ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 33 : ~๐(T^T)๐~ การเดินทางที่สิ้นสุดลง ~๐(T^T)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 49


ปีที่ 2 เดือน 5

                ตอนนี้ถ้าจะถามว่าผมอยู่ไหน แน่นอนว่าคำตอบก็คือ อเมซอน การท่องเที่ยวตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี ผมยังคงได้รับจดหมายจากโรเหมือนเดิม ก็อย่างว่าหมอนี่มันตื้อไม่เลิก มันถามผมว่าจะไปงานแต่งมาทิลด้ามั้ย แต่พอผมถามมันบ้าง มันดันเสือกบอกว่าไม่แน่ใจ ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมตอบมันไปว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน กำหนดการท่องเที่ยวของผมนั้นยืดหยุ่นได้เสมอ ผมนึกอยากหยุดที่ไหนก็หยุด อยากไปเมื่อไหร่ก็ไป  เมื่อ 2 เดือนก่อนผมแวะไปเยี่ยมวิเวียนที่เจมิไนมา ที่นั่นมีงานฉลองยิ่งใหญ่ กินฟรีดื่มฟรีตลอด 7 วัน 7 คืน ทำให้ผมประหยัดเงินค่าอาหารไปได้มากทีเดียว ผมไม่ได้ไปปรากฏตัวให้วิเวียนเห็น เพียงแต่แอบดูเธอจากนอกหน้าต่างเท่านั้น เธอดูสบายดี พี่โรเวนก็ให้ความเอาใจใส่ต่อเธอเป็นอย่างดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ ผมตัดสินใจออกจากเจมิไนใน 2 วันถัดมา ผมวางใจแล้ว น้องสาวที่น่ารักของผมมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วจริงๆ แต่ตัวผมล่ะ มีความสุขรึเปล่า..?? ผมก็ยังไม่แน่ใจเลย งานแต่งของมาทิลด้ามีขึ้นเมื่อวานนี้ ตอนเช้าก็เข้าพิธีกัน พอเย็นก็มีงานเลี้ยงเหมือนงานแต่งทั่วๆไป คราวนี้ผมไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจเหมือนตอนงานประลองที่คาโนวาลแน่ แค่ตอนนั้นผมก็ได้รับบทเรียนมามากพอแล้ว ผมเลือกต้นไม้ที่อยู่ใกล้งานที่สุด ที่สามารถมองเห็นทุกๆคนในงานได้ชัดเจน ใต้ร่มเงาไม้ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น พิธีกรรมในโบสถ์ก็เป็นไปอย่างทุกที หลังจากนั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เดินออกมานอกงาน แอบเปิ้ลที่อยู่ในมือผมร่วงออกจากมือตอนไหนก็ไม่รู้ ผมดูผิดไปรึเปล่า ..คาโล  คาโลในชุดเจ้าบ่าวสีขาวกำลังเดินควงแขนกับมาทิลด้าออกมาจากโบสถ์ ผมคงตาฝาดไปแน่ๆ แต่มันคือความจริง ผมขยี้ตาอยู่หลายครั้ง มันต้องเป็นความฝัน ความฝันแน่ๆ แขกในงานเริ่มทยอยกันออกมา และแล้วร่างสูงที่คุ้นตาก็เดินออกมาพร้อมกับคิลและเรนอนเป็นคนสุดท้าย มันจะเป็นไปได้ไงที่จะมีคาโลถึง 2 คน สงสัยเมื่อวานผมคงจะเร่งเดินทางมากจนเกินไปแน่ๆ แต่แล้วคำถามในใจของผมก็ถูกตอบด้วยเสียงเรียกชื่อเจ้าบ่าว

