส\" เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเวียงสดใสที่ออกมาจากปากเด็กสาว



\"คือว่าคืนนี้ไปด้วยกันหน่อยสิ ฉันมีที่ที่อย่างให้เธอดูน่ะ มันสวยมากเลยนะ จะไปรึเปล่า\" แอสพูด เด็กหนุ่มสังเกตให้แววตาของเธอเป็นประกายอย่างร่าเริงเมื่อพูดถึงสถานที่ที่น่าสนใจ



\"ไปสิ ไปแน่นอน จะไปกี่โมงล่ะ\" นาตาลีถามกลับมา บนใบหน้ากำลังแย้มรอยยิ้มที่กว้างขึ้นเรื่อยๆอย่างห้ามความตื่นเต้นไม่อยู่ ไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจเธอได้มากกว่าสถานที่ที่ไม่เคยไปแล้ว



\"งั้นคืนนี้ 1 ทุ่มฉันจะมารับที่หน้าบ้าน เข้าใจนะ\" แอสพูดอีกครั้ง นาตาลีพยักหน้า แล้วแสก็หันหลังเดินกลับไป นาตาลีไม่ทันได้เห็นจริงๆ ดวงตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์นั่น นั่นคือสิ่งหนึ่งในชีวิตของเธอที่เธอทำพลาดไป โดยไม่รู้ตัวว่านั่นแหละจะนำมาซึ่งจุดจบในชีวิตของเธอ



ในที่สุดราตรีก็มาเยียน วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง เพราะดาวจำนวนมากส่องแสงพราวอยู่บนฟากฟ้า พระจันทร์เต็มดวงที่สวยงาม เธอไม่เคยได้เห็นพระจันทร์ที่สวยงามขนาดนี้มาก่อน คืนนี้มีอะไรกันแน่นะ ทำไมเธอรู้สึกแปลกๆ แต่ความตื่นเต้นที่จะไปสถานที่ที่ไม่รู้จักย่อมมีมากกว่าอยู่แล้ว เพราะงั้นนาตาลีจึงลืมเรื่องแปลกใจไปหมดสิ้น



ที่มุมอับแสง ระหว่างบ้านสองหลัง เฟรินกำลังแอบดูเธออยู่ เฝ้ามองเธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ขอให้สิ่งที่เขาได้ยินเป็นเพียงเรื่องตลกสนุกสนานเท่านั้น ขอให้สิ่งที่เขาได้ยินเป็นเพียงแค่ความฝัน ที่พอตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น



\"นาตาลี!!\" เสียงเรียกดังขึ้น ทำให้เฟรินออกจากห้วงแห่งความคิดทันที สายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มอีกคนที่เพิ่งมาถึง



\"แอส จะไปกันยัง\" นัยน์ตาของเด็กสาวพราวระริกเหมือนดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้า



\"อืมไปสิ พร้อมรึยังล่ะ\" แอสถามกลับมา นาตาลีพยักหน้าพลางยิ้ม เด็กหนุ่มจึงเริ่มเดินนำเด็กสาวไป โดยมีทายาทหัวขโมยตามไปอีกคน



เพียงสิบนาทีหลังจากออกจากหมู่บ้านมา ทั้งสามก็เห็นโบสถ์ที่อยู่ห่างไกลออกไปไม่เท่าไหร่ได้ชัดเจน แต่แววตาของแต่ละคนช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งพราวระริกไปด้วยความตื่นเต้น คนหนึ่งมีความกังวลเต็มไปหมด ส่วนอีกคนสายตาเจ้าเล่ห์ที่ปกปิดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ยังมีเผลอปล่อยออกมาบ้าง



ประตูโบสถ์ถูกเปิดออก นาตาลีและแอสเดินเข้าไปในโบสถ์ โดยมีเฟรินตามมาห่างๆ แต่ประตูโบสถ์กลับปิดลงทันทีที่ทั้งสองเข้าไป เฟรินรีบวิ่งไปยังประตูโบสถ์ทันที



\"นาตาลี ออกมา อย่าเข้าไปในนั้น นาตาลี!!\" เฟรินตะโกนดังก้องไปทั่วบริเวณ พลางใช้มือตุบประตู



