ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 27 : ~๐(\"- -)๐~ ความรู้สึกของพ่อ ~๐(- -\")๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ต.ค. 48



ความจริงเรื่องนี้มันก็รบกวนจิตใจเขามาตลอด คนเป็นลูกคงไม่เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่ออย่างแน่นอน ลูกสาวที่เฝ้าเลี้ยงดูทะนุถนอมต้องไปอยู่กับชายอื่น เรื่องอย่างนี้เป็นใครก็ทำใจได้ยากจริงๆ แม้แต่จ้าวปิศาจอย่างเขา เคยคิดอยู่ครั้งหนึ่งว่าถ้าลูกสาวสุดที่รักจากไปแล้วจริงๆ แล้วไม่มีความสุขล่ะ คนที่ผิดคงจะเป็นพ่ออย่างเขาใช่มั้ย และความรู้สึกนี้มันก็ถูกจุดประกายขึ้นเมื่อประมาณเดือนก่อนนี้เอง ทั้งๆที่คิดว่าจะลืมไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็หวนกลับมา.............



>> หนึ่งเดือนก่อน <<



ขณะที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ในสวนหลังวัง คงจะไม่มีอะไรน่าพิศมัยไปกว่าการที่จะไปเจอเฟลิโอน่าในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าแน่นอน ความสบายใจที่ถาโถมเข้ามา ทำเอาจ้าวปิศาจยิ้มไม่หุบ งานราชกิจทั้งหมดที่ค้างคามานานถูกสะสางเสร็จภายในเวลา 1 วันเพื่อจะได้เที่ยวเล่นกับพระธิดาสุดที่รักตลอดช่วงปิดเทอมที่จะมาถึง คงจะสนุกเป็นแน่



\"ฝ่าบาท ขนมพระเจ้าค่ะ\" เสียงที่ไม่เข้ากับตัวดังขึ้นจากเจ้าโกโดม โคมุสตัวจิ๋วขนาดพกพาที่นั่งอยู่ข้างจานขนม ดูๆแล้วถึงมันจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ จะให้ช่วยถือของก็ไม่ได้ จะให้หยิบโน่นหยิบนี่ให้ก็ไม่ค่อยได้ นอกจากของที่มีขนาดเล็กๆเท่านั้น แต่ตัวมันก็น่ารักดี เวลามันสงสัยตามันจะแป๋วๆยังไงชอบกล..



\"ขอบใจ\" สุรเสียงดังตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเอื้อมมือไปรับก้อนขนมที่มีขนาดครึ่งตัวโกโดมมา แล้วหยิบเข้าปาก เคี้ยวหงับๆ และกลืนมันลงไปในที่สุด



\"ท่านจ้าวมีอะไรหรือกระหม่อม หม่อมฉันเห็นพระองค์ทรงยิ้มแย้มแจ่มใสผิดปกติ แถมงานราชกิจก็ถูกสะสางจนแทบไม่มีอะไรเหลือให้ทำอีกแล้ว\" โกโดม โคมุสถาม และเป็นอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกจริงๆ มันทำตาแป๋วจนนึกอย่างเอาไปเป็นตุ๊กตาตั้งโชว์ในห้องซะเหลือเกิน



\"เจ้ารู้มั้ย อีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าเป็นวันอะไร\" สุรเสียงตรัสถามดังมาจากจ้าวปิศาจที่บัดนี้อากัปกริยายังคงเป็นเช่นเดิม คือยิ้มแย้ม และจิบน้ำชาไปเรื่อยเปื่อยอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีพวกขุนนางอำมาตย์มาคอยไล่ล่าให้ไปสะสางงานราชกิจ ไม่มีเสียงถามว่า \'พระองค์ทรงเห็นว่าอย่างไร\' นี่คงเป็นเรื่องที่ทำให้เขาสุขใจรองจากการได้พบเฟลิโอน่าแน่นอน



\"ไม่ทราบกระหม่อม มันวันอะไรไรหรือพะยะค่ะ\" โกโดม โคมุสตอบกลับมาพลางเอียงหัวไปทางขวาเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เขาคิดไม่ผิดจริงๆ น่าจะจับมันไปตั้งโชว์ตั้งแต่แรกก็ดี..!!~



\"วันที่เฟลิโอน่าปิดเทอม แล้วเราสองพ่อลูกจะได้เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน\" สุรเสียงตรัสตอบกลับมาอย่างร่าเริง รอยยิ้มที่มีอยู่บนพระพักตร์แย้มกว้างมากขึ้นเมื่อกล่าวถึงพระธิดาสุดที่รักที่แสนจะคิดถึง



\"ถือเป็นโอกาสที่ดีกระหม่อม เพราะปีหน้าเจ้าหญิงก็จะอยู่ปี 7 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลังจากนั้นเจ้าหยิงคงจะอภิเสกสมรสกับเจ้าชายคาโล แล้วไปอยู่คาโนวาล เจ้าหญิงคงแทบไม่มีเวลาเหลือให้ท่านจ้าวเป็นแน่\" โกโดมเอ่ยโดยไม่หันมามองพระพักตร์ของเจ้าเหนือนหัว มันยังจัดวางขนมต่อเรื่อยๆ



ราวกับมีมีดที่มองไม่เห็นปักเข้ากลางใจ พระพักตร์ของจ้าวปิศาจแปรเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นบึ้งตึงทันที ทั้งๆที่ลืมไปแล้ว ลืมไปแล้วแท้ๆ!! มันยังอุตส่าห์มาจุดฉนวนอีก น่าจับประหารซะเลย!!



