ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 5 : ~๐(^-^)๐~ เปิดสนาม!! - เมื่อครั้งอดีต~๐(^-^)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ส.ค. 48



นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม ผมที่ยาวระต้นคอสีดำสนิท ริมฝีปากกำลังคลี่ยิ้มออก แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความชั่วร้ายที่ไม่ว่าจะยังไง

เธอก็ไม่เคยลืมแววตานี้ แววตาที่หวังแต่ประโยชน์จากผู้อื่น โดยไม่เคยคิดจะใส่ใจว่าคนอื่นเขาจะเป็นยังไง เดือดร้อนแค่ไหน

หรือว่าใครจะล้มตาไป เขาก็คือ แอสเฟอจูรัส ฟลาวัช เดอะ ทีฟ ออฟ ฟรานซ์



\"สวัสดีเฟริน ไม่ได้พบกันนานนะ ตั้ง 10 ปีแน่ะ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาพบกับนายในร่างนี่ แต่ดูๆไปแล้วก็สวยใช่ย่อยนะเนี่ย

สวยกว่านาตาลีอีกนะเนี่ย\" แอสพูดอย่างเย้ยหยัน แต่เฟรินก็พยายามอดทนไว้ จนกระทั่งชื่อ นาตาลี ที่หลุดออกมาจากปากเขา

ทำให้ความอดทนของเธอสิ้นสุดลง



\"แกไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนี้ รู้สึกว่าแกจะไม่เคยสำนึกเลยนะ!!\" เฟรินตวาดใส่แอสทันที ทำให้ผู้คนทั้งสนามหันมามองเป็นตาเดียว

รวมถึงพวกที่อยู่บนกระดานด้วย เรนอนกับคาเรมองเฟรินอย่างอึ้งๆ ปกติเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย แต่ครั้งนี้มันอะไรกัน อะไรเกิดขึ้น

ระหว่างพวกเขาทั้งสองเมื่อ 10 ปีก่อน แล้วคนชื่อนาตาลีอีก



\"ใจเย็นน่า เดี๋ยวคนเขาก็ได้รู้กันหมดหรอก ว่านายทำให้นาตาลีต้องตาย!!\" แอสย้ำตรงคำว่า ตาย เต็มที่ ถึงน้ำเสียงจะราบเรียบ

แต่ถ้าลองฟังดีๆ เหมือนกับว่ากำลังยั่วเฟรินอยู่



\"ฉันไม่ได้ทำอะไรนาตาลี แกต่างหากล่ะ แกมันสารเลว แกฆ่านาตาลี!!\" เฟรินตวาดลั่นอีกครั้ง คราวนี้คาโลกำลังยืนอยู่ที่

ตำแหน่งบิชอปขวาจึงเดินขึ้นมาหาเฟรินที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่



\"เฟริน เกิดอะไรขึ้น\" คาโลถามเสียงเรียบ เขาจ้องมองหญิงสาวที่มองไปหาชายหนุ่มอีกคนด้วยความงุนงง นั่นมัน!! คาโลคิดในใจ

ก่อนจะเริ่มออกปากห้ามเฟริน นัยน์ตาสีน้ำตาลกำลังกลับกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด ถ้าเกิดว่าอารมณ์ที่เธอสะกัดกลั้น

ถูกปล่อยออกมาตอนนี้ล่ะก็ คนตาคงไม่ต่ำกว้างพันเป็นแน่ แอสที่เห็นอย่างนั้นจึงเดินหลบฉากไปทันที เขาไม่อยากจะเอาชีวิต

ไปเสี่ยงทำให้ธิดาแห่งความมืดโกรธหอก



\"เฟริน ใจเย็นก่อนสิ ใจเย็นก่อน\" คาโลพูดพลางเขย่าตัวเฟรินที่ตอนนี้ตกลงสู่ห้วงความคิดเรียบร้อยแล้ว นัยน์ตาสีแดงกลับกลาย

