ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 39 : ~๐(^O^)๐~ ..คำสัญญาชั่วนิรันดร์.. ~๐(^O^)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 มี.ค. 51

                
                 แสงอาทิตย์แรกของวันเริ่มแตะขอบฟ้า เหล่าวิหคต่างพากันออกจากรังเพื่อหาอาหาร อากาศยามเช้าที่เย็นสบายน่านอน หากแต่แรงสั่นสะเทือนน้อยๆก็ทำให้ใบหน้าสวยที่กำลังหลับสนิท ต้องขมวดคิ้ว เปลือกตาค่อยๆขยับเหมือนคนไม่อยากจะตื่น ก่อนที่เปลือกตาจะปรือขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลสวย มือบางยกขึ้นมาสางผมเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองรอบๆด้วยอาการสะลึมสะลือที่บอกได้คำเดียวว่าเจ้าหล่อนยังไม่ตื่นเต็มที่

                ‘เอ๊ะ เมื่อคืนนี้เรานอนอยู่บนเตียงในห้องนอนที่เดมอส แล้วไหง ทำไมห้องที่กว้างขวางถึงกลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมแคบๆได้ล่ะเนี่ย แล้วเตียงนุ่มๆทำไมถึงกลายเป็นพื้นไม้แข็งๆได้ล่ะ’ คิดได้ดังนั้น ดวงตาคู่สวยก็เริ่มมองไปรอบๆอีกครั้ง มือบางหยิกแก้มเบาๆ แต่ผลที่ได้ออกมาก็คือคำว่า เจ็บ

                “เฮ้ย!!” เสียงหวานหลุดออกมาจากปากดังลั่น ก่อนจะเริ่มตั้งสติ แล้วใช้มือแหวกผ้าม่าน พอมองออกไปข้างนอกถึงได้รู้ซึ้งว่าที่ที่เธออยู่ขณะที่มันเคลื่อนที่ได้!!

                ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจ ปากอ้าค้าง และก่อนที่จะหลุดอะไรออกมามากกว่านี้ ร่างสูงของนักฆ่าหนุ่มก็โผล่หัวเข้ามา

                “ว่าไง ตื่นแล้วเหรอ” คิลมองเพื่อนรักที่แสดงอาการเหวอแล้วนึกขำในใจ เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ ก็เมื่อคืนยังนอนอยู่ในห้องที่ใหญ่โตสวยหรู แต่พอตื่นมากลับมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

                “ที่นี่มันที่ไหนกันคิล แกคิดจะเล่นอะไรของแกเนี่ย” เฟรินบ่นอย่างหัวเสียหลังจากตั้งสติได้แล้ว เธอไม่ได้เห็นใบหน้ากวนๆของเพื่อนสนิทมาสามเดือนกว่าแล้ว หลังจากที่งานเลี้ยงรุ่นจบลง ไม่รู้มันนึกยังไงถึงได้โผล่หน้ามาตอนนี้

                “บนเกวียนไง” คำตอบของนักฆ่าหนุ่มที่ได้รับทำให้เจ้าหญิงสองดินแดนต้องข่มอารมณ์ไว้ เพราะไม่งั้นเธอคงจะเอาผ่าปฐพีผ่าหัวมันแน่ๆ

                “แกอย่ามากวนนะ ฉันถามว่าฉันอยู่ที่ไหน แล้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น” เฟรินเริ่มเก็บอารมณ์ไม่ไหว ใครไม่เคยโดนอย่างเธอคงไม่รู้หรอกว่ามันตกใจแค่ไหน

                “โอเคๆ ฉันไม่กลัวแกละ” นักฆ่าหนุ่มยกมือยอมแพ้ ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆด้วยความขำเพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนกับว่าถ้าไม่ยอมอธิบายให้เธอเข้าใจล่ะก็ เขาคงจะไม่มีชีวิตกลับไปหาเจ้าหญิงคนสวยแห่งคาโนวาลแน่

                “ตอนนี้อยู่บนเกวียน ส่วนถ้าจะถามว่าจะไปไหน แน่นอนว่าต้องเป็นคาโนวาล”

                “คาโนวาล…” เฟรินทวนคำด้วยเสียงเลื่อนลอย “ไปที่นั่นทำไม”

                “เอาน่า ไว้ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ เนี่ยก็ใกล้ถึงแล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงหรอก” คิลตอบปัดๆอย่างไม่อยากให้ซักไซ้ แต่มีหรือ อดีตหัวขโมยเก่าจะยอม

                “แกไม่ต้องมาเฉไฉ ตอบมานะ”