\"อ้าว เป็นอะไรไปพะยะค่ะ ทำไมพระพักตร์ถึงกลับกลายเป็นเช่นนั้น...\" โกโดมเอ่ยถามออกมาอย่างไม่รู้ถึงภัยตัวเองที่ก่อขึ้น ไม่มีเสยงตอบรับใดๆถูกเอื้อนเอ่ยออกมา \"หรือว่าหม่อมฉันพูดอะไรผิดไปหรือพระเจ้าค่ะ\" โกโดมเอ่ยอ่ยางกล้าๆกลัวๆ ซวยแล้วมั้ยล่ะ!!~ เจ้าโกโดม โคมุสจะตายเพราะปากก็งานนี้แหละ



\"ช่างข้าเถอะ เจ้าไปได้แล้ว ข้าอยากอยู่คนเดียว แล้วอย่ามากวนใจข้านะ ไม่งั้นล่ะก็เจ้าตาย!!\" ประโยคหลังที่ถูกเน้นหนักเป็นพิเศษ ทำเอาเจ้าโคมุสตัวจ้อยสะดุ้งเฮือก รีบก้มลงถวายบังคม แล้ววิ่งแจ้นจากไปด้วยความเร็วเท่าที่ขาสั้นๆทั้งสองของมันจะทำได้



เฮ้ออ!!



เสียงถอนหายใจดังออกมาทันทีที่ร่างเล็กนั้นหายไปแล้ว มันไม่ผิดเขาก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่ว่าจะปฏิเสธยังไงมันก็คือความจริง เวลาที่เขาจะได้อยู่กับลูกสาวนั้นเหลือเพียงน้อยนิดแล้ว...น้อยนิดจริงๆ พยายามโกหกใจตัวเองกี่ครั้ง่ตอกี่ครั้งก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือมันตอกกลับมาอย่างเจ็บปวด เมื่อคิดถึงวันที่เฟลิโอน่าเข้าโบสถ์พร้อมกับเจ้าหนุ่มหน้าเฉยชานั่น นางจะมีความสุขมั้ย เขาให้ฐานะพ่อจะทำอย่างไรดี จะไปขัดขวางงานแต่งงานงั้นเหรอ ถ้าทำอย่างนั้นมีหวังเฟลิโอน่าคงเกลียดเขาไปทั้งชีวิตแน่ๆ



นัยน์ตาสีดำรัตติกาลปรือลงช้าๆ ปล่อยให้ความคิดมันไหลเวียนไปเอง... ความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตัวเขาเองเชื่อว่าทั้งสองเขาใจกันเป็นอย่างดี เพราะความรักของทั้งสองนั้นไม่ได้ก่อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันค่อยๆเป็น ค่อยๆไปช้าๆ จากคนไม่ชอบขี้หน้ากัน กลับกลายมาเป็นเพื่อนกัน ต่อมาก็กลายเป็นเพื่อนสนิท และการเป็นคนที่รักกันในที่สุด



แต่เจ้าหนุ่มนั่นจะจริงจังต่อลูกสาวเขาซักแค่ไหนล่ะ... พอคิดมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาสีดำรัตติกาลก็ลืมขึ้นทันที จริงสินะ..เจ้าหนุ่มนั่นมันจริงจังกับลูกสาวเขาแค่ไหน ตัวเขาเองก็ไม่รู้ ถึงแม้จะอ่านใจคนได้ แต่เจ้าหนุ่มนั่นก็ปกปิดความรู้สึกซะมิดชิดจนไม่สามารถอ่านได้จริงๆ แล้วเฟลิโอน่าล่ะรู้สึกเช่นไรกับเจ้าหนุ่มนั่น นางอาจจะแค่หลงมันเฉยๆก็ได้



พลันความคิดก็หยุดชะงักลง รอยยิ้มคลี่บนริมฝีปาก นัยน์ตาสีดำรัตติกาลฉายแววสนุกสนาน พร้อมกับคำที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปาก ถ้ามีคนได้ยินคงขนลุกไปแล้วแน่ๆ เพราะถ้าเห็นท่านจ้าวของตนเป็นเช่นนี้ล่ะก็ แสดงความพระองค์ทรงกำลังคิดอะไรที่พิเรนทร์อยู่แน่นอน



\"การทดสอบ!!\" สุรเสียงตรัสออกมาดังลั่น แต่ในสวนกว้างแห่งนี้หามีใครอยู่ไม่ ต้องทดสอบ!! เสียงตะโกนกู่ร้องในใจพร้อมกับสมองเริ่มแล่นคิดแผนการต่อไปเรื่อยๆ







และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เฟลิโอน่ากลับมาจากเอเดนพร้อมกับเขาที่ลงมือไปรับเอง พอกลับมาเจ้าโกโดมตัวจิ๋วมันก็วิ่งทักๆออกมาต้อนรับทันที ดูจากท่าทางของมันแล้ว คงจะไม่พ้นเรื่องหลานชายอีกล่ะสิ หลายชายที่ถอดแบบนิสัยมาจากว่าที่ลูกเขยจนไม่รู้จะว่ายังไงดี แต่ก็มีบางส่วนที่คล้ายเฟลิโอน่าจนน่าแปลก



\"ถวายบังคมฝ่าบาทของจงทรงพระเจริญแสนๆปีพระเจ้าค่ะ ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันมาต้อนรับล่าช้า เนื่องจาก................\" โกโดมถวายพระพรแล้วเริ่มกล่าว แต่แล้วมันก็หยุดไป มีอะไรกันหนักกันหนา!!