\"แอส นายได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า\" นาตาลีถามขึ้น เสียงเฟรินตะโกนและเคาะประตูเป็นเพียงเสียงที่แว่วเข้ามาเท่านั้น



\"ไม่หนิ ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย ทำไมหรอ\" แอสถามขึ้นพลางทำหน้าไม่รู้เรื่อง



\"งั้นหรอ ว่าแต่เรามาทำอะไรกันที่นี่ล่ะ ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจเลย\" นาตาลีพูดพลางเดินเข้าไปใกล้แท่นพิธีมากขึ้น แต่แอสไม่ตอบ เขยังคงยืนอยู่ที่เดิม วัตถุสีเงินวาววับถือนำออกมาจากกระเป๋ากางเกง มาซ่อนไว้ในแขนเสื้อแทน



\"นาตาลี ฉันขอกอดเธอหน่อยได้มั้ย\" แอสถาม นาตาลีทำหน้างงๆ แต่เธอก็แย้มรอยยิ้มอย่างยินดี และประจวบเหมาะกับตอนที่แอสจะกอดนาตาลี ประตูโบสถ์ที่เฟรินเพียรจะเปิดมันออก ก็ถูกเปิดออกในที่สุด ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างเมื่อเห็นของที่อยู่ในมือแอส ขณะที่นาตาลีกลับดีใจที่เห็นเฟริน



ฉึก!!



เสียงของที่อยู่ในมือแอสแทงเข้าไปที่ท้องของนาตาลี เด็กสาวล้มลงกับพื้น หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินออกมา เลือดสีแดงสดไหลลงพื้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แสงจันทร์สาดส่องมาโดยร่างของเด็กสาวพอดี เหมือนกับว่าคาดเดาไว้อยู่แล้ว



\"นาตาลี!!\" เฟรินตะโกนออกมาดังลั่นด้วยความตกใจ เขารีบถลาเข้าไปหาเด็กสาวที่นอนอยู่ที่พื้นทันที ใบหน้าก็อาบไปด้วยน้ำตาไม่แพ้กัน ความเศร้าโศกเริ่มครอบงำจริงใจเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ แอสยืนอยู่ข้างหลัง เขาไม่กล้าเข้าไปดูคนที่ตัวเองรักเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขาได้ลงมือฆ่าเธอเอง เขาฆ่าเธอด้วยมือของเขา



\"ฟะ..เฟริน\" นาตาลีเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น เธอค่อยๆยกมือขึ้น แตะที่แก้มของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา เฟรินกุมมือข้างที่เอื้อมมาจับแก้มของเขาแน่



\"นาตาลี\" แววตาของเด็กหนุ่มสั่นเทากว่าเดิม แต่เด็กสาวกลับยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไม่ว่ามองเมื่อไหร่ก็ยังคงสวยเหมือนเดิม



\"ยะ..อย่าร้องเลยนะ ฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรจริงๆ\" นาตาลีพูด แล้วเธอก็หันไปมองแอสที่อยู่ข้างหลัง



\"แอส ฉะ..ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ ฉันรู้ว่าที่นายทำอย่างนี้มันต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน ฉันจะไม่ถามว่าเพราะอะไร เพียงแต่ว่าฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่า ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ ฉันให้อภัยนายทุกอย่าง  นายเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอมา เรื่องสุดท้ายที่ฉันอยากบอกนาย คือว่าฉันน่ะรักนายนะ ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่านายทำกับฉันขนาดนี้ ทำไมฉันถึงยังรักนายอีก ฉันเหมือนคนโง่ใช่มั้ย แต่ฉันก็อยากให้นายเชื่อนะ ว่าฉันรักนายจากใจจริง\" นาตาลีพูด พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็หันกลับมาพูดกับเฟรินอีก



เจ็บ!! ทำไมถึงเจ็บอย่างนี้นะ!! มันเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงจิตใจ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่ ไม่เข้าใจเลย เขาไม่เคยรักนาตาลีนี่นา ที่เขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เพียงเพื่ออยากได้เลือดบริสุทธิ์ของเธอเท่านั้น ทำไม ทำไมเขาถึงเจ็บที่หัวใจอย่างนี้



