ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 30 : ~(\"- -)~ ว่าด้วยความซวยของนักเรียนป้อมอัศวินปี 7 ~(- -\")~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ธ.ค. 48



\"ฮะๆ ว่าไงจ๊ะสาวน้อย ตกลงว่าจะไปเดทกันมั้ยเอ่ย\" เสียงกระเซ้าอย่างฉอเลาะดังลั่นห้องนั่งเล่นป้อมอัศวินปี 7 อย่างไม่นึกเกรงใจสมาชิกคนอื่นที่อยู่ในห้องแม้แต่น้อย



\"โธ่ รุ่นพี่พูดจริงเหรอคะ ถึงยังไงรุ่นพี่ก็มีพวกนางอีกตั้งหลายคน จะมาสนอะไรแค่ข้าคนเดียวล่ะ\" เสียงหวานตอบกลับมาอย่างเล่นแง่ ใบหน้ามนงออย่างไม่พอใจ ริมฝีปากรูปกระจับพึมพำบ่นว่า มือบางตีเบาๆที่ไหล่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น \'รุ่นพี่\' ซ้ำไปซ้ำมาอย่างเขินอาย



\"จริงสิ ข้าจะโกหกทำไมล่ะ หญิงงามอย่างเจ้าน่ะหายากจะตายไป เอ๊ะๆ ไม่ได้หมายความว่าพวกเจ้าที่เหลือไม่สวยหรอกนะ พวกเจ้าทุกคนล้วนงดงามทั้งนั้น เป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาประดับให้โลกนี้งดงาม\" ถ้อยคำชี้แจงดังมามาเป็นท่อนๆปนเยินยอเช่นเคย เสียงวี้ดว้ายของเหล่ารุ่นน้องสาวๆก็ดังลั่นไปทั่วเช่นเดียวกัน



มือเรียวบางนุ่มนิ่มไม่เหมาะกับความเป็นชายชาตรีเอื้อมขึ้นปัดเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ที่ลงมาคลอเคลียใบหน้าออก ใบหน้าติดจะกร้านที่ปราศจากริ้วรอยใดๆจึงปรากฏเห็นชัดเต็มสองตา นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตตวัดมองร่างรุ่นน้องสาวสวยที่อยู่ใกล้มาที่สุด ก่อนที่จะตวัดรัดรอบเอวของรุ่นน้องมาแนบกาย เล่นเอาห้องทั้งห้องแทบหูหนวกเพราะเสียงกรี๊ดกร๊าดของรุ่นน้องสาวๆที่นั่งอยู่รอบด้าน



\"เจ้าเล่นไม่แฟร์หนิ\" เสียงบ่นดังออกมาจาหปากรุ่นน้องปี 3 ที่เพิ่งเข้ามาในกลุ่มคนท้ายสุด \"รุ่นพี่เฟริน ทำไมกอดแต่นางล่ะคะ\" เสียงหวานเอ่ยอย่างตัดพ้อ ใบหน้าหวานสะบัดไปอีกด้านพอให้รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลังงอน!



\"เปล่าซะหน่อย ชอรี่ มานี่สิ มานั่งข้างๆข้า\" เสียงทุ้มดังเรียกพร้อมกับแขนอีกข้างที่ว่างอยู่ตวัดไปรัดรอบเอวรุ่นน้องลงมานั่งลงบนตักของตนอย่างถือสิทธิ์ ใบหน้าหวานของรุ่นน้องสาวนาม \'ชอรี่\' ขึ้นสีเรื่ออย่างเขินอาย เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเจ้าตัวยุ่งที่แปรสภาพจาก \'เจ้าหญิงผู้งดงาม\' กลับกลายมาเป็น \'หัวขโมยนักเพลย์บอย\'



ใบหน้าคมของนักฆ่าส่ายไปมาอย่างเอือมระอากับท่าทีของเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าภายในวันเดียว หลังจากคืนที่มันดื่มเหล้าเมามายไม่ได้สติ แล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรของมันถึงได้แต่งชายเต็มยศ แถมยังเที่ยวหว่านเสน่ห์รุ่นน้องสาวๆไปทั่ว ทำเอาห้องนั่งเล่นของปี 7 แทบจะมีเสียงกรี๊ดกร๊าดตลอดเวลา ห้องที่ไม่เคยมีรุ่นน้องคนใดกล้าย่างกายเข้ามา กลายเป็นว่าเดินเข้ามากันหน้าตาเฉยไปซะงั้น คิดแล้วก็เป็นอันต้องเอามือกุมขมับด้วยความปวดหัว



\"คุณคิลอย่าคิดมากเลยนะคะ เดี๋ยวอะไรๆมันก็ดีขึ้นเองแหละค่ะ\" เสียงหวานดังปลอบมาจากเจ้าหญิงคนงามแห่งคาโนวาลที่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนหน้าที่กลายมาเป็น \'หมอนพกพา\' ของนักฆ่าไปเรียบร้อยแล้ว มือบางลูบผมสีดำสนิทอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มหวานๆที่ไม่ว่าจะดูยามใดก็รู้สึกชื่นใจขึ้นมาทำเอานักฆ่าลืมเรื่องเพื่อนรักไปเลย



\"แต่เป็นอย่างนี้ก็ไม่ไหวนะ คิดแล้วก็ปวดหัวจริงๆเลย ทั้งงานที่ไม่รู้ว่าปีที่แล้วมันอดมันอยากมากนักรึไง ปีนี้ถึงได้ท่วมท้นซะเหลือเกิน แถมยังใกล้ถึงงานวันสถาปนาโรงเรียนที่ใกล้เข้ามาแล้วอีก อีกแค่ 2 อาทิตย์เอง แต่หนึ่งในผู้คุมกฏดันอู้ม่ทำงาน แล้วยังมาตามจีบรุ่นน้องไปทั่วอย่างนี้ งานนี้สงสัยป้อมอัศวินคงจะล่ม\" คิลบ่นยาวเหยียดเป็นกิโล ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงตก



นี่ถ้าเฟรินมันเป็นอย่างนี้คนเดียวก็ดีน่ะสิ แต่คาโลมันดันเป็นซะด้วย วันๆก็เอาแต่เงียบ เงียบ กับเงียบ ชนิดที่ใครไม่รู้คงนึกว่ามันเป็นใบ้ตั้งแต่เกิด มันจะพูดเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนอีกคนที่เป็นไปด้วยก็ดันเป็นเสนาธิการฝ่ายซ้ายของป้อม หัวสมองสำคัญ ไอ้นั่นยิ่งแล้วใหญ่ วันๆก็เอาแต่นั่งเหม่อ ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรให้คิดมากมาย



แต่ที่แย่กว่านั่นคงจะเป็นถ้าวันไหนคาโลมันเข้าประชุมเฟรินมันก็ไม่เข้า เป็นอันว่าเรื่องราวมันเลยยุ่งยากเข้าไปอีก ส่วนโร รายนี้ไม่ต้องพูดถึง คนที่ควรจะเข้าประชุมมากที่สุดดันไม่เข้าประชุมเลย ไม่ว่าจะให้มาทิลด้าลากมาประชุมแค่ไหน มันก็ไม่ยอมมา แถมเหตุผลที่ไม่เข้าประชุมของมันเนี่ยสิยิ่งน่าปวดหัวใหญ่



\'โร ทำไมนายไม่เข้าประชุม บอกฉันสิ\' น้ำเสียงคาดคั้นดังมาจากคนที่ได้ชื่อว่า ราชินีแห่งป้อมอัศวิน นัยน์ตาสีเขียวฉายแววเอือมระอาและเบื่อหน่ายเต็มทน ใบหน้างออย่างไม่พอใจ



\'ไม่มีเหตุผล\' พอมาทิลด้ามาเล่าให้ฟังว่ามันตอบมาอย่างนี้ ก็ทำเอาหลายๆคนนึกอยากจะตามไปกระทืบมันซะให้เข็ด แต่จะทำไงได้ ในเมื่อพวกมันไม่ทำ งานทั้งหมดเลยมาตกอยู่ที่เขา ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วทำบุญมาน้อยรึเปล่า ชาตินี้ถึงต้องมาคอยทำงานแทนพวกมัน แล้วยังงานอีก ใช่น้อยๆซะที่ไหน เฮ้อ..!!



\"คุณคิลคะ คุณคิล\" เสียงหวานเรียกให้สติของนักฆ่าหนุ่มกลับคืนมา เจ้าตัวยิ้มแหยๆพลางเอามือเกาแก้มอย่างเคยชิน



\"ได้เวลาไปประชุมแล้วนะคะ เดี๋ยวเรนอนจะไปถามคุณเฟรินว่าจะไปประชุมรึเปล่าก่อนนะคะ\" เจ้าหญิงคนงามพูดก่อนจะเดินไปยังฝูงรุ่นน้องสาวๆที่นั่งรายล้อมจนแทบไม่เห็นร่างของเจ้าตัวยุ่งเลย



แล้วร่างบางก็เดินกลับมาหาคิลอีกครั้ง ในอีกไม่ถึงนาทีต่อมา หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆเป็นคำตอบ คิลพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาโรที่นั่งอยู่ไม่ห่างมากนัก



\"โร นายจะไปประชุมมั้ย\" ใบหน้าคมของขอทานกิตติมศักดิ์เบือนมามองเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าครั้งหนึ่งเป็นคำตอบ แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิม



\"งั้นเราก็ไปกันเถอะครับเรนอน ไอ้พวกนี้มันบ้ากันไปหมดละ\" คิลว่าพลางจับมือของเจ้าหญิงคนงาม แล้วลากร่างบางนั้นออกจากห้องไปทันที มุ่งสู่ห้องที่เคยเป็นห้องประชุม แต่เดี๋ยวนี้มันคือ ห้องประหาร!~



นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตมองตามแผ่นหลังของเพื่อนรักไปจนร่างของทั้งสองหายออกไปจากห้องและประตูปิดลง ใบหน้าคมติดจะหวานเล็กน้อยฉายแววเศร้าสร้อยผิดปกติ จะมีใครรู้บ้างว่าภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสนี้ เต็มไปด้วยความเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใครจะรู้บ้างว่าที่เธอทำไปเช่นนี้เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยทั้งหมด



ขอโทษนะคิล ฉันขอโทษที่โยนงานความรับผิดชอบทั้งหมดให้นายจัดการ ฉันรู้ว่าที่ฉันทำอย่างนี้ทำให้นายลำบากแค่ไหน แต่ฉันเชื่อว่านายรู้เหตุผลดี ถ้าขืนยังให้ฉันรับผิดชอบ ทำทุกอย่างให้เป็นปกติ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรแย่ๆลงไปรึเปล่า ที่ฉันทำอย่างนี้อาจจะเห็นแก่ตัว เพราะทั้งหมดมันก็เพื่อตัวฉันเอง แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะย่ำแย่แค่ไหน



เปลือกตาปรือต่ำอย่างอ่อนใจ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดออกไป แล้วเริ่มกลับมาทำตัวเป็นเพลย์บอยเหมือนเดิม นี่คงเป็นวิธีที่จะทำให้ลืมเรื่องราวทั้งหมดได้ ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ดีกว่ามานั่งร้องไห้ให้คนสงสาร แสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมาล่ะ





เงียบ เงียบ เงียบ!!~



ทำไมมันถึงเงียบอย่างงี้ฟะ ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นอะไรกันหมด ตั้งแต่เขากับเรนอนเดินเข้ามาในห้อง พวกมันก็เอาแต่เงียบ เงียบ แล้วก็เงียบ ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครพูดกับใคร ผิดจากทุกทีที่เวลาเขาเดินเข้ามา เป็นอันต้องมีเสียงถามนู่นถามนี่ สั่งนู่นสั่งนี่ แล้วก็งานมากมายถูกโยนมาให้ แล้วที่แปลกกว่าคือทุกคนจ้องหน้าเขาราวกับต้องการหาอะไรบางอย่าง



ให้ตายเถอะ!