\"มีอะไรโกโดม\" เสียงทุ้มตรัสถามออกไปอย่างรำคาญ มันจะพูดอะไรก็พูดซักทีสิ หยุดค้างไว้อยู่นั่นแหละ กลายเป็นว่าจะไม่รู้อะไรเลยน่ะสิ



\"คือว่าเจ้าชายคาเรน่ะพระเจ้าค่ะ..........\" โกโดมพูดขึ้น แต่ก็ต้องหยุดอีกครั้ง เมื่อเสียงหวานดังออกมาจากปากพระธิดาสุดที่รัก รู้สึกว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กคนนี้เฟลิโอน่าจะให้ความสนใจเป็นพิเศษจริงๆ คงจะผูกพันมากสินะ



\"คาเรอยู่ที่ไหน\" เสียงหวานถามเชิงตวาด ตัวเขาเองก็อยากรู้เช่นเดียวกันว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ถ้ามันไม่ตอบมาดีๆล่ะก็จะจับประหารซะเลย ไม่งั้นก็เอาไปเป็นตุ๊กตาตั้งโชว์ในห้องรับแขก!!~



\"ห้องหนังสือพระเจ้าค่ะ\" หลังจากได้ฟังคำตอบ เฟลิโอน่าก็วิ่งเข้าไปในพระราชวังทันที ราชาปิศาจส่ายหัวเล็กน้อย มองตามร่างบางของพระธิดาไปจนนางหายลับไปกับตา ก่อนจะหันไปพูดกับแขกอีกสองคนที่ตามกลับมาด้วย



\"เราไปนั่งรอในสวนกันเถอะ\" สุรเสียงตรัสเชิงรับสั่ง คิลกับคาโอพยักหน้ารับ แล้วเดินไปก่อนอย่างเป็นมารยาท ท่านจ้าวคงมีอะไรจะตรัสกับโกโดมต่อเป้นแน่ ขืนพวกเขายังอยู่มีหวังอาจจะตายไม่รู้ตัว



\"ถ้าเฟลิโอน่าลงมา บอกว่าให้ไปที่สวนหลังวัง แล้วก็สั่งห้องเครื่องเตรียมของว่างกับชาด้วย\" สุรเสียงตรัสสั่งก่อนจะเดินตามแขกทั้งสองไปยังสวนหลังวัง



สวนหลังวังถือเป็นสวนที่เขาใช้เวลาอยู่ในนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ เพราที่นี่ร่มรื่นมาก และมันยังเป็นสวนที่อลิเซีย..ผู้หญิงที่เขารักที่สุดจัดเองกับมือ เอ่ยปรามนางกี่ครั้ง นางก็ไม่เคยฟังเลย ความรั้นที่ไม่มีที่สิ้นสุดของนางทำเอาเขาปวดหัวมาหลายครั้งมาก ขนาดตอนที่ท้องเฟลิโอน่า นางยังยืนที่จะรดน้ำ พรวนดินดอกไม้ในสวนต่อ



ร่างสูงของท่านจ้าวประทับลงบนเก้าอี้ มองหน้าแขกทั้งสองอยู่แวบหนึ่ง พวกนี้คงจะไว้วางใจได้  เสียงหนึ่งในใจเอ่ยบอก คนหนึ่งคือเพื่อนที่เฟลิโอน่าสนิทที่สุด อีกคนก็ดูไม่มีเหล่เหลี่ยมใดๆ คงเข้าแผนล่ะ



\"ข้ามีเรื่องที่อยาหให้พวกเจ้าช่วยซะหน่อย...\" จ้าวปิศาจตรัสออกมาก่อน นักฆ่าและผู้วิเศษตั้งใจฟังเต็มที่ \"ข้าอยากจะทดสอบความรักที่เฟลิโอน่ามีต่อคาโล วาเนบลี และความรักที่คาโล วาเนบลี มีต่อเฟลิโอน่า พวกเจ้าจะร่วมมือกับข้ามั้ย\"



ทั้งสองมองหน้ากันอย่างขอความคิดเห็น ไม่เคยนึกเลยว่าจะถูกขอร้องให้ทำแบบนี้ แต่ทั้งสองก็พยักหน้าตอบกลับไป เพราะเชื่อว่าท่านจ้าวคงไม่ได้คิดร้ายกับคนทั้งสองแน่นอน และการทดสอบครั้งนี้คงทำให้ทั้งสองรู้ใจกันมากขึ้น



\"งั้นก็ดี ขอขอบใจพวกเจ้าล่วงหน้า ว่าแต่พวกเจ้าพอจะมีแผนอะไรมั้ย\" จ้าวปิสาจตรัสถามอย่างขอความคิดเห็น อย่างน้อยก็ต้องรอฟังความคิดของชายหนุ่มสองคนข้างหน้าดูซักหน่อยก่อนที่จะคิด