เป็นสีน้ำตาลอีกครั้ง แต่ดวงตากลับเหม่อลอยไปไกลแสนไกล เฟรินทิ้งตัวลงเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า ก่อนเอ่ยปากพูดกับคาโลที่ยืน

มองด้วยสายตาเป็นห่วง



\"ฉันไม่เป็นอะไรหรอก นายไม่ต้องห่วง\"



\"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นายรู้จักคนเดินหมากของปราการปราชญ์ด้วยหรอ\"



\"อืม มันนานมากแล้วล่ะ นายกลับไปเถอะ เดี๋ยวก็จะเริ่มแล้ว\" เฟรินพูดพลางยกมือขึ้นมาปิดหน้า นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตปรือลง

โศกเศร้าเมื่อครั้ง 10 ปี ก่อนกำลังถาโถมเข้าทำร้ายจิตใจเธอ ทั้งๆที่ลืมไปแล้ว ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่เราก็มีส่วนผิด

ที่ปล่อยเธอคนนั้นไป ปล่อยให้เธอไปเผชิญกับความตาย กับไอ้คนสารเลวเช่นนั้น



นาตาลี ฉันจะแก้แค้นให้เธอ ด้วยหมากเกมส์นี้แหละ ฉันจะให้มันจบภายใน 10 นาที อย่างไม่ไว้หน้ามันอีกต่อไป คนที่ทำร้ายเธอ

ฉันจะไม่ให้อภัยมันเด็ดขาด ที่ฉันไม่ฆ่ามันเพียงเพื่ออยากให้มันได้สำนึกซักนิดที่ทำร้ายคนดีๆอย่างเธอ แต่คงจะไม่มีหวังเพราะ

ความชั่วช้าของมันไม่ได้จางหายไปจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วเลย



เฟรินลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความมุ่งมั่นในแววตา ที่บ่งบอกว่าถึงคราวที่เธอจะเอาจริงแล้ว พวกคาโลที่ในสนามเห็นดังนั้น

ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีคนตาย แต่พวกปราการปราชญ์คงราบเป็นหน้ากองภายในไม่กี่นาทีแน่



ฉันต้องเอาชนะมันให้ได้!! ฉันสัญญานาตาลี



หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่สงบลงได้ 5 นาที ทุกคนเข้าประจำที่เรียบร้อย ทุกฝ่ายพร้อม หมากกระดานเกียรติ์ยศนัดประวัติศาสตร์

จึงเริ่มขึ้น โดยฝ่ายป้อมอัศวินเป็นฝ่ายเดินเปิดกระดาน



ตำแหน่งต่างๆถูกคัดสรรอย่างดี โดยเจ้าหญิงคนสวยแห่งเดมอส เจ้าหล่อนใช้เวลาอยู่ 3 วันเต็มๆกว่าจะตัดสินใจเลือกออกมาได้

แต่ก็อย่างว่าคนที่ไว้ใจได้จริงๆ มีน้อยมาก ตำแหน่งต่างๆจึงได้ออกมาอย่างนี้



คิง - ไคน์



ควีน - มาทิลด้า



บิชอบซ้าย - โร



บิชอบขวา - คาโล



ม้าซ้าย - คาโอ



ม้าขวา - คิล



เรือซ้าย - ครี้ด



เรือขวา - ไนฟ



เบี้ยได้แก่ ซีบิล แองจี้ โซ วอร์ช่า กัส เดท ซิลเวีย <จากคุณหมีขาวค่ะ> พรีเซีย <จากคุณ +*+*Yaoi&Yuri*+*+>



\"เบี้ยสี่!! ดีห้า!!~\" เสียงประกาศก้องของฝ่ายป้อมอัศวินดังขึ้น เสียงที่ติดออกจะหวานไพเราะ แต่ก็แฝงไปด้วยความห้าว

สีหน้าของผู้เดินหมากเริ่มจริงจังขึ้น ปกติเธอไม่เคยคิดจะจริงจังกับหมากกระดานเกียรติยศซักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้มันผิดกัน..!!