\"ฟะ..เฟริน ช่วงเวลาหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ขอบใจนะ ขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณที่เป็นเพื่อนที่ดี ฉันจะไม่ลืมนายเลย ถ้าเกิดชาติหน้ามีจริง ก็ขอให้ฉันรักนาย เพื่อเป็นการตอบแทนที่ชาตินี้ฉันรักคนอื่นแล้วกันนะ ฉันขอโทษจริงๆนะ ทั้งๆที่ฉันรู้ว่านายรู้สึกกับฉันยังไง แต่ฉันก็ยังพยายามหลักเลี่ยงมาโดยตลอด ฉันขอโทษจริงๆนะ ยกโทษให้ฉันได้มั้ย แค่ก แค่ก\" เลือดเริ่มไหลออกมาจากมุมปากของเด็กสาว แต่เธอก็ยังคงจะพูดต่อไป



\"หะ..ให้อภัยฉันนะ ฉันสัญญาว่าชาติหน้าฉันจะรักนาย\" เฟรินมองนาตาลีที่ตอนนี้อาการย่ำแย่ลงทุกที ใบหน้าที่เคยอมชมพู ขาวซีด เลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด ทพให้เรี่ยวแรงของเธอค่อยๆถดถอยลงเรื่อยๆ พร้อมกับลมหายใจของเธอด้วย



\"ฉันสัญญานาตาลี ฉันรับปาก ขอแค่เธออย่าเป็นไรไปนะ ได้โปรด\" เฟรินพูด ตอนนี้เขาไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว ต่อให้เธอจะรักคนอื่น ขอเพียงแค่เธอมีชีวิตอยู่เท่านั้น เขาขอแค่ได้เห็นเธออยู่อย่างมีความสุข เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกต่อไปแล้ว



\"ขอบใจนะ\" นาตาลีพูด แล้วแย้มรอยยิ้มที่สวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ รอยยิ้มที่จะติดอยู่ในใจเด็กหนุ่มทั้งสองตลอดไป เปลือกตาค่อยๆปรือลงช้าๆ จนปิดสนิท มือที่เคยสัมผัสอยู่ที่แก้ม ตกลงสู่พื้นช้าๆ ลมหายใจที่เคยติดขัด หยุดไปแล้ว



\"นาตาลี!! ฉันขอโทษ เธอลุกขึ้นมานะ เธออย่าเป็นอะไรนะ ลุกขึ้นมาพูดกับฉันก่อน\" แอสรีบถลาเข้ามาหาเด็กสาวทันที แต่เธอก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว แม้ว่าเธอจะหยุดหายใจไปแล้ว แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม เขาเพิ่งรู้ใจตัวเอง ว่าเขารักเธอแค่ไหน เขาเพิ่งรู้ว่าเธอมีแค่กับเขาแค่ไหน แต่กว่าที่เขาจะรู้ตัว เขาก็ต้องเสียเธอไปตลอดกาล



เฟรินปล่อยให้แอสกอดนาตาลีอยู่อย่างนั้น เขาถอยหันออกมา มองหน้าเธอที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังเดินจากไป คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะอยู่ที่ฟรานซ์ พรุ่งนี้เพอรุ่งสาง เขาจะไปจากที่นี่ และไม่กลับมาอีก



ขอบคุณนะนาตาลี ขอบคุณที่สอนให้ฉันรู้จักคำว่ารัก ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มที่อบอุ่นเสมอ ขอบคุณที่สัญญากับฉันอย่างนั้น แม้ฉันจะรู้ว่าเธอไม่อยากให้ฉันเสียใจ แต่ฉันก็ดีใจมากนะ ขอบใจมากจริงๆ...!!