สบถอุบในใจอย่างอารมณ์เสียง นัยน์ตาสีม่วงฉายแววหงุดหงิดเต็มประดา เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นมองเขาทำไม ไม่รู้ว่าทำไมพวกนั้นถึงเงียบอย่างกับที่นี่เป็นป่าช้า แต่สัญชาติญาณบ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นที่นี่



\"เอ่อ..มีอะไรเหรอคะ\" เสียงหวานใสดังมาจากเจ้าหญิงเรนอนที่เข้ามาในห้องพร้อมกับนักฆ่า ทุกคนมองเจ้าหล่อนอย่างให้ความหมาย แต่หญิงสาวกลับรู้สึกเพียงสิ่งปกติเท่านั้น สายตาของทุกคนไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย นอกจากความสับสน กังวลใจ ลำบากใจ และอยากจะตายเอาดื้อๆ!



\"เรนอน..\" เสียงดังเรียกชื่อเจ้าหญิงคนงามมาจากแองเจลีน่าที่นั่งอยู่ข้างมาทิลด้า ใบหน้าของเธอดูเหมือนพร้อมจะปล่อยโฮออกมาในไม่ช้า เรื่องที่ทำให้คนที่เข้มแข็งอย่างแองเจลีน่า โรมานอฟจะร้องไห้ได้ มันคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆเป็นแน่



\"มีอะไรเหรอแองจี้ บอกฉันหน่อยสิ\" เรนอนถามกลับไปพลางเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น



\"คือว่า.....\" คำพูดเหมือนกับถูกกลืนหายลงไปในลำคอ มันยากจะบอกเล่าสิ่งที่ได้ยินมาให้กับคนอื่นได้ฟัง มันเดิมพันด้วยชีวิตของพวกเขา..!



\"คือว่าอะไรเหรอ บอกมาสิ\" เจ้าหญิงคนงามถามกลับมาอย่างเร่งรัด



\"คือว่า งานสถาปนาโรงเรียนอีกอาทิตย์กว่า มีการเปลี่ยนแปลงแผนนิดหน่อย คือจะเพิ่มงานเต้นรำเข้าไปด้วย..\" คำฑูดถูกหยุดไว้ ใบหน้ามนของแม่มดสาวเหยเกขึ้นมาทันที



\"แล้วยังไงล่ะคะ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่\" เรนอนถามกลับมาอย่างไม่เข้าใจ ใช่สิ แค่เพิ่มงานเต้นรำเข้าไปด้วย มันจะมีอะไรมากมาย



\"เป็นสิ เป็นซะยิ่งกว่าเป็นอีก\" เสียงตอบดังกลับมาจากมาทิลด้าที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆแองเจลีน่า สีหน้าของเธอก็ดูไม่ดีเช่นกัน



\"เป็น...ยังไงคะ\"



\"คือว่ามหาปราชญ์เลโมธีและเหล่ากษัตริย์ทั้งหลายลงความเห็นให้.................\" มาทิลด้าเอ่ยพอเป็นพิธีก่อนจะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ \"ธิดาแห่งความมืด และเจ้าชายแห่งคาโนวาลเต้นรำเปิดฟลอร์\" พอจบประโยคคราวนี้ก็เป็นฝ่ายคิลกับเรนอนบ้างที่จะหน้าซีด



แน่ล่ะ! จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้ไง ต่อให้ต้องทำงานเพิ่มมากเท่าไหร่ก็ยอม ดีกว่าที่พวกเขาต้องไปเกลี้ยกล่อมเจ้าตัวยุ่งที่ตอนนี้ชักทำตัวไม่สมหญิงขึ้นทุกวัน ให้มาเต้นรำกับเจ้าชายคู่กรณีที่วันๆก็เอาแต่เงียบ.. ไหนยังต้องไปลากเจ้าชายออกจากห้องสมุดมาคุยกันให้รู้เรื่องอีก แล้วมันก็ใช่ว่าจะยอมเปิดปากพูดง่ายๆซะที่ไหน



\"รู้แล้วใช่มั้ย ว่าพวกฉันกลุ้มใจกันทำไม\" มาทิลด้าพูดเสียงอ่อย ตั้งแต่รู้จักกันมา 7 ปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่มาทิลด้าจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เลยซักครั้ง ทุกครั้งที่เธอพูดจะเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มากล้น แต่ก็อย่างว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่สู้ดีนัก



\"ดูท่า งานนี้พวกเราคงต้องทำงานหนัก\" ไคน์เปรยขึ้นมาเบาๆ



\"ฉันก็ว่างั้น ให้พวกเราไปฆ่าคนยังง่ายกว่าไปทำให้เจ้าหญิงจอมยุ่งและเจ้าชายน้ำแข็งยอมเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันเลย มันเป็นไปไม่ได้..\" ครี้ดเอ่ยตอบกลับมา



\"แล้วเราจะเอาไงล่ะ\" เสียงวอร์ช่าหันไปถามคิลอย่างขอความคิดเห็น



\"ฉันก็ยังไม่รู้...\" นักฆ่าตอบกลับมาอย่างจนปัญญา \"สงสัยคราวนี้เราคงต้องวางแผนแล้วล่ะ\"



ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แผนการที่ต้องสมบูรณ์ที่สุดอย่างหาข้อผิดลพาดไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้คือ..หาวิธีแก้ความขัดแย้งของธิดาแห่งความมืดและพ่อมดปิศาจแห่งคาโนวาลก่อน และแน่นอนว่าแผนนี้ต้องสำเร็จเท่านั้น เพราะมันขึ้นอยู่กับชีวิตของพวกเขา..ถ้าไม่สำเร็จ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้เรียนจนจบปี 7 ก็เป็นได้ คิดแล้วก็ได้แต่ภาวนาให้เหตุการณ์มันไม่ย่ำแย่ลงไปมากกว่านี้







    นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตพราวระริก ใบหน้าติดจะหวานถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความเบิกบาน ริมฝีปากผิวปากเป็นเพลงอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ขายังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

    สองข้างทางเป็นกำแพงหินเก่าแก่ที่คงไม่ได้รับการซ่อมแซมเลย หลังจากที่สร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมา แสงไฟเล็กน้อยจากคบเพลิงเพียงพอแค่จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แล้วไม่เดินชนมันเท่านั้น ราวกับฟ้าเป็นใจ เพราะคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ที่เจ้าตัวไม่คิดจะชอบมันเลย ความมืดมิดที่เข้ามาปกคลุมบริเวณป้อมทำให้หัวใจดวงน้อยๆเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ระหว่างเดินผ่านห้องพักของเพื่อนๆก็แอบชะเง้อคอมอง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของใครสักคน สงสัยพวกนั้นคงยังประชุมไม่เสร็จ.. ปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินต่อไป

    

    ตึก!



    เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากข้างหลัง เหมือนว่าคนที่เดินตามมาจะรู้ตัวจึงหยุดเดิน เมื่อกี้ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่หูขโมยกับหูนักฆ่าก็ดีพอๆกัน ใบหน้าหวานเหลียวกลับไปมองข้างหลังแต่ก็ไม่พบร่างเจ้าของเสียงฝีเท้าเมื่อกี้เลย ความกลัวแล่นเข้ามาในใจ ก่อนจะตัดสินใจข่มความกลัวไว้ แล้วเดินหน้าต่อไป



    ตึก ตึก!



    คราวนี้เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง ก้าวจังหวะการเดินที่มากกว่าเดิม ทำเอาความกลัวที่ถูกข่มไว้เปิดเผยออกมา สัญชาติญาณบางอย่างบอกให้เขารีบไปจากที่นี่เร็วๆ



    ตึก ตึก ตึก!



เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆที่เฟรินยังไม่ได้ออกก้าวเดินต่อไป เสียงฝีเท้าที่กระชั้นชิดขึ้นมาเรื่อยๆ ใครกัน..? คำถามผุดขึ้นมาในใจ จากที่ที่เขายืนอยู่ตรงนี้ ร่างที่ห่างออกไปเกือบ 10 เมตรดูจะเลือนลางเกินกว่าจะมองเห็น



               พรึ่บ!



               คบเพลิงที่เคยให้ความสว่างดับวูบลงพร้อมกันหมดอย่างจงใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตเบิกกว้างอย่างตกใจ ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คบเพลิงที่เคยเป็นดังแสงสว่างนำทางเขาดับวูบลง แต่เสียงฝีเท้าปริศนายังคงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างเพียงแค่ 3 เมตร ภายในความมืดทำให้พอจะเห็นร่างนั้นลางๆ

               แต่แล้วความกลัวก็แล่นเข้ามาจับจิต ร่างชายแปลกหน้าที่ห่างออกไปไม่มากนักเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ มือใหญ่ยื่นออกมาพยายามจะไขว่คว้าเขาไว้ แต่ด้วยความที่เป็นหัวขโมยเก่า และถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ด้วยความที่ชินกับความมืด เฟรินเริ่มออกวิ่งช้าๆ แต่การวิ่งบนระเบียงทางเดินที่ว่างเปล่าเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ เสียงฝีเท้าดังกึกก้อง ในขณะที่ร่างของชายแปลกหน้าก็วิ่งตามเธอมาด้วย

               ความกลัวมาถึงขีดสุดจริงๆ เขาวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา และอาจจะลืมชีวิตในไม่ช้านี้ด้วย ทางเดินที่ยาวเหยียดกำลังจะสิ้นสุดลงพร้อมกับทางตัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัวขโมยเก่าขาวโพลนไปหมด ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กซึมไหลออกมาตามโครงหน้า

               และแล้วก็มาถึงทางตัน เฟรินหยุดวิ่งแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้า นี่คงเป็นวิธีดีที่สุดแล้ว บางทีเขาอาจจะมีโอกาสชนะก็ได้ ใครจะรู้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่ารอพรุ่งนี้ให้เพื่อนๆมาคอยเก็บศพให้แล้วกันล่ะนัยน์ตาสีน้ำตาลทอประกายกล้า แต่ก็เจือไปด้วยความสิ้นหวัง

               นี่เธอจะต้องมาตายอยู่ที่นี่จริงๆเหรอ ทั้งๆที่มีเรื่องที่ยังไม่ได้ทำอีกเยอะ ต้องตายทั้งๆที่ยังไม่ได้คืนดีกับไอ้ก้อนน้ำแข็งงี่เง่านั่นเหรอ แต่ถ้าเกิดเธอตายไปจริงๆจะมีใครสนใจไหมนะ จะมีใครคิดถึงเธอ จะมีใครไหมสักคน คงจะไม่มีสินะ

               เปลือกตาหลุบลงต่ำอย่างปลงตก หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม ยามเมื่อใบหน้าคมๆของเจ้าชายหัวหน้าป้อมลอยขึ้นมาในห้วงความคิด ตามด้วยใบหน้าของเพื่อนๆ ท่านพ่อปิศาจของเธอ พ่อมาดัส พี่ลอเรนซ์ พี่ลูคัส พี่โรเวน วิเวียนนานีน่า คาเร..! ทุกคนกำลังยิ้มให้เธอ

               เสียงสะอื้นไห้ดังไปทั่วระเบียงทางเดินที่ยาวเหยียด ร่างของชายแปลกหน้าอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งเมตรมองร่างของหัวขโมยตัวยุ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นร้องไห้ ก่อนจะเร่งสาวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ใบหน้าหวานก้มลงซบกับเข่าอย่างหมดความหวัง อัศวินขี่ม้าขาวในนิทานไม่มีทางเป็นจริง ไม่มีใครที่จะช่วยเธอได้อีกต่อไป และมัจจุราชพร้อมกับเคียวเล่มยาวกำลังใกล้เข้ามา มานำดวงวิญญาณของเธอให้จากโลกนี้ไปตลอดกาล



               ร่างนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า



              ‘ถึงเวลาแล้วสินะ’ เฟรินคิดในใจพลางยิ้มหยัน ทั้งๆที่มีโอกาสมากมายที่จะบอกรัก แต่ก็ไม่ทำ.. ทั้งๆที่มีเวลามากมายที่จะอยู่ร่วมกัน แต่ก็เลือกปฏิเสธ... ทั้งๆที่มีสิ่งที่อยากทำให้อีกมากมาย แต่ก็เห็นอย่างอื่นดีกว่า... ทั้งๆที่มีคนที่ให้ความรัก แต่กลับไม่เชื่อใจ... หัวขโมยที่เป็นดังสายลมถูกจับกักขังไว้อย่างไม่อาจดิ้นหลุดโดยคาโล วาเนบลี เจ้าชายน้ำแข็ง ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ทั้งหมดใจกลับรักแค่มันคนเดียว... หัวขโมยอย่างเธอที่ไม่ว่าจะเอาโซ่ เอาเชือกอะไรมาผูกมัดก็เอาไม่อยู่ แต่เพียงแค่ความรักเท่านั้น..ความรักที่ได้จากมัน ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดเสียที... ก็เธอดันเผลอรักมันจนหมดใจไปแล้วน่ะสิ