\"เบี้ยเจ็ด!! จีสี่\" เสียงออกทุ้มประกาศตามมาติดๆอย่างไม่ไว้หน้า เจ้าหญิงสองดินแดน แต่สำหรับเธอเรื่องแค่นี้ไม่หวั่นอยู่แล้ว



\"เบี้ยเจ็ด!! จีห้า\" เสียงหวานประกาศอีกรอบ พริเซียเดินออกไปประจัญหน้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูแล้วเขาคงจะอยู่ประมาณปี 7

ถ้าเพียงแต่หมอนั่นเดินเข้ามาในเขตแดนของเธอ การต่อสู้ก็จะเริ่มขึ้นทันที



\"เบี้ยสาม!! ซีสี่\"



\"เบี้ยสี่!! ซีสี่ ประทะเบี้ย!!\" เสียงหวานประกาศกึงก้อง วอร์ช่าเดินเข้าไปในเขตแดนศัตรูอย่างไม่หวาดหวั่น คู่ต่อสู้ของเธอเป็น

ผู้ชายร่างยักษ์ เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว แต่ในใจหญิงสาวกลับคิดเพียง น่าเบื่อ..!!



ทันทีที่เธอย่างเท้าเข้าไปในเขตซีสี่แล้ว ทางฝ่ายปราการปราญช์ก็เริ่มร่ายเวทย์ก่อนทันที แต่วอร์ช่าก็ยังยิ้มๆอย่างสบายใจ

ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ เมฆจำนวนมากเริ่มก่อนตัวเหนือช่องซีสี่ ราวกับว่าฝนกำลังจะตก และในไม่ช้า สายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยง

ลงไปที่ที่วอร์ช่ายืนอยู่ ฝุ่นตวันตะลบอบอวนไปหมด พอคัวนจางหายไป ที่นั่นกลับไม่มีร่างของหญิงสาวอยู่เลย



คู่ต่อสู้มองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง และหลังจากนั้นเพียง 3 วินาที เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของคู่ต่อสู้ฝ่ายปราการปราญช์ก็

ดังขึ้น ร่างใหญ่กำลังทรุดลงบนพื้นอย่างเจ็บปวด



มันเกิดอะไรขึ้น!!  นี่คือคำถามที่บังเกิดในใจของทุกคน เพียงไม่นานหลังจากนั้น ร่างของวอร์ช่าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังคู่ต่อสู้

สีหน้าของเธอดูเรียบเฉยซะจนน่ากลัว คู่ต่อสู้ของเธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างทุกข์ทรมาน แต่เธอก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา

จนร่างนั้นหายไปในที่สุด



การดวลครั้งแรก ชัยชนะเป็นของป้อมอัศวิน ใบหน้าของเฟรินที่ดูจริงจังเมื่อกี้เริ่มผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหลือเค้าของ

คนที่เคยซีเรียสมาก่อนเลย เธอยิ้มร่าอย่างสบายใจ สายตาพลางเหลือบไปมองคู่ต่อสู้ที่นั่งกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ ไม่วายส่ง

คำยั่วไปอย่างที่ชอบทำ



\"นายจะยอมแพ้ก็ได้นะแอส ถ้านายจะคิดอีกนาน สงสัยฉันคงต้องหาเตียงมานอนรอแล้วล่ะ\" และคำยั่วของเจ้าตัวยุ่งก็ได้

ผลเฉกเช่นทุกครั้ง เมื่อคำประกาศต่อไปดังออกมาจากปากแอส



\"บิชอปซ้าย!! ซีสอง\"



\"ม้าซ้าย!! ดีเจ็ด\"



\"เบี้ยสอง!! ซีสี่ ปะทะเบี้ย\" คำประกาศต่อมาเป็นของฝั่งปราการปราชญ์ที่คนเดินหมากเริ่มสติแตกกับคำยั่วที่ถูกส่งมาทุกครั้ง

ที่ถึงตาฝั่งเขาเดิน เบี้ยสองที่เป็นผู้หญิงร่างบาง ดูท่าแล้วเธอคงจะหงุดหงิดมาแน่ แต่ด้วยเหตุใดไม่มีใครทราบ เพราะใบหน้า

