ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 35 : ~๐(>อดีตที่ยากจะลืม กับ อนาคตที่ต้องก้าวต่อไป<)๐~ - SpeCiaL..3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 เม.ย. 49


แสงแดดเจิดจ้าท่ามกลางสวนสวยที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานนาพรรณ ลมเย็นพัดพาไป หากแต่คงไม่หนาวเหน็บเท่าจิตใจของคนที่ไม่อาจลืมอดีตได้

ร่างบางนั่งอยู่ริมทะเลสาป นัยน์ตาสีเขียวมรกตทอดมองออกไปยังท้องฟ้ากว้างไกลเบื้องหน้าด้วยจิตใจที่เหม่อลอย คำพูดและเหตุการณ์ในอดีตยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาให้เจ็บในใจ คำพูดบอกรักของคนๆนั้น คำพูดบอกลา การกระทำต่างๆที่เคยทำร่วมกันมา ความผูกพันที่ดูเหมือนจะเบาบาง แต่กลับตัดไม่ขาด

หยาดน้ำตาคลอที่ดวงตา ก่อนจะไหลลงมาอาบแก้มใส มือเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้งด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนที่จะไม่ให้ใครความอ่อนแอ แต่ยิ่งเช็ดน้ำตาก้ยิ่งไหลออกมาจนห้ามไม่อยู่ ได้แต่ฟลุบหน้าลงกับเข่า มีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังเบาๆ

"ใครน่ะ!!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าที่แสนคุ้นเคย

"มาทิลด้า!! เป็นอะไรรึเปล่า" เจ้าของเสียงเรียกเมื่อครู่ถามก่อนจะเดินมานั่งลงข้างๆหญิงสาวที่กำลังปาดน้ำตาออกจากใบหน้า

"ปะ..เปล่า ไม่เป็นไรหรอก" เธอตอบทั้งๆที่นัยน์ตาแดงก่ำ

"ไม่เป็นไรได้ไง ดูสิ ตาแดงหมดแล้ว" เขาพูดแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ มาทิลด้ารับมาแล้วยิ้มน้อยๆให้เจ้าของผ้าเช็ดหน้าที่มองเธอด้วยความเป็นห่วง

"ฉันบอกแล้วว่าไม่เป็นไร ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่เหรอคาโอ" มาทิลด้าถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆพลางส่งผ้าเช็ดหน้าคืนให้เจ้าของ

"ฉันกำลังจะกลับเดมอสน่ะ ว่าจะไปเยี่ยมคาเรซะหน่อย พอดีผ่านที่นี่ก็เลยเข้ามาเดินเล่น ไม่นึกว่าจะเจอเธอนะเนี่ย" คาโออธิบายช้าๆ "แล้วเธอร้องไห้ทำไม" เขาถามย้อนคืน

"เปล่าหรอก ไม่มีอะไร" มาทิลด้าตอบปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นคู่สนทนามอมงมาด้วยสายตาไม่เชื่อ  จึงเน้นย้ำอีกครั้ง "จริงๆนะ"

"แล้วทำไมต้องร้องไห้ด้วยล่ะ ทั้งๆที่สวนออกจะสวยขนาดนี้ แต่เธอกลับร้องไห้ หรือว่าร้องไห้ให้ดอกไม้" คาโอพูดแล้วแย้มยิ้มกว้าง ในขณะที่มาทิลด้าหัวเราะออกมาน้อยๆ

"คิดไปได้ไงว่าฉันร้องไห้ให้ดอกไม้เนี่ย นับถือนายจริงๆ" เธอตอบกลับทั้งๆที่ยังหัวเราะ

"เอาน่า เอาเป็นว่าอย่าร้องไห้แล้วกันนะ สวนสวยๆกับคนสวยๆน่ะไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะ" มาทิลด้ามองคนพูดอย่างอึ้งๆ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

"อือ แล้วนายจะอยู่อเมซอนนานรึเปล่าล่ะ ไหนๆมาทั้งทีให้ฉันพาเที่ยวนะ" มาทิลด้าพูด คาโอยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้าตกลง

วันเวลาค่อยๆล่วงเลยไป ทั้งสองท่องเที่ยวไปในอเมซอนอย่างสนุกสนาน พร้อมกับความรู้สึกใหม่ๆที่เกิดขึ้นมาระหว่างที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มาทิลด้าที่เคยซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดค่อยจาตั้งแต่เรียนจบก็กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเดิม จนคาโอรู้สึกวางใจ คิดว่าเขาควรจะจากไปได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ หรือเพราะว่ายังเที่ยวไม่หมด

พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง คาโอกำลังนั่งรอคู่นัดของเขาอยู่ ซึ่งมันก็เลยเวลานัดมา 5 นาทีแล้ว ทั้งๆที่เธอไม่เคยผิดเวลานัดเลยแท้ หรือว่าเธอจะไม่มานะ

ขนาดที่ความกังวลใจกำลังก่อตัวขึ้น เสียงเปิดประตูร้านก็เรียกให้นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยหันไปมองที่ประตูโดยอัตโนมัติ ร่างบางกำลังเดินตรงมาหาเขา เธอสวมชุดสีดำสนิทเข้ากับสีผม แก้มแดงเรื่อคงเพราะว่ารีบมาแน่ๆ

"ขะ...ขอโทษนะที่มาช้า พอดีฉันแต่งตัวนานไปหน่อย" มาทิลด้าพูดแล้วนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม

"ไม่เป็นไรหรอก นั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วเราค่อยสั่งอาหารนะ" คาโอพูดแล้วยิ้มให้เธอเล็กน้อย

การรับประทานอาหารมื้อนี้เป็นไปอย่างสนุกสนาน เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็นพักๆ หากแต่ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ทานอาหารร่วมกับเธอ

"มาทิลด้า" คาโอเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"หือ มีอะไรเหรอ" มาทิลด้าเงยหน้าขึ้นมา แล้วถามกลับเมื่อไม่เห็นชายหนุ่มพูดอะไรออกมาเลย

"คือว่า...พรุ่งนี้ฉันจะไปจากอเมซอนแล้ว ฉันก็อยู่ที่นี่มาเดือนหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้คงต้องเดินทางซะที" คาโอพูดแล้วมองหน้ามาทิลด้าที่เงียบไป ในใจนึกอยากให้เธอรั้งเขาไว้ แต่เขาก็รู้ตัวว่าไม่มีค่าพอให้เธอรั้งเขาไว้หรอก

"งะ...งั้นเหรอ จริงด้วยสินะ นายมาอยู่ที่นี่ตั้งเดือนแล้วนี่นา คงจะถึงเวลาไปซะที" เธอพูดแต่กลับไม่มองตาฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย

"ฉันกลับก่อนนะ นี่ก็ค่ำมากแล้ว พรุ่งนี้ฉันคงไม่ได้ไปส่งนายนะ เดินทางดีๆแล้วก็รักษาสุขภาพด้วยล่ะ" เธอพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองเงียบกันไปนาน แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะเดินออกจากห้องร้านไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง

เพียงเพราะเธอไม่อยากให้เขาเห็น ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของเธอ อยากดึงรั้งเขาเอาไว้ แต่ก็ทำไม่ได้ คงจะจริงสินะ ที่เคยมีคนบอกไว้ว่า 'เวลาแห่งความสุขนั้นสั้นนัก'

"เจ้าหญิงเป็นอะไรรึเปล่าเพคะ" หญิงรับใช้ถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าของนายเต็มไปด้วยน้ำตา ทั้งๆที่ตอนก่อนเข้าไปในร้านยังยิ้มแย้มเบิกบานอยู่

"ไม่มีอะไรหรอก กลับวังกันเถอะ" มาทิลด้าบอกนางกำนัล ก่อนจะเดินขึ้นเกวียนไป

ตลอดระยะทางกลับวัง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ทั้งๆที่น่าจะมีดวงดาวออกมา แต่กลับมืดมิดเฉกเช่นในใจจิตใจเธอ มันคืออะไรกันแน่นะ ความรู้สึกนี้....

แสงแดดเริ่มสาดส่องลงสู่ผืนแผ่นดินพร้อมกับพ่อค้าแม่ค้าที่เริ่มเปิดร้าน ผู้คนเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของ นัยน์ตาสีเขียวมองทอดไปกว้างไกล เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนทั้งคืน เฝ้าคิดหาคำตอบให้ใจตัวเอง แต่จนถึงบัดนี้เธอยังไม่อาจหาคำตอบให้จิตใจของตัวเองได้ เธอรักโรไม่ใช่เหรอ รักจนไม่อาจจะลืมเขาไปได้ แล้วทำไม ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆกับคาโอ เธอไม่สามารถตอบตัวเองได้จริงๆ

"เจ้าหญิงตื่นจากบรรทมแล้วหรือเพคะ จะสรงน้ำเลยมั้ยเพคะ หม่อมฉันจะได้จัดเตรียมให้" นางกำนัลถาม แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมา

"ไม่ล่ะ นี่ฉันถามหน่อยสิ" มาทิลด้าตอบปฏิเสธ "ถ้าเกิดว่าเรารักคนๆหนึ่งมากจนไม่อาจลืมเขาไปจากใจได้ ถึงแม้จะรู้ว่าในใจเขาไม่เคยมีเราเลยด้วยซ้ำ แต่ในช่วงเวลาที่เราเสียใจและต้องการใครสักคนนั้น กลับมีคนอีกคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแบะเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดของเรา ช่วยปลอบเรา จนเราหายดี แล้วเขาก็จะจากไป เจ้าคิดว่าเราควรจะรั้งเขาไว้มั้ย แล้วอะไรคือเหตุผลที่เราจะรั้งเขาไว้"

มาทิลด้าถามนางกำนัลทั้งๆที่หันหลังอยู่ นางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบในสิ่งที่นายถาม

"ข้าคิดว่าถ้าเป็นตัวข้าเองคงจะรั้งเขาไว้ ถ้าถามถึงเหตุผลว่าทำไม ก็เพราะเขาเป็นคนที่ข้ารักไงล่ะเพคะ ที่ท่านบอกว่าคนแรกที่ไม่อาจลืมได้ แน่นอนว่าข้าไม่อาจลืมเขาไปจากใจได้ เพราะเขาคือรักครั้งแรกของข้า ส่วนคนที่สองที่เขามาช่วยเติมในส่วนที่ขาดนั้น เขาคือคนที่ข้าจะฝากชีวิตไว้โดยไม่นึกลังเลใจเลย เคยมีคนพูดกับข้าว่า คนเราจะมีรักแท้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต หลายคนอาจจะปักใจเชื่อว่าคนๆแรกที่เรารักนั่นแหละคือ รักแท้ของเรา แต่ข้าว่าคนพวกนั้นคิดผิด ไม่จำเป็นเสมอไปที่คนรักคนแรกจะเป็นรักแท้ จะเป็นคู่ชีวิตที่จะอยู่ด้วยกันไปจนกว่าจะสิ้นลม รักแท้สำหรับข้า คือคนที่เข้าใจข้า ยอมรับในตัวข้า แล้วที่สำคัญที่สุดเขาต้องรักข้าในสิ่งที่ข้าเป็น เพราะเขาคือรักแท้ของข้า และข้าคือรักแท้ของเขา ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปเด็ดขาด"

นางกำนัลตอบกลับมาฉะฉานเสียจนมาทิลด้านึกละอายใจที่เธอไม่สามารถตอบได้อย่างแน่วแน่เฉกเช่นนางกำนัล

"ทั้งๆที่เจ้าไม่รู้น่ะเหรอ ว่าเขาจะรักเจ้ารึเปล่า บางทีเขาอาจจะเป็นแค่คนที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จากไปก็ได้ ถ้าเจ้ารักเขาจนหมดใจ แล้วเกิดเขาไม่ใช่ขึ้นมาล่ะ คราวนี้เจ้าจะสามารถรักใครได้อีกเหรอ" เธอถามอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเดิม

ถ้ารักใครสักคนจนหมดใจ ไม่เหลือเผื่อใจไว้ แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป ถ้าเขาไม่ใช่คนที่เป้นรักแท้ของเธอ ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอจะยังรักใครได้อีกมั้ย เธอจะรักใครได้อีกรึเปล่า ในเมื่อเธอรักเขาไปจนหมดใจแล้ว

"ข้าไม่เคยคิดกังวลเรื่องนั้น เพราะเวลาที่ข้ารักใครสักคน ข้ารักเขาด้วยใจ ไม่ใช่สมอง หากว่าท่านคิดว่าไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว ท่านก็รักใครไม่ได้อีกเลยจริงๆ เพราะคำว่า รัก นั้นมาจากใจ หาใช่สมองไม่ ท่านลองเปิดใจตัวเองสิเพคะ รับฟังเสียงหัวใจของท่านเอง ฟังในสิ่งที่มันพยายามบอกท่านมานานแสนนาน แต่ท่านไม่เคยรับรู้" นางกำนัลยิ้มน้อยๆแล้วเดินออกจากห้องไป

มาทิลด้ายังคงยืนเงียบอยู่ เธอกำลังฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ฟังในสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกร้อง ก่อนจะรีบวิ่งไปแต่งตัว ใช่สินะสิ่งที่หัวใจของเธอเรียกร้อง มีเพียงใบหน้าของคนที่เธอกำลังจะปล่อยให้เขาจากไปโดยไม่คิดจะรั้งเขาไว้