                "คาโอ.."  ผมอึ้งครับ บอกไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกยังไงกันแน่ แต่มาทิลด้ากับคาโอ.. มันเป็นเรื่องเป็นไปได้เหรอ แต่ก็เอาเถอะในเมื่อมันเป็นไปแล้ว ผมจะทำยังไงได้ล่ะ ผมอวยพรให้ทั้งสองอยู่ห่างๆ การโยนช่อดอกไม้ ผมให้ทายว่าใครจะได้ไป.. คงทายไม่ถูกใช่มั้ยครับ ก็แน่ล่ะคนที่ได้คือ วอร์ช่า นี่นา ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน วอร์ช่ากับไคน์  ข่าวคราวของสองคนนี้ไม่ค่อยประติประต่อซักเท่าไหร่ สงสัยว่าห้องสมุดเคลื่อนที่ก็คงจนปัญญาเหมือนกัน คราวล่าสุดคือ ไคน์ประกาศว่าวอร์ช่าไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ และทั้งสองก็รักกัน ได้ยินว่าเพราะข่าวนี้ทำเอาราชินีของสกอร์ปิโอล้มป่วยลง เธอคงไม่นึกว่าทั้งสองคนจะรู้เรื่องนี้สินะ น่าสงสารจริงๆ ก่อนหน้าที่ผมจะเขียนบันทึกนี้ ผมได้เขียนจดหมายถึงท่านพ่อ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง 1 ปีนี้ให้ท่านฟัง  แต่จะว่าไปที่งานแต่งของมาทิลด้าผมก็เห็นโรอยู่นะ มันยืนอยู่ห่าง บนใบหน้ายังมีรอยยิ้มเหมือนทุกที แต่ผมรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นดูฝืนๆยังไงก็ไม่รู้ หรือว่าผมจะรู้สึกไปเอง

                                                                                                                ลงชื่อ  หัวขโมยผู้โง่เขลา

ปีที่ 2 เดือน 8

               

                หลังจากออกจากอเมซอนก็ผ่านมาแล้ว 3 เดือนเต็ม ผมสนุกมากจนลืมเรื่องการเขียนบันทึกไปซะสนิท ตอนนี้ผมอยู่เอเธนส์ 3 เดือนมานี้ผมใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยวโรมันและลิบราที่นั่นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ เที่ยวยังไงก็ไม่รู้จักหมด พอรู้สึกตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้ว 3 เดือน เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง อีกแค่ 4 เดือนก็จะครบ 2 ปีเต็มแล้วที่ผมจากมา เพิ่งผ่านพ้นปีใหม่มาได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น นี่ก็เข้าช่วงกุมภาพันธ์ไปแล้ว ความจริงผมไม่เคยนับเวลาด้วยซ้ำไป เพราะผมคิดว่ามันเร็วเกินไป เร็วมากไปจนน่ากลัว แต่ไอ้บ้าโร มันเป็นคนเตือนผมให้รู้ถึงข้อนี้ วันที่ผมจากมาครบ 2 ปี พี่โรเวนเสนอให้จัดงานเลี้ยงรุ่นขึ้น ผมก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าการ์ดเชิญจะถูกแจกจ่ายออกไปเมื่อสองสามวันก่อน เป็นจดหมายตอบรับการมางานเลี้ยง

ส่วนเรื่องการ์ดที่จะมาถึงผมน่ะเหรอ แน่นอนว่าไม่มีใครหาผมเจอหรอก เพราะงั้นเรื่องส่งการ์ดยิ่งไม่ต้องหวัง แต่ไอ้เรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเนี่ยสิ ทำเอาผมปวดหัว โรมันจัดแจงส่งการ์ดมาพร้อมกับจดหมายฉบับล่าสุด ให้ตายเถอะ ไม่รู้มันจะตามตื้อผมไปถึงไหน ผมเคยเขียนจดหมายเปรยๆกับมันว่ามันน่าจะหาผู้หญิงดีๆซักคนแล้วแต่งงานได้แล้ว แต่มันก็ตอบว่า ไม่ อีกตามเคย  ตอนนี้ผมของผมกลับมายาวอีกแล้ว ถึงมันจะยังไม่ถึงกลางหลัง แต่มันก็ยาวมากพอดู ผมไม่คิดจะตัดผม เพราะความยาวของผมที่เพิ่มขึ้นทุกวันก็เปรียบเสมือนวันเวลาที่ผมจากมา ยิ่งผมยาวมากขึ้นเท่าไหร่ ก็แสดงว่าผมจากมานานเท่านั้น หลายครั้งหลายคราที่ผมเจออุปสรรคต่างๆ หลายครั้งที่รู้สึกท้อแท้เสียใจ อยากจะกลับไปหาท่านพ่อ หาคาเร หาคาโล หาเพื่อนๆทุกคน แต่ผมก็ชุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในเมื่อผมเลือกทางนี้เอง จะเสียใจไปทำไม จะอาลัยอาวรไปทำไม ในเมื่อยังไงวันหนึ่งผมก็จะกลับไปอยู่แล้ว แต่มันจะเร็วๆนี้หรือเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ การ์ดเชิญไปงานที่ได้รับมาพร้อมกับจดหมายของโรผมก็ไม่คิดจะตอบรับกลับไปหรอก ผมคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา

                สักวันหนึ่งผมจะกลับไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ ประสบการณ์ต่างๆที่ผมเคยประสบพบเจอมา จะกลับอย่างคนเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ไม่ใช่คนอ่อนแอเช่นตอนนี้ แล้วสักวันนกน้อยจะบินกลับเข้ากรงทอง

                                                                                                                ลงชื่อ หัวขโมยผู้อ่อนแอ

ปีที่ 2 เดือน 11

                อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงวันงานเลี้ยงรุ่นแล้ว แต่การ์ดเชิญของผมก็ยังอยู่กับผมเหมือนเดิม ผมไม่คิดจะตอบรับไป เพราะผมยังไม่แน่ใจว่าจะไปร่วมดีรึเปล่า ข่าวคราวที่ผมได้รับจากโรนั้นน้อยลงทุกที รวมถึงข่าวโดยทั่วไปที่มันจะมาเข้าหูผมแทบทุกครั้งด้วย ไม่มีเลย..ไม่มีเลยซักนิด ข่าวสุดท้ายที่ได้ยินมาไม่ใช่จากโรเหมือนทุกที เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องดังกระฉ่อนไปทั่วเอเดน เมื่อสองเดือนก่อนวิเวียนคลอดลูกชาย พระโอรสที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากพี่โรเวน นั่นคือข่าวสุดท้ายจริงๆ ตอนนี้ในใจของผมรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเหลือเกิน ทำไมนะ ตลอดเวลา 1 ปีกว่าๆที่ผ่านมาผมถึงไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เคยรับรู้ถึงความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ทำไมผมถึงยังดันทุรังอยู่ได้ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานี้ผมเฝ้าคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และคำตอบที่ได้ก็เพราะถึงแม้ผมจะออกเดินทางไปไกลแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ยังมีข่าวคราวของเพื่อนๆมาได้ยินให้สบายใจได้ ให้ได้รู้ว่าพวกเขายังอยู่ข้างๆผมเสมอ เมื่อมันถูกตัดไป ผมก็เปรียบเสมือนอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีที่พึ่งพา กลายเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังขณะที่คนอื่นๆก้าวไปข้างหน้า การที่ผมตัดสินใจออกมาเดินทางครั้งนี้เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวผมเองเข้มแข็งขึ้น และผมก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ ผมยังอ่อนแอเหมือนเดิม ผมยังเป็นคนที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเสมอ ถึงแม้ไม่ใช่ทางร่างกาย แต่ทางจิตใจนั้นเต็มเปี่ยม ตอนนี้ผมอยู่ในสกอร์ปิโอ การเดินทางของผมได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีที่ไหนที่ผมยังไม่ไป จบแล้วสำหรับการเดินทางที่ยาวนานตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี จบแล้วกับความเหนื่อยล้าแสนสาหัสที่หัวใจยากจะทน ได้เวลาที่ผมจะกลับไปพักผ่อนเสียที กลับไปยังที่ที่ผมควรจะอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว  ผมจะกลับเดมอส ตอนที่ผมเขียนบันทึกอยู่นี้ ผมกำลังจะลงเรือไปเดมอส กลับไปเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริงเสียที

ปิดบันทึกการเดินทาง

              ลงชื่อ หัวขโมยผู้อ่อนแอ

เฮ้อ!!

เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่วางปากกาขนนกลงบนโต๊ะ จัดการปิดสมุดบันทึกลง ก่อนที่จะเอนกายพิงเก้าอี้นวมที่แสนสบาย เปลือกตาหลุบลงอย่างเหนื่อยล้า มีเพียงเสียงคลื่นปะทะเรือเท่านั้นที่เป็นจังหวะหนักแน่น

...จบเสียที การเดินทางที่ยาวนานของฉัน...

แสงแดดสาดส่องลงสู่ผืนดิน เหล่าวิหคต่างออกหากิน เฉกเช่นเหล่าผู้คนที่เริ่มเปิดร้านรวงเพื่อค้าขาย ยิ่งเป็นวันนี้ วันงานเลี้ยงรุ่น แขกต่างบ้านต่างเมืองมากมายย่อมมาเยียนอยู่แล้ว นี่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย นัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องอยู่ที่ภาพเบื้องหน้า ภาพผู้คนที่เริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอย ภาพที่ไม่ได้เห็นมา 2 ปีเต็ม ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะทำให้ความสนใจของชายหนุ่มละไปจากภาพเบื้องหน้า

ก๊อก ก๊อก!

"เชิญ" คำเชื้อเชิญสั้นๆถูกหยิบยื่นให้ ก่อนที่มหาดเล็กที่เดินเข้ามาด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วเริ่มกล่าวรายงาน

"วันนี้จะมีกษัตริย์เสด็จมา 5 พระองค์พระเจ้าค่ะ เริ่มต้นด้วยกษัตริย์แห่งกิลดิเรก กษัตริย์แห่งซาเรส กษัตริย์แห่งอเมซอน กษัตริย์แห่งแอเรียส กษัตริย์แห่งคาโนวาลเป็นองค์สุดท้ายพระเจ้าค่ะ" มหาดเล็กกล่าวรายงานเสร็จก็ถอยห่างออกมาเพื่อรอคำสั่งจากนายเหนือหัวของตน

"จัดเตรียมงานเสร็จหมดรึยัง"

"พระเจ้าค่ะ ทั้งภายนอก ภายใน รวมทั้งห้องพัก ทุกๆอย่างพระเจ้าค่ะ"

"งั้นก็ดี เจ้าไปพักผ่อนเถอะ"

"พระเจ้าค่ะ" มหาดเล็กรับคำก่อนจะออกจากห้องไปเงียบๆ ทิ้งให้กษัตริย์แห่งเวนอลดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง

...นี่นายจะไม่มาจริงๆเหรอเฟริน นายจะไม่มาจริงๆใช่มั้ย...

-----------------------------------------------------------------------------------------------

เสียงพูดคุยเริ่มดังลั่นลานกว้างขึ้นเรื่อยๆ งานเลี้ยงรุ่นถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตสมกับคนจัดซึ่งได้แก่คิงโรเวนแห่งเจมิไน และคิงชาเบรียนแห่งเวนอล ทุกๆอย่างออกมาดีเยี่ยมสมกับการเดินทางที่ยาวไกลของใครหลายๆคน ศิษย์เก่าเริ่มทยอยกันมาไม่หยุดหย่อน เหล่าข้าราชบริพารต่างวิ่งพล่านกันเพื่อจัดเตรียมสิ่งที่ขาดหลายไป มันช่างเป็นวันที่วุ่นวายและน่ายินดีวันหนึ่งจริงๆ

"ว่าไงคิล ไม่เจอกันนานนะ" เสียงทักดังขึ้นข้างหลัง นักฆ่าหนุ่มหันกลับไปมอง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอย่างร่าเริง

"ใช่ ไม่เจอกันนาน" คิลตอบรับสั้นๆ

"นายเป็นไงบ้าง กำหนดงานแต่งน่ะเมื่อไหร่" โรเปรยถามเล่นๆ แต่สายตากลับจ้องไปที่เจ้าหญิงคนงามแห่งคาโนวาลอย่างให้ความหมาย