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ดวงตาคู่โตค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ แสงแดดที่ส่องเข้ามา ทำให้ต้องหลับตาอีกครั้ง แต่ก็ลืมขึ้นอีกครั้ง ภาพแรกที่ส่องเข้ามาเป็นภาพของชายหนุ่มผมสีเงิน นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยปิดสนิท เขาจับมือเธอไว้แน่นเชียว ทำเอาหญิงสาวอดยิ้มออกมาไม่ได้



ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะนาตาลี ฉันรู้แล้วว่าฉันรักใครมากที่สุด ขอโทษด้วยนะที่ไม่ใช่เธอ ถึงแม้ว่าเขาจะเย็นชา ชอบทำหน้าดุ ชอบทำให้ป้อมเป็นป้อมน้ำแข็ง ชอบให้ฉันหลอมน้ำแข็งให้อยู่เรื่อย แต่ฉันก็รักเขานะ ฉันรักเขาที่สุดเลย ขอบคุณเธอจริงๆ ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงไม่รู้จักคำว่ารัก



\"ฟื้นแล้วหรอ\" เสียงทุ้มถามขึ้น ทำให้เฟรินเบนสายตาไปมอง แล้วแย้มรอยยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างมีความสุข



\"อืม ฉันหลับไปนานเท่าไหร่\" เฟรินถามต่อ เธอยังรู้สึกเจ็บที่ท้องอยู่ พลางมือก็เลื่อนไปกุมแผลที่คงจะต้องเป็นแผลเป็นแน่ๆ



\"ก็ประมาณ 4 วันได้ล่ะมั้ง\" คาโลตอบ แล้วดึงมือเฟรินที่กุมอยู่ที่แผลออก



\"4 วัน!! แล้วแอสล่ะ\" เฟรินถามอีก คาโลส่งสายตาไม่พอใจมาให้ แต่เฟรินก็ไม่ได้สนใจ



\"ตอนนี้โดนกักบริเวณอยู่\" คาโลตอบสั้นๆ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความน้อยใจอย่างหนัก



\"หรอ งั้นฉันไปหาหน่อยดีกว่า มีเรื่องจะคุยด้วยพอดี\" เฟรินพูด แล้วกระโดดลงจากเตียง แต่เป็นอันต้องร้องโอ้ยออกมาทันทีที่เท้าถึงพื้น จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เพราะแผลยังไม่ค่อยหายสนิทซักเท่าไหร่ แต่คุณเธอเล่นกระโดดซะอย่างนั้น จะไม่เจ็บได้ไง คาโลส่ายหน้าน้อย แล้วเดินไปอุ้มหญิงสาวขึ้นมา



\"จะไปหาแอสใช่มั้ย\" คาโลถามเสียงเรียบ แต่ดูจากแววตาแล้ว มันไม่พอใจอย่างหนักเลยล่ะ



\"อืม\" เฟรินตอบพลางพยักหน้า



\"งั้นฉันจะพาไปเอง\" ว่าแล้วคาโลก็อุ้มหญิงสาวออกจากห้องไปทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายของเจ้าหล่อนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนคนที่อยู่ในห้องที่ผ่านไปต้องเปิดประตูออกมาดูกับเป็นแถบ แต่เมื่อออกมาเจอกับสายตาของท่านหัวหน้าป้อมแล้ว ก็เป็นอันปิดประตูเข้าห้องทันที



ร่างสูงพาร่างเล็กที่อยู่อ้อมแขนมาถึงหน้าห้องๆหนึ่งในป้อมอัศวิน แทนที่จะไปที่ปราการปราชญ์ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตฉายแววประหลาดใจเต็มที่ ปากเรียวสวยกำลังจะเอื้อนเอ่ยออกมา แต่ร่างสูงกลับเคาะประตู แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างไม่เกรงใจเจ้าของห้องที่อยู่ข้างใน



ภายในห้องมีเพียงเตียงกับโต๊ะเล็กๆเท่านั้น ร่างสูงวางร่างบางลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างโต๊ะเล็ก เจ้าของห้องเบนสายตามามอง แต่ก็หันกลับไปอีกครั้ง เหมือนไม่ใส่ใจอะไรมากนัก ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเป็นเวลามากกว่า 10 นาที จนคนความอดทนน้อยทนไม่ไหว จึงต้องพูดออกมาก่อน



\"แอส ฉันอยากคุยกับนาย บางอย่าง\" เฟรินพูดขึ้นก่อน เจ้าของชื่อหันกลับมาตามเสียงเรียก นัยน์ตาแฝงไปด้วยความสับสน วุ่นวาย ทำไม ทั้งๆที่ทำร้ายถึงขนาดนี้ ทำไมถึงยังจะต้องคุยอะไรอีก ทำไมถึงดูเหมือนไม่โกรธล่ะ