เธอขึ้นคร่อมหลังม้า แล้วควบออกไปทันที นางกำนัลมองตามหลังนายของตนออกไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า นายของเธอโตแล้ว โตพอที่จะรู้จักกับคำว่า รัก ที่แสนวิเศษ

ขอให้ท่านโชคดีเพคะ...อย่าได้ปล่อยให้รักแท้ของท่านหลุดลอยไปเหมือนข้าเลย เพราะข้าไม่เคยเข้าใจกับคำว่า ของสำคัญ หรือคนสำคัญ บางสิ่งบางอย่างที่เราเสียมันไปแล้ว ถึงกลับมานั่งเสียใจทีหลัง เราก็ไม่อาจเอามันกลับคืนมาได้...

เธอเห็นประตูเมืองอยู่ข้างหน้าลางๆ อีกเพียงไม่กี่เมตรเธอก็จะถึงประตูแล้ว ที่นั่นมีร่างสูง ผมสีเงินกำลังจะก้าวออกจากประตูไป อย่าเพิ่งไปเลยนะ อย่างน้อยก็ขอให้ฉันได้รั้งนายซักนิด เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นฉันคงต้องกลับมานั่งเสียใจทีหลังแน่

"คาโอ!!~" เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มหันกลับไปมอง ก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสวยจะเบิกกว้าง พร้อมกับร่างบางที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเขา

"อย่าไปเลยนะ ฉันขอร้อง อย่าไปเลยนะ" น้ำเสียงของคนที่กอดเขาไว้สั่นเครือคล้ายกับคนร้องไห้ ทั้งๆที่คิดว่าเธอไม่มีทางมา แต่เธอก็มา

"ฉันต้องไปมาทิลด้า ขอโทษด้วยนะ" คาโอพูดเบาๆ แล้วดันคนที่สวมกอดเขาออกไป

"ทำไมล่ะ นายไม่ไปไม่ได้เหรอ อยู่ที่นี่เถอะนะ" มาทิลด้าพูด ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาเอ่อล้น

"ฉันไม่ไปไม่ได้หรอก ฉันสัญญากับคาเรไว้แล้ว เอาไว้ฉันจะกลับมาหานะ อีกสักเดือน ไม่สิครึ่งเดือน" คาโอพูดพลางยิ้มออกมา

"นายสัญญานะ ว่านายจะกลับมา ฉันจะรอนาย อีกครึ่งเดือนถ้านายไม่กลับมาล่ะก็..........." มาทิลด้าพูดค้างไว้ ตอนนี้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง

"อืม สัญญา แล้วฉันจะรีบกลับมานะ" คาโอพูดแล้วดึงร่างบางเข้ามากอด ก่อนจะผละออกมา ยิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อย แล้วเดินออกจากประตูไป

"ฉันจะรอนายนะ" มาทิลด้าตะโกนไล่หลัง คาโอโบกมือให้ ก่อนที่ร่างสูงจะหายลับตาไป เธอจึงกระโดดขึ้นมาแล้วควบกลับวัง

นายอาจจะเป็นคนแรกที่ฉันรักนะโร แต่นายไม่ได้เป็นคนสุดท้ายหรอกรู้มั้ย เพราะคนสุดท้ายที่ฉันจะรักคือผู้ชายคนนั้นคนที่สัญญาว่าจะกลับมาหาฉันอีกครั้งในไม่ช้า ฉันจะรอเขา รอวันที่เขากลับมา ฉันรู้ว่าฉันคงไม่อาจลืมนายไปจากใจได้ชั่วชีวิต แต่จะมีคนใหม่มาแทนที่นายในใจฉัน เขาคือคนที่ฉันรักมากที่สุด.....ฉันจะไม่จมปรักอยู่กับอดีตที่ขมขื่น ฉันจะก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีก

                    

อดีตไม่ใช่สิ่งที่กำหนดอนาคตและปัจจุบัน อย่าปล่อยให้อดีตที่เลวร้ายมามีบทบาทกับความรักของคุณ
จงเชื่อมั่นในตัวคุณและคนที่คุณรัก รักคือสิ่งที่สวยงามหากคุณเข้าใจและไว้วางใจกับมัน

.............................................................


353 ความคิดเห็น

  1. #267 The beccard (@Amezon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 / 13:54
    อยากรู้อย่างนึง คำคมๆที่มักจะมีในบางตอนเนี่ย ไปหามาจากไหนหรอ คมมากเลย ชอบมาก คิดเอารึเปล่า หรือว่าไปเอามาจากไหน
    #267
    0