"ฉันบอกนายแล้ว เมื่อไหร่ที่เฟรินกลับมา เมื่อนั้นแหละที่จะถึงคราวฉัน" คิลตอบอย่างหนักแน่นเหมือนเคย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เขาเชื่อมาตลอดว่าเพื่อนของเขาจะกลับมา

"แล้วถ้าเกิดเฟรินมันไม่กลับมา นายจะรอจนแก่ตายเลยรึไง" โรแซวเล่น แต่น้ำเสียงก็ยังจริงจังอยู่

"ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเป้นเรื่องของโชคชะตา แต่ถึงฉันจะรอจนแก่ตาย แต่ก็ยังมีนายแล้วก็คาโลที่รอเป็นเพื่อนฉัน" คราวนี้คิลเอาคืนบ้าง ทำเอาอดีตขอทานพูดไม่ออก

"เอาเถอะ นับวันนายจะปากกล้าขึ้นเรื่อยๆ ฉันขอไปดูงานด้านนู่นก่อนดีกว่า อีกหน่อยกัสก็จะมาแล้ว" คิลพยักหน้ารับ ก่อนที่ร่างสูงจะหายเข้าไปกับฝูงชน

เสียงแตร ครั้งแรกดังขึ้นพร้อมกับขบวนจากกิลดิเรกเข้ามาในบริเวณลานกว้าง เกวียนจอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนพอดี ทหารนายหนึ่งรีบวิ่งไปเปิดประตูเกวียนทันที ต่อจากนั้นร่างสูงของกษัตริย์แห่งกิลดิเรกก็ปรากฏตัวขึ้น

"ยินดีต้อนรับ" โรเอ่ยสั้นๆ กัสยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆที่อยู่มุมหนึ่งของลาน

ยังที่ไม่ทันให้เหล่าข้าราชบริพารพักผ่อน เสียงแตรก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับธงซาเรสที่มองเห็นแต่ไกล นาทีต่อมาร่างของคิงแห่งซาเรสก็ปรากฏขึ้นบนหลังม้าสีดำตัวโปรด คราวนี้โรไม่ออกไปรับเหมือนทุกที แต่ปล่อยให้คู่กัดตลอดกาลคิงโรเวนออกไปรับหน้าแทน

"ไม่เจอกันนานเลยนะท่านอาเธอร์" โรเวนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม

"ใช่แล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านได้ลูกชาย" อาเธอร์ตอบกลับมา ถึงแม้พระพักตร์ของกษัตริย์ทั้งสองจะยิ้มแย้ม หากแต่ใครจะรู้บ้างว่าคนทั้งสองกำลังทำสงครามจิตวิทยากันอยู่

"เชิญท่านไปยืนรออยู่ทางนั้นก่อนดีกว่า เพราะกว่าที่ประตูจะเปิดก็อีกเกือบชั่วโมง" โรเวนเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับมาหาโรอีกครั้ง พร้อมกับแตรยาวที่ดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เป็นคิวของอเมซอยที่เพิ่งมีกษัตริย์ไปหยกๆ มาทิลด้าขี่ม้ามาเคียงคู่กับคาโอให้ความรู้สึกลึกซึ้ง ไม่เพียงแต่เจ้าของเท่านั้นที่รักกัน แม้แต่ม้าเองยังเดินทางเคียงข้างกันมาอย่างกับคู่สามีภรรยา

"ยินดีต้อนรับทั้งสองคน" โรเอ่ยสั้นๆ คาโอพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งสองจะเดินควงแขนกันไปหากลุ่มเพื่อนที่ยืนคุยกันอยู่