สวยงอง้ำ เธอเดินเข้าไปในเขตแดนของวอร์ช่าทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศ



แต่มันกลับกัน ตอนวอร์ช่าเดินเข้าไป ฝ่ายตั้งรับเป็นคนเริ่มก่อน แต่นี่พอเธอเดินเข้าไป วอร์ช่ากลับยืนเฉย ใบหน้าเธอกลับ

มายิ้มแย้มอีกครั้ง ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหวาดๆเล็กน้อย หลังจากที่เห็นการต่อสู้เมื่อครู่ ไม่มีใครรู้ว่าเธอใช้อาวุธอะไร และไม่มี

ใครรู้ว่าเธอลงมือตอนไหน ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นความลับไปหมด



หลังจากที่ยืนอยู่นานเกือบ ก็ไม่มีทีท่าว่าฝ่ายป้อมอัศวินจะเป็นฝ่ายบุกก่อนเลย เธอจึงเริ่มร่ายเวทย์อย่างที่ถนัด แต่พอคำบริกรรม

คาถาคำแรกหลุดออกมาจากปากเธอ หญิงสาวก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น แล้วกรีดร้องอย่างทรมาน วอร์ช่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม

เธอไม่ได้ขยับไปไหน แต่ใบหน้าเธอที่เคยยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นเย็นชขาอีกครั้ง ร่างของเบี้ยสองผู้บังอาจลองดีกับธิดาแห่ง

แสงสว่างหายลับไปจากช่องซีสี่



\"ม้าซ้าย!! อีห้า\" ยังไม่ทันทีทุกคนจะหายตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นเมื่อกี้ คำสั่งต่อมาก็ดังมาติดๆ ฝ่ายปราการปราญช์เริ่มใจเสีย

ส่วนคนดูก็พอจะรู้แล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ



\"ม้าขวา!! อีสอง\" เสียงของแอสดูจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองแล้ว ตอนเด็กๆเขาเคยเล่นหมากรุกกับเฟรินก็จริง แต่เธอเก่งขึ้น

จนรู้สึกได้ถึงความต่างกัน มันต่างชั้นกันเกินไป เกินกว่าที่เขาจะเอาอะไรเข้าไปเสี่ยงอีก แต่ถ้าไม่สู้คือแพ้ แต่สู้ก็แพ้

อย่างน้อยก็ต้องรักษาศักธิ์ศรีของปราการปราญช์เอาไว้ เรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป



\"บิชอปขวา!! เอฟเจ็ด\"



\"ม้าขวา!! เอฟสี่\"



\"เบี้ยเจ็ด!! เอฟสี่ ปะทะม้า\" สิ้นคำสั่ง พริเซียเดินเข้าไปยังช่องเอฟสี่ ใบหน้าของเธอดูหวาดๆ เพราะไม่เคยสู้กับรุ่นพี่มาก่อน

ฝั่งปราการปราญช์คู่ต่อสู้ เป็นผู้ชายที่ดูน่ากลัวคนหนึ่ง ถ้าจะให้บรรยายล่ะก็ เขาช่างไม่เหมือนคนเลยซักนิด



ผู้ชายคนนั้นแสยะยิ้ม แล้วเริ่มร่ายเวทย์ แสงสว่างวาบเกิดขึ้นที่ที่พริเซียยืนอยู่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวจึงเข้าไปอยู่ในวง

แสงนั้น ความร้อนที่แผ่ออกมา ทำให้เธอค่อยทรุดตัวลง เมื่อเฟรินเห็นท่าไม่ดีจึงสั่งยอมแพ้



\"ยอม!!\" ฝ่ายปราการปราชญ์จึงยิ้มออกบ้าง



หลังจากการต่อสูเริ่มไปได้ 5 นาทีเต็ม ทางป้อมอัศวินเหลือคนทั้งหมด 12 คน ซึ่งได้แก่ ไคน์ มาทิลด้า คาโล คิล โร คาโอ