\"หม่อมฉันว่าให้เฟรินเดินทางไปให้คาโลที่พระราชวัง แล้วเจอคาโลอยู่กับผู้หญิงอื่นคงจะพอช่วยได้บ้าง\" คาโอเสนอออกมา ถึงแม้มันจะเป็นแผนตื้นๆ แต่มนใช้ได้ผลซะจนทำให้เฟรินโกรธเป็นฝืนเป็นไฟมาแล้วครั้งหนึ่งตามคำบอกเหล่าของเจ้าตัว



\"แล้วเรื่องการเดินทางล่ะ ข้าว่าคงจะไม่ปลอดภัยเป็นแน่ ยิ่งพวกคนแปลกหน้าที่อยากจะได้ตัวคาเรอีก..\" สุรเสียงที่ตรัสออกมาแฝงด้วยความเป็นห่วงพระธิดาและหลานชายอย่างจับใจ



\"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงพระเจ้าค่ะ เดี๋ยวพวกหม่อมฉันจะจัดการเอง\" เสียงรับคำดังมาจากคิลที่นั่งสบายๆอยู่ ราวกับว่าแผนนี้เป็นแค่เรื่องสนุก แต่มันก็สนุกจริงๆนั่นแหละ



\"..งั้นหรอ เอาอย่างนั้นก็ได้\" เสียงทุ้มของราชันย์ผู้เป็นใหญ่แห่งเดมอสดังตอบรับ คำเสนอแนะจากทายาทนักฆ่าที่นั่งร่วมจิบน้ำชา



\"แต่มันจะไม่เป็นไรหรอ ถ้าเกิดว่ามีคนลอบทำร้ายล่ะ\" ท่านจ้าวถามอีกครั้งอย่างนึกเป็นห่วงแผนการของทายาทนักฆ่าซะเหลือเกิน นัยน์ตาสีม่วงของคนถูกถามฉายแววสนุกสนานอย่างปกติ



\"ไม่เป็นไรหรอกพระเจ้าค่ะ ถ้ามันเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เราก็ยังมีคาโออยู่นะพระเจ้าค่ะ\" คิลตอบอย่างมั่นใจ และเมื่อนัยน์ตาเนตรสีดำสนิทของผู้เป็นใหญ่ในเดมอสเบนไปมองคนที่นั่งจิบน้ำชาเงียบๆอยู่ ก็ได้รับการพยักหน้ากลับมา



\"เอาอย่างนั้นก็ได้ เรื่องเวลาเดี๋ยวเราค่อยตกลงกันอีกทีแล้วกัน\" จ้าวปีศาจพูดพลางถอนหายใจอย่างรู้ว่าไม่อาจจะขัดการเดินทางครั้งนี้ได้ เสียงพูดคุยอย่างจริงจังยังคงดังต่อไป ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้มาเยียนใหม่ 2 คนกับอีกหนึ่งตัวเข้ามาในสวน



\"ท่านตา!! อาคิล!! ท่านพี่!!\" เสียงใสของเด็กน้อยดังเรียกให้ผู้ที่นั่งคุยกันอย่างจริงจัง หันมามอง ร่างเล็กวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพี่ที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุด แล้วการสนทนาก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดดูจะคลี่คลายเป็นที่พอพระทัยพระธิดาคนสวยแล้ว นางจึงเดินกลับไปพร้อมกับเด็กน้อยที่ด้ชื่อว่าเป็นลูกชาย



\"แล้วถ้าต้องทำอย่างที่เจ้าพูดจริงเฟลิโอน่าจะยอมหรือ\" เอวิเดสเปรยออกมาแผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่ 3 คนเท่านั้น ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ตอนนี้ทุกคนชักสีหน้าปั้นยาก ถ้าเกิดว่ามันต้องเป็นไปอย่างที่พวกเขาคิดจริงๆล่ะก็ เฟรินจะเป็นเช่นไร เธอคงจะอาละวาดจนพระราชวังและเดมอสพินาศแน่ๆ



\"งั้นข้าขอตัวก่อนล่ะ พวกเจ้าลองเอาไปปรึกษากันดีๆก่อนแล้วกัน ว่าที่จะทำน่ะ แน่ใจแล้วหรือ เพราะข้าคิดว่ามันคงไม่ส่งผลกระทบแค่เฟลิโอน่าคนเดียวแน่ๆ\" เอวิเดสพูด แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปข้างใน ทิ้งให้สองหนุ่มตกอยู่ในห้วงความคิด ความคิดที่ไม่จบไม่สิ้น ความคิดที่อาจจะนำมาซึ่งความพินาศ ความคิดที่อาจจะทำร้ายชีวิตของคนๆหนึ่งตลอดกาล..!!







>> สู่ปัจจุบัน <<



\"ท่านจ้าวซ้อนแผนหม่อมฉัน??\" คิลถามอย่างสงสัย เขาก็พอจะเดาได้บ้าง แต่นี่มันเกิดจะคาดเดาจริงๆ มันมากเกินไป มากเกินไป!!