ธงแอเรียสพริ้วไหวมาให้เห็นแต่ไกล บ่งบอกถึงการมาถึงของอดีตซาตานและอดีตนักบวชคู่ที่ไม่มีใครนึกว่าจะลงเอยกันที่สุด แต่จะแปลกก็เพราะธงที่เห็นนั้นไม่ใช่จากพื้นดิน แต่เป็นบนฟ้า คชสารที่เคยเป็นพาหนะของคิงริชาร์ดตอนนี้กลับกลายมาเป็นพาหนะของคิงลูคัสและควีนลอเรนซ์แทน ทั้งสองลงมาจากคชสารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ถ้าหากจะพูดให้ถูกคือ ลอเรนซ์ยิ้มแย้ม แต่ลูคัสทำหน้าแหยเก คงไม่ต้องบอกว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นบนคชสาร เพราะสังเกตได้จากมีดบินที่ปักอยู่ที่เสาด้านหนึ่งคงพอบอกได้ว่ามการสั่งสอนเกิดขึ้นก่อนที่จะเดิ นทางมาถึง

"ไม่เจอกันนานน่ะโรเวน" ลอเรนซ์ทักก่อนอย่างอารมณ์ดี โรเวนยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะตอบ

"ใช่ แต่พวกนายสองคนก็ยังเหมือนเดิม"

"มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ ขอไปดูหน้าหลานก่อนนะ" ลอเรนซ์พูดก่อนจะเดินผละไปทางวิเวียนที่อุ้มลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัย 3 เดือนอยู่

"เหลือคาโล" โรกระซิบบอกสั้นๆ

"เห็นบอกว่าจะมาช้าซักหน่อยเพราะมีงานต้องสะสาง แต่จะให้คนอื่นรอนานมากก็ไม่ได้" โรเวนพูดอย่างใจเย็น

"แล้วจะเอา......" ยังไม่ทันจะขาดคำ เสียงแตรยาวก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับขบวนจากคาโนวาล เกวียนจอดสนิทที่เดียวกับเกวียนจากกิลดิเรกเมื่อกี้นี้ ร่างสูงก้าวออกมาจากเกวียน ผมสีเงินที่คุ้นตา นัยน์ตาสีฟ้าสงบนิ่ง ร่างของคิงคาโลในชุดสีขาวสง่าผิดจากทุกทีก้าวเดินเข้ามาหาคิงโรเวนและคิงชาเบรียนช้าๆ

"สวัสดี" คำทักทายสั้นๆ ดังออกมาจากปากของคนที่กลัวดอกพิกุลจะร่วงออกมาจากปากตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"ยินดีต้อนรับคาโล" โรเวนเอ่ยต้อนรับ คาโลพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาคิลที่ยืนรออยู่

"ครบแล้วใช่มั้ย" โรเวนถามสั้นๆ

"ครับ"

"เอาล่ะ งั้นก็ขอเปิดงานเลี้ยง........." แต่ประโยคก็ขาดตอนไป พร้อมกับท้องฟ้าที่มืดมิดลงอย่างน่าประหลาด เสียงร้องของมังกรดังขึ้นจากระยะทางไกลหลายเมตร ก่อนที่มังกรดำตัวใหญ่จะปรากฏขึ้นเหนือหัวทุกๆคน

"นั่นมันอะไร" เสียงเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆดังไม่หยุดหย่อน ก่อนที่มังกรสีดำจะลงสู่พื้นดินแบบนิ่มๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะค่อยๆจางหายไป และเสียงๆหนึ่งดังขึ้น

"เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล เดอะ ปรินเซส ออฟ เดมอส เสด็จ!!" เสียงประกาศที่ดังค้นหู พร้อมกับอีกเสียงที่ดังตอบกลับมา ทำเอาคนรอบค้างพากันตกใจ

"ไอ้กวาง ไม่ต้องทำให้เป็นทางการก็ได้" เสียงหวานใสชวนเคลิบเคลิ้ม แต่วิธีการพูดที่ขัดกลับเสียงนั้นจะมีใครได้อีก

ร่างบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวสะอาดเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อย  เครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวบนร่างกาย เมื่อ 2 ปีก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ไข่มุกแสงจันทร์ ผมสีน้ำตาลไหม้ปล่อยสยายไปข้างหลังและร่างเล็กๆของโกโดม โคมุสที่เกาะอยู่บนไหล่ปรากฏให้เห็นกันทั่วลานกว้าง

นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อตัวเอง ใช่แล้ว เขาเคยฝัน เคยฝันอยู่หลายครั้ง ว่าเธอกลับมาหาเขาแล้ว นี่ก็คงจะเป็นความฝันสินะ ร่างสูงสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

"อ้าว ทำไมเงียบไปหมดล่ะฮะ ทำอย่างนี้ผมเขินนะ" คำพูดคำจาที่ผิดแปลกเหมือนเดิมถูกพูดออกมา "เลิกตกใจกันได้แล้ว แค่อยากทำให้ตกใจนิดหน่อยเอง ไม่นึกว่าจะเป็นกันขนาดนี้เลย" เฟรินพูดพลางเกาหัวอย่างไม่สมหญิงเหมือนเดิม

"เอ่อ...งั้นก็ขอเปิดงานเลี้ยงรุ่นเลยแล้วกันนะ" โรเวนพูดออกมาอย่างติดๆขัดๆเนื่องจากยังไม่หายจากอาการตกใจ ประตูโรงเรียนค่อยๆเปิดช้าๆ ก่อนที่เหล่านักเรียนเก่าจะค่อยๆทยอยกันเข้าไปข้างใน

"ห้องของทุกคนถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งข้าวของทั้งหมดด้วย ไปที่ห้องของตัวเองได้เลย งานจะเริ่มขึ้นตอนทุ่มตรง ขอให้ทุกคนพร้อมกันที่ห้องโถงใหญ่นะ" โรเวนประกาศสั้นๆ ก่อนที่จะเดินเข้าป้อมอัศวินไป

"แล้วนายจะนอนไหน" คิลสะกิดถามเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ฉันก็นอนกับพวกนายไง ถามอะไรโง่ๆนะ" คำตอบกวนๆถูกส่งกลับมา คนฟังได้แต่ส่ายหน้า

"จะบ้าเหรอไง นายจะมานอนกับพวกฉันได้ไงเล่า" คิลร้องออกมาอย่างอดไม่ได้ ให้มันได้อย่างนี้สิ มันไม่เคยรู้เลยรึไงว่ามันน่ะผู้หญิง

"นอนกับเรนอนก็ได้ค่ะคุณเฟริน เรนอนนอนคนเดียว ถ้าไปนอนกับคุณคิลก็คงเบียดกันเปล่าๆ เพราะมีคาโลด้วยอีกคน"

"ตกลงฮะ" คำตอบรับของหญิงสาวทำให้เจ้าหญิงคนงามยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

"งั้นเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะค่ะ ต้องจัดของอีก คุณคิลเจอกันที่ห้องอาหารตอนเที่ยงนะคะ" เรนอนเอ่ยสั้นๆก่อนจะลากเฟรินเข้าไปในป้อม

"คาโล ไปกันเถอะ" คิลหันไปเรียกคาโล หากแต่ร่างสูงไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องไปร่างบางที่เพิ่งเดินลับหายเข้าป้อมไปเมื่อกี้

"ไปกันได้แล้ว ยังเหลืออีกตั้ง 2 วัน มันไม่หนีไปไหนก่อนหรอกน่า" คิลว่าแล้วจัดการลากอดีตเจ้าชายหัวหน้าป้อมเข้าป้อมอัศวินไป


                    ------------------------------------------------------------

เอามาลงให้แล้วนะคะ

ที่สัญญาว่าเมื่อวานจะเอามาลงให้

แต่ผิดสัญญาก็ขอโทษนะคะ

เมื่อวานไม่สบายเจ้าค่ะ

วันนี้เลยรีบตื่นแต่เช้ามาลงให้เลย

353 ความคิดเห็น

  1. #313 ranonjang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 21:52
    สรุปว่าตัดตอนไปใช่ไหมอะค่ะ

    แล้วผู้หญิงที่เหมือนเฟรินอะ

    แล้วเรื่องที่่คาโลทำไว้

    อยากรู้อ่า

    หายไปเฉยเลยหรอ
    #313
    0