\"ว่ามาสิ\" แอสพูดเสียงเรียบ แล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาว นัยน์ตามองสบกันลึกเข้าไปข้างใน เมื่อต้องการจะรู้ความจริงบางอย่าง ความจริงที่อยู่ในใจมานานเสนนาน เกินกว่าที่ใครๆจะคาดเดาได้



\"แต่ก่อนนะ ฉันโกรธแค้นนายมากเลยรู้มั้ยแอส ฉันโกรธมากที่นายฆานาตาลี ทั้งๆที่เธอรักนายขนาดนั้น แต่นายกลับฆ่าเธอได้ ฉันเคียดแค้นนายอย่างที่ไม่เคยแค้นใครมาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเคียดแค้นนั้นก็ค่อยๆจางหายไป เหมือนกับนายและนาตาลีเริ่มจางไปจากจิตใจของฉัน\" เฟรินพูดอย่างจริงจัง นี่คงเป็น 1 ในไม่กี่ครั้งที่เจ้าตัวยุ่งจะพูดอะไรจริงจังขนาดนี้



\"จนถึงเมื่อกี้ตอนที่ฉันหลับอยู่ นายรุมั้ยว่าฉันฝันเห็นอะไร\" เฟรินถาม แต่แอสไม่ตอบ หญิงสาวจึงหลุบเปลือกตาลง \"เมื่อกี้นี้ฉันฝันเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อก่อน เมื่อตอนที่ฉัน นายและนาตาลีวิ่งเล่นที่ทุ่งดอกลิลลี่ ที่นายบอกฉันให้เลิกยุ่งกับนาตาลี ที่นายบอกรักนาตาลี ที่นายทั้งสองคบกัน....\" เฟรินพูด แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งเหมือนกับว่าเธอพร้อมแล้วที่จะก้าวผ่านไปจากอดีตนี่ซะที



\"เปล่านะเฟริน ฉันไม่ได้คบกับนาตาลีนะ\" แอสปฏิเสธทันที แต่หญิงสาวกลับเพียงแค่ส่ายหน้าเท่านั้น



\"นายไม่ต้องปฏิสเธหรอกแอส เพราะถึงเวลานี้ต่อให้ความจริงมันเป้นยังไง มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี หวังว่านายจะเข้าใจซะทีนะ\" เฟรินพูดแล้วยืนขึ้น



\"ฉันเกือบลืมเรื่องสำคัญไป ฉันมาเพื่อจะบอกนายว่าฉันให้อภัยนาย ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ ตอนนี้นายเป็นอิสระแล้ว อยากจะไปไหนก็ไปเถอะ หรือว่านายอยากจะเรียนต่อก็ตามแต่ใจนาย\" เฟรินพูดทิ้งท้ายไว้ แล้วเดินออกจากห้องไป คาโลหันไปมองแอสแวบหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองแม้น้อย คาโลจึงเดินออกจากห้องไป เขากำลังตกลงสู่ห้วงแห่งความคิดเหมือนครั้งอดีต



\'แอส ฉะ..ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ ฉันรู้ว่าที่นายทำอย่างนี้มันต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน ฉันจะไม่ถามว่าเพราะอะไร เพียงแต่ว่าฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่า ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ ฉันให้อภัยนายทุกอย่าง  นายเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอมา เรื่องสุดท้ายที่ฉันอยากบอกนาย คือว่าฉันน่ะรักนายนะ ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่านายทำกับฉันขนาดนี้ ทำไมฉันถึงยังรักนายอีก ฉันเหมือนคนโง่ใช่มั้ย แต่ฉันก็อยากให้นายเชื่อนะ ว่าฉันรักนายจากใจจริง\' ความจริงเขาอยากจะเข้าไปหาเธอนะ อยากจะดูแลเธอ อยากจะเห็นเธอยิ้มอย่าสดใสอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาได้ทำผิดพลาดไปในชีวิต มันสายเกินกว่าที่เขาจะมานั่งเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น



นาตาลีฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษเธอจริงๆ แต่ตอนจากนี้ไปฉันจะไม่จมอยู่กับอดีตอีกต่อไปแล้ว ฉันจะก้าวต่อไป ฉันขอโทษที่ต้องละทิ้งเธอไว้ในส่วนลึกของหัวใจ แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่าเธอจะยังอยู่ในใจฉันเสมอ



แอสลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ นัยน์ตาของเขามุ่งมั่นมาก เขาก้าวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับละทิ้งอดีตไว้ที่ห้องนั้น เขาต้องเผชิญกับอนาคตไม่ใช่จมอยู่กับอดีต..!!