เดท กัส ครี้ด และซิลเวียที่กำลังต่อสู้กับม้าซ้ายอยู่ ส่วนทางปรากการปราชญ์ เหลืออยู่ทั้งหมด 6 คน เท่านั้น



และด้วยความที่เป็นเพียงเบี้ย ถึงแม้ว่าจะพยายามยังไงก็คงจะเอาชนะม้าไม่ได้แน่นอน เมื่อเฟรินเห็นดังนั้นจึงสั่งยอมแพ้ทันที

เพราะเธอไม่อยากให้ใครบาดเจ็บ



\"เบี้ยหนึ่ง!! ดีห้า\" เสียงคำสั้งจากทางปรากการปราชญ์ที่ตอนนี้เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาบ้างดังขึ้น เบี้ยหนึ่งผู้อาจหาญลองดีกับพ่อมด

ปีศาจแห่งคาโนวาลก้าวเดินเข้าไปยังช่องดีห้า เพื่อรับความฝ่ายแพ้ และก็เป็นไปดังคาด ภายในไม่ถึงหนึ่งนาที คาโลก็สามารถ

จัดการเบี้ยหนึ่งได้เป็นอันเรียบร้อย ซึ่งเฟรินก็ต้องจำใจยกความดีความชอบให้มันไป



\"ม้าซ้าย!! ซีสาม รุกฆาต!!\" คำสั่งสุดท้ายดังออกมาจากปากของหญิงสาวผู้กุมชัยชนะไว้ในมือ เพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้น เธอทำเอา

ปราการปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ ต้องยอมศิโรราบ คาโอก้าวเดินเข้าไปยังช่องซีสาม คิงของปราการดูจะหวั่นๆเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเก็บ

สีหน้าไว้ได้ การต่อสู้จึงเริ่มขึ้น



แต่หลังจากนั้นเพียง 2 นาที คิงผู้องอาจแห่งปราการปราชญ์ก็หายไปจากช่องซีสามทันที เพียงแค่คาโอบริกรรมคาถาจบไปเพียง

บทเดียวเท่านั้น เพียงบทเดียว เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ป้อมอัศวินช่างน่ากลัวจริงๆ ทุกคนในที่นี้สัมผัส

ได้ถึงความเกรียงไกรของทีมหมากรุกชุดนี้ ปราสาทขุนนางและแผ่นดินประชาชนที่มีแข่งพรุ่งนี้มานั่งดู ก็ยังรู้สึกหวาดๆ ถึงจะไม่ได้

ประลองกันมา 2 ปี แต่ความเก่งกาจของทีมนี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย



\"ฉันชนะนายแล้วแอส หวังว่านายคงรับรู้รสชาติแห่งความพ่ายแพ้เพียงพอ\" เฟรินพูดพลางลุกขึ้นจากที่นั่ง สีหน้าของเธอดูจะพอใจที่

ได้สั่งสอนคนที่ทำผิดแล้วไม่รู้จักสำนึกผิด แอสเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวมาก จนห่างกันเพียงแค่ 10 ซม.แค่นั้น ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมา



\"นายยังใจอ่อนเหมือนเดิมนะเฟริน นายรู้มั้ย ความใจอ่อนของนายจะนำมาซึ่งความหายนะให้แก่ตัวเอง\" ไม่ทันขาดคำ มีดเล่มเล็กที่

ถูกซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ก็ปักเข้าที่ท้องของหญิงสาวผู้ใจอ่อน เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองทันที พร้อมกับ

ร่างของหญิงสาวล้มลงที่พื้น เลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาจากปากแผล



แอสยืนหัวเราะด้วยความสะใจ เขาคือผู้ชนะ เชาไม่เคยแพ้หรอก นายจำไว้เฟริน ฉันไม่เคยแพ้ แอสทำท่าจะหันหลังกลับ แต่ก็ต้อง

หยุดลง สติเลื่อนลอยหายไป เพียงเพราะโรที่ยืนพึมพำบางอย่างอยู่ที่กลางสนาม ส่วนคาโลและคิลรีบวิ่งขึ้นมาดูเพื้อนซี้ทันที