              คิดได้ถึงตรงนี้น้ำตาก็ไหลพลั่งพรูลงมาอีก ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะจบลง ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เคียวในมือมัจจุราชง้างออก เตรียมจะฟาดฟันเข้าที่คอขาวเนียน เธอไม่รู้ว่าใบหน้าของชายผู้นี้เป็นยังไง เพราะดูจากท่าทางแล้วคงจะเป็นคนสูงน่าดู เมื่อมองจากมุมต่ำ ก็จะเห็นแค่เอวลงมา เธอไม่รู้ว่าเขามีอาวุธอยู่ในมือรึเปล่า แต่แขนที่ยกขึ้นนั้นทำเอาใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม



              ควับ!



              นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตหลับตาลงทันที ความเจ็บปวดและคมมีดที่น่าจะประดังเข้ามากลับจางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก จากเคียวขนาดใหญ่ที่พร้อมจะบั่นคอเธอทุกเมื่อ กลายเป็นอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคย



                “อย่าร้อง...” เสียงทุ้มดังอยู่ที่ข้างหู เสียงที่เธอไม่ได้ยินมานาน..!



                “ฮึก..ฮือๆ” จากน้ำตาที่เกือบจะหยุดไหลแล้ว กลับร่วงไหลลงมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ มือเล็กเอื้อมไปกอดด้านหลังร่างสูงไว้อย่างต้องการหาที่พักพิง เหตุการณ์น่ากลัวเมื่อครู่ยังฝังอยู่ในใจเธอ แต่ความอบอุ่นที่ได้รับจากบุรุษข้างหน้านั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน...                              

                “คาโล!” เสียงร้องดังเรียกชื่อของบุรุษที่ตอนนี้โอบกอดเธออยู่เบาๆ นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอมันอีกแล้ว นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นใบหน้าดุๆนั้นอีกแล้วแท้ๆ

    “ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี่แล้ว” เสียงขานรับนุ่มๆดังตอบกลับมา มือใหญ่ลูบหัวคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดเพื่อปลอบโยน

    

    พรึ่บ!



    พลันแสงคบเพลิงที่เคยดับสนิทก็สว่างวูบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงร้องเฮลั่นจากคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์มาโดยตลอด คนที่คิดแผนการนี้ขึ้นมาด้วย ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคิลมัส ฟีลมัส



    “เฮ้อ..ในที่สุดพวกนายก็คืนดีกันจนได้” คิลเปรยขึ้นอย่างเบาใจ



    “ใช่ๆ พวกเราอดเป็นห่วงแทบแย่” แองเจลีน่าที่ยืนอยู่ไม่ห่างเองก็เช่นกัน



    “จริงๆนะคะ กลัวว่าจะความแตกซะก่อน” เรนอนพูด สีหน้าของหล่อนดูจะกังวลพอดูเลย



    “ไม่หรอกเรนอน เพราะฉันแสดงเก่งไงล่ะ” ครี้ดในชุดสีดำสนิทพร้อมเคียวปลอมในมือเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะอย่างพอใจในผลงานตัวเอง



    “เฮ้ยครี้ด แกไม่ต้องเอาหน้าเลย ถ้าฉันไม่ล่อคาโลไว้ในห้อง แผนมันจะสำเร็จเหรอ” ไนฟโวยขึ้นแทบจะทันทีที่นักรบตาเดียวพูดจบประโยค



    “เอาเถอะ พวกเราเก่งกันทุกคนแหละที่หลอกธิดาแห่งความมืดและพ่อมดปิศาจแห่งคาโนวาลได้สำเร็จ” คิลพูดขัดขึ้นมาพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อนัยน์ตาสีม่วงหันไปเห็นใบหน้าของเพื่อนรักทั้งสอง เป็นอันต้องออกปากสั่งอพยพทันที



    “เฮ้ย หนี!” เสียงประกาศพร้อมกับการสลายตัวไปของเหล่าป้อมอัศวินปี 7 ทั้งหลาย ก่อนจะกลายเป็นน้ำแข็งประดับป้อม และก่อนที่จะโดนผ่าปฐพีผ่าหัวให้







นัยน์ตาสuน้ำตาลคู่โตมองขวางตามหลังเพื่อนรักที่วิ่งจากไปด้วยความเร็วอย่างอาฆาตแค้น แค้นนี้ต้องชำระแน่ๆ... เผลอหันกลับมาสบกับนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยที่จับจ้องอยู่ก่อนแล้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ความอายจากเหตุการณ์พุ่งพรวดออกมา ทำเอาใบหน้าขึ้นสีเรื่อ รีบหันหน้าหลบแทบไม่ทัน



มือเล็กชื้นด้วยเหงื่อ ความอึดอัดกำลังปะทุหนัก สายตาคู่นั้นที่จับจ้องอยู่ทำเอาพูดไม่ออก นึกอยากจะขยับตัวลุกหนีไปซะ ก็ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ นั่งทนต่อความอึดอัดต่อไป เวลาผ่านไปหลายนาทีกว่า ในที่สุดความอดทนของหัวขโมยก็มาถึง หันไปยิ้มแหยๆให้เจ้าชายหัวหน้าป้อมที่นั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างยากเย็นแสนเข็ด



\"งั้นฉันไปก่อนนะ ป่านนี้แล้ว มีรายงานอีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้ทำ\" ข้อแก้ตัวที่งี่เง่าที่สุดถูกขุดออกมาใช้ นึกแล้วก็แทบอยากเอาหัวดำๆของไอ้นักฆ่าจอมวางแผนที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ฝากไว้ก่อนเหอะ...คิล



\"..............................\" เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา เจ้าตัวก็ถือซะว่าเป็นคำอนุญาติ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นระเบียงที่เย็นเหยียบ เอามือปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะสังเกตเห็นว่าแหวนที่เคยสวมอยู่ที่นิ้วไม่อยู่แล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตสอดส่ายหาไปทั่วบริเวณที่นั่งอยู่เมื่อกี้ แล้วสายตาก็ไปจับอยู่ที่แสงวาบวับข้างๆร่างสูงของบุรุษหนุ่มผู้นั่งนิ่งราวรูปปั้น



มือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบแหวน แต่มือใหญ่ที่อยู่ๆก็โผล่พรวดมา ดึงแขนให้ร่างเล็กเสียหลักล้มลงไปกองทับร่างสูง ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อ แหวนอยู่ในมือเธอ แต่ตัวเธอกับอยู่ในอ้อมกอดมัน!