\"ใช่ ข้าซ้อนแผนเจ้า\" ราชาปิศาจตรัสตอบราวกับมันเป็นเพียงเรื่องธรรมดา ทั้งๆที่พระธิดาสุดที่รักยังนอนกองอยู่บนพื้นพร้อมกับว่าที่ลูกเขยน่ะนะ



\"และตอนนี้ข้าก็เชื่อแล้วว่าคาโล วาเนบลี เหมาะสมกับเฟลิโอน่ามากที่สุด เขาพร้อมที่จะปกป้องนางแม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง จิตใจที่มั่นคงและเสียสละของเขาได้ถูกพิสูจน์แล้ว..\"



\"พิสูจน์แล้ว..\" คิลเอ่ยเยาะๆ \"ถึงท่านจ้าวจะพิสูจน์ได้แล้ว แต่ต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเขาทั้งสองอย่างนั้นหรอ อย่างนี้หรอที่เรียกว่าการทดสอบของท่าน\" คิลพูดออกมาอย่างเหลืออด พอถึงตอนนี้รู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างจะเปลี่ยนเป็นเศร้าทันที เรนอนกับวอร์ช่าร้องไห้ แองจี้ มาทิลด้า โซก็เช่นกัน ส่วนพวกผู้ชายถึงแม้ไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็ยืนนิ่งอย่างไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาได้...



\"เจ้าอย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ร้ายขนาดนั้นสิคิลมัส เจ้าคิดหรอว่าข้าจะปล่อยให้ลูกสาวคนเดียวตายไปต่อหน้าต่อตา\" ท่านจ้าวตรัสด้วยสุรเสียงราบเรียบ ใช่สิ!! เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไป พระธิดาองค์เดียวที่รักที่สุดจะปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตาไปอย่างไร



\"ท่านหมายความว่า...\" คิลตั้งท่าจะถามขึ้นมา



\"ลูกพลังที่ข้าจู่โจมคาโลเมื่อกี้เป็นเพียงคาถา ส่วนเฟลิโอน่า ดาบผ่าปฐผีจะไม่ทำร้ายเจ้าของที่แท้จริงให้ถึงตาย เจ้าคงไม่รู้ เพราะมันเคยเป็นดาบที่ข้าใช้มาก่อน ข้าจึงใช้อำนาจควบคุมมันได้ เดี๋ยวอีกหน่อยทั้งสองก็ฟื้น\" ท่านจ้าวตรัสเรียบๆ คิลมองไปที่ร่างของทั้งสองที่นอนซบกันอยู่พื้น รอยแผลที่คอเฟรินหายไปแล้ว ที่หลังคาโลก็เช่นกัน ความรู้สึกเจ็บปวดไม่มีเหลืออีกแล้ว ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น





เจ็บ!!



ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าในหัว ทำเอาเจ็บจี๊ดไปทั้งตัวเลยทีเดียว เปลือกตาค่อยๆลืมขึ้นช้าๆราวกับคนที่ไม่เห็นแสงสว่างมาแรมปี แล้วภาพแรกที่มองเห็นก็ทำเอาเธออึ้งไม่น้อย เธอยังอยู่ที่เดิม ที่โดม!! ทำไม?? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจอย่างหาคำตอบไม่ได้ ทั้งๆที่เธอควรจะตายไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ มีลมหายใจ



ก่อนใบหน้าหวานจะหันขวับไปมองชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่ข้างตัว มือบางค่อยๆเอื้อมไปเรื่อยๆอย่างสั่นเทา ขอให้ยังหายใจอยู่ด้วยเถอะ!! มือบางหยุดใกล้เกือบชนจมูกชายหนุ่ม เขายังหายใจ!!



รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากเรียว ใบหน้าหวานคลายความกังวลลงไปบางอย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะโผเข้ากอดอย่างดีใจจนลืมตัว แพขนตาหนากระพริบถี่ๆ ก่อนที่จะลืมขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวย



หนัก!!



ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาในใจ ก่อนที่จะมองไปที่ตัวๆเองเพื่อหาต้นเหตุของความหนักนี้ ก่อนจะพบร่างบางที่นอนสวมกอดทับเขาอยู่ ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาอย่างนึกขำในใจ ใครกันที่ช่วยเขาไว้??



\"ฉันหนักนะ\" เสียงทุ้มที่เอ่ยออกไปราวกับต้องการหยอก ทำเอาคนดีใจจนลืมตัวหน้าแดงเรื่อแลดูน่ารัก พลางผละออกจากตัวชายหนุ่มทันที มองซ้ายมองหวา เห็นเพื่อนๆมากมายยืนอยู่ห่างไปไม่มากนัก ก็ทำเอาเลือดสูบฉีดมากกว่าเดินเสียอีก ก่อนที่จะร้องออกไปแก้เขิน



\"โธ่ เราก็นึกว่าตายแล้ว ยังไม่ตายก็น่าจะส่งเสียงซะบ้างสิ\" เสียงหวานเอ่ยแก้ตัวเป็นพัลวัน แต่หาได้ผลไม่ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะดึงร่างบางที่ออกห่างไปแล้วเข้ามาแนบชิดลำตัว เธอขัดขืน!! มันเป็นสิ่งที่คนทำตัวไม่สมหญิงทำเสมอ



\"ปล่อยนะ!! ไอ้บ้า!! ไอ้หื่น!! \" คำต่อว่าสบถออกมา พลางดิ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจในสิ่งที่หญิงสาวพูด ก่อนจะกระชับอ้อมกอดที่หลวมลงบ้างแล้วให้แน่นลงอีก



\"นายจะยอมอยู่นิ่งๆดีๆ หรืออยากโดน...\" คาโลกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหู คำพูดที่ถูกละเว้นไว้ ถูกเติมด้วยคำว่า ..หื่น จากเจ้าหญิงจอมยุ่ง ใบหน้าหวานงออย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมหยุดดิ้น



\"แล้วนายจะปล่อยฉันได้ยัง\" เสียงหวานเอ่ยอย่างหงุดหงิดเต็มทน ไม่ให้ดิ้น ไม่ยอมปล่อย มันจะเอาอะไรกันฉันอีกเนี่ย!!