\"เฟริน!!~\" นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้าไปดูหญิงสาวที่ทรุดอยู่ที่พื้นทันที



\"เฟริน เป็นอะไรรึเปล่า\" คาโลถามอย่างร้อนใจ แต่เฟรินกลับยิ้ม แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ซืดจางจนน่ากลัวก็ตาม



\"ปะ..เปล่า ไม่เป็นไรหรอก กลับกันเถอะ\" เฟรินพูด คาโลพยักหน้าแล้วอุ้มหญิงสาวชึ้นมา ก่อนเดินกลับห้องไป



พอถึงห้องร่างสูงก็วางร่างบางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม หญิงสาวดูเหนื่อยอ่อน อาจจะเพราะแผลที่ยังไม่หายสนิท เธอคงจะขยับไปไหนไม่ได้อีกหลายวัน คิดแล้วชายหนุ่มก็ได้แต่ส่ายหัว



\"พักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบเอา\" คาโลพูดอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาแฝงไปด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเต็มที่



\"อืม\" เฟรินรับคำ แล้วหลับตาลง



\"ราตรีสวัสดิ์เจ้าหญิง\" คาโลพูดพลางจุมพิตลงที่หน้าผากสวยของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ แล้วนั่งเฝ้าหญิงสาวที่ตอนนี้เข้าสู่ห้วงนิทราเรียบร้อยแล้ว  





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





แต่รู้สึกว่าเขาจะคิดผิดถนัด วันตอนมามันก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม ซ้ำยังแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อแอสเกิดอยากจะกลับมาเป็นเพื่อนเฟรินอีกครั้ง แถมมาหากันอยู่บ่อยๆ จนหลายๆคนคิดว่าไอ้หมอนั่นคงจะย้ายสำมะโนครัวมาอยุ๋ป้อมอัศวินแน่นอน เพราะวันหนึ่งมันเข้าออกป้อมอัศวินไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เจ้าชายผู้สูงศักดิ์ได้แต่นั่งกุมขมับอย่างกลุ้มใจ



ได้แต่หวังว่าอย่าให้สองคนนั้นมันเกิดชอบกันขึ้นมาเลย ไม่งั้นเขาก็คงจะแย่แน่ๆ จะแยกสองคนนั้นออกจากกันนั้นยากเย็นแสนเข็น เจ้าชายผู้สูงศักดิ์หยุดความคิดไว้เท่านั้น เมื่อเจ้าหญิงตัวยุ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนสมัยเด็กอย่างร่าเริง



\"เฟริน มานี่หน่อยสิ\" คาโลเอ่ยปากเรียกก่อน เฟรินหันมามองแล้วเดินเข้ามาหาอย่างงงๆ แอสก็เดินตามมาด้วย



\"มีอะไรคาโล\"



\"วันนี้มีประชุมตอนเย็น ไปกินข้าว แล้วจะได้เข้าประชุม\" คาโลพูดเสียงเรียบ สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่แอสที่ยืนทำทองไม่รู้ร้อนอยู่ข้างๆเฟริน



\"อืมไปกันสิ\" เฟรินตอบรับ \"แอสไปกินด้วยกันนะ\" แล้วหันไปพูดกับแอส



เจ้าชายได้แต่คิดคาดโทษไว้ในใจ มันน่าจับลงโทษซะให้เข็ด ไม่รู้จักจำเลย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวยุ่งจะยังไม่รู้ถึงชะตากรรมของตัวเองที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้ หญิงสาวยังคงพูดคุย หัวเราะอยู่กับแอสเหมือนเดิม



หลังจากการทานอาหารค่ำที่น่าหวาดเสียวของป้อมอัศวินทุกคนผ่านไป หลายๆคนก็ทยอยกันเข้าห้องประชุมไปแล้ว เฟรินเดินไปส่งแอสที่หน้าป้อม เนื่องจากการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคนภายนอก เขาจึงไม่มีสิทะเข้าร่วมตามที่คาโลสั่ง