                “ฉันไม่มีหน้าที่ที่จะตอบคำถามแก แม้ฉันจะอยากตอบก็เถอะ ไว้ไปถึงแกก็จะรู้เอง” นักฆ่าหนุ่มตอบก่อนจะเดินออกจากเกวียนไป ปล่อยให้เจ้าหญิงจอมยุ่งนั่งนึกแค้นในใจ

                เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง คิลก็โผล่หน้ากลับเข้ามาในเกวียนอีกครั้ง พร้อมกับบอกให้เธอลงจากเกวียน ภาพแรกที่เห็นคือตัวอาคารสีขาวที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม หากแต่เมื่อมองไปรอบๆกลับเป็นป่าใหญ่

                “ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย” หญิงสาวหลุดคำถามออกมา แต่เธอก็มองได้ไม่นานนัก เพราะร่างบางของเจ้าหญิงเรนอน สุดที่รักของคิลก็ปรากฏตัวขึ้น

                “คุณเฟรินคะ ไปกันเถอะค่ะ เราจะสายแล้วนะคะ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” เรนอนเร่งพร้อมกับดึงร่างบางให้เข้าไปในตัวอาคาร โดยที่คนถูกลากนั้นยังทำหน้างงๆอยู่

                “ไปไหนฮะ” เฟรินถาม แต่เรนอนเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

                ที่ที่ทั้งสองมาถึงคือห้องๆหนึ่งที่มีขนาดปานกลาง มีโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า โซฟารับแขก แล้วประตูอีกหนึ่งบานที่น่าจะเป็นห้องน้ำ

                “เดี๋ยวคุณเฟรินเข้าไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เรนอนบอกพลางดันเจ้าหญิงจอมยุ่งเข้าห้องน้ำ ก่อนที่เธอจะเดินไปจัดเตรียมของรอ

                เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที ร่างบางก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืน เพราะว่าเรนอนไม่ได้เตรียมชุดไว้ให้เธอเปลี่ยน

                “เรนอนฮะ จะให้ผมใส่ชะ…เฮ้ย แองจี้ มาทิลด้า โซ  วอร์ช่า มาทำอะไรกันเนี่ย” เฟรินมองเพื่อนสาวทั้งสี่ด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่แปลกใจเท่ารอยยิ้มบนหน้าเพื่อนแต่ละคน ที่มองแล้วคนที่ชอบทำตัวยุ่งได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ

                “จัดการเลย เดี๋ยวไม่ทัน” มาทิลด้าพูดแค่นั้น ก่อนที่ทั้งห้าสาวรวมเรนอนด้วย จะจัดการแต่งตัวให้เฟรินที่ได้แต่ยืนเอ๋ออยู่อย่างนั้น เริ่มด้วยโซที่ลากเธอไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเริ่มทำให้ผมของเธอแห้ง ก่อนที่วอร์ช่าจะเข้ามาช่วยกันจัดการยีหัวเธอ เอ้ย ไม่ใช่สิ ช่วยกันแต่งผมให้ ผมที่ตอนนี้ยาวถึงกลางหลังถูกม้วนเป็นมวยขึ้นก่อนจะประดับด้วยดอกไม้  ผมด้านหน้าถูกปล่อยลงมาล้อมใบหน้าเพื่อให้หน้าที่หวานอยู่แล้วหวานขึ้นอีก

                พอจัดการเรื่องผมเสร็จวอร์ช่ากับโซก็ถอยออกไป เฟรินมองตัวเองในกระจกแล้วก็ได้แต่งงว่าทำไมพวกนี้ต้องมาจำเธอแต่งตัวด้วย

                นี่เราจะไปงานเลี้ยงที่ไหนเหรอ เสียงยัยจอมยุ่งหันกลับมาถามห้าสาว แต่ก็ไม่มีใครคิดจะตอบ แองเจลีน่าและมาทิลด้าที่เตรียมอุปกรณ์เสร็จก็เริ่มเข้ามาจัดการเจ้าหญิงจอมยุ่งอีกรอบ

                เฮ้ย ไม่เอานะ เฟรินร้องแล้วพยายามลุกจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นเครื่องสำอางในมือแองเจลีน่าและมาทิลด้า

                ไม่ต้องมาปฏิเสธนะเฟริน เธอไม่มีทางเลือก แองเจลีน่าขู่พร้อมกับเริ่มทำงานในหน้าที่ของเธอ แต่มีเหรอ อย่างเฟรินจะนั่งนิ่งๆให้แต่ง คนไม่ชอบอยู่นิ่งพยายามขยุกขยิกจนคนแต่งเริ่มทนไม่ไหว ต้องออกปากขู่อีกรอบ