\"ก็ได้ๆ\" เมื่อเจอเข้ากับสายตาอาฆาตที่ถูกส่งมาให้ คาโลจึงยอมปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอดแต่โดยดี เพราะรู้ฤทธิ์หมัดของเธอดี ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่มันก็แรงเยอะเป้นบ้าเลย!!



\"แล้วคิลล่ะ\" เฟรินร้องขึ้น จริงสิ!! แล้วคิลล่ะ



\"แหม ขอบใจนะที่พวกนายยังจำได้ว่าฉันยังมีตัวตนอยู่\" คิลพูดเชิงประชด ก็แน่ล่ะเขายืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว แต่พวกมันไม่เห็นเอง ไอ้พวกเพื่อนบ้า!!



\"เอาน่าๆ แล้วชายชุดดำไปไหนแล้วล่ะ\" เฟรินพูดพลางไพล่ไปถึงชายชุดดำ มองไปรอบๆก็ไม่เห็นจะมีวี่แววของพวกชุดดำเมื่อกี้เลยซักนิด คราบเลือดที่เคยมีกลับหายไปอย่างไร้ล่องลอย ระหว่างที่เธอสลบไปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่



\"ลองถามท่านจ้าวดูสิ\" คิลเอ่ยอย่างเนือยๆ ไม่รีบร้อนแร่งรีบอะไร



\"พ่อฉันน่ะนะ??\" เฟรินถามอย่างสงสัย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเกือบเป็นปมด้วยความงง ทุกคนพยักหน้ารับ



\"พ่อฉันไม่อยู่หนิ จะให้ถามได้ยังไง\" เฟรินตอบหน้าตาเฉย พวกคิลจึงมองไปรอบๆ ใบหน้าแต่ละคนเริ่มซีดเผือด เจ้าของร่างสูงผู้ก่อเรื่องที่สมควรจะอยู่ที่สุด และเมื่อกี้ก็ยังยืนอยู่หายไปอย่างไร้ร่องรอย



\"พวกนายจะเล่นอะไรก็ให้มันรู้จักเวลาซะบ้างสิ!!\" เฟรินร้องออกมาอย่างอารมณ์ไม่ดี ท่านพ่อเธอจะมาอยู่ที่นี่ได้ไงเล่า ไอ้พวกเพื่อนบ้า!!



\"เอาน่าเฟริน นายใจเย็นๆก่อนสิ บางทีท่านจ้าวอาจจะมา แล้วกลับไปแล้วก็ได้\" เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตตวัดไปมอง ใบหน้ารูปสลักฉายแววจริงจังขึ้นบ้างแล้ว พอหันกลับมามองเหล่าเพื่อนๆพวกนั้นก็พยักหน้าหงึกๆ



\"เฮ้อ แล้วไปแล้วกัน เดี๋ยวกลับไปค่อยไปถามท่านพ่ออีกที\" เฟรินพูดลพางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเรื่องราวต่างๆมากมายเกิดขึ้น ทั้งฆ่าตัวตาย คาโลตายไปต่อหน้าต่อตา คิลบาดเจ็บ มันเป็นเพียงความฝันอย่างนั้นหรอ มือบางเผลอลูบลำคอตัวอย่างต้องการสำรวจ แต่ไม่มีร่องรอยใดๆหลงเหลือแม้แต่น้อย มันยังคงเรียบเนียนเหมือนเดิม



\"ดูสิ!! พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว\" เสียงเรียกอย่างร่าเริงดังขึ้นจากแม่มดสาวที่พอดีเหลือบไปเห็นพระอาทิตย์กำลังขึ้นพอดี



บรรยากาศที่แสนสดชื่นในตอนเช้าที่ยากจะได้สัมผัสหากว่าไม่ตื่นเช้าจริงๆแล้วล่ะก็คงไม่มีทางได้เห็น พระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า พร้อมกับเหล่าวิหคเริ่มออกโบยบินจากรัง เสียงร้องขับขานบรรเลงไพเราะเสนาะหูอย่างรื่นรมย์ อาจจะเพราะที่นี่อยู่บนเนินสูงแล้วด้วย ยามเช้าอย่างนี้จึงสามารถเห็นพระอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน



นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตจับจ้องไปยังภาพสวยงามเบื้องหน้า มนตร์สะกดของธรรมดาชาติที่สะกดให้ร่างทั้งร่างไม่สามารถขยับไปไหนหรือละสายตาไปได้ ทุกคนจ้องมองมันอย่างต้องการเก็บไว้เป็นความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่ง พวกเขาก็เคยดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน เวลาอีกเพียง 1 ปี ช่วงเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดของอิสรภาพในวัยเด็กกำลังจะหมดไป



อีกหนึ่งปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ ทุกคนคงจะแยกย้ายกันไปตามทางของตน แต่อย่างน้อยสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกัน คือคำว่า \'เพื่อน\' คำสั้นๆเพียงคำเดียวที่เปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่าง มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตัวมันเองจะรู้ได้ เพราะเพื่อนคือคนที่อยู่ข้างเราเสมอ เพื่อนคือคนที่คอยช่วยเหลือเราเมื่อเรามีปัญหาทุกข์ใจ หรืออยู่ในอันตราย และคำว่าเพื่อนคือมิตรภาพอันยาวนานและยืนยงชั่วนิรันดร์....