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ที่นี่ มันที่ไหนนะ ทำไมมันมืดจัง ฉันตายไปแล้วหรอ โดนแทงขนาดนั้นก็คงจะตายไปแล้วสินะ ที่นี่คงจะเป็นสวรรค์ ภาพเบื้องหน้า

ของหญิงสาวคือทุ่งดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ แสงแดดอ่อนๆในยามบ่าย กับลมเย็นพัดโชยไป เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังเธอ

หญิงสาวจึงหันกลับไปมอง



นั่นมัน..!!



นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตเบิกกว้างด้วยความตกใจ  ภาพที่ฉายอยู่เบื้องหน้าของเธอคือ เด็ก 3 คนที่ยังกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในทุ่งดอกลิลลี่ที่กว้างใหญ่ เธอจำได้แล้ว..ที่นี่คือฟรานซ์ สมัยก่อนตอนเธอเดินทางมากับพ่อ แล้วเธอก็ได้เจอเด็กหญิงคนหนึ่ง รอยยิ้มของเธอสวยดุจดังดอกไม้แรกแย้ม และเพื่อนของเธอ เด็กชายที่อยู่กับเธอมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก



ชื่อของเธอคือ นาตาลี ส่วนเพื่อนสนิทของเธอคือ แอสเฟอจูรัส ฟลาวัช เราทั้งสามคนรู้จักกันเมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน วันนี้นาตาลีและแอสมาหาเธอแต่เช้าเพื่อนมาชวนไปวิ่งเล่นที่ทุ่งดอกลิลลี่ พวกเราวิ่งเลนกันอย่างสนุกสนานจนบ่ายแก่ ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงาทอดยาวออกไปพอที่จะใช้เอนกายพักผ่อนให้หายเหนื่อย เสียงหอบแฮ่ก แฮ่ก ดังออกมาจากปากไม่หยุด



\"เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้นะ\" นาตาลีพูดขึ้น แล้วเธอก็ลุกขึ้นวิ่งตรงไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากต้นไม้เท่าไหร่ เด็กชายสองคนยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน แอสเป็นฝ่ายที่ลุกขึ้นก่อน  เขาหันมาพูดกับเฟรินที่ยังนอนอยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง



\"เฟริน นายชอบนาตาลีใช่มั้ย\"



\"นะ นายรู้\" เฟรินถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ตาสีน้ำตาลคู่โตที่โตอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นอีก ในแววตาแฝงไปด้วยความฉงน นี่เขาดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอ



\"ใช่ ฉันรู้ เพราะฉันก็ชอบนาตาลีเหมือนกัน\" แอสพูด เฟรินถึงกับพูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ที่ลำคอ



\"ฉันไม่อยากให้นายยุ่กงับนาตาลีอีก ได้มั้ย ฉันขอร้องล่ะ\" แอสพูดขึ้นอีก พอพูดมาถึงตรงนี้สีหน้าของของเขาดูเจ็บปวดขึ้นมาทันใด เฟรินครุ่นคิดอยู่ซักพักก่อนจะเอ่ยปากออกมา



\"ตกลง ฉันจะหลีกทางให้นาย แต่นายจำไว้ ถ้าวันใดนายทำให้นาตาลีร้องไห้หรือเสียใจ ฉันจะเอาเธอคืนมา โดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น\" เมื่อพูดจบ เฟรินก็ลุกขึ้นจากใต้ต้นไม้ แล้วเดินออกจากที่นั่นไปทันที นาตาลีที่ไปเอาน้ำเดินสวนกลับมา เธอแย้มรอยยิ้มอย่างร่าเริง แต่เด็กชายกลับเมินเฉยเหมือนไม่เห็นเธออยุ่ในสายตาอีกต่อไป



\"แอส เฟรินเป็นอะไร-ไปหรอ\" นาตาลีถามอย่างสงสัย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ในใจนึกเจ็บปวด ทำไมเขาไม่มองเธอเฉกเช่นทุกที ทำไมเขาไม่ยอมมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่นคู่นั้น นี่เขาโกรธเธอเรื่องอะไรกันนะ