                ถ้าเธอไม่อยู่นิ่งๆ ฉันจะจับเธอมัดนะเฟริน เท่านั้นล่ะ คนที่อยู่ไม่สุขตั้งแต่ที่แป้งเริ่มทาลงบนหน้า ก็นั่งนิ่งชนิดที่ว่าถ้าราชินีจันทรามาเห็นคงจะให้คะแนนเต็มกับกิริยามารยาทในการนั่งของเธอ

                หลังจากแต่งหน้าเสร็จ และผ่านความเห็นจะคณะกรรมการซึ่งก็คือโซและวอร์ช่าแล้ว มาทิลด้ากับแองเจลีน่าก็ถอยหลังออกไป

                เอ้า คราวนี้คุณเฟรินเอาชุดนี้เข้าไปเปลี่ยนนะคะ เรนอนพูดพร้อมกับยื่นชุดสีขาวให้เฟริน เฟรินมองชุดที่อยู่ในมือ แล้วก็หันไปมองหน้าทั้งห้าสาว แล้วก็มองชุดที่อยู่ในมืออีกรอบ

                มองอยู่นั่นแหละ รีบเข้าไปเปลี่ยนเร็วๆ หรืออยากให้ฉันเปลี่ยนให้ล่ะ แองเจลีน่าพูดขู่อีกรอบ

                เออ ไปเปลี่ยนก็ได้ แค่นี้ไม่เห็นต้องบังคับกันเลย เฟรินลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

                เฟรินมองชุดในมือแล้วเธอนึกอยากจะเอาหัวโขกกำแพงจริงๆเลย นี่มันชุดบ้าอะไรเนี่ย ทำไมมันถึงได้รุ่มร่ามอย่างนี้ล่ะ แค่เห็นชุดเธอก็รู้สึกปวดหัวแล้ว ยังจะให้เธอใส่อีก

                                          .........................................................................................................................

                ชุดที่เรนอนส่งให้ เป็นชุดกระโปรงกระอกสีขาวฟู่ฟ่องยาวกลอมพื้น ชายกระโปรงถูกประดับด้วยดอกไม้ ลูกปัดและไข่มุกให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น เฟรินใส่ชุดอย่างยากลำบาก ไม่ใช่เธอไม่ชินกับการใส่ชุดพวกนี้หรอกนะ แต่ไอ้ชุดบ้าพวกนี้น่ะ มันใส่ยากจริงๆ

                “เรนอนฮะ ผมรูดซิปไม่ถึงฮะ ช่วยรูดให้หน่อย” เฟรินเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมขอความช่วยเหลือ เรนอนเดินไปรูดซิปที่อยู่ด้านหลังให้เฟริน

                “เฟริน รีบมานั่งนี่เร็ว” มาทิลด้าเรียกทำให้เจ้าหญิงจอมยุ่งทำหน้ามุ่ย แต่จะขัดเธอก็ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่เดินไปนั่งเก้าอี้ตามที่อดีตราชินีแห่งป้อมอัศวินสั่งเท่านั้น

                เมื่อเฟรินนั่งลงเรียบร้อยแล้ว โซกับวอร์ช่าก็เอาผ้าคลุมสีขาวผืนบางมาติดเข้ากับผมของเฟริน ตกลงว่าจะให้เธอไปงานเลี้ยงหรือว่าจะไปแสดงละครกันแน่เนี่ย

                “เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย ทันเวลาพอดี” แองเจลีน่าพูดพลางมองเจ้าหญิงจอมยุ่งที่ตอนนี้อยู่ในชุดสวย ใบหน้าและผมดูจัดแต่งให้เข้าที่เข้าทาง เรนอนหยิบรองเท้าไปวางให้เฟรินใส่ เจ้าตัวก็ยอมใส่ดีๆ

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!

                เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนร่างของนักฆ่าหนุ่มที่ไปลักพาตัวเธอมาจากที่นอนแสนสบายโผล่หน้าเข้ามา ตอนนี้คิลอยู่ในชุดสูทสีขาว ผมที่ปกติจะยุ่งเหยิงถูกจัดแต่งให้เป็นทรง

                “เสร็จกันรึยัง พร้อมแล้วนะ แขกมากันเยอะแล้วด้วย” คิลพูดพลางเดินเข้าไปหาเจ้าหญิงคนสวยแห่งคาโนวาล เรนอนจึงช่วยจัดการเนคไทที่ผูกไม่ค่อยเรียบร้อยของคิล ก่อนตอบ

                “เสร็จแล้วค่ะ แล้วท่านจ้าวล่ะคะ”

                “รออยู่ที่หน้าประตูแล้วล่ะ ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ” คิลบอกพลางจูงมือเจ้าหญิงคนสวยออกจากห้องไป พวกมาทิลด้าก็ตามออกไป เฟรินมองเพื่อนๆด้วยความแปลกใจปนงง เพราะเธอไม่รู้ว่าพวกนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ที่รู้ก็คือมันคงชวนปวดหัวน่าดู

                “เฟลิโอน่า พร้อมรึยังลูก” เอวิเดสเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ พระเนตรมองพระธิดาพระองค์เดียวด้วยความชื่นชม นางช่างงดงามจริงๆ งดงามเช่นเจ้าเลย..อลิเซีย

                “ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอะไรกันฮะ ผมงงไปหมดแล้วนะ”

                “วันนี้เป็นงานแต่งงานของลูก”

                “งานแต่งงานของผม!!” เฟรินร้องออกมาเสียงหลง ให้ตายสิ…งานแต่งงาน ทำไมเธอถึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้นะ เธอลืมไปซะสนิทเลยว่ารับปากแต่งงานกับคาโลไป

                “ใช่ เฟลิโอน่า ไปกันเถอะลูก คนอื่นๆเขารอกันอยู่นะ วันนี้ลูกสาวของพ่อเป็นคนที่สำคัญที่สุดในงาน” เฟรินมองพ่อของเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะเดินเข้าไปคล้องแขนผู้เป็นพ่อ

                “ค่ะ” หญิงสาวรับคำเล็กน้อย ก่อนทั้งสองจะเดินออกไปจากห้อง

 

 

                ภายในโบสถ์ตอนนี้มีผู้คนอยู่เต็มไปหมด แขกเหรื่อพูดคุยกับเสียงเบาๆระหว่างรอเจ้าสาวปรากฏตัว และเสียงประตูที่เปิดออกก็ทำให้ทั้งโบสถ์กลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง

                ร่างของนักฆ่าหนุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเดินเคียงคู่เข้ามากับเจ้าหญิงคนสวยแห่งคาโนวาลที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวในวันนี้ ทั้งสองเดินเข้าไปหาอดีตเจ้าชายหัวหน้าป้อมที่ยืนรออยู่ข้างหน้าสุด ชุดสีดำที่เคยอยู่เป็นนิจบัดนี้กลับกลายเป็นชุดทักซิโด้สีขาว นัยน์ตาสีฟ้าที่ปกติจะเรียบเฉย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและร่องรอยแห่งความสุข

                “กำลังมา” คิลพูดสั้นๆแล้วเข้าไปยืนประจำที่ของเขา เสียงเพลงแต่งงานบรรเลงพร้อมกับประตูที่เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นร่างที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นเด็กหนุ่ม ผู้มีสีผมและสีตาเหมือนกับเจ้าบ่าวไม่มีผิด เด็กชายเดินเข้ามาพร้อมกับหมอนที่มีแหวนคู่วางอยู่ ใบหน้าที่แต่ก่อนเคยน่ารัก หากแต่ตอนนี้ดูมีเสน่ห์มีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่

                หลังจากเด็กชายเดินเข้ามาก็ตามด้วยร่างสูงของผู้ที่ชอบใส่ชุดดำเป็นนิจอีกคน ผมสีดำยังคงพันรอบคอเช่นเดิม หากแต่ชุดที่ใส่วันนี้เป็นชุดสูทสีขาวดิ้นทอง เขาเดินเข้ามาพร้อมกับร่างบางที่ใส่ชุดแต่งงานสีขาว ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าทำให้ไม่มีใครได้เห็นว่าตอนนี้ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน

                ทั้งสองร่างเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในงาน ก่อนจะไปหยุดที่ด้านหน้าที่เจ้าบ่าวกำลังยืนรออยู่

                “ต่อไปนี้ก็คงต้องฝากเจ้าดูแลด้วย หวังว่าเจ้าจะรักและดูแลนางตราบชั่วนิรันดร์”

                “ครับ” คาโลรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เอวิเดสยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินหลบไปนั่งที่ของตน

                คาโลมองร่างที่ยืนอยู่ข้างหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่สิ่งที่ดูจะชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นความรักที่มันล้นออกมา ชนิดที่คนเก็บความรู้สึกเก่ง ก็ยังไม่สามารถเก็บมันไว้ได้