\"ปล่อยฉันได้แล้ว\" เสียงออกคำสั่งที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด ร่างเล็กที่ทาบทับอยู่ด้านบนดิ้นขลุกขลักไม่ยอมหยุด จนแขนแกร่งต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เพื่อกันเจ้าตัวยุ่งจะหลุดออกไป ก่อนจะพูดจบ



\"ฉันขอโทษ...\" เสียงพูดแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหู ร่างเล็กที่ดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะออกจากอ้อมกอดให้ได้ หยุดกึกลงอย่างหมดแรงจะต่อต้าน ศีรษะซบลงบนแผ่นอกกว้างที่รองรับอยู่ด้านล่าง



\"ฉันไม่ให้อภัย\" เสียงหวานเอ่ยเบา แต่หนักแน่น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเจือปนด้วยความงอนที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียที เจ้าชายที่ตั้งเล่นบทง้อทั้งๆที่ไม่เคยชอบเล่นเลย ถอนหายใจยาวอย่างปลงตก



มือใหญ่ดึงร่างบางออกจากอ้อมกอด จับร่างเล็กนั่งลงตรงหน้า มือจับมือเล็กไว้ให้อยู่นิ่งๆ ถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่ชอบทำอย่างนี้เลยจริงๆ แต่เพื่อเธอ...เพื่อเธอคนเดียวเท่านั้น



\"ฉันขอโทษ เราดีกันเถอะนะ\" เสียงทุ้มทอดนุ่มแฝงด้วยกระแสอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก นิ้วก้อยเรียวยาวถูกยื่นออกมาข้างหน้า ใบหน้ารูปสลักขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย เรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าหัวขโมยที่นั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าได้เป็นอย่างดี



\"นับ 1-3 ช้าอดนะ\" เสียงทุ้มเอ่ยเล่นๆอย่างไม่ค่อยทำบ่อยนัก หัวขโมยตัวยุ่งที่กำลังหัวเราะอยู่หยุดชะงัก มองใบหน้ารูปสลักอย่างลังเล ถึงแม้คำตอบในใจจะมีเพียงหนึ่ง แต่ความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างก็ยังไม่แน่ชัด



\"1\" เสียงนับดังออกมาจากปากเจ้าชายตรงหน้าเป็นการกระตุ้นให้ตอบ แต่ร่างบางก็ยังนิ่งอยู่



\"2\" เสียงนับที่สองดังตามมาติดๆอย่างไม่เว้นเวลาให้คิดเลย ใบหน้าหวานมุ่ยอย่างขัดใจ



\"สะ...\" เสียงนับขาดหายไป พร้อมกับนิ้วก้อยที่เกี่ยวเข้ากับนิ้วยาวกว่า รอยยิ้มผุดขึ้นบนใชหน้ารูปสลัก วงแขนแกร่งวาดรัดรอบเอวบางดึงเข้ามากระชับแนบตัว





เสียงเฮลั่นดังขึ้นเป็นรอบที่สอง ก่อนที่ร่างของชาวป้อมอัศวินจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเข็ดหลาบ



\"ฉันขอโทษ เราดีกันเถอะ\" เสียงล้อที่ถูกดัดให้เหมือนเจ้าของเสียงมากที่สุดดังมาจากครี้ด ธันเดอร์



\"นับ 1-3 ช้าอดนะ\" เสียงที่สองดังมาติดๆจากไนฟที่ยืนอยู่ข้างๆ



\"รักแกว่ะ เฟริน\" เสียงดังมาจากครี้ดอีกรอบ



\"ฉันก็รักแกคาโล\" เสียงตอบรับจากไนฟดังมาติดๆ พร้อมกับทั้งสองที่โผเข้ากอดกันอย่างไม่อาบฟ้าอายดิน คิงยืนยิม้อยู่ข้างๆอย่างสบายใจ และแล้วสัญชาติญาณของนักฆ่าก็บอกให้เขาหันไปมอง เสียงสันหลังวูบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ



ไอเย็นแผ่กระจายไปทั่วระเบียงทางเดินรวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน นัยน์ตาสีม่วงและนัยน์ตาคู่อื่นๆเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเจ้าชายหัวหน้าป้อมถือคฑาพิพากษา และเจ้าหญิงจอมยุ่งถือผ่าปฐผีไว้ในมือ พร้อมกับเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ...



\"เฮ้ย เผ่น!\" เสียงร้องจากคิลเรียกให้สติของทั้งคนกลับมา แล้วรีบจ้ำอ้าวหนีตายกันเป็นแทบๆ



\"พวกแกอย่าหนีนะ!\" เสียงร้องดังขึ้นจากข้างหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจอีกแล้ว เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปทั่วป้อม เสียงวิ่งขึ้นลงบันไดเป็นสิบๆรอบดังติดต่อกัน จนรุ่นน้องทั้งหลายต้องโล่หน้าออกมาดูสถานการณ์ แต่เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นอันต้องปิดประตูเข้าทันที เพราะคงไม่มีใครอยากจะมีส่วนร่วมเป็นของประดับป้อมร่วมกับรุ่นพี่ปี 7 ทั้งหลายแน่ๆ ได้แต่ภาวนาในใจขอให้รุ่นพี่ทั้งหลายอยู่รอดปลอดภัย ครบ 32 ส่วยด้วยเถิด.....





แฮ่ก แฮ่ก!