\"ราตรีสวัสดิ์นะเฟริน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาหา\" แอสพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้หญิงสาว



\"อืม บาย พรุ่งนี้เจอกัน\" เฟรินพูด แล้วหันหลังเดินกลับเข้าป้อมไป แอสยังคงมองเฟรินอยู่ จนเธอเดินลับตาไป เขาถึงเดินกลับไปที่ปราการปราชญ์



เมื่อเฟรินกลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง ทุกคนก็อยู่กับครบหมดแล้ว คาโลกำลังจะเริ่มการประชุม เฟรินยิ้มเจื่อนๆ แล้วเดนไปนั่งลงข้างคิลที่นั่งยิ้มอยู่



\"วันนี้ก็มีอยู่สองเรื่องด้วยกันนะ เรื่องแรกคือเรื่องหมากกระดานกียรติ์ยศ ตามที่หลายคนได้รู้ ปราสาทขุนนางชนะแผ่นดินประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปตามกำหนดการเดิม เราจะต้องแข่งกับปราสาทขุนนางอีก 3 วันข้างหน้า แต่มหาปราชญ์เลโมธีได้เปลี่ยนแปลงกำหนดการ คือป้อมอัศวินและปราสาทขุนนางจะได้อยู่เฉยๆโดยไม่ต้องทำอะไร ในอีก 2 เดือนข้างหน้าที่จะมีงานประชุมผู้ปกครองของนักเรียน ทางปราการปราชญ์และแผ่นดินประชาชนจะเป็นฝ่ายจัดการทั้งหมดเอง...\" พอคาโลพูดจบ เสียงเฮก็ดังลั่นขึ้นอย่างคุมไม่อยู่



\"เรื่องต่อไป ตามที่เราได้คุยกันไว้ครั้งที่แล้วว่าปี1 จะเรียนวิชาหัวใจกษัตริย์ ส่วนปี 6 จะเรียนหัวใจประชาชน การเรียนการสอนจะเป็นภาคปฏิบัติ จะเริ่มในเดือนหน้านี้ ซึ่งการจัดแบ่งกลุ่มทางท่านอาจารย์ลูคัสและลอเรนซ์จะเป็นคนจัดการเอง รายชื่อจะออกมาประมาณอาทิตย์หน้า ฉันจะให้หัวหน้าชั้นปีของพวกเธอเป็นคนจัดการแล้วกันนะ ใครมีอะไรจะถามมั้ย\" คาโลถามขึ้น เมื่อไม่มีใครยกมือ จึงสรุปเอาเองว่าไม่มี



\"งั้นเลิกประชุมได้\" คาโลพุดแล้วเดินออกจากห้อง แต่เขาไม่ได้ออกไปคนเดียวแน่นอน ชายหนุ่มลากเจ้าหญฺงตัวยุ่งออกไปด้วย ท่ามกลางสายตาของคนทั้งป้อม คิลมองตามทั้งสองไป ลแวก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความขี้หึงของเจ้าชายน้ำแข็งที่ใครๆก็รู้ว่าเป็นที่หนึ่ง



\'ขอให้นายปลอดภัยนะเฟริน หวังว่านายคงจะเอาตัวรอดได้\' ก่อนจะเดินกลับห้องพร้อมกับเจ้าหญิงคนสวยแห่งคาโนวาลที่พักอยู่ห้องข้างๆ





...................................................................................................................................................................................





จบแล้วค่า



ในที่สุดก็จบซะที



เอ่อ คือว่าอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ



เรื่องยังมะจบค่ะ



แค่จบตอนนะคะ



ขอโทษคุง faie ด้วยนะคะที่ทำให้เข้าใจผิด



Love everyone a lot...^^



P.s. ใครมีอะไรอยากจะติหรืออยากให้แก้ไขก็บอกมาได้นะคะ





                                                                                >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #329 mybook (@melovebook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2555 / 15:39
    ช่ายๆคาเรหายไปไส
    #329
    0
  2. #294 Syve (@prapasson) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:46
    คาเรหายไปเลย
    #294
    0