\"เฟรินบอกว่าจะไปจากที่นี่ในอีก 2 วัน เพราะงั้นเขาจึงไม่อยากให้เธอเสียใจ\"



\"ไม่จริงใช่มั้ย ไม่จริงใช่มั้ยแอส ทำไมเฟรินไม่เคยบอกฉันเรื่องนี้ล่ะ ทำไม ทำไมเขาถึงไม่บอกฉัน ฮือออๆๆ\" เด็กสาวทรุดตัวลงกองกับพื้น น้ำตาหลั่งไหลลงมาอาบแก้มขาวนวล เหมือนเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ เมื่อทนไม่ไว้ มันจึงทะลักออกมา



\"นาตาลี!! ใจเย็นๆก่อนนะ ถึงเฟรินจะไปแล้ว แต่ฉันยังอยู่นะ ฉันยังอยู่ข้างเธอเสมอ เธออย่างร้องไห้เลย ได้โปรด อย่างร้องเลยนะ\" แอสพูดพลางโอบกอดนาตาลีไว้ในอ้อมแขนของเขา



พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มไปด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้า ภายในทุ่งดอกลิลลี่ที่ควรจะมืดสนิทกับมีแสงสว่างจากหิ่หง้อยตัวน้อยๆที่บินวนไปวนมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่างเล็ก๐ของเด็กชายและเด็กสาวยังคงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เด็กหนุ่มยังคงโอบกอดเธอไว้เฉกเช่นเมื่อตอนเย็น



\"นาตาลี หยุดร้องรึยัง\" แอสถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความเป็นห่วงพลางลูบหัวหญิงสาวอย่างอ่อนโยน



\"อือ หยุดแล้ว\" นาตาลีตอบกลับมา สายตาจ้องมองไปยังทุ่งกว้างเบื้องหน้า ความสวยงามของทุ่งดอกลิลลี่ในยามค่ำคืน บรรยากาศช่างเป็นใจเสียจริง แอสจึงตัดสินใจพูดออกไป



\"นี่นาตาลี เธอจะช่วยคบกับฉันด้มั้ย ฉันรักเธอนะ\"



\"ตะ...แต่แอสฉันไม่เคย.....\" เด็กสาวพยายามจะปฏิเสธ แววตาของเธอดูว้าวุ่นและสับสนอย่างหันก



\"อย่า!! ได้โปรด อย่า!! ปฏิเสธฉันเลยนะ ฉันรักเธอจริงๆ จริงๆนะ เธอเชื่อฉันเถอะ คบกับฉันนะ\" แอสพูดอย่างจริงจัง สีหน้าของเขาไม่บ่งบอกถึงความขี้เล่นที่เคยมีอยู่อีกต่อไป  นาตาลียังคงลังเลใจอยู่ สายตาของเธอเลื่อนขึ้นไปจับจ้องบนใบหน้าของเด็กหนุ่มที่โอบกอดเธอไว้อย่างอ่อนโยน  สายตาของเขาช่างมุ่งมั่น มุ่งมั่นจนเธอนึกหวั่น จนเธอต้องเป็นฝ่ายเบนสายตหนีซะเอง



\"ฉัน.............................\"





...................................................................................................................................................................................





จบแล้วค่า



เย้ๆๆ กว่าจะจบด้าย



รักคนอ่านมากๆๆๆ...^O^



P.s. ฝากหน่อยนะคะ



~ForEver..TiME.. รักของสองเรา~



http://www.dek-d.com/entertain/view.php?id=79044



พอดีว่ามูนนึกอยากแต่งเรื่องแนวนิยายเกาหลีขึ้นมาอ่าค่ะ



ยังไงก็ช่วยแวะๆไปลองอ่านหน่อยนะคะ



ช่วยติ-ชมด้วยก็ดีนะคะ



ขอบคุณมากค่า





                                                                                 >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

353 ความคิดเห็น