เสียงหอบหายใจดังรัวไม่หยุด เหงื่อเม็ดเล็กๆที่เกาะอยู่ที่ไรผมไหลลงมาข้างแก้มก่อนจะตกลงไปที่เสื้อ มือรองศีรษะนอนแหงนหน้ามองดูท้องฟ้ากระจ่างเบื้องหน้า ทั้งๆที่ในป้อมเป็นคืนเดือนมืด แต่ข้างนอก ท้องนภากลับเต็มไปด้วยดวงดาราที่ส่องแสงพราวระยับ ไร้ซึ่งเมฆามาบดบัง แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องกระทบหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบหญ้าแลดูราวกับเพชรนับแสนที่ร่วงอยู่บนพื้น



ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อด้วยความเหนื่อย เพราะวิ่งไล่เพื่อนบ้าไปรอบป้อม จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่สวน พวกมันก็พร้อมใจกันนอนลงดูดาวซะงั้น คิดแล้วก็นึกฉุนกึกขึ้นมา เพราะพวกมันทำให้เธอเกือบแย่ แต่ก็เพราพวกมันอีกนั่นแหละที่ทำให้เธอคืนดีกับก้อนน้ำแข็งนั่น อีกหน่อยถ้าไม่มีพวกมัน เธอจะเหงามั้ยนะ มันคงจะเหงามากเลยที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวอ้างว้าง



\"คืนนี้สวยนะ\" เสียงเปรยดังแว่วมาจากไคน์ที่นอนอยู่ข้างๆวอร์ช่า สายลมเย็นเอื่อยๆพัดผ่านใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำให้เย็นสบาย จนอาจจะเผลอหลุบเปลือกตาลงในไม่ช้า



\"ใช่ สวยจริงๆ\" เสียงดังมาจากครี้ด ผู้ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าภาพเบื้องหน้านี้สวยงามจริงๆ



\"ฉันขึ้นนอนก่อนดีกว่า\" เสียงหวานเอ่ยออกมาก่อนที่ร่างบางของเจ้าตัวยุ่งจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วยืนขึ้นเตรียมเดินจากไป ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆที่มองดูอย่างไม่เข้าใจ แต่ไม่คิดจะคัดค้าน



\"ตามใจ พรุ่งนี้เข้าประชุมด้วย\" คิลเอ่ยก่อนจะหันกลับไปสนใจทัศนียภาพเบื้องหน้าต่อ เฟรินพยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไปช้าๆ นัยน์ตาสีฟ้ามองตามร่างเล็กนั้นไป ก่อนที่จะยันตัวขึ้นบ้าง แล้วเดินตามไปอย่างเว้นระยะ ทุกคนมองตามเจ้าชายน้ำแข็งไป ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา ในเมื่อมีของดีให้ดู อย่างพวกเขาหรือจะยอมพลาดง่ายๆ ไม่มีทางซะหรอก!!





ปัง!



เสียงประตูปิดดังไล่หลัง ก่อนที่ร่างบางจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มสบาย เปลือกตาปรือปิดสนิทอย่างไม่อาจลืมขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆแน่นอน สมองไพล่นึกไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด ทั้งการง้อขอคืนดีของไอ้เจ้าชายบ้า ทั้งเรื่องที่โดนเพื่อนวางแผนให้คืนดี วันนี้คงจะเป็นวันที่น่าปวดหัวที่สุดในชีวิตคงว่าได้



คำพูดก้องอยู่ในหัว สลับไปสลับมา ลองนึกๆดูพวกนั้นต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่จะทำให้เธอคืนดีกับไอ้น้ำแข็งบ้าแน่นอน แต่มันคืออะไรล่ะ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกเสียที จนหัวขโมยต้องลากสังขารลุกขึ้นจากเตียง สะบัดหัวไล่ความคิดน่าปวดหัวออกไป ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างหมดแรง



ซ่า ซ่า!



เสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของห้องกำลังอาบน้ำอย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้เลยว่ามีแขกเข้ามาในห้องแล้ว นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองรอบห้องราวกับต้องการสำรวจความเรียบร้อย ห้องที่ไม่ได้เข้ามานานเหลือเกิน หรืออาจจะพูดได้ว่าไม่เคยเข้ามาเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่เปิดภาคเรียนแล้วย้ายห้องใหม่ เจ้าหล่อนก็แทบจะไม่สนใจเขา ไม่ยอมพบหน้าเลยด้วยซ้ำ เอาแต่หลีกเลี่ยง ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง เปลือกตาค่อยๆพรือลงช้าๆด้วยความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาหลังจากความดีใจ





นี่! ตื่นสิ!



เสียงร้องเรียกดังอยู่ข้างหู แต่ความปวดก็แล่นเข้ามาแทนที่ ปวดเหลือเกิน! เสียงร้องดังก้องอยู่ในใจ ไม่รู้ทำไมถึงปวดหัวถึงเพียงนี้ เขาเพียงแค่งีบหลับสักครู่เพื่อพักผ่อนสมองเท่านั้น เสียงหวานใสที่ยังตะโกนเรียกไม่หยุด เรียกให้เปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่เปิดขึ้นมา แสงแดดจ้าที่ส่องเข้ามา ทำให้ต้องรีบปิดดวงตาลงด้วยความเร็ว ก่อนจะปรับสภาพแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง



ภาพใบหน้าหวานๆสะท้อนเข้ามาในดวงตา เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ไหลลงมาโดนข้างแก้ม ก่อนที่ใบหน้าของคนปลุกจะถอยห่างออกไป ให้คนถูกปลุกได้ตื่นเต็มๆตา นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบๆ ผนังห้องสีขาวที่แสนคุ้นเคย โต๊ะทำงานที่เห็นอยู่บ่อยๆ ชั้นหนังสือนับไม่ถ้วนที่ตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ



มือใหญ่ยกขึ้นมาวางทาบบนหัว หวังว่ามันคงเป็นเพียงแค่ความฝันไป เขาหลับไปไม่ถึง 10 นาที ทำไมถึงตื่นมาอยู่ที่นี่ได้นะ ที่ที่อยู่ห่างออกไปไกลพอสมอควร ใช้เวลาเดินทางก็หลายวัน สถานที่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ห้องทำงานในคาโนวาล!