                มือหนายื่นออกมารับมือบาง เฟรินลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือไปจับมือหนาไว้ ก่อนจะเดินไปด้านหน้าแท่นที่มีบาทหลวงยืนอยู่พร้อมกัน

                “เรามาพร้อมกันที่นี่วันนี้ เพื่อเป็นสักขีพยานให้แก่ความรักของคู่บ่าวสาวที่อยู่ตรงนี้” บาทหลวงเกริ่นนำ ก่อนจะหันมามองที่คาโล

                “คาโล วาเนบลี เจ้ายินดีจะรับเฟลิโอน่า เกรเดเวล เป็นภรรยาหรือไม่ เจ้าสาบานได้หรือไม่ว่าจะรักและดูแลนาง เป็นที่พึ่งให้นางในยามที่นางมีความทุกข์ จะอยู่เคียงข้างนางตลอดไป”

                “รับครับ ข้าจะรักและดูแลนางตราบจนนาทีสุดท้ายของลมหายใจของข้า” คาโลเอ่ยตอบบาทหลวงอย่างหนักแน่น บาทหลวงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเจ้าสาว

                “เฟลิโอน่า เกรเดเวล เจ้ายินดีจะรับคาโล วาเนบลีเป็นสามีหรือไม่ เจ้าสาบานได้หรือไม่ว่าจะรักและอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข”

                “ค่ะ…” เฟรินตอบรับสั้นๆ เธอไม่รู้จะพูดอะไรให้มากกว่านี้ เพราะคำพูดที่เขาพูดนั้นคือความจริงทุกอย่าง คำพูดที่ต่อให้เธอต้องตายตอนนี้ก็ไม่นึกเสียใจเลย

                “เจ้าบ่าวเจ้าสาวแลกแหวนกัน” คาเรเดินเข้ามาพร้อมกับแหวนในมือ คาโลใช้มือข้างหนึ่งหยิบแหวนขึ้นมือ มืออีกข้างก็จับมือบางไว้ ก่อนจะบรรจงสวมแหวนให้หญิงสาวผู้เป็นรักเดียวในใจเขา

                หลังจากคาโลสวมแหวนเสร็จ ก็ถึงคราวเฟรินบ้าง เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด หลังจากผ่านเวลานี้ไป เธอกับเขาจะเป็นสามีภรรยากันแล้วงั้นเหรอ ทำไมช่วงเวลาต่างๆถึงผ่านไปเร็วนักนะ ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน วันที่ความรักก่อเกิด วันเวลาที่ร่วมถึงร่วมสุขมาด้วยกัน จนถึงวันที่ต้องพัดพรากจากกันไป วันที่เธอหวนกลับมาหาเขาอีกครั้ง และวันนี้คือวันที่เขาสัญญารักกับเธอ

                เฟรินเอื้อมมือไปหยิบแหวนแต่งงาน ก่อนจะสวมมันที่นิ้วนางข้างซ้ายของผู้ชายที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะฝากชีวิตไว้กับเขา ผู้ชายเป็นดังเพื่อนสนิท คู่กัด และคนรัก

                “พ่อขอประกาศให้คนทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ขอให้รักกันตราบจนลมหายใจสุดท้ายของทั้งสอง เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้” บาทหลวงพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินลงจากแท่นไป

                คาโลหันมามองหญิงสาวคนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือหน้าเอื้อมไปเปิดผ้าคลุมออก ใบหน้าที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดสองปีเต็มที่เธอจากเขาไป ใบหน้านี้ที่เขาคิดถึงทุกเวลา

                “ฉันรักเธอ ไม่ว่าเมื่อวาน วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็จะรักเธอด้วยหัวใจทั้งหมดของฉัน จะรักและดูแลเธอจนกว่าจะถึงวันที่พระเจ้าพรากเธอไป” เสียงอ่อนโยนที่ดังออกมาจากปากของกษัตริย์แห่งคาโนวาลดังก้องไปทั้งโบสถ์ ก่อนจะใบหน้าจะเลื่อนเข้าไปใกล้ใบหน้าหวาน แล้วจุมพิตที่ริมฝีปากบางแผ่วเบา

                                                  ...................................................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #336 Baka Blood (@moonday) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 16:48
    > #336
    0
  2. #314 ranonjang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 22:56
    แล้วเรื่องขอบผู้หญิงคนนั้น

    งงจริงๆนะนี่
    #314
    0
  3. #266 fong (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 20:23
    จบยังอ่ะ
    #266
    0