มือใหญ่โอบไหล่บางไว้ข้างกายอย่างทะนุถนอม หญิงสาวแหงนคอขึ้นมามอง กอดจะซบลงไปที่อกกว้างที่ชายหนุ่มมอบให้ มือบางโอบเข้าที่เอวของอีกฝ่าย ความอบอุ่นแผ่ขยายไปกว้างไกล ความรู้สึกอุ่นกายอุ่นใจ อบอุ่น.. ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมามองกัน นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตราวกับเป็นคำยืนยันถึงความรู้สึกที่มั่นคงและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของเขา



ต่อให้วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรพวกเขาก็ไม่หวั่น เพราะพวกเขายังมีกันและกัน มีเธอ มีเขาที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป มีเพื่อนๆที่พร้อมที่จะช่วยเหลือพวกเขาเสมอ แค่เพียงเท่านี้ ก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่ว่าอะไรที่แสนจะยากเย็น ถ้าพวกเราร่วมมือกัน ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จและผ่านไปได้ด้วยดี....



นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่สวยจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มสองคนที่ยืนโอบกันอยู่ข้างหน้าอย่างเจ็บปวด ทั้งๆที่คิดว่าไม่เป็นไรแล้ว ทั้งๆที่คิดว่าตัดใจได้แล้ว แต่ทำไมถึงยังเจ็บปวดอยู่ ทำไมถึงอยากเอาตัวไปแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือความไว้วางใจในแบบเพื่อน แต่ว่าทำไมถึงยังใจเต้นไม่เป็นส่ำเวลาเธอยิ้มให้ ทำไมต้องคอยเป็นห่วงเป็นใย ทำไมต้องคอยคิดถึงยามห่างกัน.. ความรู้สึกเริ่มประดังออกมามันรุนแรงเกินกว่าจะเก็บอาการได้อีกต่อไป



ขายาวหมุนตัวกลับ แล้วเดินจากไปทันที..ดูท่าตลอดปิดเทอมนี้ เขาคงมีเรื่องให้คิดเยอะซะแล้วสิ อีกเพียง 1 เดือนให้หลังหลังจากนี้ จะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูต่อไป..!!





                                                                             ~ EnD ~....



                                                                                   ....ปี  6....





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





Thief\'s Diary





วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผมเลยล่ะฮะ ทำไมน่ะหรอ??



ก็เพราะท่านพ่อโกหกผม!! ถ้าคิดจะทดสอบบอกกันดีๆก็ได้ ไม่ให้ต้องให้ผมลงทุนลงแรง



เอาดาบปาดคอตัวเองเลย... นึกแล้วก็ยังเสียวไม่หาย ถ้าเกิดตายไปจริงๆจะทำยังไงเนี่ย



พอพวกผมกลับมาจากโดมประหลาดนั่น ท่านพ่อก็เล่าความจริงให้ฟัง



ตอนแรกผมกะจะเอาผ่าปฐพีฟันอาละวาดซะแล้ว แต่ก็ต้องหยุดไว้ฮะ



เพราะนี่มันวังไอ้คาโลมัน ขืนทำงั้น ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น



ถ้ามันเกิดจะคิดบัญชีขึ้นมา....



ไม่ต้องคิดเลยล่ะฮะ ว่าวิธีคิดบัญชีของมันจะพิสดารขนาดไหน



หลังจากผมสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ท้องก็เริ่มร้องฮะ



ผมเลยจัดการโซ้ยอาหารเข้าไปซะ 3-4 จาน  ก็คนมันหิวนี่ฮะ



ไม่ได้กินอะไรเลยหนึ่งวันเต็มๆเป็นใครๆก็ต้องหิวทั้งนั้นแหละ



แล้วเราก็เดินทางกลับ ท่านพ่อบอกว่าผมต้องกลับเดมอส และเอาคาเรกลับไปด้วย



ท่านพ่อบอกว่าตลอดช่วงที่ผมเรียนหนังสือจะรับดูแลคาเรให้ แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจเลยฮะ



ท่านพ่อน่ะหรอจะดูแลคนอื่นเป็น แค่ดูแลตัวเองก็ไม่รอดแล้วฮะ



มีแต่คาเรจะดูแลท่านพ่อมากกว่า อีกเรื่องที่ผมห่วงคงจะเป็นเรื่องหนังสือ



ที่คาเรขะมักเขม้นอ่านซะเหลือเกิน เวลาว่างเมื่อไหร่เป็นอันต้องเอาออกมาอ่านทุกที



ตอนแรกคาโลมันดึงดันจะไปด้วยนะฮะ แต่คิงบาโรก็เอ่ยคำประกาศิตออกมาประโยคเดียว มันก็ไม่อยากไปขึ้นมาเลย



อยากรู้ใช่มั้ยล่ะฮะ ว่าคิงบาโรพูดว่าอะไร ผมไม่บอกหรอก.. เพราะผมก็อายเหมือนกันนะ ฮะ ฮะๆ



อีกหนึ่งเดือนก็จะเปิดเทอมปีสุดท้ายแล้วฮะ ผมเฝ้ารอให้วันหนึ่งมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ



หวังเพียงมันคงไม่ถูกเลื่อนออกไปเท่านั้นเอง..