\"ตื่นได้แล้วนะ นี่อยู่ห้องทำงานทั้งคืนเลยรึไง ฉันก็เคยบอกแล้วว่าอย่าทำงานดึกดื่น\" เสียงบ่นยาวเป็นกิโลดังมาจากเจ้าหญิงตัวยุ่งแห่งเดมอส เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา ที่คอมีไข่มุกแสงจันทร์ประดับอยู่ และที่นิ้วนางข้างซ้ายก็มีแหวนเพชรที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรออกมา ร่างบางก็ถลาเข้ามาลากเขาลุกจากเก้าอี้เสียแล้ว



\"คิลมาถึงแล้วนะ ทั้งๆที่บอกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้คิล เรนอน แล้วก็คารอสจะมาเยี่ยม นายก็ยังนอนไม่ยอมตื่นอีก รีบไปอาบน้ำเลยนะ\" คราวนี้คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งขมวดเข้าไปอีก มันเรื่องอะไรกันแน่นะ!



\"ใครคือคารอส...\" เสียงทุ้มดังถามกลับมา นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตมองจ้องเขม็งกลับไป



\"คารอสก็ลูกคิลไงเล่า นายนี่มัน..! ฮึ่ย ช่างเถอะ ฉันว่าฉันบอกนายไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่เคยจำได้ซะที\" ใบหน้าหวานหันขวับกลับไป ก่อนจะเดินสาวเท้าลิ่วๆ หายลับเข้าห้องนอนไป คาโลเดินตามไปด้วยความงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!



\"อาบน้ำซะ เดี๋ยวฉันจะไปรับคิล แล้วรีบตามมาล่ะ\" พอก้าวเท้าเข้าห้อง เสื้อผ้าก็ลอยมาปะทะหน้า ก่อนที่เสียงหวานจะออกคำสั่ง แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองใบหน้างงๆของเจ้าชายที่ตอนนี้ยังไม่รับรู้สถานะของตัวเองเลย





ระหว่างทางเดินไปห้องโถงช่างยาวไกลเกินกว่าทุกๆที ใบหน้ารูปสลักตึงเครียดทำเอาเหล่าข้าราชบริพารต่างๆไม่กล้า เดินเข้ามาใกล้ ต้องรีบหลบทางให้คนเป็นนายเดินผ่านไป ขายาวก้าวเดินไปอย่างมั่นคงพร้อมกับสมองที่คิดแล้วคิดอีกเป็นร้อยรอบ แต่ก็ยังหาคำตอบให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ดี มือใหญ่ผลักประตูห้องโถงออก ก่อนจะย่างก้าวเข้าไป



\"มาพอดีเลย กำลังคิดว่าจะให้คนไปตาม\" เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากหญิงสาวผมสีน้ำตาลไหม้ผู้กำลังยืนคุยกับคิลและเรนอนอยู่



\"ว่าไงคาโล ไม่เจอกันตั้งปีแน่ะ เปลี่ยนไปเยอะนะ\" นักฆ่าหนุ่มที่บังอาจมีทายาทก่อนเอ่ยทักอย่างร่าเริง แขนโอบอุ้มร่างเล็กของเด็กชายหน้าตาน่ารักไว้ ผมสีดำสนิทที่ได้มากจากพ่อ นัยน์ตาสีม่วงอ่อนที่ได้จากแม่ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องดูออกแน่ๆว่าลูกใคร



\"อืม..\" คำตอบรับสั้นๆอย่างคนหาคำตอบไม่ได้ถูกส่งกลับมาแทน เตรียมจะอ้าปากเอ่ยถาม แต่เสียงของเพื่อนรักก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง



\"แล้วเมื่อไหร่นายจะมีทายาทล่ะ หรือว่าอยากจะอยู่กันแค่สองคน คิดอย่างนั้นก็ออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ แล้วราชวงศ์คาโนวาลจะเป็นยังไงเนี่ย\" คำถามแฝงคำหยอกล้อถูกส่งมาให้คนหน้าขาวซีดเลือดซูบฉีดไปทั่วหน้า ไม่เว้นแม้แต่คนช่างยุ่งยังหน้าแดง



\"เรนอนก็เห็นด้วยนะคะ ถ้าเป็นลูกสาวให้แต่งงานกับคารอสนะ\"



\"เอ่อ..ฉันว่าอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนั้นเลยนะ มันยังอีกนาน\" เสียงขัดดังมาจากคนที่ยืนอยู่ข้างตัว ก่อนที่จะไหลไปเรื่องอื่นอย่างที่ถนัด \"ว่าแต่มากันแค่สองคนเหรอ แล้วคนอื่นๆล่ะ\"



\"เห็นว่าจะมาถึงพรุ่งนี้นะ\" เสียงตอบดังมาจากคิล



\"เดี๋ยวจะให้นางกำนัลพาพวกนายไปห้องพักแล้วกัน ไปอาบน้ำ พักผ่อนให้สบายตัวก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะให้นางกำนัลไปเรียกอีกที\" คิลพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินตามนางกำนัลออกไป เฟรินแยกออกไปห้องทำงานของตัวเอง ส่วนคาโลก็ไปที่ห้องทำงานของเขาเช่นกัน ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ เขาหลุดเข้ามาในอนาคตใช่รึเปล่า หรือแค่ฝันไป แต่มันก็เหมือนจริงเกินกว่าที่จะเป็นความฝัน เหมือนมากเกินไป...



ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ก่อนที่สมองจะสั่งการให้เปลือกตาหลุบลงอย่างคนที่ต้องการการพักผ่อนอีกมากโข นัยน์ตาสีฟ้าปิดสนิท พร้อมกับการเข้าสู่นิทราอีกครั้งของเจ้าชาย..





...................................................................................................................................................................................





เอาล่ะค่ะ ในที่สุดก็ 100% - -\" จบเอาดื้อๆเลยแฮะ



แหะๆ ขอโทษด้วยนะคะที่ค้างไว้นานมากๆ (- -\")



ส่วนเหตุผลก็มีร้อยแปดพันเก้า อธิบายยากค่ะ



เอาเป็นว่าขอโทษแล้วกันนะคะที่อัพช้า เหอๆๆ-*-



เอ่อ..อยากให้ช่วยเสนอชื่อลูกของคิลกับเรนอนหน่อยได้มั้ยคะ



คิดไม่ออกจริงๆค่ะ นั่งนึก นอนนึก ตีลังกานึกยังนึกไม่ออกเลยอ่า



ใครมีชื่อดีๆก็บอกด้วยแล้วกันนะ



ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ^^





                                                                                                              >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น