                                                                                                        

                                                                                                      ลงชื่อ.. หัวขโมยอารมณ์แปรปรวน





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





Beggar\'s Diary





กำลังแปลกใจกันอยู่รึเปล่าครับ.. คงนึกไม่ถึงว่าคนที่รู้ไปหมดอย่างผมจะเขียนไดอารี่กับเขาด้วย



ความจริงผมเขียนมานานมากแล้วล่ะครับ ตั้งแต่ผมเริ่มออกเดินทาง



แต่เรื่องอะไรผมจะให้ใครเห็นไดอารี่ผมล่ะ ผมซ่อนไว้อย่างดีครับ



วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลย ผมรู้สึกแปลกๆครับ



ผมไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งๆที่ผมคิดว่าผมลืมความรู้สึกแบบนี้ไปหมดแล้ว แต่ทำไมถึงยังรู้สึกผมก็ไม่เข้าใจ



กำลังคิดว่าผมบ้ารึเปล่าครับ ที่พูดอะไรซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้



เฮ้อ!! แต่ผมยอมรับครับว่าผมบ้าจริงๆ



ช่วงปิดเทอมที่เหลือเพียง 1 เดือนนี้ ผมตั้งใจจะออกเดินทางครับ



มาทิลด้าชวนผมไปอเมซอน แต่ผมปฏิเสธเธอ....



ทั้งๆที่ปีที่แล้ว ผมยังรู้สึกดีใจอยู่เลยที่เธอชวนผมไปอเมซอน



แต่ปีนี้ผมไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกต่อไป ผมไม่เข้าใจตัวเอง



แต่ก่อนผมเห็นมาทิลด้าสำคัญที่สุดครับ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว



ผมไม่บอกหรอกครับว่าเธอคนนั้นเป็นใคร เพราะเธอคนนั้นอยู่สูงเกินผมจะเอื้อมไปถึง



และเธอก็มีคนรักอยู่แล้ว ผมหวังเพียงแค่หนึ่งนาทีที่เธอจะเห็นผมเป็นมากกว่าเพื่อน



แต่ชาตินี้จะมีโอกาสรึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้เลย



ท่านจ้าวบอกให้กลับไปเดมอสด้วยกัน แต่ผมก็ปฏิเสธอีกตามเคยครับ



ผมตอบท่านไปว่า \'หม่อมฉันอยากจะไปค้นหาใจของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ไม่รู้อยู่ที่ใด\'



ฟังแล้วคงเลี่ยนๆนะครับ แต่ผมหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ



ผมรู้สึกว่าใจผมหายไปครับ แต่จะไปอยู่กับใครผมก็ตอบไม่ได้



บางทีการที่ผมได้ออกไปท่องโลกกว้างอีกครั้งหลังจากไม่ได้ทำมานาน



คงทำให้เสมอผมปลอดโปร่งมากขึ้น ผมคงคิดอะไรๆได้มากกว่า คงฉลาดขึ้นกว่านี้เยอะครับ



และไม่รู้สึกสับสนอีกต่อไป แต่ ณ วันนี้ผมก็ยังคงเป็นขอทานผู้โง่เขลาเช่นเคยครับ...







                                                                                                              ลงชื่อ...  ขอทานผู้โง่เขลา





...................................................................................................................................................................................





100% ค่ะ แหะๆๆ^^\"



ขอโทษนะคะที่ต้องเอาไดอารี่มาเสริมเข้ามา



เพราะว่าตอนหน้าจะขึ้นปี 7 แล้วค่ะ



ถ้าไม่ใส่อะไรเข้าไปเลยตอนนี้ก็ดูจะสั้นๆไปหน่อย



มูนก็เลยจัดการไปค้นหาไดอารี่ของเฟรินกับโรมาให้อ่านค่ะ



ของเฟรินนี่ไม่เท่าไหร่ เพราะไม่รู้จักเก็บอยู่แล้ว-*-



แต่ของโรนี่หายากค่ะ กว่าจะหามาได้ เหงื่อตกไปหลายถังเลยล่ะค่ะ <เวอร์ไปแล้ว-*->



คาดว่าพรุ่งนี้จะมาอัพตอนใหม่ให้ค่ะ ต้องดูก่อนว่ามีเครื่องคอมรึเปล่า



คอมมันเจ๊งอีกแล้วค่ะ-*- ถ้าปาทิ้งแล้วได้เครื่องใหม่ มูนก็อยากได้น้า อิอิ^^



ส่วนวันนี้ที่เหลือ มูนขอตามไปเยี่ยมที่มาฝากไว้ก่อนนะคะ แหะๆ เจอกันพรุ่งนี้ค่า



รักคนอ่านทุกคนเลยน้า...^^





                                                                                        >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #349 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 20:00
    ทำไมมีแค่นี้อ่ะคะ แล้วยังไงต่อ สรุปตายหรือไม่ตาย เพราะอะไร??
    #349
    0